<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอมะเร็งยังไม่เชื่อกัญชารักษาโรคมะเร็งได้ การแก้กม.ควรทำลักษณะคลายล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ธ.ค.61-หมอมะเร็ง &amp;nbsp;ชี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์น้ำมันกัญชามารักษาโรคมะเร็งได้จริง แค่ชลอลดอาการข้างเคียง แนะคลายล็อกกัญญามากกว่าปลดล็อกควบคุม โดย อภ และอย. เพราะต้องมีการศึกษามากกว่านี้ ยันสเต็มเซลล์ ยังรักษาโรคมะเร็งไม่ได้ ควรใช้ปลูกสร้างระบบเลือด ให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดจนระบบเลือดเสียไป ส่วนที่โฆษณาขายในตลาด 90% เป็นของปลอมไม่ใช่สเต็มเซลล์จริง บางยี่ห้อใส่สารที่ก่อมะเร็งด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย มีการแถลงข่าว เรื่อง &amp;ldquo;แนวทางการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาดรคมะเร็ง และบทบาทของกัญชากับโรคมะเร็ง &amp;ldquo; โดย รศ.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อดีตนายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยและหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคมะเร็งครบวงจร รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศมีการเอากัญชามาใช้ทางการแพทย์มาก ประเทศไทยก็อยู่ระหว่างแก้กฎหมายและมีองค์การเภสัชกรรมได้ทำการพัฒนาอยู่ อย่างไรก็ตาม หากนำมาใช้สำหรับการรักษาโรคระบบประสาทอาจจะได้ผล แต่สำหรับโรคมะเร็งนั้นมีการเอามาใช้ในการลดอาการข้างเคียงจากเคมีบำบัด ลดอาเจียนได้ แต่ประสิทธิภาพก็ไม่ได้แตกต่างจากยาที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าเอาน้ำมันกัญชามาให้หมอมะเร็งใช้ส่วนตัวก็คงไม่ใช้ เพราะยังไม่คุ้นเคย ต้องมีการศึกษามากกว่านี้ไม่ใช่บอกว่าปลดล็อกกฎหมายแล้วใช้เลย และมองว่าเรื่องการแก้กฎหมายเอากัญชามาใช้นั้น ควรเป็นลักษณะการคลายล็อก ใช้และควบคุมโดยองค์การเภสัชกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เหมือนมอร์ฟีน แต่ขณะนี้ป.ป.ส.เป็นผู้ควบคุมกัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.วิโรจน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับการนำกัญชารักษาตัวโรคมะเร็ง ก้อนมะเร็งนั้นยืนยันว่ามีการทดลองในห้องทดลอง แต่ไม่มีหลักฐานการเอามาใช้ในคนจริงๆ ไม่มีผลในการรักษามะเร็งแต่อย่างใด ในทางกลับกัน พอเลิกใช้ยังทำให้มีอาการอยากยา ปัญหาคือตอนนี้มีการพูดถึงกันมาก ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งไปหาน้ำมันกัญชาใต้ดินหยดโดยไม่มีความรู้ว่าต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งตนมีคนไข้หลายคนที่ญาติต้องหามมาพบแพทย์ด้วยอาการซึม ไม่รู้สึกตัว &amp;nbsp;บางคนบอกว่าใช้เพื่อลดความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้ช่วย จะไม่รู้สึกเจ็บเพียงแค่ตอนหลับเท่านั้น ก้อนมะเร็งไม่ยุบ ไม่หาย พอได้รับการรักษามาตรฐานก็กลับมาใช้ชีวิตได้ ไม่ต้องหลับๆ ตื่นๆ เพราะฤทธิกัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา หัวหน้าศูนย์สเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสเต็มเซลล์กับการรักษาโรคมะเร็งว่า การนำสเต็มเซลล์มาใช้ในโรคมะเร็งที่เป็นที่ยอมรับ เป็นการใช้สเต็มเซลล์เลือดปลูกสร้างระบบเลือดให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดจนระบบเลือดเสียไป ไม่ใช่ใช้สเต็มเซลล์ไปฆ่ามะเร็งโดยตรง ในทางตรงข้ามสเต็มเซลล์บางชนิดเป็นเซลล์พี่เลี้ยงที่ดี ทำให้เซลล์แพร่กระจายได้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ป่วยแม้แต่ในหลอดทดลองก็ไม่เคยพบว่าสเต็มเซลล์มีฤทธิ์ในการฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ทั้งนี้ สเต็มเซลล์แต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน สเต็มเซลล์จะมีน้อยมากในแต่ละระบบของร่างกาย อยู่ในที่เฉพาะและทำหน้าที่สร้างเซลล์เฉพาะ เช่น สเต็มเซลล์ในไขกระดูก ก็จะสร้างเลือด ไม่สามารถสร้างเซลล์สมองได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พูดได้เลยว่าคลินิกหรือสถานที่ต่างๆในเมืองไทยที่มีการโฆษณาว่ามีฉีดสเต็มเซลล์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แพทยสภารับรองการใช้สเต็มเซลล์เฉพาะการรักษาในระบบเลือดเท่านั้น แต่ที่นำมาใช้อ้างว่าเป็นสเต็มเซลล์ บอกเลยว่า 90%ปลอม ไม่รู้ว่านำอะไรมาฉีดให้นอกจากนี้ จากการที่ผมได้นำครีมที่อ้างมีสเต็มเซลล์เพื่อความงามต่างๆ มาส่องดู ไม่พบเซลล์สักตัว แต่กลับมีโปรตีนบางตัวที่อันตราย บางรายอาจถึงตาย รวมถึง มีสารกดภูมิคุ้มกัน ที่ฉีดแล้วอาจทำให้กระปรี้กระเปร่าแต่เป็นสารก่อมะเร็ง หรือมียาสเตียรอยด์ ฉีดแล้วมีผลเสียต่ออวัยวะในร่างกายเสื่อม เพราะฉะนั้นการฉีดสเต็มเซลล์แบบที่ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ ไม่ควรเชื่อ ไม่ได้ประโยชน์และเสียเงินสูญเปล่า&amp;quot; ผศ.นพ.