<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอสุภัทร&#039;เย้ยป้ายผ้าเขียนโจมตี ทำให้พี่น้องจะนะคึกคักอีกหนมาช่วยกันSAVECHANA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.64-&amp;nbsp; นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ขอบคุณนะป้ายผ้าและใบปลิวหวังดิสเครดิตหรืออาจจะหวังไกลให้ผมถูกย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผมยุ่งมากกับโควิดที่จะนะจนไม่ได้สื่อสารในเพสเลยในช่วงนี้ วันนี้ขอเขียนเรื่องราวที่มีคนถามถึงมากมาย เรื่องที่มีใบปลิวเขียนโจมตีผม ปลิวอยู่ฝั่งบ้านสะกอม และมีป้ายผ้าเขียนโจมตีผมในอีก 3 วันถัดมาโดยติดไว้บนสะพานลอยหน้าโรงเรียนจะนะวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผมลองวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกับเพื่อนบางคน เราเห็นตรงกันว่า พอหลังปลดล็อคดาวน์ ก็เกิดเหตุสองเหตุนี้ทันที หวังดิสเครดิตหรืออาจจะหวังไกลให้ผมถูกย้าย เนื้อหาชัดเจนว่า &amp;ldquo;ผมขัดขวางความเจริญ&amp;rdquo; ความเจริญที่ในยุคนี้ของจะนะก็คือ &amp;ldquo;นิคมอุตสาหกรรมจะนะของทีพีไอโพลีนพาวเวอร์ขนาด 2 หมื่นไร่&amp;rdquo; นั่นเอง
การลงมือครั้งนี้แม้ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่ก็เดาได้ และทุกคนเดาตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รัฐบาลประยุทธ์กำลังขาลงอายุเหลือไม่มาก หลังเลือกตั้งท้องถิ่น 28 พฤศจิกายน จากนั้นต้นปีหน้าก็น่าจะยุบสภา รัฐมนตรีช่วยที่ผลักดันเรื่องนี้เต็มกำลังก็คงหมดอำนาจ ศอ.บต.ในยุคนี้ที่รับใช้อำนาจทุนและอำนาจการเมืองจนเสื่อม เสื่อมมากจนภายในนั้นร้าวหนัก ข้าราชการดีๆกำลังอ่อนล้า เพราะถูกเล่นงานจากผู้บริหารสายตรงการเมือง และแน่นอนว่าหากการเมืองเปลี่ยน ศอ.บต.บางคนคงจะถูกเด้ง แผนการดันนิคมจะนะก็ย่อมหยุดชะงัก เมื่อรับภารกิจผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะมาแล้ว ก็ต้องเร่งสุดกำลังในเวลาที่เหลือไม่มาก และภารกิจสำคัญที่สุดที่ยังคั่งค้างก็คือ &amp;ldquo;การเปลี่ยนผังเมืองจะนะจากสีเขียวเป็นสีม่วง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หากเปลี่ยนสีผังเมืองได้สำเร็จ การศึกษา EIA การประกาศเขตนิคม เขตท่าเรือ เขตสร้างโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์ การก่อสร้างสารพัดก็จะตามมาอย่างรวดเร็ว ใครสั่งให้เขียนโจมตีผมนั้นไม่สำคัญ แต่นี่คือสัญญาณที่บอกว่า รมช.นิพนธ์&amp;nbsp; ศอ.บต.โดย รองเจ๋ง และ TPIPP กำลังจะรุกอีกครั้ง ก่อนที่เวลาอันแสนสั้นของรัฐบาลชุดนี้จะหมดลงพร้อมกับอนาคตของนิคมอุตสาหกรรมจะนะที่ริบหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขอบคุณนะป้ายผ้าและใบปลิว ที่ทำให้พี่น้องจะนะคึกคักกันอีกหน เรามาช่วยกัน SAVECHANA กันเถอะครับ นิคมอุตสาหกรรม 2 หมื่นไร่ คือหายนะของสงขลาและแผ่นดินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116996</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, นิคมอุตสาหกรรมจะนะ, ผังเมือง, ศอ.บต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6143fa531789f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงพื้นบ้าน หอบอาหารทะเลให้ &#039;รพ.จะนะ&#039; เป็นกำลังใจสู้ภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 - นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา โพสต์รูปภาพชาวประมงพื้นบ้านนำอาหารทะเลมามอบให้แก่บุคลากรการแพทย์ทั้งหมอและพยาบาลโรงพยาบาลจะนะ เพื่อเป็นกำลังใจในการสู้ภัยโควิด พร้อมข้อความระบุว่า ปูนึ่งกุ้งปลาทอด สู้ภัยโควิดและนิคมอุตสาหกรรม ชาวประมงจะนะร่วมช่วยทีมโรงพยาบาลจะนะสู้ภัยโควิด รอบนี้ชาวประมงพื้นบ้านตำบลสะกอม รวมกันนึ่งปูม้า ทอดกุ้ง และทอดปลาอินทรีย์ พร้อมทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ด นำมามอบให้ชาวโรงพยาบาลจะนะ เพื่อให้กำลังใจทีมเจ้าหน้าที่เพื่อสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆกระสุนนัดนี้ ยิงนกได้ 2 ตัว นอกจากได้ให้กำลังใจหมอพยาบาลแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการแสดงให้โลกเห็นว่า &amp;quot;ทะเลจะนะสมบูรณ์จริงๆ&amp;quot;&amp;nbsp;ชาวประมงเขาบอกว่า &amp;quot;ทะเลคือธนาคารอาหารที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องเลี้ยง ไม่ต้องไปให้อาหาร เพียงแต่ให้เราจับแต่ปลาปูตัวใหญ่ๆก็พอ ทะเลจะเลี้ยงดูเราตลอดไป&amp;quot; &amp;quot;แต่จะนะเรากำลังแย่ เพราะจะมีนิคมอุตสาหกรรมร่วม 20,000 ไร่มาตั้งริมทะเล มีท่าเรือน้ำลึกอย่างน้อย 3 ท่า มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ริมทะเลเพิ่มอีก แล้วแบบนี้ทะเลจะนะจะรอดไหม&amp;quot; นี่คือคำถามที่กังวลของชาวประมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะเลจะนะสมบูรณ์มากครับ อุดมไปด้วยปูปลากุ้งหอย ในการระบาดโควิดระลอกแรก ชาวประมงก็เอาปลาสดกว่า 80 กิโลกรัม มาให้โรงครัวทำแกงส้มและปลาทอดเลี้ยงเจ้าหน้าที่ รอบนี้ระลอก 3 ชาวประมงมาอีก รอบนี้คงเห็นหมอยุ่งมาก เลยปรุงสุกสำเร็จรูปพร้อมทานมาเลย และบอกว่า เดี๋ยวจะมาอีก เอาอาหารดีๆมาให้หมอพยาบาลทาน จะมาอีกเรื่อยๆ เพราะทะเลจะนะมีปูปลามากมายจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณสำหรับกำลังใจอันยิ่งใหญ่ครับ เราจะสู้ไปด้วยกัน ทั้งสู้ภัยโควิดและสู้ภัยนิคมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101384</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, จังหวัดสงขลา, ทะเลจะนะ, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, โควิด19, โรงพยาบาลจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cdfb213a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทชำแหละวัคซีนโควิดสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลและระบบราชการไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.64 - ชมรมแพทย์ชนบท เผยแพร่บทความ เรื่อง วัคซีนโควิด บทสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลและระบบราชการไทย โดย นายแพย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ&amp;nbsp; ประธานชมรมแพทย์ชนบท มีเนื้อหาดังนี้
ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่น้อยลำดับท้ายแถวของโลก แถมยังมีการพยายามแก้ตัวว่า เพราะเรามีการะบาดน้อย การที่เราใส่แมสก์ล้างมือเว้นระยะห่างนั้นดีกว่าวัคซีนอีก ทั้งหมดนี้เพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่า &amp;quot;เรามีการจัดการเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด จนแทบจะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่มีระเบียบหยุมหยิมและแข็งตัว สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ที่เน้นตรวจตามระเบียบจนส่วนราชการไม่กล้าขยับ สำนักงบประมาณที่เน้นการใช้จ่ายงบตามแผนมากกว่าสถานการณ์และความเป็นจริง กลไกราชการในกระทรวงที่มีขั้นตอนยือเยื้อไม่ทันการณ์ ผู้บริหารก็ติดอยู่ในกรอบการทำหน้าที่ตามระบบระเบียบกฏเกณฑ์จนไม่อาจเผชิญหน้าเท่าทันสถานการณ์วิกฤตได้ การจัดซื้อจัดหาวัคซีนโควิดจึงสะท้อนความล้มเหลวของระบบการบริหารรัฐไทยได้อย่างชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานาประเทศทั่วโลกที่ไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตวัคซีนเอง ยังสามารถจัดหาวัคซีนให้ประชากรของเขาได้ไปมากแล้ว แต่ประเทศไทยนั้นที่เคยคุยโม้ว่า เรามีโรงงานผลิตวัคซีนเองคือ สยามไบโอไซน์ ทำให้ไทยพึ่งตนเองได้ แต่กลับปรากฏว่า เราพึ่งพาได้เพียง sinovac จำนวนน้อยในปัจจุบัน และ AstraZeneca จาก สยามไบโอไซน์ ที่ไม่รู้ว่าเดือนมิถุนายนจะสามารถผลิตวัคซีนล็อตแรกออกมาได้จริงไหม ปริมาณเท่าใด และประสิทธิภาพจะโอเคไหม รวมทั้งข่าวการเจรจากับ Pfizer หรือ เจรจาจัดซื้อวัคซีนสปุคนิกจากรัสเซีย ล้วนยังเลื่อนลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่โรงพยาบาลเอกชนเข้ากดดันรัฐบาลของนำเข้าวัคซีนเอง อีกทั้งยังมีกลุ่ม่นักธุรกิจระดับนำ 40 บริษัทได้ออกมาแสดงท่าทีขอนำเข้าวัคซีนเองอย่างน้อยก็เพื่อฉีดพนักงานของตนเองที่มีกว่าล้านคน เสียงของนักธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและร้านอาหารที่ขอร้องรัฐบาลให้จัดสรรวัคซีนให้ด่วน