<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทักษิณเทแก้ม.112 โผล่คลับเฮาส์เชียร์คนรุ่นใหม่รื้อรธน.ไม่แตะปฏิรูปสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โผล่คลับเฮาส์ เชียร์คนรุ่นใหม่อยากได้การเมืองดีต้องแก้ รธน. เมินตอบปฏิรูปสถาบัน-แก้ ม.112 สาวกผิดหวังบ่นอุบในโซเชียล &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งหน่วยงานจับตาป้องบิดเบือน ปรามอย่าให้เครดิตทำคนผิดกฎหมาย สภาถกแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 &amp;nbsp;&amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ยันหมวด 1 หมวด 2 ต้องแก้ไข อ้างประชาชนจำนวนมากเห็นด้วยให้สอดคล้องนิติรัฐและประชาธิปไตยมากขึ้น ด้าน &amp;quot;สุทิน&amp;quot; เผยศาล รธน.นัดตีความอำนาจรัฐสภา 4 มี.ค.นี้ ถ้าออกมาลบน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงผลการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 วันที่ 24-25 ก.พ. ฝ่ายค้านเป็นห่วงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับตีความอำนาจรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยนัดพิจารณาในวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีนัยสำคัญส่งผลต่อการพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ช่วงกลางเดือน มี.ค.2564 ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตีตกว่าไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ จะส่งผลทางสังคมเกิดความขัดแย้งตามมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกิดความไม่ไว้วางใจกันมากขึ้นไปอีก อาจเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญได้ เพราะเป็นการหักมุมแบบ 360 องศา อุตส่าห์เดินมาไกลขนาดนี้ แต่ถูกหัก น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง แม้ศาลรัฐธรรมนูญตีตกการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ฝ่ายค้านจะหาวิธีอื่นแก้รัฐธรรมนูญต่อไป อาจเป็นการแก้รายมาตราที่ฝ่ายค้านเคยเสนอไป 6 มาตราก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ผ่านก็ต้องสู้ต่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังเป็นห่วงเนื้อหารัฐธรรมนูญวาระ 2 มีหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านเห็นต่าง แม้จะให้ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ กมธ.เสียงข้างมากอยากให้เลือก ส.ส.ร. โดยแบ่งเขตย่อยในจังหวัดเหมือนเลือกตั้ง ส.ส. แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยอยากใช้เขตจังหวัดเลือก ส.ส.ร. ไม่อยากแบ่งเป็นเขตย่อย ให้เกิดการล็อกเสียงในพื้นที่ได้ง่าย รวมถึงเนื้อหาการรับหลักการและการโหวตวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 500 เสียง จากเดิม 3 ใน 5 หรือ 450 เสียง ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ถ้าใช้เสียง &amp;nbsp;2 ใน 3 โอกาสจะแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จยากมาก ฝ่ายค้านจะสู้เพื่อให้มีการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าหากให้ไปทำประชามติเพื่อถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ สภาก็พร้อมและเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและรัฐบาลไปกำหนดวันที่จะลงประชามติ การดำเนินการทั้งหมดจะส่งผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการร่างรัฐธรรมนูญคงช้ากว่ากำหนดเดิมคือปี 2565 คงไม่ได้เห็นรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลมีการวางกับดักรัฐธรรมนูญไว้เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล เผยว่า หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.พยายามตลอดที่จะไม่ให้ ส.ส.ร. สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในหมวดนี้ได้ ตนและพรรคก้าวไกล ยืนยันมาตลอดว่า ในเมื่อเราจะได้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดให้สามารถจำทำได้ในทุกหมวด เพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้มีประชาชนจำนวนมากเห็นว่าหมวด 1 และหมวด 2 นั้นสมควรต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐและประชาธิปไตยมากขึ้น เราจึงควรเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้ได้นำเสนอข้อเรียกร้องของตัวเอง แล้วสุดท้ายประชาชนทั้งประเทศจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะรับข้อเรียกร้องเหล่านั้นหรือไม่ มากน้อยเพียงใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ยังระบุว่า การพิจารณาวาระที่ 2 แบบรายมาตรานี้ อาจเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะได้ตัดสินใจว่าจะยังห้ามต่อไป หรือจะเปิดให้ ส.ส.ร.พิจารณาได้ (หลังจากนี้ในวาระที่ 3 จะต้องลงมติว่าจะรับ/ไม่รับทั้งฉบับ ยากแล้วที่จะพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป) ทั้ง 2 ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญที่พี่น้องประชาชนต้องร่วมกันติดตาม และเรียกร้องไปยัง ส.ส.และ ส.ว.ทุกคน อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งการพิจารณาในวาระ 2 จะพิจารณาได้ทีละมาตรา และสามารถแก้ไขได้ เพราะขั้นตอนยังไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ทางรัฐบาลไม่มีข้อเสนออะไรไป เพราะเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขจะเพิ่มเติมกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมพูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน Clubhouse ในห้องสนทนา &amp;ldquo;ไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยใช้ชื่อ Tony Woodsame ในห้องสนทนาดังกล่าวมีอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยและอดีตรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลทักษิณหลายคน อาทิ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งได้มีการพูดคุยกันในหลากหลายประเด็น อาทิ กองทุนหมู่บ้าน, 30 บาทรักษาทุกโรค, 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยมี นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;พูดคุยกันนานถึง 2 ชม. และหลังจากเปิดห้องไม่กี่นาที มีผู้เข้าฟังเต็มห้อง 8,000 คน จนมีการนำเสียงขยายไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ห้อง มีคนเข้าร่วมฟังไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคำถามที่น่าสนใจ เมื่อผู้ร่วมพูดคุยคนหนึ่งถามว่า เด็กรุ่นใหม่จะเชื่อมั่นระบบการเมืองอย่างไร ในเรื่องนี้นายทักษิณตอบว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าน่าจะผลักดันแก้รัฐธรรมนูญดีกว่า รัฐบาลจะดีหรือเฮงซวยอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ผมมาจากรัฐธรรมนูญปี 40 นั้นดีมาก ซึ่งรัฐธรรมนูญที่มาจากทหารไม่มีทางดีหรอก เพราะจะ serve เผด็จการ คนรุ่นใหม่ ถ้าจะผลักดันให้ได้การเมืองดีๆ ผลักดันรัฐธรรมนูญดีกว่า ตอนผมอยู่ รัฐธรรมนูญดี 4 ปีนี่สบาย ตอนหลังที่มีปัญหา เพราะต้องการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามาทำ พิทักษ์รัฐธรรมนูญเหมือนอเมริกา จะดีมาก เพราะ Trust and Confidence นี่สำคัญมากสำหรับเศรษฐกิจทุนนิยม เรามาทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นของประชาชนดีกว่า เพราะรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยังไงก็ทำเพื่อทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในประเด็นนี้มีผู้ร่วมพูดคุยมาแสดงความเห็นต่อว่า ในมุมคนรุ่นใหม่ปัจจุบันแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่พอ คนรุ่นใหม่อยากเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย แต่ในเรื่องนี้นายทักษิณไม่ได้ตอบ มี นพ.พรหมินทร์มาตอบแทนว่า เรื่องปฏิรูปสถาบัน นายทักษิณอยู่นอกประเทศ คงไม่ได้ลึกซึ้งกับปัญหาขณะนี้ ทั้งนี้สถาบันอยู่มานาน มีข้อเสนอให้แก้ไขก็เป็นเรื่องที่เสนอได้ ถ้าเกี่ยวข้องกับกฎหมาย เรามีสภาที่ต้องสะท้อนเสียงประชาชนส่วนใหญ่ จะมีการแก้กฎหมายต้องเป็นตัวแทนประชาชน มีความต้องการประการใด จึงเสนอและมีความเห็น ในนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน ต้องไปรับฟังเสียงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ผู้ถามซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวจากบีบีซีไทยถามว่า วันที่ 24 ก.พ. เป็นวันครบรอบ 30 ปีรัฐประหารปี 2534 ยังมีคนที่ถูกคุกคามจากรัฐบาลที่นำมาตรา 112 มาใช้ ถ้านายทักษิณเป็นรัฐบาลจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร นายทักษิณไม่ตอบ โดยระบุว่า &amp;ldquo;เราไว้คุยกันเรื่องอื่นดีกว่า ไว้ผมไปลอนดอน แล้วได้คุยกัน&amp;rdquo;
