<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอสุขุม&quot; เผยโควิดรอบ 2 มาได้ตลอดเวลา ทำให้สธ.ต้องเตรียมเพิ่มทีมสอบสวนโรค3-5เท่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63- &amp;nbsp;ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี นพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;อนาคตสาธารณสุขไทย หลังโควิด 19&amp;rdquo; ในพิธีปิดการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2563 ว่า ประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคระบาดมาตั้งแต่กรณีเกิดโรคซาร์ส ทำให้เมื่อเกิดโรคโควิด 19 เราบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชน อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งคิดว่าเราปลอดภัย เพราะอาจเกิดการระบาดระลอก 2 ได้เสมอ เนื่องจากอาจมีผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศ และการลักลอบเข้าประเทศตามแนวชายแดน แต่กระทรวงสาธารณสุขพร้อมจะดูแลพี่น้องคนไทยให้ปลอดภัย มีการตั้งปราการป้องกันผู้ป่วยจากต่างประเทศ มี State quarantine ดูแลผู้เข้าประเทศ ขณะที่กรมควบคุมโรคได้กระจายทีมลงไปตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อในประเทศ และผู้ป่วยจากต่างประเทศที่อาจมีการลักลอบเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ. สุขุมกล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ ยังต้องคงมาตรการด้านสาธารณสุขและชีวิตวิถีใหม่ สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ลดความแออัด ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุมการระบาดได้ หากมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกินวันละ 50-100 รายศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะสามารถรองรับได้ รวมถึงต้องมีการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้สถานการณ์กลับมาอยู่ในระดับที่ไม่มีผู้ป่วยหรือมีผู้ป่วยในวงจำกัด โดยต้องเน้นการดำเนินงานทั้งการป้องกัน ค้นหา รักษา และควบคุม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง เพิ่มศักยภาพให้ตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลได้มากขึ้น เพิ่มจำนวนทีมสอบสวนโรคอีก 3-5 เท่า ซักซ้อมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ระบบการจัดการข่าวสารและการสื่อสารความเสี่ยง ยกระดับการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีระบบสำรองเวชภัณฑ์อย่างเหมาะสม การใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ออกแบบแผนกหอผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยนอก (OPD) เพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อ ลดความแออัดในโรงพยาบาล นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมศักยภาพ และยกระดับห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังได้มอบโล่รางวัลผลงานวิชาการ R2R ดีเด่น หรือการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย จำนวน 55 รางวัล มอบโล่รางวัลบูธนิทรรศการดีเด่นระดับกรมและเขตสุขภาพ 6 รางวัล&amp;nbsp;
มอบโล่รางวัลนวัตกรรม Green &amp;amp; Clean Hospital ระดับประเทศ จำนวน 11 รางวัล โดยการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่วันที่ 8-10 กันยายน 2563 มีผู้เข้าร่วมงานรวม 2,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77059</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ทีมสอบสวนโรค, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ระบาดระลอก2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59f3bca33e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบายใจได้!ปลัดสธ.ย้ำตรวจเชื้อโควิดคนใกล้ชิดหญิง2รายแล้วยังปกติแนะม็อบนศ.ดูแลสุขภาพตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 2 หญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และผ่านการกักกันตัวรัฐ แต่พบซากเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ว่าคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่นกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อินเดีย มีโอกาสที่จะติดเชื้อโควิด-19 ได้ บางคนเป็นแล้วหาย แต่เมื่อหายแล้วบางคนยังพบซากเชื้ออยู่ ดังนั้น​ สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ คือ ทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศไทยต้องผ่านการกักกันตัวอย่างน้อย 14 วัน และทำการตรวจเชื้อ ทั้งเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทั้งนี้ เคสที่เกิดขึ้นล่าสุด พบเชื้อที่น้อยมาก แต่ก็ดำเนินการตรวจเพาะเชื้ออีกครั้ง ซึ่งจะทราบผลใน 7 วันและตรวจภูมิคุ้มกันมั่นใจเคสนี้ไม่ได้เพิ่งเป็น แต่เป็นมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุม​ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ได้ติดตามญาติ พี่น้อง คนใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ นำมาตรวจเชื้อ โดยขณะนี้พบว่า ทุกคนยังเป็นปกติ จึงอยากให้ทุกคนมั่นใจ และขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้พัฒนาแล็ป ในการตรวจเชื้อ ซึ่งได้ดำเนินการตรวจเชื้อไปแล้วถึง 8 แสนราย เทียบอัตราส่วน 16,000 คนต่อประชากร 1 ล้านคน พบคนติดเชื้อเพียงร้อยละ 0.5 เท่านั้น ถือว่าอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก และนี่คือการติดตามและควบคุมได้ดี​ อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ในที่ประชุม ศบค.จะรายงานให้นายกฯได้รับทราบถึงการตรวจเชื้อ และการติดตามในทุกขั้นตอน&amp;nbsp; รวมถึงการรายงานสถานการณ์โควิด 19 ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะต่างประเทศที่มีการระบาดรอบ 2 และการเตรียมหาวัคซีน อุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับประชาชนด้วย ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 2 จังหวัด ที่พบซากเชื้อโควิดสบายใจได้ เพราะจากการตรวจเชื้อเบื้องต้นบุคคลใกล้ชิดยังไม่พบใครติดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุม​ กล่าวว่า​ ส่วนความคืบหน้าพัฒนาวัคซีนในไทย​ มีทั้งการพัฒนาในมหาวิทยาลัย และความร่วมมือด้านวิชาการกับทางมหาวิทยาลัย ต่างประเทศ&amp;nbsp; รวมถึงการจัดหาวัคซีนจากบริษัทอื่นๆ ซึ่งเร่งดำเนินการในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ ยังกล่าวถึง​การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาว่า​ ขณะนี้เป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นในทางประชาธิปไตยเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องดูแลสุขภาพตนเองด้วย ดังนั้นขอให้ระมัดระวัง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ ใครเจ็บป่วยเป็นหวัด ควรหลีกเลี่ยงการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75110</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว 14 วัน, การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ม็อบนิสิต-นักศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f4442083a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุม15คนส่งฝากขัง ฟันเด็ดขาดบุกรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอบตัวเพิ่มอีก 4 คนแก๊งห้าวบุก 2 รพ.ชกหมอหญิง ตำรวจคุมตัวส่งศาลฝากขังผลัดแรกพร้อมค้านประกัน หัวโจกเผยสาเหตุมาจากจะเอายาบ้าไปแลกสว่านไฟฟ้า แต่เจอฝ่ายตรงข้ามเลยโทร.เรียกเพื่อนไปตะลุมบอนจนคนหนึ่งถูกแทงตาย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สั่งบุคลากรห้ามยอมความ ดำเนินคดีถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกลุ่มชายหญิงบุกโรงพยาบาล 2 แห่งในจังหวัดสมุทรปราการ ไล่ชกแพทย์หญิงในห้องฉุกเฉินของ รพ.วิภารามชัยปราการได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะบุกไปทำร้ายคู่อริและทำลายข้าวของของ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ซึ่งเมื่อช่วงสายวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ที่ สภ.สำโรงใต้ พนักงานสอบสวนทีมบูรณาการของจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้เร่งสอบสวนผู้ต้องหาก่อนทยอยพิมพ์ลายนิ้วมือและทำสำนวนคดีแยกเป็นรายบุคคลเพื่อเตรียมส่งฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดที่จับได้ในขณะนี้มีทั้งหมด 11 คน ล่าสุดเดินทางมามอบตัวเพิ่มอีก 4 คน รวมเป็น 15 คน ประกอบไปด้วย 1.นายนิพล หรือมิน วันชม อายุ 23 ปี 2.