<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ชี้เปิดเมืองทำกิจการได้ปลอดภัยทุกฝ่ายต้องเข้ม4มาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64-นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(ปบัดสธ.) กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด หายกลับบ้านได้ 9,981 ราย หายป่วยสะสม 1,554,887 ราย ติดเชื้อรายใหม่ 10,817 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 110,880 ราย และเสียชีวิต 84 ราย ภาพรวมในขณะนี้แนวโน้มทรงตัว บางพื้นที่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนจากการรวมกลุ่มทำกิจกรรม อาทิ งานสังสรรค์ งานศพ รวมถึงยังพบการติดเชื้อในโรงงาน สถานประกอบการ แคมป์ก่อสร้าง สถานที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มแรงงานต่างด้าว ขณะที่บางพื้นที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น พบผู้ติดเชื้อประปรายและสามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงมีแนวทางที่จะเปิดกิจการ กิจกรรม และเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ในชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า การดำเนินกิจการ กิจกรรมต่างๆ และการเปิดเมืองให้ปลอดภัยและยั่งยืนทุกคน ทุกฝ่าย ต้องตระหนักและเคร่งครัดใน 4 มาตรการสำคัญคือ 1.การฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายและครอบคลุม ซึ่งขณะนี้ได้จัดหาวัคซีนไว้เพียงพอที่จะให้กับประชาชนตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป 2.การป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) โดยคิดไว้เสมอว่าทุกคนอาจเป็นผู้ติดเชื้อแฝง และป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดกับทุกคน 3.การใช้ชุดตรวจ ATK คัดกรอง เพื่อให้ผลเร็ว เข้าสู่ระบบรักษารวดเร็ว ลดการแพร่เชื้อ และ 4.การดำเนินการตามแนวทาง COVID Free Setting ซึ่งองค์กร สถานประกอบการต่างๆ ต้องปฏิบัติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งหากดำเนินการได้ครบถ้วนทั้ง 4 มาตรการ มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด 19 ได้ และประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติแบบวิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการนำร่องเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวใน 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) พังงา (เขาหลัก เกาะยาว) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก) ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่กำหนด ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างดี สามารถเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ในแผนจะเปิดเพิ่ม โดยต้องจัดตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อติดตามเฝ้าระวังและควบคุมโรค เข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมาตรการ Bubble and Seal ผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มตามเกณฑ์ และมีผลการตรวจ RT-PCR ไม่พบเชื้อ ภายใน 72 ชม. จะลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน แต่หากไม่ได้ฉีดวัคซีน จะลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ระหว่างอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว จะต้องตรวจ RT-PCR /ATK ตามกำหนด ส่วนประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 80%&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119316</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, สธ., เปิดเมือง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162ac4ddffb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.เผยอ่างทองระดับน้ำลดลง ไม่กระทบจุดฉีดวัคซีนโควิด เร่งฉีดให้ได้ตามเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64 - ที่โรงพยาบาลอ่างทอง จ.อ่างทอง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม การควบคุมโรคโควิด 19 และการจัดบริการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.อ่างทอง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 47 ตำบล 219 หมู่บ้าน 5,116 หลังคาเรือน รวม 15,328 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับผลกระทบ 7 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต จากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจรักษาประชาชน โรคที่พบบ่อยคือ น้ำกัดเท้า 417 ราย อาการระบบกล้ามเนื้อและกระดูก 332 ราย และระบบผิวหนัง แพ้ ผื่นคัน 217 ราย มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 2 แห่ง คือ รพ.สต.ป่าโมก และ รพ.สต.