<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว!&#039;หมอมนูญ&#039;เผยโควิดทำให้ผมร่วงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64- นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC&amp;rdquo; ว่า โรคโควิด-19 ทำให้ผมร่วงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยโรคโควิด-19 หลายๆคนมีปัญหาผมร่วงหลังจากที่หายป่วยไปแล้ว 2-3 เดือน ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากไวรัสโดยตรง แต่เป็นผลพวงจากการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกายจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้สูง ความเครียด ความวิดกกังวล ที่เป็นอาการที่พบได้จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปกติแล้วเส้นผมคนเราจะร่วงวันละประมาณ 100 เส้น หลังจากหายป่วยจากโรคโควิด 2-3 เดือน ผมอาจร่วงได้ถึงวันละ 300 เส้น ตลอดระยะเวลา 6 เดือนเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ผมที่ร่วงไปก็จะค่อยๆงอกกลับมาใหม่อีกครั้ง และกลับมามีผมเหมือนก่อนป่วยในเวลา 6-9 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 65 ปี ป่วยเป็นโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 มีไข้สูง ไอ เหนื่อย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขณะนี้หายดีเป็นปกติ ไม่ไอ ไม่เหนื่อย ผมเริ่มร่วงหลังจากหายป่วย 2 เดือนครึ่ง เวลาหวีผม ผมหลุดออกมาเป็นกระจุกหลายร้อยเส้นต่อวัน ผมร่วงต่อเนื่อง 2 เดือนผมบางลงมากทั้งศีรษะ ลูกสาวที่ป่วยพร้อมกัน ผมก็ร่วงเหมือนกันแต่น้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนะนำผู้ป่วยไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องวิตกกังวล อีกประมาณ 4 เดือนผมก็จะหยุดร่วงและจะงอกขึ้นมาใหม่เหมือนเดิม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115218</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, ผมร่วง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ce9b40bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039; เผยทั่วโลกรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดต่ำกว่าความเป็นจริง ไทยอาจติดเชื้อแล้ว 9 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC&amp;rdquo; ในหัวข้อ &amp;ldquo;ทั่วโลกรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่ำกว่าความเป็นจริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมที่รายงานทั้งโลกน้อยกว่าความเป็นจริง 10 เท่า นักวิทยาศาสตร์ด้านระบาดวิทยาให้ความเห็นว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รายงานเหมือนกับยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจถึงแม้จะมีอาการ และมีคนอีกมากมายที่ไม่มีอาการ ไม่ได้รับการตรวจ จำนวนนี้อยู่ใต้น้ำมองไม่เห็น มากกว่ายอดจำนวนผู้ติดเชื้อภูเขาน้ำแข็งที่เรามองเห็น ขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อสะสมทั้งโลกยืนยันแล้ว 215 ล้านคน แท้จริงแล้วอาจจะมีผู้ติดเชื้อมากถึง 2,150 ล้านคน หรือประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรโลก การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหน่วยงาน 4 แห่งที่ทำแบบจำลอง คำนวณหาตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายวันที่แท้จริงของแต่ละประเทศ อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา หลายหน่วยงานเห็นพ้องต้องกันว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริงของสหรัฐฯน่าจะสูงกว่าตัวเลขที่รายงานประมาณ 4 เท่า จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รายงาน 39 ล้านคน ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะเป็น 156 ล้านคนซึ่งก็ยังน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ มีการทำกราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯรายวันที่คำนวณสูงกว่าที่รายงานทุกวันประมาณ 4 เท่า (ดูกราฟ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน บางวันที่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสะสม 2 หมื่นราย ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่คำนวณ ดูในกราฟสูงถึง 1.2 แสนราย หรือมากกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันขณะนี้ 1.13 ล้านคน เป็นไปได้ที่ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อจริงอาจสูงถึง 9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13 ของประชากรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยไม่ต้องตกอกตกใจเมื่อเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 9 ล้านคน ควรจะดีใจด้วยซ้ำที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดไปแล้วตั้ง 9 ล้านคน โดยที่คนเกือบ 8 ล้านคนที่ติดเชื้อ ไม่มีอาการหรืออาการน้อย คนที่ติดเชื้อหายแล้วจะไม่รับเชื้อสายพันธุ์ที่กำลังระบาดขณะนี้ และจะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นอีก นอกจากนี้แล้วยังทำให้คนไม่ต้องหวาดกลัวกับโรคโควิด-19 มากเกินไป เพราะโรคนี้อัตราตายหรือสัดส่วนการเสียชีวิตต่อผู้ติดเชื้อจะลดลงถึง 8 เท่า แทนที่อัตราตายจะเป็นคนเสียชีวิต 10,587 ราย หารด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อ 1.13 ล้านคน หรือร้อยละ 0.9 จะเปลี่ยนเป็น 10,587 ราย หารด้วย 9.0 ล้านคน หรือร้อยละ 0.12&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงต้องอยู่กับโรคโควิด-19 ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ถ้าคนไทยกลุ่มเสี่ยงคือคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุดทุกคน และตามมาด้วยคนทั่วไป เมื่อติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนจะป่วยไม่รุนแรงถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต โรคนี้ก็จะเป็นเหมือนไข้หวัดใหญ่ เราต้องเรียนรู้อยู่กับมัน ไม่ต้องกลัวมัน อยู่อย่างมีสติ ป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือ ปีหน้าคงมียาต้านไวรัสเชื้อโควิด-19 ตัวใหม่ให้ทุกคนได้ใช้ และวิถีชีวิตก็คงจะกลับมาใกล้เคียงกับภาวะปกติมากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114818</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec67499796d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;ชี้ล็อกดาวน์ไม่ได้ผลกับเดลตา ยากเอาชนะข้าศึกครั้งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือ CDC ออกแถลงการณ์ สงครามโควิดได้เปลี่ยนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดปีที่แล้วหรือสงครามครั้งแรก หลายประเทศรวมทั้งไทยสามารถเอาชนะเชื้อไวรัสโควิด-19 หยุดการแพร่ระบาดได้ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขและการล็อกดาวน์&amp;nbsp; เพราะข้าศึกหรือเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิม เปรียบเหมือนเชื้อไวรัสไข้หวัดเล็ก ยังไม่เก่งพอ คนติดเชื้อ 1 คนสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่น 2 คน แต่สงครามครั้งนี้หรือการระบาดรอบปัจจุบัน ถึงแม้เราจะออกมาตรการต่างๆ ตั้งป้อมค่ายต่อสู้ ป้อมถูกตีแตก ต้องถอยร่นเข้าหลุมหลบภัย แม้กระทั่งหลุมหลบภัยก็ยังไม่ปลอดภัย เชื้อไวรัสโควิดตามเข้ามาในบ้าน แพร่ระบาดในครัวเรือน เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าเก่งขึ้นมาก คนติดเชื้อ 1 คนสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นมากถึง 8-9 คน เปรียบเหมือนเชื้อไวรัสโรคอีสุกอีใส (ดูรูป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคอีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicella ติดต่อได้ 2 ทาง โดยการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำบนผิวหนัง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากสูดหายใจเอาละอองฝอยของสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ในอดีตเด็กทุกคนในโลกจะติดเชื้ออีสุกอีใสเพราะติดต่อกันง่ายมาก ในปัจจุบันสถานการณ์โรคอีสุกอีใสดีขึ้นเพราะมีวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับความจริง เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาติดกันง่ายมาก ติดกันทางหายใจ ในที่สุดเกือบทุกคนในโลกไม่ว่าจะเคยได้รับวัคซีนหรือไม่ จะติดเชื้อไม่ช้าก็เร็ว เมื่อประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 90 ติดเชื้อ เกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ โรคโควิดถึงจะหยุดการแพร่ระบาด เหมือนกับไข้หวัดใหญ่สเปนในอดีตที่ระบาดไปทั่วโลกปี ค.