<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ยกงานวิจัยไฟเซอร์3ประเทศชี้ระบบภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน เหตุทั่วโลกฉีดเข็มกระตุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์การโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 15 ตุลาคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้
ทะลุ 240 ล้านไปแล้ว
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 426,410 คน ตายเพิ่ม 7,000 คน รวมแล้วติดไปรวม 240,338,368 คน เสียชีวิตรวม 4,896,286 คน
5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ อเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย ตุรกี และยูเครน
จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 93.34 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 89.01&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับสถานการณ์ไทยเรา
เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 11,276 คน สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก
แต่หากรวม ATK อีก 3,209 คน ก็ยังคงเป็นอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย
และยังคงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...อัพเดตงานวิจัยเกี่ยวกับวัคซีน Pfizer/Biontech
ล่าสุดมีงานวิจัยเพิ่มเติมอีก 3 ชิ้น จากอิสราเอล กาตาร์ และอเมริกา ที่ทำให้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานศึกษาที่อิสราเอลนั้นทำในบุคลากรทางการแพทย์ 3,808 คน พบว่าหลังฉีดวัคซีนไปครบสองเข็ม ระดับแอนติบอดี้ IgG จะสูงสุดในช่วง 4-30 วันหลังฉีดเข็มสอง และค่อยๆ ลดลงในช่วง 6 เดือนถัดมา ทั้งนี้ระดับ Neutralizing antibody ก็ลดลงในลักษณะเดียวกัน โดยการลดลงของภูมิคุ้มกันนั้นจะลดมากในกลุ่มคนที่สูงอายุ, เพศชาย, มีโรคประจำตัวตั้งแต่ 2 โรคขึ้นไป, หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง/โรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการวิจัยที่กาตาร์นั้น ศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 947,035 คน พบว่าระดับประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อนั้นสูง 77% ภายในเดือนแรกหลังฉีดวัคซีนครบ แต่จะลดลงเหลือ 20% หากติดตามไปถึงเดือนที่ 5-7&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล และป้องกันการเสียชีวิตนั้น ยังคงสูงถึง 96% และไม่ได้ลดลงตลอดช่วง 6 เดือนที่ติดตามผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การวิจัยที่อเมริกา ศึกษาในกลุ่มประชากร 3,436,957 คน ติดตาม 6 เดือน พบว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสูงถึง 88% ในช่วงเดือนแรก และลดลงเหลือ 47% ในเดือนที่ 5 แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลยังคงสูง 87% ในเดือนแรก และ 88% ในเดือนที่ 5 โดยประสิทธิภาพของวัคซีนนั้นได้ผลทั้งในสายพันธุ์เดลต้าและสายพันธุ์อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรู้จากงานวิจัยข้างต้นทั้งหมด ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมากขึ้นว่า การจะป้องกันการติดเชื้อนั้นคงต้องอาศัยระดับแอนติบอดี้ที่สูงมากเพียงพอ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทั่วโลกกำลังวางแผนที่จะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การฉีดเข็มกระตุ้นที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าเพื่อหวังจะกระตุ้นภูมิให้สูงขึ้นนั้น นอกจากหวังผลที่จะป้องกันการติดเชื้อแล้ว ยังหวังผลที่จะลดผลกระทบจากการติดเชื้อที่แม้จะอาการน้อย แต่อาจเกิดภาวะคงค้างที่เรารู้จักในชื่อว่า Long COVID อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การป้องกันการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล และป้องกันการเสียชีวิตนั้น ประสิทธิภาพของวัคซีนยังคงเดิมอยู่นานตลอดการติดตามผล น่าจะมาจากกลไกตอบสนองของร่างกาย ที่มีความจำฝังอยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน ผ่าน memory B cells ที่จะสร้างแอนติบอดี้เพิ่มขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้อ และผ่านระบบภูมิคุ้มกันระดับเซลล์ในการต่อสู้กับเชื้อโรคภายหลังการติดเชื้อได้ จึงทำให้ลดป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิตได้ แม้จะได้รับวัคซีนมานานแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนไทยเรา ขอให้ป้องกันตัวอย่างเป็นกิจวัตรนะครับ เพราะยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง และจะมีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังมีการผ่อนคลายการใช้ชีวิต และกำลังจะเปิดเมือง เปิดท่องเที่ยว และเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง
Levin EG et al. Waning immune humoral response to BNT162b2 Covid-19 vaccine over 6 months. N Engl J Med 2021 Oct 6; [e-pub].
Chemaitelly H et al. Waning of BNT162b2 vaccine protection against SARS-CoV-2 infection in Qatar. N Engl J Med 2021 Oct 6; [e-pub].
Tartof SY et al. Effectiveness of mRNA BNT162b2 COVID-19 vaccine up to 6 months in a large integrated health system in the USA: A retrospective cohort study. Lancet 2021 Oct 4; [e-pub].&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119782</URL_LINK>
                <HASHTAG>#long covid, #วัคซีนไฟเซอร์, ฉีดเข็มกระตุ้น, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612840b590316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;หวั่นแม้ฉีดวัคซีนลดการตาย แต่ผู้ที่ติดเชื้อจะเกิดผลกระทบระยะยาวหรือ Long COVID</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.ย.64-&amp;nbsp; รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีเนื้อหาดังนี้
สถานการณ์ทั่วโลก 17 กันยายน 2564...
