<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำหนดแนวทางนำเข้าวัคซีนโควิดโดยเอกชน ต้องมียี่ห้อแตกต่างจากรัฐ จัดส่งได้ทันในปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะทำงาน ถึงแนวทางในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 สำหรับใช้ในสถานพยาบาลของรัฐ และวัคซีนทางเลือกเพื่อนำมาให้บริการในสถานพยาบาลเอกชน โดยควรกำหนดให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งสถานพยาบาลภาคเอกชนควรคัดเลือกวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก ที่มีคุณลักษณะหรือยี่ห้อที่แตกต่างจากวัคซีนที่ภาครัฐนำเข้ามา และสามารถจัดส่งวัคซีนได้ทันภายในปี 2564 รวมทั้งในอนาคตกรณีที่มีการวิจัยและผลิตวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม ก็สามารถนำเสนอวัคซีนทางเลือกรายการอื่นเพิ่มเติมต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะทำงานฯยังได้สรุปการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมสำหรับภาครัฐ ประกอบด้วย Pfizer, Sputnik V และ Johnson &amp;amp; Johnson และในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนนั้น ที่ประชุมคณะทำงานฯมีความเห็นว่า ควรเป็นวัคซีนโควิด-19 ในรายการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ให้บริการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภาครัฐ เช่น Moderna, Sinopharm หรือวัคซีนอื่นที่มีการขึ้นทะเบียนต่อไปในอนาคต โดยขอให้มีการควบคุมราคาการให้บริการในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทางเลือกให้กับประชาชนในสถานพยาบาลเอกชนให้สมเหตุสมผล และมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งที่ประชุมคณะทำงานฯได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ช่วยผลักดันให้มีบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายวัคซีนเข้ามาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดหาวัคซีนในสถานพยาบาลเอกชนนั้น องค์การเภสัชกรรมจะเป็นผู้บริหารจัดการและประสานกับบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายวัคซีน โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย (Product Liability) และสถานพยาบาลเอกชน/ภาคเอกชนที่ประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องชำระเงินจองวัคซีนโควิด-19 ทางเลือกล่วงหน้าให้แก่องค์การเภสัชกรรมเต็มจำนวนมูลค่าการสั่งซื้อ 100% รวมทั้งจัดทำประกันสำหรับกรณีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยภาคเอกชนที่มีความประสงค์จะขอนำเข้าวัคซีนทางเลือก สามารถดำเนินการแต่งตั้งตัวแทนจากบริษัทวัคซีนต้นทางและยื่นหนังสือต่อองค์การเภสัชกรรม โดยที่ประชุมคณะทำงานฯเห็นควรมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) เพื่อดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนในการจัดหาวัคซีน ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดหาวัคซีนที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102072</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นายอนุชา บูรพชัยศรี, นำเข้าวัคซีนโควิด, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bbd7195a41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งปลดล็อกการนำเข้าวัคซีนให้ได้เพิ่มขึ้น วอนปชช.อย่าไปที่อโคจร  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64- ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; แถลงภายหลังการหารือกับตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข นำโดยมีเกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ล่าสุดการเผยแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 โดยนายกฯได้บอกให้สื่อมวลชนระมัดระวังตัวกันด้วยในช่วงนี้&amp;nbsp; พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ตนเคยพูดไว้ว่าอะไรจะเกิดมันก็เกิด ตราบใดที่เรายังควบคุมไม่ได้ทั้งหมด แต่เมื่อเกิดแล้วเราต้องแก้ไข เราต้องดำเนินการต่อไปมันไม่มีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นแล้วจะจบปุ๊บปั๊บ&amp;nbsp; โดยเฉพาะเชื้อโรค วันนี้เราต้องมองไปข้างหน้าว่า