<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบส.เผยมี3จังหวัด ปลอม&quot;ใบเหลือง&quot;ว่าจบหลักสูตรนวดไทยแล้ว ทั้งที่สั่งระงับใบอนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มี.ค.62-จากกรณีผู้ประกอบการร้านนวด นำโดยนางชาลิดา ศิริธนาบุญได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีหมอนวดจำนวนมากที่จบจากสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทยไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาชี้แจงเหตุผลว่ามีการเปิดสาขา ขยายเฟรนไชน์ และซื้อขายใบรับรองการเรียนนวด จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศระงับการขึ้นทะเบียนหมอนวดจากสมาคมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสบส. กล่าวว่าหลังจากที่สบส.ทำหนังสือระงับการขึ้นทะเบียนหมอนวดไปแล้วนั้น พบพฤติกรรมพยายามขึ้นทะเบียนในรูปแบบต่างๆ เช่น การปรับแก้ไขหนังสือรับรองการเรียนการสอน แต่เราก็ตรวจสอบอย่างละเอียดจนพบความผิดปกติ พอเขามาขึ้นทะเบียนไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ โดยพบว่ามีการเขียนเอกสารคำร้องเป็นรูปแบบเดียวกัน มีการใช้ถ้อยคำลักษณะคล้ายคลึงกัน ยกข้อกฎหมายต่างๆ มา แต่เรียนว่าสบส.ไม่มีแนวทางการรับขึ้นทะเบียนทางไปรษณีย์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ภัทรพล &amp;nbsp;กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พนักงานเจ้าหน้าที่ของเราลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานร้านนวดตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งเป็นการดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว มีการเรียกตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนวดซึ่ง มีหมอนวดบางร้านได้ยื่นหนังสือรับรองเอกสารที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนของสบส. หรือจะเรียกว่าเป็นใบเหลืองที่เราออกให้ก่อนออกใบอนุญาตขึ้นทะเบียนหมอนวดตัวจริงให้ พบว่าเป็นเอกสารปลอม มีการปลอมลายเซ็นของเจ้าพนักงาน คนที่ลงไปตรวจสอบพอดี โดยเจอ 3 เคส คือที่กรุงเทพฯ จังหวัดสุพรรณบุรี สมุทรปราการ สาเหตุที่มีการปลอมเพราะมีการสั่งห้ามขึ้นทะเบียนคนที่มีใบรับรองจากสมาคมฯ นี้ ขณะนี้เรียกสอบข้อมูล อยู่ระหว่างแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ และต้องมีการขยายผลแน่นอนหากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้างก็สามารถเอาผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ตนสนับสนุนการดำเนินการของผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพราะพฤติกรรมการสอนนวดแบบนี้เหมือนทำให้แพทย์แผนไทยตกต่ำลง มีปัญหาเรื่องคุณภาพของหมอนวด ซึ่งก็จะเห็นว่ามีข่าวนวดแล้วเสียชีวิตก็มี จึงควรเปิดเผยรายชื่อร้านนวดที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ประชาชนที่จะไปรับบริการนวดได้ตรวจสอบว่าจบจากโรงเรียนสอนนวดที่ได้รับการรับรองหรือไม่ แต่ไม่ใช่ทำแค่นี้ เมื่อเห็นแล้วว่ามีการขยายสาขา ขยายเฟรนไชน์ก็ต้องดำเนินการสั่งปิด นอกจากนี้ยังมีพยานหลักฐานครบเช่นนี้ก็ควรรวบรวมกลุ่มหมอนวดที่เสียหายแล้วสั่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการต่อ ไม่ใช่บอกว่าให้หมอนวดที่ได้รับความเสียหายไปร้องตำรวจกันเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันนี้ ในโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาของผู้หญิง 2 คน จำนวน 2 คลิป ที่ คล้ายเป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ และมีการบันทึกวิดีโอโดยบุคคลอื่นอีกครั้งหนึ่ง โดยคลิปแรกเป็นการสนทนาของหญิงสาว 2 คน ซึ่ง มี1 คนถูกเรียกว่า&amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; โดยใจความที่คุยกันนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งไปขึ้นทะเบียนหมอนวดที่สบส. แต่ ไม่รับขึ้นทะเบียนเพราะมีใบรับรองการอบรมหมอนวดจากสมาคมปี 2560 ดังนั้นคนที่ถูกเรียกว่า &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; แนะนำให้หญิงคนนั้นเดินข้ามถนนมาที่สมาคม และแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่ามาขอเปลี่ยนใบรับรองจากปี 2560 เป็นใบรับรองปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนคลิปที่ 2 เป็นการสนทนาของผู้หญิง 