บ้านเลน แต่ยังให้บริการได้ ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ และจุดฉีดวัคซีนโควิด 19 ไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 9 เมตร หากระดับน้ำขึ้นสูงถึง 10 เมตร โรงพยาบาลอ่างทองจะมีความเสี่ยงถูกน้ำท่วม ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์แล้ว ทั้งเฝ้าระวังปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วม โดยเฉพาะระบบประปาและบำบัดน้ำเสีย เตรียมเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไว้ที่ปลอดภัย สำรองออกซิเจน เชื้อเพลิง ยา เวชภัณฑ์ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด 23 ราย โดยผู้ป่วยสีแดงจะส่งต่อโรงพยาบาลสระบุรี และสีเหลืองส่งต่อโรงพยาบาลชุมชน พร้อมออกหน่วยดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จัดส่งยาถึงบ้าน และเปิดโรงพยาบาลสนามดูแลผู้ป่วย&amp;quot; นพ.เกียรติภูมิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 จ.อ่างทอง มีแนวโน้มลดลง พบผู้ติดเชื้อวันละ 20-30 ราย ใช้ระบบการดูแลรักษาที่ชุมชน (Community Isolation) มีทั้งหมด 35 แห่งใน 7 อำเภอ รวม 1,268 เตียง ส่วนผู้ป่วยอาการรุนแรงที่รักษาในโรงพยาบาลลดลงต่อเนื่อง โรงพยาบาลอ่างทองมีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจเหลือ 2 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มที่ 1 ฉีดได้ 96,154 ราย คิดเป็นร้อยละ 32.96 ของประชากร กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดแล้วร้อยละ 47.22 กลุ่มนักเรียนอายุ 12-17 ปี แสดงความประสงค์ 16,762 คน ฉีดแล้ว 2,000 กว่าคน ได้กำชับให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 50 ในสิ้นเดือนตุลาคม รวมถึงเฝ้าระวังการติดเชื้อ เน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงด้วย ATK เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119156</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, น้ำท่วมอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ff62e024d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเกียรติภูมิ&#039;ให้ความหวัง 1ม.ค.65 มีแนวโน้มชีวิตจะกลับมาปกติแบบนิว นอร์มอล  ประกาศเร่งฉีดวัคซีนพ.ย.เข็ม1 ให้ได้ 75% เข็ม 2  ได้55  % </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าว&amp;quot;สถานการณ์โควิด 19 และมาตรการควบคุมป้องกันการระบาด Covid Free Setting / Universal Prevention&amp;quot; นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สถานการณ์การฉีดวัคซีนในประเทศไทยยอดรวมกว่า 57 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 33.7 ล้านคน เฉลี่ย 46.9% เข็มที่ 2 จำนวน 22 ล้านคน เฉลี่ย 30.5% และเข็มที่ 3 เฉลี่ย 1.6 ล้านคน &amp;nbsp;หรือ &amp;nbsp;2.2% แยกเป็นกลุ่มเป้าหมายในการได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เฉลี่ย 59.3% กลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เฉลี่ย 62% และในกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาที่ตั้งเป้าฉีดไว้จำนวน 4 ล้านโดส ขณะนี้ได้รับเข็มที่ 1 จำนวน 74,501 คน เฉลี่ย 1.7% จากข้อมูลการฉีดวัคซีนในภูมิภาคอาเซียนไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ที่มีประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส 50% และประเทศอินโดนีเซียที่ฉีดมากที่สุดถึง 150 ล้านโดสแต่เนื่องจากประชากรมาก จึงครอบคลุมประชากรเพียง 34.7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ส่วนเป้าหมายในเดือนพ.ย.64 ประชาชนต้องรับวัคซีนจำนวนเข็มที่ 1 ให้ได้ 53 ล้านคน 75% เข็มที่ 2 ได้ 39 ล้านคน คิดเป็น 55% นั่นหมายความว่า เราสามารถทำได้ตามแผน มีวัคซีนอย่างเพียงพอ และได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการฉีดวัคซีน เราก็จะทำได้ตามมาตรฐานโลกในการฉีดวัคซีนของประเทศที่พัฒนาแล้ว และในเดือนธ.ค.64 วัคซีนจะครอบคลุมในเข็มที่ 1 ถึง 60 ล้านคน เฉลี่ย 85% เข็มที่ 2 จำนวน 49 ล้านคน เฉลี่ย 70% &amp;nbsp;หมายความว่าเมื่อถึงสิ้น ธ.ค. เกือบทุกคนในประเทศไทยจะได้รับวัคซีนเรียบร้อยอย่างน้อย 2 เข็ม และเข็ม 3 ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นต่อไป หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่าในวันที่ 1 ม.ค.65 สถานการณ์จะคลี่คลายได้มาก การดำเนินชีวิตต่างๆ ก็คงกลับมาอยู่ในรูปแบบปกติ แบบวิถีใหม่(New normal)&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;การผ่อนคลายมาตรการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวในร้านอาหาร หรือโรงหนัง หรือกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นสถานที่หรือสถานประกอบต้องมีความปลอดภัย มีอากาศถ่ายเท พนักงานและลูกค้าจะต้องมีภูมิจากการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและประเทศได้หน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึงสถานการณ์การระบาดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ไม่นานนี้ในจังหวัดยะลา สงขลา ปัตตานี พบว่ามีการระบาดทั้ง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เบตา แอลฟ่า เดลต้า ซึ่งสายพันธุ์เดลต้ามีการแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์แอลฟ่า จึงได้มีการดำเนินการมาตรการ universal prevention การกระจายวัคซีนเข้าในพื้นที่ รวมไปถึงการตรวจ ATK เชิงรุก และการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง มีจำนวนเตียงที่เพียงพอในการรองรับ คาดว่าในอีก 1 เดือนสถานการณ์ในภาคใต้ก็จะดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงผลสำรวจพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการ universal prevention ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค -17 ก.