<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลเดช&#039;ขออภัยสื่อสารผิดพลาดปมกฤษฎีกาแก้ร่างพรบ.ประชามติไม่ทัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64 - นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.... รัฐสภา &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ กล่าวยอมรับในการสื่อสารที่ผิดพลาด กรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ประชามติ ไม่สามารถปรับปรุงเนื้อหาของร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ให้ทันตามกำหนดเวลาและอาจทำให้การประชุมรัฐสภาวิสามัญ วันที่ 7-8 เมษายน ต้องเลื่อนออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พลเดช กล่าวว่า ตนขออภัย และไม่อยู่ในฐานะแก้ตัว นอกจากขออภัยและยอมรับผิด อย่างไรก็ตามตนได้พูดคุยกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธานกมธ.ฯ แล้ว และผู้ใหญ่เข้าใจกันดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ต้องการให้เกิดการสะดุดใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ในวันที่ 1-2 เมษายนนี้ กมธ.จะพิจารณาให้แล้วเสร็จ เพื่อเข้าสู่กระบวนการประชุมรัฐสภา วันที่ 7-8 เมษายนนี้ โดยจะเริ่มต้นในมาตรา 10 และเรียงลำดับรายมาตราจนแล้วเสร็จ ก่อนจะลงมติในวาระสาม&amp;rdquo; นพ.พลเดช กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97332</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกฤษฎีกา, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, ร่างพรบ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d4f6de657c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กฤษฎีกา&#039;โต้ข่าวบิดเบือนการพิจารณาเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ประชามติไม่ทัน​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64-นายนพดล&amp;nbsp; เภรีฤกษ์​ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ชี้แจงกรณีกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้ไขร่างกฎหมายประชามติไม่ทัน​ ว่า​ ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่า นพ.พลเดช&amp;nbsp; ปิ่นประทีป ส.ว. ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... รัฐสภา ระบุว่ากฤษฎีกาแจ้งว่าไม่สามารถพิจารณาเนื้อหาให้เสร็จทันตามกำหนด เพราะมีเนื้อหาที่โยงกับมาตรา 9 หลายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่าการให้ข่าวเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะกรณีดังกล่าวหาได้เป็นเช่นที่มีการให้ข่าวแต่อย่างใดไม่​ ในการนี้ สำนักงานฯ จึงขอให้ผู้ให้ข่าวที่บิดเบือนความจริงเช่นนี้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานฯ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ต่อการกระทำเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97323</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นพดล  เภรีฤกษ์​, ร่างพ.ร.บ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d2a2ed3ebe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลเดช&#039;บอกอย่าใจร้อนปล่อยส.ว.ทำหน้าที่ครบ5ปีเดี๋ยวก็ต้องไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีข้อเสนอนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ที่ให้แก้รัฐธรรมนูญ โดยตัดอำนาจส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ความจริงส.ว.ไม่ได้เป็นเอกภาพ มีความเห็นแตกต่างกัน ส่วนตัวไม่ขัดข้อง ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผลออกมาเป็นอย่างไร พร้อมยอมรับ ตนพร้อมโหวตแก้ให้แต่ให้มาคุยกันก่อนจะแก้ไขประเด็นใด แก้ทั้งฉบับหรือบางประเด็น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ไม่ดีทั้งฉบับ ส่วนดีก็มีเยอะขอให้มาคุยกัน อย่ามาขู่กัน เพราะไม่มีใครกลัวใคร การระบุว่าอำนาจ ส.ว.เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนั้น แล้วแต่จะมอง แต่อำนาจส.ว.เป็นไปตามบทเฉพาะกาล 5ปี ให้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่ากว่าจะแก้ฐธรรมนูญเสร็จก็เข้าไปที่2-4 ของรัฐบาลแล้ว ตอนนั้นส.ว.ใกล้หมดเวลาแล้ว อย่าใจร้อนเกินไป ควรให้ส.ว.