2 คน มีการสนทนาชี้แจงเรื่องการซื้อขายใบประกาศ โดยดิวกับโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ในจังหวัดเชียงรายว่าสามารถออกใบประกาศรับรองให้ได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย แล้วไม่ต้องมาสอบยกระดับ พร้อมกับย้ำว่านี่เป็นการคุยกันภายใน และยังยืนว่าได้แน่นอนเพราะเคยทำมาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31908</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล, ปลอมวุฒินวดแผนไทย, สบส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c921d9ced7c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอนวดเทวดาล่องหน&quot;  สบส.หาตัวไม่เจอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;21 มี.ค.62-นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีผู้หญิง ชาว จ.ชลบุรีรายหนึ่ง ได้เดินทางไปนวดเพื่อรักษาอาการเส้นพลิก ที่ จ.ระยอง กับหมอเทวดาแล้วกระดูกน่องขาบนหัก ว่า&amp;nbsp;ในวันนี้หลังจากเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นมีการรายงานผลว่า สถานที่ให้บริการเป็นที่พักอาศัยไม่ได้มีการขอขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล แต่ไม่พบตัว&amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์ ฉายวิมล หรือ&amp;nbsp;หมอปลื้มซึ่งเป็นผู้ให้บริการจนเกิดกรณีดังกล่าว ส่วนตัวหมอปั๊กผู้เป็นพ่อนั้นนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นในการตรวจสอบเพื่อสรุปผลคงต้องรอให้เจอตัวก่อนเพื่อสอบถามรายละเอียดอื่นๆว่า มีการรักษามากี่ราย หรือรักษามากี่ปีแล้ว ส่วนทางผู้เสียหายนั้นจากการตรวจสอบพบว่ามีการไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ก็จะมีการตรวจสอบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีในเรื่องใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้อยากขอเตือนประชาชนที่ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลเกี่ยวกับอาการต่างๆว่า ขณะนี้การให้บริการทางด้านสาธารณสุขมีความก้าวหน้า ทุกคนสามารถเข้าถึงการให้บริการ อย่างในชนบทก็สามารถเข้ารับบริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพสต.) หรือโรงพยาบาลประจำอำเภอได้ แต่หากต้องการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ทางเลือกก็ขอให้มีการตรวจสอบว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตหรือตัวผู้ให้การรักษามีการขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้านหรือไม่&amp;rdquo;นพ.ภัทรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวหมอปลื้มซึ่งเป็นผู้ให้บริการได้ออกมาพูดว่า มีการรักษามาแล้วหลายพันคน และไม่เคยมีผู้ป่วยรายใดกระดูกหัก เชื่อว่าไม่ได้เกิดจากการักษาของตน ซึ่งหากตัวผู้เสียหายต้องการหายก็ต้องมาให้ตนเองนวดซ้ำอีก จะมีการดำเนินการหรือตรวจสอบอย่างไร นพ.ภัทรพล กล่าวว่า ต้องรอให้เจอตัวเพื่อสอบถามก่อน ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองดำเนินการอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31894</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล, สบส., หมอนวดเทวดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c920b11b0f1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พวกชอบนวดพึงระวัง อธิบดี สบส.แจงเหตุใดระงับ ขึ้นทะเบียนหมอนวด 9หมื่นราย ส่อซื้อขายประกาศนียบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) มีคำสั่งระงับขึ้นทะเบียนหมอนวดรวมแล้วกว่า 9 หมื่นราย ที่ได้รับใบรับรองการฝึกอบรมจากสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ที่มีการดำเนินการในลักษณะเปิดเฟรนไชน์หรือสาขาการสอน ทำให้มีหมอนวดจำนวนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ ( 20 มี.ค.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) &amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการ โดยขอย้ำว่ากระทรวงสาธารสุขสนับสนุนและส่งเสริมเรื่องการนวดไทยอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล เป็นไปตามมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด เพราะว่านวดไทยกำลังอยู่ระหว่างการผลักดันให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเปิดเผยข้อมูลว่า สมาคมดังกล่าวตั้งอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข มีการติดป้ายที่ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นหน่วยงานในสังกัด สธ. จะมีการตรวจสอบอย่างไร นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ได้มอบให้อธิบดีสบส.เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สธ. กล่าวว่า จริงๆ ต้องบอกก่อนว่า สบส.ระงับการขึ้นทะเบียนหมอนวดเฉพาะที่อบรมกับสมาคมที่เปิดสอนนวดแห่งเดียวเท่านั้น ที่อื่นปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ได้มีปัญหาอะไร มีเพียงสมาคมนี้เท่านั้นที่ ได้รับข้อร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ศรีสะเกษและสสจ.เชียงใหม่ ในเรื่องคนที่มาขึ้นทะเบียนโดยใช้ใบของสมาคมฯ ซึ่งตรวจสอบแล้วว่าไม่ถูกต้อง ทั้งเรียนไม่ครบ และซื้อใบประกาศนียบัตร และจากฐานข้อมูลวัน สต๊อปเซอร์วิสของสบส. ก็ตรวจสอบพบว่า มีการขึ้นทะเบียนมากจนผิดสังเกต เช่น มี1 คน เป็นผู้มาขอดำเนินการขอขึ้นทะเบียนให้กับคนอีก 20-3คน เหมือนถูกมอบอำนาจมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ภัทรพล กล่าวอีกว่า เมื่อมาตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในวันหนึ่งๆมีผู้จบหลักสูตรนวดกันมากถึง 300-400 คน ในวันเดียวกัน ซึ่งไม่น่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตามกฎหมายจะระบุว่า หากสถานศึกษา หรือผู้ใดที่ขอเปิดโรงเรียน หรือสอนการนวดแผนไทย &amp;nbsp;ถือว่าเป็นโรงเรียนเอกชนด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;แต่หากไม่ขอใบอนุญาตตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีช่องสามารถทำได้ แต่การอบรมผู้เรียนต้องไม่เกิน 7 คนต่อหลักสูตร และห้ามเปิดเป็นเฟรนไชส์ด้วย &amp;nbsp; ดังนั้น สมาคมนวดต่างๆ หากจะเปิดสอนนักเรียนจำนวนมากๆ ก็ต้องทำตามกฎหมาย &amp;nbsp;ทางสบส.จึงทำหนังสือไปขอข้อมูลกับทางสมาคมแห่งนี้ให้ชี้แจง ซึ่งทางสมาคมบอกว่า &amp;nbsp;ไม่มีศูนย์สาขา ไม่มีการเปิดเฟรนไชส์ และทราบดีว่าต้องอบรมไม่เกิน 7 คน &amp;nbsp;ทางสบส. จึงได้ขอให้ส่งรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการอบรมกับสมาคมฯ แต่ปรากว่า มีการส่งมา 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ 70,000 คน ครั้งที่ 2 อีก 20,000 คน เป็นช่วงในระยะเวลา 10 กว่าปี ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากเกินไป &amp;nbsp;เพราะหากนับตามกฎระเบียบ ที่สามารถอบรมได้ไม่เกิน 7 คนต่อหลักสูตรต่อรุ่น มากสุดจริงๆ ก็ไม่น่าจะเกิน 4-5 พันคน &amp;nbsp; จึงทำให้ต้องมีการตวจสอบ เพราะการนวดเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยผู้ถูกนวด &amp;nbsp;จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด และให้ระงับใบอนุญาติการขึ้นทะเบียนไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาอธิบดี สบส.ได้สั่งการให้สมาคมฯชี้แจงเรื่องนี้ ปรากฏว่าก็ไม่ได้ชี้แจงเข้ามา แต่ขอขยายเวลาในการชี้แจงไป 30 วัน คือต้องมาภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่มาชี้แจง และอนุกรรมการที่ดูแลหลักสูตรนี้ ก็เชิญสมาคมฯมาชี้แจง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็ยังไม่มาอีก แต่กลับส่งหนังสือยื่นเป็นโนติสต์ด้วยซ้ำว่า ให้ทางสบส.ยกเลิกหนังสือสั่งการสสจ. ทั่วประเทศ ที่ว่าให้ระงับขึ้นทะเบียนหมอนวดแทน ไม่งั้นจะดำเนินคดีทั้งดคีแพ่ง และคดีอาญากับทาง สบส. เพราะแจ้งว่า ทางสบส.ทำให้สมาคมฯ ถูกดูหมิ่น ซึ่งเราตกใจมาก นี่เราผิดหรือ ในเมื่อมีข้อมูลชัด&amp;rdquo; นพ.ภัทรพล กล่าว และว่าอย่างไรก็ตามขณะนี้ขอไม่เอ่ยชื่อสมาคม เพราะมีหนังสือจากสมาคมฯมาว่า ทำให้เขาเสื่อมเสีย ต้องขอระวังไว้ก่อน แต่ยืนยันว่าที่ต้องระงับ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้ และเพื่อให้คุณภาพดีด้วย แต่ในส่วนของหมอนวดที่ถูกเพิกถอนนั้นได้มีการประสานกับสมาคมนวดอื่นๆ กว่า 10 แห่งจะมาให้การอบรมต่อ เพื่อให้ได้ใบรับรองหมอนวดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะมีการดำเนินการกับสมาคมฯอย่างไรต่อไป นพ.ภัทรพล กล่าวว่า สบส.