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 541,821 คน รวมแล้วตอนนี้ 227,771,443 คน ตายเพิ่มอีก 8,996 คน ยอดตายรวม 4,681,636 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย บราซิล ตุรกี และสหราชอาณาจักร &amp;nbsp;
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 134,120 คน รวม 42,616,662 คน ตายเพิ่ม 1,830 คน ยอดเสียชีวิตรวม 686,899 คน อัตราตาย 1.6%
อินเดีย ติดเพิ่ม 34,649 คน รวม 33,380,522 คน ตายเพิ่ม 318 คน ยอดเสียชีวิตรวม 444,278 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 34,407 คน รวม 21,069,017 คน ตายเพิ่ม 637 คน ยอดเสียชีวิตรวม 589,277 คน อัตราตาย 2.8%
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 26,911 คน ยอดรวม 7,339,009 คน ตายเพิ่ม 158 คน ยอดเสียชีวิตรวม 134,805 คน อัตราตาย 1.9%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 19,594 คน รวม 7,214,520 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 195,835 คน อัตราตาย 2.7%
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน อาร์เจนติน่า และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 88.71 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และะเวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักหมื่น
ส่วนญี่ปุ่น เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา สิงคโปร์ และลาว ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...สถานการณ์ของไทยเรา
จำนวนติดเชื้อใหม่เมื่อวานนี้ยังคงสูงเป็นอันดับ 10 ของโลกอย่างต่อเนื่อง
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตใหม่นั้นสูงเป็นอันดับ 13
...ผลลัพธ์จากนโยบายกล่องทราย และ 7+7
ดังที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า หลังดำเนินการตามนโยบายไป เราพอจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าตามหลักวิชาการว่า การระบาดในพื้นที่ต้องทวีความรุนแรงขึ้น และมักเห็นชัดเจนราว 6-8 สัปดาห์
ภูเก็ตเริ่มไปเมื่อ 1 กรกฎาคม ส่วน 7+7 เริ่มไปเมื่อ 15 กรกฎาคม
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บอกล่วงหน้าว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในพื้นที่กล่องทรายได้ราวช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลักการจัดการการระบาดที่หนักขึ้นดังที่เห็นนั้นคือ ลดการเคลื่อนไหวของคน ลดการพบปะติดต่อและใกล้ชิดกัน ตรวจให้มาก ปูพรมให้ครอบคลุม นำผู้ติดเชื้อไปดูแลรักษา แยกกักตัวคนสัมผัสความเสี่ยงออกมาจากชุมชนและครอบครัวเพื่อลดโอกาสแพร่ เพราะโอกาสที่จะแพร่ได้มากที่สุดคือช่วงที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการจนถึงมีอาการช่วงวันแรกๆ&amp;nbsp; การติดเชื้อโควิดนั้นสามารถแพร่ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการราว 2-3 วัน ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แพร่ไปได้เยอะโดยไม่รู้ตัวทั้งคนติดเชื้อและคนรับเชื้อ หากไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การจะไปฝากความหวังไว้ที่วัคซีนเพื่อจัดการการระบาดนั้น อยากเตือนว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะชัดเจนว่า ฉีดแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ และนำเชื้อไปแพร่ต่อได้ ประโยชน์ที่ได้จากวัคซีนเป็นเพียงการลดโอกาสป่วย ป่วยรุนแรง หรือเสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้การันตี 100%
ดังนั้นสิ่งที่เป็นห่วงคือ หากปล่อยให้มีการติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ แม้การตายจะไม่มาก หรือลดลงจากการฉีดวัคซีน แต่ผู้ที่ติดเชื้อก็จะเกิดผลกระทบตามมาระยะยาวได้ เช่น ภาวะอาการคงค้างจากโควิด ที่เรียกว่า Long COVID นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า งานวิจัยหลากหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าโอกาสเกิดภาวะอาการคงค้าง Long COVID นี้มีสูงทีเดียว ฝั่งตะวันตกมีรายงานได้สูงถึงกว่า 40% ในขณะที่ของจีน พบว่ามีถึง 68% ที่มีอาการคงค้าง ณ 6 เดือน และมีถึง 49% ที่มีอาการคงค้าง ณ 12 เดือน
อาการคงค้างมีได้มากมายหลายแบบ ตั้งแต่เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก มีปัญหาเรื่องความคิดความจำสมาธิ เครียด ซึมเศร้า ชัก ปวดท้อง ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือภาวะอื่นๆ ที่รุนแรง เช่น ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
