<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.หมอ ก้าวไกล คุยกับคุณช่อ เชื้อโควิดพันธุ์บราซิล-แอฟริกา เข้าไทยแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยผ่านการพูดคุยกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ผ่านรายการ &amp;ldquo;คุยให้ชัด กับพรรณิการ์&amp;rdquo; ว่าตนกังวลใจอย่างมากที่พบรายงานจากองค์การอนามัยโลก ว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์บราซิลและแอฟริกาเข้าไทยแล้ว ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ ศบค. กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ทั้งที่มีรายงานการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า เชื้อที่เกิดการกลายพันธุ์มีลักษณะดื้อวัคซีน ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ในขณะนี้ วงการแพทย์รับรู้กันว่าวัคซีนที่ผลิตจากเทคโนโลยี mRNA มีแนวโน้มที่จะป้องกันเชื้อโควิดชนิดกลายพันธุ์ได้ดีกว่า แต่ในประเทศไทยขณะนี้ มีเพียงวัคซีนซิโนแวค และแอสตราเซเนก้า ซึ่งเป็นวัคซีนประเภทไวรัล เว็คเตอร์ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะไม่มีประสิทธิภาพดีพอในการป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์บราซิลและแอฟริกา เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่ต้องเร่งจัดหาวัคซีน mRNA เช่นโมเดอร์นา หรือไฟเซอร์ เข้ามาฉีดให้ประชาชน เพื่อรับมือการระบาดระลอกใหม่จากเชื้อกลายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วาโย ยังกล่าวอีกด้วยว่า แม้จะตอบได้ยากว่าการระบาดระลอกสามจะจบลงเมื่อไหร่ แต่ที่เป็นไปได้แน่ๆ คือ เราจะเจอการระบาดระลอก 3 แบบยาวนาน แล้วแทรกด้วยการเกิดระลอกใหม่ที่เป็นการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยต้องแบกรับภาระด้านการบริหารทรัพยากรมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเมื่อบุคลากรการแพทย์ส่วนใหญ่ในประเทศได้รับวัคซีนซิโนแวค ซึ่งมีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำในการรับมือเชื้อโควิดกลายพันธุ์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101757</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, พรรณิการ์ วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609131ac83cd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวทำแท้งเองได้ ครรภ์ไม่เกิน12สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาฯ ไฟเขียว &amp;quot;ทำแท้ง&amp;quot; เองได้หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ กรณีที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 ถึง 20 สัปดาห์ต้องเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น อ้างให้หญิงมีทางออกเมื่อประสบปัญหาในชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 20 มกราคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ มีระเบียบวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.วิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายดังกล่าวมีทั้งหมด 4 มาตรา โดย กมธ.แก้ไขมีสาระสำคัญอยู่ที่มาตรา 3 ว่าด้วยกำหนดโทษสตรีที่ทำแท้งหรือยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง ขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 4 กมธ.แก้ไขว่า ถ้าเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ถือว่าไม่ผิด ดังนี้ 1.หญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น 2.เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง 3.หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์ เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ และ 5.หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น &amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 3 เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมลงมติไม่เห็นด้วยกับการกำหนดโทษที่ กมธ.