ย.64 ในภาพรวมประชาชนทำได้ตามมาตรการ &amp;nbsp;44% แต่ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน คือ เรื่องการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กับคนในบ้านอยู่ที่ 65% เมื่อเทียบการตรวจ ATK หากสงสัยว่ามีความเสี่ยงอยู่ที่ 73.6% &amp;nbsp;ส่วนมาตรการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวดและพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ซึ่งได้มีการนำมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร(Covid Free Setting) เพื่อแบ่งกิจการและกิจกรรมตามระดับความเสี่ยงรวม 19 กิจกรรม/กิจการ โดยกลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น ร้านสัก ร้านทำเล็บ โรงยิม/ฟิตเนส ที่มีเครื่องปรับอากาศ โรงงเรียน ตลาด &amp;nbsp;ที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง อาทิ สุขลักษณะ ความสะอาด การระบายอากาศ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่มีการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ลดการแพร่ระบาดในวงกว้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยในวันนี้การตรวจเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK จำนวน 96,535 คน พบผลบวก 4,783 คน แต่ในส่วนของ ATK ที่แจกให้กับประชาชนได้ตรวจเองยังมีการรายงานผลเข้ามาน้อยไม่ถึง 10% อยากจะย่ำว่าชุดตรวจ ATK จึงนับว่าเป็นอีกเครื่องมือสำคัญในการตรวจเชิงรุก และหากมีอาการสงสัยว่าสัมผัสเสี่ยงหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรรีบตรวจด้วย ATK เนื่องจากมีการพบคลัสเตอร์ในกลุ่มย่อยๆอยู่หลายจุด เช่น กลุ่มคนที่ไปร่วมงานศพ กลุ่มคนทำล้งผลไม้ กลุ่มคนไปตลาด ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนประเมินความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ดังนั้นเมื่อสงสัยควรตรวจทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้บอกว่ามีการแจ้งชื่อแสดงความจำนงค์ของเข้ารับวัคซีนจำนวน &amp;nbsp;3.6 ล้านคน และมีแจ้งเพิ่มเติมอีกกว่า 1 แสนคน ซึ่งหลายคนมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนไฟเซอร์ ทั้งกล้ามเนื้อและเยื้อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งพบในอัตราที่ต่ำมากตั้งแต่เริ่มฉีดในเด็กกลุ่มที่มีโรคประจำตัวกว่า 1 แสนคน พบเพียง 6 คน ที่มีอาหารแน่นอก ใจสั่น หายใจเหนื่อย หรือหน้ามืดเป็นลมหมดสติ แต่สามารถรักษาหายได้ ดังนั้นหากเด็กได้รับวัคซีนหลัง 1-5 วัน พบอาการเหล่านี้ควรรีบแจ้งผู้ปกครองเพื่อเข้าพบแพทย์&amp;rdquo; นพ.เฉวตสรร ระบุ&amp;nbsp;
...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119069</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, 1ม.ค.65, ชีวิตปกติแบบนิวนอร์มอล, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb71a7aa98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. แจงโควิดยะลาพบผู้ติดเชื้อเพิ่มพรวด 738 ราย ชี้ปัจจัยเสี่ยงจัดกิจกรรม-งานเลี้ยงในชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด 19 จ.ยะลา ว่า วันนี้ (2 ต.ค 2564) ประเทศไทยมีผู้ป่วยโควิดรักษาหาย 13,127 ราย สูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบ 11,375 ราย และเสียชีวิต 87 ราย สำหรับ จ.ยะลา ที่พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของประเทศ คือ 738 รายนั้น ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลาว่า การติดเชื้อในพื้นที่ยังเป็นลักษณะเดิม คือ การติดเชื้อในบ้านและชุมชน ไม่ได้มีการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคน เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยงในชุมชน เป็นต้น สำหรับโรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอ จ.ยะลา มีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 0.74 น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการลดผู้ติดเชื้อ จะเฝ้าระวังการเสียชีวิตของกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและคัดกรองการติดเชื้อในชุมชน รวมถึงย้ำมาตรการ DMHT ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน จะมีการตั้งศูนย์สู้ภัยโควิดในที่ทำงาน เช่น สำนักงาน โรงงาน สถานประกอบการ ร้านอาหาร และตลาด โดยเน้นมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) และการทำงานที่บ้าน (Work From Home) การตรวจพนักงานด้วยชุดตรวจ ATK ประมาณ 10% ทุกสัปดาห์ เพื่อเฝ้าระวังและแยกกักผู้ติดเชื้อโดยเร็ว ป้องกันไม่ให้สถานที่เสี่ยงเหล่านี้เป็นแหล่งแพร่เชื้อ ตัดวงจรการระบาด และป้องกันการนำเชื้อกลับไปแพร่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งภาพรวม จ.