ดังนั้นการไม่ติดเชื้อย่อมจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในต่างประเทศมีการเตรียมระบบสาธารณสุขเพื่อช่วยให้คำปรึกษา และดูแลรักษาภาวะ Long COVID อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการเช่นกัน เพราะจำนวนเคสติดเชื้อกว่าล้านคน ยังไงต้องมีผู้ที่มีภาวะ Long COVID อย่างแน่นอน และหากไม่ได้รับการดูแล ก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และผลิตภาพในการทำงานด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่หยิบยกประเด็นนี้มา เพราะต้องการชี้ให้เห็นอีกด้านหนึ่งของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ที่มีความพยายามจะผลักดันนโยบายเปิดการท่องเที่ยวมากมายหลายจังหวัด ตลอดจนแผนในการเปิดประเทศ ในขณะที่สถานการณ์ระบาดยังรุนแรง กระจายไปทั่ว ก็ย่อมจะคาดการณ์ได้ว่าจะมีการติดเชื้อแพร่เชื้อในคนจำนวนมากขึ้นดังที่ปรากฏให้เห็นกันจากบทเรียนกล่องทรายและ 7+7
จึงขอให้พิจารณาให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มิฉะนั้นอาจเห็นเหมือนหนังม้วนเดิมเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่จะเกิดผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะสถานการณ์พื้นฐานทั้งเรื่องการระบาดตอนนี้ที่หนักกว่าปีก่อน และทรัพยากร ต้นทุนของประชาชนร่อยหรอลงไปมาก การตัดสินใจนโยบายจึงไม่สามารถพลาดได้อีกแล้ว
ปีก่อนเป็น Blue คริสตมาสและปีใหม่ แต่หากหนักกว่าเดิมจะเป็น Black จากผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...ชะลอการเปิดการท่องเที่ยวหลากหลายจังหวัด และการเปิดประเทศไปก่อนเถิดครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขอให้ประชาชนอย่างพวกเราดำรงชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวเสมอ
ใส่หน้ากาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
วางแผนเรื่องการเงินการใช้จ่าย และการลงทุนให้ดี และระวังเรื่องมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ
เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายระมัดระวัง เราจะประคับประคองกันไปอย่างปลอดภัย
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116991</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ลองโควิด, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612840b590316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;เตือนการเปิดร้านอาหารให้นั่งกินท่ามกลางระบาดรุนแรงต่อเนื่องถือเป็นความเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ส.ค.64-&amp;nbsp; รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิดทั่วโลก วันที่ 27 สิงหาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 215 ล้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 681,413 คน รวมแล้วตอนนี้ 215,402,781 คน ตายเพิ่มอีก 10,193 คน ยอดตายรวม 4,486,805 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา อินเดีย สหราชอาณาจักร อิหร่าน และบราซิล
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 152,152 คน รวม 39,324,259 คน ตายเพิ่ม 1,123 คน ยอดเสียชีวิตรวม 651,851 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 44,558 คน รวม 32,602,325 คน ตายเพิ่ม 493 คน ยอดเสียชีวิตรวม 436,889 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 31,024 คน รวม 20,676,561 คน ตายเพิ่ม 835 คน ยอดเสียชีวิตรวม 577,565 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 19,630 คน รวม 6,824,540 คน ตายเพิ่ม 820 คน ยอดเสียชีวิตรวม 179,243 คน อัตราตาย 2.6%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 19,683 คน ยอดรวม 6,693,019 คน ตายเพิ่ม 110 คน ยอดเสียชีวิตรวม 113,775 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 88.7 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
เวียดนามติดเพิ่มเกินหมื่นเหมือนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น
ส่วนเมียนมาร์ เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ของไทยเรา
เมื่อวานจำนวนติดเชื้อใหม่ 18,501 คน สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก
แต่เดี๋ยวก่อน...หากคิดเฉพาะจำนวนที่ติดเชื้อใหม่ในประเทศ และรวมจำนวนที่ตรวจพบจาก Antigen test kit (ATK) ด้วยอีกสองพันกว่าคน จะมียอดรวม 20,828 คน จะยังคงติดท็อปเท็น เป็นอันดับ 9 ของโลก
การนับเคสติดเชื้อและการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อนั้นจำเป็นต้องมีความสอดคล้องกัน กล่าวคือ หากให้การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อจากการตรวจ ATK ด้วยการให้ยาต่างๆ ตามแนวทางการดูแลรักษาที่กำหนด ไม่ว่าจะที่บ้าน หรือที่ศูนย์พักคอย ก็จำเป็นจะต้องรายงานคนกลุ่มนี้ไว้ในตัวเลขของการติดเชื้อรายวันด้วย ถ้าไม่สบายใจว่ายังไม่ได้ตรวจ RT-PCR ก็ให้รายงานทั้งสองตัวเลข และยอดรวมของทั้งสอง เพื่อให้ทุกคนทราบสถานการณ์ ไม่ใช่รายงานแต่ยอดต่ำเป็นหลัก เพื่อแสดงถึงความจริงใจ ความเที่ยงตรง และทันต่อเวลา