ภายหลังนายทักษิณพูดในคลับเฮาส์ โลกโซเชียลมีการกล่าวถึงนายทักษิณอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เคยชื่นชอบนายทักษิณ ได้แสดงความเห็นชื่นชมนโยบายยุคทักษิณว่าทำเพื่อประชาชน เพื่อปากท้องอย่างเป็นรูปธรรม แต่ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีนายทักษิณไม่กล้าตอบคำถามเรื่องปฏิรูปสถาบัน-แก้ไขมาตรา 112 ว่านายทักษิณสู้ไปกราบไป เป็นรอยัลลิสต์ และเสนอให้ประชาชนไม่ยึดติดตัวบุคคล ให้ต่อสู้ด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าจะพิจารณาหรือทดลองเล่นแอปพลิเคชันคลับเฮาส์หรือไม่ หลังนายทักษิณได้เข้ามาเล่นเป็นครั้งแรก ว่าไม่มีเวลาขนาดนั้น แต่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม ซึ่งเป็นการติดตามตามกฎหมาย ในเมื่อทุกคนเข้าไปฟังได้ ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปฟังได้ เพื่อจะได้ชี้แจงให้ถูกต้องกรณีที่มีการบิดเบือน เรื่องนี้สุดแล้วแต่ประชาชนว่าจะอย่างไร ใครจะเข้ามาพูดก็แล้วแต่ ถือว่าวันนี้เป็นเรื่องของโลกใบใหม่ โลกยุคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องดูว่าเรื่องอะไรที่ทำให้บ้านเมืองเราสงบสุข มีเสถียรภาพ ไม่งั้นก็วุ่นวายไปหมด สับสนอลหม่านไปหมดประชาชนก็เสียขวัญ ต้องนึกถึงประชาชนเขาบ้าง เขาจะเสียผลประโยชน์อย่างไรกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องของท่าน นั่นคือสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยทั่วไปตามรัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของประชาชน ปวงชนคือคนทั้งหมดของประเทศ เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวระหว่างเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าที่นายทักษิณพูดในคลับเฮาส์เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. มีการบิดเบือนหรือไม่ และนายทักษิณยังถามด้วยว่าทำไมเวลาเอ่ยชื่อถึงต้องโมโห ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ผมไม่ได้ฟัง ต้องไปถามเขาดู คนผิดกฎหมายอยู่ต่างประเทศ ฉันจะฟังทำไมเล่า ชอบฟังนักนะไอ้คนผิดกฎหมายนี่ทำลายกฎหมาย ให้เครดิตกันอยู่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างเดิน พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชี้ไปยังต้นอโศกน้ำ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเรื่องนายทักษิณอีก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;นี่แหละกระพี้ กระพี้ นี่เปลือกกระพี้นี่ไง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94030</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รังสิมันต์ โรม, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6035189853601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มแคร์&#039; หนุนม็อบนักศึกษาใช้เสรีภาพแสดงออกนำพาประเทศสู่อนาคตดีกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - กลุ่มแคร์ ออกแถลงการณ์เรื่อง ความห่วงใยต่อการเคลื่อนไหวของประชาชน ระบุว่า จากการที่เหล่านิสิต นักศึกษา นักเรียน เยาวชน และประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมกันหลายพื้นที่เวลานี้ และมีการยื่นข้อเสนอเรียกร้อง ซึ่งบางประเด็นอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับสังคม ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเรียกร้องดังกล่าว หากเรารับฟังด้วยใจที่เปิดกว้างจะรับรู้ได้ว่า นั่นเป็นเสียงเรียกร้องอย่างบริสุทธิ์ใจของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแคร์ สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เพราะชาติคือประชาชน ทุกคนจึงย่อมมีสิทธิ์มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตประเทศชาติของตนเองได้ ด้วยเจตนารมณ์ตั้งแต่เริ่มต้นของกลุ่มแคร์ที่จะ คิด-เคลื่อน-ไทย อย่างสร้างสรรค์ เราจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แคร์ ขอเรียกร้องไม่ให้มีการสร้างสถานการณ์ คุกคาม &amp;nbsp;ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ความรุนแรง ยุยง ปลุกปั่น ข่มขู่ และคุกคาม มีแต่จะนำประเทศไปสู่ &amp;ldquo;ทางตัน&amp;rdquo; ในทางกลับกัน การอดทนข่มกลั้น การยอมรับฟังความเห็นต่าง การเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุย พิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ต่างหากคือ &amp;ldquo;ทางออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรงจะไม่ซ้ำรอย เมื่อประชาชนร่วมกันคัดค้าน ไม่ยินยอมให้ผู้เกี่ยวข้องพาเราเดินไปสู่ &amp;ldquo;ทางตัน&amp;rdquo; และเรียกร้องให้จับมือร่วมกันไปสู่ &amp;ldquo;ทางออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแคร์ ก่อตั้งโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จับมือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เปิดตัวกลุ่มการเมืองใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;คณะผู้ห่วงใยประเทศ&amp;quot; หรือ &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการในพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74277</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแคร์, คณะผู้ห่วงใยประเทศ, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, ม็อบนักศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34a7b7583ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแคร์ใคร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเมื่อวันเสาร์....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มแคร์ หรือคณะผู้ห่วงใยประเทศ เปิดตัว ๗ สมาชิกเริ่มต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล บุตรชายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี,