ศ.1918 ใช้เวลา 2 ปี กว่าจะหยุดการระบาด ต่อมากลายเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ประจำถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ได้รับวัคซีนโควิดครบโดสก็ยังมีโอกาสติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ วัคซีนลดการติดเชื้อได้ 3 เท่า แต่ลดอาการรุนแรงถึงขั้นเข้านอนในโรงพยาบาลและเสียชีวิตมากกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยรับวัคซีน วัคซีนป้องกันโรคโควิดที่เป็นรุนแรงมากกว่าร้อยละ 90&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนควรแข่งกับเวลารีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิตหากติดเชื้อโควิด และป้องกันตัวเองเต็มที่ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง พยายามอย่าอยู่ในที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี หมั่นล้างมือ พยายามชะลอเวลาการติดเชื้อออกไปให้นานที่สุด เพราะปีหน้าคาดว่าเราจะมียาขนานใหม่ที่มีประสิทธิภาพรักษาโรคนี้ดีกว่ายาปัจจุบัน มาตรการล็อกดาวน์แบบปีที่แล้วต่อให้เข้มแค่ไหน คงไม่ได้ผลกับเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา เราต้องยอมรับสงครามเปลี่ยนไป เราไม่สามารถเอาชนะข้าศึกครั้งนี้ได้ เราต้องเรียนรู้อยู่กับโรคนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนแรกที่ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตายึดครองประเทศไทย จำนวนผู้ติดเชื้อในเดือนที่แล้วเพียงเดือนเดียว 337,966 คน เสียชีวิต 2,834 คน ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดจริงๆน่าจะมากกว่านั้นหลายเท่า คงต้องใช้เวลาอาจจะถึงปี กว่าประชากรไทยร้อยละ 90 ติดเชื้อ โรคโควิดถึงจะหยุดการแพร่ระบาดได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111918</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, ล็อกดาวน์, เดลตา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61075823aea02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;ยันฉีดวัคซีนเข็มแรก 50 ล้านคนให้เร็วที่สุดใน 120 วัน เป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64- นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า ยุทธศาสตร์ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แต่ละประเทศแตกต่างกันแล้วแต่จำนวนวัคซีนที่หามาได้ ของไทยเน้นปูพรมฉีดเข็มแรกโดยเฉพาะวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าให้มากที่สุดอย่างน้อย 50 ล้านคนให้เร็วที่สุดใน 120 วัน เป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในภาวะที่วัคซีนขาดแคลน โดยยืดเวลาการให้วัคซีนแอสตร้าเข็มที่ 2 ออกไปเป็น 12-16 สัปดาห์ แทนที่จะเน้นให้ทุกคนต้องฉีดคนละ 2 เข็มใน 8 สัปดาห์เหมือนประเทศที่มีวัคซีนเหลือพอ ในประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ใน 10 คนที่ฉีดเข็มแรกไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา ปฏิเสธเข็มที่ 2 แต่ขณะนี้คนที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯคือคนที่ไม่เคยรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่ทราบกันดีจำนวนคนป่วยหนักเข้านอนโรงพยาบาลและใส่ท่อหายใจเพิ่มขึ้นทุกวัน จนเตียงในไอซียูในโรงพยาบาลไม่เพียงพอ (ดูรูป) ยิ่งกว่านั้นเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดประมาณ 80 กว่า% เป็นสายพันธุ์อัลฟ่าหรือสายพันธุ์อังกฤษ ตามมาด้วยสายพันธุ์เดลต้าหรือสายพันธุ์อินเดียเกือบ 20% &amp;nbsp;เนื่องจากสายพันธุ์เดลต้าแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษ 60% &amp;nbsp;เชื่อว่าอีกไม่นานสายพันธุ์เดลต้าจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทนสายพันธุ์อัลฟ่าในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักร วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรกสามารถลดการป่วยหนักเข้านอนโรงพยาบาลจากสายพันธุ์เดลต้า 71% เทียบกับสายพันธุ์อัลฟ่า 76%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนแอสตร้า 2 เข็มลดการป่วยหนักเข้านอนรพ.จากสายพันธุ์เดลต้า 92% เทียบกับสายพันธุ์อัลฟ่า 86% (ดูรูป)&amp;nbsp;
การปูพรมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรกให้เร็วที่สุด อย่างน้อย 50 ล้านคนใน 120 วัน เป็นการให้ที่แข่งกับเวลาก่อนที่เชื้อสายพันธุ์เดลต้าจะขึ้นมาแทนที่สายพันธุ์อัลฟ่า วัคซีนแอสตร้าแม้เพียงเข็มแรกก็ช่วยลดจำนวนคนป่วยหนักเข้านอนรพ.มากกว่า 70% &amp;nbsp;สำหรับวัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์มต้องให้ 2 เข็มใน 3-4 สัปดาห์ถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยหนักเข้านอนในโรงพยาบาลและเสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนแล้ว ทุกคนก็ยังต้องใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์เมื่อกำหนดแล้วต้องทำให้ได้ ฝากความหวังกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าสามารถทยอยส่งมอบวัคซีนให้กระทรวงสาธารณสุขมากที่สุดทันตามกำหนดเวลา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108019</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, ยุทธศาสตร์ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605939a1aa247.