<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยผลวิจัยฉีดบูสเตอร์โดสใต้ผิวหนัง ภูมิใกล้เคียงฉีดเข้ากล้าม-ผลข้างเคียงน้อย ประหยัดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;22 ก.ย.64 - เวลา 13.00 น. ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.ศุภกิจ​ ศิริ​ลักษณ์​ อธิบดี​กรม​วิทยา​ศาสตร์​การแพทย์ ​แถลง​ผลการวิจัยภูมิ​คุ้มกัน​และความปลอดภัย​จากการได้รับวัคซีน​กระตุ้นเข้าใต้ผิวหนัง ว่า การฉีดวัคซีนมีอยู่ 3 แบบ 1.ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2.ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง และ3.ฉีดเข้าในชั้นผิวหนัง โดยการฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง จะเป็นการแทงเข็มเข้าชั้นผิวหนัง ซึ่งมีความหนาโดยรวมประมาณ 1 มิลลิเมตร​ ทำให้มีข้อจำกัดคือมีความยากลำบากกว่าการฉีด 2 วิธีที่กล่าวมา ต้องมีทักษะในการทำพอสมควรถึงจะฉีดได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามเรามีประสบการณ์​ในการฉีดเข้าชั้นผิวหนังแล้ว อาทิ วัคซีน BCG วัคซีนพิษสุนัขบ้า​ ทั้งนี้มีหลายประเทศเริ่มคิดเรื่องนี้ เพราะโดยทั่วไปการฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังซึ่งมีเส้นเลือดมากมายจะใช้จำนวนวัคซีนที่น้อยกว่าถึง 1 ใน 5 ซึ่งถ้าได้ผลเท่ากัน หมายความว่าวัคซีนที่เคยฉีดได้ถึง 1 คน จะสามารถฉีดได้ 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.ศุภกิจ​ กล่าวว่า งานวิจัยของเราใช้วัคซีน​ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง​เฉพาะบูสเตอร์​โดส คนที่ฉีดซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อในระยะหลังจากฉีดครบสองเข็มมาแล้ว 4-8 สัปดาห์​ แล้ว เราก็นำอาสาสมัคร​จำนวนหนึ่งมาฉีดวัคซีนเข้าในชั้นผิวหนัง และอีกกรณีคือคนฉีดซิโนแวคนาน 8-​12 สัปดาห์​ โดยนำอาสาสมัครมาฉีดเข้าในชั้นผิวหนัง&amp;nbsp;หลังจากนั้นใน 14 วันเราเจาะเลือดมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งเราดู 2 เรื่องคือผลข้างเคียง​ จะเห็นว่าฉีดเข้าชั้นผิวหนังจะเกิดอาการเฉพาะที่มากกว่าฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ส่วนอาการทั่วไปของร่างกายที่มีปฏิกิริยา​เกิดขึ้น ปรากฎว่าน้อยลง เมื่อเทียบกับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และดูเรื่องภูมิคุ้มกัน​ ซึ่งมี 2 ส่วน คือภูมิคุ้มกันที่อยู่ในน้ำเลือดของคน หรือแอนติบอดี้​ และปฏิกิริยาของเซลล์​ที่จะช่วยกำจัดเชื้อโรคออกจากร่างกาย โดยภูมิทั่วไปถ้าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แล้วยังไม่ทำอะไรเลย ภูมิจะอยู่ประมาณ 100&amp;nbsp; แต่ถ้าฉีดเข็มกระตุ้นไม่ว่าจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ภูมิคุ้มกันใกล้เคียงกัน โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อผู้อยู่ที่ 1,600 ส่วนฉีดเข้าชั้นผิวหนังอยู่ 1,300 ซึ่งใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงประหยัด​วัคซีน​ลงไป ฉีดแค่ 1 ใน 5 ภูมิขึ้นมาค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนการตอบสนองภูมิคุ้มกันของเซลล์ (T-cell response) ต่อโปรตีนหนามแหลมขอวเชื้อโควิด-19 นั้น ถ้าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ภูมิของเซลล์จะขึ้นที่ 32 แต่ถ้าฉีดโดยกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ขึ้นมาที่ 52 และฉีดเข้าชั้นผิวหนังขึ้นมา 52 เช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่ต่างกันในการกระตุ้นให้เซลล์มาช่วยกำจัดไวรัส เพราะฉะนั้นภูมิจึงใกล้เคียงกันกับการฉีดแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;เมื่อลองมาสู้กับสายพันธุ์​เดลต้า(อินเดีย)​ ปรากฎว่าได้ผลไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการฉีดเข้าชั่นผิวหนังสามารถสู้กับสายพันธุ์​เดลต้า ยืนยันว่าถ้าฉีดตอนนี้ก็จัดการเดลต้าได้ดีพอสมควร&amp;quot; นพ.ศุภกิจ​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.