<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15มิ.ย.คลายเฟส4 ผ่อนปรนกลุ่มเสี่ยงสูงให้นั่งดริงก์ที่ร้านได้/มั่นคงชงทดลองเลิกเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ถกการผ่อนคลายเฟส 4​ ฝ่ายความมั่นคงชงทดลองยกเลิกเคอร์ฟิว 15 วันทั่วประเทศ​ แต่ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ หวังสำรวจความพอใจประชาชน ยังไม่อนุญาตให้เปิดผับบาร์ เหตุมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย-เสี่ยงสูง หวั่นซ้ำรอยเกาหลีใต้ คาด​สิ้น มิ.ย.เปิดได้ทุกกิจการ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันต้องฟังหมอด้วย ยกในบรรดากฎหมายพิเศษ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมาะสุดป้องกันโควิด ศบค.พบติดเชื้อ 4 ราย​อยู่ในสถานที่กักตัวรัฐ เปิดร่างผ่อนคลาย​ระยะ​ 4​ จ่อปลดล็อกขายเหล้าร้านอาหาร ลุ้นหาก ศบค.เคาะ 12 มิ.ย.จะมีผล 15 มิ.ย.นี้ สธ.เตือนอย่าใช้เฟซชีลด์อย่างเดียวใส่หน้ากากป้องกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล​ ช่วงเช้าวันที่ 10 มิถุนายน พล.อ.สมศักดิ์​ รุ่งสิตา​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ กล่าวก่อนการประชุม​คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019​ เพื่อพิจารณาการผ่อนคลายในระยะที่​ 4​ ถึงกรณีสนามมวยจะได้รับการผ่อนคลายในครั้งนี้ด้วยหรือไม่​ว่า​ ต้องรอผลประชุมก่อน แต่มีความเป็นไปได้หมดถ้าทุกกิจการ/กิจกรรมมีความพร้อม ส่วนการผ่อนคลายในระยะที่ 4 จะครอบคลุมไปถึงเรื่องเปิดสนามบินด้วยหรือไม่นั้น ในส่วนของการปิดสนามบินจะมีการปิดไปจนถึงสิ้นเดือน​ มิ.ย.อยู่แล้ว หลังจากนี้ค่อยว่ากัน ทั้งนี้​ 12 กิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับการผ่อนคลายหรือไม่นั้น​ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมในวันนี้ ก่อนจะนำเสนอให้​ ศบค.พิจารณาในวันศุกร์ที่​ 12​ มิ.ย.อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​จะมีการพิจารณาขยายหรือยกเลิกการประกาศใช้​ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยหรือไม่​ พล.อ.สมศักดิ์​กล่าวว่า​จะมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้า แต่ตอนนี้ขอดูในเรื่องการผ่อนคลายระยะที่ 4 ก่อนว่าเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ​(รอง ผบ.ทบ.)​ กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ว่า ในส่วนของความมั่นคงเตรียมเสนอส่วนการทดลองยกเลิกการประกาศใช้เคอร์ฟิว โดยจะเสนอให้ทดลองการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศเป็นเวลา 15 วัน แต่ยังคงบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ เพื่อทดลองว่าประชาชนจะรับได้หรือไม่กับการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่ยกเลิกเคอร์ฟิว และจะใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งจะไม่มีด่านความมั่นคง ไม่มีการกำหนดเวลาเข้าออกเคหสถาน เพราะเราต้องการให้ประชาชนเห็นว่าเมื่อมีมาตรการผ่อนคลายสูงสุดจะเป็นเช่นไร หลังจากนั้นก็จะฟังเสียงตอบรับจากประชาชนและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ เพราะกฎหมายปกติไม่สามารถเข้าไปบริหารจัดการในเรื่องที่ฉุกเฉินหากมีการแพร่ระบาดของโรคได้​ ซึ่ง​ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้าไปดำเนินการได้อย่างบูรณาการ มาตรการบางอย่างจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปก่อน แต่ทั้งนี้หลัง 15 วันของการทดลองก็ต้องฟังเสียงประชาชนว่ายังอยากให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า​ ส่วนสนามมวยที่ประชุมเตรียมไว้ 2 แนวทาง คือเสนอแนวทางที่จะให้เปิดสนามมวยแต่ไม่ให้มีคนเข้าไปชม​ กับการไม่อนุญาตให้เปิดสนามมวย ซึ่งยอมรับว่าเห็นใจนักมวยที่ขาดรายได้และได้รับผลกระทบในหลายภาคส่วน​ คณะกรรมการจะมีการพิจารณาใน 2 แนวทางนี้​ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ​ ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช.​ เป็นประธาน แจ้งว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาและวิเคราะห์ถึงกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า สาเหตุที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดกิจการผับ บาร์ และสถานบันเทิงนั้น &amp;nbsp;เนื่องจากยังติดขัดหรือมีข้อจำกัดเรื่องของกฎหมายที่ยังคงมีการประกาศใช้เคอร์ฟิวอยู่ ซึ่งที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันแต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งการผ่อนคลายกิจการต่างๆ จะพยายามทำให้ได้มากที่สุด เพราะกิจการที่ปลดล็อกในเฟส 4 ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงยังได้พิจารณาว่าหากสิ้นสุดการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้แล้วจะพิจารณาต่อหรือไม่ โดยฝ่ายกฎหมายของ ศบค.ได้หารือในรายละเอียดว่าจะสามารถใช้กฎหมายฉบับอื่นมาทดแทนได้หรือไม่​ ในส่วนการยกเลิกเคอร์ฟิวก็จะทำให้สอดคล้องกับมาตรการผ่อนปรนของแต่ละกิจการที่จะเกิดขึ้น คาดว่าภายในเดือน มิ.ย.นี้น่าจะอนุญาตให้เปิดได้ทุกกิจการ
&amp;#39;วิษณุ&amp;#39; ลั่นต้องฟังแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานระบุว่า​ ฝ่ายความมั่นคงพยายามที่จะให้เกิดการผ่อนคลายได้มากที่สุด โดยกรณีผับบาร์นั้น ฝั่งของแพทย์แสดงความเป็นห่วงกลุ่มเหล่านี้ เพราะกิจการผับบาร์มีโอกาสแพร่ระบาดโรคง่ายกว่าร้านอาหารทั่วไป อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับสถานบันเทิงย่านทองหล่อ หรือในย่านอิแทวอน เกาหลีใต้ ดังนั้น​ หากเปิดรวดเดียวทั้งหมดอาจเกิดปัญหาตามมาได้ จึงค่อยๆ ให้ทยอยเปิดทีละกิจการ และกิจการสถานบันเทิงในต่างประเทศหลายประเทศเองก็ยังไม่ไว้วางใจ จึงต้องมีมาตรการควบคุม ส่วนเรื่องเคอร์ฟิวยังต้องรอก่อนเพราะต้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ จะทดลองยกเลิกเคอร์ฟิวว่า ตนไม่ทราบ เขาคุยกันและคงนำเรียนนายกรัฐมนตรีในวันที่ 11 มิ.ย. จากนั้นคงมาเล่าให้ตนฟัง ส่วนจะได้หรือไม่นั้น ด้านที่พิจารณาอยู่ขณะนี้คือทางกฎหมาย แต่ต้องฟังทางด้านสาธารณสุขและแพทย์ด้วย นักกฎหมายก็ดี ใครก็ดี ไปตัดสินไม่ได้ ต้องฟังคณะแพทย์ ส่วนข้อเสนอที่จะให้เปิดสนามมวยนั้น อาจจะเป็นรูปแบบการจัดชกแล้วให้มีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ ซึ่งไม่เป็นไร หากคิดว่ามันเหมาะสมสามารถเสนอได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ และเหมือนที่เคยบอกมาตลอดว่าเรามี พ.ร.บ.โรคติดต่อเป็นหลักอยู่ และยังมี พ.ร.บ.การเดินอากาศ, พ.ร.บ.สาธารณสุข, พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นกฎหมายปกติที่เราใช้ก่อนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็กลับมาใช้กฎหมายปกติ หากมีช่องโหว่และช่องว่างก็ต้องเรียนรู้และแก้ปัญหา ส่วนการใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ปิดช่องโหว่ได้แค่บางส่วน เช่น การบูรณาการระหว่างจังหวัดที่ติดกัน แต่จะไปถึงขนาดกำหนดเคอร์ฟิวไม่ได้ ที่สุดแล้วเรื่องนี้คงออกได้ 3 &amp;nbsp;แนวทาง คือ คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้, ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ผ่อนคลายมาตรการหลายอย่างออกไป อย่างไรก็ตาม หากเราเลิก พ.ร.ก.ไปแล้วสถานการณ์รุนแรงก็ประกาศใหม่ ไม่ได้ยากอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ไม่มีกฎหมายพิเศษอื่นที่สามารถรองรับสถานการณ์เช่นนี้แล้วหรือ นายวิษณุกล่าวว่ามี &amp;nbsp;แต่หนักกว่า คือกฎอัยการศึก ซึ่งประกาศไม่ได้ และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร &amp;nbsp;แต่เหตุที่จะประกาศไม่ใช่โรคระบาด ต้องเป็นเรื่องสู้รบตบมือ ส่วนกฎหมายพิเศษที่เบากว่านี้ไม่มี จะมีก็แต่กฎหมายปกติคือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย &amp;nbsp;ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,125 ราย หายป่วยสะสม 2,981 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 44 ปี เดินทางมาจากมาดากัสการ์ เป็นพนักงานบริษัท พักอาศัยในแคมป์มีหลายเชื้อชาติ &amp;nbsp; เดินทางถึงไทยวันที่ 3 มิ.ย. และเข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐใน กทม. วันที่ 4 มิ.ย.เริ่มมีอาการป่วย มีน้ำมูก และวันที่ 7 มิ.ย.ตรวจพบเชื้อ ผู้ป่วยรายที่ 2 เดินทางมาจากปากีสถาน เป็นหญิงไทย อายุ 34 ปี &amp;nbsp;สามีเป็นชาวปากีสถาน พักกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีคนในบ้านป่วย 5 คน รวมสามี โดยวันที่ 6 มิ.ย.เดินทางมาถึงประเทศไทย เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ กทม. วันที่ 4 มิ.ย.เริ่มมีอาการไอและมีน้ำมูก และวันที่ 8 มิ.ย.ตรวจพบเชื้อ และผู้ป่วยรายที่ 3-4 เดินทางมาจากประเทศอินเดีย ทั้งคู่เป็นหญิงไทย อายุ &amp;nbsp;35 ปี โดย 1 รายมีอาชีพพนักงานนวด วันที่ 4 มิ.ย.เดินทางมาถึงประเทศไทย และพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ จ.ชลบุรี วันที่ 7 มิ.ย.ตรวจพบเชื้อ สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 7,318,124 ราย และเสียชีวิต 413,648 ราย&amp;nbsp;
ลุ้น ศบค.เคาะผ่อนคลายเฟส 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ มีการพิจารณากิจกรรมและกิจการในระยะที่ 4 ที่จะผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นฉบับร่างเตรียมจะนำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ โดยประเภทกิจกรรมและกิจการประเภทกลุ่มสีแดงที่มีความเสี่ยงสูงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ผ่อนผันการใช้อาคาร สถานที่ โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการและหน่วยงานในกำกับของรัฐ สามารถเปิดให้โรงเรียนนานาชาติ และสถาบันกวดวิชาเปิดการเรียนการสอนได้ แต่ให้มีมาตรการเสริมในการจัดระเบียบพื้นที่ให้นักเรียนโดยเว้นระยะห่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กิจกรรมเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ให้ภัตตาคาร สวนอาหาร โรงแรม และร้านอาหาร สามารถจำหน่ายสุราและนั่งดื่มในร้านได้ ส่วนสถานบริการ ผับ บาร์ และคาราโอเกะ ยังไม่อนุญาตเปิดบริการ &amp;nbsp;และงดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น เชียร์เบียร์ เนื่องจากผับ บาร์ คาราโอเกะ จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงมากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ถึงการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน เช่น กรณีผับที่ทองหล่อ ขณะที่ร้านอาหารนั้น มีความสำคัญกับการดำเนินชีวิตประจำวัน และผู้มาใช้บริการนิยมไม่นั่งเป็นเวลานานเหมือนผับและบาร์ &amp;nbsp;ดังนั้นการอนุญาตให้จำหน่ายสุราจึงต้องดูตามความเหมาะสมและความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ สำหรับสถานพัฒนาเด็กประถมวัย ศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็กเล็กรายวัน ศูนย์การเรียนสำหรับเด็กพิเศษ &amp;nbsp;และสถานดูแลผู้สูงอายุรายวัน สามารถเปิดแบบไปเช้า-เย็นกลับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนห้องประชุมโรงแรม ศูนย์การประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สถานที่จัดนิทรรศการ โรงมหรสพ งานแสดงดนตรี คอนเสิร์ต สามารถเปิดได้ แต่ต้องลดความหนาแน่น ความไม่มีระเบียบ เช่น งานดนตรี การจัดคอนเสิร์ต เมื่อมีการร้องเพลงตามอาจมีการกระจายของสารคัดหลั่งในน้ำลาย ฉะนั้นผู้จัดงานจะต้องดูแลและงดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ รวมถึงอาจจัดให้มีการเว้นที่นั่ง &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เช่น ท้องฟ้าจำลอง สามารถเปิดบริการได้ ในส่วนการขนส่งสาธารณะให้นั่งติดกัน 2 ที่นั่งเว้น 1 ที่นั่ง หรือไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของความจุรถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ในส่วนของกิจการถ่ายภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และรายการโทรทัศน์ สามารถเพิ่มจำนวนทีมงานไม่เกิน 150 คน และผู้เข้าชมไม่เกิน 50 คน นอกจากนี้ขอแนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย เพราะที่ผ่านมารายการโทรทัศน์มักจะใส่แต่เฟซชีลด์ ซึ่งไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้เท่าหน้ากากอนามัย สำหรับกิจการสปา ออนเซน อบตัว &amp;nbsp;อบสมุนไพร และอบไอน้ำ สามารถเปิดบริการได้ แต่จำกัดจำนวนผู้ใช้ต่อรอบ และเว้นระยะ 5 ตารางเมตรต่อคน ยกเว้นกิจการอาบอบนวดที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะเดียวกันสวนสนุก สนามเด็กเล่น สระน้ำ และสระว่ายน้ำสาธารณะ สามารถเปิดบริการได้ แต่ต้องมีการอบรมพนักงานดูแลเพื่อให้คำแนะนำผู้ใช้บริการ ส่วนบ้านบอลที่อยู่ในห้างสรรพสินค้ายังไม่ให้เปิดบริการ เนื่องจากเกรงว่าสารคัดหลั่งจะไปอยู่ในอุปกรณ์เครื่องเล่น ทำให้ทำความสะอาดยากและเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค ด้านสนามกีฬาประเภทกลางแจ้ง โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ โรงยิม และสถานที่ออกกำลังกาย หากจะมีการจัดการแข่งขันต้องไม่มีผู้เข้าชม เช่นเดียวกับสวนสาธารณะ ลานกิจกรรมเพื่อการออกกำลังกายลักษณะเป็นการรวมกลุ่ม เช่น การเต้นแอโรบิก &amp;nbsp;สามารถเปิดได้ แต่ต้องรวมกันไม่เกิน 50 คน และเว้นระยะห่าง 5 ตารางเมตรต่อคน ทั้งนี้ ตู้เกม เครื่องเล่นหยอดเหรียญในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และศูนย์คอมมูนิตี้มอลล์ สามารถเปิดบริการได้ เนื่องจากเด็กที่มาเล่นจะมีผู้ปกครองมาดูแล และจำกัดเวลา 2 ชั่วโมงต่อคน แต่นอกห้างสรรพสินค้ายังไม่ให้เปิดบริการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมและกิจการทั้งหมดเป็นฉบับร่าง ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยน ยกเลิก หรือเพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่จะมีการประชุมในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ หากมีการอนุญาตให้เปิดจะเริ่มผ่อนคลายระยะที่ 4 ในวันที่ 15 มิ.ย.&amp;quot; โฆษก ศบค.ระบุ
เตือนอย่าใช้เฟซชีลด์อย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีการหารือจะเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวด้านสุขภาพหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เป็นข้อพิจารณา ไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ แต่ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงการจับคู่ประเทศ &amp;quot;ทราเวล บับเบิล&amp;quot; หรือการจับคู่แลกเปลี่ยนทัวริสต์กับประเทศในเอเชีย โดยให้คู่ประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อน้อยเข้ามาก่อน ถ้าปล่อยให้ประเทศหนึ่งเข้ามาอาจคิดว่าทำไมบางประเทศเข้ามาได้ และบางประเทศเข้ามาไม่ได้ &amp;nbsp;โดยเราต้องมีมาตรการดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเป็นวันที่ 16 แต่การ์ดอย่าตก เพราะอาจมีผู้ติดเชื้อแล้วแต่ไม่แสดงอาการอยู่ในชุมชนก็ได้ ระยะเวลาปลอดภัยคือ 2 เท่าของระยะฟักตัว ซึ่งระยะฟักตัวยังเป็น 14 วัน ระยะปลอดภัยคือ 28 วัน แต่ไม่ได้แปลว่าระหว่างนี้เปิดกิจการไม่ได้ เราก็จะทยอยเปิดกิจการอย่างปลอดภัยเช่นนี้ หลายคนคงรอกิจการคลายล็อกในเฟส 4 ว่าเป็นกิจการอะไรบ้าง ซึ่งหลายกิจการ/กิจกรรมค่อนข้างเสี่ยงปานกลางถึงสูง ก็ต้องรอฟัง ศบค.ว่าจะมีอะไรบ้าง นอกจากนี้วันที่ 1 ก.ค.จะมีการเปิดเทอม ถ้าเตรียมพร้อมป้องกันควบคุมโรคได้ดี โอกาสจะมีเด็กป่วยโควิด-19 ในโรงเรียนก็จะน้อยลงหรือไม่มีเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากติดตามดูประเทศจีน พบว่าไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศมานานพอสมควร มีแต่การนำเข้า แต่ประชาชนก็ยังใส่หน้ากากอนามัย ภาพเหล่านี้คือชีวิตวิถีใหม่ เชื่อว่าโควิดจะอยู่กับเรานานพอสมควร &amp;nbsp;อาจจะ 1-2 ปี หรือจนกว่าจะมีวัคซีนประสิทธิภาพสูงฉีดให้ประชาชน ตอนนั้นการจะไม่ใส่หน้ากากก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ขอให้ปฏิบัติเข้มข้น เข้มงวด มีวินัยกับตัวเอง ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็สนับสนุนให้ใส่ เพราะมีหลักฐานชัดว่าคนทั่วไปใส่หน้ากากผ้าก็ช่วยป้องกันการแพร่โรค แต่การใส่เฟซชีลด์อย่างเดียวยังไม่มีการพิสูจน์ว่ามีประโยชน์ ดังนั้นไม่แนะนำให้ใส่เฟซชีลด์อย่างเดียว แต่ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันและอาจเสริมด้วยเฟซชีลด์ก็ได้&amp;quot; นพ.อนุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม และไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา 18 วันแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาจองตั๋วเดินทางล่วงหน้า หลังจากที่รถไฟสายใต้จะกลับมาเปิดเดินรถอีกครั้งในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ในขณะที่ขบวนรถท้องถิ่นชุมพร-หาดใหญ่เริ่มเปิดเดินรถแล้วเป็นวันแรก โดยมีมาตรการคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มงวด &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. ที่บริษัท สยามเดินรถ จำกัด บริษัทได้เปิดเดินรถเส้นทางภาคใต้ทุกเส้นทาง ตั้งแต่วันอังคารที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายหลัง ศบค.มีการผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด และให้ยานพาหนะ ผู้โดยสาร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะที่เป็นการขนส่งคนหรือสินค้าระหว่างจังหวัดที่เริ่มออกเดินทางจากจังหวัดต้นทาง ก่อนเวลา 23.00 น. และถึงจังหวัดปลายทางหลังเวลา 03.00 น.ของวันรุ่งขึ้น สามารถเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถานได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะประจำทางจังหวัดกระบี่ นายอรรถชา บัวจันทร์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการขนส่ง จ.กระบี่ ตั้งจุดคัดกรองเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบ 2 อย่างเข้มข้นและจริงจังกับผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดกระบี่ ซึ่งวันนี้นับเป็นวันแรกและเที่ยวแรกของการเปิดเส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ให้ผู้โดยสารสแกนคิวอาร์โค้ดหมอไทยชนะ และลงทะเบียนประวัติที่อยู่อาศัยในการเดินทางเข้าและออก ตรวจการสวมใส่หน้ากากอนามัย จากการคัดกรองผู้โดยสารทั้งหมด 90 คน ไม่พบผู้โดยสารมีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไปแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68355</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, บริษัท สยามเดินรถ จำกัด, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.สมศักดิ์​ รุ่งสิตา​, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0e538cd718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลอดเชื้อ14วันแบะท่าต่อฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย กลับจากปากีสถาน-ยูเออี-สหรัฐ ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศ 14 วันแล้ว ศบค.ปรับรูปแบบแถลง ใช้ทำเนียบฯ แค่จันทร์-พุธ-ศุกร์ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แบะท่าต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้หลายอย่างใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อแทนไม่ได้ กห.รับขอข้อมูลมือถือ ปชช. ยังอยู่ขั้นทดลองไว้คุมระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,119 ราย หายป่วยสะสม 2,973 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 58 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 88 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย มาจากปากีสถาน 2 ราย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 28 ปี ทั้งสองคนเดินทางถึงไทยวันที่ 6 มิ.ย. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม.ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. อีก 4 ราย มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นเพศหญิง 3 ราย เป็นพนักงานนวด อายุระหว่าง 39-43 ปี และเด็กนักเรียนชาย อายุ 11 ปี เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. รายสุดท้ายเป็นหญิงไทย อายุ 37 ปี เดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ถึงไทยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ทุกรายไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม 14 วันแล้วที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศ พร้อมยืนยันว่าเรายังมีการค้นหาเชิงรุกอยู่ แต่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ และจนถึงขณะนี้ตรวจไปแล้ว 468,175 ตัวอย่าง ทั้งนี้ สัปดาห์นี้ยังต้องลุ้น ถ้าปลายสัปดาห์นี้ทุกอย่างเรียบร้อยจะเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมากขึ้น แต่ทุกคนต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อแตะ 7 ล้านรายวันแรก ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้มีสูงถึง 111,755 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 7,086,476 ราย และเสียชีวิตสะสม 406,126 ราย และถือเป็นวันแรกที่สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยสะสมแตะ 2 ล้านราย สำหรับข่าวที่น่าสนใจในต่างประเทศ เกาหลีใต้ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการระบาดใน 3 กลุ่มใหม่ คือ ผู้ที่ทำกิจกรรมในโบสถ์ กลุ่มบริษัทขายสินค้าตามบ้าน และโรงยิมปิงปอง เหล่านี้เราต้องนำมาศึกษา นอกจากนี้ ในวันที่ 8 มิ.ย. จะมีคนไทยเดินทางกลับมา 3 เที่ยวบิน จำนวน 504 ราย และวันที่ 9 มิ.ย. 5 เที่ยวบิน จำนวน 498 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้ให้นโยบายมาว่า ในขณะนี้อยู่ในช่วงการผ่อนคลายระยะที่ 3 แล้ว ตัวเลขต่างๆ ในประเทศดีขึ้น ประชาชนรับทราบการดูแลสุขภาพตัวเอง จึงจะมีการปรับรูปแบบการแถลงข่าวของ ศบค. โดยจะให้ตนแถลงทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนวันอังคารและพฤหัสบดี จะให้ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข ขณะที่วันเสาร์-อาทิตย์ จะดูตามสถานการณ์ แต่จะต้องนำเสนอผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าและ ศบค. เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้จะไม่มีการแถลงข่าว แต่ไม่ได้ทำงานน้อยลง ตรงกันข้ามเราประชุมกันบ่อยมากขึ้น เพื่อเตรียมการเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ว่ามีความพร้อมมากแค่ไหน หากเปิดให้ประชาชนใช้บริการแล้วจะต้องมีมาตรการหลักและมาตรการเสริมอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 4 อย่างปลอดภัยทั้งประเทศ