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือคำ ผกา นักเขียนและพิธีกรสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖.นางวีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายรางวัลซีไรต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๗.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือ ๗ คนเริ่มต้นของกลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่ แต่เห็นเงาตะคุ่มๆ ฉากหลังนครดูไบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัตถุประสงค์การตั้งคณะที่ว่านี้ เรียบเรียงจากข่าวที่ปรากฏพอสรุปได้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....จะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ การคิดร่วมกัน การขับเคลื่อนต่างๆ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฝ่าวิกฤติร่วมกัน....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....ทุกคนที่มาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมไร้ความหวัง ไร้อนาคต....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....สิ่งที่กำลังจะมาทำวันนี้คือ อยากจะให้พลังของคนไทยทั้งหมด ศักยภาพที่มีอยู่ของคนไทยทั้งหมดมาร่วมกัน เพื่อจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งคำประกาศของ &amp;quot;อ้วน-ภูมิธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คุณคือทางออกของสังคมไทย เรามาร่วมมือร่วมใจกัน จับไม้จับมือกัน และเราจะร่วมกันคิด ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ไปสู่สังคมที่มีความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่เคารพในความเห็นที่แตกต่างกันของคนทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสวยหรูในตัวอักษรและคำพูด จะแปรเปลี่ยนเป็นผลสำเร็จด้วยการปฏิบัติจาก ๗ ผู้ก่อตั้งกลุ่มแคร์ได้จริงหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างอะไรจากการประกาศนโยบายที่เลิศเลอของพรรคการเมือง แต่สุดท้ายได้อำนาจแล้วมักไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อล้วงลึกลงไปในตัวสมาชิกแรกเริ่มกลุ่มแคร์ ก็จะพบความจริงบางประการว่า แค่เริ่มต้น &amp;quot;แคร์&amp;quot; ก็อาจจะล้มเหลวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะที่มาของแต่ละคนก่อนเป็นกลุ่มแคร์นั้น แบ่งแยกเฉพาะคนเฉพาะส่วนมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเรียกหาพลังของคนไทยทั้งหมดจึงเป็นเรื่องท้าทายว่า สุดท้ายแล้วกลุ่มแคร์จะแคร์คนไทยที่มีความเห็นทางการเมืองต่างด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกที่เป็นคุณผู้หญิงทั้ง ๒ ท่าน ถือว่ามีดีกรีชั้นเยี่ยมทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การแสดงออกผ่านสังคมโซเชียล &amp;quot;ฉันไม่แคร์&amp;quot; ก้าวร้าวเกินกว่าที่จะทำให้กลุ่มแคร์เป็นศูนย์รวมของพลังคนไทยได้ ยังมองปัญหาด้วยความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดวงฤทธิ์ บุนนาค&amp;quot; กับเทอร์มินัล ๒ สุวรรณภูมิ ตัดแปะ ทำให้วงการสถาปนิกระส่ำไม่น้อยทีเดียว และทำให้สังคมไทยได้มองเห็นบางอย่างบนความดันทุรัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกชายเสี่ยเพ้ง, อ้วน-ภูมิธรรม, หมอมิ้ง, หมอเลี้ยบ จะวางตัวให้ดึงพลังของคนไทยทั้งหมดได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดถึงเครือข่ายทักษิณมักมีชื่อ &amp;quot;เสี่ยเพ้ง อ้วน-ภูมิธรรม&amp;quot; อยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ จึงยากจริงๆ ที่ประชาชนอีกขั้วการเมืองจะมีความรู้สึก รับรู้ถึงการ &amp;quot;แคร์&amp;quot; ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอมิ้ง-หมอเลี้ยบ&amp;quot; กับบทบาทที่ไม่แนบแน่นกับดูไบมากนัก แต่ก็ยังได้ชื่อเป็นกลุ่มก้อน เครือข่ายเดียวกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตั้งคำถาม &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; แคร์ใครจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงฤทธิ์ บุนนาค, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลักขณา ปันวิชัย, วีรพร นิติประภา, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแคร์คนทักษิณ เปิดตัวคณะผู้ห่วงประเทศ &#039;หน้าเก่า&#039;บ่นไร้ความหวัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดตัว &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; คนใกล้ตัว &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ทั้งนั้น &amp;quot;หมอเลี้ยบ-หมอมิ้ง-ลูกเสี่ยเพ้ง-ภูมิธรรม &amp;quot;หนีบ&amp;quot; คำ ผกา&amp;quot; ร่วมทัพ ฝันการเกิดขึ้นของกลุ่มจะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; เผยมาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต ขณะที่ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ยันกลุ่ม 6 ส.ส.ไม่ได้คาดหวังต่อรองตำแหน่งใน พปชร. &amp;nbsp;ส่วนประชาธิปัตย์ยังมีควันหลง ส.ส.อุบลฯ เหน็บผู้ที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่แทบไม่เคยพังเพราะตัวเอง ส่วนใหญ่พังเพราะไอ้ห้อยไอ้โหน ไอ้เห็บไอ้เหา ที่อยากได้หน้าและเอาใจนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีกระแสข่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จับมือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เปิดตัวกลุ่มการเมืองใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;คณะผู้ห่วงใยประเทศ&amp;quot; หรือ &amp;quot;กลุ่มแคร์&amp;quot; ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการในพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ทำให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนไม่สบายใจ ต้องออกมาแสดงจุดยืนก่อนหน้านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มแคร์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยกลุ่มนี้ได้เปิดเฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;CARE คิด เคลื่อน ไทย&amp;quot; พร้อมกับการจัดเสวนาที่ใช้ชื่อว่า &amp;quot;10 วันอันตราย ทางเลือกหรือทางรอด&amp;quot; โดยได้เชิญนายบรรยง พงษ์พานิช, นายดวงฤทธิ์ บุนนาค, ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 14.00-16.00 น. ที่วอยซ์ สเปซ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับสโมสรทหารบก โดยได้ออกแบบโลโก้พร้อมอักษรเบรลล์ ซึ่งคำว่า CARE (แคร์) ย่อมาจาก C คือ Creative, A คือ Action for, R คือ Revival และ E คือ &amp;amp; People Empowerment
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังระบุว่า วันเสาร์ เวลา 14.30 น. เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้เตรียมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ อธิบายความเป็น &amp;quot;CARE&amp;quot; แบบชัดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;CARE คิด เคลื่อน ไทย&amp;rdquo; ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 5 นาที เรื่องทำไมเราถึง CARE? เปิดตัว 7 สมาชิกเริ่มต้น ประกอบด้วย นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ, นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล บุตรชายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือคำ ผกา นักเขียนและพิธีกรสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี, นางวีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายรางวัลซีไรต์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กล่าวว่า ตอนนี้เป็นวิกฤติที่ตนคิดว่ามันรุนแรงครั้งหนึ่งที่อาจจะไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ตนคิดว่าเป็นเวลาที่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม อาชีพไหนก็ตาม คงจะต้องมาร่วมมือกัน เพื่อที่จะหาทางออกให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เราต้องการความร่วมมือร่วมใจของทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการเกิดขึ้นของกลุ่มแคร์จะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ การคิดร่วมกัน การขับเคลื่อนต่างๆ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฝ่าวิกฤติร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าหากเราร่วมมือกันจริงๆ ปัญหาต่างๆ สามารถแก้ได้ เราสามารถทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือการยอมก้มหัวให้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมและวิกฤติทั้งมวล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางวีรพร นิติประภา กล่าวว่า ในฐานะประชากรคนหนึ่ง คิดว่าคนทุกคนควรจะมีส่วนร่วมในการคิดหาทางออกว่าเราจะไปยังไงจากนี้ เราจะประคองกันอย่างไรในช่วงวิกฤตินี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล กล่าวว่า คนพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือที่เราเรียกว่า Social Change โดยเฉพาะในสภาวะปัจจุบัน ที่เราต้องเจอกับทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมือง รากฐานสำคัญของชาติคือการศึกษา โดยสำหรับตน การศึกษานั้นคือสิ่งสำคัญที่เราจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
