<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.เตรียมเซ็นสัญญาซื้อATK 8.5 ล้านชุด 30 ส.ค. รวมยี่ห้อ&#039;Lepu &#039;ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64-นพ.วิฑูรย์ &amp;nbsp;ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า การจัดซื้อ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และโรงพยาบาลราชวิถี องค์การฯ ไม่ได้เป็นผู้ปรับลดข้อกำหนด หรือ Spec แต่อย่างใด ในการจัดซื้อใช้ข้อกำหนดที่ สปสช.เป็นผู้กำหนดมาตั้งแต่แรก ว่ามีความต้องการชุดตรวจหาเชื้อโควิด 19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (Covid-19 Antigen test &amp;nbsp;Self -Test kits ) หรือ Home use &amp;nbsp;ไม่ใช่ Professional Use อีกทั้ง สปสช. ส่งข้อกำหนดล่าสุดในการจัดซื้อ โดยต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพียงอย่างเดียว ไม่ได้กำหนดว่าต้องผ่านมาตรฐาน WHO แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการนั้น เมื่อวานนี้ (วันที่ 26 สิงหาคม 2564) คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษของ สปสช. ได้เห็นชอบราคาชุดตรวจ ATK ที่องค์การฯ เสนอ พร้อมได้ให้โรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดซื้อจากองค์การฯ ต่อไป ซึ่งในวันนี้ (วันที่ 27 สิงหาคม 2564) องค์การฯ กับบริษัทได้เข้าร่วมหารือถึงแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อจัดเตรียมแผนการส่งมอบ การตรวจสอบคุณภาพ ATK และเตรียมการลงนามในสัญญา ซึ่งกำหนดการลงนามในวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 นี้
ผอ.อภ. กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการตรวจสอบและติดตามคุณภาพสินค้าที่ส่งมอบนั้น องค์การฯ มีนโยบายคุณภาพชัดเจนที่จะไม่ยอมให้ผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพไปสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภค สำหรับ ATK นี้ องค์การฯ มีกระบวนการตรวจสอบและประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน โดยจะมีการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจรับก่อนส่งให้หน่วยบริการ จนถึงตรวจติดตามเฝ้าระวังคุณภาพของ ATK ภายหลังการส่งมอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของชุดตรวจ ATK แก่สังคม ในมุมมองต่าง ๆ ทั้งเรื่องของมาตรฐานคุณภาพ วิธีการใช้งาน ตลอดจนราคาของ ATK และที่สำคัญคือการที่มีการแข่งขันในการเสนอราคา ทำให้ราคาของ ATK ในประเทศที่ยังสูงอยู่มากนั้น มีทิศทางที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงการตรวจด้วย ATK ได้มากขึ้น ค้นหาผู้ติดเชื้อในวงกว้าง เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น รวมถึงหากมีการใช้กันอย่างแพร่หลายจากการที่หาซื้อได้ง่าย จะทำให้เกิดความมั่นใจและสามารถผ่อนคลายมาตรการได้รวดเร็วขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริหารรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ (มหาชน) จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด ตัวแทนจำหน่ายชุดตรวจ ATK ของบริษัท ออสท์แลนด์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทต้องการให้คนไทยได้เข้าถึงชุดตรวจ ATK แบบ สวอปจมูกมาจำหน่ายในราคาที่ถูกลง โดยชุดตรวจจากบริษัท Lepu นี้เป็นที่นิยมใช้เป็นตัวหลักในประเทศเยอรมัน ออสเตรีย และอีกหลาย ๆ ประเทศในยุโรป เมื่อบริษัท ออสท์แลนด์ฯ ได้รับการอนุมัติจาก อย. จึงสนใจและเป็นฝ่ายเข้าไปติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย สำหรับกระจายให้กับหน่วยงานภาครัฐและกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มงานราชการ ซึ่ง ATK จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น และในภาคเศรษฐกิจได้เดินหน้าต่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, Beijing Lepu Medical Technology Co., นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, นางศิริญา เทพเจริญ, บริษัท ณุศาศิริ (มหาชน), อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61287712db5a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.สิชล แจ้งความเอาผิด ผอ.องค์การเภสัชฯ ปมคลิปเสียงจัดซื้อชุดตรวจ ATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่หน้า สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล&amp;nbsp;ในฐานะประธานที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท พร้อมทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์&amp;nbsp;รามสวัสดิ์ ผกก.สภ.สิชล และ พ.ต.ท.เกียรติก้อง&amp;nbsp;หนูจันทร์ สว.(สอบสวน)สภ.สิชล พร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ในข้อหาหมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และพ.ร.บ.โทรคมนาคม กรณีนพ.