แก้ไข แต่เห็นด้วยกับร่างเดิมของรัฐบาลที่เสนอให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้มีการอภิปรายในมาตรา 4 โดย น.ส.นริศรา ไผ่แดง ในฐานะ กมธ.ฝ่ายรัฐบาล ระบุว่า ข้อยกเว้นที่ 3 ที่กำหนดให้อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยุติการตั้งครรภ์ได้นั้น บัญญัติไว้สำหรับรองรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้ ส.ส.อภิปราย โดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขครั้งนี้อนุญาตให้สตรีมีครรภ์สามารถซื้อยามากิน เพื่อทำแท้งตัวเองได้ หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นมุสลิม ตามหลักการของศาสนาอิสลาม ภายหลังจากมีปฏิสนธิและทารกอยู่ในครรภ์ 120 วันแล้ว ถือว่าเด็กมีชีวิตแล้ว หากทำแท้งถือว่าบาปมหันต์ ยกเว้นจะต้องมีเหตุจำเป็น เช่น แพทย์วินิจฉัยแล้วว่ามีอันตรายถึงชีวิตของมารดา เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสันติชี้แจงว่า มาตรา 4 ข้อยกเว้นที่ 5 ทาง กมธ.บัญญัติขึ้นเพื่อหาทางออกให้กับสตรีที่ประสบปัญหาในชีวิต เช่น พ่อของลูกเกิดเสียชีวิต หรือปฏิเสธการเป็นพ่อ 20 สัปดาห์ ยืนยันว่า กมธ.มีเจตนารมณ์ให้หญิงมีทางออกเมื่อประสบปัญหาในชีวิต และให้ได้รับคำแนะนำ จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะตั้งครรภ์ต่อไป หรือจะยุติการตั้งครรภ์ ส่วนที่กำหนดไว้ไม่เกิน 20 สัปดาห์ เพราะถ้าเกิน 20 สัปดาห์ เด็กดิ้นแล้ว มีชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในมาตรา 4 เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับที่คณะ กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 273 ต่อ 47 งดออกเสียง 19 เสียง และต่อมาเวลา 15.55 น. ที่ประชุมลงมติในวาระ 3 ส่วนใหญ่เห็นด้วยผ่านร่างกฎหมายทั้งฉบับ ด้วยคะแนน 276 ต่อ 8 งดออกเสียง 54 เสียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90483</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, ประสิทธิ์ มะหะหมัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60081c7816ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกงบ64กร่อย รวบ&#039;อภิปราย&#039; สับเรื่องค้างปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภารุมยำงบต่อสู้คดีบริษัท คิงส์เกตฯ 111 ล้านบาท อัดบิ๊กตู่สั่งปิดเหมืองแร่ทองคำอัคราก็ต้องรับผิดชอบเอง ฝ่ายค้านไล่ทุบงบกระทรวงมหาดไทย ทั้งกรมที่ดิน-กรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้องใจจัดซื้อชุดรังวัดที่ดิน มีเล่นตุกติก ตั้งราคายุโรปแต่ซื้อของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ.2564 ที่เป็นวันที่สาม ของการประชุมสภาเพื่อพิจารณาระเบียบวาระดังกล่าว และเป็นการประชุมวันสุดท้าย ทำให้วิปรัฐบาลพยายามเร่งการอภิปรายของ ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อให้การพิจารณาวาระ 2 พิจารณาแล้วเสร็จเร็วขึ้นเพื่อให้การลงมติในวาระ 3 ที่เป็นการเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสร็จภายในไม่เกินเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. และจะได้นำร่าง พ.ร.บ.ส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการประชุมได้พิจารณามาถึงงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 3.7 พันล้าน พบว่าการอภิปรายของ ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายถึงราคาสินค้าเกษตรที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ รัฐบาลไม่ดูแลเหมือนกับที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งภายหลังอภิปรายกันครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมก็ได้ให้ความเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในการพิจารณางบประมาณกระทรวงมหาดไทย วงเงิน 2.6 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ทางนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ปรึกษากรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญงบประมาณฯ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายงบของกรมที่ดินว่า