กำลังทำหนังสือถึงสมาคมฯ ให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 15 วัน หากไม่ทำก็จะนำไปสู่การพิจารณาว่าจะเพิกถอนหลักสูตรต่อไป แต่จะเพิกถอนอย่างไรนั้นต้องไปดูในรายละเอียดด้วย ในส่วนของศูนย์สาขาที่มีการเปิดนั้น ขณะนี้ได้ขอให้ทาง สสจ. ประสานว่า ไม่สามารถปฏิบัติต่อได้ หากจะทำขอให้มาขออนุญาตจากทาง สบส. ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าถามว่าความผิดในเรื่องนี้ะมีอะไรบ้าง ก็มี 2 ส่วนด้วยกัน คือ ฐานแรก คือการไปปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เรียกว่าคำสั่งทางปกครอง สูงสุดคือการเพิกถอนหลักสูตร ความผิดฐานที่ 2 คือ อาญาหรือทางแพ่ง ซึ่งในเรื่องนี้ สบส.ไม่ใช่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายคือประชาชนที่ไปอบรมซึ่งได้รับผลกระทบ ที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ ก็สามารถเป็นเจ้าทุกข์ในการดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า &amp;nbsp;สมาคมฯ แห่งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงฯกรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพียงแต่มาขออาศัยที่ราชพัสดุมาตั้งในกระทรวงฯ เท่านั้น.&amp;quot;นพ.ภัทรพลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล, ยกเลิกขึ้นทะเบียนหมอนวดแผนไทย 9หมื่นราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c921d9ced7c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อ-ขายใบวุฒินวด ผิดกฎหมาย ถูกลงโทษทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;11มิ.ย.61-สบส. เตือนประชาชนอย่าคิดเดินทางลัดด้วยการซื้อ-ขายใบวุฒินวด หรือใช้วุฒิปลอม โดยไม่ต้องเรียนนวดจริง เพื่อใช้ประกอบอาชีพและขึ้นทะเบียนกับกรมสบส. มีโทษทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อ &amp;nbsp;ชี้อาชีพนวดไทยมีเกียรติ ศักดิ์ศรี สร้างทั้งชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศ ควรตั้งมั่นในความสุจริต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล รองโฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าวิชาชีพนวดไทยเป็นศาสตร์เก่าแก่ในการดูแลสุขภาพ เป็นอาชีพที่มีครูบาอาจารย์ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้แก่ประเทศ ดังนั้น เพื่อรักษาเกียรติแห่งอาชีพ จึงควรตั้งมั่นในการประกอบอาชีพด้วยความสุจริต แต่ก็มีบุคคลบางกลุ่มที่ฉวยโอกาส อยากใช้ทางลัดในการเข้ามาประกอบอาชีพนี้ จึงเกิดกระแสข่าวในกลุ่มสายอาชีพนวดว่ามีมิจฉาชีพที่รับทำใบวุฒินวดปลอม เพื่อให้นำมาใช้ขึ้นทะเบียนกับกรม สบส. รวมถึงเป็นหลักฐานในการสมัครงานหรือประกอบอาชีพทั้งในและต่างประเทศ กรม สบส. จึงขอเตือนว่าการซื้อ-ขายใบวุฒินวดเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และอาจเป็นอันตรายกับผู้รับบริการด้วย เพราะหมอนวดไม่ได้ผ่านการเรียนนวดที่ถูกต้อง หากกรม สบส.ตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยสถาบันที่ขายใบวุฒิจะถูกขึ้นแบล็คลิสต์การขอรับรองหลักสูตรครั้งใหม่ และเพิกถอนรายชื่อหลักสูตรที่รับรองไปแล้ว รวมทั้งดำเนินคดีตามกฎหมาย หากมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกระทำการด้วยก็จะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญา สำหรับหมอนวดที่นำใบวุฒิปลอมมาขึ้นทะเบียนจะไม่มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียน กรณีมีรายชื่อขึ้นทะเบียนก็จะถูกลบชื่อออกจากระบบ ได้รับโทษทางกฎหมาย หมดอนาคตในสายอาชีพนวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผู้ใดพบเห็นการซื้อ-ขายใบวุฒินวด แจ้งเบาะแสหรือส่งหลักฐานมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรม สบส.ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ บัญชีทางการ&amp;ldquo;ร้องเรียน กรมสบส.&amp;rdquo;(IDLine:@spg5107m) และทางอีเมล Crmhss.moph@gmail.com โดยกรม สบส.จะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งไว้เป็นความลับ และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดขั้นเด็ดขาดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียนนวดแผนไทย, นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล, สบส., สปาไทย, โทษใช้วุฒินวดแผนไทยปลอม, ใบวุฒินวดแผนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e30bb104e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