ตอนนี้มีโควิดแล้ว&amp;nbsp; ข้างหน้าจะมีอะไรตามมีอีกหรือเปล่าไม่รู้เพราะโรคติดเชื้อมันมีมาทุก 5-10ปี เป็นเชื้อพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สรุปว่าวันนี้ นายกฯให้ความสำคัญกับการแพร่ระบาดในช่วงนี้ ทุกครั้งที่มียอดผู้ติดชื้อมากขึ้นก็เป็นธรรมดาที่เรามาพูดคุยกัน หาความร่วมมือระหว่างกัน วันนี้ได้เชิญทุกฝ่ายมาทำความเข้าใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาลในฐานะผู้บริหารในภาพรวม&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวข้องดูแลทางการแพทย์ การอำนวยความสะดวก การดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีน และ วันนี้ได้เชิญทางโรงพยาบาลเอกชนมาด้วย โดยสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้หารือในหลักการสำคัญคือทำอย่างไรจะมีวัคซีนเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ต้องไปแก้ไขเรื่องของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)&amp;nbsp; หรือ องค์การเภสัชกรรม ที่จะนำเข้าได้หรือไม่อย่างไร ถือเป็นวัคซีนทางเลือกเพราะตอนนี้มีวัคซีนเฉพาะที่รัฐบาลนำเข้า ก็ต้องไปหาทางจะเอาวัคซีนเข้ามาได้อย่างไร เพราะกติกาตอนนี้คือเป็นวัคซีนฉุกเฉินก็ต้องมีการพูดคุยหารือกัน ซึ่งวันนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการโดยมี นพ.ปิยะสกล&amp;nbsp; สกลสัตยาทร อดีตรมว.สาธารณสุข เป็นหัวหน้า สรุปว่าเรากำลังเดินหน้าไปสู่วัคซีนทางเลือกอีกอันหนึ่ง ซึ่งอันนี้จะมีผลต่อโรงพยาบาลเอกชนที่ยังไม่มีวัคซีนอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วย ต้องคุยกับเขาเพราะมีหลักการอย่างอย่างโดยเฉพาะทางด้านกฎหมายต้องไปหารือกันให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยินดีที่โรงพยาบาลเอกชนแสดงเจตจำนง จะหาวัคซีนช่วยภาครัฐ ซึ่งภาครัฐก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีการจดทะเบียบอยู่หลายชนิดเหมือนกัน เพราะการนำเข้ายังมีปัญหาเราต้องไปแก้ปลดล็อกตรงนี้เราจะทำอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่แค่เรา แต่มีปัญหาที่ต่างประเทศด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวต่อว่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ เราจะมีแนวทางว่า 1.วัคซีนที่รัฐจัดหา 2.วัคซีนทางเลือกที่เราจะนำเข้ามาใหม่เพิ่มเติม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภาคเอกชน ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับอย. และ องค์การเภสัชฯด้วยต้องใช้เวลาสักระยะ 3. ดูระยะเวลาการเข้ามาของวัคซีนเมื่อไหร่อย่างไร เพิ่มเติม ซึ่งเดือนเมย.จะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส&amp;nbsp; เดิมเราเข้ามาแล้ว 3.5 แสนโดส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเดือนต่อไปก็จะเข้ามาตามลำดับที่กำหนดไว้ เว้นเสียว่ามีปัญหาที่ต้นทางซึ่งเราคุมได้ยากเพราะวันนี้แพร่ระบาดไปทั้งโลก ซึ่งสำคัญที่เราตระหนกก็คือมีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 200-300-400&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; แต่เราควบคุมได้ โดยหาตัวบุคคลที่ติดเชื้อมาตรวจ&amp;nbsp; โดยมาอยู่ในสถานที่ควบคุม หรือ สเตทควอรันธีน ซึ่งเราเตรียมการไว้ทั้งหมด และได้เตรียมการหากมันแพร่ระบาดมากขึ้นจะทำอย่างไร โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เรากังวล แต่เรายืนยันว่านายกฯไม่ทอดทิ้งใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมอ&amp;nbsp; พยาบาลก็ติดเชื้อเข้าไปอีกเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เชื้อโควิดเข้าไประบาดในโรงพยาบาล ดังนั้นก็ต้องมีโรงพยาบาลสนามเพื่อตรวจคัดกรอง คนที่ไม่รักษาก็ไม่ ต้องรักษาไปอยู่โรงพยาบาลสนาม จะได้แบ่งเบาภาระไปได้ด้วย ส่วนเรื่องน้ำยาตรวจยืนยันว่ามีเพียงพอไม่ได้มีปัญหาอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สรุปว่าวันนี้เราคุยกันว่าการบริหารจัดการวัคซีน การฉีดวัคซีนทางเอกชนก็พร้อมที่จะฉีดช่วยรัฐบาลในระยะแรก ซึ่งรัฐบาลก็จะจัดสถานที่ฉีดให้ ซึ่งเดิมก็ทำอยู่แล้ว แต่ต่อไปถ้ามีวัคซีนทางเลือกเข้ามาใหม่ เขาก็สามารถให้บริการของเขาเองได้ ใช่ไหม อันนี้ก็เป็นกติกาของเราขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเอง&amp;nbsp; ขอให้ใส่หน้ากาก