หากทำเช่นนี้ได้ ก็จะทำให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ และประพฤติปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสการผลักดันเพื่อเปิดกิจการห้างร้านต่างๆ รวมถึงร้านตัดผม ร้านนวดเท้า ร้านอาหารให้นั่งกิน ฯลฯ นั้นเป็นไปตามที่เคยคาดการณ์และแลกเปลี่ยนให้ฟังมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ธรรมชาติของการระบาดจากที่เห็นทั่วโลกนั้น จะตัดวงจรการระบาดได้ ต้องมีนโยบายและมาตรการที่ถูกต้องเหมาะสม และตัดสินใจทำอย่างทันเวลา ส่วนใหญ่มักมีโอกาสสำเร็จสูงหากทำภายในช่วงระยะแรกของการเริ่มระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากทำแบบยึกยัก หรือประวิงเวลา โอกาสสำเร็จย่อมลดลงตามลำดับ และนำไปสู่การระบาดหนักหนา ยาวนาน พอถึงจุดนั้น ก็จะยืนระยะไม่ไหว ดังที่เห็นในหลายประเทศที่พยายามยื้อเรื่องเศรษฐกิจ สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจล็อคดาวน์ทั้งประเทศอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยดำเนินนโยบายในลักษณะการประคับประคองไปเรื่อยๆ ดังที่เห็นกันว่า ไม่ได้ล็อคดาวน์เต็มรูปแบบ ทำให้มีการติดเชื้อจำนวนมากทุกวัน อย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือ การยืนระยะสู้ไม่ไหว และต้องเปิดให้มีการดำเนินชีวิตทำมาหากินท่ามกลางการระบาดที่ยังรุนแรง โดยที่ตัดวงจรระบาดไม่ได้ ระบบการตรวจคัดกรองโรคก็จำกัด ระบบสาธารณสุขก็ยังอยู่ในสถานะที่รองรับผู้ป่วยจำนวนมากตลอดเวลา รวมถึงเรื่องวัคซีนที่มีปัญหาทั้งด้านปริมาณ และเรื่องประสิทธิภาพต่อการจัดการสายพันธุ์กลายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นเช่นนี้ ความเสี่ยงที่การระบาดที่รุนแรงจะทวีความรุนแรงมากขึ้นย่อมมีสูง
กิจการ กิจกรรมใดๆ หากมีคนจำนวนมากมาอยู่ร่วมกันย่อมเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกยืนยันแล้วว่า ไวรัสโรคโควิด-19 นั้นติดได้ทั้งผ่านละอองฝอยน้ำลายน้ำมูก ซึ่งแพร่ได้ในระยะ 1-2 เมตร และที่น่าเป็นห่วงคือ ติดได้ผ่านละอองฝอยขนาดเล็ก โดยไวรัสสามารถแขวนลอยในอากาศได้เป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งวัน ทำให้แพร่กันได้ผ่านทางอากาศ (aerosol transmission) แม้ในบริเวณดังกล่าวขณะนั้นไม่มีคนก็ตาม ดังนั้นจึงต้องระวัง ป้องกันตัวให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดร้านอาหารให้นั่งกิน ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดรุนแรงต่อเนื่องนั้น ถือเป็นความเสี่ยง ทั้งต่อผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร คนทำงาน และลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีบทเรียนจากประเทศต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นแล้วว่า มีการแพร่ระบาดในร้านอาหารได้ นอกจากนี้คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ และแพร่ให้แก่ผู้อื่นได้ เพราะปริมาณไวรัสในตัวก็อยู่ระดับสูงพอๆ กับคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ดังนั้นต่อให้ออกกฎเกณฑ์ว่า บุคลากรต้องฉีดวัคซีน หรือลูกค้าต้องฉีดวัคซีนครบ ก็ไม่สามารถการันตีเรื่องความปลอดภัยทั้งต่อบุคลากรที่ทำงานและประชาชนที่มาใช้บริการได้ มีโอกาสติด โอกาสป่วย โอกาสตายได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร...แต่กิจการอื่นที่มีความใกล้ชิดกัน ติดต่อกัน ก็ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มี
สำคัญกว่านั้นคือ ผลกระทบที่จะเกิดเป็นลูกโซ่ คือ การติดเชื้อและนำไปแพร่ต่อเนื่องให้กับคนในที่ทำงานกันเอง และสมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเหมือนต่างประเทศ...จะมีโอกาสที่เราจะเห็นเคสติดเชื้อเพิ่มขึ้นภายใน 41-100 วัน และจำนวนการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นภายใน 61-100 วัน หลังประกาศนโยบายนั่งกินในร้านอาหาร แต่อาจเร็วกว่านั้น ถ้าเปิดหลายกิจการหลายกิจกรรมพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกนี้ที่เจออยู่ยาวนาน คือระลอกสาม และยังไม่สามารถกดลงมาได้อย่างดีเพียงพอ
ไตรมาสสุดท้ายนั้นน่าเป็นห่วง ขอให้วางแผนการใช้ชีวิตให้ดี ใช้ความรู้ มีสติ และป้องกันตัวอย่างต่อเนื่อง
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายแล้ว หากเปิดกิจการ กิจกรรม ด้วยความจำเป็นตามที่บอกไว้ข้างต้น ถ้าจะไปใช้บริการ ก็ต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ ใช้เวลาให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องอาหารการกินหรือเครื่องดื่ม ยืนยันว่า&amp;quot;ซื้อกลับ&amp;quot;จะปลอดภัยที่สุด ควรเลี่ยงการนั่งกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร หรือโรงอาหารครับ
ด้วยรักและห่วงใย
อ้างอิง
Wang CC et al. Airborne transmission of respiratory viruses. Science&amp;nbsp; 27 Aug 2021:Vol. 373, Issue 6558, eabd9149.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114689</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612840b590316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ยกเคส&#039;ATK&#039;เตือนตกเป็นเหยื่อของกับดักประชาสัมพันธ์ขายสินค้าเชิงพาณิชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64-นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกวันที่&amp;nbsp; 20 สิงหาคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้หากรวมจำนวนติดเชื้อใหม่ ไทยจะมียอดติดเชื้อสะสมเกิน 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 709,088 คน รวมแล้วตอนนี้ 210,784,481 คน ตายเพิ่มอีก 10,740 คน ยอดตายรวม 4,416,082 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา อินเดีย สหราชอาณาจักร บราซิล และอิหร่าน &amp;nbsp;
