<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; แนะฉีดวัคซีนเข้าผิวหนัง ได้ผลเท่ากัน-ลดผลข้างเคียง-ประหยัดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อ &amp;ldquo;มีวัคซีนน้อย&amp;hellip;ฉีดแบบเข้าชั้นผิวหนังเพียงพอทั้งประเทศทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ขาดแคลนวัคซีนอย่างหนักกระจายได้ไม่ทั่วนัก อีกทั้งยังต้องฉีด บูสเพิ่มอีกเข็มสำหรับคนเสี่ยงสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ได้ผลเท่ากับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อประหยัดวัคซีนได้อย่างน้อยห้าเท่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นทางออกในเด็กและผู้ใหญ่ทุกอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทย การฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal หรือ ID) เริ่มต้นในปี 1987 โดยพวกเราคนไทยเองแก้ปัญหาวัคซีนไม่พอสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ดังนั้นใช้กลวิธีฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal) โดยใช้ปริมาณ 0.1 ซีซีแทนที่จะใช้ 0.5 ซีซีหรือ 1.0 ซีซี (แล้วแต่ยี่ห้อ) เข้ากล้าม (intramuscular หรือ IM) และนำไปสู่การใช้ในประเทศไทยในปี 1988 และนำเสนอต่อองค์การอนามัยโลกจนกระทั่งยอมรับใช้ทั่วโลกในปี 1991 และการประชุมล่าสุดในปี 2017 ยังเป็นที่รับรองจนถึงปัจจุบันโดยได้ผลเท่ากันทั้งการกระตุ้นภูมิ (immunogenicity) และประสิทธิภาพในการป้องกันโรค (efficacy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลไกในการออกฤทธิ์การฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีนพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นเชื้อตายจะผ่านกลไกที่เรียกว่า Th2 แทนที่จะเป็น Th1 และเราได้รายงานในวารสารวัคซีนในปี 2010 และบรรจุในคู่มือ WHO จนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนโควิดขณะนี้เรามีทั้งวัคซีนเชื้อตาย ชิโนแวค ชิโนฟาร์ม และฝากกับไวรัสเป็น เช่น แอสตร้า เจเจ สปุ๊ตนิค ชนิด mRNA ไฟเซอร์ โมเดนา และแบบชิ้นโปรตีนย่อย ใบยา โนวาแวคซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางที่น่าจะเป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1- คนเสี่ยงสูงสุดที่ได้ชิโนแวค IM ไปแล้วสองเข็มต่อด้วยแอสตร้า ID 1 จุด 0.1 ซีซี(มีข้อมูลแล้ว) และกันสายพันธุ์หลากหลายได้ และประเทศจีนมีการศึกษารายงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2- คนทั้งประเทศปรับเปลี่ยนเป็นการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อตาย หรือชนิดอื่น ทั้งนี้โดยที่รายงานจากเนเธอร์แลนด์แสดงว่าการฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีน mRNA ในปริมาณน้อยกว่าธรรมดา 5 ถึง 10 เท่า (10 หรือ 20 ไมโครกรัม) แทนที่จะเป็น 100 แบบ IM ได้ผลเช่นกัน นั่นก็คือหนึ่งโดสฉีดได้กลายเป็น 10 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3-คนที่ได้รับการฉีดแบบเข้ากล้าม หรือ IM ไปแล้ว ฉีดให้ครบสูตรทั้งสองเข็ม ไม่สลับ IM ID ในเข็ม 1 และ 2 แต่กระตุ้น เข็ม 3 เป็น ID ได้เช่นเดียวกันคนฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ก็ชั้นผิวหนังตลอดทั้งเข็มหนึ่งและเข็มสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าได้วัคซีนมา 1,000,000 โดสก็จะกลายเป็น 10 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสามารถเก็บข้อมูลตามข้อมูลในขณะที่เริ่มการฉีดเข้าชั้นผิวหนังได้ทันทีเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฉีดเข้าชั้นผิวหนังเหมือนกับการฉีดวัคซีนบีซีจีในเด็กแรกเกิด หรือการฉีดดูปฏิกิริยาวัณโรค (tuberculon test)หรือฉีดในคนที่แพ้ฝุ่นเป็นต้น (desensitization)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ขณะนี้ ก็มีชนิดที่ฉีดเข้าชั้นผิวหนังอยู่แล้ววัคซีนไข้เหลือง ตับอักเสบบีและอื่นๆเป็นการใช้เข้าชั้นผิวหนังอยู่แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118510</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอธีระวัฒน์’ชูยาฆ่าพยาธิIvermectin</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ก.