<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนคนอ้วนเสี่ยงสูงช่วงโควิด-19ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุขด่านหน้า (รวมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) และเจ้าหน้าที่ทำงานภาคสนามในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง และคนอ้วน ต่างก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป จากการเปิดเผยของ นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์ ประจำ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีงานวิจัยออกมาเป็นจำนวนมากในช่วงปลายปี 2563 รวมถึงวารสาร &amp;ldquo;Obesity review&amp;rdquo; ได้สรุปอย่างง่ายว่า คนอ้วนมีโอกาสเข้าโรงพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าคนผอมถึง 113% และคนอ้วนยังมีโอกาสนอนไอซียูจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าคนผอมถึง 74% สุดท้ายคนอ้วนยังมีโอกาสเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าคนผอมถึง 48%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุทธิพงษ์ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้คนอ้วนมีความเสี่ยงในการติดเชื้อจากโควิด-19 ได้ง่าย มีปัจจัยคือ 1.ความอ้วนทำให้เกิดโรคประจำตัว อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย และเมื่อเกิดการติดเชื้อแล้วอาการจะมีความรุนแรง ส่งผลทำให้อาการแย่ลงได้อย่างรวดเร็ว 2.ความอ้วนจะทำให้มีปริมาณไขมันสะสมในช่องท้อง ซึ่งปริมาณไขมันสะสมจำนวนมากจะดันกระบังลมขึ้นไปเบียดกับขนาดของปอด ส่งผลให้ปอดมีขนาดเล็กลง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายและหายใจลำบาก ดังนั้น เมื่อปอดมีขนาดเล็กลงจึงทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่ายและรักษาหายช้ากว่าปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ความอ้วนส่งผลทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ขา อีกทั้งสามารถลุกลามไปอุดตันที่ปอด สมอง หรือหัวใจ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 มาจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด และเมื่อมีภาวะอ้วนร่วมด้วยจะส่งผลให้อาการลิ่มเลือดอุดตันเกิดความรุนแรงได้มากขึ้น และ 4.ความอ้วนทำให้ระดับภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ จากงานวิจัยพบว่า เมื่อคนอ้วนเข้ารับการรักษา เช่น การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะตอบสนองต่อวัคซีนน้อยกว่าคนน้ำหนักปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะคนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาก ได้ป้องกันเชิงรุกกับ Covid-19 นพ.สุทธิพงษ์ให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัว 5 ข้อหลักๆ ดังนี้ 1.สวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของ โดยให้คิดเสมอว่าภาวะความอ้วนเสมือนเป็นโรคประจำตัว ต้องปกป้องตัวเองให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในเวลานี้ และสิ่งที่ควรทำเป็นประจำนั่นคือหมั่นล้างมือทุกครั้งหลังไปจับสิ่งของต่างๆ พร้อมกับสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เนื่องจากอาจทำให้เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ หากจำเป็นควรมีการป้องกันอย่างสูงสุด เช่น สวมหน้ากากอนามัยสำหรับปิดปากและจมูก โดยใช้เฟซชิลด์ร่วมด้วยเพื่อป้องกันละอองที่เกิดจากการไอหรือจาม นอกจากนี้พกสเปรย์แอลกอฮอล์ไปด้วย ควรฉีดลงบนวัตถุหรือสิ่งของก่อนที่จะสัมผัสทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.งดการเข้าทำกิจกรรมในสถานที่ที่แออัด หรือ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ผับ บาร์ เป็นต้น 4.