<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทักษิณเทแก้ม.112 โผล่คลับเฮาส์เชียร์คนรุ่นใหม่รื้อรธน.ไม่แตะปฏิรูปสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โผล่คลับเฮาส์ เชียร์คนรุ่นใหม่อยากได้การเมืองดีต้องแก้ รธน. เมินตอบปฏิรูปสถาบัน-แก้ ม.112 สาวกผิดหวังบ่นอุบในโซเชียล &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งหน่วยงานจับตาป้องบิดเบือน ปรามอย่าให้เครดิตทำคนผิดกฎหมาย สภาถกแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 &amp;nbsp;&amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ยันหมวด 1 หมวด 2 ต้องแก้ไข อ้างประชาชนจำนวนมากเห็นด้วยให้สอดคล้องนิติรัฐและประชาธิปไตยมากขึ้น ด้าน &amp;quot;สุทิน&amp;quot; เผยศาล รธน.นัดตีความอำนาจรัฐสภา 4 มี.ค.นี้ ถ้าออกมาลบน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงผลการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 วันที่ 24-25 ก.พ. ฝ่ายค้านเป็นห่วงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับตีความอำนาจรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยนัดพิจารณาในวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีนัยสำคัญส่งผลต่อการพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ช่วงกลางเดือน มี.ค.2564 ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตีตกว่าไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ จะส่งผลทางสังคมเกิดความขัดแย้งตามมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกิดความไม่ไว้วางใจกันมากขึ้นไปอีก อาจเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญได้ เพราะเป็นการหักมุมแบบ 360 องศา อุตส่าห์เดินมาไกลขนาดนี้ แต่ถูกหัก น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง แม้ศาลรัฐธรรมนูญตีตกการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ฝ่ายค้านจะหาวิธีอื่นแก้รัฐธรรมนูญต่อไป อาจเป็นการแก้รายมาตราที่ฝ่ายค้านเคยเสนอไป 6 มาตราก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ผ่านก็ต้องสู้ต่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังเป็นห่วงเนื้อหารัฐธรรมนูญวาระ 2 มีหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านเห็นต่าง แม้จะให้ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ กมธ.เสียงข้างมากอยากให้เลือก ส.ส.ร. โดยแบ่งเขตย่อยในจังหวัดเหมือนเลือกตั้ง ส.ส. แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยอยากใช้เขตจังหวัดเลือก ส.ส.ร. ไม่อยากแบ่งเป็นเขตย่อย ให้เกิดการล็อกเสียงในพื้นที่ได้ง่าย รวมถึงเนื้อหาการรับหลักการและการโหวตวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 500 เสียง จากเดิม 3 ใน 5 หรือ 450 เสียง ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ถ้าใช้เสียง &amp;nbsp;2 ใน 3 โอกาสจะแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จยากมาก ฝ่ายค้านจะสู้เพื่อให้มีการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าหากให้ไปทำประชามติเพื่อถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ สภาก็พร้อมและเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและรัฐบาลไปกำหนดวันที่จะลงประชามติ การดำเนินการทั้งหมดจะส่งผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการร่างรัฐธรรมนูญคงช้ากว่ากำหนดเดิมคือปี 2565 คงไม่ได้เห็นรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลมีการวางกับดักรัฐธรรมนูญไว้เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล เผยว่า หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.พยายามตลอดที่จะไม่ให้ ส.ส.ร. สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในหมวดนี้ได้ ตนและพรรคก้าวไกล ยืนยันมาตลอดว่า ในเมื่อเราจะได้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดให้สามารถจำทำได้ในทุกหมวด เพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้มีประชาชนจำนวนมากเห็นว่าหมวด 1 และหมวด 2 นั้นสมควรต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐและประชาธิปไตยมากขึ้น เราจึงควรเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้ได้นำเสนอข้อเรียกร้องของตัวเอง แล้วสุดท้ายประชาชนทั้งประเทศจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะรับข้อเรียกร้องเหล่านั้นหรือไม่ มากน้อยเพียงใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ยังระบุว่า การพิจารณาวาระที่ 2 แบบรายมาตรานี้ อาจเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะได้ตัดสินใจว่าจะยังห้ามต่อไป หรือจะเปิดให้ ส.ส.ร.พิจารณาได้ (หลังจากนี้ในวาระที่ 3 จะต้องลงมติว่าจะรับ/ไม่รับทั้งฉบับ ยากแล้วที่จะพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป) ทั้ง 2 ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญที่พี่น้องประชาชนต้องร่วมกันติดตาม และเรียกร้องไปยัง ส.ส.และ ส.ว.ทุกคน อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งการพิจารณาในวาระ 2 จะพิจารณาได้ทีละมาตรา และสามารถแก้ไขได้ เพราะขั้นตอนยังไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ทางรัฐบาลไม่มีข้อเสนออะไรไป เพราะเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขจะเพิ่มเติมกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมพูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน Clubhouse ในห้องสนทนา &amp;ldquo;ไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยใช้ชื่อ Tony Woodsame ในห้องสนทนาดังกล่าวมีอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยและอดีตรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลทักษิณหลายคน อาทิ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งได้มีการพูดคุยกันในหลากหลายประเด็น