พลิกโฉมชายหาดให้สวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ ที่จะมีการเดินทางข้ามจังหวัดได้อย่างเสรี และจากกรณีหาดบางแสนที่มีนักท่องเที่ยวแออัด ผอ.ศบค.ได้ฉายภาพการปรับเปลี่ยนให้เป็นชีวิตวิถีใหม่ โดยมองว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่คนไทยจะช่วยกันดูแลชายหาดให้สวยงามเหมือนเมืองนอก ซึ่งแบ่งเป็น 4 ส่วน 1.บริเวณชายหาดที่มีโขดหินไม่สามารถเล่นน้ำทะเล ซึ่งมีร้านอาหารตั้งอยู่บนนั้น จะเปิดให้บริการได้หรือไม่ 2.บริเวณชายหาดที่มีโขดหินประปราย ให้ร้านค้าแผงลอยไปเปิดบริการตรงนั้น เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อหาสินค้าได้หรือไม่ 3.บริเวณชายหาดที่ประชาชนสามารถลงเล่นน้ำได้ จะกันพื้นที่ไม่ให้มีการขายสินค้า และให้ประชาชนไปปิกนิก เตรียมอาหารไปรับประทานเอง และ 4.ชายหาดที่จะให้เล่นน้ำอย่างเดียว นายกฯ บอกว่าอยากเห็นภาพนี้ จะทำให้คนไทยได้ชื่นชมและใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นไอเดียที่น่าจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ศบค.ที่จะต้องจัดชุดข้อมูลผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ รวมถึงประชาชนต้องเห็นด้วย ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามมาตรการ และภาครัฐควบคุมกำกับดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การไม่พบการติดเชื้อในประเทศ 14 วัน เท่ากับเราปลอดภัยและใช้ชีวิตแบบเดิมได้แล้วหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดีใจ แต่อีกด้านหนึ่งยังเบาใจไม่ได้ เพราะเคยมีกรณีที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการนานกว่า 14 วัน ดังนั้น การ์ดต้องไม่ตก เบาใจได้หน่อย แต่อย่าวางใจ จนกว่าจะยาวนานกว่านี้ เราต้องดูแลประชาชนในประเทศให้ดี ไม่นำเชื้อจากภายนอกเข้ามา ทุกอย่างยังอยู่ในการเฝ้าระวังทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความภูมิใจของคนไทย หลายสื่อให้เครดิตประเทศไทยในการควบคุมโรค แต่ตรงนี้อยู่ที่ประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือ ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลต่อเพื่อผ่านไปสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 และระยะที่ 5 ซึ่งมีหรือไม่ยังไม่รู้ เราต้องเป็นศูนย์อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาผ่อนคลายกิจการหรือกิจกรรมเพิ่มเติมว่า คณะทำงานกลั่นกรองจะใช้เวลาช่วง 2 สัปดาห์ของเดือน มิ.ย. เพื่อประเมินว่าจะใช้มาตรการอย่างไรต่อไป ส่วนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.จนสิ้นเดือน จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ หากสามารถควบคุมสถานการณ์อยู่หรือดีขึ้น อัตราการติดเชื้อคงที่ หรือหากมีการติดเชื้อ ก็เป็นกรณีที่ติดจากเมืองนอก และถ้าในประเทศมีตัวเลขเป็นศูนย์ และนิ่งต่อกันได้หลายวันอย่างที่ผ่านมา การจะนำไปสู่การปลดล็อกทั้งหลายโดยสิ้นเชิงก็เป็นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ได้เตรียมการไว้ทุกรูปแบบ คือกรณีแรก เตรียมการที่จะต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิก (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และกรณีที่สอง เตรียมการที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกรณีที่สาม เตรียมการที่จะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่งดใช้มาตรการต่างๆ เช่น สามารถที่จะชุมนุมได้ เลิกเคอร์ฟิว ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสถานการณ์ดีเช่นนี้ การผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 4 ก็คงจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มองจากวันนี้ก็ใช่ แต่หากเราลองปล่อยแล้วเกิดความประมาทชะล่าใจขึ้นมา ตรงนี้ก็น่ากลัว ที่เป็นห่วงคือวันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปจะเป็นวันหมดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังเป็นดีเดย์การเปิดภาคเรียนและสนามบินด้วย และในขณะนี้โรงเรียนเขาก็คิดวิธีการของเขาอยู่ ทั้งเรื่องเวลาเด็กเข้าห้องน้ำ เล่นกีฬาจะทำอย่างไร ถ้าทุกอย่างคุมกันได้เองเช่นนี้ ก็วางใจได้ หากวันที่ 15-31 มิ.ย. ปลอดภัย เราก็เชื่อว่าวันที่ 1 ก.ค. ก็น่าจะปลอดภัย คนต่างชาติที่เข้ามาก็ไม่ได้เดินไปโรงเรียนอยู่แล้ว โดยอีก 3-4 วันจะเป็นวันหยุดยาว ทำให้ต้องนำทุกอย่างมาเป็นปัจจัยคิด ซึ่งยังไม่มีคำตอบในเวลานี้
แทนพรก.ฉุกเฉินไม่ได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็มีทุกทางอย่างที่ตนบอก พอไปดูพระราชบัญญัติโรคติดต่อแล้ว หลายเรื่องไม่สามารถที่จะบริหารจัดการเหมือนอย่างการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เลย ทั้งนี้ พนักงาน เจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้นมา ไม่สามารถที่จะบูรณาการทหารพลเรือนเข้ามาได้ แค่การนำคนลงจากเครื่องเข้ามา แล้วนำไปในสถานกักกันของรัฐ สมมติว่าเป็นพื้นที่ค่ายทหาร หากภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถรับช่วงต่อบูรณาการทำงานกันได้ แต่ยังนึกไม่ออกว่าภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อจะทำอย่างไร เพราะตามกฎหมายนี้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด สมมติว่าไปสัตหีบ ก็ต้องเริ่มต้นที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต้องออกคำสั่งเป็นทอดๆ ไปถึงสัตหีบ ค่าใช้จ่ายใครจะเป็นคนดูแล ทุกวันนี้คือรัฐ เพราะรัฐเป็นคนปิด หรือกรณีที่ผู้โดยสารนั่งเครื่องบินมาแล้วเกิดการติดเชื้อกันมาก สนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ว่าฯ กล้าปิดสุวรรณภูมิหรือไม่ ไม่ให้สายการบินทั้งหมดลง แต่ทุกวันนี้ที่สั่งได้เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาแบบประเทศต่อประเทศ จะมีการพิจารณาเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นั้น รองนายกฯ กล่าวว่า เพราะไทยมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงมีการปิดสนามบิน เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกัน โดยใช้ พ.ร.บ.การเดินอากาศ ต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงปิดสนามบิน ถ้าเราไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วไปปิดสนามบิน จะอธิบายกับสายการบินไม่ได้ วันนี้เราให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากเหตุโควิด-19 และบางอย่างแม้ไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็สามารถดำเนินตามมาตรการได้ เช่น การสวมหน้ากาก และการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่ถูกกักกันที่สถานที่กักกันของรัฐได้มีการปรับแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็น 2 ครั้ง โดยการตรวจครั้งแรกคือวันที่ 3-5 และครั้งที่ 2 คือวันที่ 11-13 ซึ่งถ้าพบว่าผลเป็นบวก แม้จะนอนดูอาการมาแล้ว 13 วัน เจ้าหน้าที่ก็จะส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่ออีก 14 วัน เพราะฉะนั้นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่ร้อยละ 50 จะมีอาการ และมีบางกลุ่มที่ไม่มีอาการแต่ตรวจพบเชื้อในวันที่ 0-2 ประมาณร้อยละ 49
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วง 11-12 วัน อาจมีคนที่มีอาการประมาณ 4 คน และกลุ่มที่ไม่มีอาการมีจำนวน 7 คน รวมทั้งสิ้น 11 คน จากจำนวน 175 คน ส่วนวันที่ 13-14 พบผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการจำนวน 4 คน โดยมีรายหนึ่งตรวจเจอเชื้อในวันที่ 21 ซึ่งมีโอกาสเจอเชื้อได้น้อยมาก สรุปแล้วระยะเวลา 14 วัน ในการกักกันตัวในสถานที่รัฐกักกันเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศติดต่อกัน 14 วัน ถือว่าสถานการณ์แบบนี้ทำให้อุ่นใจได้หรือไม่ นพ.อนุพงศ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เพราะว่ากลุ่มที่ไม่มีอาการแล้วยังอยู่ที่ชุมชนอาจจะมีได้ หากประเทศไทยสามารถยืนระยะให้มีผู้ป่วยในประเทศเป็นศูนย์ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 28 หรือครบหนึ่งเดือนจะสบายใจยิ่งกว่า โอกาสที่เจอผู้ติดเชื้ออยู่ในชุมชนแล้วไม่แสดงอาการจะมีน้อยมากๆ หรือไม่มีเลย ประกอบกับขณะนี้อยู่ในช่วงการผ่อนปรนระยะที่ 3 ถ้าจะเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 จะเป็นเรื่องของกิจการหรือกิจกรรมที่ค่อนข้างจะมีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กำหนดไว้แล้วว่าจะให้เปิดภาคเรียนวันที่ 1 ก.ค.นั้น หากสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ น่าจะเปิดโรงเรียน เพราะไม่อยากให้บุตรหลานเลื่อนเวลาเรียนออกไปมากกว่านี้ แต่ประสบการณ์จากต่างประเทศนั้น การเปิดโรงเรียนอีกครั้งหนึ่งมักจะมีการระบาดในโรงเรียน ซึ่งการระบาดนั้นอาจจะมาจากภายนอกโรงเรียน โดยเป็นเรื่องที่ยังเป็นห่วงอยู่ ทั้งนี้ ถ้าเปิดโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยจะสบายใจมากกว่านี้ ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่พบผู้ติดเชื้อในวันที่ 14 แล้ว แต่มาตรการป้องกันต่างๆ ยังต้องมีความเข้มข้น ต้องตระหนักว่าคนที่อยู่ในชุมชน หรือว่าคนที่พบปะอาจจะมีคนที่ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ
ขอข้อมูลมือถือ ปชช.จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน (สนผ.) กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี น.ส.สฤนี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ เผยแพร่เอกสารของ สนผ.กลาโหม ระบุขอข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการสนับสนุนการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ยอมรับว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารฉบับจริง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนโรค โดยที่ประชุมวงเล็กเรียกฝ่ายทางเทคนิคของกระทรวงกลาโหม มาสอบถามว่า สามารถเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอติดตามสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้ใกล้ชิดทั้งหมด เนื่องจากกรณีสนามมวย ที่มีคนเข้าชม 2,800 คน แต่สามารถติดตามมาได้เพียง 800 คน แต่หากเรารู้ข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ทั้ง 2,800 คน เราจะสามารถส่งข้อความไปแจ้งเตือนได้ทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จึงเชิญผู้ประกอบการค่ายมือถือทั้ง 5 ค่าย โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ามาควบคุมอีกชั้นหนึ่ง โดยการทำโปรแกรมกรมดังกล่าว กรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น กห.ไม่ได้นำข้อมูลของประชาชนไปทำอะไร และที่สำคัญ โปรแกรมดังกล่าวยังไม่ได้บังคับใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบของรายแรกอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดของโรคในรอบสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต มีติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายให้กลับบ้าน 224 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย 1 ราย ทั้งนี้ ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา 15 วัน (รายล่าสุด วันที่ 24 พ.ค. 2563) ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปแหล่งชุมชนและสถานที่เสี่ยง ซึ่งอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดครั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ครบ 7 วันของการเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ซึ่งจากการตรวจติดตามของทางจังหวัด พบว่าทุกหน่วยงานได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐบาลกำหนด ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่มีความคุ้นชินกับการปฏิบัติตนวิถีใหม่ หรือ New Normal กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้น ขอขอบคุณชาวขอนแก่น และสถานประกอบการทุกประเภท ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐอย่างเข้มงวด ทำให้ข้อบกพร่องหรือจุดด้อยของจังหวัดนั้นมีน้อยมาก วันนี้เราไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มานานกว่า 1 เดือนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68177</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์, วิษณุ เครืองาม, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede3315339a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมออนุพงศ์&quot; ส่งสัญญาณคลายล็อกเฟส 4 อาจเลื่อนจาก 14 วันเป็น 28 วัน ต้องไม่พบผู้ติดเชื้อเป็น 0 ต่อเนื่อง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8มิ.