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 151,313 คน รวม 38,228,183 คน ตายเพิ่ม 940 คน ยอดเสียชีวิตรวม 643,085 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 37,312 คน รวม 32,358,210 คน ตายเพิ่ม 559 คน ยอดเสียชีวิตรวม 433,622 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 35,991 คน รวม 20,494,212 คน ตายเพิ่ม 1,030 คน ยอดเสียชีวิตรวม 572,733 คน อัตราตาย 2.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,058 คน รวม 6,684,531 คน ตายเพิ่ม 791 คน ยอดเสียชีวิตรวม 173,700 คน อัตราตาย 2.6%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 23,973 คน ยอดรวม 6,557,356 คน ตายเพิ่ม 127 คน ยอดเสียชีวิตรวม 113,103 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 87.35 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
เวียดนามติดเพิ่มเกินหมื่นไปแล้ว เมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา
จากการแถลง ทำให้ทราบได้ว่า ตัวเลขเสียชีวิตที่รายงานนั้นอาจไม่ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะมีการเหลื่อมเวลาของการรายงานได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในแง่ของจำนวนการติดเชื้อใหม่ ซึ่งรายงานเฉพาะที่ผ่านการตรวจวิธีมาตรฐาน แต่ไม่รวมการตรวจ ATK&amp;nbsp; ทำให้ยากที่จะสรุปได้ว่าตัวเลขที่รายงานแต่ละวันนั้นห่างจากสถานการณ์การติดเชื้อปัจจุบันมากน้อยเพียงใด
ในขณะที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตรวจ ATK เป็นบวกแล้วเข้าสู่กระบวนการทำกักตัวดูแลตัวเองที่บ้าน สิ่งที่ไม่ชัดเจนคือ ตัวเลขนี้น่าจะรวมอยู่ในระบบและรายงานออกมาในตัวเลขที่หาย หากครบเวลากักตัว คำถามที่ชวนคิดคือ ตัวเลขที่หายหากรวมคนที่ ATK เป็นบวก แต่ไม่ได้ตรวจวิธีมาตรฐาน โดยไม่ได้รวมคนเหล่านี้ในรายงานตัวเลขที่ยืนยันว่าติดเชื้อ จะทำให้ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของฐานข้อมูลรายงานหรือไม่
นี่คงเป็นคำถามที่ควรช่วยกันหาคำตอบ ทำให้กระจ่างชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเด็นที่สำคัญคือ ปัจจุบันมีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่นำเสนอผ่านแหล่งต่างๆ มากมาย จนสร้างความสับสน กังวลใจ และทำให้เกิดความยากลำบากต่อประชาชนในการตัดสินใจ
งานวิจัยทางคลินิกที่ดี และได้รับการยอมรับระดับสากลนั้น มักมีลักษณะดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีแหล่งที่มาชัดเจน และมีการลงทะเบียนการทำวิจัยทางคลินิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีการระบุรายละเอียดของงานวิจัยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัย ทั้งเรื่องรูปแบบการศึกษา ลักษณะของกลุ่มประชากรที่ศึกษา เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ ระดับการศึกษา ที่อยู่ อาชีพ ฯลฯ วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างว่าสุ่มหรือไม่ คำนวณจำนวนกลุ่มตัวอย่างว่าต้องมีมากน้อยเพียงใดเพื่อพิสูจน์สมมติฐานตั้งต้นได้ สถานที่ทำการศึกษาวิจัย ระยะเวลาที่ทำการศึกษาวิจัย รวมถึงวิธีการจัดการและวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การนำเสนอผลการวิจัย จำเป็นจะต้องเห็นรายละเอียดงานวิจัยข้างต้น และต้องมีการนำเสนอ Baseline characteristics ของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนว่าจำนวนเท่าใด ลักษณะประชากรจำแนกแต่ละกลุ่มเหมือนหรือต่างกันเพียงใด ก่อนที่จะนำเสนอตัวเลขวัดผลลัพธ์ที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. นอกจากนี้ยังต้องมีการสรุปให้เห็นข้อจำกัดของการศึกษาวิจัยนั้น เพราะไม่มีงานวิจัยใดสมบูรณ์แบบ และต้องมีการสำแดงให้เห็นว่าคณะผู้วิจัยนั้นมีประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องใดบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะกับทางผู้สนับสนุนงบประมาณวิจัย บริษัทเครื่องมือหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการวิจัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายคือ การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารระดับสากล เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบกลั่นกรอง ประเมินคุณภาพจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระ ก็จะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ดังที่เห็นกรณีเร็วๆ นี้ ที่รีบทำรีบใช้กันวงกว้างแล้วต้องถอนงานวิจัยออกมา เพราะได้รับการตรวจสอบพบว่ารายงานการวิเคราะห์ผลที่ผิดพลาดมาแล้ว