อาทิ กองทุนหมู่บ้าน, 30 บาทรักษาทุกโรค, 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยมี นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;พูดคุยกันนานถึง 2 ชม. และหลังจากเปิดห้องไม่กี่นาที มีผู้เข้าฟังเต็มห้อง 8,000 คน จนมีการนำเสียงขยายไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ห้อง มีคนเข้าร่วมฟังไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคำถามที่น่าสนใจ เมื่อผู้ร่วมพูดคุยคนหนึ่งถามว่า เด็กรุ่นใหม่จะเชื่อมั่นระบบการเมืองอย่างไร ในเรื่องนี้นายทักษิณตอบว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าน่าจะผลักดันแก้รัฐธรรมนูญดีกว่า รัฐบาลจะดีหรือเฮงซวยอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ผมมาจากรัฐธรรมนูญปี 40 นั้นดีมาก ซึ่งรัฐธรรมนูญที่มาจากทหารไม่มีทางดีหรอก เพราะจะ serve เผด็จการ คนรุ่นใหม่ ถ้าจะผลักดันให้ได้การเมืองดีๆ ผลักดันรัฐธรรมนูญดีกว่า ตอนผมอยู่ รัฐธรรมนูญดี 4 ปีนี่สบาย ตอนหลังที่มีปัญหา เพราะต้องการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามาทำ พิทักษ์รัฐธรรมนูญเหมือนอเมริกา จะดีมาก เพราะ Trust and Confidence นี่สำคัญมากสำหรับเศรษฐกิจทุนนิยม เรามาทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นของประชาชนดีกว่า เพราะรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยังไงก็ทำเพื่อทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในประเด็นนี้มีผู้ร่วมพูดคุยมาแสดงความเห็นต่อว่า ในมุมคนรุ่นใหม่ปัจจุบันแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่พอ คนรุ่นใหม่อยากเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย แต่ในเรื่องนี้นายทักษิณไม่ได้ตอบ มี นพ.พรหมินทร์มาตอบแทนว่า เรื่องปฏิรูปสถาบัน นายทักษิณอยู่นอกประเทศ คงไม่ได้ลึกซึ้งกับปัญหาขณะนี้ ทั้งนี้สถาบันอยู่มานาน มีข้อเสนอให้แก้ไขก็เป็นเรื่องที่เสนอได้ ถ้าเกี่ยวข้องกับกฎหมาย เรามีสภาที่ต้องสะท้อนเสียงประชาชนส่วนใหญ่ จะมีการแก้กฎหมายต้องเป็นตัวแทนประชาชน มีความต้องการประการใด จึงเสนอและมีความเห็น ในนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน ต้องไปรับฟังเสียงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ผู้ถามซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวจากบีบีซีไทยถามว่า วันที่ 24 ก.พ. เป็นวันครบรอบ 30 ปีรัฐประหารปี 2534 ยังมีคนที่ถูกคุกคามจากรัฐบาลที่นำมาตรา 112 มาใช้ ถ้านายทักษิณเป็นรัฐบาลจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร นายทักษิณไม่ตอบ โดยระบุว่า &amp;ldquo;เราไว้คุยกันเรื่องอื่นดีกว่า ไว้ผมไปลอนดอน แล้วได้คุยกัน&amp;rdquo;
ภายหลังนายทักษิณพูดในคลับเฮาส์ โลกโซเชียลมีการกล่าวถึงนายทักษิณอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เคยชื่นชอบนายทักษิณ ได้แสดงความเห็นชื่นชมนโยบายยุคทักษิณว่าทำเพื่อประชาชน เพื่อปากท้องอย่างเป็นรูปธรรม แต่ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีนายทักษิณไม่กล้าตอบคำถามเรื่องปฏิรูปสถาบัน-แก้ไขมาตรา 112 ว่านายทักษิณสู้ไปกราบไป เป็นรอยัลลิสต์ และเสนอให้ประชาชนไม่ยึดติดตัวบุคคล ให้ต่อสู้ด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าจะพิจารณาหรือทดลองเล่นแอปพลิเคชันคลับเฮาส์หรือไม่ หลังนายทักษิณได้เข้ามาเล่นเป็นครั้งแรก ว่าไม่มีเวลาขนาดนั้น แต่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม ซึ่งเป็นการติดตามตามกฎหมาย ในเมื่อทุกคนเข้าไปฟังได้ ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปฟังได้ เพื่อจะได้ชี้แจงให้ถูกต้องกรณีที่มีการบิดเบือน เรื่องนี้สุดแล้วแต่ประชาชนว่าจะอย่างไร ใครจะเข้ามาพูดก็แล้วแต่ ถือว่าวันนี้เป็นเรื่องของโลกใบใหม่ โลกยุคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องดูว่าเรื่องอะไรที่ทำให้บ้านเมืองเราสงบสุข มีเสถียรภาพ ไม่งั้นก็วุ่นวายไปหมด สับสนอลหม่านไปหมดประชาชนก็เสียขวัญ ต้องนึกถึงประชาชนเขาบ้าง เขาจะเสียผลประโยชน์อย่างไรกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องของท่าน นั่นคือสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยทั่วไปตามรัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของประชาชน ปวงชนคือคนทั้งหมดของประเทศ เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวระหว่างเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าที่นายทักษิณพูดในคลับเฮาส์เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. มีการบิดเบือนหรือไม่ และนายทักษิณยังถามด้วยว่าทำไมเวลาเอ่ยชื่อถึงต้องโมโห ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ผมไม่ได้ฟัง ต้องไปถามเขาดู คนผิดกฎหมายอยู่ต่างประเทศ ฉันจะฟังทำไมเล่า ชอบฟังนักนะไอ้คนผิดกฎหมายนี่ทำลายกฎหมาย ให้เครดิตกันอยู่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างเดิน พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชี้ไปยังต้นอโศกน้ำ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเรื่องนายทักษิณอีก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;นี่แหละกระพี้ กระพี้ นี่เปลือกกระพี้นี่ไง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94030</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รังสิมันต์ โรม, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6035189853601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มแคร์&#039; หนุนม็อบนักศึกษาใช้เสรีภาพแสดงออกนำพาประเทศสู่อนาคตดีกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - กลุ่มแคร์ ออกแถลงการณ์เรื่อง ความห่วงใยต่อการเคลื่อนไหวของประชาชน ระบุว่า จากการที่เหล่านิสิต นักศึกษา นักเรียน เยาวชน และประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมกันหลายพื้นที่เวลานี้ และมีการยื่นข้อเสนอเรียกร้อง ซึ่งบางประเด็นอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับสังคม ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเรียกร้องดังกล่าว หากเรารับฟังด้วยใจที่เปิดกว้างจะรับรู้ได้ว่า นั่นเป็นเสียงเรียกร้องอย่างบริสุทธิ์ใจของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแคร์ สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เพราะชาติคือประชาชน ทุกคนจึงย่อมมีสิทธิ์มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตประเทศชาติของตนเองได้ ด้วยเจตนารมณ์ตั้งแต่เริ่มต้นของกลุ่มแคร์ที่จะ คิด-เคลื่อน-ไทย อย่างสร้างสรรค์ เราจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แคร์ ขอเรียกร้องไม่ให้มีการสร้างสถานการณ์ คุกคาม &amp;nbsp;ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ความรุนแรง ยุยง ปลุกปั่น ข่มขู่ และคุกคาม มีแต่จะนำประเทศไปสู่ &amp;ldquo;ทางตัน&amp;rdquo; ในทางกลับกัน การอดทนข่มกลั้น การยอมรับฟังความเห็นต่าง การเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุย พิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ต่างหากคือ &amp;ldquo;ทางออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรงจะไม่ซ้ำรอย เมื่อประชาชนร่วมกันคัดค้าน ไม่ยินยอมให้ผู้เกี่ยวข้องพาเราเดินไปสู่ &amp;ldquo;ทางตัน&amp;rdquo; และเรียกร้องให้จับมือร่วมกันไปสู่ &amp;ldquo;ทางออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแคร์ ก่อตั้งโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จับมือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เปิดตัวกลุ่มการเมืองใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;คณะผู้ห่วงใยประเทศ&amp;quot; หรือ &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการในพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74277</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแคร์, คณะผู้ห่วงใยประเทศ, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, ม็อบนักศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34a7b7583ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมิ้ง&#039;ฝากร้าน!&#039;ทักษิณ&#039;ลงทุนอุปกรณ์ตรวจโควิด พิสูจน์ความเป็นผู้นำอันมีวิสัยทัศน์ในระดับสากลอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.63- &amp;nbsp; นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า อดีตนายกรัฐมนตรีดร.ทักษิณ ชินวัตรได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำอันมีวิสัยทัศน์ในระดับสากลอีกครั้ง ด้วยการร่วมลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก จาก Imperial College ประเทศอังกฤษ ประดิษฐ์เครื่องมืออุปกรณ์ตรวจหาเชื้อ CORONA Virus : COVID19 แบบ rapid test ได้สะดวกรวดเร็วและแม่นยำ ชื่อ DnaNudge ที่ได้เริ่มใช้อยู่ในโรงพยาบาล 8 แห่ง แล้วในกรุงลอนดอน จนรัฐบาลโดยรัฐมนตรีสาธารณสุข อังกฤษ ประกาศว่าได้ สั่งซื้อเพิ่ม 5.8 ล้านชุดตามข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปกรณ์ใช้ตรวจหาเชื้อ COVID19 ด้วย rt PCR ที่ทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว อ่านผลเร็ว ภายใน 90 นาที( จากที่โดยทั่วไป แจ้งผลภายใน 24-48 ชม.) เพราะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กกระทัดรัด อ่านผลง่ายไม่ต้องอาศัย lab ที่ยุ่งยาก และผู้เชี่ยวชาญ และแม่นยำสูงมาก คือ sensitivity 98% specificity 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีอุปกรณ์นี้จะเปลี่ยนวิถีการตรวจควบคุมโรคและระบบระเบียบการให้บริการที่มีหลักประกันควบคุมและป้องการการระบาดของเชื้อโควิด ในเร็ววัน เพราะตรวจสะดวก ให้ผลเร็วด้วยค่าใช้จ่ายไม่สูง สามารถตรวจผู้ให้บริการ เช่นในร้านอาหาร โรงแรม อย่างสม่ำเสมอ สร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดเชื้อเช่นกัน ลดอัตรการเจ็บป่วยด้วยโรค ก่อนที่วัคซีนจะมีใช้ และฉีดกันทั่วถึง ที่สำคัญจะประหยัดต้นทุนของบุคคลและสังคม เพราะการตรวจหาเชื้อสะดวก แม่นยำสูงมาก เช่น เมื่อตรวจตอน check in ก่อนขึ้นบิน แล้วไม่เป็นผู้ติดเชื้อ ที่นั่งบนเครื่องบินก็ไม่ต้องเว้นระยะห่าง ค่าโดยสารก็ไม่ต้องเพิ่มจากการนั่ง 1 ที่ เว้น 1 ที่เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ทางการอังกฤษ ได้ประกาศใช้ rapid test สำหรับ COVID19 ครั้งนี้ 2 test คือ LamPORE และ DnaNudge ซึ่งใช้เทคโนโลยีแตกต่างกันบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73365</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f28d3bab4ef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอมิ้ง&#039;แนะรัฐบาลดึงประโยชน์&#039;test kit&#039;หาไวรัสโควิดมาประยุกต์ใช้ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ก.ค.63-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า&amp;nbsp; Coronavirus test kit แจ้งผลใน 1 ชม.ผลแม่นยำ 100% ราคา &amp;pound;40 มีใช้แล้วที่ London ต้องถือว่าเป็นก้าวสำคัญด้วยการแก้ปัญหาจากการระบาดโควิดในการควบคุมป้องกันการติดเชื้อ ก่อนที่จะมีวัคซีนให้ใช้ด้วยเทคโนโลยี ทั้งยังสามารถลดต้นทุนสังคมได้มหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากรายงานใน coronaawareness.co.uk , Coronavirus test kit that gives results in hour rolled out in London - Corona Awareness เมื่อ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้ ว่า test kit นี้ ไม่ต้องใช้ lab ทำให้กระบวนการตรวจหาเชื้อทำได้รวดเร็วให้ผลใน 1 ชม.แทนกระบวนการซับซ้อนและตัองการผู้เชี่ยวชาญ และใช้เวลา 48 ชม.Test นี้พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรม ดร. Chris Toumazou จาก Imperial College London ด้วยการใช้ ตรวจจากน้ำลาย หรือน้ำคัดหลั่งจากจมูก ใช้การตรวจแบบ DNA test จากจุดให้บริการด้วย ประมวลผลและรายงานผลผ่าน Technology การสื่อสาร และ test kit นี้ได้รับการรับรองแล้วจากทางการอังกฤษ the Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency (MHRA) แล้วตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายน และรัฐบาลได้สั่งซื้อใช้แล้ว นับแสน test