ย.63- นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึง สถานการณ์รายวันโควิด-19 ในประเทศ ที่ได้มีการผ่อนปรนเป็นระยะที่ 3 แต่ต้องมีการควบคุมโรคที่ต้องใช้ระยะเวลา 2 เท่าของการฟักตัวคือจาก 14 วัน เป็นการติดตามที่ 28 วัน ในการไม่พบผู้ติดเชื้อเป็น 0 ต่อเนื่อง เพื่อความอุ่นใจ ก่อนจะเข้าสู่ระยะผ่อนปรนที่ 4 ที่จะเข้าสู่การผ่อนปรนกิจกรรมหรือกิจการที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงในระดับปานกลาง-ระดับสูง อย่าง ในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะมีการเปิดโรงเรียน &amp;nbsp; อาจจะต้องมีการเฝ้าระวังการระบาดในโรงเรียนที่มาจากภายนอกโรงเรียนด้วย แต่หากเป็นไปอย่างปลอดภัย ก็จะเป็นเรื่องที่ดีในการผ่อนปรนส่วนอื่นๆได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกทั้งต้องตระหนักถึงพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง อย่างในกรณีของประเทศเวียดนาม ที่ไม่มีการติดเชื้อเป็นเวลา 55 วัน ก็ยังไม่มีการผ่อนคลายมาตรการการเปิดน่านฟ้า ทำให้ไม่มีการนำเชื้อมาจากต่างประเทศ แม้ว่าจะมีประชาชนชาวเวียดนามอาศัยอยู่ในประเทศที่มีการระบาด &amp;nbsp;ก็ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศ แตกต่างจากประเทศไทย ที่มีการผ่อนคลายมาตรการในการอนุญาตให้ประชาชนชาวไทยที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ต่างประเทศที่มีการระบาดกลับมาดูแลรักษาในประเทศ จึงอยากจะย้ำว่าแม้ว่าผ่านมา 14 วัน ผู้ติดเชื้อในประเทศจะเป็น 0 ก็อย่าให้การ์ดตก รวมมือกันในการดูแลรักษาป้องกันตนเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68143</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คลายคล็อกเฟส 4, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede08c2f2f76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เร่งสอบสวนโรคหลังกัมพูชารายงานพบผู้ติดเชื้อเดินทางจากยะลาผ่านด่านสระแก้ว ไล่เช็คกว่า10 คนในรถตู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.63- ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการที่ประเทศกัมพูชาพบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นชายชาวกัมพูชา อายุ 26 ปี ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากโรงเรียนสอนศาสนาในจ.ยะลา ว่า &amp;nbsp;ภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ จะมีการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ เมื่อกัมพูชาเจอผู้ป่วย เขาก็ต้องแจ้งให้ประเทศไทยทราบ เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคกำลังรอหนังสือฉบับนี้ จากสาธารณสุข ของประเทศกัมพูชา แต่จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า บุคคลดังกล่าวเข้าด่านมาทางสระแก้ว ซึ่งจะต้องติดตามในส่วนของผู้ร่วมเดินทาง แต่เบื้องต้นผู้ป่วยรายดังกล่าวเรียนศาสนาในจ.ยะลา แต่ไม่ทราบว่าระยะเวลาอยู่ที่นั่นนานเท่าไหร่ แล้วเมื่อออกจากจ.ยะลา ผู้ป่วยรายดังกล่าวไปไหนต่อบ้าง เป็นเรื่องที่จะต้องสอบสวนเพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค เพราะว่าประวัติการเดินทางเข้าใช้เวลาเกือบ 30 วันก่อนที่จะกลับไปสู่ประเทศกัมพูชา ซึ่งจะประวัติที่ประเทศกัมพูชาให้มา ผู้ป่วยรายนี้ได้นั่งรถตู้ลงที่สระแก้วมีผู้ร่วมทางประมาณ 10 คน ซึ่งเป็นใครบ้างบ้างยังไม่ทราบ ในส่วนของกรมควบคุมโรคกำลังทำงานร่วมกับทาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ได้เครือข่ายของผู้ที่ใช้เครื่องมือสื่อสารในระหว่างนั่งรถตู้ตามที่อ้างในวันที่เดินทาง โดยรายละเอียดจะดำเนินการให้ทราบภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความสำคัญในการใส่หน้ากากอนามัยแม้ว่าจะพบผู้ป่วยน้อยลงนั้น นพ.อนุพงศ์ กล่าวว่า หน้ากากอนามัยเป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้มีการใช้หน้ากากอนามัยทุกคน โดยในช่วงที่พบผู้ป่วยจำนวนมากก็ยังไม่พบว่าคนไทยมีการใส่หน้ากากครบ 100% &amp;nbsp;จากข้อมูลตั้งแต่มีการระบาดของโรคเต็มมีการใส่หน้ากากเต็มที่สูงสุด 94 % เพราะฉะนั้นหน้ากากอนามัยเป็นเครื่องมือ สำคัญที่สุดเพราะว่าโรคทางเดินหายใจผู้ที่ผู้ป่วยไม่มีอาการ อาจแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นจากละอองฝอย น้ำลายได้ สำหรับการป้องกันโรคการใส่หน้ากากอนามัย จะให้เป็นเบอร์ 1 ควบคู่กันกับการกินร้อนช้อนตัวเอง ล้างมือให้สะอาด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67637</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กัมพูชา, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed61002a4412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อกกิจการอื้อ! &#039;โรงหนัง-ร้านนวด&#039;เฮ/ดันวิษณุดูเลิกพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.คลายล็อกเฟส 3 เริ่ม 1 มิ.ย. ลดเคอร์ฟิวเหลือ 5 ทุ่มถึงตี 3 ผ่อนปรน 14 กิจการ/กิจกรรม โรงหนัง-ร้านนวด-ฟิตเนส-สนามพระ-เปิดห้างถึง 3 ทุ่ม&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกกิจการที่ผ่อนคลายมาตรการต้องเข้มข้น ตั้ง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; คุม คกก.รองรับหลังเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 ก.ค. สธ.ออกแบบห้องเรียนแบบใหม่ คู่ขนานกับเรียนออนไลน์ ปลดล็อกบางแสนให้เล่นน้ำทะเลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.50 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย ทั้งหมดเดินทางกลับมาจากคูเวต และอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ เป็นทั้งผู้ป่วยที่มีอาการและไม่มีอาการ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,076 ราย หายป่วยสะสม 2,945 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 57 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศวันนี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่เข้ากับมาตรการในประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่การผ่อนคลายในระยะที่ 3 ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อใหม่ 115,572 ราย เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 5,905,415 ราย เสียชีวิต 362,024 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ นายกฯ ได้ขอบคุณคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือในการควบคุมและป้องกันโรคจนผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ ทำให้ได้รับคำชมจากต่างประเทศ ขณะที่เช้าวันเดียวกัน นายกฯ ได้เยี่ยมชมนวัตกรรมของศูนย์นวัตกรรมของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อาทิ รถตู้โมบายล์ ระบบตรวจจับอุณหภูมิ ตู้เก็บเชื้อความดันลบ เครื่องช่วยหายใจแบบพกพา ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ และชื่นชมว่าเป็นการสร้างนวัตกรรม ลดต้นทุน เพราะผลิตและพัฒนาใช้เองได้ ต่อไปถ้าสามารถจำหน่ายได้จะเป็นสินค้าที่มีมูลค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการขยายเวลาประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ว่ามีเหตุผลเพื่อให้การบริหารสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เอกภาพ และอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงเจตนาของการขยายเวลาการประกาศใช้ ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็จะนำไปสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 และจะนำไปสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป แต่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้มีความต่อเนื่อง ราบรื่น ควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องมีมาตรการรองรับ โดยใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อและกฎหมายอื่นๆ ที่จะมาแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อมต่อการทำงานในวันที่ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุม ศบค.ได้พิจารณาประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการเมื่อเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควร โดยประเด็นสำคัญของกิจการ/กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ที่เป็นกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางไปถึงสูง ต้องมีมาตรการคัดกรองพนักงานและผู้ใช้บริการที่มีอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด ต้องรายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด และทุกกิจการ/กิจกรรม ต้องมีการลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ เพิ่มมาตรการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ หรือใช้การบันทึกข้อมูลหากไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการติดตามและควบคุม อีกทั้งยังให้พิจารณานวัตกรรมการลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ เช่น การจองคิวแบบออนไลน์ เพื่อให้บริการรูปแบบใหม่ในระยะยาว&amp;nbsp;ซึ่งต้องทำทุกกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในรอบนี้ ต้องเข้มข้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังได้หารือถึงการเปิดการเรียนการสอนตามที่มีการกำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.ค. ขณะนี้ยังยึดกรอบเวลาดังกล่าวอยู่ แต่ให้พิจารณาเปิดการเรียนการสอนในบางโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีอัตราการระบาดของโรคไม่มาก หรือห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนไม่มาก รวมถึงมีการพูดคุยถึงโรงเรียนเอกชน ขณะที่โรงเรียนในเมืองอาจให้พิจารณาเหลื่อมเวลาเรียน 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งที่พิจารณากันตรงนี้เป็นส่วนของเด็กโต ไม่ใช่เด็กเล็กที่ยังมีประเด็นว่าต้องอยู่กันอย่างใกล้ชิด ยังต้องมีเวลานอนด้วยกันอยู่ อาจเป็นความเสี่ยงได้ ส่วนเรื่องโรงเรียนนานาชาติที่มีการร้องเรียนว่าควรเปิดเรียนเร็วเพื่อให้ทันกระแสของโลกและมาตรฐานของต่างประเทศนั้น ยังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ นายกฯ มอบให้ รมว.ศึกษาธิการไปศึกษาหาข้อสรุปของแต่ละเรื่องมานำเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป
คลายล็อก 14 กิจการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงว่า ศบค.ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการผ่อนปรนในระยะที่ 3 โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปในประเด็นแรกคือ การผ่อนผันการใช้อาคารโรงเรียน สถานศึกษา เพื่อใช้สอบคัดเลือกและอบรมระยะสั้น แต่ยังไม่ได้เปิดให้มีการเรียนการสอน ส่วนโรงเรียนนอกระบบเฉพาะเอกชน ให้เปิดเฉพาะวิชาชีพ ศิลปะ และการกีฬา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ผ่อนปรนกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ได้แก่ 1.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดดำเนินการจนถึงเวลา 21.00 น. 2.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ จำกัดพื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร และให้ปิดไม่เกินเวลา 21.00 น. 3.สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง สามารถเปิดบริการได้ แต่ต้องห้ามให้มีคนมาชุมนุมหนาแน่นและไร้ระเบียบ 4.ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี ซึ่งการให้บริการที่จะทำได้เพิ่มนั้น คือ การทำสีผม รายละไม่เกิน 2 ชั่วโมง และห้ามมีผู้นั่งรอในร้าน 5.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน เปิดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประกอบอาหารสำหรับเด็ก เพื่อแจกจ่ายเครื่องดื่มและอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองนำกลับไปให้เด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งมีมติผ่อนปรนกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ได้แก่ 1.คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม สถานที่สัก หรือเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย สามารถทำได้ทั้งตัว จากเดิมที่อนุญาตให้ทำตั้งแต่คอลงไป โดยในระยะที่ 3 จะเปิดให้ทำใบหน้าได้ แต่ยังมีความกังวลการสัมผัสใบหน้าที่อาจจะแพร่เชื้อได้ จึงแนะนำผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยระหว่างรับบริการ ขณะที่การสักคิ้วยังพอทำได้ แต่อย่าเพิ่งไปทำศัลยกรรมจมูก 2.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย สามารถเปิดได้ นวดฝ่าเท้าได้​ แต่งดการอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำแบบรวม นวดใบหน้า​ ส่วนกิจการอาบน้ำ กิจการอาบอบนวด​ ก็ยังไม่ผ่อนคลาย​ให้เปิดได้​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ให้เปิดสถานที่ออกกำลังกายฟิตเนสทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า โดยผ่อนคลายให้สามารถทำกิจกรรมได้ทั้งหมด แต่มีข้อจำกัดระยะเวลาในการใช้บริการ และจำนวนผู้ใช้บริการ 4.สนามกีฬา เพื่อออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล และวอลเลย์บอล โดยไม่มีการแข่งขัน และมีรวมกิจกรรมไม่เกิน 10 คนไม่นับผู้เล่น รวมถึงมวยอนุญาตให้เปิดค่ายฝึกซ้อมกับอุปกรณ์โดยไม่มีคู่ซ้อม 5.สถานที่เล่นโบว์ลิง สเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน เปิดเฉพาะการออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อม 6.สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.สระน้ำ เพื่อการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ บานาน่าโบ๊ต ซึ่งต้องไม่เป็นการแข่งขัน และต้องจำกัดจำนวนผู้เล่นและมีมาตรการการทำความสะอาด ซึ่งยังไม่รวมถึงกิจกรรมตามชายทะเล 8.โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ ซึ่งการฉายภาพยนต์แต่ละเรื่องต้องมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 200 คน ส่วนโรงมหรสพแบบเฉพาะลิเก ลำตัด การแสดงพื้นบ้าน งดแสดงดนตรี คอนเสิร์ต และ 9.สวนสัตว์ หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ จำกัดผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เราทราบดีว่ากิจกรรมเหล่านี้มีความเสี่ยงแพร่เชื้อค่อนข้างสูง มาตรการที่ต้องทำควบคู่ไปก็คือ ต้องสวมหน้ากากอนามัย การวัดไข้ เว้นระยะห่าง จำกัดจำนวนคน เป็นต้น
ลดเคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึงตี 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการบังคับด้านกฎหมาย ยังควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก เรือ และอากาศ ทุกช่องทางยังเข้มข้นเหมือนเดิม แต่คนที่เดินทางเข้ามาอาจมีเชื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะที่มาตรการห้ามออกนอกเคหสถานนั้น จะมีการผ่อนคลายตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยปรับลดเวลาเป็น 23.00-03.00 น. เพื่อผ่อนปรนให้ 1 ชั่วโมง เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงกิจกรรมบางอย่างให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ&amp;nbsp;สำหรับการเดินทางห้ามจังหวัดนั้น อนุญาตให้เดินทางข้ามได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป แต่ไม่ถือว่าเสรีมาก เพราะเห็นว่าบ้านยังเป็นที่ปลอดภัยที่สุด แต่การเดินทางมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทางราชการ เจ้าหน้าที่สามารถสอบถามถึงเหตุผล ความจำเป็นในการเดินทางและระยะเวลาที่จะใช้ ทั้งนี้ กรณีที่ประชาชนเริ่มมีการจองที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ถือว่ามีความเหมาะสมแค่ไหนในช่วงเวลานี้นั้น ก็ต้องไปดูว่าไปเที่ยวที่ไหน ถ้าไปชายทะเลยังไม่เปิด แต่ถ้าเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมเปิดให้บริการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุผลที่ยังไม่ยกเลิกเคอร์ฟิว เพราะมีเรื่องสำคัญตอนนี้เรายังห้ามดื่มสุราในร้านอาหาร แต่ให้ซื้อกลับไปกินที่บ้าน เนื่องจากมีคนบางกลุ่มใช้ช่วงเวลานี้มั่วสุมทำไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรค จึงต้องมีเคอร์ฟิวกำกับ อาจจะไม่สะดวก แต่จำเป็นในช่วงเวลานี้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเราพยายามลดลงไปเรื่อยๆ&amp;quot; เลขาธิการ สมช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์เปิดเผยด้วยว่า หลังประชุม ศบค. ได้เสนอนายกฯ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษาเพื่อรองรับกรณีหากยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หลังมีการขยายการบังคับใช้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย. โดยนายกฯ เห็นชอบหลักการด้วย ซึ่งจะมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่พิจารณาว่า ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ค. หากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว และสมมติจะมีการเปิดประเทศ จะใช้กฎหมายฉบับใดมาใช้แทน เพราะต้องมีมาตรการดูแลป้องกันดูแลที่เหมาะสม&amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อคณะกรรมการนายวิษณุ จะนำเสนอนายกฯ เพื่อแต่งตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานต่อที่ประชุม ศบค. ถึงพฤติกรรมการป้องกันตัวเองของประชาชน โดยพบว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นการใส่หน้ากากที่ประชาชนยังให้ความสำคัญ ประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ามีประชาชนเดินทางออกนอกจังหวัดถึง 26% และมีกิจกรรมในการพบปะรวมกลุ่มกันมากขึ้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า มีคนไทย 11% ไปร่วมกิจกรรมทางสังคม ทั้งนี้ ว่าคนส่วนใหญ่จะยังคงเดินทางไปแค่สถานที่ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ ตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ทำงาน สถานพยาบาล ร้านอาหาร และร้านตัดผม และจากการสำรวจพบว่า การจัดมาตรการป้องกันของแต่ละสถานที่ยังทำได้ไม่ดี ควบคุมได้เพียง 57% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่นันทนาการ และศาสนสถาน ทำได้น้อยกว่า 50% ส่วนความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีน ขณะนี้ไทยกำลังทดลองในสัตว์ คาดว่าผลของการการทดสอบ 10 แบบ ใน 5 ประเทศ จะใช้เวลา 6-12 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รายงานการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงว่าภาพรวมการตรวจ และการดำเนินการของชุดตรวจ พบว่าจับกุมผู้กระทำความผิด ฝ่าฝืนได้น้อยลง ประชาชน ร้านค้า ให้ความร่วมมืออย่างดี มีกิจกรรมมั่วสุมลดลง
90% ร่วมมือป้องโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิม พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานการปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนว่า ได้ดูแลผู้ถูกกักตัวใน&amp;nbsp;State Quarantine&amp;nbsp;ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถรองรับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น และรายงานถึงกิจกรรมที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการจำนวน 47,164 แห่ง อนุญาตให้เปิดกิจการ/ กิจกรรมได้ 291,394 แห่ง ทั้งนี้ จากการประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ประชาชนให้ความร่วมมือตามมาตรการป้องกันโรคเกิน 90%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานภาพรวมการใช้งาน&amp;nbsp;Platform &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ว่ามียอดสะสมร้านค้าใช้งาน 125,408 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 15,592,611 คน ตั้งแต่ 17-28 พ.ค. ส่วนผลการประเมินกิจการ/กิจกรรม ตามมาตรการ ผลคะแนนเกิน 90% ในทุกประเภทธุรกิจ เช่น การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ธนาคาร คลินิกเสริมความงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ&amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ทหาร และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมในเฟส 3 กรณีโรงภาพยนตร์ว่า ขณะนี้ได้มีการซักซ้อมความพร้อมของการเปิดชมภาพยนตร์แล้ว นอกจากเรื่องการทำความสะอาดหลังสิ้นเสร็จแต่ละรอบการชมภาพยนตร์แล้ว ยังมีข้อกำหนดเรื่องของการนั่งชมภาพยนตร์ด้วย โดยให้นั่งชมติดกันได้มากสุดแค่ 2 คน จากนั้นเว้นระยะห่าง 3 ที่นั่ง เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสม 1-2 เมตร และแต่ละแถวที่นั่งในโรงภาพยนตร์ยังต้องนั่งเยื้องสลับกันเพื่อให้เกิดความห่าง ไม่ใกล้ชิด สิ่งสำคัญในระหว่างการชมภาพยนตร์ที่ต้องขอความร่วมมือเด็ดขาด คือการห้ามรับประทานน้ำดื่มและป๊อปคอร์นโดยเด็ดขาด เนื่องจากต้องถอดหน้ากากอนามัยและอาจสัมผัสใบหน้า ละอองฝอยน้ำลายอาจกระเด็นออกมาได้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมลยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค. ว่าบทเรียนการเปิดภาคเรียนในต่างประเทศช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ในสวิตเซอร์แลนด์ ที่รัฐบาลเป็นผู้ประกาศล่วงหน้าให้มีการเปิดโรงเรียนและแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเล็กทำความสะอาดมือบ่อยๆ การรักษาระยะห่าง สุขอนามัยของระบบในโรงเรียน สลับช่วงเวลาพักของนักเรียน ในส่วนของญี่ปุ่นเน้นเปิดโรงเรียนในชั้นเรียน ที่มีความจำเป็นในการสอบเพื่อขึ้นชั้นเรียน โดยมีการจดการเรียนแบบกลุ่มเล็กๆ ใช้หลายห้องคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียนช่วงหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงกีฬาแบบกลุ่ม&amp;nbsp;ส่วนฝรั่งเศสกับเกาหลีใต้ เป็น 2 ประเทศที่ไทยต้องระมัดระวังอย่างมาก โดยฝรั่งเศสพบว่าเมื่อเปิดเรียนแล้วมีนักเรียนติดเชื้อ 70 รายในเนิร์สเซอรีกับประถม&amp;nbsp;หลังจากอนุญาตให้มีการเปิดเรียน
ทดลองเรียนแบบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขณะนี้มีคู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งได้จัดทำร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;โดยได้มีการเข้าไปทดลองในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งว่า การคัดกรองนักเรียนตอนเช้าเป็นอย่างไร อีกทั้งพบว่าความร่วมมือของเด็กในการสวมหน้ากากอนามัยค่อนข้างดี ซึ่งครูเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสนับสนุนที่จะทำให้การจัดการเกิดขึ้นได้ ส่วนการล้างมือจะให้เด็กมีการล้างมือทุกครั้งเวลาเปลี่ยนชั้นเรียน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนการเว้นระยะห่าง โรงเรียนจะมี 3 พื้นที่หลักคือ ห้องเรียน โดยมีการเว้นระยะห่างของโต๊ะนักเรียนส่งผลให้มีเด็กที่เรียนในห้องจาก 40 คนเหลือ 20 กว่าคน ซึ่งเด็กครึ่งหนึ่งจะไม่สามารถใช้ห้องเรียนได้ในเวลาเดียวกัน จึงต้องมีการออกแบบว่าจะเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับเด็กอย่างไร โดยทางเลือกมีหลายรูปแบบ ทั้งการทำพื้นที่ชั่วคราวในโรงเรียนเพื่อให้เกิดการเรียนแบบคู่ขนานกัน หรือเรียนออนไลน์แล้วผลัดกันมาเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการในการรับ-ส่งนักเรียน แม้ว่าผู้ปกครองจะมีการตกลงกันเองในเรื่องของการจัดการรถรับ-ส่งนักเรียน แต่จะต้องมีการลงทะเบียนแจ้งให้โรงเรียนทราบ และมีการซักซ้อม รวมถึงจัดการทำความสะอาดภายในรถทุกวันก่อนออกมารับนักเรียนแต่ละคน และในรถรับ-ส่งจะต้องมีผู้ดูแลนักเรียนนอกจากพนักงานขับรถ รวมถึงจัดเว้นระยะห่างของนักเรียน สวมใส่หน้ากาก และงดการเล่น แตะ หรือสัมผัสกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการใส่หน้ากากอนามัยของนักเรียน อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย แต่เด็กที่ไปโรงเรียนส่วนใหญ่จะอายุเกิน 2 ขวบครึ่งขึ้นไป&amp;nbsp;ซึ่งจะมีหน้ากากที่มีขนาดของเด็กที่ใส่แล้วพอดีกระชับ โดยจากการคุยกับเด็กเล็กเขาก็มีความเข้าใจ และบอกว่าแม้อึดอัดก็ต้องใส่ ถ้าผู้ปกครองสนับสนุนเด็กจะใส่หน้ากากอนามัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล&amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การระบาดของโรคในโรงเรียนแม้ว่าพบนักเรียนที่ติดเชื้อแค่ 1 ราย ก็ต้องให้ความสำคัญ จะต้องมีการสอบสวนโรคว่าเด็กติดเชื้อกันเองในโรงเรียนหรือนำเชื้อมาจากที่บ้าน เพื่อสามารถจัดการการแพร่ระบาดได้อย่างท่วงที ส่วนจะต้องมีการปิดโรงเรียนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละราย ถ้าเด็กไม่ได้มีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมกับนักเรียนห้องอื่นๆ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะปิดโรงเรียน แต่อาจจะปิดแค่ห้องเรียนที่พบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มีกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย และเจ้าของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย หรือรถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังจากได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยให้คณะรัฐมนตรีเยียวยาและลดหย่อนผ่อนผันในบางกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยภายหลังนำเสนอผลงานนวัตกรรมทั้ง 7 ชิ้นให้แก่นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย รถตู้โมบายล์ ระบบตรวจจับอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องช่วยหายใจ เครื่องผลิตโอโซนสำหรับฆ่าเชื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ตู้ตรวจเชื้อแบบความดันบวก ตู้ตรวจเชื้อแบบความดันลบ และหุ่นยนต์ลำเลียงอาหารและเวชภัณฑ์ ว่ามีแนวคิดที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือวิกฤติโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ได้รับการอนุมัติจากนายภัครธรณ์&amp;nbsp;เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี เห็นชอบให้เปิดชายหาดทะเลบางแสน จึงมีปรับภูมิทัศน์ และเร่งจัดระเบียบเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปเล่นน้ำทะเลได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายอาหารได้ ซึ่งต้องมีการจัดล็อกเตียงผ้าใบให้เข้าระบบแบบใหม่&amp;nbsp;New normal&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ชัยเปิดเผยว่า ชายหาดบางแสนคาดว่าจะเปิดได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ เฉพาะนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเล่นน้ำได้ แต่ยังไม่เปิดให้ขายอาหาร ส่วนวันที่ 2 และ 4 มิ.