ย.2564 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยาฆ่าพยาธิIvermectin ใช้ได้ทั้ง การรักษาโควิดตั้งแต่เริ่มต้นรวมกระทั่งเมื่อติดเชื้อและมีอาการไปแล้วและสามารถใช้ร่วมกับยาอื่นได้ (early และ late treatment)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญก็คือโควิดมีการกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ และจะเห็นได้ว่ายามาตรฐานที่ใช้รักษา ฟาวิพิราเวียร์เริ่มเห็นว่าได้ผลช้าลงหรือไม่ทันการณ์ ยาฆ่าพยาธิตั้งกล่าวมีประวัติการใช้งานมานานมากทำให้ทราบกระบวนการใช้และความปลอดภัยและมีการพิสูจน์ในเรื่องของโควิดมีอยู่แล้ว ในระดับต่างๆซึ่งเป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางตัวไวรัสโดยตรง และการเข้าร่างกาย ทางตัวรับต่างๆนอกจาก ACE2 ทำให้กระบวนการติดเชื้ออ่อนด้อยลง ขัดขวางกลไกที่ต่อเนื่องยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้ ยับยั้งกระบวนการที่ทำให้เกิดการอักเสบไม่ปะทุ
ยับยั้งกระบวนการที่ทำให้เลือดข้น การเกิดลิ่มเลือดในโควิด ฟื้นฟูประสิทธิภาพของการพยุงชีวิตของเซลล์ผ่านทางตัวอนุภาคโรงพลังงานไมโตคอนเดรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาฆ่าพยาธินี้ทำให้ผู้ค้นคิดและผู้ที่นำไปใช้ต่อสู้กับโรคพยาธิฟิลาเรีย William C Campbell และ Satoshi Omura ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยา และ อายุรศาสตร์ ในปี 2015 และจัดเป็นยาสำคัญขององค์การอนามัยโลกอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115233</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฆ่าพยาธิIvermectin, หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e97b55f10c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอดื้อ&#039;ตั้งคำถามจะเกิดอะไรขึ้นถ้า&#039;เดลต้า-เบต้า&#039;เข้ามาเป็นโควิดสายพันธุ์หลักในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64- &amp;nbsp;นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า สงครามโควิด:ทำไมต้องบุกเร็ว-แรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสายเดลต้า หรือเบต้า เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทยโดยที่สายพันธุ์ปกติยังควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;ทำไมเราต้องบุกเร็ว-แรง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสามารถในการแพร่กระจายของโควิดเก่งขึ้นเรื่อยๆ ตามการผันตัวของรหัสพันธุกรรมในตำแหน่งสำคัญที่เอื้ออำนวยให้มีการติดเชื้อเก่งขึ้น สร้างไวรัสปริมาณมากขึ้น และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเก่งขึ้น ประกอบกับความเบื่อบ้าง ความไม่ใส่ใจวินัย รวมทั้งจากความจน ความท้อแท้ ของคน ความหดหู่สิ้นหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;ทำไมว่ามีสายที่เก่งขึ้นในไทยแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาย เดลต้า (อินเดีย) ที่พบที่หลักสี่ 21 พฤษภาคม และเป็นในชุมชนแล้ว (แม้จะเป็นในแคมป์คนงาน) ต้องถือว่าเป็นการแพร่ทั่วไปแล้ว เพราะไม่สามารถสืบทั้งต้นตอ และทิศทางการแพร่กระจายได้ชัดเจน และทางการประกาศยืนยันในเวลาต่อมาว่ากระจายทั่วไปจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมสายเบต้าหรือแอฟริกาที่พบในลักษณะเดียวกันในภาคใต้ในชุมชนเช่นกันที่ควรจะรุนแรงมากกว่า