ศุภกิจ​ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อจำกัดใน เพราะการฉีดผู้ที่ฉีดต้องพิถีพิถัน​ เนื่องจากการฉีดจะยาก ถ้าวัคซีนเหลือเฟือ​ เราก็อาจฉีดแบบเดิมไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเร่งเข็มที่ 3 ให้ครบเร็วๆโดยที่ไม่ต้องเปลืองวัคซีน จึงเป็นทางเลือกที่ดี และผลข้างเคียงบางอย่างน้อยกว่าด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;เรียนว่าขณะนี้เรายังฉีดแบบเดิมคือเข้ากล้ามเนื้อ ยกเว้นในพื้นที่ไหนที่ต้องการประหยัดวัคซีน​ และมีความพร้อม เรายังไม่ได้นำไปใช้ฉีดเป็นการทั่วไป แต่วันหนึ่งถ้าเราจะเร่งให้มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมมาก โดยเฉพาะเข็ม 3 ถ้าเราฉีดเข้าชั้นผิวหนังเราก็ใช้แค่ 1 ใน 5 เพราะฉะนั้นก็จะประหยัดวัคซีน และทำให้คนได้เข็ม 3 ครบมากขึ้น เร็วขึ้​น โดยสรุปแล้วงานนี้เป็นแค่การเสนอวิธีการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง และบูสเตอร์​โดส&amp;quot;นพ.ศุภกิจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนพ.สุรัคเมธ มหาศิริมง​คล ผู้อำนวยการสถาบันชีวิทยาศาสตร์​ทาง​การแพทย์​ กล่าวว่า ผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดไข้ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ เราพบ 30% ส่วนที่ฉีดเข้าชั้นผิวหนังพบแค่ 5 % ซึ่งน้อยกว่ามาก ถ้าในอนาคต ถ้าเราพิสูจน์​ได้ว่าการฉีดให้คนหมื่นคน เราไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงเฉพาะที่ การฉีดเข้าชั้นผิวหนังจะเป็นทางเลือกที่ดีในแง่ความปลอดภัยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, นพ.ศุภกิจ​ ศิริ​ลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614af243a5f60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดลต้า&#039; ระบาดทั่วประเทศกว่า 90 % มีเพียงจังหวัดเดียวยังตรวจไม่เจอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 ส.ค.64 - นพ.ศุภกิจ​ ศิริ​ลักษณ์ ​อธิบดี​กรม​วิทยา​ศาสตร์​การแพทย์​ แถลงข่าวถึงการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์​เชื้อไวรัส​โค​วิด​-19 ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ก.ค.- 6 ส.ค.) ​จากการสุ่มตรวจสอบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศพบว่าผู้ติดเชื้อสายพันธุ์​เดลต้า​ (อินเดีย)​ มีจำนวน 1,499 ราย สายพันธุ์​อัลฟ่า​ (อังกฤษ)​ จำนวน 129 ราย และสายพันธุ์​เบต้า​ (แอฟริกาใต้)​ จำนวน 4 ราย ซึ่งพบอยู่ในพื้นที่ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร​ สายพันธุ์​เดลต้า​ได้ครองพื้นที่ 95.4% ของการติดเชื้อ อีก 4.6% เป็นอัลฟ่า&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับภูมิภาคสายพันธุ์​เดลต้าแบ่งสัดส่วนไป 83.2.% อัลฟ่า 16% และ เบต้า 0.8% ทำให้ภาพรวมทั่วประเทศในวันนี้กว่า 90% เป็นสายพันธุ์​เดลต้าแล้ว เนื่องจากมีการแพร่ระบาดที่ง่าย อย่างไรก็ตามทุกจังหวัดตอนนี้พบการระบาดของเดลต้าแล้ว เว้นแต่จ.สุพรรณบุรี​ เพียงจังหวัดเดียว ซึ่งอาจจะยังตรวจไม่เจอ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี เพียงเพราะการสุ่มตรวจอาจจะยังไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ในส่วนของสายพันธุ์​เบต้าที่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการติดเชื้อเพียงแค่ 4 รายนั้น พบในจ.ภูเก็ต 3 ราย และจ.พัทลุง 1 ราย ถ้าดูภาพรวมกว่า 70% ส่วนใหญ่อยู่ในจ.นราธิวาส​ ซึ่งโชคดีที่สายพันธุ์​เบต้ามีอำนาจการแพร่เชื้อ​ไม่ได้มาก สำหรับการพบสายพันธุ์​เบต้าใน จ.บึงกาฬ ​ก่อนหน้า จำนวน 5 ราย ซึ่งตอนนี้ได้ยุติแล้ว ส่วน 3 รายของสมุทรปราการอยู่ใน State Quarantine ส่วนกรณีของกรุงเทพฯ​ที่พบเจอ 1 รายแรก และพบอีกในญาติจำนวน 2 รายตอนนี้ก็ยุติแล้ว ไม่มีการพบผู้ติดเชื่อเพิ่ม​เติม​&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้เบต้าคงไม่ได้เป็น​ปัญหานอกพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แต่คงต้องเฝ้าระวังกันต่อไป ส่วนสายพันธุ์​ใหม่เช่น แลมป์ดา ขณะนี้ยังไม่พบการระบาดในไทย แต่เราก็จะเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112820</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ศุภกิจ​ ศิริ​ลักษณ์, เดลต้า, ​กรม​วิทยา​ศาสตร์​การแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611213054baf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