เมื่อก่อนใช้การเดินรังวัดทำโฉนด ทุกวันนี้มีการใช้ข้อมูลดาวเทียมในการทำโฉนดที่ดิน ซึ่งต้องมีเสาสัญญาณเป็นตัวรับ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรังวัดที่ดินด้วยระบบดาวเทียม 258 ล้านบาท ประกอบด้วยสถานีรังวัดดาวเทียมฐาน เป็นเสาหลักที่กระจายสัญญาณทั่วประเทศด้วยระยะ 20-80 กิโลเมตร กรมที่ดินซื้อชุดรังวัดที่ดินตั้งแต่ปี 2559 มาเรื่อยๆ ทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์อภิปรายว่า บริษัทที่ได้รับสัมปทานคือบริษัท CC จำกัด ใช้เครื่องของจีนที่มีรัศมี 50 กิโลเมตร ขณะที่กรมแผนที่ทหารใช้เครื่องไลก้าของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีรัศมี 80 กิโลเมตร นั่นหมายความว่ากรมที่ดินต้องตั้งเสาสัญญาณถี่กว่าเดิม 30% อีกทั้งกำหนดราคาเป็นของยุโรป แต่เอาเข้าจริงกลับซื้อเสาสัญญาณจีน โดยอ้างว่าของจีนดีกว่าของยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการประกาดราคา บริษัทอื่นเสนอมาเท่าไรก็ถูกปัดตก ด้วยกรมอ้างเหตุผลเทคโนโลยีทั้งหมด บริษัท CC ตั้งราคา 227 ล้านบาท แต่บริษัทอื่นๆ ไม่เกิน 100 ล้านบาท กลับไม่ผ่านเกณฑ์ ผมจึงขอตั้งคำถามว่ากระบวนการนี้โปร่งใสหรือไม่ ตั้งราคายุโรป แต่ใช้กลไกซ่อนเร้นตัดสิทธิ์บริษัทอื่นทั้งหมด ผมเชื่อว่าไม่โปร่งใสแน่นอนตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานตั้งงบประมาณไม่เหมาะสมและไม่โปร่งใส&amp;rdquo; นายวรวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอปรับลด 5% เนื่องจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อวิทยุสื่อสาร 4,344 ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อการสื่อสารในการประชุมสื่อสารแบบเครือข่าย แสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในรูปแบบประชารัฐ สื่อสารแบบสองทาง และเพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนภัยแบบรวดเร็ว จัดซื้อ 76,236 เครื่อง เฉลี่ยราคาเครื่องละ 56,980 บาท แต่จากการสืบค้นในเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ พบว่าวิทยุสื่อสารแบบที่ราชการจะจัดซื้อ 136-174 MHz แพงสุดราคาปลีกตกเครื่องละ 9,500 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าเปรียบกับงบประมาณที่ขอมาต่างกันหลายเท่า ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามว่า จำเป็นเพียงใดที่จะต้องจัดซื้อวิทยุสื่อสาร ใช้เทคโนโลยีอื่นแทนได้ไหม เช่น ไลน์ และราคาเหมาะสมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายท้วงติงงบโครงการโคกหนองนาโมเดล ของกรมการพัฒนาชุมชน ว่ารู้สึกกังวลโคกหนองนาโมเดลจะเหมือนกับ OTOP นวัตวิถีเมื่อปีที่เเล้ว ที่กรมการพัฒนาชุมชนชุดเดียวกันนี้ใช้งบไป 9,300 ล้านบาท แต่มีกรณีวัดครึ่งกรรมการครึ่ง ถ้าไม่เชื่อลองตามไปดูไม้ไผ่ที่ปักไว้ตามหมู่บ้าน ผู้นำหมู่บ้านไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหนแล้ว ซึ่งเละเทะ เงิน 9,300 ล้านบาทเสียหายหมด ต้องมีการตรวจสอบโดย ป.ป.ช.และ สตง.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาแห่งนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน โครงการใหญ่แบบนี้ เป็นโครงการตามรอยพระราชดำริ เป็นโครงการที่เราจะต้องยกไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม แต่ถ้า กมธ.ยังไม่ดูแลอย่างใกล้ชิด เเละปล่อยให้มีการรั่วไหลเหมือนโครงการนวัตวิถีปีที่เเล้ว ไม่เห็นด้วยแน่นอน&amp;quot; นายวิสารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ. ชี้แจงถึงการจัดซื้อเสาสัญญาณรังวัดที่ดินและการจัดซื้อวิทยุสื่อสารว่า กมธ.