<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดคุ้ยสินบนรพ. คปอธ.บี้นายกฯ คดีหมอชาญชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นพ.ม.ล.สมชาย&amp;quot; เดินหน้าสอบปมร้อน 186 โรงพยาบาลรับเงินบริษัทยา 5% นัดกรรมการถกนัดแรก 15 มิ.ย. ยันแค่สอบข้อเท็จจริงไม่ใช่สอบเอาผิดใคร แถมไม่เกี่ยวเรื่องร้องเรียนผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น &amp;quot;คปอธ.&amp;quot; นำเครือข่ายกว่า 50 คนบุกทำเนียบฯ จี้นายกฯ ให้ความเป็นธรรม &amp;quot;หมอชาญชัย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 186 แห่ง รับเงินบริษัทยา 5% ว่ากรรมการจะมีการประชุมกันครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.นี้ เวลา 13.00 น. เพื่อวางแนวทางการทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ม.ล.สมชายกล่าวว่า ขอย้ำกรรมการชุดนี้เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีนักวิชาการเปิดเผยว่ามีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 186 แห่ง รับเงินบริษัทยา 5% เท่านั้น ไม่ได้จะไปสอบเอาผิดอะไร โดยจะเชิญนักวิชาการท่านนั้นมาให้ข้อมูลเรื่องเหล่านี้ภายในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ก็กำชับให้ดำเนินการโดยไม่ชักช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรรมการชุดนี้จะสอบข้อเท็จจริงไปถึงกรณีที่มีเอกสารใบเสร็จรับเงินบริษัทยาของโรงพยาบาลชุมแพเมื่อเดือน มี.ค.2561 หรือไม่ ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ กล่าวว่า กรณีที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่นไม่ได้เกี่ยวกับกรรมการชุดนี้ เราต้องจำกัดวงหน้าที่ของกรรมการ ซึ่งตั้งขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงกรณี รพ.ในสังกัด สธ. 186 แห่งเท่านั้น ซึ่งต้องหาว่ามีจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากได้ข้อมูลและสอบพบว่ามีมูล ก็จะต้องทำเรื่องถึง รมว.สาธารณสุขเพื่อพิจารณาตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป นักวิชาการก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดออกมาด้วยว่ามีจริง มีลักษณะอย่างไร&amp;quot; ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม (คปอธ.) นำโดย พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น ในฐานะประธาน คปอธ. นำสมาชิกเครือข่ายฯ กว่า 50 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนการย้าย และการสอบวินัย การตั้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงต่อ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ออกมารับหนังสือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.กนกวรรณกล่าวว่า คปอธ.ไม่ต้องการห้ามผู้บังคับบัญชาหรืบุคลากรหน่วยงานใดแตะต้อง ผอ.ชาญชัย แต่เราต้องการให้เกิดความเป็นธรรมในกระบวนการที่กำลังดำเนินการจัดการหมอของพวกเรา และขอได้โปรดยึดหลักธรรมาภิบาลเหมือนที่หมอได้ยึดมาโดยตลอด อย่าให้อำนาจการเมืองหรือความไม่ชอบใดๆ มาครอบงำและชี้นำ เพียงเพื่อต้องการขจัดหมอของเรา เรามีความเชื่อมั่นว่านายกฯ ที่เป็นผู้ยึดมั่น และยึดหลักแนวทางหลักธรรมาภิบาลมาโดยตลอด ใช้อำนาจ และตระหนักอย่างเป็นธรรมเพื่อคลี่คลายปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอให้พิจารณา 2 ข้อ คือ 1.ให้ความเป็นธรรม นพ.ชาญชัย โดยการทบทวนการโยกย้าย การสอบสวนวินัย การตั้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงต่อ นพ.ชาญชัย 2.ถ้านายกฯ ยังยืนยันที่จะย้าย นพ.ชาญชัยไปปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงสาธารณสุขเป็นการชั่วคราวในระหว่างพิจารณาว่าบัตรสนเท่ห์มีมูลหรือไม่นั้น ก็ขอให้รอง ผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น เป็นผู้รักษาการผู้อำนวยการแทน เพื่อเป็นการรักษาขวัญและกำลังใจของบุคลากรของ รพ.ศูนย์ขอนแก่นทั้งหมด&amp;quot; ประธาน คปอธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม คปอธ.ยังได้ชูป้ายข้อความขอคืนความเป็นธรรมให้กับ นพ.ชาญชัย และตะโกนเสียงดังด้วยว่า &amp;quot;เซฟหมอชาญชัย เซฟธรรมาภิบาล&amp;quot; และ &amp;quot;เอาหมอชาญชัยคืนมา เอารักษาการออกไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทินกล่าวว่า เราต้องเชื่อใจกัน ไม่ใช่บอกว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นลูกน้องลูกพี่กัน ตนรู้เลยว่าทุกคนคิดว่าตนสนิทกับคนนั้นคนนี้ แต่ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน นี่มันราชการ ไม่ใช่บริษัทส่วนตัว ดังนั้นจึงมีแนวทางที่เดินอยู่ ตนทำอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น บริเวณด้านหน้าห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายวุฒิพงศ์ &amp;nbsp;ศุภรมย์ รองประธานสภาวัฒนธรรม จ.