<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวมแว่นกันแดด-รู้รอบเลือกกิน ตัวช่วย..บำรุงสายตาคนสูงวัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(คนสูงวัยที่ต้องออกแดด หรือทำงานกลางแจ้ง สามารถป้องกันโรคต้อกระจกด้วยการสวมแว่นกันแดดอย่างสม่ำเสมอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2568 คาดว่าจะมีสูงอายุร้อยละ 20 จากประชากรทั้งหมด โดยที่ร้อยละ 85 ของผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้ และที่ต้องพึ่งพิงคนอื่นเกือบร้อยละ 15 ผลกระทบสุขภาพของผู้สูงอายุนอกจากโรคเรื้อรังสุดฮิตทั้งอันดับต้นๆ คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วนลงพุง และโรคข้อเสื่อมแล้ว ยังพบว่ามีผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 70 ที่สายตาไม่ดี การมองเห็นไม่ชัดเจน เกิดภาวะสายตาเลือนราง หรืออาจตาบอดถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก ซึ่งโรคตาที่พบมากในผู้สูงอายุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น &amp;ldquo;การมีสุขภาพดวงตาที่ดี&amp;rdquo; ไม่เพียงทำให้การมองเห็นดีขึ้น แต่ยังทำให้การใช้ชีวิตของผู้สูงวัยเต็มไปด้วยความสุข และเมื่ออายุมากขึ้น ความเสื่อมของร่างกายก็พบได้บ่อยขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพตา ทั้งต้อกระจก ไหนจะต้อหินที่พบได้บ่อยสำหรับคนวัยหลัก 5 หลัก 6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์และผู้อำนวยการศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่เป็นปัญหาสายตาผู้สูงวัย ตลอดจนการดูแลป้องกันไว้น่าสนใจ ว่า &amp;ldquo;การเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงวัยใกล้ตัวในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพดวงตา เพราะ &amp;ldquo;ดวงตา&amp;rdquo; เป็นอวัยวะหนึ่งที่มีความบอบบาง และมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนเรา และเมื่ออายุมากขึ้น เท่ากับว่าดวงตาถูกใช้งานมาเป็นเวลานานขึ้นด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคและปัญหาทางด้านสายตาต่างๆ อาทิ โรคต้อกระจก ต้อหิน และจุดภาพชัดที่ จอตาเสื่อม ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ภาวะสายตายาวตามอายุ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์ดิจิตอลหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ได้พักสายตา ประกอบกับแสงสีน้ำเงิน (Blue light) จากหน้าจอของอุปกรณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาล้า มีอาการตาแห้ง แสบตา เคืองตา ปวดตา ตาพร่า เกิดภาพเบลอหรือภาพซ้อน ปวดศีรษะ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้สูงวัยจำนวนมากใช้อุปกรณ์ดังกล่าวในชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนบ่อยๆ ควรเลือกสวมแว่นกรองแสงที่ป้องกันแสงสีน้ำเงินและสีฟ้า จากการใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในส่วนของการป้องกัน &amp;ldquo;โรคต้อกระจก&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโรคของความเสื่อมและพบได้ในผู้สูงอายุอยู่แล้ว โดยทั่วไปคนไทยจะเริ่มต้นที่อายุ 50 ปีโดยปกติ แต่ในส่วนของบางรายที่มีโรคประจำตัวอย่าง โรคเบาหวาน หรือโรคประจำตัวบางโรคที่ต้องใช้สเตียรอยด์เป็นประจำ ก็จะทำให้เป็นโรคต้อกระจกได้ค่อนข้างง่าย การดูแลอันดับแรกตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การใช้ยาหรือประจำตัวก็ต้องรักษาให้ดี และหมั่นมาพบแพทย์หากมีปัญหาสุขภาพตา รวมถึงเรื่องของรังสียูวี เนื่องจากมีงานวิจัยว่าผู้ที่ทำงานอยู่กลางแจ้งอาจทำให้เป็นโรคต้อกระจกได้ ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันโรคต้อกระจก คือหมั่นสวมแว่นกันแดดที่มีคุณภาพ หรือสามารถกันรังสียูวีได้ 100 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;โรคต้อหิน&amp;rdquo; สาเหตุที่พบคือกรรมพันธุ์ ถ้าในบ้านมีใครที่เป็นโรคต้อหิน ลูกหลานก็อาจจะต้องมารับการตรวจดูต้อหิน หรือหมั่นมาตรวจดวงตาเสมอ กระทั่งคนที่มีความดันตาสูง ซึ่งหากจักษุแพทย์วัดแล้วว่าค่าความดันลูกตาสูงเกิน 20 มิลลิเมตรของปรอท ก็อาจจะต้องตรวจดูต้อหินด้วยเช่นกัน เพราะโรคนี้เมื่อเป็นระยะเริ่มต้นอาจจะไม่มีอาการ ก็ต้องหมั่นมาพบจักษุแพทย์สม่ำเสมอครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่ใช้สมาร์ทโฟนจำเป็นต้องปกป้องสุขภาพดวงตาด้วยการสวมแว่นกรองแสง เพื่อป้องกันแสงสีฟ้าและสีน้ำเงิน ที่ทำให้ดวงตา เหนื่อยล้าและปวดตา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.นพวุฒิบอกอีกว่า สำหรับการดูแลรักษาดวงตาให้หลีกหนีจากโรคภัยและปัญหาต่างๆ สามารถทำได้โดย การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารหลัก 5 หมู่ ที่คนไทยรับประทานก็สามารถช่วยป้องกันโรคทางตาได้ โดยต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพดวงตาตาแต่เนิ่นๆ อย่างที่เรียนไปตอนต้น ไม่ว่าจะสวมแว่นกันแดดสม่ำเสมอ ตลอดจนการสวมแว่นกรองแสง เมื่อต้องจ้องหน้าจอคอมพ์เป็นเวลานานๆ การใช้สายตาอย่างพอเหมาะ หากมีการใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานควรพักสายตาโดยการเปลี่ยนอิริยาบถหรือทำกิจกรรมอื่นแทน หากจำเป็นต้องใช้คอนแทคเลนส์ การทำความสะอาดถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ดวงตาเจอกับเชื้อโรคต่างๆ ตลอดทั้งวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับการดูแลป้องกันสุขภาพดวงตา โดยการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตา เช่น ผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาอย่าง ผักบุ้ง ผังคะน้า หรือผักที่สีส้มอย่าง ฟักทองและแครอต ที่มีเบตาแคโรทีน ซึ่งจะช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสื่อมของสุขภาพตา รวมถึงสารลูทีน เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ซึ่งอาหารที่กินช่วยป้องกันโรคทางตาได้ แต่สุดท้ายการตรวจสุขภาพดวงตา รวมถึงการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ จะทำให้เรารู้ถึงสุขภาพดวงตาของเราเอง เมื่อเกิดปัญหาหรือโรคต่างๆ จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24365</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์, โรคต้อกระจก, โรคต้อหิน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1650e3b02bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