วิฑูรย์ ได้แอบอัดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นพ.อารักษ์ กับ นพ.วิฑูรย์ กรณี นพ.อารักษ์ โทรไปทวงถามปรึกษาแนะนำให้นพ.วิฑูรย์ ทบทวนการสั่งซื้อชุดตรวจโควิดแบบเร็ว หรือ ATK ที่มีคุณภาพกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทาง นพ.วิฑูรย์ กลับนำคลิปเสียงสนทนาไปให้สื่อมวลชนโจมตีตนเสียๆหายๆนั้น จึงเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย นพ.อารักษ์ ได้ให้การรายละเอียดต่างๆตั้งแต่เริ่มมีการโทรศัพท์สนทนากันระหว่าง นพ.อารักษ์กับ นพ.วิฑูรย์ จนเกิดมีการแพร่คลิปสนทนาไปยังสื่อโทรทัศน์บางช่องทำให้ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อ นพ.อารักษ์ พร้อมทนายความเดินทางไปถึงได้มีกลุ่มพลังมวลชน ครู อสม.ในพื้นที่ แพทย์และพยาบาล รพ.สิชล จำนวนหลายสิบคนเดินถือช่อดอกไม้ให้กำลังใจ นพ.อารักษ์ ในการสู้คดีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ กล่าวว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนที่โทรไปหา นพ.วิฑูรย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม เนื่องจากตนมีอำนาจหน้าที่ที่สามารถดำเนินการสอบถามได้เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบอร์ด สปสช. ที่มีอำนาจที่จะโทรไปสอบถามแนะนำการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจโควิด ATK ขององค์การเภสัชกรรมเพื่อให้ของที่ดีมีคุณภาพที่สุดมาใช้กับประชาชนในการตรวจโควิดให้ได้คุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นพ.อารักษ์ ระบุว่า ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่เตรียมไว้จำนวนมาก&amp;nbsp;ส่วนสื่อมวลชนตนก็จะกันไว้เป็นพยานเท่านั้น เพื่อเอาผิด นพ.วิฑูรย์ หลายข้อหาหนัก ไม่เฉพาะข้อหาหมิ่นประมาท และผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ตนยังจะดำเนินคดีในข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.โทรคมนาคม และกฎหมายความมั่นคง กรณีแอบอัดคลิปเสียงสนทนาไปเผยแพร่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ซึ่งทราบว่ามีโทษหนักจำคุก 5 ปีและปรับ 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตนขอยืนยันไม่ยอมความอย่างแน่นอน ที่สำคัญความผิดกรณีแอบอัดคลิปเสียงสนทนาไปเผยแพร่ยังมีความผิดวินัยโทษถึงออกราชการด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK-antigentest kit, จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชุดตรวจโควิด, นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล, สภ.สิชล, องค์การเภสัชกรรม, แพทย์ชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a6bb9208fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วัคซีนโควิด-19 HXP–GPOVac ของอภ. เริ่มวิจัยในมนุษย์ระยะ ที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ส.ค.64- นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า หลังจากที่องค์การเภสัชกรรมได้ดำเนินการวิจัยพัฒนากระบวนการผลิตวัคซีน และได้ทำการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด HXP&amp;ndash;GPOVac จนสำเร็จในขั้นแรก และนำเข้าสู่ขั้นตอนของการศึกษาวิจัยในมนุษย์ นับเป็นวัคซีนโควิดชนิดแรกของประเทศไทย ที่ได้วิจัยในมนุษย์ ซึ่งขณะนี้การศึกษาวิจัยในมนุษย์ในระยะที่ 1 ได้ผลการวิเคราะห์ภูมิคุ้มกันที่ 14 วัน หลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว โดยในวันนี้ (16 สิงหาคม 2564) องค์การฯได้เริ่มทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 2 โดยวิจัยในอาสาสมัคร จำนวน 250 คน อายุ 18-75 ปี ที่มีสุขภาพดี ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโควิดทุกชนิดมาก่อน และไม่เคยเป็นผู้ป่วยโควิดมาก่อน โดยการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1 และ 2 นี้ องค์การฯ ได้ให้คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัย โดยมี ศ.พญ.พรรณี ปิติสุทธิธรรม หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน &amp;nbsp;รักษาการหัวหน้าศูนย์วัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยในมนุษย์ครั้งนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์วิฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า องค์การฯ ได้พัฒนาวัคซีน HXP&amp;ndash;GPOVac โดยการสนับสนุนจากองค์กร PATH ที่ได้ส่งมอบหัวเชื้อวัคซีนต้นแบบซึ่งพัฒนาโดยโรงเรียนแพทย์ที่เมาท์ไซนาย (The Icahn School of Medicine at Mount Sinai) และมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน (University of Texas at Austin) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาทำการผลิตที่โรงงานผลิต(วัคซีน)ชีววัตถุ ขององค์การฯ ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งได้มีการวิจัยพัฒนากระบวนการผลิตและสามารถผลิตวัคซีน HXP&amp;ndash;GPOVac