เพื่อจะได้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ทันฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ไม่รวมถึงเสียงชาวบ้านที่บ่นเรียกหาวัคซีนเพื่อหยุดการระบาดที่ทำลายเศรษฐกิจจนย่อยยับ นี่คือสัญญาณที่ชัดว่า คนกลุ่มใหญ่เริ่มทนไม่ไหวกับการจัดการภาครัฐที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเรื่องมีวัคซีนน้อย ไม่พอให้ฉีดแล้ว ถ้ามีวัคซีนมาแต่มาช้าก็จะเหนื่อยมาก&amp;nbsp; สมมุติว่าเราจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนคนไทย 50ล้านคน ย่อมต้องการวัคซีน 100 ล้านโดส เรามีเวลาฉีดเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคมคือ 8 เดือนหรือ 240 วัน แปลว่า เราต้องมีการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนวันละ 416,666 คน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะฉีดวัคซีนวันละ 4 แสนคน หากวัคซีนมาช้าไปอีก เวลาที่เหลือก็ยิ่งลดลง การที่จะจบการระบาดของโควิดด้วยวัคซีนในสิ้นปี 2564 ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารจัดการวัคซีนที่ล้มเหลว รวมทั้งการจัดการหาเตียงให้ผู้ป่วยที่วุ่นวายสับสนและล่าช้ายิ่ง สะท้อนประสิทธิภาพในการเผชิญภัยคุกคามอุบัติใหม่ของรัฐไทย&amp;nbsp; การบริหารจัดการภาครัฐของรัฐบาลและระบบราชการนั้นล้มเหลวอย่างหนัก&amp;nbsp; ปัญหาของประเทศไทยจึงชัดเจนตั้งแต่โครงสร้างอำนาจที่มีกลไกบริหารส่วนบนที่ไร้ประสิทธิภาพ&amp;nbsp; อีกทั้งยังรวมศูนย์ผูกขาดอำนาจไว้กับระบบราชการที่อืดอาดล่าช้าและมีระเบียบซ้อนทับพันจนเป็นปมที่แก้ไม่ออก&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงมีความสำคัญยิ่ง และต้องรื้อใหญ่ระบบราชการไทยครั้งยิ่งใหญ่ด้วย เพื่อยุติการรวมศูนย์อำนาจ&amp;nbsp; กระจายอำนาจให้สุดติ่ง&amp;nbsp; สร้างระบบที่เอื้อต่อการร่วมพัฒนาประเทศโดยเอกชน ประชาชน และองค์กรสาธารณประโยชน์&amp;nbsp; ไม่ให้ผูกขาดที่ระบบราชการเช่นเดิม&amp;nbsp; ประเทศไทยจึงจะเดินต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนเข้าใจดีว่ากระทรวงสาธารณสุขทำงานหนักมาก ทั้งผู้บริหารตั้งแต่ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง จนถึงระดับปฏิบัติการ ต่างเร่งกอบกู้สถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ข้อจำกัดของระเบียบราชการนั้นเป็นอุปสรรคจริงๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิดและวัคซีน จึงไม่ควรจบเพียงการจัดหาวัคซีนหรือการฉีดวัคซีนถ้วนทั่วเท่านั้น&amp;nbsp; แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของรื้อใหญ่รัฐธรรมนูญไทยและระบบราชการไทย ที่ทุกองค์กรต้องช่วยกันผลักและดันให้เป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100419</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายวัคซีนโควิด, ชมรมแพทย์ชนบท, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, รัฐบาลประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60824c5fb3d2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.จะนะ เล่าเรื่องภารกิจเร่งด่วนตั้ง รพ.สนาม รับผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64 - นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เรื่องเล่าจากหอผู้ป่วยโควิด โรงพยาบาลจะนะ
โรงพยาบาลจะนะได้รับภารกิจโรงพยาบาลสนามอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 เพราะมีผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิงในหาดใหญ่จำนวนมาก และสถานที่นอนกักตัวในหาดใหญ่มีไม่พอ จึงมีการนำส่งมาที่โรงพยาบาลจะนะด้วย จนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 วันแล้ว มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 29 ราย จากศักยภาพการรับผู้ป่วย 30 เตียง มีเรื่องราวที่น่าสนใจที่จะมาบอกเล่าเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยทั้ง 29 คน เป็นเพศหญิง 28 คน เพศชาย 1 คน ผู้ชายจึงแยกเดี่ยวไปนอนห้องพิเศษ ในส่วนของผู้หญิง 28 คน เป็นกลุ่มจากหาดใหญ่ที่ติดจากสถานบันเทิงจำนวน 27 คน และ อีก 1 