<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะเร็งคร่า &#039;นพ.มงคล ณ สงขลา&#039; อดีตรมว.สธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อดีตปลัดสธ. และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยวัย 79 ปี เวลา 22.00 น. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 ธันวาคม หลังจากก่อนหน้านี้เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งและเข้ารักษาอาการมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดพิธีศพนั้น จะมีการสวดหนึ่งคืน ที่วัดปริวาสราชสงคราม แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86634</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มงคล ณ สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd428c3c8931.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต รมว.สธ.ชี้ รัฐบาลชุดใหม่ต้องแก้ไขให้ระบบหลักประกันสุขภาพเกิดความยั่งยืน เพื่อความเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 ณ โรงแรมมิลาเคิลแกรนด์ &amp;nbsp;นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานเปิดงานรำลึก 11 ปี นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ฯ กล่าวว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีอยู่เป็นรัฐสวัสดิการ ที่มีความจำเป็นสำหรับคนไทยทุกคนเพื่อให้มีความเสมอภาคในลักษณะความเท่าเทียมในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้นการที่จะรักษาระบบเอาไว้สิ่งที่ต้องทำ 2 อย่าง คือ1.การสนับสนุน มีนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล และ 2.ระบบการให้บริการจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โครงสร้างของประชากร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซึ่งทั้ง 2ส่วนทั้งรัฐบาล &amp;nbsp;และผู้บริหารทางด้านสุขภาพของประเทศต้องปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมทั้งในเรื่องรัฐสวัสดิการและการรักษาพยาบาลถ้วนหน้า จะสามารถทำให้ระบบมีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับกระแสวิพากวิจารย์ว่าหากมีการใช้งบประมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ระบบล่มในที่สุด หรือไม่ นพ.มงคล กล่าวว่า จริง ๆคงไม่เป็นเช่นนั้นซะทีเดียว การที่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นเป็นเพราะว่าโครงสร้างประชากรมีความเปลี่ยนแปลง &amp;nbsp; เราต้องมีการปรับ เพราะเด็กและคนวัยทำงานน้อยลง ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเทคโนโลยีมีความเปลี่ยนแปลงไป แต่ในเรื่องสุขภาพยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง ยังขาดการพัฒนา และการบริหารงบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะเรื่องภาษีก็ยังไม่มีความเท่าเทียมเป็นธรรม เพราะฉะนั้นการที่จะปรับต้องปรับทั้งตัวรัฐบาลเอง ส่วนกลาง และปรับในเรื่องการบริหารจัดการ ซึ่งมีช่องทางที่ชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไร อยู่ที่ว่าเราจะทำกันจริงหรือไม่ ตนคิดว่าในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ใดก็แล้วแต่ยังตอบไม่ชัดเจนเลยว่าฝ่ายรัฐจะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยรแปลงทางโครงสร้างหลักๆโดยเฉพาะเรื่องภาษีที่เป็นธรรมมาสร้างสวัสการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้พวเขาเหล่านี้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งหากทำไม่ได้สิ่งต่างๆเหล่านี้จะส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพไม่ยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องมาแก้ไขเพื่อให้ระบบเกิดความยั่งยืน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ และคนไทยเองก็ควรจะเลือกรัฐบาลที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยน ในเรื่องโครงสร้างของรายได้และโครงสร้างการดูแลสุขภาพเพื่อให้ทุกคนที่เกิดมาในแผ่นดินไทยมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน&amp;rdquo;นพ.มงคล กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26300</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มงคล ณ สงขลา, บัตรทอง, ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c383dd24d2bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