&amp;quot;แคร์&amp;quot;สิ้นหวังไร้อนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายดวงฤทธิ์ บุนนาค กล่าวว่า เชื่อในความสามารถของประชาชน คิดว่าการที่เรายืนขึ้นมาจากชีวิตของผู้คน มันสามารถทำอะไรได้อีกมากมายเหลือเกิน ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะเอาศักยภาพของตัวเองเข้ามาช่วยในการทำให้ประเทศนี้เดินไปข้างหน้าต่อได้ ในภาวะที่มันดูเหมือนเป็นวิกฤติครั้งร้ายแรงของประเทศ ก็เป็นความตั้งใจที่อยากเห็นประเทศเราดีขึ้นเหมือนกับทุกๆ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความตั้งใจของกลุ่มที่ผมมองเห็นคือเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความเป็นไปของประเทศในทางที่มีการพัฒนามากขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นจุดร่วมเดียวกับทุกคนในประเทศนี้ ที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญขึ้น ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้บอกว่ามันมีอะไรที่เขาทำผิดพลาด แต่มันมีอะไรอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้ทำ และเราคิดว่าเราน่าจะเป็นจุดที่กำหนดให้เขาทำได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า กลุ่มแคร์เป็นกลุ่มคนที่มาร่วมมือกันจากคนหลากหลายวิชาชีพ หลากหลายสาขา อายุ เรามาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต สิ่งที่เรากำลังจะมาทำวันนี้คือ เราอยากจะให้พลังของคนไทยทั้งหมด ศักยภาพที่มีอยู่ของคนไทยทั้งหมดมาร่วมกัน เพื่อจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คุณคือทางออกของสังคมไทย เรามาร่วมมือร่วมใจกัน จับไม้จับมือกัน และเราจะร่วมกันคิด ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ไปสู่สังคมที่มีความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่เคารพในความเห็นที่แตกต่างกันของคนทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ลักขณา ปันวิชัย กล่าวว่า &amp;quot;กลุ่มแคร์จะเป็น Civic Movement เป็นขบวนการขับเคลื่อนสังคม โดยกลุ่มภาคประชาสังคม แขก (ชื่อเล่น) ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์การเมืองไทยมาเกือบ 20 ปี แขกรู้สึกว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่สังคมไทยเริ่มมี Awareness เรื่องประชาธิปไตยอย่างชัดเจนเท่านี้มาก่อน ปีนี้แขกมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจแล้วว่า มิติของการเมืองของประชาธิปไตย มิติของคุณภาพชีวิตของพลเมืองมันแยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาที่พลเมืองอย่างเรา เราในฐานะที่เป็นพลเมืองไทย ควรจะออกมาขับเคลื่อนสังคมไทยและประเทศไทยของเราให้ก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหลังจากนั้นเรื่องอื่นๆ มันจะเริ่มถักทอมาเป็นพลังของพลเมืองด้วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้น เราควรจะต้องมีการเตรียมตัวในภาวะวิกฤติอย่างนี้ สิ่งที่สำคัญที่จะฟันฝ่าวิกฤติ ตนคิดว่ามี 3 ปัจจัยสำคัญ 1.เรื่องความคิดริเริ่ม แนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งจะต้องมีหลากหลาย และต้องรู้จักหยิบใช้อย่างถูกต้อง 2.คือเรื่องของการจัดการนำเอาความคิดที่ถูกต้อง อาจจะถูกหรือผิดแล้วแต่มาทดลอง แล้วนำมาจัดการไปบรรลุสู่ผลสำเร็จ แก้ปัญหาด้วยกัน 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะในสังคมของเรา เป็นเจ้าของร่วมกัน ดังนั้นทุกคนจึงควรจะเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ นำไปสู่ความสำเร็จ ในการฟันฝ่าอุปสรรคและวิกฤติของประเทศในครั้งนี้
&amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot;แจงกลุ่ม6ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก กทม. ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนการก่อสร้างตึกกระทรวงการคลัง และตึกสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างในเรื่องของเสียงรบกวน และสิ่งของจากการก่อสร้างตกลงมาด้านล่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยาให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมพรรคในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เป็นการเลือกกรรมการบริหารของพรรคชุดรักษาการก่อนถึงวันประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นตามหลักการของข้อบังคับพรรค เพื่อเตรียมการเลือกกรรมการบริหารพรรคในวันประชุมใหญ่วันที่ 3 ก.ค.นี้ โดยถือเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในกลุ่ม 6 ส.ส.จะเสนอบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า ส.ส.ในพรรคทุกคนก็มีความตั้งใจที่ดีที่อยากเข้าไปทำงาน เป็นเสียงสะท้อนให้กับประชาชน ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.ในพรรคที่จะพิจารณาเลือกเข้าไป ซึ่งการทำงานทุกอย่างก็มีกฎระเบียบขั้นตอน แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคว่าจะมีแนวทางการบริหารอย่างไร เป็นตามหลักการของข้อบังคับพรรค เพื่อเตรียมการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันประชุมใหญ่วันที่ 3 ก.ค. โดยถือเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความขัดแย้งกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.วทันยาตอบว่า เวลาเจอกับนายพุทธิพงษ์ในสภา เราก็พูดคุยกันตามปกติ ไม่ได้รู้สึกว่ามิตรภาพเปลี่ยนแปลงไป กลุ่ม 6 ส.ส.เป็นเพียงกลุ่มก้อนที่เริ่มต้นมาจากความเป็นเพื่อน ที่มีความคาดหวังจะเป็น ส.ส.ที่ดี ทำเพื่อประชาชน โดยไม่ได้มีความคาดหวังที่จะต่อรองตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เราเป็นเพียง ส.ส.สมัยแรก ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤติโควิด-19 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เราก็เล็งเห็นปัญหานี้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งจะมาตั้งกลุ่มในตอนนี้ แต่เราทำงานร่วมกันมาตลอดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมาสักระยะใหญ่แล้ว โดยตนเชื่อว่าทางพรรคไม่ได้ว่าอะไรในการรวมกลุ่มครั้งนี้ เพราะทุกคนจะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่พวกเขามีความมุ่งหวังที่จะให้ ส.ส.พลังประชารัฐ เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ดูในอนาคตว่าเราตั้งใจทำงานมากแค่ไหน