คนเป็นคนเพชรบุรีที่ติดเชื้อจากมาเลเซียตรวจพบในขณะคัดกรองที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เกือบทั้งหมดไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลได้ใช้หอผู้ป่วยชาย ชั้น 4 (ชั้นบนสุด) ใช้เป็นพื้นที่โรงพยาบาลสนาม การจัดการที่น่าสนใจมากในรอบนี้คือ เราแบ่งผู้ป่วยนอน 3 ล็อคๆละ 10 คน เราให้ผู้ป่วยเลือกหัวหน้าล็อคขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ประสานงานและสื่อสารในล็อค ซึ่งได้ผลดีมาก ในวันแรก พยาบาลเข้าไปสอนวิธีการใช้เครื่องวัดความดัน วัดไข้ วัดระดับออกซิเจนในเลือด จนเขาใช้เป็น หัวหน้าล็อคก็มีหน้าที่เหมือน อสม. ประสานทุกอย่าง รายงานผลการวัดสัญญาณชีพให้แก่พยาบาลทางไลน์ เพื่อลดการเข้าไปในโซนติดเชื้อของอาคารผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารนั้นโรงครัวจัดให้ใส่กล่องที่ใช้แล้วทิ้ง แม้มีเสียงบ่นว่าไม่อร่อยบ้าง แต่ก็จะมีอาหารที่ญาติฝากมาให้ด้วย มีตู้เย็นให้ใช้ ทราบว่าเต็มไปด้วยขนมนมเนย ผลเสียคือขยะจากภาชนะบรรจุอาหารเยอะมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดการขยะนั้นทางผู้ป่วยจะรวบรวมใส่ถุงแดง เจ้าหน้าที่จะเข้าเก็บขยะวันละครั้ง เอาขยะถุงแดงนั้นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ถุงแดงอีกชั้น มัดปากถุง ใส่รถขนขยะที่มีฝาปิด เอามาตั้งในจุดรอทิ้งที่จะมีรถกำจัดขยะติดเชื้อรับไปทำลายเสื้อผ้าผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลมีเสื้อผ้าผู้ป่วยให้ ใครจะใส่ชุดบ้านของตนเองก็ได้ ส่งซักได้เช่นเดียวกัน (ยกเว้นชุดชั้นใน) เจ้าหน้าที่ก็จะนำไปซักด้วยน้ำร้อนตามมาตรฐานการซักผ้าในโรคติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำความสะอาดถูพื้นพื้นที่ส่วนในและห้องน้ำ ในวันแรกๆเจ้าหน้าที่ใส่ชุด PPE เข้าไปทำความสะอาดให้ แต่ปัจจุบัน หัวหน้าล็อคได้แบ่งงานให้ทุกคนได้สลับกันถูพื้น ล้างห้องน้ำกันเอง เจ้าหน้าที่เมื่อเข้าไปเก็บขยะเก็บผ้าก็เพียงเข้าไปดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสื่อสารจะใช้ไลน์วิดีคอลเป็นหลัก เพื่อคุยกับพยาบาล มีกล้องวงจรปิดเพื่อดูภาพรวม หากมีใครมีอาการป่วย พยาบาลก็จะแต่งชุด PPE เข้าไปดูแล ซึ่งพยาบาลบอกว่า ที่ผ่านมาได้เข้าทุกวันวันละอย่างน้อย 1 ครั้ง ในส่วนของยา เภสัชจัดชุดยาพื้นฐานให้ทุกคนเก็บไว้ทานเองได้ ส่วนยาที่หมอสั่งจะจัดเป็น 3 days dose ในปัจจุบันยังไม่มีใครที่มีอาการมากจนต้องรับยา favipiravir และไม่มีใครที่ต้องส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะรักษาที่โรงพยาบาลจะนะ 7 วัน แล้วหากใครไม่มีอาการใดๆ ก็จะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนามจริงๆที่เป็นค่ายทหารหรือโรงยิมหอประชุมต่อไปอีก 7 วัน เพื่อเปิดเตียงให้ผู้ป่วยรายใหม่เข้ามารับการดูแลต่อไป ตามแนวทางการจัดการของจังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนมั่นใจในการจัดบริการและให้บริการกว่าการระบาดรอบแรก เพราะมีประสบการณ์รับผู้ป่วยมาแล้ว แต่เราก็ต้องไม่ประมาท หากเราพลาดเราประมาท ผลลัพธ์ก็คือการติดเชื้อในโรงพยาบาลนั่นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนั้นเสี่ยงสุดกว่าใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;ufabet777
allslotmaster
scb99
sbfplay
slotgame6666
gg168th
pxj888
wmbet444
qq288
nemoslot
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100005</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, โรงพยาบาลจะนะ, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d7b8185bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอสุภัทร&#039; ชี้ รพ.สนามไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แนะเตรียมระบบกักตัวที่บ้านให้พร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ โรงพยาบาลสนามที่จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 - นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;โรงพยาบาลสนาม&amp;quot; ยังจะไหวไหม เตียงผู้ป่วยในประเทศไทยมี 100,000 เตียง &amp;nbsp;แน่นอนว่า ผู้ป่วยอื่นๆความเจ็บป่วยอื่นๆก็ยังต้องเข้ารับการรักษาด้วยการนอนโรงพยาบาลอยู่ เตียงที่มียังต้องจัดวางแบบเว้นระยะห่างให้มากขึ้น ต้องเว้นสำหรับผู้ป้วยโควิดที่อาการหนักด้วย เตียงในระบบโรงพยาบาลจึงพึ่งพาได้ไม่มาก โรงพยาบาลสนามจึงเกิดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบนี้ของจริง การติดเชื้อโควิดกว้างขวางและแพร่กระจายรวดเร็ว เรามีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการตรวจเชื้อวันละ 1,000 คน&amp;nbsp;และสถิติกำลังเพิ่มขึ้นทวีคูณ ตามกติกาปัจจุบัน ผู้มีเชื้อโควิดทุกคนไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอาการ ต้องนอนโรงพยาบาลที่จัดให้ ห้ามไม่ให้ home quarantine ที่บ้าน หากไม่นอนถือว่าเสี่ยงผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นที่นอนส่วนใหญ่ก็คือโรงพยาบาลสนาม โดยแต่ละคนต้องนอนพัก 14 วัน จึงได้กลับบ้าน สมมุติว่า เรามีผู้ป่วยใหม่วันละ 1,000 คน แปลว่าเราต้องการเตียงโรงพยาบาลสนามขั้นต่ำ 14,000 เตียง แต่แท้จริงการเพิ่มของผู้ป่วยใหม่นั้น เพิ่มพุ่งสูงทำลายสถิติเก่าวันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็น 2,000 คนต่อวัน เราต้องการเตียงโรงพยาบาลสนาม 28,000 เตียง เก่าหายก็กลับ คนใหม่ก็มา หมุนเวียนกันไป &amp;nbsp;ระบบสาธารณสุขไทยจะไหวไหม แล้วถ้าเพิ่มเป็นวันละ 5,000 คน &amp;nbsp;เราอาจต้องการเตียงเป็นถึง 70,000 เตียง จะจัดการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างที่รับรู้กันว่า ผู้ติดเชื้อโควิดนั้น 80%ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้ มี15%มีอาการมากขึ้นเช่นไข้สูงไอมาก กลุ่มนี้ต้องการโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเพื่อการสังเกตอาการใกล้ชิด และมี 5%ที่มีอาการมากจนต้องเข้ารับการดูแลที่ใกล้ชิด อาจมีปอดบวม และต้องอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางที อาจจะถึงเวลาที่สังคมไทยและฝ่ายราชการต้องยอมรับความจริงว่า ระบบ home quarantine หรือการกักโรคที่บ้าน สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ โดยเขามีบ้านหรือห้องพักที่เหมาะสม ไม่มีผู้สูงอายุหรือเด็กอาศัยในบ้านเดียวกัน และมีวินัยในการกักกันตนเอง ควรเป็นระบบที่จะต้องรับ set up ขึ้นมา ทั้งเพื่อลดภาระภาครัฐ เพิ่มบทบาทการดูแลตนเองของประชาชนที่ดูแลตนเองได้ รองรับการเจ็บป่วยของคนจำนวนมากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ home quarantine ก็ต้องมีระบบ ไม่ใช่ให้ไปนอนที่บ้านตามมีตามเกิด ทั้งนี้รัฐเองก็ต้อง​มีระบบการขึ้นทะเบียน ระบบติดตามอาการทางโทรศัพท์ ระบบรถรับส่งหากมีอาการมากขึ้น ระบบ hotline หรือระบบ 3 หมอตามนโยบายรัฐมนตรีอนุทินที่จะคอยให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีระบบที่ชัดเจน &amp;nbsp;ยังรอการ set up ระบบอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลสนาม น่าจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในไม่กี่วันข้างหน้า เราอาจต้องนึกถึง home quarantine เพราะนี่คือการระบาดของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวที่บ้าน, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, โควิด19, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607439f245d6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอสุภัทร&#039;เตือนฝุ่น​PM2.5หายนะระยะยาวที่น่ากลัวกว่าโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.64-นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ฝุ่น​PM2.5​ อีกหายนะระยะยาวที่น่ากลัวกว่าโควิด โดยระบุว่า &amp;ldquo;มะเร็ง&amp;rdquo; เต็มบ้านเต็มเมือง อะไรคือต้นเหตุ &amp;ldquo;ฝุ่นขนาดจิ๋ว&amp;rdquo; เกี่ยวข้องหรือเปล่า &amp;nbsp;ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (Particle Mass &amp;lt; 2.5 micron) หรือเรียกย่อว่า PM 2.5 นั้น เป็นเรื่องใหม่ในโลกสุขภาพ เพราะก่อนหน้านี้ วิทยาศาสตร์สามารถวัดฝุ่นขนาดเล็กเพียง 10 ไมครอนได้ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีดีขึ้น เราวัดฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนได้ และไม่ใช่วัดยาก