&amp;nbsp;
รายงานกล่าวด้วยว่า test นี้มีความแม่นยำในการตรวจเชื้อ COVID-19 ไวและแม่นยำสูงมาก sensitivity กว่า 98% และ specificity 100% โดยที่ test kit นี้ ราคา 40 ปอนด์หรือ 1600 บาท ความไวและแม่นยำในการตรวจพบเชื้อ COVID-19 สูงมากเช่นนี้ สำหรับประเทศไทยที่รายได้จากการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็น 15% ของ GDP ไทย เราสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศของประเทศเป้าหมายได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน และปลอดภัยสำหรับคนไทย ที่ไร้ผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 40 วันที่ถือเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลต้องไปคิดต่อ เช่น กำหนดให้นักท่องเที่ยวตรวจตอน check in ก่อนขึ้นเครื่องบิน ทราบผลในเวลา 80 นาที ถ้าให้ผลลบ ปลอดเชื้อขึ้นก็บินเครื่องบินมาเลย โดยรัฐบาลไทยต้องกำหนดมาตรการกับประเทศเป้าหมายนั้นๆ ที่มีผู้ติดเชื้อเบาบางและมีมาตรการป้องกันที่ดีอยู่แล้วเช่นกัน และมาตรการที่ใช้กับสายการบินสำหรับผู้โดยสารทุกท่านในเที่ยวบินมาไทยด้วย เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70398</URL_LINK>
                <HASHTAG>Coronavirus test kit, ชุดตรวจเชื้อ Covid 19, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efebc8ecc80f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ธรรมดา &#039;แคร์&#039; เปิดตัวคึกคัก  &#039;อ้วน-มิ้ง-เลี้ยบ&#039; มาครบ &#039;คำผกา&#039; อ่านคำประกาศอย่างกับนิยาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 63 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.09 น ว้อยซ์สเปซ ตัวแทนกลุ่มแคร์ ที่เป็นสมาชิกเริ่มต้น อาทิ นายดวงฤทธิ์ บุนนาค นางวีรพร นิติประภา น.ส.ลักขณา ปันวิชัย นายศุภวุฒิ &amp;nbsp;สายเชื้อ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช น.ส.รัสรินทร์ &amp;nbsp;ชินโชติธีรานันท์ นายภูมิธรรม เวชชยชัย และ นพ.สุรพงษ์ &amp;nbsp;สืบวงศ์ลี ร่วมเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ลักขณา เป็นตัวแทนอ่านคำประกาศเจตนารมณ์ ว่า ไม่มีครั้งใดที่โลกจะเรียกร้องประชากรของมันมากเท่ากับวันนี้ วันที่โลกทั้งใบต้องเผชิญกับวิกฤติโควิดไนน์ทีน ซึ่งส่งผลกระทบที่ลึกร้าวยาวนาน อัตคัตสาหัส แผ่ขยายเป็นวงกว้างกว่าทุกครั้งที่มนุษยชาติเคยเผชิญ และซ้ำร้ายยังเกิดในห้วงเวลาที่ประเทศไทยตกต่ำ อ่อนแอในแทบทุกมิติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ คำถามใหญ่ในสังคมไทยวันนี้ คือประเทศไทยเราจะก้าวเดินต่อไปอย่างไรกัน เพราะวันนี้ ประเทศไทยเหมือนตกอยู่ในกับดักที่ไร้ทางออก ทุกปัญหาโยงใยกันไปหมดทั้งการเมือง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต การศึกษา การเกษตร สุขภาพ สังคม และความเหลื่อมล้ำ ทั้งหมดทั้งปวงล้วนส่งผลกระทบต่อความหวังของประชาชน แล้วเราจะฟื้นคืนความหวังให้กลับมาได้อย่างไร เราทราบดีว่า การตอบคำถามใหญ่เช่นนี้ ไม่ง่ายเลย แต่เราเชื่อว่า หัวใจสำคัญ ในการตอบคำถามใหญ่นี้ อยู่ที่คำเล็กๆ 3 คำคือ คิด-เคลื่อน-ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิด คือการรุกระดมทุกมันสมอง ผนึกทุก &amp;rdquo;ความคิด&amp;rdquo; มาช่วยกันหาทางออกของปัญหาต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์. เคลื่อน คือสร้างเครือข่ายให้ทุกคน ในทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมกัน &amp;ldquo;เคลื่อน&amp;rdquo; และขับดันให้เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สุขภาพ และศิลปวัฒนธรรม สามารถฟื้นฟูและพัฒนา เพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย ไทย ประเทศอันเป็นที่รักของเรา ก็จะกลับมาเป็นประเทศที่ทุกผู้คนมีความหวัง มีสิทธิและศักดิ์ศรี มีเสรีภาพในการแสดงออก ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง กลุ่ม C-A-R-E ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์ คือกลุ่มคนจากหลากหลายวงการ หลากหลายสาขาวิชาชีพ หลากหลายประสบการณ์และหลากหลายวัย ที่ &amp;ldquo;ห่วงใย&amp;rdquo; ต่ออนาคตของประเทศนี้ เราจะระดมคลังสมอง ขยายเครือข่าย เปิดพื้นที่สร้างความร่วมมือใหม่ให้ทุกคนมาร่วมกัน &amp;ldquo;คิด-เคลื่อน-ไทย&amp;rdquo; เพื่อสร้างความเป็นไปได้นับล้านๆ ในการขับเคลื่อนประเทศอันเต็มไปด้วยศักยภาพของเรา ให้สามารถกลับไปหยัดยืนสง่างาม มีศักดิ์ศรี เคียงข้างอารยะประเทศอีกครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าคุณ C-A-R-E ให้เรามา คิด-เคลื่อน-ไทย ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า เราเริ่มต้นจากการเห็นปัญหาของประเทศ แล้วรวมตัวคนจากคนหลายๆคนเข้ามา ขณะนี้เรามีสมาชิกอยู่ 30-40 ท่านแล้ว เราเริ่มต้นจากความคิดที่เป็นบวก เริ่มต้นจากความสร้างสรรค์ มากกว่าการทำลาย เน้นหาคำตอบ และหาทางออกให้กับประเทศ ต้องเป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่เพ้อฝัน และต้องสานฝันให้เป็นจริง เมื่อครั้งเราเป็นรัฐบาล เราถูกสบประมาท และดูถูกเรื่องการเอาเงินงบประมาณมาจากไหน แต่เราก็ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม กล่าวว่า พวกเรายึดมั่นในประชาชน และพลังพลเมือง เราเชื่อว่าจะสะท้อนความต้องการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ที่ผ่านมาสังคมไทยฟังเสียงประชาชนน้อยเกินไปการเกิดกลุ่มนี้เพื่อหวังว่าจะเป็นพื้นที่แสดงออกและร่วมทำสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นในสังคม