ทำหน้าที่ครบ 5ปี เดี๋ยวก็ต้องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการชุมนุมของนักศึกษาที่กำลังลามไปทั่วประเทศนั้น &amp;nbsp;ควรเปิดเวทีให้นักศึกษาได้แสดงออก แต่นักศึกษาอย่าเลยเถิด ไร้เดียงสา ผมเคยผ่านวัยนักศึกษามาก่อน รู้ดีว่าสุดโต่งเกินไปก็ไม่ชนะ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ถ้าเปรียบเทียบการชุมนุมของนักศึกษาสมัยก่อนกับปัจจุบันต่างกันมาก สมัยก่อนนักศึกษามาชุมนุมด้วยจิตสำนึกการมีส่วนร่วม อุดมการณ์การเมือง ศึกษาเรื่องราวต่างๆมาอย่างจริงจัง แต่สมัยนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เป็นเรื่องการใช้อารมณ์ ความรู้สึกมากกว่าการบอกว่ากระแสนักศึกษาจุดติด ลามไปทั่วประเทศนั้น เป็นการติดแบบวูบวาบ ยังไปไม่ถึงขั้นกระแสปฏิวัติมวลชน เชือว่า สิ่งที่ทำจะไม่สำเร็จ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และเกรงว่าจะมีแรงต้านออกมา ทำให้สถานการณ์แรงขึ้นคุมกันลำบาก ไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73903</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, ส.ว., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1481297f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้จบปมร้อนยื่นทรัพย์สิน &#039;วิษณุ&#039;เล็งปรับถ้อยคำใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันไม่ใช้ ม.44 แก้ปัญหายื่นบัญชีทรัพย์สิน ชี้กำลังทบทวนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขออย่ามองแค่ความสะใจ &amp;quot;หมอปิยะสกล&amp;quot; เบรกใบลาออกกรรมการบอร์ด สธ. &amp;quot;ธีระเกียรติ&amp;quot; แย้มปมร้อนใกล้จบ หลัง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เล็งแก้ กม.ปรับคำใหม่จากกลุ่มผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงทรัพย์สิน เป็น &amp;quot;จนท.รัฐ&amp;quot; พร้อมให้ป.ป.ช.จิ้มเลือกตำแหน่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนแจงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 4 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงข้อเสนอให้ใช้ ม.44 แก้ปัญหากรณีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินว่า ยังไม่ใช้ตอนนี้ ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.กำลังทบทวนอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการยืดเวลาออกไป แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ พอยืดเวลาไปแล้วก็ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนอย่าไปมองว่าทำอย่างนี้แล้วมันสะใจดี การตีแผ่ออกมาบางทีมันก็มีเหตุผลของตัวเขาเองเหมือนกัน เราจะมองเป็นทางลบอย่างเดียวไม่ได้ ตอนที่ผมเป็น ผบ.ทบ. ผมก็ชี้แจงบัญชีกับ ป.ป.ช.เหมือนกัน และเขาเก็บไว้ เขาไม่ต้องเปิดเผย ถ้าผมมีเรื่องอะไรเขาถึงหยิบยกออกมา แต่พอมาเป็นนายกฯ ต้องเปิดเผย มาตีแผ่ให้คนด่าทั้งประเทศ รวยมากรวยน้อยอยู่นั่น ไม่จบกันสักที ก็ต้องไปดูว่าทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรม ทุกคนก็มีสิทธิ อย่าไปมองว่าดีทั้งหมดหรือเสียทั้งหมด ไม่ใช่หรอก คนดีก็มีเยอะ เหตุผลของแต่ละคนก็มีอยู่ก็ต้องรับฟังกันบ้าง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกรรมการหลายคณะที่อยู่ในกำกับของกระทรวงสาธารณสุขทยอยยื่นใบลาออก เพราะประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า กรณีของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เราได้สรรหาบุคคลทดแทนกรรมการที่ลาออกเสร็จแล้ว ส่วนคณะกรรมการคณะอื่นที่เหลือนั้น ยังไม่มีการรายงานตัวเลขจำนวนที่ชัดเจนของกรรมการที่ขอลาออกมาให้ตนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังรอความชัดเจนเรื่องประกาศดังกล่าวของป.ป.ช.ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง หรือถ้าจะเปลี่ยนให้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ไม่ต้องมีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ก็อาจทำให้กรรมการหลายคนเปลี่ยนใจไม่ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นกรณีที่มีผู้ยื่นใบลาออกในขณะนี้ เราจึงยังไม่ดำเนินการใดๆ ให้ โดยให้กรรมการเหล่านั้นได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำไปตัดสินใจอีกครั้ง&amp;quot; รมว.สาธารณสุขกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 อีกไม่นานน่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนออกมาภายในเดือน ธ.ค.