ลดน้ำหนักตัวลงอย่างน้อย 10% ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน เพราะจะทำให้ความเสี่ยงลดลงไปเยอะมาก เช่น น้ำหนักตัวอยู่ที่ 80-90 กิโลกรัม น้ำหนักที่ควรลดคือ 8-9 กิโลกรัม และต้องมีความตั้งใจอย่างจริงจัง เช่น การควบคุมอาหาร ต้องออกกำลังกายเป็นประจำด้วยความระมัดระวัง หรือพบแพทย์เพื่อใช้ยาร่วมด้วย หรือทำการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก แต่ทั้งนี้ควรต้องศึกษารายละเอียดพร้อมกับได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างร่างกายและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เนื่องจากคนอ้วนมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าคนปกติที่มีน้ำหนักตัวทั่วไป ดังนั้น จึงต้องหมั่นออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่ายและสะดวก เช่น เดินเร็วสลับวิ่งช้าๆ หรือ เล่นกีฬา เช่น โยคะ แบดมินตัน ปิงปอง หรือว่ายน้ำ เป็นต้น แต่ต้องระวังเรื่องของการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่อาจส่งผลตามมาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90352</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์, รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006b9a85a62d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอหนึ่ง&#039;ไขข้อข้องใจทำไมประสิทธิภาพวัคซีนต่างกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ หรือหมอหนึ่ง ศัลยแพทย์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;#ประสิทธิภาพวัคซีนทำไมต่างกันเยอะจัง&amp;rdquo; ระบุว่า บางครั้งขึ้นกับการ design ทดสอบด้วยครับ เพราะการทดสอบวัคซีนไม่ใช่การให้วัคซีนกับอาสาสมัครแล้วเอาเขาไปรับเชื้อไวรัสโดยตรงนะครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหม ผิดจริยธรรมตายเลย นักวิจัยติดคุกหัวโตแน่ๆ &amp;nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วเอาคนป่วยมาลองไอใส่หน้าอาสาสมัครเนี่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเขาทำยังไง? มันยุ่งยากนิดหน่อยครับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาก็จะให้วัคซีนกับกลุ่มอาสาสมัคร 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับวัคซีนของจริง อีกกลุ่มได้รับยาหลอก (placebo) แล้วให้ทั้ง 2 กลุ่ม กลับไปใช้ชีวิตตามปกติในบริเวณที่มีการระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเราก็รอเวลา ..ติ๊ก ต๊อกๆ ...ติดตามว่าแต่ละกลุ่มจะติดเชื้อต่างกันไหมน้าาา (โหดมะ) จากนั้นก็จะเปรียบเทียบอัตราส่วนของคนที่ติดเชื้อทั้ง 2 กลุ่ม &amp;nbsp;ได้ค่าที่เรียกว่า risk factor ค่าที่ว่านี่ก็เอามาคำนวณ ประสิทธิภาพ (efficacy)อีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาหล่ะ หากอ่านไปชักมึน สรุปว่าหากเจอว่ากลุ่มที่ได้วัคซีนแทบไม่ติดเชื้อเลย กลุ่มได้ยาหลอกติดเชื้อเพียบ ก็จะคำนวณประสิทธิภาพได้สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือ การทดลองแบบนี้ หากไปทำในประเทศที่มีคนติดเชื้อมาแล้วเยอะๆ อาสาสมัครก็มีภูมิคุ้มกันธรรมชาติอยู่แล้วบ้าง แม้จะได้ยาหลอก เราอาจจะเห็นความแตกต่างของอัตราการติดเชื้อน้อยลงไปด้วย &amp;nbsp;ก็จะคำนวณประสิทธิภาพได้น้อยลงเช่นกัน ไม่เกี่ยวกับการที่วัคซีนห่วยเสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ไม่ต้องแตกตื่น ทำไม ทำไม ทำไม วัคซีน ก ห่วยกว่า วัคซีน ข ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามารอดู final report ที่จะรวมข้อมูลทั้งหมดอีกทีดีกว่าครับ มัวตามอ่านข่าวมากๆช่วงนี้ จะมึนเอา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#จะวัคซีนอะไรก็สู้ใส่แมสก์ล้างมือบ่อยๆไม่ได้นะจะบอกให้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89638</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์, วัคซีน, ศัลยแพทย์, หมอหนึ่ง, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe41b6dc813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; ยังเป็น &amp;ldquo;ทอล์กออฟเดอะเวิลด์&amp;rdquo; อยู่แบบไม่มีลดกระแสแต่ประการใด ซึ่งล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อก็ทะลุไป 2 ล้านรายใน 210 ประเทศและดินแดนแล้ว ซึ่ง &amp;ldquo;ตำรวจโลก&amp;rdquo; อย่าง สหรัฐอเมริกาก็ครองแชมป์ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต แต่ที่น่าสนใจคือ &amp;ldquo;รัสเซีย&amp;rdquo; ที่มาแบบเงียบๆ ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับเพิ่มในระดับหลายพันในวันเดียว เรียกว่าแนวโน้มเริ่มจะเหมือนกับบรรดาชาติยุโรปเข้าไปทุกที...