และจากที่ห้องปฏิบัติการของเราพบสายเดลต้าเนิ่นนานจากตัวอย่าง 13 พฤษภาคม แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;ทำไมวัคซีน ต้อง2 เข็ม ในเวลาสั้นที่สุด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดึงวัคซีนเข็มที่สองให้ห่างออกไป เป็นจากเหตุผลของการไม่มีวัคซีนเป็นประการสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีสายของไวรัสที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถหลบเลี่ยงวัคซีนได้เก่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปฎิเสธไม่ได้ว่าเข็มที่สอง เช่นจากแอสตร้า ต้องติดกับเข็มที่หนึ่ง ในเวลาสองเดือนด้วยซ้ำ และวัคซีนเชื้อตายไม่ว่าชิโนแวค ชิโนฟาร์ม ควรต้องเป็นในเวลาสามถึงสี่สัปดาห์ เพื่อพยุงให้ระดับภูมิคุ้มกันที่ยับยั้งไวรัสได้ (neutralizing antibody) อยู่สูงในระดับ 68% ทั้งนี้โดยหวังว่าจะสามารถจับไวรัสที่ผันแปรไปเหล่านี้ได้บ้าง และทำให้มีการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนครบสองเข็มไม่มากจนเกินไปและไม่มีอาการหนักมากจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;หลักฐานความสามารถของไวรัสเดลต้า แม้ในคนที่ได้วัคซีนแล้ว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข้อมูลและความเห็นจาก ดร. อนันต์ จงแก้ววัฒนาAnan Jongkaewwattana)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าพบคนติดเชื้อได้หลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มประมาณ 6% แต่ในจำนวนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการหนักต้องเข้าโรงพยาบาลคือ 11%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยที่เสียชีวิต จากการติดไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ทั้งหมด 42 ราย ในอังกฤษที่ใช้วัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้า มีถึง 12 ราย หรือ 28.5% เป็นผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ถ้ารวมอีก 7 ราย ที่ได้วัคซีน 1 เข็ม ตัวเลขของผู้ป่วยเสียชีวิตที่ได้วัคซีนครบ 1 เข็ม สูงถึง 45.2%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;ทำไมยังคงต้องรีบฉีดทั้งทางที่สายเดลต้าเริ่มเล็ดรอดไปแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องไม่ลืมว่าไวรัสสายปกติพี่วัคซีนยังสามารถป้องกันการติดได้ดีพอสมควรยังมีอยู่มากและทำให้คนที่ติดเชื้ออยู่มีอาการหนักในห้องไอซีอยู่มากมายขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ถ้าดูตัวเลขผู้ป่วยในไอซียูตามตัวเลขทางการที่สอดท่อจะดูเหมือนไม่มากไม่กี่ 100 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในความเป็นจริงที่รอเข้าไอซียู แต่เข้าไม่ได้เพราะเตียงเต็ม ยังมีอยู่อีกมากและยื้ออยู่โดยการให้ออกซิเจนปริมาณสูงประทังไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสายเดลต้า หรือเบต้า เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทยโดยที่สายพันธุ์ปกติยังควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106394</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สงครามโควิด, เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86bac48009d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039;ชี้ไม่ต้องห่วงโควิดสายพันธุ์นำเข้าจากนอก ถ้าปล่อยเชื้อลามเรื่อยๆ  ก็จะมีสายพันธุ์ไทย เกิดขึ้ิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64-ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะ​แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ถ้าปล่อยให้มีการระบาดลามไปเรื่อยๆ แม้ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เชื้อก็กลายพันธุ์เอง