ได้ตรวจคุณภาพของครุภัณฑ์และการตั้งราคาว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ หากตั้งเกินก็จะปรับลด ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานของการตั้งราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในมาตรา 19 ตามที่ กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 262 ต่อ 119 งดออกเสียง 7 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพบว่าการอภิปรายงบประมาณตั้งเเต่เวลา 15.00 น. ที่ประชุมอภิปรายและโหวตงบประมาณของ 3 กระทรวงอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย มาตรา 21 งบกระทรวงยุติธรรม วงเงิน 13,216,651,000 บาท, มาตรา 22 งบกระทรวงเเรงงาน วงเงิน 65,688,427,300 บาท, มาตรา 23 งบกระทรวงวัฒนธรรม วงเงิน 4,567,907,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น ระหว่างการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงศึกษาธิการ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายว่า ขอเสนอตัดงบในมาตรา 24 ของกระทรวงศึกษาธิการ 3% โดยในจำนวนนี้ขอตัดงบครุภัณฑ์ &amp;nbsp;งบการเดินทางต่างประเทศเพื่ออบรมสัมมนา และไอทีบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับยุคที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้อยากให้ลดในเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะความเหลื่อมล้ำมีตั้งแต่ช่วงที่เด็กเริ่มเข้าเรียน รวมถึงบุคลากรที่จะเข้ารับราชการครูที่ได้มีการแย่งเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในโรงเรียนที่อยู่ศูนย์กลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายในมาตรา 24 งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 129,854,825,700 บาท ว่างบลงทุนของ ศธ.ตั้งไว้ 21103.70 ล้านบาท ซึ่งแต่ละปีงบในส่วนนี้กระทรวงเบิกจ่ายไม่ทันประมาณ 5% ดังนั้นการเสนอให้มีการปรับลดงบ 1,853.31 ล้านบาทนั้น เป็นการตัดงบประมาณแบบอำพราง คือตัดงบที่เบิกจ่ายไม่ทันอยู่แล้วออกไป ต่อมาโครงการที่ดึงครูและนักเรียนออกจากห้องเรียนและสร้างงานธุรการให้กับครูยังไม่ได้รับการปรับลด จึงเสนอขอให้ปรับลดงบจำนวน 351.4598 ล้านบาท นอกจากนี้ ขอให้ยกเลิกวิชาลูกเสือเปลี่ยนเป็นชมรมแทน เนื่องจากชุดลูกเสือชุดหนึ่งราคา 1,000 บาท หนึ่งปีการศึกษาใส่ไม่เกิน 40 ครั้ง 2-3 ปีการศึกษาก็ต้องเปลี่ยนใหม่อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเข้าสู่การพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม พบว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ขึ้นมาอภิปรายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จำกัดเอง กรณีใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ขอตัดงบประมาณ 111 ล้านบาทเศษของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพราะงบที่ขอมาระบุไว้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้จ่ายในการระงับขอพิพาทกับบริษัท คิงส์เกตฯ เพราะเห็นว่ารัฐไม่ควรเข้าไปรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ให้หัวหน้า คสช. งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอให้ตัดงบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 111.1 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2564 ทิ้งทั้งหมด เพราะสภาไม่ควรอนุมัติงบให้ พล.อ.ประยุทธ์ที่เคยระบุว่าตนเองไม่ใช่เจ้าหน้าที่นำงบประมาณไปสู้คดีปิดเหมืองทองอัครา อันเกิดจากการลุแก่อำนาจของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าเหมืองทองอัครามีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ก็สามารถสั่งปิดเหมืองได้ แต่ต้องใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ใช้การลุแก่อำนาจ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบคือ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 บริษัท คิงส์เกตฯ ขึ้นเว็บไซต์แจ้งว่า รัฐบาลไทยอนุญาตให้บริษัทนำกากตะกอนทองคำ 4,750 ออนซ์ และเงิน 34,800 ออนซ์ รวม 42,550 ออนซ์ออกไปขายได้ ถือเป็นการเอาทรัพยากรประเทศไประงับข้อพิพาทใช่หรือไม่ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์รักษาเกียรติภูมิด้วยที่ไม่มีอยู่แล้ว การที่เคยลั่นวาจาจะรับผิดชอบเอง ขอให้สภาตัดงบการต่อสู้คดี 99.1 ล้านบาท เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์สั่งเอง ก็ต้องจ่ายเอง&amp;quot; นายวิโรจน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77886</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, นพ.