๐ ในขณะที่ประเทศไทยนั้น &amp;ldquo;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน&amp;rdquo; โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงมีผู้ป่วยรายใหม่ 30 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 2,643 ราย และเสียชีวิตสะสม 43 ราย ซึ่งแม้ตัวเลขจะคุมได้แบบไม่ก้าวกระโดดตามที่นักวิชาการซึ่งพยากรณ์ว่าอาจมีผู้ติดเชื้อถึงกว่า 3 แสนราย แต่ &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; ก็ได้ยกกราฟเปรียบเทียบผู้ป่วยในช่วงเดือน มี.ค.เทียบกับ เม.ย.ให้ได้ฉุกคิดกัน ที่บอกว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในบ้านเพิ่มขึ้นจาก 8% มาเป็น 23% แม้จำนวนจะลดลง แต่ก็ต้องระมัดระวังการอยู่ร่วมกันให้มากขึ้น...๐ มีการแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจ เมื่อ &amp;ldquo;นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์&amp;rdquo; หรือหมอหนึ่ง ศัลยแพทย์ประจำรัตตินันท์คลินิก ได้ประเมินการระบาดในไทยว่า ที่มองว่าการติดเชื้อของไทยที่ต่ำจะเป็นแบบยืดเยื้อนานและไม่จบ รวมทั้งประเมินว่าจะมี การติดเชื้อระลอกใหม่อีกครั้งในช่วง ก.ย.-ต.ค. และอาจมีผู้ป่วยถึงระดับกว่าหมื่นคน!!! ที่สำคัญยังประเมินว่า &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; จะกลายเป็นโรคหวัดตามฤดูกาลไปจนกว่าจะได้วัคซีนในปี 2565 ถึงจะกลับมาเป็นปกติ 100%...๐ ไม่ต่างจากผลการศึกษาจากการทำแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ประเมินเช่นกันว่า &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; จะเป็นเหมือนไข้หวัดตามฤดูกาลที่มีอัตราการติดเชื้อสูงในช่วงฤดูหนาว รวมทั้งคาดการณ์ว่าโควิด-19 จะไม่หายไปหลังการระบาดระลอกแรก แต่จะเหมือนกับการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่ระบาดระหว่างปี 2545-2546 ในขณะที่นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเอ็กซ์-มาร์แซย์ในฝรั่งเศสก็ระบุถึงความทนทายาดของ &amp;ldquo;ไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; ยังสามารถแบ่งตัวเพื่อแพร่เชื้อระลอกใหม่ได้ หลังผ่านความร้อนสูง 60 องศาเซลเซียสนานถึง 1 ชั่วโมง!!! โดยต้องเพิ่มความร้อนที่อุณหภูมิเป็น 92 องศา หรือใกล้จุดเดือด 15 นาที จึงฆ่าไวรัสทั้งหมด จึงไม่แปลกที่ &amp;ldquo;WHO&amp;rdquo; จะระบุว่าโควิด-19 มีความรุนแรงกว่า &amp;ldquo;หวัดนก&amp;rdquo; ถึง 10 เท่าเลยทีเดียว...๐ ยังคงมะงุมมะงาหราว่าด้วยเงินเยียวยา 5,000 บาทอยู่ และเริ่มกลายเป็นประเด็นมากขึ้นเรื่อยๆ หลังมีภาพประชาชนที่ผิดหวังบุกไปยังกระทรวงการคลัง เพราะล่าสุดดูเหมือนพลพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นต่างได้ทีเฮโลออกมาตำหนิติติงกันถ้วนหน้ากับระบบเอไอหรือระบบคัดกรองของรัฐ แหม! ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาล &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแพลมเรื่องแจกเงิน 5,000 บาทแบบไม่มีข้อกำหนดประการใด กลุ่มคนเหล่านี้ก็ออกมาฉะแบบ &amp;ldquo;สาดเสียเทเสีย&amp;rdquo; ว่าคิดได้แต่แจก แต่ทำไมวันนี้กลับเปลี่ยนไปยิ่งกว่าหน้ามือเป็นหลังมือเสียเล่า&amp;hellip;๐ เรื่องการคัดกรองที่มีปัญหานั้น &amp;ldquo;รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี โพสต์เฟซบุ๊กให้น่าคิดว่า ปัญหาอาจมีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ หมดหรือไม่ แล้วที่สำคัญมีการอัพเดตและติดตามความเคลื่อนไหวหรือไม่อย่างไร เพราะได้ยกการทำงานพัฒนาระบบข้อมูลให้หลายหน่วยงานที่ผ่านมา ที่พบว่าเชื่อมโยงข้อมูลยาก การจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์จริงๆ ว่าทำได้ยากพอควร...