หรือต้องส่งห้อง lab ยุ่งยากอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่น 2.5 ไมครอนนั้นเล็กขนาดไหน ก็เท่ากับเอาปลายเส้นผมมาแบ่ง 50 ส่วน 1 ส่วนใน 50 ส่วนของเส้นผมนั้นคือ ขนาดของฝุ่นจิ๋ว เม็ดเลือดแดงของมนุษย์นั้นมีขนาด 5 ไมครอน ฝุ่นจิ๋วนี้จึงมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือดแดง และฝุ่นจิ๋วนี่เองเมื่อเราหายใจเข้าสู่ปอด ฝุ่นใหญ่กว่านี้จะติดอยู่ในปอด ถูกขับออกมาเป็นเสมหะ แต่ฝุ่นจิ๋วสามารถฝังตัวในเยื่อบุถุงลมได้ และยังผ่านเยื่อบุผนังถุงลมเข้าสู่กระแสเลือดได้&amp;nbsp;นี่คือ &amp;ldquo;หายนะ&amp;rdquo; เพราะเมื่อฝุ่นจิ๋วบางส่วนสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือด ก็สามารถไหลไปตามกระแสเลือดไปทั่วร่างกาย ฝุ่นจึงเป็นพาหนะที่นำสารพิษมากมายให้สามารถเข้าถึงทุกอวัยวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลักฐานทางการแพทย์จากงานวิจัยมากมายพิสูจน์ชัดว่า ฝุ่นจิ๋วที่ผังในเยื่อบุถุงลมทำให้ความสามารถในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนลดลง ปอดต้องทำงานหนักขึ้น หัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อนำเลือดที่มีออกซิเจนลดลงไปเลี้ยงรางกาย นานวันเข้าก็หัวใจโตกลายเป็นโรคหัวใจ และที่สำคัญฝุ่นจิ๋วนี้เองทำให้เกิดมะเร็งปอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวฝุ่นจิ๋วเอง เมื่อเข้าสู่กระแสเลือด ฝุ่นที่วิ่งไปตามหลอดเลือด เมื่อไปถึงหลอดเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงอวัยวะ ฝุ่นสามารถสะสมจับกับแผ่นไขมันที่สะสมในหลอดเลือด นานวันเข้าเกิดการอุดตันจนหลอดเลือดตันได้&amp;nbsp;หากตันที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ก็เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย อุดตันในสมองก็เป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งเป็นเหตุตายที่สำคัญของมนุษยชาติในวันนี้ และเชื่อว่า ที่คนปัจจุบันตายจากโรคหัวใจ และพิการจากหลอดเลือดสมองอุดตันนั้น อาจไม่ใช่จากไขมันอุดตันนั้นฝุ่นจิ๋วอาจมีบทบาทอยู่ด้วย มากน้อยไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นจิ๋ว หากส่องมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ ฝุ่นจะมีลักษณะคล้ายสำลีก้อนที่มีพื้นผิวขรุขระ ความขรุขระนี่เองที่ทำให้โมเลกุลของโลหะหนัก ของสารไฮโดรคาร์บอน ของสารพิษมากมาย ซึ่งล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง สามารถมาเกาะอยู่กับฝุ่นจิ๋วได้ เมื่อฝุ่นจิ๋วเข้าสู่ปอด ผ่านสู่กระแสเลือด ฝุ่นจิ๋วนี้เองที่นำพาสารก่อมะเร็งสารพิษมากมายไปสะสมในอวัยวะต่างๆ สะสมสารพิษนานเข้าห้าปี สิบปี ยี่สิบปี ฝุ่นจิ๋วสะสมในเซลล์ปอดก็กระตุ้นการเกิดมะเร็งปอด ฝุ่นจิ๋วสะสมในเซลล์อวัยวะใดก็เพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งของอวัยวะนั้น อวัยวะทุกอวัยวะจึงเพิ่มโอกาสที่จะเป็นมะเร็ง หรือนี่คือคำตอบที่ชัดเจนว่า ทำไมผู้คนในวันนี้จึงเป็นมะเร็งกันมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพและหลายจังหวัดในหน้าหนาวหน้าแล้ง กลายเป็นเมืองแห่งฝุ่น &amp;nbsp;ถึงเวลาที่เรื่องนี้จะเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลและทุกองค์กรได้แล้วนะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, ปัญหาฝุ่นPM2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e3690052eac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 22:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐแจงบัตรทองรักษาทุกที่ เฉพาะศูนย์คลินิกใกล้บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลแจงอีกรอบ บัตรทองรักษาทุกที่เฉพาะศูนย์บริการสาธารณสุขและคลินิกใกล้บ้านเท่านั้น นำร่องก่อนใน กทม.เริ่ม 1 พ.ย.นี้ ส่วนผู้ป่วยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวนำร่อง 4 จว. นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้เแจงว่า นโยบายยกระดับบัตรทองที่จะเริ่มวันที่ 1 พ.ย.นี้ ประชาชนในกรุงเทพฯ รักษาทุกที่เฉพาะศูนย์สาธารณสุขและคลินิกใกล้บ้านเท่านั้น ส่วนผู้ป่วยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวนำร่องในเขต 9 นครชัยบุรินทร์ เริ่ม 1 พ.