นิพัญจน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษามะเร็ง, คลายล็อกกัญชา, นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, ปลดล็อกกัญชา, ผศ.นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, สเต็มเซลล์รักษามะเร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c97b5562ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 01:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมมะเร็ง ข้องใจสธ.กั๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อุปนายกสมาคมมะเร็งฯ ข้องใจสาธารณสุขแถลงยาหมอแสงไม่รักษามะเร็ง แต่กลับอนุญาตให้แจกสมุนไพรต่อเนื่อง ชี้ควรทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นผลเสียตกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารหลังการหารือระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เกี่ยวกับการวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็งของนางแสงชัย แหเลิศตระกูล ระบุว่าสมุนไพรดังกล่าวไม่ได้มีผลในการการรักษาโรคมะเร็ง แต่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ หากจะใช้รักษาเพื่อควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นสามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคมะเร็งครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะอุปนายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวเมื่อวันพุธว่า กระทรวงสาธารณสุขควรต้องทำให้ชัดเจนว่าไม่ได้ผล คือไม่ได้ผล หากบอกว่ามีผลต่อในเรื่องของคุณภาพชีวิตก็ต้องมีผลในเรื่องการศึกษา หรือเปรียบเทียบให้ชัดว่าส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างไร การจะพูดว่าอาการดีขึ้นจากการรับประทานสมุนไพรนั้น วัดได้ยากหากไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจน เช่น มีการเปรียบเทียบระหว่างกินกับไม่กิน ผลเป็นอย่างไร ส่วนที่ระบุว่าอาจทำให้มีผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้มีกำลังใจ นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าเซลล์มะเร็งไม่ได้ตายหรือหายไป ดังนั้นการจะมาพูดว่าทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นก็ต้องพูดให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นสังคมอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งการที่คนไข้อาการดีขึ้นอาจเป็นผลดีที่สืบเนื่องจากการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันอยู่แล้ว หรือคนไข้เพิ่งผ่านการรักษาจนจบคอร์ส ทั้งการฉายแสง การทำคีโมบำบัด ตรงนี้จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นผลดีจากอะไรกันแน่ ซึ่งกรณีที่นายแสงชัยบอกว่า หลายคนกินแล้วดีขึ้น ก็ต้องมีตัวชี้วัดว่าดีเพราะอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิโรจน์กล่าวถึงกรณีนายแสงชัยยังคงแจกยาต่อไปแม้ผลทดลองออกมา เพราะมองว่าเป็นการตรวจสอบแค่ระดับหลอดทดลอง ว่าหลักของการศึกษาวิจัยนั้นต้องเริ่มจากหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ หากไม่ส่งผลดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องศึกษาวิจัยในมนุษย์ หรือที่เรียกว่าในระดับคลินิก แต่หากส่งผลดีก็จะวิจัยต่อในมนุษย์ และการจะทดสอบในมนุษย์นั้นก็ต้องผ่านคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์ด้วย แต่สำหรับนายแสงชัยไม่ได้มีตรงนี้ และพฤติกรรมการแจกยายังจดรายละเอียดผู้ป่วยเหมือนแพทย์ แต่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ที่สำคัญกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกลับให้ใบรับรองหมอพื้นบ้าน ถึงจะบอกว่าแค่รับรองภูมิปัญญา แต่ก็ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ดูความเหมาะสมหรือไม่ เพราะกรณีนี้มีการแจก มีคนไปต่อคิวรับจำนวนมาก และไม่มีทางทราบเลยว่าใครรับประทานไปแล้ว ผลหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ อย่างกระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องนี้ ควรต้องมีข้อบังคับ หรือกฎหมายอะไรหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้น ในอนาคตก็จะมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก มีคนไปรอรับคิวสมุนไพร หรืออะไรก็ตามที่อาจบอกว่ารักษาโรคนั้นโรคนี้ได้ ยิ่งโรคมะเร็งยิ่งน่ากลัว และพอเขามาขอใบรับรองหมอพื้นบ้านก็ให้หมด พอตรวจสอบสารออกฤทธิ์แล้วไม่พบประสิทธิภาพก็ยังให้แจกต่อไปอีก ซึ่งความเสี่ยงตกที่ประชาชน&amp;quot; นพ.วิโรจน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าเซลล์มะเร็งไม่ได้, นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, นางแสงชัย แหเลิศตระกูล, ยาหมอแสง, สมุนไพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปนายกสมาคมมะเร็งฯ, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, ไม่รักษามะเร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae089297785b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