นายอนิรุตน์ หรือนิ่ม นิ่มเสือ อายุ 20 ปี 3.นายภานุวัฒน์ หรือกั๊ก แย้มสุข อายุ 28 ปี 4.นายประทีป หรือโป้ง สุดสะอาด อายุ 29 ปี 5.นายวิโรจน์ หรือจ้า จิตรักษ์ อายุ 22 ปี 6.นายทีธร หรือตูน วรวาทิน อายุ 27 ปี 7.นางสาวณัฐณพัศชา หรือแหม่ม นิพัทธ์ธมล อายุ 30 ปี 8.นางสาวบัญชี หรือไอซ์ ฤทธิรงค์ อายุ 21 ปี 9.นางสาวสุรางคณา หรือนุก นพสกุลนา อายุ 24 ปี 10.นายสุวิทย์ หรือเอ็ม ปิยมาตร อายุ 20 ปี 11.นายจาตุรานนท์ หรือจา จรุงสถิตพงศ์ อายุ 22 ปี 12.นายธรรมรัตน์ หรือกอล์ฟ สุวรรณสิทธิ์ อายุ 21 ปี 13.นายนาวี หรือต่อย พรมจรินทร์ อายุ 21 ปี 14.นายอรรถพล หรือแฮ็ก บุญประเสริฐ และ 15.นายธนพล หรือแจ๊ค ทองชัยยะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าตรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ก่อเหตุทั้งหมด เพื่อนำไปเปรียบเทียบและคัดแยกว่าใครร่วมก่อเหตุในจุดไหนบาง ก่อนคุมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายอรรถพล หรือแฮ็ก ที่เป็นหัวโจกในการก่อเหตุครั้งนี้ จากการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าได้เดินทางไปภายในซอยโรงเหล็กซึ่งเป็นที่เกิดเหตุจุดแรก เพราะต้องการนำยาบ้าจำนวน 10 เม็ดไปแลกกับสว่านไฟฟ้ากับคนรู้จักคนหนึ่งในซอยดังกล่าว ซึ่งต้องเดินผ่านหน้าบ้านของกลุ่มผู้บาดเจ็บ แต่ถูกห้ามและขู่จะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน โดยตนได้โทรศัพท์ตามพรรคพวกในซอยมหาวงษ์ไปก่อเหตุ และกลายเป็นเหตุบานปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำให้การของนายแฮ็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาตัวไปชี้จุดที่ซ่อนยาบ้า จำนวน 10 เม็ด ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติม มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ส่วนรุ่นพี่คนหนึ่งที่เมื่อวันจันทร์ออกมาให้สัมภาษณ์และขอโทษแทนรุ่นน้องที่ก่อเหตุ ขณะนี้ถูกคุมตัวดำเนินคดีด้วยในข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน ทั้งนี้ เหลือผู้ร่วมก่อเหตุอีก 3 คนที่ยังหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้แยกคดีเป็น 3 คดี คือทำร้ายร่างกายกันจนเสียชีวิตภายในซอยโรงเหล็ก, ทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย และทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การที่กลุ่มคนร้ายยกพวกรุมทำร้ายแพทย์และพยาบาล ฝ่ายปกครองและตำรวจจะต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ให้คนพวกนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิด และอย่ายอมความ ยืนยันโรงพยาบาลทุกแห่งมีมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัยบุคลากรของโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องของจิตสำนึก ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ ถ้าเอาอารมณ์มาตัดสินว่าหมอรักษาคนไข้ต้องหายทุกคน ถ้าไม่หายจะไปรุมทำร้ายหรือเอาชีวิตหมอ เป็นเรื่องที่ไม่ถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้กำหนดนโยบายว่า กรณีมีผู้เข้ามาก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในโรงพยาบาล เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สิน หรือมีการทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดบุคลากรขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด หากผู้บริหารในพื้นที่ละเลย หรืออะลุ้มอล่วย จะดำเนินคดีตาม ป.อาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกัน สธ.ก็ได้สั่งการให้สถานพยาบาลทุกแห่งดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ (2P Safety) ทบทวนและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และขอให้ทุกคนช่วยกันการยุติการก่อเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกรูปแบบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72124</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16dc537e812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ไม่ประมาท เตรียมพร้อมแผนสู้ศึกโควิด ถ้าระบาดอีกยก เช็กเตียงในรพ.-กักตุนยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มิ.