<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กนกวรรณ&#039; จับมือ &#039;หมอสุริยเดว&#039;สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตนร.ใน รร. หาต้นตออะไรทำให้เด็กเครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30มิ.ย.64-นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือการจัดระบบดูแลสุขภาพจิตผู้เรียน (Learning support) ในสถานศึกษา ร่วมกับ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ว่า การหารือดังกล่าวจะนำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลง ร่วมกับศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนการดูแลลูกหลานนักเรียน นักศึกษา และผู้เรียน ด้วยเทคนิคการสะท้อนคิด (Reflection) โดยใช้ &amp;quot;อาข่าโมเดล&amp;quot; กรณีศึกษาดอยตุง (Home room) เพื่อรับฟังเสียงผู้เรียนของเรา ด้วยคำถาม 3 คำถาม ประกอบด้วย รู้สึกอย่างไร เรียนรู้อะไร และทำอย่างไรต่อ ซึ่งมีโรงเรียนที่นำไปใช้จนประสบความสำเร็จ อาทิ โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ จ.บุรีรัมย์ โรงเรียนบ้านตะโกล่าง จ.ราชบุรี เป็นต้น โดยความร่วมมือครั้งนี้ สอดคล้องกับงานของสำนักงาน กศน. ที่กระจายอยู่ในบริบทของชุมชนทั่วประเทศ และการพัฒนาศูนย์ Active center ที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำกับนักศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ต่อยอดไปสู่ศูนย์เรียนรู้ My care system เพื่อดูแลและรับฟังนักศึกษา จัดให้มีระบบคัดกรอง ระบบการส่งต่อ ระบบการบริหารจัดการ การพูดคุยและการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักศึกษา กศน. ที่มิเพียงมุ่งเน้นแต่เรื่องความฉลาดทางด้านสติปัญญา (Intelligence Quotient :IQ ) เท่านั้น แต่จะมุ้งเน้นในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient: EQ) ด้วย พร้อม ๆ กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สนับสนุนส่งเสริมลงสู่ระดับชุมชน เพื่อสร้างรูปแบบคุณธรรมจากแนวคิดการสะท้อนคิด จากครอบครัว ชุมชน และสังคมไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในนามของ ศธ. ต้องขอขอบคุณ ศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กศน. และ สช.ที่จะร่วมมือกันขับเคลื่อน และช่วยกันสร้างสิ่งดีงามให้สังคม พวกเราจะเหนื่อยไปด้วยกัน เพื่อความภาคภูมิใจที่เราสามารถสร้างสิ่งดีงามให้กับประเทศชาติต่อไป&amp;rdquo; รมช.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า โดยในส่วนของความร่วมมือ ศูนย์คุณธรรมฯ มีตัวอย่างโรงเรียนคุณธรรมที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นแล้ว 2-3 แห่ง อาทิ โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ จ.บุรีรัมย์ ที่นำเทคนิคการสะท้อนคิดไปใช้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบ ดังนั้น หากสำนักงาน กศน. จะนำไปใช้ ก็จะเกิดสู่เป็น ศูนย์เซ็นเตอร์ (Center) ที่สามารถเกื้อกูลกันด้วยความเข้าใจ เชื่อมโยงสู่คนในชุมชนตามบทบาทของ กศน. พัฒนาไปสู่ระบบธนาคารจิตอาสา ที่มีระบบบริหารจัดการ การบริการ มีระบบส่งต่อ ตลอดจนเป็นพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา ของครูหรือบุคลากรที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เพื่อเปิดใจคุยกันระหว่างผู้เรียนและพี่เลี้ยง เมื่อเป็นดังนี้ได้ ก็จะเป็นบันไดก้าวแรก ในการยกระดับเป็น กศน.องค์กรแห่งคุณธรรม ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้จะแก้วิกฤติให้กลายเป็นโอกาส โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่แม้แต่ผู้ปกครอง ครู และตัวเด็กเอง ก็มีภาวะตึงเครียด ดังนั้น การนำเทคนิคการสะท้อนคิดดังกล่าว ด้วยคำถามเพียง 3 คำถาม เป็นเทคนิคที่สามารถปรับใช้ในสถานศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งครอบครัวและชุมชน และทำให้เราสามารถถอดรหัสความรู้สึกนึกคิดของเด็ก เป็นกระบวนการลดความตึงเครียดระหว่างกัน เริ่มจากการค้นหาจุดที่มีปัญหา เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายสภาวะความตึงเครียด โดยสามารถใช้ในครอบครัว และในสถานศึกษา ด้วยวิธีโฮมรูม เพื่อรับฟังเสียงสะท้อน แทนการให้ข้อมูล และจะทำให้เราได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ การได้รับอารมณ์และความรู้สึกของเด็กทั้งห้อง หรือแม้แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองเอง ก็สามารถใช้คำถามเพื่อรับฟังความคิดของบุตรหลานได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับที่มาของเทคนิค 3 คำถาม เกิดจากการถอดบทเรียนชาวอาข่า บนดอยตุง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ขาดโอกาสในการเรียนหนังสือ แต่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข จึงถือว่าเป็นเทคนิคที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะในสถานกาณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นนี้ ซึ่งยังต้องเรียนรู้ผ่านออนไลน์ อาข่าโมเดลจึงเป็นอีกทางออก ที่จะช่วยลดภาวะความตึงเครียด หรือแม้ว่าจะยังมีความตึงเครียด ก็จะรู้สาเหตุ และใช้ความเป็นจิตอาสาในการแก้ปัญหาให้กันและกันต่อไป&amp;rdquo;นพ.