จากนวัตกรรมเชื้อตายชนิดลูกผสม (Inactivated chimeric vaccine) ผลิตด้วยเทคโนโลยีไข่ไก่ฟัก (Egg-based) เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และนำเข้าสู่กระบวนการวิจัยในมนุษย์ได้สำเร็จในระยะเวลา 10 เดือน &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อการศึกษาวิจัยในมนุษย์ครบทั้ง 3 ระยะและได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization, EUA) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำเร็จ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในกลางปี 2565 โดยจะสามารถผลิตได้ 20-30 ล้านโดสต่อปี และจะทำการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ในเบื้องต้นนี้ &amp;ldquo;วัคซีน HXP&amp;ndash;GPOVac&amp;rdquo; จะสามารถรองรับการฉีดเพื่อป้องกันโควิด-19 ให้ชาวไทยได้ 10-15 ล้านคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ หัวหน้าโครงการ &amp;ldquo;วัคซีน HXP&amp;ndash;GPOVac&amp;rdquo; องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า หัวเชื้อวัคซีนต้นแบบนี้ ได้พัฒนาจากนวัตกรรมการตัดต่อไวรัสนิวคาสเซิล (Newcastle disease virus, NDV) ให้มีการแสดงออกของโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาที่ได้ถูกปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีเฮกซะโปร (HexaPro) ให้มีความคงตัวมากขึ้น มาใช้ในการกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคโควิด-19 &amp;nbsp;เทคโนโลยีเฮกซะโปรนี้ ถูกพัฒนาที่มหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน โดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกับที่ได้พัฒนาโปรตีนหนามรุ่นแรกที่ใช้ในวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 3 ชนิดที่มีการใช้อยู่ทั่วโลก โดยทั้งนี้องค์กร PATH ได้ส่งมอบหัวเชื้อไวรัส ให้แก่ 3 ผู้ผลิตวัคซีนในประเทศเวียดนาม ประเทศบราซิล รวมทั้งองค์การเภสัชกรรมของประเทศไทยด้วย &amp;ldquo;วัคซีน HXP&amp;ndash;GPOVac&amp;rdquo; นับเป็นความมั่นคง ลดการนำเข้า และเป็นการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนของประเทศอย่างยั่งยืน และยังส่งผลต่อความมั่นใจในการดำเนินชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสังคมไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113503</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, HXP–GPOVac, นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a3bed0c7fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อย.-อภ.&#039;ยันชุดตรวจ ATK ของบริษัท Lepu ได้รับมาตรฐานยุโรป มั่นใจอนุญาตให้ใช้ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - นพ.ไพศาล ดั่นคุม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า บริษัทที่ได้รับอนุญาตในการจัดหาชุดตรวจที่ชนะการประมูล คือ ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด บริษัทผู้จดทะเบียนประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย เป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ชุดทดสอบ SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test Kit (Colloidal Gold Immunochromatography) ของ Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. ประเทศจีน โดยอย.ได้ประเมินข้อมูลหลักการทั้งทางวิชาการ การนำชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) มาทดสอบทางคลินิก และจากการใช้จริงของผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งผลทดสอบจากคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ความไว ได้ผล 90% มั่นใจได้ว่าสามารถอนุญาตให้ใช้ได้และเป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมย้ำว่า อย.ดูแลห่วงใยประชาชน เนื่องจาก ภารกิจหลัก คือ การคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ บริษัท Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd.ได้รับอนุญาตจาก อย.ในการใช้ชุดตรวจ ATKประเภท Home Use อันดับที่ 4 และแบบ Profession Use อันดับที่ 21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.