เว้นระห่าง ล้างมือ และเว้นไปในที่อโคจร คืออะไรรู้ไหม คือที่ที่ไม่ควรไป นี่คือมนุษย์ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นายกฯจะไปสั่งห้ามมันก็ไม่ใช่ มันก็มีอย่างเดียวคือปิดสถานบริการ ซึ่งวันนี้ก็มีแผนในการปิดอยู่แล้ว โดยปิดไปแล้ว 190 กว่าแห่ง เหลืออีก 41จังหวัดก็จะปิดไปอีก แล้วใครเดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดี๋ยวก็โอดมาขอความช่วยเหลือจากรัฐอีก ซึ่งมันต้องร่วมมือกันทั้งหมด โทษกันไปกันมาไม่เกิดประโยชน์อไรทั้งสิ้น เดี๋ยวคนรวยติด คนจนติด เราไปแบ่งแยกคนได้อย่างไร เพราะคนทุกคนก็คือคนไทย เราต้องทำงานเพื่อคนไทย นายกฯเข้ามาก็อย่างนี้แหละ มันต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม และวันหน้าก็จะมีการกระจายวัคซีนที่เข้ามาจำนวนมากไปเพิ่มเติมตามจังหวัดต่างๆด้วย ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีก็แล้วกัน หลายคนก็อยากจะฉีดแต่ไม่รู้ไปฉีดที่ไหน ซึ่งวันนี้เรามี แอปหมอพร้อม ก็แจ้งเข้ามา ซึ่งเขาจะนัดไปเองจะนัดไปฉีดที่ไหนอย่างไร เพราะถ้าทุกคนเอาตัวเองว่างโดยให้หมอบริการตามนั้นก็ไม่ได้มันต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง พวกนี้ก็ต้องไปรับการดูแล รัฐบาลก็สามารถใช้มาตรการอื่นเพิ่มเติม สงกรานต์ปีนี้ขอให้เป็นสงกรานต์นิวนอร์มอลที่ปลอดภัยได้หรือไม่ การสรงน้ำพระก็ยังมีอันตรายอยู่ ที่ไหนก็ตามที่มีคนจำนวนมากติดได้หมด เพราะผู้ที่ติดเชื้อบางคนไม่แสดงอาการ สิ่งสำคัญคือการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านดีที่สุด ส่วนหากจะมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ก็ขอให้ใส่หน้ากากกันทั้งสองฝ่ายด้วย ไม่ใช่ข้างหนึ่งใส่&amp;nbsp; ข้างหนึ่งไม่ใส่ ตนเห็นในรูปก็ไม่สบาย ไหว้และรดน้ำพระพุทธรูปได้กุศลที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากไหว้พระแล้วก็ต้องทำกุศล ทำบุญกับพระก็ได้พระ แต่ทำกุศลให้กับคนยากไร้คนจน เราต้องช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน มีจิตสำนักรู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ทุกศาสนาก็มีคำสอนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ห่วงช่วงเดือนรอมฎอน วันนั้นก็ประกาศไปแล้วขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด สถานการณ์โลกยังไม่หยุด มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวันบางประเทศมีผู้เสียชีวิตเป็นแสนคน ของเราก็ไม่ได้มากหรือน้อยเพราะชีวิตก็คือชีวิต แต่ก็ช่วยดูว่าสถานการณ์ภายนอก อาเซียนและเราเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการฉีดวัคซีนจะฉีดช้าหรือฉีดเร็วไม่ใช่ มันอยู่ที่จำนวนวัคซีนที่เรามีอยู่ หลายประเทศเขาได้มาโดยที่ไม่ต้องซื้อด้วยซ้ำไป เป็นการให้บริจาคมาให้ ประเทศเล็ก ๆน้อยๆ หรือการทดลองในระยะก็ส่งให้ทดลองฉีดไปก่อน จะเอาแบบนั้นไหมหล่ะก็ไม่กล้าอีก เพราะมาตรฐานเราดีอยู่แล้ว เราก็ต้องคัดกรองตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเราฉีดช้ากว่าเขา ก็วัคซีนมีเท่านี้ อย่างจังหวัดภูเก็ตที่มีการฉีดวัคซีนได้วันละ 14,000&amp;nbsp; คน ถ้าเต็มเราก็ฉีดได้ถ้ามีวัคซีน ทั้งนี้เราไม่ได้รับการบริจาควัคซีนแต่ ต้องซื้อเองทั้งหมด เพราะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงต้องมองบริบททั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งสำคัญต้องบริหารความเข้าใจ บริหารความรู้สึกคนให้ได้ ลดความแตกแยก ลดความแบ่งแยกกลุ่มนู้นกลุ่มนี้ ทุกคนคือประชาชนของประเทศทั้งสิ้น ผมเองก็ใช่ ในมุมหนึ่งผมเป็นนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีก็ใช่ แต่ผมคือประชาชนไม่ล่ะ หมอพวกนี้เป็นประชาชนไหมล่ะ ทุกคนก็มีสิทธิ์เหมือนกันตามรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องกำหนดขั้นตอน ความเร่งด่วน ความสำคัญต่างๆใครที่อยู่หน้างานก็ต้องดูแลเขาหน่อยทั้งหมอและพยาบาลก็ติดเชื้อกัน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธื กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องลดความแออัดของโรงพยาบาลให้ได้ จึงต้องตั้งงโรงพยาบาลสนาม เพราะหากอยู่ในโรงพยาบาลปกติก็จะไปแพร่เชื้อให้คนอื่นอีกก็ได้มีการหารือกันตรงนี้ ทั้งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการ โดยมีศ.เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นหัวหน้ากับคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุข และเอกชน ที่จะร่วมกันหาวัคซีนเพิ่มเติม รวมถึงการบริหารการฉีดวัคซีนที่ผ่านมาต้องขอบคุณสมาคมโรงพยาบาลเอกชนที่ได้ช่วยมาตลอด แต่วันนี้หากได้วัคซีนมาเพิ่มก็จะสามารถฉีดได้เร็วขึ้น จากที่รัฐบาลจะต้องฉีดวัคซีน 30 ล้านอาจจะลดลงไป วันนี้เราต้องฉีดวัคซีนให้กับคนทั้งประเทศ 40 ล้านคน แต่หาวัคซีนมาได้ 35 ล้าน ที่เหลืออีก 5 ล้านก็ต้องเอาเข้ามาให้ได้ ซึ่งจะมีการหารือกับเอกชนว่าเอาไปฉีดได้ไหมอย่างไร ซึ่งมันมีกติกาเยอะ กฎหมายก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98935</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดหาวัคซีน, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607006c82a7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตั้ง&#039;นพ.ปิยะสกล&#039;นั่งประธานกก.จัดหาวัคซีนทางเลือกอีก 10 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบคโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. . แถลงภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า ในที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องการจัดหาวัคซีน ซึ่งนายกฯมีห่วงใย เนื่องจากมีข่าวออกมามากมายว่าวัคซีนมีผลประโยชน์กับใครบางคนหรือไม่ ผูกขาดการนำเข้าวัคซีนหรือไม่ เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าสัวหรือไม่ นายกฯไม่มีความสบายใจ เพราะที่ผ่านมารัฐมีการชี้แจงอยู่เรื่อยๆ แต่เนื่องจากมีความต้องการวัคซีนมากขึ้น จึงทำให้ดูเหมือนไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ปัจจุบันตามแผน วัคซีนที่รัฐจัดให้ เราหามาได้ 61 ล้านโดส คือ วัคซีนของซิโนแวค และแอสตราเซเนกา จะฉีดให้ประชาชนได้ 31 ล้านคน รวมกับการจัดหาเพิ่มเติม จะได้ทั้งหมด 70 ล้านโดส ครอบคลุมประชาชน 35 ล้านคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกฯจึงถามว่าเราต้องการฉีดให้ได้เท่าไหร่เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติรายงานว่าจะต้องฉีดให้ได้ 45 ล้านคน คนละ 2 โดส จึงขาดอีก 10 ล้านโดส จึงต้องหาวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชน ทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนจึงเสนอตัวว่าเขามีความสามารถเชื่อมโยงกับเอกชน แต่ขอให้รัฐช่วยอำนวยความสะดวก เพราะหน่วยงานเจ้าของวัคซีนต้องการจดหมายจากรัฐ และอยากให้องค์กรเภสัชกรรมช่วยสั่งซื้อแล้วให้เอกชนไปขอแบ่งซื้อ นายกฯระบุว่าเห็นด้วยทั้งสิ้น และมอบนโยบายไปว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เอกชนมีส่วนร่วมใน 10 ล้านโดสนี้ และให้ภาครัฐสนับสนุน ซึ่งอาจจะได้ช้าหรือเร็ว หรือมีราคา แต่ต้องปลอดภัยกับประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯจึงได้มอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค.เป็นประธานชุดนี้ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม องค์การอาหารและยา อธิบดีกรมควบคุมโรค ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เข้ามาเป็นกรรมการชุดนี้ และให้รายงานผลต่อนายกฯภายใน 1 เดือน เพื่อขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนทางเลือก ซึ่งขณะนี้เราได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนไปแล้ว 3 ยี่ห้อ ประกอบด้วย ซิโนแวค แอสตราเซเนกา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ส่วนวัคซีนทางเลือกอื่นๆ อาทิ ไฟเซอร์ สปุตนิก ซิโนฟาร์ม เพื่อกระจายความเสี่ยงให้หลากหลาย&amp;rdquo;นพ.ทวีศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ส่วนการบริหารจัดการการฉีดวัคซีน นายกฯมีความห่วงใยและแจ้งปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ฉีดให้เร็วขึ้น ขณะที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ตอนนี้เรามีศักยภาพสามารถฉีดได้ 1.4 หมื่นคนต่อวันที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งประเทศอื่นใช้เวลาเป็นเดือน ศักยภาพเราไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตาม การบริหารวัคซีนต้องเปลี่ยนตามสถานการณ์ เพราะเคสส่วนใหญ่ตอนนี้กระจุกอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนได้รับวัคซีนไม่เพียงพอ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงยืนยันว่าทำได้ และจะดำเนินการจัดให้โดยเร็ว ส่วนนายกฯสั่งการว่าการฉีดวัคซีนต้องปรับตามสถานการณ์ พื้นที่ บุคคล ตอนนี้ใน 41 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ต้องได้ก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยงให้กับกลุ่มก้อนของสถานบันเทิง เช่น ที่ทองหล่อ จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้มากน้อยเพียงใด นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การให้บริการดังกล่าวเป็นไปตามกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในแผนที่ต้องดำเนินการ ดังนั้น จึงเป็นการให้บริการเชิงรุกของแต่ละหน่วยงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98932</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070021207921.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยภาพ&quot;ปลัดสธ.- ทีมอาจารย์แพทย์ &quot;ประชุมทางไกล ถกรับมือสถานการณ์โควิดระลอก3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8เม.ย.64- นายแพทย์เกียรติภูมิ &amp;nbsp;วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC), นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร, &amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, นพ.โสภณ &amp;nbsp;เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ประชุมระบบทางไกล (VDO Conference) กับผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ถึงความคืบหน้าสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19 &amp;nbsp;(COVID-19) ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2564 ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร &amp;nbsp;ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98765</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.อุดม คชินทร, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ศ. นพ.ประสิทธิ์ วัีฒนาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e9852bbf8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์อาวุโส &quot;หมอปิยะสกล -หมอสมศรี&quot;แท็กทีมร่วมกับนายกฯ ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า สร้างความเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 มี.ค.64 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมควบคุมโรค &amp;nbsp;ได้รวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดจากต่างประเทศ และองค์การอนามัยโลก ซึ่งยืนยันว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไม่เกี่ยวกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ สามารถฉีดได้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนไทย และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นว่าสามารถเดินหน้าฉีดต่อไปได้ โดยบ่ายวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการวิชาการ เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น หากไม่มีข้อมูลขัดแย้งเพิ่มเติม พรุ่งนี้เริ่มทำการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 60 ปีขึ้นไปในจังหวัดเป้าหมายตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรี ได้แสดงเจตจำนงว่ามีความพร้อมในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ตลอดเวลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยการฉีดวัคซีนให้กับผู้นำประเทศต้องได้รับคำยินยอมจากคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ได้เตรียมวัคซีนทั้งจากแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค เพื่อฉีดให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่สมัครใจ ตาม 8 ขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มีการจัดห้องสังเกตอาการ และกรมการแพทย์ได้จัดรถพยาบาลพร้อมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลราชวิถีกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยอาจารย์ยง