ย. จะให้ผู้ประกอบการทดสอบนำล็อกเตียงมาตั้งแบบใหม่ จากนั้นในวันที่ 5 มิ.ย. จะเปิดให้ขายอาหารได้ และเที่ยวเต็มระบบแบบใหม่ อย่างไรก็ตามหาดบางแสนจะหยุดขายอาหารทุกวันจันทร์ แต่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ แต่ถ้าตรงกับวันหยุดชดเชยหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเลื่อนวันหยุดเป็นวันอังคารแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ชัย คุณปลื้ม, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย, เฉลิม พรหมเลิศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed1057965e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยับเคอร์ฟิว5ทุ่ม-ตี3 ชงศบค.เคาะคลายล็อกโรงหนัง-นวด/สถานบันเทิง-มวยรอก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประชุม &amp;quot;ศบค.ย่อย&amp;quot; ถกคลายล็อกเฟส 3 ก่อนชงชุดใหญ่เคาะ 29 พ.ค.นี้ ขยับเคอร์ฟิวเหลือ 5 ทุ่ม-ตี 3 ห้างเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม ผ่อนปรนโรงหนัง-โรงละคร-ร้านนวด เสริมสวยให้เพิ่มทำสีผม &amp;quot;สถานบันเทิง-มวย&amp;quot; เสี่ยงสูงรอก่อน &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; ชง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เยียวยาวัด ยึดโมเดลพระ 3 จว.ชายแดนใต้ &amp;nbsp;&amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; เผยไทยพบติดเชื้ออีก 11 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 พ.ค. เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดเล็ก เพื่อหารือถึงแนวทางการผ่อนปรนระยะ 3 และการลดเวลาเคอร์ฟิวเพิ่มเติม ภายหลังในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ได้มีการประชุมและได้พิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของกิจกรรมและกิจการที่จะผ่อนปรน รวมถึงแนวโน้มที่จะลดเวลาเคอร์ฟิวลงอีก &amp;nbsp;1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเคาะสรุปส่ง ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 29 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บุคคลที่มาร่วมประชุมประกอบด้วย พล.อ.สมศักดิ์, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับ ศบค.ชุดเล็กใช้เวลาเพียง 40 นาที จากนั้น พล.อ.สมศักดิ์​ได้เดินมายังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย คาดว่าจะหารือเกี่ยวกับข้อกำหนดการผ่อนคลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า การประชุม ศบค.คณะใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะพิจารณาลดเวลาห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ลงอีก 1 ชั่วโมง ซึ่งตอนนี้ตนยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเริ่มตั้งแต่กี่โมงและสิ้นสุดกี่โมง นอกจากนี้จะมีผลสรุปว่ากิจกรรมและกิจการใดบ้างที่จะได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ซึ่งน่าจะเป็นการเปิดให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมเพิ่มเติมในกิจการที่ได้รับการผ่อนคลายไปแล้วก่อนหน้านี้ อาทิ อาจจะผ่อนปรนให้โรงภาพยนตร์ในและนอกห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงละคร​ โรงมหรสพด้วย ส่วนการเปิดกิจการนวดแผนโบราณต้องปรับรูปแบบการให้บริการ การให้ประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะผ่อนปรนให้โรงเรียนกวดวิชา สวนน้ำ และสวนสนุกด้วยหรือไม่ พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า กิจการเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอยู่ จึงยังไม่น่าจะได้รับการอนุญาตให้เปิดทำการ และต้องรอการพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ขอให้รอความชัดเจนจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ส่วนตัวคิดว่าประเภทกิจการและกิจกรรมต่างๆ จะทยอยได้รับการผ่อนคลายหมดภายในเดือน มิ.ย.นี้
ขยับเคอร์ฟิวร้านนวดเฮ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้บันทึกเทปคำกล่าวถ้อยแถลงในกิจกรรม High-Level &amp;nbsp;Event on Financing for Development in the Era of COVID-19 and Beyond (การเงินเพื่อการพัฒนาในยุคโควิด-19) ที่จัดขึ้น ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของนายกฯ แคนาดา &amp;nbsp;นายกฯ จาเมกา และเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ที่จัดประชุมทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยเทปถ้อยแถลงดังกล่าวจะเผยแพร่ในเวลา 10.17 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนิวยอร์ก ซึ่งตรงกับเวลา 21.17 &amp;nbsp;น.ของไทย) วันที่ 29 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ใช้โอกาสนี้พูดถึงความร่วมมือว่า โลกจะต้องปรับตัวต่อ new normal ถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศจะต้องร่วมมือกัน ทั้งเรื่องความมั่นคงทางสุขภาพ และบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 14.23 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินในวันที่สอง โดยก่อนเข้าร่วมประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิว ใช้เพียงการพยักหน้าตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าการเตรียมผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 จะอนุญาตให้กิจการขนาดใหญ่เปิดได้ใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายกฯ ตอบสั้นๆ ว่าขอให้รอฟังวันที่ 29 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การผ่อนคลายมาตรการระยะ 3 นั้น เบื้องต้นจะมีการปรับลดเวลาเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร จากเดิมที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น. มาเป็น 23.00-03.00 น. การปรับเวลาปิดห้างสรรพสินค้า จากเดิมที่ให้ปิดในเวลา 20.00 น. มาเป็น 21.00 น. โดยจะมีร้านค้าภายในห้างที่จะได้กลับมาเปิดบริการเพิ่มเติม รวมถึงอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารภายในร้าน สำหรับกลุ่มที่มาด้วยกันตั้งแต่ 4-6 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะมีการอนุญาตให้ร้านนวดแผนไทยกลับมาเปิดกิจการได้ ขณะเดียวกันในส่วนของร้านตัดผม จากเดิมในการผ่อนปรนระยะ 2 อนุญาตผู้ประกอบการให้บริการเฉพาะ ตัด สระ ซอย แต่งผม นั้น ในระยะต่อไปจะอนุญาตเพิ่มเติมให้ทำสีผมได้ภายในเวลาที่กำหนด รวมถึงการให้จัดงานแสดงสินค้าในพื้นที่ไม่เกิน 2 หมื่นตารางเมตร เพื่อให้ธุรกิจหรือโรงแรมสามารถเดินต่อไปได้​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของสถานบันเทิง ผับ บาร์ มวย รวมถึงกิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อสูงนั้นยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า วันที่ 29 พ.ค.จะมีการประชุมและประกาศมาตรการที่จะผ่อนปรนออกมา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงสาธารณสุขได้หารือร่วมกันแล้ว โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรถึงจะป้องกันการแพร่ระบาดให้ได้ ยืนยันรัฐบาลให้ความสนใจและเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลกังวลมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราร่วมมือกันอย่างนี้ก็จะเดินหน้าต่อไปในระยะที่ 4 ซึ่งอยากให้ไปถึงระยะที่ 4 ให้เร็วที่สุด แต่ต้องระมัดระวังเพราะเหตุการณ์ในต่างประเทศก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งรัฐบาลพยายามปลดล็อกในระยะที่ 3 &amp;nbsp;ให้ได้มากที่สุด เว้นแต่บางอย่างที่มีความจำเป็นและมีความเสี่ยงสูงอยู่ก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย ผมก็เจ็บปวดเหมือนพวกท่านเพราะมีหน้าที่ดูแลประชาชนโดยรวม ผมก็ไม่สบายใจนักหรอก ผมเห็นใจตรงนี้ แต่ถ้าเราปลดทีเดียวก็ยุ่ง เพราะคนที่มาจากต่างประเทศอีกเป็นหมื่นก็กำลังทยอยเข้ามา ซึ่งทั้งหมดก็ต้องเข้าสถานที่กักกัน คิดว่านี่คือหลักการที่เราต้องร่วมมือกันปฏิบัติ ข้อสำคัญการ์ดอย่าตก อย่าถอดหน้ากาก หรืออยู่ระยะใกล้กันเกินไป อันตราย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาเยียวยาวัดที่ได้รับผลกระทบว่ากำลังพิจารณาอยู่ ตัวอย่างในปี 2552 ตอนนั้นพระใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บิณฑบาตไม่ได้เพราะมีเหตุการณ์ยิงพระ ครม.จึงได้ให้ค่าบิณฑบาตและค่าอาหารพระวันละ 100 บาทต่อ 1 รูป จึงจะใช้โมเดลนี้ในการคิดเรื่องเยียวยา ได้นำเรียนนายกฯ ทุกอย่างแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายให้ผมพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยได้ทำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงการคลังแล้ว โดยสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)&amp;quot; นายเทวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัดทั่วประเทศมีทั้งหมดกว่า 4 หมื่นวัด และพระเกือบ 3 แสนรูปที่ได้รับความเดือดร้อน คาดว่าใช้งบประมาณตกเดือนละ 400-500 ล้าน โดยจะให้เงินแต่ละวัดไปบริหารจัดการเองตามจำนวนพระที่มี &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเรื่องการเยียวยาจะต้องหารือกับนายวิษณุ ในฐานะผู้กำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หากจะใช้โมเดลในกรณีเหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะเหมาะสมหรือไม่อย่างไร&amp;quot; นายเทวัญกล่าว