เรวัต วิศรุตเวช, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64c9d015513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 07:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ตกขบวน!2หมอพรรคก้าวไกลอ้างมีเหตุบั่นทอนบุคลากรการแพทย์จึงต้องให้กำลังใจด่านหน้าสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 มี.ค.63 - เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา&amp;nbsp; นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงรายพรรคก้าวไกล และนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมจัดรายการเฟซบุคไลฟ์ในซีรีส์ &amp;ldquo;ก้าวไกลพาไทยก้าวพ้นวิกฤติ&amp;rdquo; ตอนที่สอง &amp;ldquo;สาธารณสุขไทยในทรรศนะหมอพรรคก้าวไกล&amp;rdquo; โดยเป็นการให้ความเห็นในฐานะที่ทั้งสองคนเป็นผู้ที่อยู่ในวิชาชีพเกี่ยวกับสาธารณสุขมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์วาโย ระบุว่า ขอให้กำลังใจแพทย์และพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน วันนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้บั่นทอนกำลังใจผู้ปฏิบัติงานสาธารณสุขหลายๆคน จึงต้องให้กำลังใจทุกท่านจริงๆ ในวันที่เราต่างทำงานจากที่บ้านกัน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ต้องอยู่หน้างาน บุคลากรเหล่านี้มีความเสี่ยงอย่างสูง คือนักรบเสื้อกาวน์ เขาเหล่านี้เป็นคนที่สำคัญที่สุดในการอยู่ด่านหน้า รักษา ต้านทานเชื้อโรคร้ายที่เป็นศัตรูของพวกเราทุกคน จึงขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทั้งนี้ หมอมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากที่สุด และถ้าติดจากการปฏิบัติงานก็ยิ่งเป็นที่น่าเห็นใจ สิ่งที่ต้องคิดคือจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีอุปกรณ์ป้องกันอย่างเพียงพอ วันนี้ตนได้ยินบางอย่างที่ทำให้ไม่ค่อยสบายใจ หมอก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะได้รับเชื้อโรคมาจากการปฏิบัติงานหรือมาจากการใช้ชีวิตก็ตาม น่าที่จะได้รับความเห็นใจ ไม่เกี่ยวว่าเป็นหมอหรือประชาชน คนที่ติดเชื้อต่างเป็นเหยื่อของโรคนี้หมด เราต้องร่วมแรงร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ใช่ไปโทษใครว่าไปติดมาเพราะอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์วาโย กล่าวถึง กรณีการใช้ พรก.ฉุกเฉินในขณะนี้ โดยระบุว่ามาตรการหนึ่งที่น่าสนใจคือการทำคล้ายๆกับการเคอร์ฟิวกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไปกับเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ในกลุ่มผู้สูงอายุเราทราบดีอยู่แล้วว่าอัตราการตายค่อนข้างสูง แต่ที่น่าสนใจคือการทำเคอร์ฟิวในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี&amp;nbsp; แสดงถึงการทำงานที่ก้าวหน้าและมีการทำการบ้านมาดี สอดคล้องกับสิ่งที่มีการวิจัยและค้นพบว่าในเด็กก็มีความเสี่ยงที่ต้องจับตามองด้วยเช่นกัน กล่าวคือตอนแรกเราเข้าใจว่าการติดเชื้อในเด็กจะไม่เป็นอะไร แต่ในรายงานนี้พบว่าเด็กยิ่งอายุน้อยยิ่งมีอัตราของอาการปอดอักเสบเยอะขึ้น ในกลุ่มคนไข้ IOD (แอดทมิท) ที่มีอายุน้อยกว่า1 ปีมีอาการขอปอดอักเสบถึง 80.6% ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้ให้ความระวังในส่วนนี้ ประกาศฉบับนี้ของรัฐบาลออกจึงทำให้เรารู้สึกว่าดีขึ้น มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการออกประกาศก็ต้องชื่นชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอชื่นชมถึงบุคลากรทางการแพทย์หลายคน เช่น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา จากศิริราชพยาบาล ที่ได้แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นี่เป็นแถลงการณ์ที่ครอบคลุมจริงๆ ทำให้เราได้เห็นการคาดการณ์ที่สำคัญและทำให้เราเห็นถึงแนวโน้ม ว่าหากเราทำแบบเดิม ภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน นับถึงวันที่15 เมษายน เคสจะกลายเป็น 3.5 แสน และอัตราการตายอยู่ที่ 7 พันคน ซึ่งเป็นสัญผญาณเตือนที่ทำให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงและนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องได้ ทำให้เราเห็นว่าประเทศเรามีอาจารย์แพทย์เก่งๆ เต็มไปหมด ถ้าเรารวมอาจารย์เหล่านี้เข้ามาช่วยงานกัน ฟังสิ่งที่อาจารย์แนะนำ เราจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ดีกว่านี้ นี่เป็นสิ่งที่เราอยากมาช่วยรัฐบาลสร้างความตื่นรู้ จะได้ไปช่วยส่งเสริมกันต่อไปว่าเราต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; นายแพทย์วาโย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์เอกภพ ระบุว่า จากการที่ตนได้ไปพื้นที่เชียงรายมา ในช่วงที่พบผู้ป่วยที่เชียงรายรายแรก ได้เข้าร่วมพูดคุยวางแผนการสอบสวนโรคที่โรงพยาบาลอำเภอมา เห็นความตั้งใจของทุกคนที่หน้างาน คนที่ต้องไปสอบสวนโรคทุกวัน ต้องทำงานคลุกคลีกับผู้ป่วยมีความเสี่ยงอย่างมาก และเขาเหล่านี้ต่างพร้อมที่จะยอมที่จะรับความเสี่ยง ทั้งนี้ ตนมีตัวเลขที่อยากเล่าให้ฟัง คือจากผลการศึกษาและข้อมูลระบุแล้วว่าขณะนี้ มีบุคลากรทางสาธารณสุขของจีนป่วยด้วยโควิด 3,300 กว่าราย ที่อิตาลี 20% ของบุคลากรทางสาธารณสุขติดเชื้อ ส่วนที่สดปนมีผู้ติดเชื้อ 5,400 รายที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ คนกลุ่มนี้คือคนที่ต้องไปเสี่ยงภัย เขาหยุดอยู่บ้านแบบเราไม่ได้ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ป้องกันที่ต้องส่งไปที่โรงพยาบาลทุกแห่ง เท่าที่ตนได้สัมผัสมาหลายแห่งยังไม่เพียงพอ ยังมีความขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันในวงการแพทย์อยู่ หลายที่ต้องทำเอง เริ่มมีการทำอะไรกันเองเยอะ จึงอยากให้คนที่สนับสนุนเรื่องนี้ได้โดยเฉพาะรัฐบาลสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันไปให้ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์เอกภพ กล่าวอีกว่า จากการแถลงของศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ หากดูตัวเลขจำนวนเตียงแยก ห้องแยกโรค ห้องความดันลบที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั้งหมด ข้อมูลจากการประชุมที่มีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เรามี 7,063 เตียงรอบรับ ถ้าเราทำแบบที่อาจารย์เสนอทั้งหมด ยอดคนไข้ที่เรามีก็จะไม่เกินศักยภาพของเตียงที่เราจะรับมือได้ ที่เราต้องทำคือไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อเยอะเกินศักยภาพของโรงพยาบาลเรา ฉะนั้นต้องขายกันอยู่บ้าน กักตัวจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องของการกักตัว โดยจากที่ตนได้ไปเจอมา พบว่าการกักตัวที่บ้านเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานต้องมีการช่วยเหลือด้านจิตใจ ทรัพยากร อาหาร น้ำดื่ม มากเหมือนกัน ตอนนี้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยเหลือในหลายกรณี ผ่านหลายแอพพลิเคชั่น ซึ่งพรรคก้าวไกลก็มีการพัฒนาขึ้นมาอยู่ เพื่อช่วยเหลือในการติดตามคนไข้กลุ่มนี้ และเพื่อลดภาระหน้าที่ของบุคลากรด้วย ถ้ามีคนที่ต้องกักตัวเยอะขึ้นเป็นหลักพันหลักหมื่น เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถติดตามการกักตัวได้อย่างเต็มที่ด้วยข้อจำกัดหลายๆประการ ทำให้ตนอยากเสนอว่า ทุกวันนี้เราหลายๆคนอาจจะมีไอเดียหลากหลายมากที่จะมาช่วยกัน ถ้าใครอยากจะช่วย หรือหากพวกเราทำอะไรได้ให้รัฐบาล หรือคนที่ทำงานอยู่อยากชวนไปช่วยงานด้านนี้ เราก็ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายแพทย์เอกภพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61092</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, บุคลากรทางการแพทย์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d4cb384b41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.ปลุกจิตสำนึกร่วมสกัด&#039;โคโรนา&#039; ให้กำลังจนท.สธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;27 ม.ค. 63 - นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เห็นว่าการรับมือของเจ้าหน้าที่รัฐ คือ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนั้นทำได้ดี ถูกต้องตามหลักวิชาการขององค์การอนามัยโลก (WHO) และยังมีการทำงานร่วมกันกับสถาบันการศึกษาด้วย เช่น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แต่ติดปัญหาเรื่องของการให้ข่าวของฝ่ายบริหารที่ไม่ตรงกับการปฏิบัติ ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานลำบาก อย่างกรณีที่เป็นข่าวการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนนั้น ความจริงแล้วยังใช้อยู่ ดังที่อธิบดีกรมควบคุมโรคต้องมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ทั้งนี้ ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ยึดหลักทางวิชาการในการป้องกันการแพร่ระบาดนี้อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;


&amp;quot;สำหรับคำแนะนำพี่น้องประชาชนรับมือต่อการแพร่ระบาดนั้น เรื่องพื้นฐานเลยคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โดยเน้นเรื่องล้างมือเป็นสำคัญ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าที่ชุมชน แต่หากต้องป้องกันตัวโดยการใส่หน้ากากต้องเป็นชนิด N 95 เพราะหน้ากากอนามัยธรรมดาโดยหลักการนั้นกันออกไม่ใช่กันเข้า นั่นคือ ผู้ที่ป่วยมีอาการระบบทางเดินหายใจ จะต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องกระตุ้นจิตสำนึกของการรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้มีการแพร่เชื้อต่อ ทั้งนี้ แหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญในชุมชนจากการสัมผัส เช่น ราวบันได โดยเฉพาะราวบันไดเลื่อน และปุ่มกดลิฟต์ ดังนั้นการล้างมือบ่อยๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ&amp;quot; นพ.วาโย ระบุ

&amp;nbsp;

ด้าน นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือช่วงก่อนที่จะมีการเฝ้าระวัง และควบคุมอย่างเข้มงวดนั้น ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม - ก่อนการเฝ้าระวัง พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในเมืองไทยแล้วกว่า 20,000 คน นอกจากนี้ยังมีเข้ามาทางพรมแดนทางบก เช่น ด่านท่าขี้เหล็ก หรือ ด่าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ด้วย โดยส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวทางนี้จะเป็นชาวจีนจากเมืองฉงชิ่ง ซึ่งเป็นบ้านใกล้เคียงกับเมืองอู่ฮั่น ดังนั้น เรื่องนี้ต้องเฝ้าระวังด้วยเช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่าไวรัสนี้มีระยะพักตัว 2-14 วัน อาจมีคนที่เดินทางเข้ามาตอนยังไม่มีอาการ และมาออกโรค มีอาการตอนมาอยู่ในเมืองไทยแล้ว และอาจแพร่โรคให้ผู้อื่นได้ ซึ่งผู้ป่วย 1 คนสามารถส่งโรคแพร่ได้ 2-3 คน ขณะที่บางรายที่เป็น super spreader อาจแพร่ระบาดได้ถึง 14 คน ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าใครจะแพร่ระบาดได้แบบไหน

&amp;nbsp;

&amp;quot;ดังนั้น สิ่งที่ต้องฝากไว้ในเบื้องต้นคือการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการล้างมือบ่อยๆ ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันได้ ขณะที่คนที่ไม่สบาย ให้สังเกตตัวเอง ซึ่งอาการของโรคจะคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป คือมีไข้ ไอ ปวดเมื่อย ซึ่งในไข้หวัดทั่วไปนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ก็อาจจะหายได้ แต่กรณีไวรัสโคโรนานั้น จะมีอาการแย่ โดยจะหายใจเหนื่อยหอบตั้งแต่ประมาณวันที่ 8 เป็นต้นไป หรือสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยแข็งแรงก็อาจจะเร็วกว่านั้นได้ ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้ตื่นตระหนก แต่เป็นการให้ข้อมูลสำหรับดูแลตัวเอง รวมถึงไม่ทิ้งกลุ่มคนที่มามีอาการโรคในประเทศ และผู้ที่ใกล้ชิดคนกลุ่มนี้ที่อยู่ในประเทศอยู่แล้วซึ่งอาจได้รับเชื้อด้วย&amp;quot; นพ.เอกภพ กล่าว.