ย.นี้เช่นกัน &amp;nbsp;ขณะที่อีก 2 ด้าน คือ มะเร็งส่งตรงถึง รพ.เฉพาะด้านที่ไม่แออัด และย้ายสถานพยาบาลเมื่อใดรักษาที่ใหม่ได้ทันที เริ่ม 1 ม.ค.64 เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับนโยบายการยกระดับบัตรทองซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ยกระดับบริการ 4 ด้าน ได้แก่ 1.คน กทม.รักษาทุกที่ ณ เครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น 2.ผู้ป่วยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวนำร่องในเขต 9 นครชัยบุรินทร์ 3.มะเร็งส่งตรงถึง &amp;nbsp;รพ.เฉพาะด้านที่ไม่แออัด 4.ประสงค์จะย้ายหน่วยบริการเมื่อใดก็สามารถรักษาที่ใหม่ได้ทันทีนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของบริการที่จะเริ่มในวันที่ 1 พ.ย.63 มี 2 ด้าน คือ 1.ประชาชนใน กทม.รักษาทุกที่ ณ เครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น และ 2.ผู้ป่วยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวทดลองนำร่องในเขต 9 นครชัยบุรินทร์ ทั้งนี้ในส่วนของนโยบายที่ประชาชนใน กทม.สามารถรักษาทุกที่ ณ เครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่นนั้น &amp;nbsp;ที่ผ่านมาผู้ใช้สิทธิ์บัตรทองจะถูกจับคู่กับคลินิกประจำเพียงแห่งเดียว เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องไปรักษาที่คลินิกนั้นๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.63 เป็นต้นไป ผู้ใช้สิทธิ์บัตรทองจะสามารถเข้ารับบริการได้ที่ &amp;quot;เครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น&amp;quot; ซึ่งเครือข่ายบริการชุมชนอบอุ่นใน กทม.กระจายในทุกเขต แบ่งออกเป็น 1.คลินิกชุมชนอบอุ่น และ 2.คลินิกเฉพาะทางชุมชนอบอุ่น โดยผู้มีสิทธิ์บัตรทองสามารถใช้บริการได้ทุกแห่งภายในเขตของตนเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สปสช.ให้ความมั่นใจผู้ใช้สิทธิ์บัตรทองว่า ทุกคนจะมีหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.63 เป็นต้นไป ประชาชนผู้มีสิทธิ์บัตรทองในกรุงเทพฯ จะสามารถเข้ารับบริการรักษาปฐมภูมิทุกที่ในเครือข่ายหน่วยบริการใน กทม. โดยมี &amp;quot;ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;quot; ของ กทม.ทั้ง 69 แห่งใน 50 เขตเป็นหน่วยบริการแม่ข่ายของแต่ละเขต ทั้งนี้ได้จัดกลุ่ม &amp;quot;หน่วยบริการ&amp;quot; เป็น &amp;quot;เครือข่ายบริการ&amp;quot; ทำให้ผู้มีสิทธิ์บัตรทองใน กทม.มีหน่วยบริการดูแลเพิ่มขึ้น และสามารถเข้ารับบริการปฐมภูมิที่หน่วยบริการปฐมภูมิใดก็ได้ในเครือข่ายแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้เพิ่ม &amp;quot;หน่วยบริการร่วม&amp;quot; ในระบบบริการรูปแบบใหม่ อาทิ คลินิกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, คลินิกทันตกรรม, คลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์, คลินิกกายภาพบำบัด และร้านขายยา ขย.1 &amp;nbsp;โดยเปิดในหรือนอกเวลาราชการ ทำให้ผู้มีสิทธิ์บัตรทองใน กทม.จะได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพจากสหวิชาชีพด้านต่างๆ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ไอ ปวด &amp;nbsp;โรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง ฯลฯ รวมถึงการบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค 16 รายการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ (กายภาพบำบัด) สามารถเข้ารับบริการได้ที่ &amp;quot;หน่วยบริการปฐมภูมิ&amp;quot; บัตรทองใกล้บ้านใน กทม.ได้ทุกแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการบริการที่ผู้ป่วยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวนำร่องในเขต 9 นครชัยบุรินทร์นั้น จะเป็นการยกเลิกการกลับมาขอใบส่งตัวในกรณีที่ต้องนอนรักษาตัว (แอดมิต) ในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่โรงพยาบาลประจำ ซึ่งที่ผ่านมาสร้างความยุ่งยาก เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.63 เป็นต้นไป ผู้ป่วยจะไม่ต้องใช้ใบส่งตัวอีกแล้ว โดย สปสช.