สุริยเดว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108191</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, ระบบดูแลสุขภาพจิตนักเรียนในรร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc3fa967cf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น่าห่วง&#039;คุณธรรมด้านยับยั้งการโกงของคนนักศึกษาและข้าราชการ มีไม่ถึงร้อยละ 30 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 2562 นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ร่วมกับ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง คุณธรรมในระดับที่น่าเป็นห่วงของคนไทยกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,224 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 1 &amp;ndash; 5 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.5 ระบุสามารถควบคุมตนเองในการใช้จ่ายอย่างพอประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองลงมาคือ ร้อยละ 43.5 ระบุ สามารถวางแผนชีวิตตนเองได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 39.6 ระบุ มีเหตุผลมากพอในการตัดสินใจ ร้อยละ 38.9 ระบุ หักห้ามใจตนเองไม่ประมาท ร้อยละ 38.2 ระบุ รอบคอบในการใช้ชีวิต ร้อยละ 36.9 ระบุ เคารพระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคม ร้อยละ 32.1 ระบุ สามารถยับยั้งพฤติกรรมโกงได้ ร้อยละ 28.7 ระบุ มุ่งมั่นตั้งใจทำที่ถูกต้องชอบธรรมได้ ร้อยละ 28.2 ระบุ นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมได้ และร้อยละ 27.2 ระบุ ไม่คล้อยตามคนที่ทำผิดวินัย ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกออกตามเพศ ในคุณธรรมเรื่อง ความสามารถควบคุมในการใช้จ่ายอย่างพอประมาณได้ พบว่า ชายร้อยละ 50.2 ซึ่งน้อยกว่า หญิง ร้อยละ 58.8 นอกจากนี้ เมื่อจำแนกตามช่วงอายุในคุณธรรมด้าน ความสามารถวางแผนชีวิตตนเองได้ตามเป้าหมาย พบว่า คนอายุต่ำกว่า 20 ปี มีเพียงร้อยละ 37.1 ในขณะที่คนสูงอายุที่มากกว่า 50 ปีขึ้นไปมีอยู่ร้อยละ 54.4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ในคุณธรรมเรื่อง ความสามารถยับยั้งพฤติกรรมโกงได้ โดยพบว่า นักศึกษามีเพียงร้อยละ 27.6 และ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐมีร้อยละ 29.1 ในขณะที่ กลุ่มเกษตรกรและรับจ้างทั่วไป กลับสูงสุดคือร้อยละ 46.4 ที่สามารถยับยั้งพฤติกรรมโกงได้ แต่ยังต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ศึกษาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นคุณธรรม 5 อย่างสุดท้ายที่น้อยที่สุดคือ ไม่คล้อยตามคนทำผิดวินัย ผิดกฎหมาย นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม มุ่งมั่นทำสิ่งถูกต้องชอบธรรม ยับยั้งพฤติกรรมโกง และเคารพระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคม เหล่านี้ที่ผลการศึกษาพบตัวเลขน้อยที่สุดใน 5 อันดับสุดท้าย จึงจำเป็นต้องเร่งหาทางป้องกันและแก้ไข เพราะคุณธรรมทั้ง 5 เป็นส่วนสำคัญของความเจริญทั้งด้านวัตถุและจิตใจของประชาชนและประเทศชาติ ถ้าไม่เร่งแก้ไข ผลที่ตามมาคือ คนส่วนใหญ่จะไม่มีวินัย ทำผิดกฎหมาย จะเห็นแก่ตัว ขี้โกง และบ้านเมืองจะไร้ระเบียบ วุ่นวาย จะเข้าสู่ความเสื่อมและล่มสลายในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า เสียงของประชาชนส่งสัญญาณว่า แม้แต่นักศึกษาที่อยู่ในรั้วสถาบันการศึกษาที่น่าจะมีคุณธรรมสูงแต่กลับต่ำที่สุดสะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการพัฒนาคุณภาพพลเมืองของประเทศในเด็กและเยาวชนขาดความเป็นรูปธรรมชัดเจน การให้ความสำคัญเรื่องคุณธรรมมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ที่ทำกันก็มักจะทำแบบบังคับให้ทำเป็นเพียงพิธีกรรมไม่ได้จิตใจของพวกเขาและทำกันแบบท่องจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเรียนรู้ในมนุษย์จนเปลี่ยนพฤตินิสัยมี 3 ระดับคือ 1) ระดับที่อ่อนแอที่สุดหวังผลแทบไม่ได้เลยเป็นวังวนล้มเหลวคือ การท่องจำ เรียนจากตำราและจัดให้มีการสอบ แสดงออกแบบถูกบังคับ ซึ่งประเทศไทยมีหลายสถาบันที่ทำกันแบบนี้มายาวนาน 2) ระดับเรียนรู้และลงมือทำ มีพื้นที่แห่งโอกาส เช่น เด็กไม่ค่อยสนใจงานบ้านถ้ามีฐานะดีก็มีคนใช้ทำแทน เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จึงมี Portfolio มากมาย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนพฤตินิสัยได้ แต่ถ้าพัฒนาจากกิจกรรมเป็นกิจวัตรได้จะดีมาก และ 3) ระดับเรียนรู้จากการซึมซาบ เรียนรู้จากการทำกันทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมตามหลักคุณธรรมสากล ไม่ใช่เพียงกิจวัตรแต่เป็นวิถีชีวิต ซึ่งตอนนี้สังคมไทยอ่อนแอในระดับที่ 3 นี้มาก ดังนั้นแต่ละคนและทุกสถาบันต้องก้าวผ่านการทำตามตัวชี้วัดไปสู่พฤติกรรมระดับวิถีชีวิตในการเป็นแบบอย่างที่ดี&amp;rdquo; รศ.ดร.นพ.สุริยเดว กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณธรรมในระดับที่น่าเป็นห่วงของคนไทยกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ, นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d999cc39230c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