เด็กปชป.เดือดด่าไอ้ห้อยไอ้โหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ภาดาท์กล่าวว่า เราเป็นเพียง ส.ส.สมัยแรก ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤติโควิด-19 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เราก็เล็งเห็นปัญหานี้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งจะมาตั้งกลุ่มในตอนนี้ แต่เราทำงานร่วมกันมาตลอดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมาสักระยะใหญ่แล้ว โดยตนเชื่อว่าทางพรรคไม่ได้ว่าอะไรในการรวมกลุ่มครั้งนี้ เพราะ ทุกคนจะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่พวกเขามีความมุ่งหวังที่จะให้ ส.ส.พลังประชารัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ดูในอนาคตว่าเราตั้งใจทำงานมากแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อยากให้คิดว่าเรามาตั้งกลุ่ม เพราะกลุ่มเราคือเพื่อนมาทำกิจกรรมเพื่อประชาชนในพื้นที่ ซึ่งนายพุทธิพงษ์ยังเป็นพี่ที่น้องๆเคารพรัก ขอยืนยันว่าพวกเราไม่ต้องการต่อรองตำแหน่ง แต่อยากขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง&amp;quot; น.ส.ภาดาท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า การมาตั้งกลุ่ม 6 ส.ส.ที่ประกอบด้วยตนและ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ก็เปรียบเหมือนบริษัทและโรงเรียนที่ต้องมีกลุ่มเพื่อนสนิท อีกทั้ง ส.ส.ทั้ง 6 คนก็นั่งประชุมสภาร่วมกัน บางคนทำงานในคณะกรรมาธิการเดียวกัน หรือมีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกัน ก็เกิดเป็นความสนิทสนมที่จะร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ยืนยันว่าก็ทำงานให้พรรค ไม่ได้ทิ้งไปไหน ไม่ได้ตั้งกลุ่มมาเพื่อต่อรองตำแหน่งใดๆ อีกทั้งกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะทุกคนเป็นเพื่อนกัน อย่างเช่นการลงพื้นที่ในเขตของใคร คนนั้นก็จะเป็นโต้โผหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 6 ส.ส.ตั้งกลุ่ม กทม.ขึ้นมาเป็นเอกเทศ น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า มันมีกลุ่มที่สนิทกัน และมีกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานร่วมกันและไม่สนิทกัน ก็เท่านั้นเอง ส่วนความสัมพันธ์กับแกนนำส.ส.กทม.อย่างนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังเหมือนเดิม แต่ที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมา อาจจะเพราะเป็นรัฐมนตรีซึ่งมีภารกิจของท่าน จึงไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรายงานข่าวที่ออกมาว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มี ส.ส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รวม 6 คน เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่าการไปพบกันเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง คนการเมืองจะทราบดีว่าทุกคนมีเพื่อนทั้งในพรรคและนอกพรรค ตนก็มีเพื่อนนอกพรรคต่างพรรคมากมาย การพบปะนั่นคือมิตรภาพทางการเมือง ไม่ใช่นัยทางการเมืองไปทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าในอนาคตมีอะไรที่เกิดขึ้นกับผม ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี ทุกพรรคมีนักการเมืองที่รู้จักคุ้นเคยกันก็มากมาย การไปพบปะทานข้าว เยี่ยมเยียนกัน อย่าตีความไปไกลจนเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค ต้องเคารพในความคิดและการกระทำของทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าทุกคนที่ไปพบก็ยืนยันแล้วด้วยว่าเป็นการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นการเยี่ยมเยียนพบปะในฐานะคนที่คุ้นเคยกัน ฉะนั้นหลักการที่ถูกต้องทุกคนไม่ควรตีความจนนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวของนายพีระพันธุ์ในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า นายพีระพันธุ์ก็พูดแล้วว่าจะไม่คิดกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าชัดเจนในคำตอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มี ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวม 6 คน ได้แก่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา, น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตผู้สมัครของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ส.ส.ที่ตกเป็นข่าวเดินทางเข้าพบนายพีระพันธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ผู้ที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่ แทบไม่เคยพังเพราะตัวเอง ส่วนใหญ่พังเพราะไอ้ห้อย ไอ้โหน ไอ้เห็บ ไอ้เหา ที่อยากได้หน้าและเอาใจนาย&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเธอโพสต์ว่า &amp;quot;การมีเพื่อน มีพี่ มีน้อง &amp;ldquo;นอกพรรค&amp;quot; ผิดด้วยเหรอ...งง...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพบปะดังกล่าวไม่มีนัยทางการเมืองใดๆ ไม่เกี่ยวกับการย้ายพรรคหรือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคตามที่มีรายงานข่าวในสื่อมวลชน แค่เป็นการพบกันระหว่างเพื่อนเก่า คนของพรรคที่ออกไปยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันเสมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68613</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลักขณา ปันวิชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4d5503e8a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โมเดลเขย่าพรรค&#039;พปชร.-ปชป.&#039; ไม่ต่าง‘กรรม’ไม่ต่าง‘วาระ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวคราวพรรค &amp;quot;ร้าว&amp;rdquo;!!! เกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะนี้ ไม่ใช่แค่ &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ฝ่ายค้านอย่าง &amp;ldquo;พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; ก็ประสบปัญหานี้ หลังสมาชิกพรรคไม่พอใจที่มีสมาชิกบางส่วน นำโดยขุนพลหลักสมัยพรรคไทยรักไทย ได้แก่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ออกไปตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มแคร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการประชุมพรรค เพื่อจะเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค หลังสมาชิกบางส่วนไม่พอใจการทำหน้าที่ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; อยู่ในซีกของรัฐบาล ปัญหาที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงคือ ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้บริหารพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการโค่น นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค อาจมีเชื้อเรื่องการทำงานที่ไม่ดูแลเอาใจใส่สมาชิก แต่หลักใหญ่ใจความคาบเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุตตม และ นายสนธิรัตน์ สองรัฐมนตรีสาย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ถูกมองว่าได้โควตารัฐมนตรีเกินจำเป็นเมื่อใช้สูตรคำนวณทางการเมืองในการจัดสรรอำนาจ ซึ่งในทางการเมืองตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคถือเป็นรัฐมนตรีโดยตำแหน่ง การล้มสองรายนี้ได้เท่ากับเป็นการ &amp;ldquo;เปิดทาง&amp;rdquo; โควตารัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; มีรอยร้าวมาตลอด ตั้งแต่ช่วงที่มีการท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มาถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่สงครามภายในครั้งนั้นทำให้สถานะปัจจุบันกลายเป็นคนนอกเต็มตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้นายจุรินทร์จะได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ปัญหาไม่ได้จบลง ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงแรกๆ หลังการจัดตั้งรัฐบาล การลงมติในสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลมักประสบปัญหา โดยเฉพาะจากกลุ่ม ส.ส.ที่ถูกมองว่าเป็นสาย นายอภิสิทธิ์ ในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนำโดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นแกนนำ ส.ส.พรรคประขาธิปัตย์ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าความตั้งใจเดิมของรัฐบาลไม่ได้ต้องการแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการเคลื่อนไหวให้เปลี่ยนตัวนายจุรินทร์ครั้งล่าสุด ก็มีการจับจ้องว่า ส.