อย่ายอมให้มีสายพันธุ์ไทยเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชม จะกลายเป็นความล้มเหลวของการควบคุมการระบาด
ขอบคุณ การ์ตูนครับ เพื่อนส่งมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี่้ ช่วงก่อนเที่ยง ที่ศบค. แถลง สถานการณ์ระบาดของโควิด รายวัน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ได้โพสต์ข้อความว่า ตั้งแต่กลางปีนี้ ถ้ามีสายอินเดียและแพร่คนไทยสู่คนไทย ต้องระวังการตรวจจับอาจไม่แม่นยำเพราะ1- เชื้อชอบลงลึกในปอด แยงจมูกไม่เจอ2- กระบวนการตรวจ พีซีอาร์ อาจจับได้ไม่หมด เพราะรหัสพันธุกรรมเพี้ยนดังนั้น ถ้าแพร่ไป อาจมีปัญหากับวัคซีน ขณะนี้ทั่งหมดการคัดกรองที่เร็วที่สุด คือการตรวจเลือดว่าติดเชื้อหริอไม่ เช่นตรวจด้วย อีไลซ่า รพ มากมายมี และ ทำง่ายกว่า การแยงจมูก พีซีอาร์ถ้าตรวจเลือดเป็นบวกโดยยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แยกตัวทันทีจากคนอื่นและกักตัว 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยที่จะแยงจมูกต่อหรือไม่ก็ตามแต่ นั่นก็คือคัดกรองเร็วที่สุดแล้วแยกตัวเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาก็เตือนเรื่องสายพันธุ์อินเดีย ทำให้การตรวจหาเชื้อไม่เจอจากการแยงจมูก และล่าสุด การเตือนว่าต้องหยุดการระบาดให้ได้&amp;nbsp; ก่อนที่จะเกิดสายพันธุุ์ไทยขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103719</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, #โควิดสายพันธุ์อินเดีย, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a794a7d2fb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; ระบุ  เรามีข้อจำกัด&#039;ต้องก้าวข้าม วงจรระบาด&#039;ให้ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17พ.ค.64 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะ​แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha ว่า
วิกฤติซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มระบาด 2563 เรือสำราญ เรื่อยมา ไม่ว่า สนามมวย สถานที่แบบบันเทิงเริงรมย์ หรือ ชุมชนแรงงาน ที่พัก ที่สาธารณะ แม้แต่การรอจ่ายเงินซื้อของ รอตรวจโควิด รอฉีดวัคซีน เรือนจำ&amp;nbsp;
เรามีข้อจำกัด เราต้องก้าวข้ามให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103274</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, การระบาด, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fa4af2c1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอดื้อ&#039;แนะ&#039;6อย่า&#039;ในโควิด ช่วยตัวเองได้ = ช่วยคนไทยทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะ​แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudh ว่า &amp;nbsp;อย่า.... ในโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทนงตนว่าเป็นหนุ่มสาวหรือไม่มีโรคประจำตัวแล้วไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* นอกจากจะเป็นตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพแล้ว เราเห็นกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงพยาบาลขณะนี้ ที่คนแข็งแรงอาการหนักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าคิดว่าเมื่อติดเชื้อแล้วและเริ่มมีอาการ จะรักษาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* กลไกของการติดเชื้อเมื่อเข้าร่างกายแล้วจะเพิ่มจำนวนและถ้าหยุดยั้งไม่ได้หรือไม่ทัน เชื้อจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างกายอีกระบบที่ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสอื่นๆ &amp;nbsp;จากผลของการอักเสบจะกระทบทุกอวัยวะในร่างกายและทำให้เลือดข้น เกิดลิ่มเลือดเล็กๆทั่วไป ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าคิดว่ามียาต้านไวรัสแค่นั้นก็พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นจำเป็นต้องให้ยากดการอักเสบซึ่งทำให้ติดเชื้ออื่นได้ง่ายขึ้นจากการกดภูมิคุ้มกันและปอดอักเสบที่เห็นนั้นจะกลายเป็นทั้งจากไวรัสและแบคทีเรียซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าคิดว่าถ้าตัวเลขลดลงหมายความว่าต่อไปนี้ไม่ต้องระวังตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* ต้องเข้าใจข้อจำกัดของการที่จะตรวจให้ได้ทุกคนในทุกพื้นที่ของประเทศ แม้ว่าตัวเลขจะลดลงก็ตามยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวและไม่แสดงอาการอยู่ทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเข้าไปในสถานที่แออัด ที่อับ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* สถานที่ดังกล่าวและยิ่งมีคนที่แพร่เชื้อได้หลายคนโอกาสที่จะได้รับเชื้อยิ่งสูงขึ้นและจำนวนเชื้อมากขึ้นตั้งแต่ต้น และเชื้อที่อยู่กับละอองฝอย จะอบอวลอยู่ในอากาศได้นาน และแม้เมื่อตกพื้นไปแล้วการเดินจะกระพือให้ละอองฝอยเหล่านี้ลอยขึ้นอีก (จากข้อมูลของประเทศจีนตั้งแต่ปี 2563)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่านิ่งนอนใจในภาวะโรคประจำตัวทุกอย่าง ต้องคุมให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* โรคประจำตัวจะเปิดโอกาสทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นและเกี่ยวข้องกับกลไกในการรับเชื้อ และการเพิ่มจำนวนของเชื้อได้เก่งขึ้นและนอกจากนั้นโรคประจำตัวหลายชนิด จะมีลักษณะของการเอื้อให้เกิดมีการอักเสบในร่างกายอยู่แล้วเช่นโรคหัวใจอัมพฤกษ์การอักเสบของข้อ การรักษาจะยิ่งซับซ้อนขึ้น ทั้งจาก โควิด-19 เองและโรคประจำตัวที่ปะทุซ้ำซ้อนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปสั้นๆว่า ต้องรักษาตัวให้แข็งแรงคุมโรคประจำตัวให้หมดจดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการเอาตัวเข้าไปในที่เสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยตัวเองได้ = ช่วยคนไทยทั้งประเทศ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
w88
ufa365
pigspin
ib888
ufa168
gclub
ufa
z8
pgslot99
m98bet</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100036</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e2a728f589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธีระวัฒน์ &quot;โพสต์ถี่ยิบ เชื่อระบาดเข้าระลอก 3แล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;6เม.ย.64-ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha เมื่อ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอก 3 ขณะนี้ เข้าตามคุณสมบัติ แล้ว คือ คนติดเชื้อไม่มีอาการ &amp;nbsp;กระจายไปทั่วแล้ว
ระลอก 3 ขณะนี้ เข้าตามคุณสมบัติ แล้ว คือ คนติดเชื้อไม่มีอาการ &amp;nbsp;กระจายไปทั่วแล้ว
รอสัญญาณสุดท้าย&amp;nbsp;
-----------------
หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมงโพสต์ข้อความว่า &amp;quot; รพ. ตรวจคนไข้ drive through ตั้งแต่ 1 เมย 64 ประมาณ 1,000 + ราย พบผู้ติดโควิด -19 ถึงเมื่อวาน 106 ราย ( ประมาณ 9%) ส่วนใหญ่ไปเที่ยว สถานบันเทิง&amp;quot;
---------------------
โพสต์ล่าสุด
การออกอาการ ที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ที่เป็นอาการหนัก
ตัวเลขจริง น่าจะมากกว่า ทั้งที่ไม่รู้ตัว ว่าติด และไม่ได้ตรวจ
ยอดพุ่งเพิ่ม! ไทยพบติดโควิดใหม่ 250 ราย ติดในประเทศ 245 ราย ตรวจพบเจอในกทม. มากสุดถึง 156 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98494</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606bc3eb1035c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