พบผู้ป่วยใหม่ 11 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยประจำวันว่า​ มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,065 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 14 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสม 2,945 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 63 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 57 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นหญิงไทย &amp;nbsp;อายุ 32 ปี 1 ราย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาจากอินเดียเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยไม่มีอาการป่วย และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ กลุ่มที่ 2 มี 6 ราย แบ่งเป็นชาย 5 ราย เป็นพนักงานนวด และหญิง 1 &amp;nbsp;ราย เป็นแม่บ้าน เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ซึ่ง 3 ใน 6 รายมีอาการลิ้นรับรสไม่ได้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ จมูกไม่ได้กลิ่น เจ็บคอ มีเสมะ อีก 3 รายไม่มีอาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) มีการวิเคราะห์ถึงกรณีพบเชื้อในกลุ่มพนักงานนวดที่เดินทางกลับมาจำนวนมากว่า ยังไม่อยากให้มีการสรุปว่าพนักงานนวดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับที่อยู่หรือการเดินทางไปชุมชน เรายังไม่รู้ กระบวนการสอบสวนโรคต้องมีมากกว่าซักถามประวัติ ไม่อยากให้รีบเหมารวม โดยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพระบุว่าเหตุในต่างประเทศเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การนวดเพื่อการรักษานั้นไทยมีมาตรการที่ถูกกำหนดไว้สูงอยู่แล้ว ส่วนการนวดผ่อนคลายจะต้องทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่ง สธ.ต้องรีบบอกก่อน เพราะเดี๋ยวจะมีการไปเชื่อมโยงกับกิจการ/กิจกรรมที่กำลังจะเปิดของไทย&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มที่ 3 เป็นชายไทย จำนวน 4 ราย ทำงานอยู่ในแคมป์ของบริษัทต่างชาติ เดินทางกลับจากมาจากคูเวตเมื่อวันที่ 24 พ.ค. พักอยู่ในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ &amp;nbsp;26 พ.ค. มีอาการปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น มีไข้ มีน้ำมูก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข่าวจะมีกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และถูกจัดให้อยู่ในระยะที่ 4 จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 มีกรอบการพิจารณาอย่างไร และสนามมวย ร้านนวดจะเปิดได้หรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า &amp;nbsp;จนถึงนาทีนี้ยังไม่มีข้อสรุป จนกว่าจะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในวันที่ &amp;nbsp;29 พ.ค. ตอนนี้มีการคิดกันอยู่ แต่ถือว่าเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงมีความตื่นตัวกันดี ซึ่งเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องเสนอตัวเองขึ้นมา เพื่อให้สังคมได้รับฟังว่าผู้ให้บริการจะมีวิธีการ แนวทาง และมาตรการอย่างไร ให้ผู้ใช้บริการมั่นใจว่าเมื่อเปิดกิจการที่มีความเสี่ยงแล้วจะไม่เกิดการระบาดอีกรอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนามมวย ร้านนวดยังไม่มีข้อสรุป อาจจะเป็นเพียงข่าวแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ที่พอจะบอกได้คือกลุ่มก้อนกว้างๆ คือ 1.ร้านรวงต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ที่มีระบบดูแลที่ดี 2.กีฬา ซึ่งพยายามจะเปิดให้มากขึ้น โดยเฉพาะการซ้อมของนักกีฬา 3.เคอร์ฟิว มีแนวโน้มที่จะลดเวลาลงแน่ๆ แต่เวลาเท่าไรให้รอที่ประชุม ศบค.วันที่ 29 พ.ค. และ 4.กิจการใดที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 จะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้บริการก็ต้องเช็กอินและเช็กเอาต์ผ่านแอปดังกล่าว เพราะกิจการในระยะที่ 3 นี้มีความเสี่ยงในเกณฑ์ปานกลางถึงสูงทั้งสิ้น ส่วนกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ศบค.ในวันที่ 29 พ.ค.จะพิจารณา ซึ่ง ผอ.ศบค.บอกว่าจะพยายามเปิดให้มากที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับการติดตามแบบนี้&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
เล็งนำร่องเปิด รร.นานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณามาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ พอเข้าระยะที่ 3 และ 4 กิจการหรือกิจกรรมที่จะผ่อนปรนได้นั้นค่อนข้างเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในปานกลางและระดับสูง จึงยังอยู่ในช่วงการถกกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม คาดว่ากิจการที่อาจจะกลับมาเปิดได้คือ นวดสปา หรือกิจการที่อาจจะมีการผ่อนปรนกิจกรรมมากขึ้น คือ ฟิตเนส ที่ไม่ได้เล่นเป็นกลุ่ม เช่น &amp;nbsp;โยคะ หรือฟรีเวต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนมวยบางลักษณะที่มีความปลอดภัยจะมีการเปิดหรือไม่ก็ต้องรอดู เพราะกิจการมวยมีรูปแบบของกิจการที่เรียกว่ามวยที่ไม่มีผู้ชม กับมวยที่ต่อยสนามจริงและมีผู้ชม ซึ่งไม่แน่ใจว่ากิจการใดบ้างที่ได้รับการอนุมัติ ขึ้นอยู่กับมาตรการความปลอดภัย ถ้าดีพอก็เชื่อว่า ศบค.มีความตั้งใจที่จะเปิดทุกกิจการในวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงการผ่อนปรนระยะที่ 4 ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอยากเห็นด้วยที่จะให้ทุกกิจการสามารถกลับมาสู่ปกติได้ แต่การกลับมาต้องเป็นแบบ new normal&amp;quot; นพ.อนุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการเปิดเรียน นพ.อนุพงศ์กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดไว้คือ การเปิดเทอมในวันที่ 1 ก.ค. โดยกรณีโรงเรียนประจำและโรงเรียนนานาชาติซึ่งมีจำนวนไม่มาก ถ้าหากสามารถจัดการควบคุมได้คิดว่าก็จะเป็นบทเรียนที่ดี ทำให้สามารถที่จะไปวางแผนในการจัดการโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวที่ว่าอาจจะมีการเลื่อนการเปิดเทอมของโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนประจำเป็นวันที่ 1 มิ.ย.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล แต่เชื่อว่าน่าจะเปิดก่อนเพื่อนำร่องว่าสามารถปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำได้หรือไม่&amp;quot; นพ.อนุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนักกิจกรรมทางการเมือง นำตัวแทนกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก, กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง, สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม, สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องหนังแห่งประเทศไทย, สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย (สนท.), สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง มายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและแจกเงินเยียวยาให้ประชาชนอย่างทั่วหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67223</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, นายฉัตรชัย, พล.อ.สมศักดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfbb469acc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อฉุกเฉินอีก1เดือน สมช.อ้างสอดรับผ่อนปรน สธ.จับตา2รายติดเชื้อใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมช.เคาะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน ชง ศบค.เห็นชอบ อ้างเพื่อให้สอดรับเดือน &amp;nbsp;มิ.ย.ที่จะผ่อนปรนระยะ 3-4 ลั่นไม่มีนัยทางการเมืองแม้แต่ในหัว แย้มข่าวดีอาจขยับเวลาเคอร์ฟิวอีกในวงถก 27 พ.ค. &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; แจงผู้ติดเชื้อใหม่ 3 ราย เปิดไทม์ไลน์ไปทั้งร้านตัดผม-โรงพยาบาล-ห้างสรรพสินค้า &amp;quot;สธ.&amp;quot; สั่งทีมสอบสวนโรคเช็กประวัติ จับตาหากผู้ป่วยเพิ่มกลุ่มก้อนอาจเป็นระลอกสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ &amp;nbsp;สมช. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมส่วนราชการเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่าในการประชุมได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคง &amp;nbsp;ข่าวกรอง สาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาหารือ ซึ่งพยายามชั่งน้ำหนักทุกมิติ แน่นอนว่าความมั่นคงเป็นแกนหลัก แต่เห็นความสำคัญของด้านสาธารณสุขเป็นหลักเช่นเดียวกัน นั่นคือแนวคิดที่ทำมาตั้งแต่ต้นให้ความสำคัญเรื่องนี้ที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแม้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่สถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วง มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน ไทยเองแม้จะประสบความสำเร็จ แต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง การผ่อนคลายต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ต้องการให้เกิดการติดเชื้อระลอกสอง ด้วยเหตุผลความจำเป็นทุกหน่วยจึงเห็นพ้องต้องกันให้ขยายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน เพื่อให้ครอบคลุมห้วงระยะเวลาเดือนมิถุนายนทั้งเดือน โดยจะเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.พิจารณาในวันที่ 22 พ.ค. ถ้าเห็นด้วยจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือเป็นเจตนารมณ์ตั้งแต่แรก ที่ต้องการเอาเครื่องมือทั้งหลายหรือกฎหมายหลายฉบับมารวมไว้ที่เดียวกัน จะเห็นว่าเมื่อประกาศใช้เราได้ตั้ง ศบค.และใช้กฎหมาย 40 ฉบับอยู่ภายใต้กำกับของนายกรัฐมนตรี ทำให้การสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเอกภาพ ส่วนสาเหตุต้องต่ออีก 1 เดือน เพราะในเดือน มิ.ย.เป็นช่วงการผ่อนคลายระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งการผ่อนคลายทุกระยะมีความเสี่ยงทุกขณะ ถ้าผ่อนคลายอย่างไม่ระมัดระวังการแพร่ระบาดอาจกลับมาอีกและหนักกว่าเดิม เราจึงเห็นว่าการมีเครื่องมือในการกำกับดูแลอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือเป็นตัวกำหนดที่ดีอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าบางฝ่ายมองว่าการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันการเคลื่อนไหวทางการเมือง พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่นายกฯ ตัดสินใจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด เราไม่เคยคำนึงถึงเรื่องการเมืองเลย จนถึงวินาทีนี้ในฐานะที่ร่วมแก้ปัญหานี้มาตั้งแต่ต้น กล้ารับประกันว่าไม่ได้เอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด ไม่มีนัยทางการเมือง อาจมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม แต่ทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิดผลทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ
แย้มอาจผ่อนเคอร์ฟิวอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการมาตรการเคอร์ฟิว พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้คุยเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างเดียว แต่เรื่องการผ่อนคลายระยะที่ 3 จะพูดถึงเรื่องเคอร์ฟิวด้วย ซึ่งจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 27 พ.ค. เพราะเข้าใจว่าเรื่องนี้กระทบชีวิตประชาชน ซึ่งอาจผ่อนคลายในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม &amp;nbsp;แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะปรับเหลือเวลาเท่าไร ทั้งนี้มาตรการเคอร์ฟิวทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดดีขึ้น &amp;nbsp;จำกัดความเคลื่อนไหวของคนบางประเภทที่ไม่ยอมใช้ชีวิตแบบสมถะ และทำให้การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ทำได้ดีขึ้น ซึ่งต้องดูอีกครั้งว่าในการผ่อนคลายระยะที่ 3 อาจพิจารณาให้ช่วงเวลาลดน้อยลงหรือเท่าเดิมก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็น ส่วนการพิจารณากรอบเวลาในการเปิดสนามบินนั้นไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เป็นเรื่องพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งต้องเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับมาตรการในภาพรวมอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่ประชุมพูดถึงมาตรการผ่อนคลายเกี่ยวกับโรงเรียนหรือไม่ พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค. ดังนั้นในช่วงเดือน มิ.ย.จะมีการพูดคุยกันมากขึ้นเพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ เพราะสถานการณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ และฝรั่งเศสหลังเปิดโรงเรียนแล้วทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น ดังนั้นก่อนเปิดเรียนต้องพูดคุยกันอย่างเข้มข้น ว่าจะเปิดลักษณะไหนรูปแบบไหน เท่าที่ฟัง รมว.ศึกษาธิการ &amp;nbsp;การเปิดเทอมยังอยู่ที่วันที่ 1 ก.ค. ยังยึดกำหนดนั้นต่อไป แต่ถ้าจะเปิดเทอมก่อนหน้านั้น ก็ต้องมาคุยกันว่ามาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและ สมช.จะดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือนว่า ตำรวจพร้อมปฏิบัติตามนโยบาย แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ต้องมาดูอีกว่าจะปรับแผนอย่างไรบ้าง หาความพอดี ไม่เป็นการจำกัดสิทธิ์ประชาชนที่ทำมาหากิน ให้ไปด้วยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากมีการลดเวลาเคอร์ฟิว การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจก็ไม่แตกต่างจากเดิม แต่หากผ่อนคลายระยะ 3 ให้สถานประกอบการประเภทอื่นๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องหารือเพื่อกำหนดแผนพูดคุยในรายละเอียดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว &amp;nbsp;
