<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลินิกมลพิษ..รับมือฝุ่น PM 2.5 ชี้แนะประชาชนเฝ้าระวังตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์มลภาวะทางอากาศหรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงนี้เข้าขั้นวิกฤติ และมีแนวโน้มว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้ในระยะยาว โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ จึงได้จัดตั้งคลินิกมลพิษขึ้น ทั้งนี้ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า คลินิกมลพิษให้บริการตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้นการทำงานด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ประเมินสถานการณ์มลภาวะ ประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคจากมลภาวะทางอากาศ ใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อลดการเจ็บป่วยของประชาชน ควบคู่กับการรักษาและดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตปกติ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้คลินิกมลพิษนี้เปิดให้บริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนและตอบสนองนโยบายกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ อย่างไรก็ตามผลต่อสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศอาจจะไม่สามารถวินิจฉัยเป็นรายคนได้ในปัจจุบัน คลินิกมลพิษจึงเน้นหนักในการให้ข้อมูล และประเมินสภาวะสุขภาพ รวมถึงติดตามผู้ป่วยเป็นระยะ โดยใช้เวลาหลายปี สิ่งที่บันทึกในประวัติคัดกรองและการตรวจพิเศษ จึงเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญมากเมื่อเกิดโรคให้เห็นชัดเจน เพื่อต่อยอดงานวิจัยและหาคำตอบเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ เช่น ระยะเวลาในการได้รับมลพิษ การใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ความรู้เรื่องโรคที่เกี่ยวข้องที่สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ การดำเนินงานคลินิกมลพิษในปีที่ผ่านมามีเครือข่ายคลินิกมลพิษโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กทม. และโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง รวม 39 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร อีกจำนวน 68 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า นอกจากโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้จัดตั้งคลินิกมลพิษแล้ว ยังได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานของคลินิกมลพิษ ประกอบด้วย โครงการจัดตั้งคลินิกมลพิษ แนวทางปฏิบัติตามขั้นตอน การให้คำแนะนำ การตัดสินใจในการส่งตรวจพิเศษแบบซักประวัติ และความรู้เรื่อง PM 2.5 แก่ประชาชน รวมทั้งจัดตั้งคลินิกมลพิษออนไลน์ www.pollutionclinic.com เพื่อให้ประชาชนได้ ทำการประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และรับทราบถึงคำแนะนำเบื้องต้นได้ทันที หากพบว่ามีความรุนแรงหรือมีความจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ โดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวน 9,794 ครั้ง และมีผู้ทำการประเมินตนเอง/ขอคำปรึกษาแพทย์คลินิกมลพิษออนไลน์ 145 ราย และปัจจุบันจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอาการโรคทางเดินหายใจเช่นเดียวกับผลกระทบมลพิษ PM 2.5 โรงพยาบาลจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้มีการเชื่อมโยงตอบคำถามและให้ความรู้ผ่านเว็บไซด์คลินิกมลพิษออนไลน์ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการป้องกันคือ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันปอดเราโดยหายใจอากาศบริสุทธิ์ พยายามอยู่ในที่ซึ่งมี PM 2.5 น้อย หรือใช้เครื่องฟอกอากาศ พยายามหลีกเลี่ยงอย่าอยู่กลางแจ้งนาน ให้ทำงานสักระยะแล้วหลบเข้าในอาคาร การใส่หน้ากากจะทำให้อึดอัด โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนยิ่งทำให้ไม่สามารถใส่หน้ากากได้นาน ขณะนี้หน้ากาก N95 เป็นหน้ากากที่ใช้ป้องกันได้ดีที่สุด แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถใส่ได้นาน เพราะจะอึดอัด อย่างไรก็ดีการใช้หน้ากากอื่นชั่วคราวก็ทำได้ โดยสังเกตอาการระคายเคือง แสบคอ มีเสมหะ ถ้าเป็นก็แสดงว่าหน้ากากไม่ได้ผล อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้หน้ากาก N95.