<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดันตั้งสภากัญชา เกษตรกรปลูกได้ หนุนสูตรอ.เดชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภากัญชาฯ ชงนายกฯ ตั้ง &amp;ldquo;สภากัญชาแห่งประเทศไทย&amp;rdquo;ภายใต้กฎหมาย ให้เกษตรกรมีสิทธิร่วมลงทุนหรือปลูกในนามสหกรณ์-วิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านละ 1-3 ไร่ หนุนตั้งศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยกัญชาทุกอำเภอ ขณะที่นักวิชาการร่วมจับมือเดินหน้าวิจัยตำรับกัญชาสูตร &amp;quot;อ.เดชา&amp;quot; หากผ่านการอนุญาตแจกผู้ป่วยทันที พร้อมดันแก้กฎหมายเอื้อผู้ป่วยเข้าถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (สำนักงาน ก.พ.) ข้างทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 เมษายน นายวัฒนา โมสิกมาศ ประธานสภากัญชาแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้กัญชาสามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมยื่นข้อเสนอ 1.ขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งสภากัญชาแห่งประเทศไทย โดยให้ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ 2.ขอให้เกษตรกรและประชาชนมีสิทธิร่วมลงทุนหรือปลูกกัญชาในนามสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนจำนวนหมู่บ้านละ 1-3 ไร่ในปีแรก 3.ขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บำบัดและรักษาผู้ป่วยและผู้ป่วยมะเร็งด้วยกัญชาในทุกอำเภอของประเทศ และ 4.ขอให้จัดตั้งคณะกรรมการกัญชาแห่งชาติ เพื่อควบคุมและดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการประชุมร่วมกันระหว่าง 11 องค์กร เพื่อหาแนวทางสนับสนุนการวิจัยน้ำมันกัญชาของนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ประกอบด้วย จุฬาฯ ม.ขอนแก่น ม.รังสิต กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี มูลนิธิข้าวขวัญ และภาคประชาสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือ ผศ.ภญ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ แถลงว่า ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันขับเคลื่อนโครงการวิจัยน้ำมันกัญชาของ อ.เดชา โดยจะยื่นขออนุมัติโครงการจาก อย.ในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ และขออนุมัติคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ช่วงกลาง พ.ค. นอกจากนี้ จะเสนอคณะกรรมการการแพทย์แผนไทย พิจารณาให้น้ำมันกัญชาตำรับ อ.เดชา เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม สำหรับการผลิตน้ำมันกัญชาจะดำเนินการขอของกลางจาก ป.ป.ส. และจะประสานของบสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยความรู้ที่เกิดจากการวิจัยนี้จะมอบให้เป็นสมบัติสาธารณะ ส่วนในอนาคตจะเดินหน้าวิจัยองค์ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของสายพันธุ์กัญชา และสารออกฤทธิ์กัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า มีอีก 3 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ อ.เดชา คือ 1.การพิจารณารับรองเป็นหมอพื้นบ้านของ สสจ.สุพรรณบุรี คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ 2.หลังอ.เดชาเป็นหมอพื้นบ้านจะเข้าอบรมหลักสูตรการใช้กัญชาทางการแพทย์ของกรม วันที่ 29-30 เม.ย.นี้ หากผ่านเกณฑ์การประเมิน ก็จะส่งเรื่องให้ อย.ออกใบอนุญาตเป็นหมอพื้นบ้านที่สั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์ได้ ตรงนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และ 3.หาก อ.เดชาจะใช้น้ำมันกัญชาสูตรของตนเอง ซึ่งนอกเหนือจากที่อนุญาตให้ใช้ 16 ตำรับ ก็ให้เอาสูตรมานำเสนอให้คณะกรรมการกรมการแพทย์แผนไทยฯ พิจารณาว่าเป็นไปตามภูมิปัญญาดั้งเดิมหรือไม่ ซึ่งไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็สามารถเอามาขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณกับ อย.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากยื่นตำรับของ อ.เดชา เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม ตามข้อกำหนดองค์การอนามัยโลก กำหนดว่า ภูมิปัญญาดั้งเดิมไม่ต้องผ่านการศึกษาวิจัยในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ว่ามีสารอะไรบ้าง ก็จะเร่งพิจารณาตรงนี้ก่อน จากนั้นเมื่อยื่นคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก็จะง่ายขึ้น&amp;quot; นพ.ปราโมทย์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภก.วชิระ อำพนธ์ ที่ปรึกษา อย. กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้ ทางจุฬาฯ จะเป็นผู้ดำเนินการยื่นวัตถุประสงค์การวิจัยต่อคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ซึ่งจะมีการประชุมทุกเดือน โดยอาจจะเป็นต้นเดือน พ.ค.นี้ แต่คาดว่าไม่น่ามีปัญหาในการอนุมัติดำเนินการ ส่วนข้อกังวลว่าหลังจากวันที่ 19 พ.ค.นี้ หรือหลังนิรโทษฯ จะมีกัญชาใช้หรือไม่ โครงการศึกษาวิจัยนี้จะตอบโจทย์ 2 ทาง คือ ได้การศึกษาวิจัยด้วย และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้และมาร่วมโครงการนี้ก็จะสามารถใช้กัญชาบำบัดรักษาตนเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต กล่าวว่า ปัจจุบันคนขึ้นทะเบียนครอบครองน้ำมันกัญชากับ อย. ประมาณ 1 พันคน แต่เท่าที่มีโอกาสพูดคุย อาจจะมีคนแอบใช้ 8 แสนคนถึง 2 ล้านคน ดังนั้นที่ขึ้นทะเบียนยังน้อยมาก สะท้อนว่าหากยังปล่อยให้ใช้ และมีขั้นตอนแบบนี้ จะยังมีคนใช้ใต้ดิน ไร้การตรวจสอบคุณภาพ และราคาแพงอีกจำนวนมาก จากการวิเคราะห์สถานการณ์ที่คนมาขึ้นทะเบียนน้อย เพราะไม่แน่ใจสถานภาพหลังพ้นช่วงนิรโทษกรรม 19 พ.