นี้ ดังนั้นหากกรรมการคนใดไม่มีความรีบร้อนจริงๆ ก็ขอให้รอความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ทุกอย่างน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ สามารถเดินไปได้ แต่คงไม่ใช่การไปยกเลิกประกาศของ ป.ป.ช.และจะไม่มีการล้มเลิกความตั้งใจของ ป.ป.ช.อย่างแน่นอน รองนายกฯ พูดถึงความซับซ้อนทางกฎหมายเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารระดับสูง ซึ่งกฎหมาย ป.ป.ช.กำหนดว่าให้ผู้บริหารระดับสูงจะต้องยื่นและเปิดเผยทรัพย์สินทั้งหมด แต่ ป.ป.ช.กลับมากำหนดในประกาศ ป.ป.ช. ว่าให้ตำแหน่งนายกฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่จะต้องยื่นและเปิดทรัพย์สินด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ปัญหาอาจจะมีการแก้กฎหมายให้กลุ่มผู้บริหารระดับสูง ปรับมาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเมื่อปรับมาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว ก็ยังคงต้องยื่นทรัพย์สิน แต่ ป.ป.ช.จะเป็นผู้ประกาศว่าตำแหน่งไหนที่มองว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนและต้องยื่นทรัพย์สิน โดยสิ่งที่จะตัดสินว่าจะต้องยื่นทรัพย์สินหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับงานและหน้าที่ของแต่ละคน&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า คณะกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) มี 2 บอร์ด คือ บอร์ดนโยบายมีการลาออกไป 5 คน และบอร์ดบริหารมีการลาออก 3 คน ซึ่งการลาออกไม่ใช่เพราะกลัวจะถูกตรวจสอบ แต่เนื่องมาจากการที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าเป็นภาระมากเกินไป เพราะการที่มาเป็นกรรมการส่วนใหญ่ก็มาด้วยจิตอาสา ไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์ ตนก็ไม่สามารถห้ามหรือยับยั้งได้ ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลัง ป.ป.ช.บอกจะมีการทบทวนก็ต้องมาดูว่าจะทบทวนเปลี่ยนแปลงไปทางไหน อย่างไร ก่อนจะพูดคุยกับคณะกรรมการที่ลาออกว่าจะเปลี่ยนใจหรือไม่หากสถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะกรรมการที่เหลือก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการลาออกเพิ่ม ต่างรอดูท่าทีของ ป.ป.ช.ก่อน เพราะเมื่อวันที่ 30 พ.ย.2561 ทาง สช.ได้เชิญเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช.มาชี้แจงต่างๆ และเปิดให้มีการซักถาม ก็มีคณะกรรมการจากบอร์ดอื่นมาร่วมรับฟังด้วย&amp;quot; เลขาฯ สช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (บอร์ด รพ.บ้านแพ้ว) และกรรมการวัคซีนแห่งชาติ (บอร์ดวัคซีน) กล่าวว่า รพ.บ้านแพ้วเป็นองค์การมหาชน ตามประกาศของ ป.ป.ช. คณะกรรมการบริหาร รพ.บ้านแพ้ว จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาบอร์ดชุดใหม่แทนบอร์ดชุดเดิมที่หมดวาระเมื่อเดือนพ.ย.2561 แต่บอร์ดชุดเดิมที่ต้องรักษาการไปจนกว่าจะได้บอร์ดชุดใหม่จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ส่งผลให้บอร์ด รพ.บ้านแพ้ว ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3-4 คนจาก 7 คน แสดงความจำนงในการลาออก เพราะไม่ต้องการที่จะยุ่งยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากที่ ป.ป.ช.มีการขยายเวลาการดำเนินการเรื่องนี้ออกไปก่อน จึงได้มีการระงับการขอลาออกดังกล่าวไว้ อาจเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงรักษาการและอาจจะได้บอร์ดชุดใหม่ก่อนระยะเวลาที่ ป.ป.ช.ขยายเวลาออกไป ในส่วนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ (บอร์ดวัคซีน) ยังไม่มีกรรมการท่านใดแสดงความประสงค์ที่จะลาออกแต่อย่างใด&amp;quot; ประธาน บอร์ด รพ.บ้านแพ้วกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ โดยมีผู้แทนของสำนักงาน ป.ป.ช.ให้คำชี้แจงข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยขอให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวงทุกตำแหน่งที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายดังกล่าว ได้ศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้นำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อ เพื่อให้การปฏิบัติงานของคนมหาดไทยมีความชัดเจน เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายฉบับนี้มีรายละเอียดของหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงการกำหนดตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่แตกต่างไปจากเดิม จึงต้องศึกษาเพื่อให้เกิดควมเข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกต้อง&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23514</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์, พรพจน์ เพ็ญพาส, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c069176a4b8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายบอร์ดสุขภาพรอดูท่าทีป.