เหล่านี้คือจุดหลักๆ ในการอ่านงานวิจัย ให้รู้เท่าทัน และนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้
มิฉะนั้นเราอาจตกเป็นเหยื่อของกับดักประชาสัมพันธ์ โฆษณาตัวเลขนี่สูงนั่นต่ำ เพื่อขายของต่างๆ เชิงพาณิชย์โดยง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเรียนรู้ได้จากบทเรียนต่างๆ ทั่วโลก ของล้นสต๊อค ขายไม่ออก หรือหาหนทางหากิน ก็ย่อมมีความพยายามระบายของ โดยเล่นกับตัวเลขมาล่อให้คนซื้อ ไม่ว่าจะลดราคา หรือล่อหลอกด้วยสรรพคุณต่างๆ ที่อาจไม่เป็นจริง
ส่วนทองแท้ย่อมเป็นทองแท้อยู่วันยังค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติการระบาดทั่วโลกขณะนี้ ประเทศต่างๆ จะพ้นวิกฤติได้ หากวงการเมืองสุจริต วงนโยบายซื่อสัตย์ และวงวิชาการมีจริยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113925</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), งานวิจัยไวรัสโควิด, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ 206 ล้าน!&#039;หมอธีระ&#039;ชี้ผลลัพธ์การควบคุมโควิดเป็นที่ประจักษ์ ต้องถามหาความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 13 สิงหาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 206 ล้านไปแล้ว ตายเกินหมื่นคน ส่วนไทยเรามีจำนวนติดเชื้อเมื่อวานสูงเป็นอันดับที่ 8 ของโลกแล้ว
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 676,570 คน รวมแล้วตอนนี้ 206,148,169 คน ตายเพิ่มอีก 10,124 คน ยอดตายรวม 4,346,562 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา อินเดีย อิหร่าน บราซิล และสหราชอาณาจักร
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 113,612 คน รวม 37,176,545 คน ตายเพิ่ม 646 คน ยอดเสียชีวิตรวม 635,926 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 40,078 คน รวม 32,117,052 คน ตายเพิ่ม 583 คน ยอดเสียชีวิตรวม 430,285 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 35,891 คน รวม 20,285,067 คน ตายเพิ่ม 883 คน ยอดเสียชีวิตรวม 566,896 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,932 คน รวม 6,534,791 คน ตายเพิ่ม 808 คน ยอดเสียชีวิตรวม 168,049 คน อัตราตาย 2.6%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 28,554 คน ยอดรวม 6,398,983 คน ตายเพิ่ม 77 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,487 คน อัตราตาย 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84.58 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเกาหลีใต้ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิรัก และอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่น
กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ ไต้หวัน และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับสถานการณ์การระบาดของไทยเรานั้น ประเมินแล้วยังคงรุนแรงต่อเนื่อง
จำนวนติดเชื้อใหม่ของเมื่อวานนี้ สูงเป็นอันดับที่ 8 ของโลก
และเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย เป็นรองเพียงอินเดีย อิหร่าน และอินโดนีเซียเท่านั้น
ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติ ไทยเป็นอันดับ 6 ของโลก อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 1 ในอาเซียน
การสูญเสียชีวิตของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับจำนวนการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนคืออาวุธสำคัญที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างกำหนดนโยบายและมีมาตรการจริงจังในการมุ่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาให้ประชาชนทุกคนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดนโยบายวัคซีนที่ดีในยุคระบาดรุนแรงเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่การมุ่งเอาประชาชนในสังคมเป็นหนูทดลอง แต่จำเป็นต้องหาอาวุธที่พิสูจน์แล้วชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และย่อมไม่ใช่วางแผนให้สำหรับประชาชนบางส่วนในประเทศแค่พอมีระดับภูมิคุ้มกันหมู่ 70% เหมือนที่เคยได้ยินข่าวจากดินแดนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการวางแผนลักษณะนั้น เรียกว่าเป็นการมองระยะสั้น&amp;nbsp; โดยอาจมิได้คำนึงถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดหนักจากไวรัสกลายพันธุ์ที่มีสมรรถนะสูงกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันหมู่ที่ต้องการมากกว่าที่คาดการณ์ได้ ดังที่เราเห็นในภาวะปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นนโยบายที่ดีจึงควรจัดหาจัดเตรียมให้ครอบคลุมครบทุกคนในประเทศ ทั้งคนไทยและต่างด้าว ตั้งแต่ต้น ดังที่เห็นในประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังยืนยันมาตลอดว่า การต่อสู้กับสถานการณ์ระบาดแบบที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้คือ