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;ย้ำโควิดพันธุ์ผู้ดีสุดน่ากลัวมุ่งทำลายปอด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 &amp;ndash; นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธโพสต์เนื้อหาพร้อมรูปเอกซเรย์ปอดบนเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟาหรือสายพันธุ์อังกฤษ เป็นสายพันธุ์หลักที่กำลังระบาดหนักในประเทศไทยรอบนี้ &amp;nbsp;ติดต่อกันง่ายมาก เพิ่มจำนวนเชื้ออย่างรวดเร็วในร่างกาย เล่นงานปอดรุนแรงกว่าเชื้อสายพันธุ์เดิมในรอบก่อน บางคนถึงหายป่วยแล้ว ปอดยังเสียหายมาก ต้องใช้เวลานานเป็นหลายๆ เดือนหรืออาจเป็นปีกว่าจะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยชายไทยอายุ 80 ปี ปกติแข็งแรงดี ไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคปอด ไม่สูบบุหรี่ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ป่วยเป็นโรคโควิด-19 โดยลูกเป็นคนนำเชื้อมาให้ผู้ป่วยและคนในครอบครัวรวมทั้งหมด 7 คน เข้านอนรักษาในโรงพยาบาลด้วยปอดอักเสบรุนแรง เอกซเรย์ปอดมีฝ้าขาวทั้ง 2 ข้าง (ดูรูป) ทำคอมพิวเตอร์สแกนปอดพบเนื้อเยื่อปอดอักเสบรุนแรง มีทั้งฝ้าขาว รอยโรคเหมือนร่างแห และลักษณะผิดปกติคล้ายรังผึ้ง กระจายทั่วปอด (ดูรูป) ผู้ป่วยได้รับการรักษาเต็มที่ โชคดีที่ไม่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ต้องใช้ออกซิเจนมากถึง 10 ลิตร/นาทีตลอดเวลา นอนในรพ.ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 สัปดาห์หลังจากเริ่มป่วย มีไอเล็กน้อย ไม่มีไข้ เดินนิดเดียวก็เหนื่อย ยังต้องใช้ออกซิเจน 4 ลิตร/นาทีตลอดเวลา ระดับออกซิเจนในเลือดถึงจะขึ้นมาอยู่ที่ 95% แต่ถ้าไม่ใช้ออกซิเจน ระดับออกซิเจนในเลือดจะลดลงต่ำกว่า 80% เอกซเรย์ปอดยังผิดปกติ ลักษณะคล้ายพังผืด แต่ดีขึ้นช้าๆ (ดูรูป)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบระยะยาวต่อปอด (Post-Acute Sequelae of SARS-CoV-2 &amp;nbsp;infection) ขอให้ทุกคนรีบไปลงทะเบียน จองคิวฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการป่วยหนักจากโรคโควิด-19 และหลีกเลี่ยงผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพเหมือนผู้ป่วยรายนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105774</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, วัคซีน, เอกซเรย์, โควิด-19, โรงพยาบาลวิชัยยุทธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05b2da95c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;แนะ AstraZenecaปรับคำแนะนำฉีดวัคซีนเข็มเดียวนอกกลุ่มประเทศร่ำรวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25พ.ค.64- นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC &amp;nbsp;ผมตั้งคำถามบริษัทแอสตร้าเซเนก้า ( AstraZeneca) ว่าทำไมไม่ปรับลดโดสการฉีดวัคซีนให้เหลือเข็มเดียว สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาในภาวะที่มีวัคซีนไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซเนก้าใช้เทคโนโลยีอะดีโนไวรัส (Adenovirus) เป็นพาหะนำรหัสพันธุกรรม (DNA) ของไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อโปรตีนส่วนที่เป็นหนามของเชื้อไวรัส เหมือนกับเทคโนโลยีวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอหน์สัน (Johnson &amp;amp; Johnson) ประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีนสปุตนิก (Sputnik) ของประเทศรัสเซีย และวัคซีนแคนซิโน (Cansino) ของประเทศจีน ที่ให้โดสเข็มเดียวจบ ไม่ต้องให้เข็มสองดังที่บริษัทแอสตร้าเซเนก้ากำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อแตกต่างของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าคือใช้อะดีโนไวรัสของลิงชิมแปนซีแทนที่จะใช้อะดิโนไวรัสของคนเหมือนบริษัทอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสิทธิภาพของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าหลังฉีดเข็มแรกดีพอๆกับวัคซีนของบริษัทอื่นที่ให้ฉีดเพียงเข็มเดียว มีการศึกษาในคนไทยพบภูมิคุ้มกันขึ้นสูงมากหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกาโดสแรก 4 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนสปุตนิกของรัสเซียเดิมให้ 2 เข็ม ต่อมาปรับลดลงเหลือ 1 เข็มเพื่อจะได้ฉีดให้คนมากขึ้น เป็นความคิดที่ถูกต้องสำหรับประเทศที่ขาดแคลนวัคซีน