จะจัดทำระบบออนไลน์เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างคลินิกกับ รพ.เอง โดยเบื้องต้นจะนำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การยกระดับการบริการบัตรทองอีก 2 ด้าน คือ 1.การรักษาโรคมะเร็ง และ 2.การย้ายสถานที่บริการ โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค.64 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1.โรคมะเร็งนั้นเป็นโรคที่ละเอียดอ่อน มีความซับซ้อนและมีหลายชนิด โดยโรงพยาบาลแต่ละแห่งมีศักยภาพในการรักษามะเร็งแต่ละชนิดไม่เท่ากัน บางแห่งมีความแออัดทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;nbsp;มกราคม 2564 เป็นต้นไป หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ผู้วินิจฉัยจะส่งข้อมูลผู้ป่วยมายังศูนย์ส่งต่อด้านมะเร็ง จากนั้นศูนย์ส่งต่อด้านมะเร็งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานจัดหา รพ.ที่ไม่แออัด และมีศักยภาพรักษาโรคมะเร็งนั้นๆ ให้เป็นการเฉพาะราย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการจัดบริการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน การติดตามอาการและแนะนำการทานยาผ่านระบบสื่อสารทางไกล (Telehealth)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การย้ายหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลประจำนั้น ที่ผ่านมาเมื่อผู้ใช้สิทธิ์บัตรทองขอย้ายหน่วยบริการ จะต้องรออีก 15 วันจึงจะไปรักษาที่หน่วยบริการแห่งใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64 เป็นต้นไป ผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศจะไม่ต้องรอ 15 วันอีกต่อไป กล่าวคือเมื่อมีความประสงค์จะย้ายเมื่อใดก็สามารถไปรักษาที่ใหม่ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องดังกล่าวว่า &amp;quot;คลายล็อกบัตรทอง รักษาได้ทุกที่ &amp;#39;ไม่จริง&amp;#39; ความเข้าใจผิดที่ต้องรีบบอก &amp;#39;คุณหมอครับ ครั้งหน้าลุงจะไปรับยาปวดเข่าที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้เลยนะครับ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัวด้วย สุดยอดเลยนายกเรา&amp;#39; ผมละเงิบไปเลย?????? มีผู้ป่วยหลายคน ถามหมอที่โรงพยาบาลว่า ต่อไปป้าจะไปรับยาเบาหวานที่จุฬารามาได้แล้วใช่ไหม&amp;#39; &amp;#39;ต่อไปป้าเป็นหวัดหรือปวดหลัง เดินตรงไปเข้าราชวิถีเลยได้ไหม&amp;#39; &amp;#39;แบบนี้คนไข้ตามโรงพยาบาลอำเภอก็สามารถเดินไปพบแพทย์เฉพาะที่โรงพยาบาลจังหวัดเลยได้ละสิ&amp;#39; หมอบ้านนอกอย่างพวกเราก็มึนงงกับการประชาสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงคือ ผู้ป่วยสามารถไปรับบริการการแพทย์ปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ &amp;nbsp;คือจะไปโรงพยาบาลอำเภอไหนก็ได้ ไป รพ.สต.ไหนก็ได้ หรือจะไปคลินิกอบอุ่นไหนใน กทม.ก็ได้ (เดิมไม่ได้) แต่จะเดินข้ามห้วยตรงไปโรงพยาบาลการแพทย์เฉพาะทางไม่ได้นะครับ คือจะเดินไปศิริราช ราชวิถี รพ.อุดร รพ.หาดใหญ่ &amp;nbsp;รพ.ลำปาง โดยตรงไม่ได้ ต้องผ่านหน่วยบริการปฐมภูมิดูแลรักษาก่อน หากเกินขีดความสามารถก็ค่อยส่งต่อด้วยใบส่งตัวอยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกเว้นหากเป็นผู้ป่วยใน หรือได้รับการรับตัวเข้าเป็นผู้ป่วยใน หรือเป็นมะเร็ง อันนี้ไม่ต้องมาเอาใบส่งตัวย้อนหลัง ซึ่งอันหลังนี้ถูกต้องใช่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ทาง สธ.และ สปสช. ในฐานะที่มีผู้บริหารสูงสุดคนเดียวกันคือ รมต.อนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมกันทำความเข้าใจให้ชัดเจนและถูกต้อง อย่าให้คนไทยเข้าใจผิด จนต้องมาตามแก้แถมถูกด่าอีกครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่จะถูกด่าและต้องเหนื่อยตอบคำถามว่า &amp;#39;ทำไมไม่ได้ ก็นายกบอกว่าได้&amp;#39; ก็คือแพทย์พยาบาลตามโรงพยาบาลต่างๆ นั่นแหละครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81887</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96df6a93cf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