ภู่วรวรรณ จะเป็นผู้ฉีดให้กับนายกรัฐมนตรี และจะรับการฉีดพร้อมกับอาจารย์แพทย์อาวุโส เช่น ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ จะร่วมกันฉีดครั้งนี้ด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ส่วนสถานบริการอื่นๆ จะเริ่มฉีดวัคซีนจาก แอสตร้าเซนเนก้าที่ได้รับการกระจายไปพร้อมกัน ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. มีความปลอดภัย และกระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบดูแลภายหลังการฉีดวัคซีนไว้พร้อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 จากแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 117,300 โดส ซึ่งจะเน้นฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงเป้าหมายที่อายุเกิน 60 ปี และจะได้รับจำนวนมากในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ขอยืนยันว่า วัคซีนโควิด 19 มีเพียงพอ ซึ่งวันที่ 20 มีนาคมนี้จะได้รับวัคซีนจากซิโนแวคอีก 800,000โดส รวมทั้งได้เจรจาจัดหาวัคซีนจากชิโนแวคเพิ่มอีกจำนวน 5 ล้านโดส และได้มีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นๆ ที่สามารถนำส่งวัคซีนมายังประเทศไทยก่อนที่วัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยจะผลิตออกมา เป็นการเสริมความเข้มแข็งของระบบการฉีดวัคซีนของประเทศ ซึ่งต้องรอบคอบและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาคเอกชนคาดว่าอีกไม่กี่เดือน จะสามารถติดต่อเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนที่ได้รับการผ่อนคลายจากสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้นและใช้ในสถานการณ์ปกติได้ ซึ่งทางอย. พร้อมให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวกในการนำเข้า รวมถึงกรมควบคุมโรคและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะสนับสนุนเรื่องการอบรมและขึ้นทะเบียนโรงพยาบาลเอกชนที่มีความประสงค์ที่จะให้บริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96137</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์, แอสตร้าเซเนก้า, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f2c0f201b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจงยิบ!ชะลอฉีดวัคซีนแอสตราฯเพื่อรอดูผลสอบสวนของยุโรป เป็นคนละล็อตกับที่ไทยใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - เมื่อเวลา​ 09.00​ น.​ ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)มีการแถลงข่าวโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ​ และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข​ กรณีการชะลอฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา โดยนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. กล่าวว่า เราจำเป็นจะต้องชะลอการดำเนินการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาไปก่อน โดยเมื่อคืนวันที่ 11 มี.ค.มีการประกาศออกมาจากประเทศเดนมาร์ก ออสเตรีย และทางทวีปยุโรปซึ่งนำวัคซีนของแอสตราเซเนกาไปฉีดแล้วเป็นล้านๆ โดส แต่เขาเจอผลข้างเคียง ทำให้เลือดแข็งตัวในหลอดเลือดดำ และทำให้มีผลที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เดนมาร์กจึงประกาศชะลอการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาไปก่อน สิ่งนี้ทำให้ทางคณะแพทย์และทีมงานทางด้านการฉีดวัคซีนต้องนำมาพิจารณา ซึ่งการฉีดวัคซีนให้กับคนไทย ทางกระทรวงสาธารณสุข และทีมคณะแพทย์หวังอย่างเดียวคือวัคซีนนั้นต้องปลอดภัยที่สุดสำหรับประชาชน เมื่อมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เราไม่จำเป็นต้องรีบฉีด แม้แอสตราเซเนกาจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี แต่เมื่อมีคนบอกให้ชะลอก่อนเราจึงควรที่จะฟังผลนั้น โดยเดนมาร์กหรือออสเตรเลียกำลังไปตรวจสอบว่าผลนั้นเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนหรือไม่ ฉะนั้น ประเทศไทยควรจะใช้โอกาสที่ให้ความปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด จึงเห็นว่าควรชะลอ เพื่อรอผลการสืบค้นจากเดนมาร์ก และมีหน่วยงานทางด้านยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า ความปลอดภัยของประชาชนคือเป้าหมายสูงสุดของ สธ. และวัคซีนของแอสตราเซเนกาไม่ใช่วัคซีนที่ไม่ปลอดภัย ที่มีการฉีดไปแล้วทั้งโลก 34 ล้านโดส มีผลข้างเคียงบ้าง เขากำลังสืบค้นอยู่ แต่เป็นเพียงการชะลอออกไปอย่างมาก 1-2 สัปดาห์ เมื่อมีผลสืบสวนออกมาแล้ว ยิ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้รับการยืนยันชัดเจนว่าปลอดภัย ถึงจะมาฉีดให้คนไทย ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลจะมอบให้กับประชาชนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ การฉีดวัคซีนในขณะนี้ไม่ได้หยุด ของแอสตราเซเนกาเราสั่งมาช่วงนี้แค่ 1 แสนโดส แต่ของซิโนแวค ยังมีอยู่อีก 1.8 ล้านโดส ที่กำลังจะเดินทางมา เหลือเวลาในช่วงนี้ ซึ่งจะฉีดให้กับประชาชนมีความจำเป็นในขั้นแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สืบเนื่องจากแอสตราเซเนกาได้มีการส่งวัคซีน 1 ล้านโดสให้กับ 17 ประเทศในสหภาพยุโรป และมีการทยอยฉีด แต่ที่เดนมาร์กพบผู้ป่วย 1 ราย ที่เสียชีวิต ขณะเดียวกัน มีผู้ป่วยหลายรายที่เกิดลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดต่างๆ ทางรัฐบาลเดนมาร์กมีการประกาศชะลอ 2 สัปดาห์เพื่อสืบค้น แต่ยังไม่ได้บอกว่าเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน แต่เมื่อไหร่ที่มีแบบนี้โดยทั่วไป ด้วยความปลอดภัยจะชะลอหยุดการฉีดก่อนเพื่อไปสืบค้น ขณะเดียวกัน ผลที่ตามมาคือ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ และนอร์เวย์ก็ประกาศตามมาให้หยุดการใช้ แต่ไอซ์แลนด์แจ้งเลยว่าไม่ได้เกิดเหตุการณ์ของการเกิดลิ่มเลือด แต่ประกาศเพื่อความปลอดภัย ขอชะลอเพื่อดูผลการสืบค้นของ European Medicine Agency (EMA) ที่เป็นหน่วยงานทำข้อมูลสืบค้นต่างๆ และแม้เมื่อวันที่ 11 มี.ค. EMA ไม่ได้ประกาศให้หยุดการใช้ และยังยืนว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกาปลอดภัย แต่เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ก็จะลงไปสืบค้นอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ประเทศที่ประกาศชะลอการใช้ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยไม่ได้ใช้วัคซีนที่ผลิตโรงงานในยุโรป แต่ทั้งหมดจะขอดูการคอนเฟิร์มอีกหนึ่งครั้งจาก EMA จึงขอสรุปขณะนี้เมื่อเกิดมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในกลุ่มคนฉีดวัคซีน ก็จะมีการสืบค้นโดย EMA ที่จะไปประเมินอุบัตการณ์การเกิดลิ่มเลือดและเทียบเท่ากับคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศทางยุโรป เพราะแต่ละประเทศแตกต่างกัน จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ EMA บอกว่าไม่ควรจะสัมพันธ์กับการฉีดวัคซีนตัวนี้ แต่ขณะนี้เพื่อความปลอดภัย เมื่อมีรายงานแบบนี้ก็ควรจะชะลอการใช้ก่อนเพื่อไปสืบค้น เมื่อทุกอย่างชัดเจนเรียบร้อยก็จะกลับมาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลีนิก กล่าวว่า ในการฉีดวัคซีนจำนวนมากโอกาสที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรืออาการอื่นๆ หรือโรคใดๆ ร่วมด้วยกับการฉีดวัคซีนสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นจะต้องพิสูจน์ว่าโรคนั้นหรือาการนั้นเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ ฉะนั้น ทันทีที่เกิดต้องมีการสอบสวน กรณีที่มีการเกิดลิ่มเลือดและให้มีการชะลอการใช้ไปก่อนนั้น หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าการเกิดลิ่มเลือดโรคนี้คืออะไร ขออธิบายว่าการเกิดโรคดังกล่าว ซึ่งพบมากในชนชาติแอฟริกัน และยุโรปมากกว่าทวีปเอเชีย ถึง 3 เท่า เข้าใจว่าปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องกับโรคนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนในยุโรปไปทั้งสิ้น 3 ล้านโดส ปรากฎว่าผู้ป่วยที่เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ 22 รายในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย เปรียบเทียบเท่ากับ 7 ใน 1 ล้านราย จึงต้องมีการสอบสวนว่าเกิดขึ้นในภาวะปกติ ในคนธรรมดาถึงแม้ไม่ได้ฉีดวัคซีนก็เกิดขึ้นหรือไม่ เท่ากันหรือไม่ ถ้าบอกว่าฉีดแล้วเกิดมากกว่าในภาวะปกติต้องไปหาสาเหตุว่าวัคซีนทำให้เกิดอะไรถึงทำให้ลิ่มเลือดแข็งตัวได้ง่าย ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต้องสอบสวน