ย. 63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) นพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศไทยติดต่อกันถึง 35 วันแล้ว พบผู้ป่วยรายสุดท้ายในประเทศเมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี จำนวนผู้ป่วยใหม่ลดลง ล่าสุดในวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 3,169 ราย หายกลับบ้านรวม 3,053 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย ยังรักษาใน รพ. 58 ราย ไม่มีผู้ป่วยอาการหนักหรือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการผ่อนคลายในระยะที่ 5 มีการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และประชาชนส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติภายใต้รูปแบบ New Normal จึงต้องย้ำถึงการร่วมกันปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันทั้งการคัดกรอง การสวมหน้ากาก ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ลดแออัด และใช้แพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันไทยชนะ ในการลงทะเบียนการใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการควบคุมโรคหากมีการระบาดเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ปลัดสธ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจจำนวนเตียงในโรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯและทั่วประเทศ พบว่ามีจำนวนเตียงรองรับได้กว่า 20,000 เตียง แบ่งเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วย ICU ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจรวม 571 เตียง (กทม. 106 เตียง เขตสุขภาพ 1-12 จำนวน 465 เตียง), เตียงสำหรับผู้ป่วยห้องแยกโรค 11,206 เตียง และเตียงทั่วไปใน Hospitel อีก 10,349 เตียง ส่วนเวชภัณฑ์ มีหน้ากาก N95 อยู่ 1,127,970 ชิ้น, ชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) 511,578 ชุด และเครื่องช่วยหายใจ 11,096 เครื่อง ขณะที่ความพร้อมการสำรองยา เช่น ยาฟาวิพิลาเวียร์ มีอยู่ในสต็อก 319,994 เม็ด,&amp;nbsp;ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน 395,802 เม็ด, ยาคลอโรควิน 250 มิลลิกรัม 673,222 เม็ด รวมทั้งยาที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการสามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้ราว 4,500 คน และคาดว่าจะมีการนำเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับความคืบหน้าการวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศ นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า มีการเตรียม 3 แนวทางดำเนินการเพื่อให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนโควิด 19 ประกอบด้วย 1.วิจัยพัฒนาในประเทศ 2.ร่วมวิจัยกับต่างประเทศ และ 3.จัดซื้อจากต่างประเทศ ทั้งหมดเพื่อให้มีเพียงพอในการใช้งาน ส่วนขั้นตอนการทดลองวัคซีนในสัตว์ มีความก้าวหน้าไปมากใน 2 ชนิด จาก 6 ชนิด ซึ่งจะมีการเริ่มทดลองวัคซีนในคนระยะแรกเดือนตุลาคม 2563 ระยะที่สองในช่วงเดือนธันวาคม 2563 ระยะที่สามคาดว่าจะเริ่มทดลองได้ในช่วงต้นปี 2564 และพร้อมที่จะผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรมในปริมาณ 2-10 ล้านโดส และขยายเป็น 30 ล้านโดสต่อไป คาดว่าสามารถนำวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนไทยได้ในช่วงกลางปี 2564 นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70040</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, เตรียมสู้ศึกโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9b0a4e5ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไร้โควิด35วันรับปลดล็อกเฟส5! ป่วยใหม่7รายกลับจากอินเดีย-สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 - ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า วันนี้ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 35 วัน โดยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 7 ราย จากสถานที่กักกันของรัฐ โดยกลับมาจากประเทศอินเดีย 6 ราย และสหรัฐอเมริกา 1 ราย สำหรับยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,169 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมเสียชีวิตสะสม 58 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70019</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ปลัดสธ., โควิด-19, ไร้ติดเชื้อ35วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa76b4b7b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลัด สธ.