...หยุดนิ่ง ตะลุยตรวจอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง แยกกักตัวผู้ติดเชื้อและดูแลรักษาให้หายดี ยุตินโยบายนำความเสี่ยงเข้ามาในประเทศทั้งเปิดเกาะเปิดท่องเที่ยวและเปิดประเทศ ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายและวิชาการที่ดำเนินการมาอย่างไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และเปลี่ยนนโยบายวัคซีนหลักของประเทศ มุ่งจัดหา mRNA vaccines และ Protein subunit vaccine เพื่อนำมาให้ประชาชน ส่วนประเภทอื่นใช้เป็นตัวเลือกเสริม...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ของการดำเนินการด้านนโยบายและมาตรการควบคุมป้องกันโรคและวัคซีนในช่วงที่ผ่านมา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ทุกคนในสังคมได้เห็น และใช้ประเมินผลการทำงานได้เป็นอย่างดี ว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด
งานนี้ไม่เหมือนกับการทำงานเอกสารทั่วไป ที่พลาดแล้วก็ลบแล้วเขียนใหม่ได้ แต่งานการศึกเช่นนี้ มีการสูญเสียทั้งเรื่องการเจ็บป่วย การเสียชีวิต และผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ และถามหาความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น หากทุกคนทุกกระบวนการนั้นได้ทำทุกอย่างตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีกำลังใจป้องกันตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113137</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระ วรธนารัตน์, นโยบายวัคซีน, วัคซีนmRNA, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ 201 ล้านไปแล้ว&#039;หมอธีระ&#039;ฟันธงไม่มีทางที่จะระบุจุดสูงสุดของการระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ส.ค.64- นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้
ทะลุ 201 ล้านไปแล้ว อเมริกาติดเพิ่มกว่าแสนคนอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มระบาดทั่วโลกรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 680,657 คน รวมแล้วตอนนี้ 201,620,615 คน ตายเพิ่มอีก 9,663 คน ยอดตายรวม 4,278,712 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา อินเดีย บราซิล อิหร่าน และอินโดนีเซีย
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 113,455 คน รวม 36,292,563 คน ตายเพิ่ม 554 คน ยอดเสียชีวิตรวม 631,857 คน อัตราตาย 1.7%
อินเดีย ติดเพิ่ม 45,001 คน รวม 31,855,783 คน ตายเพิ่ม 464 คน ยอดเสียชีวิตรวม 426,785 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 40,054 คน รวม 20,066,587 คน ตายเพิ่ม 991 คน ยอดเสียชีวิตรวม 560,706 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,120 คน รวม 6,379,904 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 162,509 คน อัตราตาย 2.5%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 26,460 คน ยอดรวม 6,233,876 คน ตายเพิ่ม 52 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,098 คน อัตราตาย 1.8%
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 83.3 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
ญี่ปุ่นระลอกห้าหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเพิ่มอีกถึง 14,211 คน สูงสุดเท่าที่เคยระบาดมา
เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านและอิรักติดกันหลักหมื่น
กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ของไทยเรา
ขณะนี้มีจำนวนติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 40 ของโลก หากรวมยอดวันนี้ จะแซงเนปาล ขึ้นเป็นอันดับ 39
คาดว่าจะแซงเซอร์เบียและสวิสเซอร์แลนด์ในวันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล 222 ประเทศทั่วโลกมีอยู่ 19 ประเทศที่ติดเชื้อใหม่หลักหมื่นต่อวัน ไทยเป็นหนึ่งในนั้น และล่าสุดจำนวนติดเชื้อเมื่อวานของไทยเราอยู่ที่อันดับ 11 และเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย
วิเคราะห์แนวโน้มการระบาด ตราบใดที่มาตรการยังไม่เข้มข้นพอที่จะตัดวงจรการระบาด จำนวนการตรวจคัดกรองโรคในแต่ละวันยังไม่มากเพียงพอ และวัคซีนประสิทธิภาพสูงมีจำกัด ก็จะทำให้การติดเชื้อจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์แบบนี้จะ&amp;quot;ไม่มีทาง&amp;quot;ที่จะระบุได้ว่าจุดสูงสุดของการระบาดจะเป็นเมื่อใด ยกเว้นกรณีเดียวคือ การหยุดหรือชะลอการตรวจคัดกรอง ซึ่งถือเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่หายนะได้ จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
หัวใจสำคัญในการต่อสู้โรคระบาดครั้งนี้คือ &amp;quot;หยุดนิ่ง ตะลุยตรวจให้มากและต่อเนื่อง แยกกักตัวคนติดเชื้อออกจากคนอื่นๆ และนำส่งเข้าสู่ระบบการรักษา&amp;quot;