นับจากวันนี้เราเริ่มต้นก้าวเดิน และเคลื่อนไปทุกที่ที่ประชาชนอยู่ไปหาประชาชนทุกกลุ่มเพื่อดึงความร่วมมือทุกคนมาช่วยกันคิดช่วยกันขับเคลื่อนสังคมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัสรินทร์ กล่าวว่า ด้วยแพสชั่นที่อยากเห็นภาคเกษตรของไทยได้รับการพัฒนา เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนญี่ปุ่นการใช้นวัตกรรมไปแก้ปัญหาให้กับภาคการเกษตร ด้วยความที่เกิดและโตจากต่างจังหวัด เห็นชีวิตความเป็นอยู่แบบเด็กบ้านนอก ได้มีโอกาสทำงานกับทีมญี่ปุ่น และได้เรียนต่อด้วยทุนของรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตทำให้เห็นว่าโอกาสสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ เราไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ไม่ได้เป็นคนจากตระกูลดัง แต่ด้วยโอกาสที่ได้รับ ที่ได้ทำสิ่งที่รัก ได้โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และทำให้เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสเพราะมันเป็นการสร้างสังคมที่ดีกว่า แคร์เกษตรกรเพราะพื้นฐานหลักในประเทศ เป็นผู้ผลิตอาหาร แคร์โอกาสที่เท่าเทียม แคร์การสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับเกษตรกร เชื่อว่าความจริงใจและความร่วมมือจากบุคลากรที่หลากหลายจะเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงและโอกาสแบบใหม่ให้กับประเทศได้ เชื่อในการลงมือทำจากจุดเล็กๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดวงฤทธ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย กระบวนการคิด และความคิดของคนไทยนี่เองที่จะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้ ตนจึงเข้ามาร่วมกลุ่มแคร์ และเชื่อว่า เราจะสามารถระดมความคิด เพื่อ ร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแคร์ยังได้เปิดตัว www.care.or.th เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดต่อสื่อสาร และชักชวนผู้ที่สนใจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแคร์, การเมือง, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี, ภูมิธรรม, ลักขณา ปันวิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9d398ce7c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแคร์ใคร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเมื่อวันเสาร์....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มแคร์ หรือคณะผู้ห่วงใยประเทศ เปิดตัว ๗ สมาชิกเริ่มต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล บุตรชายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี,
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือคำ ผกา นักเขียนและพิธีกรสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖.นางวีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายรางวัลซีไรต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๗.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือ ๗ คนเริ่มต้นของกลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่ แต่เห็นเงาตะคุ่มๆ ฉากหลังนครดูไบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัตถุประสงค์การตั้งคณะที่ว่านี้ เรียบเรียงจากข่าวที่ปรากฏพอสรุปได้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....จะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ การคิดร่วมกัน การขับเคลื่อนต่างๆ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฝ่าวิกฤติร่วมกัน....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....ทุกคนที่มาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมไร้ความหวัง ไร้อนาคต....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....สิ่งที่กำลังจะมาทำวันนี้คือ อยากจะให้พลังของคนไทยทั้งหมด ศักยภาพที่มีอยู่ของคนไทยทั้งหมดมาร่วมกัน เพื่อจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งคำประกาศของ &amp;quot;อ้วน-ภูมิธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คุณคือทางออกของสังคมไทย เรามาร่วมมือร่วมใจกัน จับไม้จับมือกัน และเราจะร่วมกันคิด ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ไปสู่สังคมที่มีความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่เคารพในความเห็นที่แตกต่างกันของคนทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสวยหรูในตัวอักษรและคำพูด จะแปรเปลี่ยนเป็นผลสำเร็จด้วยการปฏิบัติจาก ๗ ผู้ก่อตั้งกลุ่มแคร์ได้จริงหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างอะไรจากการประกาศนโยบายที่เลิศเลอของพรรคการเมือง แต่สุดท้ายได้อำนาจแล้วมักไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อล้วงลึกลงไปในตัวสมาชิกแรกเริ่มกลุ่มแคร์ ก็จะพบความจริงบางประการว่า แค่เริ่มต้น &amp;quot;แคร์&amp;quot; ก็อาจจะล้มเหลวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะที่มาของแต่ละคนก่อนเป็นกลุ่มแคร์นั้น แบ่งแยกเฉพาะคนเฉพาะส่วนมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเรียกหาพลังของคนไทยทั้งหมดจึงเป็นเรื่องท้าทายว่า สุดท้ายแล้วกลุ่มแคร์จะแคร์คนไทยที่มีความเห็นทางการเมืองต่างด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกที่เป็นคุณผู้หญิงทั้ง ๒ ท่าน ถือว่ามีดีกรีชั้นเยี่ยมทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การแสดงออกผ่านสังคมโซเชียล &amp;quot;ฉันไม่แคร์&amp;quot; ก้าวร้าวเกินกว่าที่จะทำให้กลุ่มแคร์เป็นศูนย์รวมของพลังคนไทยได้ ยังมองปัญหาด้วยความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดวงฤทธิ์ บุนนาค&amp;quot; กับเทอร์มินัล ๒ สุวรรณภูมิ ตัดแปะ ทำให้วงการสถาปนิกระส่ำไม่น้อยทีเดียว และทำให้สังคมไทยได้มองเห็นบางอย่างบนความดันทุรัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกชายเสี่ยเพ้ง, อ้วน-ภูมิธรรม, หมอมิ้ง, หมอเลี้ยบ จะวางตัวให้ดึงพลังของคนไทยทั้งหมดได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดถึงเครือข่ายทักษิณมักมีชื่อ &amp;quot;เสี่ยเพ้ง อ้วน-ภูมิธรรม&amp;quot; อยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ จึงยากจริงๆ ที่ประชาชนอีกขั้วการเมืองจะมีความรู้สึก รับรู้ถึงการ &amp;quot;แคร์&amp;quot; ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอมิ้ง-หมอเลี้ยบ&amp;quot; กับบทบาทที่ไม่แนบแน่นกับดูไบมากนัก แต่ก็ยังได้ชื่อเป็นกลุ่มก้อน เครือข่ายเดียวกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตั้งคำถาม &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; แคร์ใครจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงฤทธิ์ บุนนาค, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลักขณา ปันวิชัย, วีรพร นิติประภา, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแคร์คนทักษิณ เปิดตัวคณะผู้ห่วงประเทศ &#039;หน้าเก่า&#039;บ่นไร้ความหวัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดตัว &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; คนใกล้ตัว &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ทั้งนั้น &amp;quot;หมอเลี้ยบ-หมอมิ้ง-ลูกเสี่ยเพ้ง-ภูมิธรรม &amp;quot;หนีบ&amp;quot; คำ ผกา&amp;quot; ร่วมทัพ ฝันการเกิดขึ้นของกลุ่มจะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; เผยมาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต ขณะที่ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ยันกลุ่ม 6 ส.ส.ไม่ได้คาดหวังต่อรองตำแหน่งใน พปชร. &amp;nbsp;ส่วนประชาธิปัตย์ยังมีควันหลง ส.ส.อุบลฯ เหน็บผู้ที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่แทบไม่เคยพังเพราะตัวเอง ส่วนใหญ่พังเพราะไอ้ห้อยไอ้โหน ไอ้เห็บไอ้เหา ที่อยากได้หน้าและเอาใจนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีกระแสข่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จับมือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เปิดตัวกลุ่มการเมืองใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;คณะผู้ห่วงใยประเทศ&amp;quot; หรือ &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการในพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ทำให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนไม่สบายใจ ต้องออกมาแสดงจุดยืนก่อนหน้านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มแคร์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยกลุ่มนี้ได้เปิดเฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;CARE คิด เคลื่อน ไทย&amp;quot; พร้อมกับการจัดเสวนาที่ใช้ชื่อว่า &amp;quot;10 วันอันตราย ทางเลือกหรือทางรอด&amp;quot; โดยได้เชิญนายบรรยง พงษ์พานิช, นายดวงฤทธิ์ บุนนาค, ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 14.00-16.00 น. ที่วอยซ์ สเปซ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับสโมสรทหารบก โดยได้ออกแบบโลโก้พร้อมอักษรเบรลล์ ซึ่งคำว่า CARE (แคร์) ย่อมาจาก C คือ Creative, A คือ Action for, R คือ Revival และ E คือ &amp;amp; People Empowerment
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังระบุว่า วันเสาร์ เวลา 14.30 น. เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้เตรียมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ อธิบายความเป็น &amp;quot;CARE&amp;quot; แบบชัดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;CARE คิด เคลื่อน ไทย&amp;rdquo; ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 5 นาที เรื่องทำไมเราถึง CARE? เปิดตัว 7 สมาชิกเริ่มต้น ประกอบด้วย นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ, นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล บุตรชายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือคำ ผกา นักเขียนและพิธีกรสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี, นางวีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายรางวัลซีไรต์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กล่าวว่า ตอนนี้เป็นวิกฤติที่ตนคิดว่ามันรุนแรงครั้งหนึ่งที่อาจจะไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ตนคิดว่าเป็นเวลาที่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม อาชีพไหนก็ตาม คงจะต้องมาร่วมมือกัน เพื่อที่จะหาทางออกให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เราต้องการความร่วมมือร่วมใจของทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการเกิดขึ้นของกลุ่มแคร์จะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ การคิดร่วมกัน การขับเคลื่อนต่างๆ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฝ่าวิกฤติร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าหากเราร่วมมือกันจริงๆ ปัญหาต่างๆ สามารถแก้ได้ เราสามารถทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือการยอมก้มหัวให้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมและวิกฤติทั้งมวล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางวีรพร นิติประภา กล่าวว่า ในฐานะประชากรคนหนึ่ง คิดว่าคนทุกคนควรจะมีส่วนร่วมในการคิดหาทางออกว่าเราจะไปยังไงจากนี้ เราจะประคองกันอย่างไรในช่วงวิกฤตินี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล กล่าวว่า คนพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือที่เราเรียกว่า Social Change โดยเฉพาะในสภาวะปัจจุบัน ที่เราต้องเจอกับทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมือง รากฐานสำคัญของชาติคือการศึกษา โดยสำหรับตน การศึกษานั้นคือสิ่งสำคัญที่เราจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