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91090</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.สมบูรณ์ ทศบวร, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fff106efde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุบัติเหตุจากหน้ามรสุม ไม่ประมาท-ป้องกันได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ห่วงคนทำงานในฤดูฝน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหน้าฝน โดยเฉพาะในหน้ามรสุมจะมีอันตรายต่อประชาชนหลายอย่าง ทั้งเรื่องถนนลื่น อุบัติเหตุ สำหรับผู้ใช้แรงงานก็มีอันตรายต่อสุขภาพ แม้ฝนตกมาเพียงเล็กน้อยจะทำให้มีการลื่นหกล้มหรืออุบัติเหตุ โดยเฉพาะในอาชีพที่ต้องทำงานนอกอาคาร เช่น งานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีอุบัติเหตุจากไฟชอร์ตการใช้เครื่องมือที่ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ &amp;nbsp;อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ฝนมาเยือนแบบนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากที่สุดสำหรับคนทำงาน โดยเฉพาะแรงงาน ก็คืออุบัติเหตุที่มาพร้อมกับฝน ซึ่งอันตรายที่พบบ่อยที่สุด หนีไม่พ้นอันตรายที่เกิดจากการลื่นไถล อันตรายที่เกิดจากการมองเห็นทัศนวิสัยไม่ชัดเจน และมีเศษฝุ่นละอองเข้าตา เมื่อเกิดลมแรงในระหว่างการทำงานก่อนที่ฝนจะตก และอันตรายที่เกิดจากสิ่งของหล่นจากที่สูง ในช่วงฤดูฝนจะเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานมากกว่าช่วงเวลาอื่น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้แรงงานสามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ โดยนอกจากจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษแล้ว ยังสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยลดอุบัติภัยได้อีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า ในหน้าฝนโดยเฉพาะในหน้ามรสุมจะมีอันตรายต่อประชาชนหลายอย่าง โดยเฉพาะในอาชีพที่ต้องทำงานนอกอาคาร เช่น งานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีอุบัติเหตุจากไฟชอร์ต การใช้เครื่องมือที่ไม่ถูกต้องด้วย มีวิธีปฏิบัติง่ายๆ เกี่ยวกับการทำงานในหน้าฝนคือ 1.ด้านบุคคลในการเดินทางจากกลับบ้านหรือไปยังสถานที่อื่น ต้องควรระมัดระวัง อย่าเดินเร็วจนเกินไป พยายามใส่รองเท้าที่รัดเท้าพอดี อย่าใส่รองเท้าส้นสูงและต้องไม่หลวม และรู้สึกแนบกับพื้นถนน พยายามอย่าวิ่ง ถ้าฝนตกพยายามใช้ร่มและสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำให้อบอุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ก่อนหน้าฝนให้ตรวจดูสายไฟว่ามีชำรุดหรือไม่ ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน 3.ถ้าทำงานนอกสถานที่ ให้แน่ใจว่าใช้เครื่องมือที่เปียกน้ำได้ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือไฟฟ้า และให้แน่ใจว่าฉนวนป้องกันไฟฟ้าใช้การได้ 4.ตรวจสอบยานพาหนะที่ใช้อยู่ในสภาพดีในช่วงฤดูฝน ให้แน่ใจการทำงานของที่ปัดกระจกหน้ารถและไฟ ต้องตรวจสอบยางรถยนต์เกาะถนนดีหรือไม่เพื่อกันลื่น 5.ถ้าต้องทำงานในที่น้ำท่วมขังต้องควรระวังสายไฟฟ้า ท่อน้ำ หรืองู ควรใส่รองเท้าบูตสูงถึงเข่าเพื่อทำงาน 6.พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากมีโรคที่มากับหน้าฝนหลายโรค เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก โรคที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคผิวหนัง โรคฉี่หนู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานในหน้าฝน คือควรทำงานอย่ารีบเนื่องจากเวลาฝนตก การทำงานมักจะเร่งรีบเพื่อไปหลบฝน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ฝนจะทำให้ถนนลื่น และให้สนใจสภาพแวดล้อมและเคลื่อนไหวให้ช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะถ้าใช้บันไดหรืออยู่บนนั่งร้าน ใช้เสื้อกันฝนที่มีทั้งเสื้อและกางเกง เพื่อป้องกัน cold stress ซึ่งจะมีอาการสั่นและเป็นตะคริว ให้แน่ใจว่ามีการระบายอากาศเพียงพอ ใส่สบายตลอดระยะเวลาการทำงาน ในการทำงาน การมองเห็นเป็นเรื่องสำคัญ พยายามอย่าให้ฝนบังทัศนวิสัย ถ้าใช้แว่นตานิรภัยให้พ่นน้ำยากันฝ้า ถ้าไม่ใช้ก็ให้ใส่หมวกเพื่อป้องกันน้ำเข้าตา ใส่เสื้อผ้าสีสะดุดตาเพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานหรือผู้อื่นมองเห็นคุณ อย่าใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ออกแบบมาใช้นอกอาคาร เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ในขณะที่มีฝนตก และใช้เครื่องมือที่มีที่จับมั่นคง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75534</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.สมบูรณ์ ทศบวร, นพ.สมศักดิ์  อรรฆศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44fcc9961fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.รัตนธานีเผยมีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในช่วงธ.ค.-ม.ค.เพิ่มขึ้น แต่สรุปไม่ได้มาจากฝุ่นจิ๋วหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า ในข่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ชัดเจนว่ามีผู้ป่วยที่เข้ามารักษาด้วยโรคทางเดินหายใจมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้สรุปได้ยากว่าสาเหตุมาจากเรื่องของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 หรือไม่ เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาว ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ของทุกปี ส่วนในเรื่องตัวเลขของผู้ป่วยในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาๆนั้น ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ขณะนี้กรมการแพทย์กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ามารักษาใน รพ.สังกัดกรมการแพทย์เป็นระยะๆทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นตัวเลขผู้ป่วยจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามฝุ่นละอองขนาดเล็กส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจอย่างแน่นอน เพียงแต่วิทยาการทางการแพทย์ที่จะตรวจว่าสาเหตุที่เจ็บป่วย มาจากฝุ่นละอองขนาดเล็กโดยตรงนั้นยังไม่มี เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็น แต่ทางระบาดวิทยา ก็พอมีวิธีที่จะสามารถสรุปได้ เช่น หากมีผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาโดยสงสัยว่าเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก็จะมีการแนะนำให้หยุดงาน อยู่กับบ้านก่อน &amp;nbsp;ซึ่งหากอาการดีขึ้นแล้ว แต่พอต้องกลับไปทำงานในสิ่งแวดล้อมเดิม ก็กลับมามีอาการเดิมอีก ก็จะพอสรุปได้ว่ามาจากฝุ่นละอองขนาดเล็กแน่นอน&amp;rdquo; นพ.สมบูรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่าณะนี้มีหลายพื้นที่ ใน กทม.ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการแจกหน้ากากเพื่อเป็นการป้องกัน นพ.สมบูรณ์ กล่าวว่า การตระหนักในเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การที่จะอาศัยภาครัฐอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะรัฐที่ร่วมมือกันมีเพียง 3-4 หน่วยงาน คงดูทั้งหมดไม่ไหว ดังนั้น เรารู้สาเหตุว่ามาจากควันรถยนต์ การเผาในโล่งแจ้ง การใช้ธูป ต่างๆ ประชาชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลในระยะยาว อย่าง รพ. นพรัตนฯ ก็มีการรณรงค์ขอความร่วมมืองดจุดธูปในโรงพยาบาล ตามศาลก็มีการยกกระถางธูปออกหมดทุกจุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27992</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมบูรณ์ ทศบวร, ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่ม, รพ.นพรัตนราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52b119636e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