การมองเชิงยุทธศาสตร์นั้นมีความสำคัญมาก หากผิดทิศผิดทาง ก็จะเหมือนอยู่ในเขาวงกตจนหมดแรงไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้การระบาดหลักเกิดขึ้นจากการติดเชื้อกระจายไปทั่วในชุมชน และแพร่ระบาดในหมู่สมาชิกภายในครัวเรือน ที่อยู่อาศัย รวมถึงบ้านใกล้เรือนเคียง และเพื่อนสนิทมิตรสหายใกล้ชิด นอกจากนั้นที่พบมากคือในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ได้แก่ สถานพยาบาล สถานประกอบกิจการโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ และแคมป์ก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เรายังไม่หยุดนิ่ง การตรวจแต่ละวันแม้จะเพิ่มขึ้นแต่อยู่ในหลัก 5-8 หมื่นต่อวัน ซึ่งยังไม่มากพอ และมีมาตรการแก้ปัญหาคอขวดสถานพยาบาล โดยไปใช้ home isolation ซึ่งจะพบว่าการบริการยังเป็นไปได้ไม่ทั่วถึง และมีโอกาสที่จะยังเกิดการแพร่เชื้อติดเชื้อในบ้านได้ ด้วยข้อจำกัดของแต่ละครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ควรพิจารณาคือ การล็อคดาวน์แบบจริงจัง ขยายกำลังการตรวจคัดกรอง มุ่งเป้าให้ได้อย่างน้อย 150,000-200,000 ครั้งต่อวัน และการปรับมาตรการ home isolation ให้อยู่ในวิสัยที่ระบบบริการถึงบ้านจะทำได้ เน้นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว คนอ้วน สตรีตั้งครรภ์ เป็นต้น ส่วนคนที่ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ ที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรให้การดูแลใน community isolation เช่น วัด โรงเรียน โรงแรม ค่ายทหาร หรืออื่นๆ เพื่อให้การดูแลแบบกลุ่ม เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากรบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการหากไม่เข้มข้นพอ ศึกจะยืดเยื้อยาวนาน และเกิดผลกระทบต่อทั้งสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม อย่างมากมาย เจ็บยาวนานแต่ไม่จบ และจะทำให้ยากในการเยียวยาฟื้นฟู
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่าให้ติดเชื้อ
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112371</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, การระบาดของเชื้อโควิด -19, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระเผยผลวิจัยจีน พบฉีด&#039;วัคซีนซิโนฟาร์ม&#039;ช่วงเช้า ภูมิคุ้มกันขึ้นสูงกว่า ฉีดช่วงบ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ส.ค.64-รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ &amp;nbsp;จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ &amp;nbsp;ได้โพสต์ความคืบหน้างานวิจัยวัคซีนซิโนฟาร์มของจีน ว่า&amp;nbsp;
ช่วงเวลาของวันในการฉีดวัคซีน กับระดับภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Zhang H และคณะ เผยแพร่ผลวิจัยในจดหมายถึงบรรณาธิการ วารสาร Cell Researchศึกษาว่าช่วงเวลาของวันในการฉีดวัคซีน มีผลต่อระดับภูมิคุ้มกันมากน้อยเพียงใดทำในอาสาสมัคร 63 คนที่มหาวิทยาลัยซุนยัทเซน ประเทศจีน เปรียบเทียบการฉีดวัคซีน Sinopharm (BBIBP-CorV, Sinopharm, Beijing) ช่วงเช้า (9-11 น.) และช่วงเย็น (15-17 น.) จำนวน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน และเจาะเลือดวัดระดับภูมิคุ้มกัน ณ วันที่ 0, 14, 21, 28 และ 56&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น่าสนใจที่พบว่า กลุ่มที่ฉีดช่วงเช้ามีระดับภูมิคุ้มกันที่สูงกว่าช่วงเย็นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินจากระดับ Neutralizing antibody&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้เค้าเชื่อว่า circadian rhythm นั้นมีอิทธิพลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นหากฉีดวัคซีนโดยหวังผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนอง การพิจารณาเรื่องช่วงเวลาของวันในการฉีดก็อาจเกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อดูว่าจะได้ผลยืนยันเช่นเดียวกับที่ทีมวิจัยนี้ทำหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น การใช้วัคซีนชนิดอื่นๆ เพื่อประเมินผลที่ได้ว่าแตกต่างกันหรือไม่ รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการประเมินผลลัพธ์ที่ต้องการที่ยาวขึ้น ทั้งภูมิคุ้มกันในน้ำเลือดและภูมิคุ้มกันระดับเซลล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยปกติแล้วเวลาเราอ่านงานวิจัยต่างๆ จำเป็นต้องประเมินเรื่องระเบียบวิธีวิจัย ก่อนที่จะนำผลวิจัยนั้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจประพฤติปฏิบัติ
อัพเดตความรู้ไปเรื่อยๆ จะช่วยให้รู้เท่าทันสถานการณ์ และมีโอกาสนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อจัดการปัญหาต่างๆ ในชีวิต
อ้างอิง
Zhang, H., Liu, Y., Liu, D. et al. Time of day influences immune response to an inactivated vaccine against SARS-CoV-2. Cell Res (2021)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112022</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระ วรธนารัตน์, วัคซีนซิโนฟาร์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b244dd9c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