ต้องสงสัยไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ที่เราเลื่อนในครั้งนี้ไม่ใช่วัคซีนไม่ดีหรือมีปัญหา แต่เป็นการเลื่อนเพื่อดูสถานการณ์ และรอเขาพิสูจน์ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่กับวัคซีน ถ้าเกี่ยวข้องแล้ว ต้องมาดูอีกว่าเป็นเฉพาะแวคนั้นหรืออย่างไร เพราะวัคซีนที่ใช้ในยุโรปกับวัคซีนแอสตราเซเนกาที่เราใช้อยู่มันคนละล็อต คนละโรงงานกัน เราใช้วัคซีนที่ผลิตจากโรงงานในเอเชีย การชะลอครั้งนี้เพื่อการตรวจสอบให้แน่นอน และประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีความเสี่ยงสูง การไม่ได้เป็นประเทศเสี่ยงสูง การชะลอไป 5 วัน 7 วัน หรืออย่างนานอาจจะสองสัปดาห์ก็ไม่ได้เกิดผลกระทบอะไรกับบ้านเรา ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัย คณะกรรมการทั้งหมดจึงเห็นสมควรที่จะให้ชะลอก่อน ไม่ได้บอกว่าจะยุติการฉีด&amp;rdquo;นพ.ยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยง ยังกล่าวถึงสภาพปัจจัยความแตกต่างของคนไทยและประเทศยุโรป ในส่วนของการแข็งตัวของเลือด ว่า ปัจจัยสำคัญคือเชื้อชาติ หรือพันธุกรรม ถือว่าเป็นส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก ซึ่งการแข็งตัวของเลือดไม่เคยเกี่ยวข้องกับวัคซีนชนิดใด และวัคซีนชนิดนี้ไม่มีตัวยาจะใดที่จะกระตุ้น ให้ระบบการแข็งตัวของเลือดนั้นเกิดขึ้น แต่เป็นเพียงการศึกษาด้านระบาดวิทยาเท่านั้น ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ต้องทำอะไรดูข้อมูลเขาก่อน ซึ่งข้อมูลจะออกมาใน 1-2 วันนี้ โดยต้องมีการหารืออีกครั้ง และเชื่อได้ว่าสามารถเดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, วัคซีน AstraZeneca</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604af85c6a1fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประสานโรงแรม บางกอก พาเลส เตรียมย้ายผู้ป่วยโควิด-19 อาการไม่หนัก วันจันทร์นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.63&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;กล่าวภายหลังประขุมกับทีมผู้เชียวชาญทางการแพทย์ ว่า &amp;nbsp;การประชุมวันนี้เพื่อต้องการให้รู้ว่าแต่ละฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยขณะนี้เราพยายามกระชับสถานการณ์ ยืนยันว่าไม่ได้เดินตามหลังสถานการณ์ แต่เราทำล่วงหน้า โดยเราต้องหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ได้ จึงขอให้ประชาชนช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบในส่วนของกลุ่มเสี่ยงก็ต้องรับผิดชอบด้วยการไปรายงานตัวเพื่อแจ้งให้ทราบไม่ใช่ปกปิด ควรให้ความร่วมมือกับแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแบ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหนักไม่มีโรงพยาบาลไหนรับได้ทั้งหมดจึงต้องจัดให้ไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมเช่นอาคารโรงแรมบางกอกพาเลซยกห้องให้จำนวน 350 ห้อง เริ่มวันที่ 23 มี.ค.นี้ เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลไปอยู่โรงแรมดังกล่าวจะทำให้ รพ.ศิริราชรพ.รามาธิบดี และ รพ.จุฬาลงกรณ์สามารถรองรับคนที่มีอาการหนักได้ในขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลงภายใน 3-4 วันนี้ เพราะเป็นช่วงที่มีการระบาดแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อต้องขยับขึ้นแน่นอน แต่อยู่กระบวนการที่รัฐบาลกำลังทำอยู่และความร่วมมือประชาชนให้ตัวเลขลงให้ได้ เราไม่ได้ผลักภาระไปให้ประชาชน แต่ประชาชนจะต้องมีวินัยและรับผิดชอบต่อสังคม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่า ตัวเลขผู้ติดโควิด-19 จะขยับขึ้นอีกในไม่กี่วันนี้ และอย่าตกใจ และภายใน7 วันนี้จะมีโอกาสเห็นผู้ติดเชื้อถึงหลักพัน ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม ออกมาตราการสกัดการแพร่เชื้อโควิด ใน กทม.นั้น พื้นที่กทมถือเป็นโมเดล ให้กับต่างจังหวัดที่จะต้องปฏิบัติตาม &amp;quot; นพ.ปิยะสกล ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60451</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, โควิด19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e75f0ccbff30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