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55617</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, อนค., อนาคตใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2eb10536e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่เลือก&#039;เก่ง เดอะสตาร์&#039;เป็นรองโฆษกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.61 - จากกรณีมีกระแสข่าว พรรคอนาคตใหม่ เตรียมตั้งรองโฆษกพรรค สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง และปรากฏรายชื่อ ผู้ที่คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว 3 รายชื่อ ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย, ธัญญ์วาริน สุขขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง หรือ &amp;quot;เก่ง เดอะสตาร์&amp;quot; ดารานักร้อง อีกทั้งยังเป็นแพทย์และทนายความ มากความสามารถ นั้น ล่าสุดพรรคอนาคตใหม่ได้มีการแต่งตั้ง นพ.วาโย เป็นรองโฆษกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนเองก็เป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง ไม่เคยอยู่ในธุรกิจการเมือง รู้จักการเมืองเท่า ๆ กับที่ทุกคนรู้จัก แต่ครั้งนี้ ที่ก้าวออกมาจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และมีจุดที่ให้ตัวเองมายืนได้ เพราะอย่างที่หลายท่านทราบดี ก่อนหน้านี้สถานการณ์การเมืองไทย แบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน ทั้งที่จริง ๆ แล้วอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชนนั้นไม่ได้มีแค่ซ้ายหรือขวา ไม่ได้มีแค่สีแดงหรือสีเหลือง ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนอาจจะรู้สึกอย่างตนเองว่า อยากเห็นประเทศชาติพัฒนา อยากแสดงออกทางการเมือง อยากช่วยนำพาประเทศชาติไปข้างหน้า แต่ก็ออกมาแสดงออกหรือมีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ได้ ด้วยกรอบและภาวะการณ์ที่มีความกดดันและรุนแรง ซึ่งเมื่อก้าวออกมาก็อาจจะถูกจัดให้อยู่ในอุดมการณ์แบบใดแบบหนึ่ง หรือเป็นสีใดสีหนึ่งในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ตอนนี้ ส่วนตัวเห็นว่าบรรยากาศทางการเมืองเปลี่ยนไป เกิดความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งถ้าเปรียบเทียบในประวัติศาสตร์การเมืองแล้ว คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีสีสันในทางการเมืองค่อนข้างสูงระดับหนึ่ง เป็นโอกาสที่ค่อนข้างดีที่คนอย่างตัวผม หรือตัวท่านเอง หากต้องการแสดงออกเรื่องจุดยืนทางการเมือง ต้องการผลักดันประชาธิปไตย ปฏิเสธเผด็จการทหาร ปฏิเสธรัฐประหาร ยึดถือในระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ได้อยากเห็นประชาธิปไตยแบบเดิม ๆ ที่จะวนกลับไปสู่จุดเดิม คือ เกิดความแตกแยกและทหารก็จะเข้ามาแทรกแซง ผมเห็นว่ามีโอกาสอันดี คือ พรรคอนาคตใหม่ ที่มีอุดมการณ์เช่นนี้และเห็นว่าค่อนข้างตรงกับตัวเอง&amp;quot; นพ.วาโย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ตนเองก็เป็นประชาชนในรัฐไทยที่เติบโตมากับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจทั้งหมดเป็นของประชาชน ประชาชนทุกคนมีอำนาจอย่างเท่าเทียมกัน มีคุณค่าและมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ไม่มีเพศสภาพไหนที่ด้อยกว่า ไม่มีลักษณะร่างกายแบบใดที่ด้อยกว่า &amp;nbsp;เรามีหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงในการเลือกตั้ง เลือกผู้นำของเราเข้าไปบริหารประเทศและนำพาประเทศไปสู่ความเจริญงอกงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสามารถร่วมมือกันที่จะล้มล้างระบอบเผด็จการทหารและผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยมีทางเลือก คือ กลุ่มบุคคลที่รักในประชาธิปไตย นอกเหนือจากกลุ่มบุคคลเดิม มาเฟียทางการเมือง การครอบครองทางการเมืองที่ผูกขาดกันเพียงในตระกูล หรือในพรรคการเมืองที่ชี้นำกันเพียงบุคคลบางกลุ่มต่อ ๆ กันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าตอนนี้เกิดความหลากหลายมากขึ้น อยากเชิญชวนให้ประชาชนแสดงออกและร่วมมือกัน เพื่อล้มล้างระบอบเผด็จการทหาร ผลักดันประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าวันนี้กฎระเบียบการเลือกตั้ง จะมีความผิดแปลกและขัดกับหลักสากลหลายประการ แต่หากประชาชนเรารวมตัวกัน จำนวน 376 เสียง ที่จะเหนือกว่ารัฐบาลทหาร ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้&amp;quot; นพ. วาโย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นพ.วาโย หรือ &amp;ldquo;เก่ง วาโย&amp;rdquo; เป็นศิลปินนักร้องนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากการเข้าประกวดรายการ เดอะสตาร์ ปี 6 ขณะเดียวกัน ยังเป็นทั้งหมอ และทนายความ โดยมีประวัติการศึกษา และการทำงานที่น่าสนใจมาก จบปริญญาทั้งหมด 6 ใบ ด้านแพทยศาสตร์บัณฑิต นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กฎหมายการแพทย์ และบริหารธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก่ง วาโย ยังได้รับวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ จากแพทยสภา ล่าสุดก้าวเข้ามารับบทบาทใหม่คือรองโฆษกพรรคอนาคตอนาคตใหม่ รวมทั้งเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24667</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, พรรคอนาคตใหม่ เ, เก่ง เดอะสตาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b316bbda15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