ป.ช.ก่อนตัดสินใจลาออกหรือไม่ ส่วนกก.&quot;สช.&quot;ยื่นแล้ว 8คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ธ.ค.61&amp;nbsp;-นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)กล่าวว่า คณะกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บอร์ด คือ บอร์ดนโยบาย มีการลาออกไป 5&amp;nbsp;คน และบอร์ดบริหารมีการลาออก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน ภายหลังมีประเด็นการยื่นทรัพย์สินตามประกาศของ ป.ป.ช. ซึ่งการลาออกไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะถูกตรวจสอบแต่เนื่องมาจากการที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นภาระมากเกินไป&amp;nbsp;เพราะการที่มาเป็นกรรมการส่วนใหญ่ก็มาด้วยจิตอาสาไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์ ตนก็ไม่สามารถห้ามหรือยับยั้งได้ ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พลเดช กล่าวอีกว่า ภายหลังที่ ป.ป.ช.บอกว่าจะมีการทบทวนก็ต้องมาดูว่า จะทบทวนเปลี่ยนแปลงไปทางไหน อย่างไร ก่อนจะพูดคุยกับคณะกรรมการที่ลาออกว่าจะเปลี่ยนใจหรือไม่หากสถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะกรรมการที่เหลือก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการลาออกเพิ่ม ต่างรอดูท่าทีของ ป.ป.ช.ก่อน เพราะเมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พ.ย.2561&amp;nbsp;ทาง สช.ได้เชิญเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. มาชี้แจงต่างๆและเปิดให้มีการซักถามก็มีคณะกรรมการจากบอร์ดอื่นมาร่วมรับฟังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารรพ.บ้านแพ้ว(บอร์ดรพ.บ้านแพ้ว) และกรรมการวัคซีนแห่งชาติ(บอร์ดวัคซีน) กล่าวว่า รพ.บ้านแพ้วเป็นองค์การมหาชน&amp;nbsp;ตามประกาศของป.ป.ช. คณะกรรมการบริหารรพ.บ้านแพ้วจะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาบอร์ดชุดใหม่แทนบอร์ดชุดเดิมที่หมดวาระเมื่อเดือนพ.ย.2561&amp;nbsp;แต่บอร์ดชุดเดิมที่ต้องรักษาการไปจนกว่าจะได้บอร์ดชุดใหม่จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ส่งผลให้บอร์ดรพ.บ้านแพ้วในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;คนจาก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คนแสดงความจำนงในการลาออกเพราะไม่ต้องการที่จะยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ป.ป.ช.มีการขยายเวลาการดำเนินการเรื่องนี้ออกไปก่อน จึงได้มีการระงับการขอลาออกดังกล่าวไว้ อาจเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงรักษาการและอาจจะได้บอร์ดชุดใหม่ก่อนระยะเวลาที่ป.ป.ช.ขยายเวลาออกไป ในส่วนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ(บอร์ดวัคซีน)ยังไม่มีกรรมการท่านใดแสดงความประสงค์ที่จะลาออกแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวในแวดวงสาธารณสุข กล่าวว่า&amp;nbsp;ประกาศของป.ป.ช.เป็นเรื่องที่มีเจตนาที่ดี ซึ่งตามหลักกฎหมายจำเป็นที่จะต้องป้องกันการคอรัปชั่นแต่เป็นการดำเนินการที่ผิดสัดส่วน&amp;nbsp;โดยก่อนที่ป.ป.ช.จะออกประกาศเช่นนี้ ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับองค์กรต่างๆก่อน ไม่ใช่ออกมาแบบเหมาเข่ง จากนั้นจึงกำหนดความจำเป็นในการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้เหมาะสมตามสัดส่วน โดยองค์กรที่มีอำนาจมาก หรือมีงบประมาณมากควรให้ทั้งแสดงบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะอาจจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการคอรัปชั่นได้มาก ส่วนองค์กรที่มีอำนาจน้อยและมีงบประมาณไม่มีอาจกำหนดเพียงให้แสดงบัญชีทรัพย์สินแต่ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และเมื่อกำหนดหลักเกณฑ์แล้วก็ควรต้องใช้เวลาเพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นบอร์ดองค์กรต่างๆมีเวลาในการคิดและตัดสินเลือกเองว่าจะยังต้องการเข้ามาเป็นบอร์ดอยู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กรณีขององค์กรต่างๆด้านสุขภาพและสาธารณสุข เช่น รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ได้รับประมาณสนับสนุนจากรัฐน้อยกว่ารพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎ หรือรพ.มหาราชนครราชสีมากถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เท่า แต่ต้องโชว์บัญชีทรัพย์สินแต่รพ.อื่นๆไม่ต้องโชว์ หรือกรณีร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ บอร์ดก็ต้องแสดงทรัพย์สิน ขณะที่ร.ร.อื่นๆอีกมากไม่ต้องแสดง หรือสวรส.และสรพ.ที่ได้รับงบประมาณปีละราว&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;ล้านบาท ลำพังมาใช้เป็นค่าตอบแทนบุคลากรก็แทบจะไม่เหลือแล้ว และบอร์ดก็ได้รับเพียงเบี้ยประชุมเดือนละ6,000-12,000&amp;nbsp;บาทไม่มีเงินเดือนหรือเงินอื่น ก็น่าจะกำหนดเฉพาะให้แสดงบัญชีทรัพย์สินแต่ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะก็เพียงพอแล้ว ขณะที่สปสช.ที่มีงบประมาณหลักแสนล้านบาท แต่แท้จริงก็เป็นเงินเดือนบุคลากรสาธารณสุขและจัดสรรให้รพ.เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็กำหนดการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้เหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23475</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัคซีนแห่งชาติ, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, บอร์ดสช.ลาออก, ป.ป.ช., รพ.บ้านแพ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1481297f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้4กก.ยุทธศาสตร์ 99%ชี้สังกัดพรรคควรออก พลเดชเมินลั่นรธน.ไม่ห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลเขย่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติสังกัดพรรคการเมืองไขก๊อก สร้างบรรทัดฐานต้นแบบผู้นำ นักวิชาการชี้แค่หุ่นเชิด คสช. หากนั่งรากงอก ส่อประเทศเป็นรัฐราชการ ด้านเด็กเพื่อไทยควันออกหู &amp;nbsp;3บิ๊ก พปชร.ลอยหน้าลงพื้นที่หาเสียง สวดยับยังกินภาษี &amp;nbsp;ปชช. บี้ถอดหัวทุกตำแหน่งก่อนเข้าถนนการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลโพล เรื่อง ลักษณะต้นแบบผู้นำประเทศที่ดี จำนวนทั้งสิ้น 1,061 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา โดยพบข้อมูลที่น่าพิจารณาว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 99.2 ระบุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่แสดงตนอยู่กับพรรคการเมือง ควรลาออก มีเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้นที่เห็นว่า ไม่ควรลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 214 ง โดยคำสั่งดังกล่าวได้ประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจำนวน 12 คน นอกเหนือจากกรรมการโดยตำแหน่งที่มีอยู่แล้ว ประกอบด้วย 1.นายกานต์ ตระกูลฮุน 2.นายชาติศิริ โสภณพนิช 3.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ 4.นายบัณฑูร ล่ำซำ 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง 6.นายพลเดช ปิ่นประทีป 7.นายวิษณุ เครืองาม 8.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ 9.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 10.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 11.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ 12.นายอุตตม สาวนายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพระราชบัญญัติการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 134 ตอนที่ 79 ก เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2560 ในหมวด 2 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา 13 ได้กำหนดวาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไว้ว่า มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ 5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรรมการในยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่งที่มีทั้งสิ้น 18 ตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ตำแหน่ง รวม 30 คนนั้น มีจำนวน 4 รายที่ได้ประกาศลงเล่นการเมือง ได้แก่ กรรมการโดยตำแหน่ง คือ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค พปชร., นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. และ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สมาชิกพรรค พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีวาระดำรงตำแหน่งต่ออีก 5 ปี ซึ่งหมายความว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะครอบคลุมระยะเวลาการบริหารงานของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งการทำงานยังครอบคลุมไปถึงข้าราชการส่วนต่างๆ ที่ในภาพรวมฝ่ายที่ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.