ล่าสุดวัคซีนแคนซิโนของจีนประกาศให้เข็มเดียวพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่บริษัทแอสตร้าเซเนก้าให้เข็ม 2 เพื่อกระตุ้นให้มีภูมิคุ้มกันนานขึ้น แต่ในภาวะที่มีไวรัสกลายพันธุ์หลายชนิดที่สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรก &amp;nbsp;ยังไงเราต้องให้เข็มถัดไปที่เป็นวัคซีนรุ่นใหม่ที่ทั้งกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และสามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และบราซิลในต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยชน์ของการให้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มเดียวทำให้มีวัคซีนมากขึ้นสามารถฉีดจำนวนคนได้มากขึ้นเท่าตัว เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้วที่บริษัทแอสตร้าเซเนก้าน่าจะปรับคำแนะนำให้ประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาลดเหลือ 1 เข็ม เหมือนวัคซีนทุกบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104063</URL_LINK>
                <HASHTAG>AstraZeneca, ฉีดเข็มเดียว, นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e0db998fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;เฉลยทำไมคนอ้วนถึงมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยหนักและเสียชีวิตเมื่อติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64- &amp;nbsp;นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า &amp;nbsp;ทำไมคนอ้วนถึงมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยหนักและเสียชีวิตเมื่อติดเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคอ้วนส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ไขมันภายในช่องท้องดันกล้ามเนื้อกระบังลมขึ้นไปในทรวงอกมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมทำงานได้ไม่เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขมันที่ทรวงอกมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทำให้กล้ามเนื้อต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อให้ทรวงอกขยายตัว แรงต้านมากขึ้นทำให้ปริมาตรของอากาศเข้าปอดน้อยลง หลอดลมอาจปิด ถุงลมของปอดส่วนล่างอาจแฟบ ทำให้การแลกเปลี่ยนของก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ส่งผลให้หายใจถี่ขึ้น เกิดภาวะออกซิเจนต่ำโดยเฉพาะเวลานอนหงาย
บอกภาวะอ้วนโดยใช้ดัชนีมวลกายหรือ Body Mass Index (BMI) คำนวณจากน้ำหนักตัว(กิโลกรัม)และความสูง(เมตร)โดยใช้สูตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BMI = น้ำหนัก(กิโลกรัม)/ ความสูง(เมตรยกกำลัง 2)
แบ่งระดับความอ้วนเป็นระดับต่างๆดังนี้&amp;nbsp;
BMI 18.5-24.9 kg/m2 &amp;nbsp;ปกติ
BMI 25.0- 29.9 kg/m2 &amp;nbsp;ภาวะน้ำหนักตัวเกิน
BMI &amp;gt; 30 kg/m2 &amp;nbsp;อ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอ้วนมีภูมิคุ้มกันลดลง มีการอักเสบเรื้อรังเพิ่มขึ้น มีโอกาสลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคนอ้วนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เชื้อไวรัสจะแบ่งตัวในทางเดินหายใจมากกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติ เกิดการอักเสบของปอดมากขึ้น ส่งผลให้มีการทำลายของเนื้อปอดมากกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติ เนื่องจากความจุของปอดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจเข้าและออกของคนอ้วนลดลง ประกอบกับคนอ้วนเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอดบ่อยขึ้น ทำให้ระบบหายใจของคนอ้วนล้มเหลวเร็วขึ้น ใส่เครื่องช่วยหายใจ มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ คนที่น้ำหนักตัวเกินก็มีความเสี่ยงแต่น้อยกว่าคนอ้วน (ดูรูป)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้คนอ้วน และคนที่น้ำหนักตัวเกินต้องพยายามลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารให้น้อยลง ออกกำลังกายกลางแจ้ง อย่าเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน สวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ อย่าเข้าไปในสถานที่ปิด คนอยู่กันเยอะๆ อากาศถ่ายเทไม่ดี รีบจองคิว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยด่วน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102482</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอ้วน, นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605939a1aa247.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
