<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวคิดปฎิรูป3กองทุนสุขภาพคืบ90%ยันสิทธิประโยชน์ไม่ลด  มีแพ็กเกจหลัก-เสริม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ ในการประชุมระดับชาติด้านหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย ศ.กิตติคุณ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบสาธารณสุขด้านการคลังสุขภาพและระบบหลักประกันสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดทำชุดสิทธิประโยชน์หลักและชุดสิทธิประโยชน์เสริมในระบบหลักประกันสุขภาพ ว่า ขณะนี้การกำหนดชุดสิทธิประโยชน์หลักและชุดสิทธิประโยชน์เสริม 1 คืบหน้าแล้วกว่า 90% แต่ยังเหลือการลงรายละเอียดอยู่ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแต่ละกองทุนมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องนำออกมากางดูทั้งหมดของทุกกองทุน ทั้งบัตรทอง ข้าราชการ และประกันสังคม แล้วเลือกดูรายการที่มีความเหมือน มีความสำคัญ และมีความจำเป็น แล้วนำมากำหนดเป็นชุดสิทธิประโยชน์หลัก ส่วนสิทธิประโยชน์ที่เหลือ จะกลายเป็นชุดสิทธิประโยชน์เสริม 1 ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ประชาชนไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกำหนดชุดสิทธิประโยชน์หลักและเสริม ยืนยันว่า ประชาชนที่อยู่ตามสิทธิต่างๆ จะต้องได้รับสิทธิต่างๆ ไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับ แต่บางอย่างอาจได้รับมากกว่าเดิม เนื่องจากปรับการบริหารจัดการหรือรูปแบบทำให้ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ทั้งนี้ หลังจากกำหนดชุดสิทธิประโยชน์หลักและเสริม 1 แล้วเสร็จ จะส่งกลับไปให้แต่ละกองทุนสุขภาพพิจารณา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการประชุมหารือใหญ่มาแล้ว 1 ครั้ง และจากนั้นจะเชิญทั้ง 3 กองทุนมาทำประชาพิจารณ์ใหญ่อีกครั้งว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วยตามนี้ แต่ละกองทุนก็นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดแต่ละกองทุน บอร์ดแต่ละกองทุนเห็นชอบ ในการพิจารณานำมาประกาศใช้ได้เลย เพราะแต่ละกองทุนมีกฎหมายของตัวเอง จึงต้องให้บอร์ดแต่ละกองทุนเห็นชอบก่อน ซึ่งทั้งหมดจะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่คงไม่ทันในช่วงปีใหม่ 2562 &amp;quot; ศ.กิตติคุณ นพ.ภิรมย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.กิตติคุณ นพ.ภิรมย์ กล่าวว่าสิทธิประโยชน์หลักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มเป็นหมวด โดยยึดเอาตาม 5 กลุ่มวัยเป็นสำคัญคือ ตั้งแต่ก่อนคลอด เด็กเล็ก เด็กโต วัยทำงาน และผู้สูงอายุ เพราะแต่ละกลุ่มวัยมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์หลักจะแบ่งออกเป็นกลุ่ม คือ กลุ่มการรักษา ทั้งระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ การสร้างเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูหลังการรักษา การดูแลระยะยาวรองรับสังคมผู้สูงอายุ และการดูแลระยะสุดท้ายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งจะมีการกำหนดเป็นรายการออกมาว่า สิทธิประโยชน์หลักควรได้รับอะไรบ้าง และสิทธิประโยชน์เสริม 1 ควรได้รับอะไร ซึ่งการจัดเช่นนี้จะทำให้ทุกคนได้รับการดูแลครบทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23997</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล, ปฎรูประบบสุขภาพ 3กองทุนสุขภาพ, อนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบสาธารณสุขด้านการคลังสุขภาพและระบบหลักประกันสุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181211/image_mid_5c0f7eec234c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