ค. ดังนั้นต้องทำกรณี อ.เดชาให้ชัดเรื่องการเข้าสู่กระบวนวิจัย และอีกทางคือรัฐต้องแก้กฎหมายอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยใช้ได้คล่อง ยืดหยุ่น โดยเฉพาะช่วงที่ภาครัฐสามารถอำนวยความสะดวกในการให้ยาผู้ป่วยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชากล่าวว่า ความตั้งใจของตนคือให้ผู้ป่วยได้รับยาเร็วที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วย เดิมกว่า 5 พันคนที่กำลังรอยาอยู่ เพราะขาดยามาตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. รวมถึงผู้ป่วยใหม่ ดังนั้นให้ตนเป็นอะไรก็ได้ ให้เป็นหมอ ให้เป็นนักวิจัยก็ทำ ส่วนของกลางที่ ปปส.จับไปนั้น ใช้ไม่ได้ เพราะเป็นต้นกัญชา และน้ำปลา 25 ลิตร ดังนั้นที่จะต้องมาใช้สำหรับการวิจัยจะไปขอคัดของกลางที่ ปปส.จับมา ซึ่งทราบว่ามีหลายเกรด เกรดเป็นยาก็มี แต่เอามาแล้วก็ จะต้องตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย เรื่องการปนเปื้อนอีกครั้ง สำหรับการวิจัยนี้เป็นการให้ยากับผู้ป่วยไปเรื่อยๆ และบันทึกเอาไว้ว่าสามารถรักษาอะไรได้บ้าง ทำไปเรื่อยๆ ผลที่ได้ก็จะยกประโยชน์ให้กับสังคม อย่างไรก็ตาม เมื่อทำเรื่องการให้ยากับผู้ป่วยแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือผลักดันกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้กัญชาทางการแพทย์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลังพ้นวันนิรโทษฯ คือวันที่ 19 พ.ค. ปัญหาคือผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีส่วนประกอบของกัญชาจะทำอย่างไร เมื่อไม่พอใช้ หรือหาไม่ได้ เพราะเชื่อว่ารัฐไม่สามารถตอบสนองตรงจุดนี้ได้เพียงพอ เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ทางผู้ป่วยทุกคนต้องช่วยกันออกมาเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงการรักษา ขณะเดียวกันต้องเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ใต้ดิน หรือผู้ที่มีความรู้ในการใช้กัญชารักษาโรคที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดิน เพื่อให้มาช่วยเหลือในการใช้กัญชารักษาโรค เพราะเขามีองค์ความรู้ เพื่อมาช่วยหรือเสริมแพทย์แผนปัจจุบันที่จะอบรมการใช้กัญชารักษาโรคจำนวน 200 คน ซึ่งไม่มีทางพอ และไม่อาจยังไม่มั่นใจกับการใช้กัญชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่หารือเสนอว่าจะมีสถาบันหนึ่งเป็นองค์กรกลาง ประสานกลุ่มคนใต้ดินเหล่านี้ขึ้นมา ให้มั่นใจว่าจะไม่มีโทษ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงการรักษาด้วยกัญชาให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการใช้แบบแอบๆ ซ่อนๆ เช่นเดิม จึงต้องรีบเตรียมพร้อมก่อนจะพ้นกำหนด 90 วันนิรโทษฯ ครอบครองกัญชา&amp;quot; ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่และทีมงานจากหลายภาคส่วนได้เร่งจัดเตรียมสถานที่ในการจัดงาน &amp;ldquo;พันธุ์บุรีรัมย์&amp;rdquo; มหกรรมความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์และความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ ในระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย.นี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ต.อิสาณ อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ เพื่อหวังสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของกัญชาให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายในงานจะมีการจัดเสวนาจากแพทย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมายระดับประเทศ ถ่ายทอดความรู้การนำกัญชาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน นิทรรศการการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย, จำลองการปลูกจนถึงกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันกัญชา, ชมกัญชาสายพันธุ์ต่างๆ, กิจกรรมเวิร์กช็อปวิธีปลูกและแปรรูปนิทรรศการอาหารจากกัญชารักษาโรค, บูธขายสินค้าสมุนไพรไทยและสุขภาพ, กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเปิดให้จดแจ้งครอบครองกัญชาแก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ เปิดลงทะเบียนและรับรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มหกรรมอาหารร้านอร่อยจากภาคอีสาน และคอนเสิร์ตศิลปินฮิปฮอป-เร็กเก้-อิเล็กทรอนิกส์ ชื่อดังกว่า 70 วงด้วย ซึ่งคาดว่าตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน จะมีประชาชนทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ นักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 100,000 คน. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33941</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, วัฒนา โมสิกมาศ, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb88ce0d4949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