&amp;quot;แคร์&amp;quot;สิ้นหวังไร้อนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายดวงฤทธิ์ บุนนาค กล่าวว่า เชื่อในความสามารถของประชาชน คิดว่าการที่เรายืนขึ้นมาจากชีวิตของผู้คน มันสามารถทำอะไรได้อีกมากมายเหลือเกิน ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะเอาศักยภาพของตัวเองเข้ามาช่วยในการทำให้ประเทศนี้เดินไปข้างหน้าต่อได้ ในภาวะที่มันดูเหมือนเป็นวิกฤติครั้งร้ายแรงของประเทศ ก็เป็นความตั้งใจที่อยากเห็นประเทศเราดีขึ้นเหมือนกับทุกๆ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความตั้งใจของกลุ่มที่ผมมองเห็นคือเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความเป็นไปของประเทศในทางที่มีการพัฒนามากขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นจุดร่วมเดียวกับทุกคนในประเทศนี้ ที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญขึ้น ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้บอกว่ามันมีอะไรที่เขาทำผิดพลาด แต่มันมีอะไรอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้ทำ และเราคิดว่าเราน่าจะเป็นจุดที่กำหนดให้เขาทำได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า กลุ่มแคร์เป็นกลุ่มคนที่มาร่วมมือกันจากคนหลากหลายวิชาชีพ หลากหลายสาขา อายุ เรามาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต สิ่งที่เรากำลังจะมาทำวันนี้คือ เราอยากจะให้พลังของคนไทยทั้งหมด ศักยภาพที่มีอยู่ของคนไทยทั้งหมดมาร่วมกัน เพื่อจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คุณคือทางออกของสังคมไทย เรามาร่วมมือร่วมใจกัน จับไม้จับมือกัน และเราจะร่วมกันคิด ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ไปสู่สังคมที่มีความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่เคารพในความเห็นที่แตกต่างกันของคนทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ลักขณา ปันวิชัย กล่าวว่า &amp;quot;กลุ่มแคร์จะเป็น Civic Movement เป็นขบวนการขับเคลื่อนสังคม โดยกลุ่มภาคประชาสังคม แขก (ชื่อเล่น) ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์การเมืองไทยมาเกือบ 20 ปี แขกรู้สึกว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่สังคมไทยเริ่มมี Awareness เรื่องประชาธิปไตยอย่างชัดเจนเท่านี้มาก่อน ปีนี้แขกมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจแล้วว่า มิติของการเมืองของประชาธิปไตย มิติของคุณภาพชีวิตของพลเมืองมันแยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาที่พลเมืองอย่างเรา เราในฐานะที่เป็นพลเมืองไทย ควรจะออกมาขับเคลื่อนสังคมไทยและประเทศไทยของเราให้ก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหลังจากนั้นเรื่องอื่นๆ มันจะเริ่มถักทอมาเป็นพลังของพลเมืองด้วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้น เราควรจะต้องมีการเตรียมตัวในภาวะวิกฤติอย่างนี้ สิ่งที่สำคัญที่จะฟันฝ่าวิกฤติ ตนคิดว่ามี 3 ปัจจัยสำคัญ 1.เรื่องความคิดริเริ่ม แนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งจะต้องมีหลากหลาย และต้องรู้จักหยิบใช้อย่างถูกต้อง 2.คือเรื่องของการจัดการนำเอาความคิดที่ถูกต้อง อาจจะถูกหรือผิดแล้วแต่มาทดลอง แล้วนำมาจัดการไปบรรลุสู่ผลสำเร็จ แก้ปัญหาด้วยกัน 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะในสังคมของเรา เป็นเจ้าของร่วมกัน ดังนั้นทุกคนจึงควรจะเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ นำไปสู่ความสำเร็จ ในการฟันฝ่าอุปสรรคและวิกฤติของประเทศในครั้งนี้
&amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot;แจงกลุ่ม6ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก กทม. ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนการก่อสร้างตึกกระทรวงการคลัง และตึกสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างในเรื่องของเสียงรบกวน และสิ่งของจากการก่อสร้างตกลงมาด้านล่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยาให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมพรรคในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เป็นการเลือกกรรมการบริหารของพรรคชุดรักษาการก่อนถึงวันประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นตามหลักการของข้อบังคับพรรค เพื่อเตรียมการเลือกกรรมการบริหารพรรคในวันประชุมใหญ่วันที่ 3 ก.ค.นี้ โดยถือเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในกลุ่ม 6 ส.ส.จะเสนอบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า ส.ส.ในพรรคทุกคนก็มีความตั้งใจที่ดีที่อยากเข้าไปทำงาน เป็นเสียงสะท้อนให้กับประชาชน ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.ในพรรคที่จะพิจารณาเลือกเข้าไป ซึ่งการทำงานทุกอย่างก็มีกฎระเบียบขั้นตอน แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคว่าจะมีแนวทางการบริหารอย่างไร เป็นตามหลักการของข้อบังคับพรรค เพื่อเตรียมการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันประชุมใหญ่วันที่ 3 ก.ค. โดยถือเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความขัดแย้งกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.วทันยาตอบว่า เวลาเจอกับนายพุทธิพงษ์ในสภา เราก็พูดคุยกันตามปกติ ไม่ได้รู้สึกว่ามิตรภาพเปลี่ยนแปลงไป กลุ่ม 6 ส.ส.เป็นเพียงกลุ่มก้อนที่เริ่มต้นมาจากความเป็นเพื่อน ที่มีความคาดหวังจะเป็น ส.ส.ที่ดี ทำเพื่อประชาชน โดยไม่ได้มีความคาดหวังที่จะต่อรองตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เราเป็นเพียง ส.ส.สมัยแรก ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤติโควิด-19 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เราก็เล็งเห็นปัญหานี้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งจะมาตั้งกลุ่มในตอนนี้ แต่เราทำงานร่วมกันมาตลอดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมาสักระยะใหญ่แล้ว โดยตนเชื่อว่าทางพรรคไม่ได้ว่าอะไรในการรวมกลุ่มครั้งนี้ เพราะทุกคนจะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่พวกเขามีความมุ่งหวังที่จะให้ ส.ส.พลังประชารัฐ เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ดูในอนาคตว่าเราตั้งใจทำงานมากแค่ไหน