&#039; เผยไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 31 วัน ชมคนไทยร่วมมือดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.สุขุม กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า วันนี้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศเป็นวันที่ 31 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ทั้งมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และการดำเนินกิจการต่างๆเป็นไปได้ด้วยดี ยิ่งเมื่อเทียบความสำเร็จกับต่างประเทศ อย่างเช่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ที่พบการระบาดรอบ 2 สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างดีของคนไทย ทำให้มีความมั่นใจที่จะผ่อนปรนให้การดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปตามปกติได้มากขึ้น ภายใต้มาตรการดูแลของภาครัฐ และการสร้างความมั่นใจที่จะดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงทิศทางการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน​ นพ.สุขุม กล่าวว่า เป็นเรื่องของนโยบายในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขกำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ กำลังดำเนินการพิจารณา แต่จะคงไว้ต่อไปหรือไม่ ยังไม่ทราบ ส่วนรายละเอียดจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการหารือ ศบค.ชุดเล็ก เป็นการภายในก่อนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะหารือในข่วงบ่าย ซึ่งนอกจากจะมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ยังมี พล.อ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และในฐานะกรรมการ ศบค.ชุด สมช.พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. ร่วมหารือคาดเป็นการพิจารณาการตัดสินใจต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69673</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef41ef737728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกรียงศักดิ์ยอมถอย กลับรพ.พระปกเกล้า รอผลสอบชุด&#039;สมชาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;หมอเกรียงศักดิ์&amp;rdquo; ขอถอนตัวจากรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น แจงห่วงภาพลักษณ์ความศรัทธาต่อ รพ. ให้งานด้านสาธารณสุขคลี่คลายและเดินหน้า องค์กรแพทย์ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ขอบคุณที่แสดงสปิริต แต่หาก นพ.สสจ.ขอนแก่นซึ่งเป็นกลุ่มแพทย์ชนบทมารักษาการจะไม่ยอม &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ปัดไม่เคยสั่งให้ถอนตัว ชี้ถอยคนละก้าวแล้วรอผลสอบสวนชุด &amp;quot;นพ.ม.ล.สมชาย&amp;quot; ปลัดสธ.เผยให้รอง ผอ.รักษาการแทน ส่วน &amp;quot;หมอเกรียงศักดิ์&amp;quot; กลับที่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องประชุมแก่นเพชร ชั้น 4 รพ.ขอนแก่น เวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า แถลงข่าวถึงกรณีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ รพ.ขอนแก่น ท่ามกลางความสนใจจากบุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ได้มีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการในตำแหน่งรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น ในวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่ปรากฏในข่าวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในฐานะข้าราชการพลเรือนในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นข้าราชการของประชาชน และมีครอบครัวอยู่ที่ขอนแก่น มีความรักและความผูกพันต่อ รพ.ขอนแก่น จึงห่วงใยต่อภาพลักษณ์ ความศรัทธาของประชาชนใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีต่อโรงพยาบาลขอนแก่นมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี จึงขอถอนตัวจากการรักษาการในตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการถอนตัวนั้นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้การดำเนินงานของ สธ.