ขอนแก่น ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ ได้นำประชาชนชาวขอนแก่นและแกนนำเครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม รวมกว่า 20 คน มาทำการยื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น เพื่อส่งถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ขจัดการไร้ธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข และคืนความศักดิ์สิทธิ์แก่ระบบราชการไทย จากกรณีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัยครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อดีตอธิบดีกรมอนามัย และอดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากคณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคโควิด-19 ถึงนายอนุทิน โดยระบุว่า โรคโควิด-19 เบาบางลง และกำลังเปลี่ยนผ่านจากระยะ 3 เข้าสู่ระยะ 4 จึงขออนุญาตลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นพ.วชิระ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ตอนหนึ่งระบุว่า ได้ขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว เพื่อมาทำหน้าที่พลเมืองตื่นรู้ ป้องกันผลกระทบต่อคนที่เรารัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รักและเคารพอาจารย์หม่อม (นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์) มาตั้งแต่รับราชการใหม่ๆ ส่วนท่านรัฐมนตรีหนู (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นคนที่น่ารักน่านับถือ รู้จักตั้งแต่เป็น รมช.สธ. จะรักและนับถือตลอดไป&amp;quot; นพ.วชิระกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68532</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee379b830033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามย้ายขาด2ผอ.-สอบ186รพ.หักหัวคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สั่งปลัด สธ.ห้ามย้ายขาด &amp;quot;ชาญชัย-เกรียงศักดิ์&amp;quot; จนกว่าจะสอบวินัยแล้วเสร็จ &amp;nbsp;พร้อมตั้ง &amp;quot;นพ.ม.ล.สมชาย&amp;quot; ประธาน กก.ชุดใหญ่สอบ 186 โรงพยาบาลรับหัวคิวบริษัทยา 5% ขณะที่ ผอ.รพ.ทั่วประเทศโต้ข่าว บี้ &amp;quot;หมอสุขุม&amp;quot; สืบหาข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากกรณีที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย &amp;nbsp;จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น มายังกองบริหารการสาธารณสุข กรณีปัญหาเรียกรับเงินบริจาคบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนาโรงพยาบาล และแต่งตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี มาเป็นรักษาการแทนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน มีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขว่า ขอสั่งการเป็นนโยบาย ห้ามออกคำสั่งย้ายขาดนายชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ออกจากตำแหน่ง และห้ามย้ายนายเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จนกว่าการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอนุทินระบุด้วยว่าได้รายงานนายกฯ แล้ว และได้รับบัญชามาว่าหากมีความจำเป็น รมว. สธ.จะตั้งคณะกรรมการที่มีความอิสระอีกชุดหนึ่ง เพื่อสรุปสาระสำคัญของเรื่องและหาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และได้สั่งการเป็นนโยบายต่อปลัด สธ.ไปแล้วในวันที่ 9 มิ.ย.ว่า ในช่วงที่ยังสืบสวนสอบสวนโดยคณะกรรมการทุกชุดยังไม่แล้วเสร็จ ขอมิให้มีการโยกย้ายสลับตำแหน่ง ผอ.รพ.ทั้งสองแห่ง ขอให้ทุกฝ่ายรับทราบตามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินให้สัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ทราบว่าไลน์หลุดไปได้อย่างไร แต่ตนไม่ได้สั่งการ เพราะจะเป็นการก้าวก่าย เพียงแต่ส่งเป็นข้อความไปในไลน์ผู้บริหาร สธ. และบอกปลัด สธ.ว่าช่วงนี้ทุกฝ่ายต้องการความเป็นธรรม ทั้งนี้ที่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือสอบวินัยต่างๆ ก็ทำให้เสร็จสิ้นก่อน เพื่อป้องกันว่าหากมีใครจะย้ายขาดก็ขอให้อย่าทำ ให้นิ่งที่สุด ส่วนเรื่องการสั่ง นพ.เกรียงศักดิ์ไปรักษาการ ก็ไม่ว่าอะไร เป็นดุลพินิจ เป็นอำนาจปลัด สธ. ต้องเข้าใจว่าการทำงานด้วยกันต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ใครมีอำนาจอะไร เท่าไรตรงไหน ใครที่รับผิดชอบตรงนั้นตัดสินใจแล้วกล้ารับผิดชอบ คนที่เหนือกว่านั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นสรุป นพ.ชาญชัยยังเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น แต่ย้ายมาปฏิบัติงานที่ สธ. ส่วน นพ.เกรียงศักดิ์ยังเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้า แต่ก็เป็นรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่นด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณี นพ.ชาญชัยร้องเรียนว่าคับข้องใจและเป็นทุกข์กับคำสั่งของปลัด สธ.ที่ออกมานั้น ตนได้ทำหนังสือรับทราบและจะให้ความเป็นธรรม แต่ขอให้ นพ.ชาญชัยไปร้องที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนด้วย เพราะตนรับเรื่องมาดำเนินการไม่ได้ กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ ซึ่ง นพ.