ยะลา ฉีดวัคซีนโควิด- 19 เข็มที่ 1 แล้ว 47% ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 60% โดย อ.เมืองยะลา และ อ.เบตง ได้รับวัคซีนแล้วกว่า 70% แต่ยังต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 และเข้มมาตรการร้านอาหารต้องฉีดวัคซีนพนักงานให้ครบ 2 เข็ม โดยจะระดมสรรพกำลังทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และประชาชนในการสื่อสารทำความเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งมีประสิทธิผลในการลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต โดยการฉีดด้วยสูตรไขว้ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้าห่างกัน 3 สัปดาห์ ที่กำลังใช้อยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะช่วยให้ฉีดเข็ม 2 ได้ครอบคลุมเร็วขึ้น และในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ จะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118558</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61584b7a6d998.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาธารณสุข ยก ต. นาโพธิ์กลางจ.อุบลฯ ต้นแบบใช้ ‘ธรรมนูญตำบลสู้ภัยโควิด 19’ แห่งแรกในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทยที่ผ่านมามีการกระจายไปในหลายพื้นที่ ทั้งกทม. ปริมณฑล และในต่างจังหวัด ทำให้ทุกพื้นที่ต้องบริหารจัดการ เตรียมความพร้อมรับมือทั้งการป้องกัน ควบคุมโรค และการให้การดูแลรักษาหากพบผู้ติดเชื้อ โดยชุมชนตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ตระหนักและหารือร่วมกับทุกภาคส่วน หามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่และแนวทางการแก้ไขปัญหา จึงได้ประกาศใช้ &amp;ldquo;ธรรมนูญตำบลนาโพธิ์กลาง ว่าด้วยมาตรการไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; (โควิด 19) พ.ศ. 2563&amp;rdquo; เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อกำหนดเป็นกติกาหรือข้อตกลงร่วมกันของชุมชนในการสู้ภัยโควิด 19 ซึ่งได้ขยายผลไปยังตำบล อำเภอ และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 โดยธรรมนูญตำบลว่าด้วยมาตรการไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ธรรมนูญตำบลสู้ภัยโควิด 19 ของพื้นที่ ต.นาโพธิ์กลาง มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมทั้งชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน ส่วนราชการและเอกชน กำหนดแนวทางให้คนในชุมชนยอมรับเป็นกติกาและนำไปใช้ปฏิบัติโดยทันที ซึ่งประกาศใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2563 โดยผู้นำชุมชน ทำให้ประชาชน ในตำบลรับทราบแนวปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการต่างๆ อาทิ การเว้นระยะห่างในชุมชน, การจัดบริการร้านอาหาร, การขออนุญาตกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้า-ออกตำบลเมื่อเข้ามาขายของในพื้นที่, กรณีเดินทางมาจากต่างจังหวัด ต้องรายงานตัวต่อกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)&amp;nbsp;เป็นต้นผู้สนับสนุนให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และการกักตัวในสถานที่กักตัวของชุมชน ในช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายส่งผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา เป็นต้น ซึ่งมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอชื่นชมทีมตำบลนาโพธิ์กลางทุกภาคส่วน ที่ดำเนินการดูแลประชาชนในพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ได้อย่างเข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในการควบคุมป้องกันโควิด และเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ศึกษาและนำไปใช้ &amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 10 กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด 19 ของตำบลนาโพธิ์กลาง พบผู้ติดเชื้อในเดือนเมษายน 2563 จำนวน 1 ราย เดินทางกลับจากการทำงานที่สนามมวยลุมพินีในช่วงที่มีการระบาด ส่วนปี 2564 พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 15 ราย นำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;85 ราย รวมทั้งสิ้น 100 ราย นอกจากนี้มีกลุ่มที่กลับจากต่างประเทศ กรุงเทพ และปริมณฑล รายงานตัว จำนวน 308 ราย ทุกรายไม่พบเชื้อ ด้วยมาตรการธรรมนูญตำบลที่เข้มแข็งทำให้ควบคุมสถานการณ์ได้และไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117182</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนูญตำบลสู้ภัยโควิด 19, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61470f0b0dda5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ประกาศ 24ก.ย.วันมหิดล ฉีดวัคซีน 1 ล้านโดส รวมเข็ม1 ,2 , 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ก.