เกือบทั้งสิ้น ทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปฯ สมาชิกวุฒิสภา หรือแม้แต่สมาชิกขององค์กรอิสระบางแห่ง ทำให้ภาพรวมของระบบเกือบทั้งหมดถูกกำกับโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ การแต่งตั้งข้าราชการมาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานเหล่านี้ มีแนวโน้มที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐราชการ เพราะข้าราชการจะเป็นส่วนที่อำนาจมากในการต่อรอง และมีอิทธิพลเหนือภาคส่วนอื่น ทำให้การบริหารอาจไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน&amp;quot; รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการผู้นี้ระบุด้วยว่า ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ควรมีที่มาจากการคัดเลือกด้วยกระบวนการประชาธิปไตยผ่านระบบรัฐสภา โดยให้ ส.ส.ที่ได้รับเลือกมีส่วนร่วมด้วย ในการแต่งตั้ง โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งต้องเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และเข้าใจว่าเรื่องใดควรพัฒนาก่อน เพื่อการยอมรับของทุกฝ่ายมากกว่า ขณะที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันทั้งหมดควรดำรงตำแหน่งเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่หากจะให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้นคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า ส่วนงานที่ตนเองทำอยู่ จะยังทำต่อ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการ สช. และกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพราะไม่ได้มีกติกาหรือรัฐธรรมนูญข้อไหนห้ามว่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ได้ ที่สำคัญ ตนเองจะไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรในเรื่องการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะว่าที่เลขาธิการพรรค, &amp;nbsp;นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะว่าที่รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;สร้างเครือข่าย SME ต่อยอดธุรกิจเกษตร&amp;rdquo; ที่เลม่อน มี ฟาร์ม ฟาร์มมะนาวยุคใหม่ของนายธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์ ซึ่งมีการนำแนวคิดเกษตรแบบใหม่มาบูรณาการจนประสบความสำเร็จ โดยแกนนำ พปชร.ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้กับเครือข่ายเกษตร เพื่อหาแนวทางต่อยอดส่งเสริมธุรกิจกับเครือข่ายภาคเกษตรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสนธิรัตน์กล่าวกับเครือข่ายภาคเกษตรตอนหนึ่งว่า มาวันนี้ไม่มีตำแหน่งอะไร ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี ขออย่าเรียกว่ารัฐมนตรี ถ้าเรียกก็จะโกรธ เรามาเพื่อรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตมระบุว่า การมารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ พรรค พปชร.ได้รับการเชิญชวน ซึ่งแกนนำทั้ง 3 คนมีความสนใจอยู่แล้ว เมื่อเกษตรกรรวมกลุ่มกัน ชวนเรามา เราก็ยินดี เพื่อมาดูว่าควรจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร แต่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์แน่นอน ส่วนเสียงวิพากษ์ว่าพรรค พปชร.เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นนั้น เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นในนามรัฐบาล หรือในนามรัฐมนตรี เราปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ และห้ามไม่ได้ เป็นเรื่องของความคิดเห็นของแต่ละคน เรื่องแบบนี้ต้องให้คนไทยฟังและตัดสินด้วยตัวเอง คงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะสังคมจะพิจารณาและตัดสินเอง ว่าใครพูดอย่างไร และที่ผ่านมาเคยปฏิบัติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค ระบุว่าพรรค พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ นั้น นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด