<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.5เครียดแขวนคอคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กชายวัย 11 นักเรียนชั้น ป.5 ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอภายในบ้าน พี่สาววัย 13 ประสบเหตุไปตามเพื่อนบ้านมาช่วย นำส่ง รพ.ด้วยอาการหมดสติ แม่เชื่อสาเหตุมาจากถูกเพื่อนนักเรียนทำร้ายชกหน้าจนลูกบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียน แจ้งครูให้ช่วยแก้ปัญหา แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โรงพยาบาลกระบี่ ได้รับตัว ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 หลังใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองภายในบ้าน ท้องที่หมู่ 1 บ้านนางรอง ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ กระทั่งพี่สาวไปพบขณะหมดสติ ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลลำทับ ก่อนส่งต่อยัง รพ.กระบี่ ขณะนี้แพทย์ยังต้องเฝ้าดูอาการใกล้ชิด ที่ตึกศัลยกรรมชาย 2 รพ.กระบี่ ล่าสุด ด.ช.เอมีการอาการดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถพูดคุยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของ ด.ช.เอ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ไม่อยู่บ้าน ตนและน้องชายคือ ด.ช.เอ และน้องชายอีกคนวัย 8 ปี อยู่บ้านกันเพียง 3 คนพี่น้อง ช่วงที่ตนเข้าไปในครัว เพื่อทำอาหารให้น้องๆ กิน ตนเรียก ด.ช.เอ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงเดินออกมาดูที่ห้องโถงในบ้าน ก็พบน้องชายใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองหมดสติแล้ว จึงรีบปลดผ้าออก แล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านจึงช่วยกันปฐมพยาบาล และนำตัวน้องชายส่ง รพ.ลำทับ ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี แม่ของ ด.ช.เอ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ลูกชายคิดสั้น เชื่อว่ามาจากปัญหาในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ โดยเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนทราบจากลูกว่ามีกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนบางกลุ่มมาข่มขู่และทำร้ายลูก สืบเนื่องจากลูกไปเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียน แล้วเสียหลักล้มลงทำให้เท้าไปโดนนักเรียนคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ กลุ่มนักเรียนดังกล่าวจึงทำร้ายชกหน้าลูกชาย จนลูกบ่นว่าไม่อยากจะไปโรงเรียนแล้วเพราะกลัวจะเกิดเรื่องอีก วันเกิดเหตุลูกทำร้ายตัวเอง ตนต้องไปทำงานที่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา ลูกขอว่าจะไปกับตนด้วย แต่ตนเห็นว่าหากไปด้วยจะลำบาก จึงให้ลูกอยู่บ้านกับพี่สาวและน้องชาย ไม่นึกว่าลูกจะตัดสินใจทำแบบนี้ ตนเล่าเรื่องดังกล่าวให้กับครูที่โรงเรียนทราบ ซึ่งทางครูรับปากว่าจะเร่งสืบหาว่าเด็กกลุ่มไหนที่มีพฤติกรรมตามที่บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางหนึ่งกล่าวว่า ตอนนี้ตนอยากให้ลูกชายหายดีเท่านั้น ส่วนปัญหาภายในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียนจะดำเนินการแก้ปัญหาให้ ยืนยันว่าลูกชายเป็นเด็กขยัน อยู่บ้านก็จะช่วยตนทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทั้งช่วยกรีดยางขาย เวลาอยู่โรงเรียนก็ชอบช่วยเหลืองานครูที่โรงเรียน จนครูแทบทุกคนจะรักลูกมาก แต่อาจจะทำให้เพื่อนบางคนไม่ชอบ เพราะเป็นเด็กที่ครูรัก สำหรับสามีได้แยกทางกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.กระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้อาการของเด็กยังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ เด็กเริ่มมีอาการตอบสนองที่ดีขึ้น ขยับแขน-ขาได้ เวลาเรียกก็มีอาการตอบสนอง เริ่มลืมตาได้ ซึ่งตนกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกว่าจะประเมินอาการได้ภายใน 48 ชั่วโมง ในส่วนของการเยียวยาด้านสภาพจิตใจ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สุขภาพจิตของ รพ.คอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ทั้งแม่เด็ก พี่สาว น้องชาย รวมทั้งเมื่อเด็กหายดีจะต้องดูแลสภาพจิตใจอีกครั้ง ให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งหนึ่งที่ขอชื่นชม คือชาวบ้านที่ช่วยเหลือเด็กตั้งแต่ทราบเหตุครั้งแรก มีความรู้ในการปฐมพยาบาลทำ CPR ในเบื้องต้น จนทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ชุมชน ชาวบ้าน ได้เรียนรู้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนโดยรวม เวลาเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทันท่วงที&amp;quot; นพ.สุพจน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47533</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b37e1d22d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ตูน บอดี้สแลม&#039;เตรียมวิ่งช่วยโรงพยาบาลฝั่งอันดามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62- ที่โรงพยาบาลกระบี่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม พร้อมด้วยทีมงานก้าวคนละก้าว ได้เข้าหารือกับนพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ ถึงการจัดกิจกรรมวิ่งช่วยโรงพยาบาลจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงพบาบาลตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต และปัตตานี โดยมีนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือและสอบถามถึงปัญหาของ รพ.กระบี่ ที่ยังขาดแคลนอยู่ โดยมีกำหนดการวิ่งมาที่กระบี่วันที่ 25 ต.ค.62 โดยจะวิ่งจาก จ.ตรังไปจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 24-27 ต.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ กล่าวว่า การที่มีกิจกรรมวิ่งเพื่อ รพ.ในครั้งนี้ ตนอยากจะเชิญชวนประชาชน ให้ร่วมกันบริจาค ซึ่งไม่ได้เน้นว่าจะต้องได้ยอดเท่าใด แต่ได้แจ้งไปยังตูน บอดี้สแลมถึงความขาดแคลนสำหรับ รพ.กระบี่ ที่ยังขาดอยู่ประมาณ 10 กว่าล้านบาท โดยเฉพาะเครื่องช่วยหายใจ ในห้องไอซียู ซึ่งมีอยู่แล้วจำนวน 10 เตียง แต่ที่จำเป็นต้องใช้ตามอัตราผู้ป่วยที่มีมากถึง 40 รายต่อวัน จึงต้องออกมาใช้เครื่องด้านนอก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมวิ่งเพื่อรพ., ตูน  บอดี้แสลม, นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3e96f20ac75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