ส.กลุ่มนี้คือตัวตั้งตัวตี เนื่องจากก่อนหน้านี้นายอันวาร์เคยทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายจุรินทร์ให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแก้ปัญหาภายในพรรคมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ข่าวการล่ารายชื่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นโมเดลเดียวกับของพรรคพลังประชารัฐ นั่นคือ หวังผลในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเพียงการเขย่าเพื่อส่งสัญญาณไปยัง &amp;ldquo;ผู้มีอำนาจในพรรค&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้มีอำนาจในรัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในเหตุผลของการล่ารายชื่อเพื่อถอดนายจุรินทร์คือ การรวมศูนย์อำนาจไว้เพียงไม่กี่คน สอดคล้องกับข่าวความไม่พอใจก่อนหน้านี้ที่ว่า มีการจัดสรรโควตารัฐมนตรีภายในพรรคไม่ทั่วถึง กระจุกตัวอยู่กลุ่มผู้มีอำนาจในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กลุ่ม ส.ส. ที่นำโดยนายสาทิตย์ นายอันวาร์ นายเทพไท และนายพนิต หรือคนสนิทของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้รับการจัดสรรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำตัวเป็น &amp;ldquo;เด็กดื้อ&amp;rdquo; ตลอดระยะเวลาที่ผ่านของ ส.ส.กลุ่มนี้ รวมถึงครั้งนี้ ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเดินเกมเพื่อต่อรอง โดยเฉพาะขณะนี้ถึงฤดูของการปรับคณะรัฐมนตรีแล้วจึงต้องเคลื่อนหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญบางคนในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวให้เปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคก็คุ้นเคยกันดี กับกลุ่มที่กำลังจะล่ารายชื่อถอดนายจุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอยร้าวของสองพรรคนี้ต่างกันแค่พลังประชารัฐโค่นนายอุตตมและนายสนธิรัตน์แบบจริงจัง เพื่อปรับโครงสร้างพรรคอันนำไปสู่การเก้าอี้รัฐมนตรีของบางกลุ่ม ซึ่งสำเร็จได้เพราะ &amp;ldquo;เจ้าของพรรค&amp;rdquo; อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไฟเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ การเขย่านายจุรินทร์ออกจากตำแหน่งไม่ง่าย เพราะ &amp;ldquo;ผู้มากบารมี&amp;rdquo; ในพรรคยังให้สนับสนุน หวังผลเพียงเพื่อให้กลุ่มตัวเองได้โควตาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า ไม่ต่าง &amp;quot;กรรม&amp;rdquo; ไม่ต่าง &amp;ldquo;วาระ&amp;rdquo; กัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68456</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee2406334d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; www.thaipost.net แย้มกันมาหลายวันแล้วว่าคลายล็อกเฟส 3 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จะมีกิจการ/กิจกรรมได้เฮกันยกใหญ่ ประเภทที่ถูกจัดเสี่ยงสูงในระยะ 4 ก็มีลุ้นด้วย กลับกลายเป็นว่ารอบนี้มีปัญหากว่าทุกครั้ง งานนี้เลยต้องถึงมือ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หลังคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีเลขาธิการ สมช.&amp;quot;พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะเมื่อวันพุธ ถกผ่อนปรนเฟส 3 ไม่ลงตัว ต่างจาก 2 เฟสที่ผ่านมา ที่จะเปิดเผยข้อสรุปทุกครั้งหลังการหารือ และที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ก็ยึดตามนี้ ทำให้ช่วงเช้าพฤหัสฯ ที่ผ่านมานายกฯ สั่งเรียกประชุมด่วน ศบค.ชุดเล็กปิดให้จบ ก่อนเสนอชุดใหญ่วันศุกร์นี้ ส่วนกิจการ/กิจกรรมอะไรบ้างที่จะได้รับการผ่อนปรน บิ๊กตู่บอกแค่ว่า &amp;quot;รอฟังพรุ่งนี้&amp;quot; ก็เลยต้องลุ้นกันต่อ ฟังรายละเอียดพร้อมกันทั้งประเทศในการแถลงของหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. วันที่ 29 พ.ค. แต่ที่แน่นอนแล้วคือเรื่องลดเวลาเคอร์ฟิวลง 1 ชั่วโมง เพียงแต่จะเลือกใช้สูตรไหนเท่านั้น ระหว่างขยับจาก 5 ทุ่มถึงตี 4 เป็นเที่ยงคืนถึงตี 4 หรือ 5 ทุ่มถึงตี 3 และอนุญาตให้เดินทางข้ามจังหวัด ทำให้กิจการโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว น่าจะได้กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง รวมถึงร้านนวดแผนไทย โรงละคร โรงหนัง ที่ก่อนหน้านี้ค่ายยักษ์ใหญ่ออกมาการันตีความพร้อมที่จะเปิดบริการ ยกมาตรการคุมเข้มสกัดโควิดให้คนดูสบายใจ แต่กิจการที่มีความเสี่ยงสูงอย่างสนามมวยส่อวืด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ เคลียร์ขยับล็อกเฟส 3 ที่ทำเนียบฯ เสร็จก็ต้องวิ่งรอกเข้าสภา เรียกว่าช่วงนี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รับศึกหนักทั้งการบ้านและการเมือง เปิดเวทีถก พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท 3 ฉบับลากยาว 5 วันครั้งนี้ ฝ่ายค้านที่อัดอั้นเต็มที่ตั้งแต่โควิดระบาดก็ยิ่งจัดหนักจัดเต็ม วันแรกมุ่งถล่มเรื่องเศรษฐกิจพังยับ พอมาวันที่สองก็พุ่งเป้าถล่มการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นอกจากแจงในสภาแล้ว กลัวไม่หนำใจ อธิบายนอกสภาผ่านสื่ออีกรอบ &amp;quot;ขอให้เข้าใจว่าการที่รัฐบาลต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องการให้เกิดความปลอดภัย มี ส.ส.ในสภาหลายท่านพูดถึงเรื่องนี้ ถือเป็นหลักการที่พอฟังได้ แต่ต้องอธิบายว่าถ้าจะไม่ให้มีคนเจ็บป่วยเลยหรือปล่อยให้ออกไปนอกพื้นที่มันก็ทำไม่ได้ก็จะไปติดกันอีก ตรงที่ไม่มีก็กลายเป็นว่ามี อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามปลดล็อกในระยะที่ 3 ให้ได้มากที่สุด เว้นแต่บางอย่างที่มีความจำเป็นและมีความเสี่ยงสูงอยู่ก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย ผมก็เจ็บปวดเหมือนพวกท่านเพราะมีหน้าที่ดูแลประชาชนโดยรวม ผมก็ไม่สบายใจนักหรอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ความเคลื่อนไหวเรื่องตั้งพรรคของอดีตคนไทยรักไทย-เพื่อไทย &amp;quot;ภูมิธรรม เวชยชัย&amp;quot; ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการรวมตัวของอดีตนักการเมืองและกลุ่มวิชาชีพต่างๆ อาทิ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หารือพูดคุยสถานการณ์บ้านเมืองเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ว่า เป็นกลุ่มเพื่อนที่มีความห่วงใยต่อปัญหาบ้านเมือง เป็นครั้งแรกที่หารือกับกลุ่ม ส่วนจะเป็นกลุ่มอะไร การพูดคุยครั้งหน้าจะชัดเจน ซึ่งชื่อกลุ่มแคร์หรือกลุ่มห่วงใย วันนี้พูดได้เพียงว่า 35 คนนี้มีความต่างวัย หลากหลายวิชาชีพ หลากหลายประสบการณ์ มีทั้งคนที่เป็นคณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน นักเขียนมือรางวัล นักธุรกิจ ซึ่งทุกคนห่วงใยบ้านเมือง ถามว่าอนาคตจะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ เสี่ยอ้วนบ่ายเบี่ยงตอบเพียงว่าเป็นเรื่องในอนาคตที่เป็นได้ ที่น่าสนใจคือหนึ่งในผู้ไปร่วมหารือ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงการเมืองได้ ก็คือ หมอเลี้ยบ-นพ.สุรพงษ์ อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชนและอดีต รมว.คลัง เพราะเจ้าตัวโดนตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต หลังจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก 1 ปี จากการอนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ซึ่งศาลฎีการะบุว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบริษัทชินคอร์ป ของทักษิณ ชินวัตร อดีตเจ้านายเก่า ในระหว่างที่หมอเลี้ยบนั่งเป็น รมว.