วันนี้เราไม่ได้มาเพื่อพูดเรื่องการเมือง และเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีคนพูดกันนานแล้ว และยังอีกไกลมาก เมื่อถึงเวลา เราจะมาหารือร่วมกัน แต่วันนี้พรรคยังไม่เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราก็จะมาพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย และคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ถ้าอยากจะหาเสียงได้ทุกวันก็ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วมาลงพื้นที่หาเสียงเสีย &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันไหนๆ ท่านก็ยังกินเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถให้คุณให้โทษได้ ดังนั้น ทุกพื้นที่ที่ท่านลงไป เจ้าหน้าที่รัฐต่างก็ต้องเกรงกลัวท่าน ทั้งเรื่องของการกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนและตำแหน่ง ที่ท่านมีสิ่งเหล่านี้ติดตัวท่านไปด้วยในทุกที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวัน ไม่ว่าท่านจะบอกว่าท่านถอดหัวโขนหรืออะไรแล้วก็ตาม ท่านไม่ต้องมาโวยวายคนอื่นเขาว่าท่านเสียเปรียบที่หาเสียงได้เพียงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะท่านสามารถลาออกแล้วลงมาสู่ถนนการเมืองให้เต็มที่ได้ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่แฟร์อยู่แล้ว&amp;quot; นายสามาร ถกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยบอกว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน ไม่ได้ไปหาเสียง นายสามารถ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบ เนื่องจากพอถึงเวลาท่านก็อ้างว่าท่านไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งที่ก็ลงไปหาคะแนนความนิยมในพื้นที่นั่นเอง เพียงแต่ถ้าเป็นพรรคอื่นลงไปจะเท่ากับเป็นการหาเสียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ปัญหาง่ายๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม คือ คสช.ควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ และ 4 รัฐมนตรีที่มาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองควรลาออกเสีย เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาทุกอย่าง ไม่ต้องมายึกยักเจตนาให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ&amp;quot; นายสามารถระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20400</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ ตระกูลฮุน, ชวน ชูจันทร์, ชาติศิริ โสภณพนิช, ดร.นพดล กรรณิกา, ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นายอุตตม สาวนายน, บัณฑูร ล่ำซำ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย, วิษณุ เครืองาม, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทียนฉาย กีระนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc8df684025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัดพปชร.คุมยุทธศาสตร์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไก่อู&amp;rdquo; แจงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่ใช่การสืบทอดอำนาจของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แนะสื่อ-ประชาชนไปศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ &amp;ldquo;เด็กบิ๊กป้อม&amp;rdquo; โพสต์ให้ตีความ ทหารหรือจะสู้ขันที เห็นชื่อ กก.ยุทธศาสตร์แล้วต้องร้องจ๊าก ฝ่ายต้าน คสช.อัด พปชร.คุมซูเปอร์บอร์ด ตอนนี้มีแล้ว 5 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ยังคงมีการแสดงความคิดเห็นเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 82 ก และมีผลบังคับใช้แล้ว โดย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ถือเป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของไทย ที่ทุกส่วนต้องนำไปปฏิบัติ เพื่อก้าวสู่วิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง &amp;nbsp;ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ อยากให้สื่อและประชาชนทุกคนไปศึกษาทำความเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปที่มีความเชื่อมโยงกัน โดย 5 ปีแรกนับจากนี้สำคัญที่สุด รัฐบาลหน้าต้องทำตามกรอบนี้ แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ โดยยืนยันว่าไม่ได้มุ่งหวังสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวว่า