ชาญชัยได้ทำไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเรียกรับผลประโยชน์และการออกคำสั่งย้าย &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า เดิมมีกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มี นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 เป็นประธาน พบว่ามีมูล จนมีการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มี นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 11 เป็นประธาน ซึ่งขอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปตามขั้นตอน ส่วนตนจะตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด เป็นชุดใหญ่ที่ตนมีอำนาจ เพื่อสอบข้อเท็จจริงกรณีมีนักวิชาการออกมาระบุว่ามี รพ.สังกัด สธ. 186 แห่งเรียกรับเงินจากบริษัทยา โดยจะลงนามแต่งตั้งภายในวันที่ 11 &amp;nbsp;มิ.ย.นี้ น่าจะครอบคลุมไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ รพ.ขอนแก่นด้วย แต่ไม่ได้ตั้งกรรมการสอบการออกคำสั่งย้าย ผอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี รพ. 186 แห่ง ประกอบด้วย นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.เป็นประธาน, นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ., นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ., หัวหน้าสำนักงานกฎหมายของตน คือ พ.ต.อ.ประเวศ วงษ์ประมุข, นพ.นพพร &amp;nbsp;ชื่นกลิ่น ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ตัวแทนจาก รพ., ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งกรรมการจะเป็นผู้คัดเลือก โดยมีกรอบการทำงานคือให้ทำโดยเร็ว และรายงานตรงถึงตน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะไปเลือกคณะกรรมการเพิ่มเติม อาทิ ตัวแทนจากโรงพยาบาล ตัวแทนจากสาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการข้างต้นจะรายงานข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีโดยตรง ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร แต่การบริการประชาชนห้ามได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้จะสอบไปถึงกรณีมีเอกสารใบเสร็จรับเงินบริจาคจากบริษัทยาของ รพ.ชุมแพด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คณะกรรมการจะตรวจสอบเป็นมาตรฐานเดียว รวมถึงกรณีเอกสารการรับเงินบริษัทยาของ รพ.ชุมแพด้วย ตนไม่ได้เพิกเฉย แต่มีวิธีการแก้ปัญหาของตนที่คงไม่เหมือนคนอื่น ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นธรรม ตนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ ยึดถือระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ผมต้องเข้ามาแล้ว เพราะมีการกล่าวหา รพ. 186 แห่ง คิดเป็นกว่า 20% ของ รพ.ในสังกัดสธ. เรื่องนี้ต้องรับผิดชอบทั้ง 2 ฝ่าย หากไม่จริงคนกล่าวหาก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าจริง รพ.เหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตรวจสอบไม่ยาก สามารถดูบัญชีธนาคาร ดูการออกใบเสร็จรับเงิน เพราะถ้ามีการบริจาคเข้ามาแบบนี้ต้องมีการเอาไปหักภาษี ถ้าไม่มีตรงนี้แต่กลับมีเงินเข้ามาจำนวนมาก อาจจะมีความผิดปกติอะไรหรือไม่&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) และนางสมพิศ จำปาเงิน ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย (รพช.) ทำหนังสือถึงปลัด สธ. โดยมีสาระสำคัญว่า หลังสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์กล่าวถึงการสำรวจสอบถามผู้แทนยา เกี่ยวกับการรับเงินสวัสดิการ ร้อยละ 5 จากบริษัทยา พบว่าเดือน พ.ย.62 มีจำนวนโรงพยาบาลรับเงินดังกล่าวรวม 186 แห่ง เป็น รพศ./รพท. 22 แห่ง และ รพช. 164 &amp;nbsp;แห่ง ส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ เน้นย้ำมิให้มีการรับเงินร้อยละ 5 จากบริษัทคู่สัญญาของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในการเป็นองค์กรคุณธรรม โปร่งใส &amp;nbsp;และมีธรรมาภิบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลนี้ ชมรมทั้งสองมีความเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องสืบหาข้อเท็จจริงจากผู้ให้หรือเจ้าของข้อมูลที่ให้แก่สื่อมวลชนว่า ความจริงรายละเอียดนั้นเป็นเช่นไร ตั้งแต่แหล่งข้อมูลที่ผู้เป็นเจ้าของได้ให้แก่สื่อมวลชนมาจากที่ใด เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน และข้อมูลการรับเงินร้อยละ 5 จากบริษัทยาเป็นการให้แก่โรงพยาบาล หรือกลุ่มบุคคลได้แอบอ้างอย่างไร เพื่อเป็นการช่วยเหลือกระทรวงสาธารณสุขอีกทางหนึ่งในการสืบหาข้อเท็จจริง ว่ามีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และเป็นแนวทางการติดตามป้องกันปัญหาดังกล่าวให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดไว้ให้เป็นตัวอย่างขององค์กรคุณธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุติเดช ตาบ-องครักษ์, นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, สมพิศ จำปาเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22fbe608e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