กระทรวงไอซีทีเดิม หรือกระทรวงดีอี ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หากคนไหนโดนศาลตัดสินจำคุก โดยเฉพาะคดีอาญา คดีทุจริตประพฤติมิชอบ ไม่ใช่แค่ตัดสิทธิ์ 5 ปี แต่ตลอดชีวิตเลยจ้า หมอเลี้ยบที่ออกจากคุกก่อนกำหนดเพราะได้รับการพักโทษ เลยได้แต่เป็นนักสังเกตการณ์ทางการเมืองรอบสนามเท่านั้น. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67213</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, ลี้คิมฮวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อแม้ว&#039;ตีขลุม&#039;เลื่อน=เลิก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต กรธ.ยันจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ไม่นับรับรองผล ส.ส. 60 วัน ยก รธน.50เทียบเคียงไม่ทำให้เป็นโมฆะ วอนอย่าวิตกเกินเหตุ &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; บ่นสิ้นหวัง ผวาเลื่อนเลือกตั้งเท่ากับไม่มีเลือกตั้ง หากไม่ประกาศผลภายใน 9 พ.ค.62 ศาล รธน.ตีความโมฆะ คสช.อยู่ยาว ขณะที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งบุกอนุสาวรีย์ชัยฯ ย้ำไม่ให้เลื่อน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ดอดร่วมชุมนุม เชื่อ 2 งานสำคัญเดินหน้าพร้อมกันได้ แนะรัฐบาลมาจากเลือกตั้งจัดพระราชพิธีสง่างามกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งและประกาศผลให้ได้ก่อน 9 พ.ค. ซึ่งอยู่ในกรอบ 150 วัน เพื่อป้องกันไม่เสี่ยงถูกร้องเลือกตั้งโมฆะว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่า เมื่อ พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ครบทั้ง 4 ฉบับ จะต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ซึ่ง 150 วันก็คือต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง คือให้คนไปเข้าคูหาเลือกตั้งหรือหย่อนบัตร แต่ไม่รวมถึงการนับคะแนนหรือประกาศแต่อย่างใด ส่วนการประกาศผลกฎหมายกำหนดให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 ภายใน 60 วัน เพื่อให้สามารถประชุมสภานัดแรกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผล 11 ธันวาคม 2561 ก็นับวันไป150 วัน ก็จะไปครบวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ซึ่ง กกต.จะจัดวันเลือกตั้งในวันใดก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562&amp;quot; นายชาติชายกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ยืนยันมาหลายครั้งแล้วว่าเมื่อกฎหมายประกอบ รธน. 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หรือไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.62 ส่วนประกาศรับรองผล ส.ส.สามารถทำภายหลังวันเลือกตั้งได้ แต่ไม่เกิน 60 วัน และที่ผ่านมาการจัดเลือกตั้งในอดีตก็ดำเนินการตามบรรทัดฐานนี้ ดังนั้น หากวันที่ 24 ก.พ.62 ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้เพราะมีเหตุอันสมควร ก็สามารถขยับได้ แต่ไม่เกิน 150 วัน แต่สุดท้ายหากเกิดประเด็นปัญหาขึ้นในช่วงนั้น ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงก็สามารถไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ อาทิ สนช., กกต. &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่หากผู้มีส่วนได้เสียเป็นนักการเมืองจะไปร้องเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาว่าตัวเองเสียหายนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวข้องที่ทำให้ตัวได้หรือไม่ได้เป็น ส.ส. ขณะที่ผู้ไม่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ก็อาจยื่นตีความได้เช่นกัน โดยผ่านช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดินหากเห็นชอบตามที่ร้องก็ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป แต่หากไม่เห็นด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกไป ดังนั้นจึงไม่อยากให้มีการวิตกจนเกินเหตุ&amp;quot; นายอุดมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายนรชิต สิงหเสนี อดีตโฆษก กรธ.เคยให้ความเห็น โดยยกตัวอย่างกรณีรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บัญญัติถ้อยคำในทำนองเดียวกัน และพบว่า กกต.ในอดีตเพียงแค่จัดให้มีการเลือกตั้งภายในกำหนดเวลาเท่านั้น โดยในมาตรา 296 ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติว่า ให้ดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน...ทั้งนี้ นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ม.295 มีผลใช้บังคับ&amp;rdquo; ซึ่งถ้อยคำคำว่า &amp;ldquo;ให้แล้วเสร็จ&amp;rdquo; ทำนองเดียวกันกับที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ 60 เพียงแต่แตกต่างกันที่กำหนดระยะเวลาเท่านั้น เมื่อดูกระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ในขณะนั้น มีการทยอยประกาศผลการเลือกตั้ง 8 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 3-29 ม.ค. 2551 จะเห็นได้ว่า กกต.ชุดดังกล่าวจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายใน 90 วัน แต่ประกาศผลเลือกตั้งได้เพียง 403 คน จากนั้นก็ทยอยประกาศรับรองผล ส.ส.ต่อไป แม้จะเลยกำหนด 90 วันไปแล้วก็ตามจนครบจำนวน โดยไม่ทำให้การเลือกตั้งครั้งดังกล่าวเป็นโฆฆะแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เลื่อนเท่ากับไม่มีเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แค่เรื่องจะกำหนดวันเลือกตั้ง ให้ชัดเจนว่าวันไหนยังทำท่างุนงงกันไปหลายหน่วยงาน ทำให้ต้องตีความเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน หมายความว่าอย่างไร เรื่องง่ายแค่นี้ยังหาคนให้คำตอบไม่ได้ คำตอบที่สังคมวันนี้ต้องการ คือ การจัดการเรื่องการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จนั้นกฎหมายตีความว่าอย่างไร ระหว่างการจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นใน 150 วัน หรือให้รวมหมายถึงต้องมีการประกาศผลให้ลุล่วงอย่างน้อย 95% เพื่อให้สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้คำตอบอยู่ในสายลม โยนกันไป-โยนกันมาอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันระหว่าง กกต.กับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่น่าเศร้ากว่านั้น เมื่อมีคำถามถึงผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่าตอนร่างมีเจตนารมณ์อย่างไร คำตอบที่ได้คือ &amp;quot;มีหน้าที่ร่าง ไม่ได้มีหน้าที่ตีความ&amp;quot; และหากจะถามองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ตีความ แนวทางที่ผ่านมาอาจมีคำตอบคือ เรื่องยังไม่เกิด ยังวินิจฉัยไม่ได้ สรุปว่าการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ยังคงหาคำตอบจากใครไม่ได้เลย เฮ้อ สิ้นหวังประเทศไทย&amp;quot; นายภูมิธรรมระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากคิดว่ามันติดทุกอย่างก็ติดไปหมด ระยะเวลาประกาศผลเลือกตั้งที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาบอกว่า 60 วัน จนทำให้ไปคาบเกี่ยวกับพระราชพิธีนั้น ถ้า กกต.เร่งประกาศผลการเลือกตั้งให้เร็วกว่า โดยใช้เวลาเพียง 30 วัน ทุกอย่างจะลงตัว และจะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ในช่วงงานพระราชพิธีฯ เราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคอยทำหน้าที่ ไม่ใช่ให้รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจเป็นผู้ดำเนินการ และประมุขแห่งรัฐในประเทศประชาธิปไตยก็ได้มาร่วมแสดงความยินดีในงานพระราชพิธีฯ ครั้งนี้ด้วยความสบายใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เลื่อนเลือกตั้ง เท่ากับ (อาจ) ไม่มีเลือกตั้ง&amp;rdquo; ระบุว่า การเลื่อนไป 1 เดือน จากวันที่ 24 ก.