ไพศาล กล่าวว่า กรณีประเด็นที่องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ เรียกคืนชุดตรวจของบริษัท Lepu เป็นการเรียกคืนแบบแอนติเจนและแอนติบอดี เนื่องจาก มีความเสี่ยงที่จะให้ผลลวงได้ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ในสหรัฐฯไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายด้วย แต่ไม่มีการรายงานว่ามีคนเสียชีวิตหรือเจ็บป่วย จากการใช้ชุดตรวจนี้ เหตุผลที่ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียน จึงทำให้เกิดความเป็นห่วงและมีการแจ้งเตือนให้หยุดใช้เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงสูง หากเปรียบเทียบจะพบว่าเหมือนนำของมาขายแล้วไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกับ อย. ของไทยก็ต้องประกาศไม่ให้ใช้ เช่น การยกเลิกใช้ยาฟ้าทะลายโจร 6 ชนิด เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นอันตราย ไม่มีความเชื่อมั่นว่าผลจะออกมาตามเกณฑ์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ด้าน นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงกระบวนการขั้นตอนการประมูลว่า การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบของอภ. ไม่มีการล็อกสเปก มีเอกสาร และจะมีการส่งมอบต่อไป ซึ่งขั้นตอนการประมูลมี 19 บริษัท เสนอรายละเอียด แต่มี 16 บริษัทเปิดซองประมูล และบริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด เสนอราคาต่ำที่สุดในราคาชุดละ 70 บาท ผลิตโดย บริษัท Lepu ดูแลควบคุมการผลิตทางการแพทย์รายใหญ่ ที่ได้รับมาตรฐานยุโรปและได้รับการขึ้นทะเบียนจากหลายประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113171</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม, บริษัท Lepu, องค์การอาหารและยา(FDA)สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116208ba0016.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.จับมือบริษัทผู้ผลิตยาในประเทศ เพิ่มกำลังการผลิต 7ยาโรคเรื้อรัง ช่วงโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ส.ค.64 - น.พ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการที่องค์การฯได้ทำการปรับแผนการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์(ยาฟาเวียร์) ให้เพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงนี้พบว่าความต้องการใช้ยารักษากลุ่มโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติที่ได้วางแผนไว้ ทำให้มีผลกระทบต่อสายการกำลังการผลิตยารักษาโรคเรื้อรัง ที่องค์การฯผลิตอยู่ และเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่าน จึงได้จัดประชุมวางแผนการผลิตยาของประเทศในสถานการณ์ระบาดโควิด-19 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(กองยา) องค์การเภสัชกรรม โรงงานเภสัชกรรมทหาร สภากาชาดไทย และสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน (TPMA) &amp;nbsp;ร่วมประชุมด้วย เพื่อวางแผนและจัดสรรกำลังการผลิตยาในภาพรวมให้เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนขององค์การฯเห็นว่าเพื่อให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้เพียงพอ อย่างต่อเนื่อง จึงได้ขอความร่วมมือจากสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนซึ่งดูแลบริษัทผู้ผลิตยาเอกชนในประเทศ ร่วมดำเนินการผลิตยารักษาโรคเรื้อรังจำนวน 7 รายการ &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;1.ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin) ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด 2.ยาเมทฟอร์มิน (Metformin) ยาใช้รักษาโรคเบาหวาน 3.ยาลอซาร์แทน (Losartan) ใช้ลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว &amp;nbsp;4.ยาโพรพาโนลอล (Propanolol)ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง &amp;nbsp;5.วิตามินB1 6 12 &amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ยากรดโฟลิก (Folic acid) รักษาภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดง และภาวะขาดกรดโฟลิก &amp;nbsp;7.ยาฟลูออกซิทีน รักษาโรคซึมเศร้า (Fluoxetine) &amp;nbsp;และยาลอราตาดีน (Loratadine) รักษาภูมิแพ้ ซึ่งปัจจุบันองค์การฯไม่ได้ผลิตแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ยา7 รายการในข้างต้นองค์การฯยังคงมีการผลิตและสำรองให้ผู้ป่วยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ และองค์การฯได้ขอความร่วมมือให้ บริษัทผู้ผลิตยาเอกชนอื่น ๆซึ่งมีทะเบียนตำรับยาดังกล่าวอยู่ ดำเนินการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการประชุม สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบันยินดีที่จะนำไปวางแผนร่วมกับบริษัทผลิตยาเอกชนอื่น ๆ เพื่อเร่งทำการผลิตต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังพบว่าขณะนี้มีบริษัทผู้ผลิตยาในประเทศบางบริษัทได้เริ่มทำการวิจัยพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ ขึ้นมาบ้างแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งสิ่งที่เป็นน่ายินดีที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงในส่วนยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;(ยาฟาเวียร์) ขององค์การเภสัชกรรม ในเดือนสิงหาคม จำนวน 2.5 ล้านเม็ด กันยายนผลิตเพิ่มเป็น 23 ล้านเม็ด และตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป จะผลิตเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 40 ล้านต่อเดือน ซึ่งจะมีการบริหารจัดการและการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งจากการนำเข้าจากต่างประเทศและผลิตเอง ให้เพียงพอสอดคล้องกับสถานการณ์ของการระบาดของโรคโควิด 19 ของประเทศ&amp;rdquo;นพ.