ย.64- นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประชุมวิดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนการฉีดวัคซีนและรวมพลังนัดหมายประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ 1 ล้านเข็ม (รวมวัคซีนทุกชนิดทั้งเข็มที่ 1, 2 และ 3) พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 24 กันยายนนี้ เนื่องในวันมหิดล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;ldquo;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน&amp;rdquo; ที่ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ในด้านการแพทย์การสาธารณสุข และเพื่อประโยชน์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สถานการณ์โควิด 19 ของประเทศขณะนี้มีแนวโน้มการติดเชื้อลดลงชัดเจน &amp;nbsp;และมี 25 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุได้เกิน 50% แล้ว ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง ยะลา สงขลา และกทม. สามารถขับเคลื่อนฉีดวัคซีนแบบปูพรมฉีดให้กับประชาชนทุกกลุ่มได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ให้ 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และชลบุรี เตรียมความพร้อมรองรับตามแผนการเปิดประเทศระยะที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ และเพื่อสนับสนุนการเปิดประเทศในระยะต่อไป เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม ได้กำหนดให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เลือกจังหวัดที่ประชาชนได้รับวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุม 50% มา 1 อำเภอ ซึ่งเป็นอำเภอที่ฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% และมีตำบลหรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ฉีดได้ครอบคลุม 80% รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) และสถานประกอบการดำเนินการตามแนวทาง Covid Free Setting &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116803</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, ฉีดเข็ม3, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, วันมหิดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141b584c2b94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.ย้ำ2สัปดาห์ที่ผ่านมาแนวโน้มโควิดดีขึ้นชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น มีจำนวนผู้หายป่วยรายวันมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มลดลง และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงชัดเจน เช่น โรงพยาบาลสนามบุษราคัม&amp;nbsp;จากเคยมีผู้ป่วยมากกว่า 3,500 คน ลดเหลือ 1,500 คน ศูนย์นิมิบุตรมีผู้ป่วยรอส่งต่อเหลือไม่ถึง 70 คน ภาพรวมมีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 1,040,768 ราย จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 1,219,531 ราย วันนี้ มีผู้ที่หายป่วย 18,996 ราย ติดเชื้อรายใหม่ 14,802 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่รัฐบาลอนุญาตให้กิจการ กิจกรรม บางประเภทสามารถเปิดบริการได้ภายใต้มาตรการที่รัฐกำหนด และหลักการ COVID-Free Setting ในพื้นที่สีแดงเข้ม เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และขนส่งสาธารณะ เป็นต้น เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศสามารถเดินหน้าต่อได้และผ่อนคลายการใช้ชีวิตให้กับประชาชน โดยยังต้องป้องกันตนเองขั้นสูงสุด คิดเสมอว่าคนรอบข้างมีความเสี่ยงหรือติดเชื้อ ให้ปฏิบัติตัวตามมาตรการ Universal Prevention คือ ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น เว้นระยะห่างจากคนอื่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัส หน้ากากอนามัย เลี่ยงการออกนอกบ้านเว้นแต่จำเป็น ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ และหากสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรรับการตรวจด้วย ATK&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์หลังผ่อนคลายใน 2 สัปดาห์อย่างใกล้ชิด หากดีขึ้นรัฐบาลจะพิจารณาเปิดกิจการ กิจกรรมเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติได้ต่อไป นอกจากนี้ขอให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามกำหนดนัดหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง และหากป่วยจะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีนของประเทศไทย ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2564 มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมแล้ว 32,600,001 โดส ถือว่าฉีดได้เกินเป้าหมาย เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 23,975,098 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 8,212,750 ราย เข็มที่ 3 สำหรับบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ต้องสัมผัสผู้ป่วย 592,153 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115278</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ผู้ติดเชื้อ, วัคซีน, สธ., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f2180f171e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