เด็กปชป.เดือดด่าไอ้ห้อยไอ้โหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ภาดาท์กล่าวว่า เราเป็นเพียง ส.ส.สมัยแรก ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤติโควิด-19 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เราก็เล็งเห็นปัญหานี้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งจะมาตั้งกลุ่มในตอนนี้ แต่เราทำงานร่วมกันมาตลอดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมาสักระยะใหญ่แล้ว โดยตนเชื่อว่าทางพรรคไม่ได้ว่าอะไรในการรวมกลุ่มครั้งนี้ เพราะ ทุกคนจะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่พวกเขามีความมุ่งหวังที่จะให้ ส.ส.พลังประชารัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ดูในอนาคตว่าเราตั้งใจทำงานมากแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อยากให้คิดว่าเรามาตั้งกลุ่ม เพราะกลุ่มเราคือเพื่อนมาทำกิจกรรมเพื่อประชาชนในพื้นที่ ซึ่งนายพุทธิพงษ์ยังเป็นพี่ที่น้องๆเคารพรัก ขอยืนยันว่าพวกเราไม่ต้องการต่อรองตำแหน่ง แต่อยากขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง&amp;quot; น.ส.ภาดาท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า การมาตั้งกลุ่ม 6 ส.ส.ที่ประกอบด้วยตนและ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ก็เปรียบเหมือนบริษัทและโรงเรียนที่ต้องมีกลุ่มเพื่อนสนิท อีกทั้ง ส.ส.ทั้ง 6 คนก็นั่งประชุมสภาร่วมกัน บางคนทำงานในคณะกรรมาธิการเดียวกัน หรือมีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกัน ก็เกิดเป็นความสนิทสนมที่จะร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ยืนยันว่าก็ทำงานให้พรรค ไม่ได้ทิ้งไปไหน ไม่ได้ตั้งกลุ่มมาเพื่อต่อรองตำแหน่งใดๆ อีกทั้งกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะทุกคนเป็นเพื่อนกัน อย่างเช่นการลงพื้นที่ในเขตของใคร คนนั้นก็จะเป็นโต้โผหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 6 ส.ส.ตั้งกลุ่ม กทม.ขึ้นมาเป็นเอกเทศ น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า มันมีกลุ่มที่สนิทกัน และมีกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานร่วมกันและไม่สนิทกัน ก็เท่านั้นเอง ส่วนความสัมพันธ์กับแกนนำส.ส.กทม.อย่างนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังเหมือนเดิม แต่ที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมา อาจจะเพราะเป็นรัฐมนตรีซึ่งมีภารกิจของท่าน จึงไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรายงานข่าวที่ออกมาว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มี ส.ส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รวม 6 คน เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่าการไปพบกันเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง คนการเมืองจะทราบดีว่าทุกคนมีเพื่อนทั้งในพรรคและนอกพรรค ตนก็มีเพื่อนนอกพรรคต่างพรรคมากมาย การพบปะนั่นคือมิตรภาพทางการเมือง ไม่ใช่นัยทางการเมืองไปทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าในอนาคตมีอะไรที่เกิดขึ้นกับผม ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี ทุกพรรคมีนักการเมืองที่รู้จักคุ้นเคยกันก็มากมาย การไปพบปะทานข้าว เยี่ยมเยียนกัน อย่าตีความไปไกลจนเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค ต้องเคารพในความคิดและการกระทำของทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าทุกคนที่ไปพบก็ยืนยันแล้วด้วยว่าเป็นการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นการเยี่ยมเยียนพบปะในฐานะคนที่คุ้นเคยกัน ฉะนั้นหลักการที่ถูกต้องทุกคนไม่ควรตีความจนนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวของนายพีระพันธุ์ในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า นายพีระพันธุ์ก็พูดแล้วว่าจะไม่คิดกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าชัดเจนในคำตอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มี ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวม 6 คน ได้แก่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา, น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตผู้สมัครของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ส.ส.ที่ตกเป็นข่าวเดินทางเข้าพบนายพีระพันธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ผู้ที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่ แทบไม่เคยพังเพราะตัวเอง ส่วนใหญ่พังเพราะไอ้ห้อย ไอ้โหน ไอ้เห็บ ไอ้เหา ที่อยากได้หน้าและเอาใจนาย&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเธอโพสต์ว่า &amp;quot;การมีเพื่อน มีพี่ มีน้อง &amp;ldquo;นอกพรรค&amp;quot; ผิดด้วยเหรอ...งง...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพบปะดังกล่าวไม่มีนัยทางการเมืองใดๆ ไม่เกี่ยวกับการย้ายพรรคหรือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคตามที่มีรายงานข่าวในสื่อมวลชน แค่เป็นการพบกันระหว่างเพื่อนเก่า คนของพรรคที่ออกไปยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันเสมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68613</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลักขณา ปันวิชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4d5503e8a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