และ รพ.ขอนแก่น นั้นคลี่คลายและเดินหน้าโดยเร็ว และตนเองนั้นพร้อมที่จะเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ตามเดิมหรือในตำแหน่งที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่กดดันหรือไม่ได้คิดน้อยใจอะไร ที่ผ่านมาผมเคยมารักษาการที่ รพ.ขอนแก่นแล้วในปี 2561 ก็พบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน วันนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดเหตุการณ์ จึงตัดสินใจในการขอถอนตัว และจะทำเรื่องเสนอต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการใน สธ.นั้นพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ถอนตัวหรือไม่ หากมีผลประการใดก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามทันที ที่ผ่านมางานด้านสาธารณสุขของไทยนั้นเหนื่อยล้าจากการทำงานในสถานการณ์โควิด-19 มาอย่างหนักและต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ และทำให้สถานการณ์ของประเทศนั้นไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศเข้าสู่วันที่ 20 ดังนั้นปลัด สธ.และผู้บริหารประเทศนั้นทำงานกันอย่างหนัก ผมจึงไม่อยากให้ทุกท่านนั้นมาเครียดหรือมาวิตกกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงขอถอนตัวจากตำแหน่ง โดยจะทำหนังสือส่งเรื่องอย่างเป็นทางการในระบบข้าราชการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ หากผลออกมาประการใด ผมก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม&amp;quot; นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ รพ.ศูนย์ขอนแก่น เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณที่ นพ.เกรียงศักดิ์แสดงสปิริตและถอนตัวจากตำแหน่งรักษาการ เพื่อให้เกิดความสงบในระดับหนึ่ง หากจำได้ข้อเรียกร้องขององค์กรแพทย์ที่ยื่นกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.นั้นมี 3 ข้อ อีก 2 ข้อคือการตั้งกรรมการสอบสวนที่เป็นธรรม และกรณีการโยกย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ด้วยข้อหาขัดขวางการสอบสวนและข่มขู่พยาน เราเห็นว่า นพ.ชาญชัยไม่ได้ผิดตามข้อกล่าวหา ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะย้ายท่านไปที่ สธ. เมื่อรักษาการ ผอ.ขอถอนตัวแล้ว ก็น่าจะต้องให้ ผอ.ชาญชัยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม เพราะท่านมีความสามารถ หากจะไปนั่งอยู่กระทรวงเฉยๆ คงไม่เหมาะสม และตอนนี้เป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19 ด้วย ควรจะต้องเพิ่มขวัญกำลังใจให้คนทำงานให้เห็นว่าคนดียังมีที่ยืนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.กนกวรรณกล่าวว่า แม้รักษาการ ผอ.ถอนตัวแล้ว แต่ยังกังวลว่าคนที่จะมาแทนที่ ตามข่าวที่ได้ยินมาคือเป็นท่าน สสจ.ขอนแก่น เพราะหากเป็นคนนี้ เราจะไม่คลายความกังวล เพราะท่านสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับชมรมแพทย์ชนบทเรื่องเงินบริจาคของ รพ.ศูนย์ขอนแก่นที่ไปเข้าบัญชีชมรมแพทย์ชนบท ทำให้เราไม่วางใจว่าเรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกับชมรมแพทย์ชนบทแน่นอน หากจะให้ดีที่สุด ควรให้คนอื่นรักษาการ อาจจะเป็นรอง ผอ.หรือ ผอ.จากโรงพยาบาลอื่น แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดควรเอา นพ.ชาญชัย กลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเป็น นพ.สสจ.จริงเราคงไม่ยอม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร แต่คงมีการเคลื่อนไหว เพราะเราคิดว่าปัญหายังไม่หลุดพ้นจากวังวนเดิม และเย็นนี้องค์กรแพทย์ยังคงจะรวมพลังกันเช่นเดิมในเวลา 16.30 น. โดยจะร้องเพลง แสดงพลังเพื่อแสดงออกด้วยการใส่ชุดดำเรียกร้องธรรมาภิบาลคืนกลับมาสู่กระทรวงสาธารณสุขและ รพ.ขอนแก่น&amp;quot; พญ.กนกวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณี นพ.เกรียงศักดิ์ขอถอนตัวออกจากการเป็นรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น ว่าเรื่องนี้ต้องถามปลัด สธ. อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็บอกว่าจะพอใจหากมีการถอน นพ.เกรียงศักดิ์ ซึ่งเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย วันนี้ นพ.