๐ หันกลับมาดูเรื่องบ้านๆ และมีผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริงบ้าง ซึ่งก็คือการอาศัยระบบขนส่งสาธารณะของผู้หาเช้ากินค่ำและ มนุษย์เงินเดือนที่ยังโอดโอยเรื่องการ &amp;ldquo;รถคันสุดท้าย&amp;rdquo; ของรถเมล์กันจำนวนมาก ซึ่งไม่รู้ว่า &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;rdquo; รมว.คมนาคม และ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; จะสนใจไยดีชาวบ้านหรือไม่ เพราะการเคอร์ฟิว 4 ทุ่มนั้น บรรดาอู่รถเมล์สายต่างๆ ต่างคิดคำนวณไปถึงบรรดาพนักงานของ ขสมก.ในการเดินทางกลับเข้าไปด้วย ฉะนั้นเราจึงได้เห็นรถเมล์ที่ติดป้ายคันสุดท้ายในเวลา 19.00 น.บ้าง 19.30 น.บ้าง หรือ 20.00 น. ทั้งที่ความจริงควรจะทอดเวลามากกว่านั้น ไม่เช่นนั้นเชื่อว่าปัญหาการร้องเรียนจะมากขึ้นและจะขยายวงจากการบุกประท้วงที่กระทรวงการคลังไปที่กระทรวงคมนาคมนะจะบอกให้...๐ แล้วก็มีผู้คิดได้ เมื่อ &amp;ldquo;กลุ่มธุรกิจรายย่อย&amp;rdquo; เมืองโคราช วางหรีดดำไว้อาลัยธนาคารพาณิชย์ ในมาตรการช่วยเหลือธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจแต่รวมถึงประชาชนผู้เป็นหนี้ว่าเป็นการหมกเม็ด เพราะพักชำระหนี้แบบซ้อนดอกเบี้ย ไม่จริงใจแก้ปัญหา ซึ่ง งานนี้ไม่รู้จะเข้าหู &amp;ldquo;วิรไท สันติประภพ&amp;rdquo; ผู้ว่าแบงก์ชาติและสมาคมธนาคารไทยหรือไม่ เพราะเป็นพวกลูกจ๊อกที่ ธปท.และแบงก์พาณิชย์ไม่แม้แต่จะเหลียวแลมาแต่ไหนแต่ไรแล้วจ้า...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท.ศักดิ์, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์, บันทึกหน้า4, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอหนึ่ง&#039;คาดก.ย.-ต.ค.มีติดเชื้อระลอกใหญ่อีกแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2563 - นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ หรือหมอหนึ่ง ศัลยแพทย์ประจำรัตตินันท์คลินิกโพสต์เฟซบุ๊กว่า จากการประมาณการล่าสุด(14/4/63) คาดว่าการระบาดในไทย จะเหมือนกราฟสีเขียว(RO1.6) เรื่องที่ต้องเข้าใจคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กราฟแบบนี้แสดงว่าติดเชื้อต่ำ แต่ยืดเยื้อนานและ #ไม่จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปีนี้จะมีอีก #ระลอกใหญ่ อีกครั้ง ประมาณ กันยา-ตุลา สิ้นปีมีคนติดเชื้อราวๆหมื่นกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำหรับนักเรียนนักศึกษาปีนี้การรับสมัคร การเปิดเทอม การเรียนคงจะเปลี่ยนไปเยอะ และคงไม่มีการรับน้องแบบเดิมหรือกิจกรรมที่ต้องรวมกลุ่มอีก นักเรียน นศ. ที่ต้องบินกลับไปเรียนต่างประเทศจะต้องคิดหนักว่าเอาไงดี มันกลายเป็นแผนระยะยาวไปแล้ว #ดร็อปหรือไปต่อ นศ.จบใหม่ปีนี้ คงไม่มีงานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ไม่มีการเปิดประเทศแบบ 100% แน่และ #นักท่องเที่ยวจะหายไปเยอะ ใครอยู่ภาคการท่องเที่ยว ต้องเตรียมตัวว่าฟื้นช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เศรษฐกิจจะ #ซึมยาว เพราะมาตรการณ์ social distance บางส่วน ลากยาวข้ามปีชัวร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. COVID19 กลายเป็นโรคหวัดตามฤดูกาลไป #จนกว่าจะได้วัคซีนในปี2565 เราถึงจะกลับมาเป็นปกติ 100%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63209</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์, ศัลยแพทย์ประจำรัตตินันท์คลินิก, หมอหนึ่ง, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96aa0b313a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