พ. เหมือนเป็นเวลาสั้นๆ แต่เวลาเพียง 1 เดือนนี้แหละที่อาจทำให้ไม่มีการเลือกตั้งในปีนี้อีกเลย การเลื่อนเลือกตั้งไปอีก 1 เดือนนี้ มีนัยแอบแฝงหรือไม่ เพราะเชื่อว่ามีบางกลุ่ม บางพรรคไม่อยากเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมีแพ้มีชนะ แต่เดิมพันในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงยิ่ง คำว่า &amp;quot;การเลือกตั้งแล้วเสร็จ&amp;quot; หมายถึงภารกิจของการดำเนินการเลือกตั้งทั้งหมดของ กกต.แล้วเสร็จ ซึ่งกินความตั้งแต่การกำหนดวันเลือกตั้ง จนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค. 2562 ด้วย เมื่อมีความแตกต่างกันใน &amp;quot;ภารกิจ&amp;quot; เช่นนี้ ต้องยึดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การเสนอให้กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 จึงสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญฯ เพราะ กกต.อาจไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ 9 พ.ค.2562 และอาจมีผู้ไปร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ กกต.ถูกฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญา หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องร้องเรียนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สนช.และ ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนด ตามบทบัญญัติในมาตรา 263 และ 264 ของรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณายาวนาน อาจไม่มีการเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ หรือหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะมีการเลือกตั้งใหม่อีกเมื่อไร ไม่มีใครทราบได้ เพราะบทเฉพาะกาลไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาในสถานการณ์จำลองนี้ ดังนั้น การเลื่อนเลือกตั้งอาจนำไปสู่การไม่มีเลือกตั้งไปอีกนาน&amp;quot; นายสุรพงษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การที่รัฐบาลและ กกต.เผยว่าจะต้องมีการเลื่อนเลือกตั้ง ทุกคนคงทราบดีว่ากระแสสังคมต่อต้านเช่นไร ถึงกับเป็นแฮชแท็กต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้งสูงที่สุดของทวิตเตอร์ ถ้าจริงใจต้องการให้มีการเลือกตั้งในต้นปี 2562 จริงอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการ การเลื่อนเลือกตั้งต้องอยู่ในกรอบ 150 วัน เพื่อไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะสิ้นเปลืองงบประมาณประเทศ ถ้ามีการเลื่อนวันเลือกตั้งต้องเลื่อนไปช้าที่สุดคือวันที่ 10 มี.ค. แต่ถ้าเลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค. เพราะจากวันเลือกตั้ง กกต.ใช้เวลารับรองผล อีก 60 วัน ซึ่งจะเกินวันที่ 9 พ.ค.2562 เมื่อมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะเป็นโมฆะ ทำให้ประเทศสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเสียเปล่า อีกทั้งทำให้ประชาชนไทยต้องถูกเผด็จการกดขี่บังคับปกครองต่อไปไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;
เลื่อนก็แพ้ ไม่เลื่อนก็แพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น มีข่าวว่าส่งมาที่ทำเนียบรัฐบาลนานแล้วจริงหรือไม่ รัฐบาลควรชี้แจงเรื่องนี้ให้สิ้นความสงสัย เพราะพล.อ.ประยุทธ์มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยเหตุที่ว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปปราศรัยทุกเวทีว่าคือ พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลที่พรรค พปชร.เสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค พปชร. ผู้คนจึงสงสัยในพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และแทบไม่น่าเชื่อว่า ในที่สุดคณะรัฐประหารก็ยอมตกอยู่ภายใต้การนำของบรรดานักการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยด่าว่าแล้วประเทศจะปฏิรูปไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยแถลงไว้ได้อย่างไร มันเป็นการเมืองน้ำเน่ายิ่งกว่าที่เคยเป็นมาเสียด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สำหรับอภิสิทธิ์ชนไทยๆ &amp;nbsp;เลื่อนก็ไม่ชนะ ไม่เลื่อนก็ไม่ชนะ การเลือกตั้งกลายเป็นพิธีกรรม เป็นธรรมเนียม ที่ต้องกระทำในโลกสมัยใหม่ ไม่ว่าประเทศจะปกครองด้วยระบอบอะไรๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบสหรัฐหรือสหราชอาณาจักร ที่มีสองพรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ (ในนาม) มีพรรคเดียวแบบจีน เกาหลีเหนือ หรือเวียดนาม หรือแม้แต่ประเทศคณาธิปไตยทหารอย่างพม่า ในที่สุดต่างก็ต้องมีเลือกตั้ง คณาธิปไตยทหารไทย ที่เหมือน แต่ก็ต่างจากพม่า ตรงที่ยังมีสถาบันกษัตริย์ แม้จะยื้อ จะเลื่อนเลือกตั้งมาหลายปี ก็คงต้องยอมให้มีเลือกตั้งแน่นอน ที่น่ากลัวสำหรับคณาธิปไตยทหารไทย กับผู้สนับสนุนหลัก+พรรคการเมืองตัวแทน คือ ทำอย่างไรถึงจะ &amp;quot;ไม่แพ้&amp;quot; แล้วถูกชำระ ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าฝ่ายเขา ฝ่ายกระทำรัฐประหารถึงเลื่อนก็แพ้ ถึงไม่เลื่อนก็แพ้ ส่วนฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายถูกรัฐประหารกระทำ ถึงเลื่อนก็ชนะ ถึงไม่เลื่อนก็ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่สกายวอล์ก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ, นายเอกชัย หงส์กังวาน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมทางการเมือง, นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกด ร่วมกันชูป้ายและพัดข้อความว่า &amp;quot;#ไม่เลื่อน&amp;quot; , &amp;quot;#ไม่เลื่อนเลือกตั้ง&amp;quot;, &amp;ldquo;#เลื่อนแม่มึงสิ&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องรัฐบาล และ กกต. ฟังเสียงประชาชน พร้อมตะโกน ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ตลอดการชุมนุม โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และนายรังสิมันต์ โรม ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้เข้าร่วมกิจกรรมกิจกรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรเปิดเผยว่า ตนมาให้กำลังใจในฐานะประชาชนคนหนึ่งกับผู้ที่รณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ข้ออ้างของผู้มีอำนาจที่จะใช้เลื่อนเลือกตั้งจาก 24 ก.พ.62 เนื่องจากช่วงเวลาทับซ้อนกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตนมองว่าไม่มีความจำเป็นจะให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีส่วนร่วมในการจัดพระราชพิธี เพราะเห็นว่าการที่ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้จัดพระราชพิธีนั้นจะสง่างามกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าหากเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 นั้น กกต. จะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ใน 30 วัน ลักษณะเดียวกับการเลือกตั้ง ปี 54 แม้กฎหมาย จะกำหนดไว้ 60 วันก็ตาม จึงเชื่อว่าจะไม่กระทบกับการจัดงานพระราชพิธีฯ และสามารถให้สองกิจกรรมสำคัญของชาติดำเนินควบคู่ไปได้โดยไม่ต้องเลื่อนการเลือกตั้ง &amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา คสช.เป็นคนขยับโรดแมปเลือกตั้งมาถึง 5-6 ครั้ง&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำกิจกรรมประมาณ 1 ชั่วโมง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางสกายวอล์ก รอบอนุสาวรีย์ฯ ก่อนสลายการชุมนุมโดยสงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25893</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, นรชิต สิงหเสนี, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, ภูมิธรรม เวชยชัย, วรชัย เหมะ, วัชระ เพชรทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c320ad925867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