วิฑูรย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการอภ. &amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า อภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และได้มีการวางแผนการผลิตยาในส่วนของยาอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และอภ.ยังคงยืนหยัดที่จะทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ ให้กับพี่น้องประชาชน และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันแสดงศักยภาพโดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112606</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, ยาโรคเรื้อรัง, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fa1345e3c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.ลงนาม บ. ซิลลิค ฯ ชำระเงินชื้อ วัคซีนโมเดอร์นา 5 ล้านโดส แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ก.ค.64-นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า วันนี้ &amp;nbsp;องค์การเภสัชกรรม และ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ในนามบริษัท แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย โดยมีนายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ได้ลงนามในสัญญาซื้อ-ขาย อย่างเป็นทางการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา จำนวนประมาณ 5 &amp;nbsp;ล้านโดส โดยวัคซีนทั้งหมดจะทยอยนำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ต่อเนื่องไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นไปตามช่วงเวลาเดิมที่กำหนดไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งสภากาชาดไทย ได้ทำการชำระเงินค่าวัคซีนครบถ้วนตามที่ได้รับการจัดสรร หลังจากนี้องค์การฯจะได้ทำการชำระเงินฯให้แก่ บริษัท ซิลลิก ฟาร์มา จํากัด ต่อไป เพื่อให้ความมั่นใจว่าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา จำนวนประมาณ 5 ล้านโดสนี้ จะเข้ามาประเทศไทยอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;องค์การเภสัชกรรม ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในการเป็นหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่จัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การเภสัชกรรม ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้&amp;rdquo; ผอ.อภ. &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110853</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด, อภ., โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa825ea04c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อภ.เร่งเซ็นสัญญาซื้อโมเดอร์นาเร็วขึ้น  คาดไม่เกินสัปดาห์แรกเดือนส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 ก.ค.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาว่า ต้องขอขอบพระคุณอัยการสูงสุดที่ได้พิจารณาตรวจร่างสัญญาจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาเรียบร้อยแล้ว และส่งกลับมายังองค์การฯอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; หลังจากนี้จะได้เร่งดำเนินการลงนามกับบริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งอาจจะเร็วขึ้นกว่าที่กำหนดเดิมไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม หากโรงพยาบาลเอกชนจัดสรรยอดวัคซีนและงบประมาณมา แต่อย่างไรก็ตาม ทางผู้ผลิตยังยืนยันว่าจะส่งให้ได้อย่างเร็วคือ ในไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่องค์การฯ จะได้พยายามเจรจาเพิ่มเติมเพื่อให้บริษัทจัดส่งมาให้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า &amp;nbsp;ในการเจรจาจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาครั้งแรกนี้เป็นยอดซื้อเบื้องต้นจำนวน 5 ล้านโดส และองค์การฯได้มีการเจรจาสำหรับยอดการซื้อในปีหน้าด้วยแล้ว ซึ่ง บริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนผู้นำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาอย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียว กำลังพยายามจัดหาวัคซีนมาเพิ่มให้อีก รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป ยืนยันว่าองค์การฯได้พยายามเจรจาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้วัคซีนจำนวนที่เพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108720</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด, อภ., โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2fba587f3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