ก้าวไกลเพ้อเลิก พ.ร.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวเรื่องนี้ว่า สถานการณ์ในประเทศขณะนี้ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือยุติสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด หากในอนาคตมีการระบาดระลอก 2 ก็มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย และความร่วมมือของประชาชนในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นจะรับมือต่อสถานการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;2 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่าในการสร้างความตระหนักรู้ของประชาชน จะเห็นได้ว่าการใส่แมสก์ การพกเจลล้างมือ กลายเป็นพฤติกรรมปกติไปแล้ว ประชาชนตระหนักดีถึงปัญหาและสามารถปรับตัวกับวิถีใหม่ จึงไม่เหลือเหตุผลใดในการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก อนาคตของประเทศไทยควรถูกกำหนดขึ้นจากประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ประโยชน์เพื่อความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายชัยธวัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ชี้แจงกรณีมีการแสดงความคิดเห็นหลังจากที่ประชุม สมช.มีมติต่ออายุการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือนว่าเป็นไปเพื่อความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่มีเหตุผลและข้อเท็จจริง การต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นไปตามมติของที่ประชุม ซึ่งได้พิจารณาถึงสถานการณ์ด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลักสำคัญ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในระลอกที่ 2 อย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางนฤมลกล่าวว่า ประชาชนได้เรียนรู้และป้องกันตนเองเป็นอย่างดี และเชื่อว่าประชาชนเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นและเห็นด้วยกับการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก ซึ่งต่อไปจะมีการเตรียมผ่อนคลายระยะที่ 3 และ 4 เพื่อให้ประชาชนทำกิจกรรมได้ตามปกติได้มากขึ้น แต่จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;
วันเดียวกัน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,037 ราย หายป่วยสะสม 2,897 ราย เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 56 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 84 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ 3 รายอยู่ใน กทม. 2 ราย สถานที่กักกันของรัฐ 1 ราย ซึ่งผู้ป่วยรายแรกเป็นชายไทยอายุ &amp;nbsp;72 ปี &amp;nbsp;มีโรคประจำตัวเบาหวาน มะเร็งปอด มีประวัติรักษาตัวที่โรงพยาบาลของรัฐใน กทม.เมื่อ 4 วันก่อน และมีประวัติไปตัดผมที่ร้านย่านประชาชื่น &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 18 พ.ค.พบว่ามีอาการไข้ ไอ และมีเสมหะ จึงไปรักษาตัวที่ รพ.เอกชน ก่อนย้ายไปยัง รพ.รัฐ &amp;nbsp;และวันที่ 20 พ.ค.ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ฉะนั้นจะเห็นว่ามีการไปโรงพยาบาลซึ่งมีความเสี่ยง รวมถึงการไปร้านตัดผม ทั้งสองแห่งจึงเป็นพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับรายนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า รายที่ 2 เป็นชายอายุ 42 ปี สัญชาติเยอรมัน ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีการแสดงอาการ แต่พบว่ามีประวัติไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดชัยภูมิตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ถึงวันที่ 16 พ.ค. โดยอาศัยอยู่ประมาณครึ่งเดือน และยังพบว่าชายคนดังกล่าวเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีความสงสัยว่าที่ จ.ชัยภูมิอาจเป็นส่วนหนึ่งที่มีปัจจัยเสี่ยงทำให้ติดเชื้อมา ดังนั้นมาตรการผ่อนคลายทั้งหลายยังมีความจำเป็น หากไปห้างสรรพสินค้าและไปร้านตัดผม หรือไปทำอะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้นในช่วงที่มีแพลตฟอร์มไทยชนะแล้วหรือยัง ถ้ามีแล้วก็จะทำให้เกิดประโยชน์ สามารถติดตามตัวกลุ่มเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ส่วนรายที่ 3 เป็นผู้หญิงอายุ 25 ปี เดินทางกลับจากเรียนภาษาที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 13 &amp;nbsp;พ.ค. และเข้าสถานกักกันตัวของรัฐ ก่อนจะตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 19 พ.ค.&amp;nbsp;
สถานกักตัวทางเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้พูดถึงเรื่องสถานที่กักกันตัวของรัฐแล้ว โดยมีอีกศัพท์หนึ่งที่เรียกว่า อัลเทอร์เนทีฟ สเตทควอรันทีน ซึ่งเป็นสถานที่กักกันตัวทางเลือก เนื่องจากรัฐอนุญาตให้ต่างชาติเดินทางเข้ามา เช่น เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ ที่มีใบอนุญาตให้เข้าที่ทำงาน, เจ้าหน้าที่สถานทูต ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วไม่อนุญาตให้เข้าที่ทำงานเลย แต่ให้เข้าสถานที่ที่รัฐจัดให้ แต่เขามีเงินและขอสถานที่กักกันตัวแบบดีขึ้นมาหน่อย เช่น โรงแรมชั้นดีและโรงพยาบาลชั้นดี โดยขอจ่ายเงินเอง ซึ่งได้ทดลองทำระบบดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่ามีผู้นิยมใช้บริการด้านนี้เป็นจำนวนมาก และไอเดียนี้จะถูกพัฒนาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าหมด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากมีคนเดินทางเข้าประเทศและสถานการณ์การติดเชื้อโควิดยังพุ่งขึ้นอยู่ &amp;nbsp;ภาครัฐคงอุ้มอย่างเดียวไม่ไหว การจะมารับรองเหมือนเดิมคงไม่เกิดแล้ว ถ้าเดินทางเข้ามาอาจให้เลือกตั้งแต่โรงแรม 6 ดาว เป็นต้น ร่วมกับโรงพยาบาลที่จะมาจับคู่กัน ฉะนั้นโรงแรมและโรงพยาบาลที่สนใจก็ถือเป็นโอกาส&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงตัวเลขการลงทะเบียนใน www.ไทยชนะ.com ว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ &amp;nbsp;20 พ.ค.มีร้านค้าลงทะเบียน 73,295 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 6,333,746 คน ส่วนผลการตรวจกิจการ/กิจกรรม ประจำวันที่ 21 พ.ค. ตรวจทั้งสิ้น 21,697 กิจการ/กิจกรรม พบว่าผู้ที่ปฏิบัติตามมาตรการแต่ไม่ครบมี 31 กิจการ/กิจกรรม ซึ่งสูงสุดเป็นเรื่องของการเว้นระยะห่าง ขณะที่สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) พบว่ามีการร้องเรียนเรื่องการมั่วสุม/การกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องการดื่มสุรา 50% อื่นๆ 33% และเล่นการพนัน 17% และเรื่องร้องเรียนการไม่ปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลาย วันที่ 21 พ.ค.พบว่ามีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 84 เรื่อง สูงสุดเป็นร้านอาหาร 58% &amp;nbsp;รองลงมาร้านเสริมสวย 23%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องแพลตฟอร์มไทยชนะ ว่าอาจมีการล้วงข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลด้านการเงิน นพ.ทวีศิลป์ยืนยันว่าไม่มีการล้วงข้อมูลส่วนตัวแน่นอน และไม่มีการไปตามเรื่องทางการเงิน และอยากขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ อย่างกรณี 2 รายที่ติดเชื้อรายใหม่ ถ้ามีการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะก็ทำให้สามารถติดตามตัวได้ง่าย รวมถึงประหยัดงบประมาณและประหยัดเวลา ควบคุมโรคได้ทัน ไม่ใช่จะไปดูธุรกิจการค้า การใช้จ่าย ไม่มีตัวเลขเงินอะไรในฐานข้อมูลให้เราได้รับรู้ ไม่ต้องกังวลใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่ากลุ่มผู้ประกอบการร้านนวดเตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 31 พ.ค.นี้ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า &amp;nbsp;เห็นใจมากๆ ตนเองก็ชอบไปร้านนวดเพื่อนวดผ่อนคลาย และร้านนวดเป็นหนึ่งในอีกหลายกิจการรอผ่อนปรนระยะที่ 3 หรือต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถให้คำตอบได้ทั้งหมด ถ้าตัวเลขต่างๆ ดีก็จะเกิดขึ้นได้ &amp;nbsp;ถ้าพรุ่งนี้หรืออีก 9 วันข้างหน้าเราการ์ดตก ตัวเลขเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ก็จะไม่ใช่ภาพนี้ ถ้าผู้ประกอบการร้านนวดอยากเปิดในระยะที่ 3 ขอให้ใช้เวลา 9 วันนี้ต้องคิดภาพใหญ่ให้ละเอียดกว่ารัฐบาลคิด เพื่อดูแลคนของท่าน หากมีข้อเสนอมาถึง ศบค.ว่าหากเปิดแล้วมั่นใจว่าไม่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดจากธุรกิจของท่าน นี่คือการบ้านที่ต้องไปทำ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม&amp;nbsp;
สธ.จับตา 2 รายติดเชื้อใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเปิดห้างสรรพสินค้าได้ แต่เปิดโรงเรียนไม่ได้ นพ.ทวีศิลป์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การศึกษามีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่กลุ่มนักเรียนมีความเปราะบางและเสี่ยงติดเชื้อ หากมีการแพร่ระบาด เพราะลักษณะนิสัยของเด็กชอบเล่นสัมผัสกัน รวมถึงฤดูนี้เป็นฤดูฝน มีความเป็นห่วงเรื่องการระบาดไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเด็ก ฉะนั้นมาตรการทั้งหลายที่มีการผ่อนปรน คณะกรรมการวิชาการศึกษาข้อมูลอย่างดี ทั้งของต่างประเทศด้วย เราอาจชะลอการเปิด ไม่ใช่ไม่เปิด เมื่อมั่นใจก็จะเปิด ส่วนห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่เดินทางไปซื้อของ มีมาตรการต่างๆ ที่ผู้ประกอบการดูแลอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 3 ราย โดย 2 รายติดเชื้อจากการไปสถานที่ชุมชน ซึ่งมีจำนวนน้อยก็จริง แต่เราไม่อยากเห็นตัวเลขที่มากกว่านี้ เพราะตัวเลขหลักเดียวหรือสองหลัก เรายังจัดการควบคุมได้ดี ส่วนกรณีผู้ติดเชื้ออายุ 72 ปีที่เกี่ยวข้องกับร้านตัดผมและ รพ.นั้น ทีมสอบสวนโรคได้ข้อมูลเบื้องต้นและลงพื้นที่แล้ว หากร้านตัดผมหรือโรงพยาบาลที่ได้ระบุไว้มีการลงระบบไทยชนะ เราก็จะพบข้อมูลว่าใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์กล่าวเพิ่มเติม ส่วนผู้ติดเชื้อชาวเยอรมันที่ไปห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ที่เพิ่งมีผ่อนปรนนั้น อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับกิจการที่ผ่อนปรนก็ได้ อาจติดเชื้อจากคนที่บ้าน คงเร็วเกินไปที่จะตัดสิน ทั้งนี้ 2 รายที่ปรากฏตัวที่โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยรายอื่นที่ยังไม่มาที่โรงพยาบาลก็ต้องดูกันต่อไป ถ้าเป็นกลุ่มก้อนที่ชัดเจนแปลว่าระลอกที่ 2 อาจมาแล้ว ก็ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้ในเรื่องของการคัดกรองเฝ้าระวังควบคุมโรค ส่วนจะถึงขั้นต้องหยุดกิจกรรมบางอย่างหรือไม่คงต้องดูข้อมูลก่อนว่าอยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้หรือไม่ ถ้าควบคุมได้ก็ไม่มีการปิดกิจการ โดยทุกคนต้องช่วยกันเพื่อที่จะทำให้ยังสามารถเปิดกิจการต่อได้และปลอดภัยจากโรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยธวัช ตุลาธน, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec67e0b8f20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