นายกฯ ยังระบุว่ายุทธศาสตร์ชาติจะเป็นแผนแม่บทของกระทรวงต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อให้มีทิศทางที่ชัดเจน ใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม มีการประเมินผลโดยรายงานผ่านรัฐบาลไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ สิ่งใดที่เป็นปัญหาจะแก้ไขอย่างไร ทุกอย่างต้องตอบสนองความยั่งยืนของประเทศ อาทิ การบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางเชื่อมระหว่างเมือง เป็นต้น โดยสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนคือ คนไทยทุกคนจะได้รับการพัฒนาทุกด้าน ทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ขณะเดียวกันภาคเอกชนก็สามารถใช้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจได้ด้วยเช่นเดียวกัน
&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่าประเทศไทยต้องพ้นจากกับดัก รายได้ปานกลาง และมีความสมดุลในการพัฒนาทุกด้าน ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพศาล พืชมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โบราณว่าทหารหรือจะสู้ขันที!!&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีใช้บังคับแล้ว รัฐบาลไหนฝ่าฝืนจะตกเก้าอี้และติดคุก คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจึงเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายของรัฐบาลในอนาคต โดย คสช.และทหารจะพ้นจากตำแหน่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติทันทีที่พ้นจากตำแหน่ง ยกเว้นกรรมการประเภทผู้ทรงคุณวุฒิที่จะอยู่ในตำแหน่งสืบทอดอำนาจ คุมอำนาจเหนือรัฐบาลต่อไป ดูรายชื่อแล้วต้องร้องจ๊ากเลย เห็นฤทธิ์อภินิหารทางกฎหมายหรือยังพระคุณท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กถือแถน ประสพโชค ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลและ คสช.อย่างต่อเนื่อง ได้โพสต์ในเรื่องดังกล่าวเช่นกันว่า กรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่ถูกแต่งตั้งแล้วและจะอยู่ในตำแหน่ง 5 ปีไปจนถึงปี 2565 ตอนนี้มีอยู่ 12 คนจากทั้งหมด 17 คน มีอีก 5 คนที่ยังไม่แต่งตั้งเข้าไป แต่คาดว่าจะแต่งตั้งก่อนจะมีการเลือกตั้ง โดย 12 คนประกอบด้วย 1.นายกานต์ ตระกูลฮุน 2.นายชาติศิริ โสภณพนิช 3.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ 4.นายบัณฑูร ล่ำซำ 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง 6.นพ.พลเดช ปิ่นประทีป 7.นายวิษณุ เครืองาม 8.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ 9.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 10.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 11.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ 12.นายอุตตม สาวนายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์ดังกล่าวยังระบอีกว่า ทั้ง 12 คนนี้เป็นซูเปอร์บอร์ดของประเทศแน่ๆ ในเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า และอีก 5 คนที่ยังไม่แต่งตั้งนั้น ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใครบ้าง แต่คงแต่งตั้งในไม่ช้าหลังประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติมีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนกรรมการอีก 18 ตำแหน่ง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมไปถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;น่าขำว่าประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติคือ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นแกนนำคนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐ ถ้านายสมคิดเป็นแกนตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐด้วย ตอนนี้ก็เท่ากับว่าพรรคพลังประชารัฐมีคนที่เป็นซูเปอร์บอร์ดของประเทศแล้วถึง 5 คน ตาข่ายเผด็จการไม่รู้จะคลุมไปอีกนานขนาดไหน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19915</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ ตระกูลฮุน, ชาติศิริ โสภณพนิช, ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นายอุตตม สาวนายน, บัณฑูร ล่ำซำ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทียนฉาย กีระนันทน์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc34bda50442.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
