<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้โปรแกรม&quot;TAS&quot;ร้องเรียนคนทำผิดกม.เหล้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12เม.ย.61-กรมควบคุมโรค ชวนประชาชนใช้โปรแกรม &amp;ldquo;TAS&amp;rdquo; เพื่อเฝ้าระวังและร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์นี้ เผยตั้งแต่เริ่มใช้งานถึงปัจจุบันมีผู้ร้องเรียนผ่าน TAS แล้ว 364 ราย และมีการดำเนินการไปแล้วทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.สุวรรณชัย &amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี มักจะมีกิจกรรมที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น การจัดโปรโมชั่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลานกิจกรรมสื่อสารการตลาด การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกเวลาที่กฎหมายกำหนด และขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เป็นต้น ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดทีมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กฎหมายร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา และทีมตรวจเตือนและบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11&amp;ndash;14 เมษายน 2561 จำนวน 4 ทีม ลงพื้นที่ทั้ง 4 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ดำเนินการใน 15 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ภูเก็ต พังงา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจเตือนและบังคับใช้กฎหมายแล้ว ยังมีอีกช่องทางที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทร 02 590 3342 &amp;nbsp;และล่าสุดในปีนี้ กรมควบคุมโรค ได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง คือ การใช้โปรแกรมประยุกต์ (Application) &amp;ldquo;TAS&amp;rdquo; ที่จะทำให้การร้องเรียนง่ายขึ้นผ่านเว็บไซต์ สามารถใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (IOS) โดยประชาชนและพนักงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;http://TAS.go.th&amp;rdquo; หรือค้นหาจาก google คำว่า &amp;ldquo;ระบบแจ้งร้องเรียนการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ละยาสูบ&amp;rdquo; ท่านก็สามารถเข้าใช้งานได้ฟรีทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโปรแกรมประยุกต์นี้ สามารถร้องเรียนได้ 24 ชม. เพียงระบุข้อร้องเรียนพอสังเขป ไม่จำเป็นต้องทราบข้อกฎหมายมากนัก มีการระบุสถานที่เกิดเหตุในระบบอัตโนมัติเพียงผู้ร้องเรียนอยู่ในสถานที่ใกล้เคียง เข้าโปรแกรม TAS และเลือกตำแหน่งปัจจุบัน ระบบสามารถเชื่อมโยงไปยังแผนที่ได้เอง ทำให้ประชาชนสามารถร้องเรียนการฝ่าฝืนกฎหมายได้อย่างง่ายดาย และเอื้อต่อการเฝ้าระวังและลงพื้นที่ตรวจสอบการละเมิดกฎหมายในพื้นที่ &amp;nbsp;สำหรับสถิติการเข้าใช้งาน (ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 ถึงปัจจุบัน) มีผู้ร้องเรียนผ่าน TAS แล้ว 364 ราย และมีการดำเนินการไปแล้วทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6996</URL_LINK>
                <HASHTAG>TAS, ช่วงสงกรานต์, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, ร้องเรียนคนทำผิดกม.เหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf05ebdb7a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปศุสัตว์-สธ.&quot;เสียงแข็งไม่มีหวัดนก &quot;หมอธีระวัฒน์&quot;สวนเลิกพูดส่งข้อมูลให้&quot;นพ.ปิยะสกล&quot;แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้มีมาตรการดูแลไข้หวัดนกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้อง พร้อมน้อมรับคำแนะนำจากทุกฝ่าย กรมปศุสัตว์ยันเสียงแข็งไม่พบไข้หวัดนกปี 60 ด้าน&amp;quot;หมอธีระวัฒน์&amp;quot;สวนทันควัน &amp;nbsp;ไม่พูดอะไรมาก มีหลักฐานส่ง รมว.สธ.รับทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 27 มี.ค.. ที่กรมปศุสัตว์ มีการแถลงข่าวร่วม 5 หน่วยงาน ปะกอบด้วย กรมปศุสัตว์ กรมควบคุมโรค กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เกี่ยวกับสถานการณ์และนโยบายการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า พร้อมกับมีการชี้แจงเกี่ยวกับกรณี ที่ศ .นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา &amp;nbsp;หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ &amp;nbsp;ออกมาระบุว่ามีการปกปิดข้อมูลการระบาดไข้หวัดนก เมื่อปี 2560 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยน.สพ.จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ได้มีการบูรณาการการทำงานป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย อย. &amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ แสดงความเป็นห่วงไข้หวัดนกระบาด ว่า โรคนี้เป็นโรคอุบัติซ้ำว่า &amp;nbsp; เราได้มีการดำเนินการกันมาตลอด มีการประสานงานและประชุมต่อเนื่องเกี่ยวกับโรคดังกล่าวเป็นระยะ มีกระทรวงหลักที่ดูแลโรคไข้หวัดนกทั้งหมด 3 กระทรวง คือ กระสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมปศุสัตว์ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ อีกทั้งมีคณะกรรมการระดับชาติในเรื่องของตัวโรคอุบัติใหม่ มีแผนการเตรียมความพร้อมและการรับมืออยู่ &amp;nbsp; ในเรื่องของกลไกเมื่อเกิดเหตุขึ้นมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่า สิ่งที่ นพ.