เกรียงศักดิ์ก็ถอนตัวแล้ว ก็ขอให้ทุกอย่างกลับมาที่เดิม ซึ่งตนกังวลสุดเรื่องการบริการพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อรับการแต่งตั้งรักษาการสามารถประกาศขอถอนตัวได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาจะให้หรือไม่ โดยหลักทั่วไปอันนี้เป็นการรักษาการ แต่หากเป็นการแต่งตั้งไปเลยอาจไม่ได้ อย่างเป็นรักษาการต้องดูทั้งสอง รพ. แต่ตำแหน่งหลักก็ยังอยู่ ซึ่งเขาก็ฟังเสียงส่วนใหญ่ เขาก็ทำแล้ว เขาก็ฟังทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการถอนตัวครั้งนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐมนตรีสั่ง นายอนุทินกล่าวว่า ตนบอกอย่างเดียวต้องรักกระทรวงสาธารณสุข รักพี่น้องประชาชน และขอให้มีความสงบ เป็นฮีโร่มาแล้วในสถานการณ์โควิด ฮีโร่ต้องเป็นฮีโร่ตลอด ไม่ใช่มาซีโร่ ซึ่งตนไม่ได้สั่ง ถ้าตนสั่งได้ก็ดี ของพวกนี้เป็นสปิริตของทุกคน สปิริตของความเป็นข้าราชการ อย่างไรก็ตาม เมื่อจุดที่คนส่วนใหญ่กังวล และเขาได้ถอนตัวแล้ว ก็ต้องแฟร์ทุกฝ่าย ทุกฝ่ายต้องมีน้ำใจนักกีฬา อย่าไปบีบคั้นจนเกินไป ทุกคนต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอน หากตรวจสอบ นพ.ชาญชัยไม่พบความผิด ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้ก็ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งผมก็ทำตามความต้องการของทุกคน ขอปล่อยเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบอย่าง นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานที่ปรึกษา ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบ รพ. 186 แห่ง ก็มีการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย ขอให้รอเวลา อย่าเพิ่งเร่งรัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี ทุกคนถอยกันคนละก้าว ปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายเดินไป ส่วนกรณี 186 โรงพยาบาล รอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ และทุกอย่างต้องเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ อธิบายประชาชนได้ ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันของใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. กล่าวว่า นพ.เกรียงศักดิ์มีการปรึกษาตนว่ายินดีจะถอนตัวออกจากรักษาการเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เพื่อให้การตรวจสอบไม่มีข้อครหา แต่จะมีผลเมื่อไร ต้องรอ นพ.เกรียงศักดิ์ส่งหนังสือมาก่อน คาดว่าจะมาถึงภายใน 1-2 วันนี้ และตนจะออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป เพื่อให้ นพ.เกรียงศักดิ์ไปรายงานตัวเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้าตามเดิม ส่วนรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น ให้เป็นไปตามกลไก โดยให้รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์เป็นรักษาการแทน นพ.ชาญชัย ระหว่างพิสูจน์ตัวเองจนกว่าจะไม่มีข้อครหา ไม่ได้เป็นการตั้งอย่างเป็นทางการ จึงไม่จำเป็นต้องรอหนังสือแต่งตั้งจากตน เพราะตามระเบียบรอง ผอ.รพ. ก็สามารถขึ้นรักษาการแทนได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการทำระเบียบใหม่เกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายเรื่องเงินบริจาคให้ถูกต้องถูกระเบียบได้หรือไม่ นพ.สุขุมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็น รมว.สาธารณสุข ทำเรื่องระเบียบเงินบำรุงและเงินบริจาค ก็คงต้องศึกษาข้อกฎหมายคงไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งมาแก้ไขได้ ต้องร่วมกันปรึกษาทั้งข้อกฎหมายและผู้รู้ โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ถูกต้อง สธ.มีแนวทางเรื่องซื่อสัตย์ สุจริตและโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบประมาณที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างชัดเจน ดังนั้น จากการหารือกับประธานโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชน มั่นใจว่า 90% กระทรวงปฏิบัติถูกต้องพร้อมให้ตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68798</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee77967b9ef9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