ประเสริฐ นำเสนอก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;ก็เนื่องด้วยความห่วงใยเพราะจากการติดตามสถานการณ์เพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกรณีเชื่อ H7 หรือ H7N4 ในบางประเทศทำให้เราต้องจัดระบบในการตรวจและเฝ้าระหว่างเข้มข้นมากขึ้น รวมไปถึงการสื่อสารกับเครือข่ายในพื้นที่หากพบเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น ในกรณีของสัตว์ที่เสียชีวิต ก็ขอให้แจ้งมาทางเครือข่ายเรา ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวล เรามีการเตรียมความพร้อมการรับมืออยู่ตลอด และน้อมรับคำแนะนำทั้งของนพ.ประเสริฐ และนพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.สพ.จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกระแสข่าวการระบาดของไข้หวัดนกในปี 2560 ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา แต่ไม่มีการเปิดเผยแก่สาธารณชนว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์ เขต &amp;nbsp;3 ลงไปติดตามสถานการณ์และสำรวจข้อมูลในสวนสัตว์โคราช &amp;nbsp;ซึ่งทางสวนสัตว์ยืนยันว่าไม่พบปัญหาอะไรในปี 2560 &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอด &amp;nbsp;ซึ่งในการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีต่างๆต้องมีการขอใบอนุญาติ พร้อมทั้งมีการประกาศเขตเฝ้าระวังไข้หวัดนกทั่วประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการทุกจังหวัด &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังได้มีการเฝ้าระวังสัตว์ปีกที่เลี้ยงตามบ้าน ตามฟาร์ม โดยการเก็บตัวอย่างในห้องปฏิบัติการปีละ 2 ครั้ง และมีการฉีดยาป้องกันเชื้อตามหมู่บ้านปีละ 4 ครั้ง ครั้งละ 5 แสนหลังคาเรือน &amp;nbsp;อีกทั้งมีทีมเฝ้าระวังหากมีการพบสัตว์ปีกตามนิยามก็จะรีบลงไปจัดการทำลายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมปศุสัตว์ทำหน้าที่ดูแลสัตว์และให้ความสำคัญกับชีวิตคน โดยมีการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด หากพูดไปก็เหมือนการแก้ตัว แต่จากการที่เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบก็พบว่าไม่มีปัญหาอะไร และจากการที่มีการส่งเชื้อตรวจสอบที่ศูนย์ จ.สุรินทร์ ผลทางห้องปฏิบัติการก็พบว่าไม่ใช่ ดังนั้นผม จึงไม่ทราบว่าต้องเรียกผู้ที่หวังดีเข้ามาเพื่อชี้แจงหรือหรือไม่ อย่างไรก็ตามการที่จะบอกว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีการตรวจสอบแล้วพบเชื้อหรือไม่และรายละเอียดอื่นๆ รวมถึงการที่สวนสัตว์โคราชปิดทำการ 7 วันด้วยสาเหตุใด ก็ต้องไปถามทางสวนสัตว์ เพราะน่าจะตอบได้ดีที่สุด&amp;quot;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงกรณีกรมปศุสัตว์แถลงยืนยันไม่พบไข้หวัดนกในสวนสัตว์เมื่อปลายปี 2560 ว่า คงไม่พูดอะไรมาก ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทราบกันดี &amp;nbsp; ซึ่งไม่ได้เกิดในสัตว์ปีก แต่เกิดในสัตว์ชนิดอื่น ทั้งอีเห็น ชะมด ฯลฯ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าแค่ต้องการให้ระบบดี &amp;nbsp;และป้องกันการติดต่อสู่คนก็เท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดได้นำข้อมูลทั้งหมดที่มีส่งให้ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แล้ว เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์โรคในสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้รับข้อมูลจากคนในพื้นที่ และยังได้ตรวจเชื้อจากกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อไข้หวัดนกในสวนสัตว์ทั้ง 32 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานมีการส่งมาตรวจในห้องปฏิบัติการของทางรพ.จุฬาฯ และมีการเฝ้าระวังโดยให้ยาโอเซลทามิเวียร์ ซึ่งเป็นยาป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันนำมาใช้ป้องกันไข้หวัดนกอีกด้วย&amp;quot;ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5937</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, น.สพ.จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba4bcb8124d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยชาติแรกอาเซียนกำจัดถ่ายทอดไวรัสตับอักเสบ บี จาก&quot;แม่สู่ลูก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าเร่งรัดกำจัดการถ่ายทอดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก โดยเริ่มให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2561 นำร่อง &amp;nbsp;12 จังหวัดก่อนในปีนี้&amp;nbsp; ฟุ้งไทยประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดำเนินการ &amp;nbsp;ตั้งเป้าลดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้น้อยกว่าร้อยละ 0.1 ภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;27 มีนาคม- ที่โรงแรมอมารี ดอนเมืองฯ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;นพ. สุวรรณชัย &amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุม &amp;ldquo;เชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการป้องกันและดูแลรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ และการกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก&amp;rdquo; ว่า โรคไวรัสตับอักเสบ บี เป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเชื้อไวรัสตับอักเสบบี สามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก และจะมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นเมื่อมารดาที่ติดเชื้อมีปริมาณไวรัสตับอักเสบ บี ในเลือดสูง หากทารกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจากมารดา จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรังมากถึงร้อยละ 90 และสามารถพัฒนาเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับในอนาคต โดยจากการสำรวจความชุกของโรคไวรัสตับอักเสบ บี ในคนไทย พบว่าปัจจุบันมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จากมารดาประมาณ 3,800 คนต่อปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ขอความร่วมมือให้ทุกประเทศร่วมกันกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี โดยมีเป้าหมายให้ความชุกของการป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบ บี ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ภายในปี 2573 ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำด้านการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงตั้งเป้าไว้ว่าจะกำจัดการถ่ายทอดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ให้บรรลุได้ภายในปี 2568 ภายใต้การดำเนินงานตามแผนการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก และกำหนดมาตรการที่สำคัญ ได้แก่ &amp;nbsp;1.เร่งรัดการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี ในหญิงตั้งครรภ์ทุกราย 2.ส่งเสริมให้ทารกแรกเกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ได้รับ Hepatitis B Immunoglobulin (HBIG) อย่างน้อยร้อยละ 95 &amp;nbsp;3.ส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อและมีปริมาณไวรัสตับอักเสบ บี สูง ได้รับยาต้านไวรัส อย่างน้อยร้อยละ 95 &amp;nbsp;และ 4.คงระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ให้ได้มากกว่าร้อยละ 90 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีการป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบ บี โดยใช้วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ในเด็กแรกเกิด จนมีความครอบคลุมการได้รับวัคซีนสูงกว่าร้อยละ 99 &amp;nbsp;แต่ยังพบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มากกว่าร้อยละ 0.1 ซึ่งชี้ว่าการป้องกันการถ่ายทอดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ยังจำเป็นต้องมีมาตรการเสริม นอกเหนือจากการใช้วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ได้แก่ การใช้ยาต้านไวรัส Tenofovir disproxil fumarate (TDF) แก่มารดา เป็นวิธีการที่เป็นที่ยอมรับ โดยในประเทศไทยมีการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศฝรั่งเศส (IRD) ซึ่งนักวิจัยทั้งชาวไทย อเมริกัน และยุโรป ร่วมกันศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยาต้านไวรัสดังกล่าว ผลการวิจัยพบว่าในกลุ่มที่มารดาได้รับยาต้านไวรัสดังกล่าวเพิ่มเติมจากมาตรการอื่นๆ ไม่มีทารกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จากมารดาเลย เทียบกับกลุ่มที่มารดาได้รับยาหลอกที่พบการติดเชื้อจากมารดาร้อยละ 2 ในขณะที่การศึกษาวิจัยก่อนหน้านี้ได้รายงานอัตราการถ่ายทอดเชื้อที่สูงกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในปี 2561 นี้ กรมควบคุมโรค ได้จัดทำ &amp;ldquo;โครงการกำจัดการถ่ายทอดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก&amp;rdquo; ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าว โดยเริ่มให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ และในปีแรกนี้จะดำเนินการในพื้นที่ 12 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ นนทบุรี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น อุดรธานี สุรินทร์ อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อนำร่องระบบการดำเนินงานกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการดำเนินงานกำจัดการถ่ายทอดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของมารดา และทารก อันเป็นกำลังหลักที่สำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต &amp;nbsp; หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประสานงานโรคตับอักเสบจากไวรัส โทร. 0-2590-3196 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, ประเทศแรกในอาเซียนยับยั้งตับอักเสบบี แม่สู่ลูก, ยับยั้งถ่ายทอดไวรัสตับอักเสบบี แม่สู่ลูก, ไวรัสตับอักเสบบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba016a0d8dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
