<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดสุขภาพลาออกเพียบ หนีแจงบัญชีทรัพย์สินปปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนีแจงบัญชีทรัพย์สินกันจ้าละหวั่น บอร์ดองค์กรด้านสุขภาพทยอยลาออกเพียบ &amp;quot;หมอปิยะสกล&amp;quot; ขอให้รอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ก่อน ขณะที่บอร์ด สปสช.เลือก 4 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน กก.ที่ลาออกแล้ว &amp;quot;นิมิตร์&amp;quot; ตั้งคำถามทำไมไม่พร้อมเปิดเผย ด้าน ป.ป.ช.ยันประกาศชัดเจนแล้วยังไม่มีมาตรการเพิ่มเติม ส่วนบอร์ด สปสช.ลาออกเป็นสิทธิส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีการประชุมคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยมี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ดเป็นประธาน เพื่อพิจารณาสรรหากรรมการแทนผู้ที่ลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวภายหลังว่า สำหรับการพิจารณาเลือกกรรมการสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิแทน 4 ท่านที่ลาออกไปนั้น ประกอบด้วย 1.นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข เป็นกรรมการ สปสช.สัดส่วนด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเคยเป็นปลัดกระทรวง และเคยเป็นกรรมการในบอร์ดสปสช. 2.พลเอก นพ.เอกจิต ช่างหล่อ กรรมการ สปสช.สัดส่วนด้านแพทย์ทางเลือก โดยเป็นผู้รู้ด้านแพทย์ทางเลือก 3.นางดวงตา ตัณโช กรรมการ สปสช. สัดส่วนด้านการเงินการคลัง ซึ่งเคยเป็นกรรมการ สปสช.ปีที่ผ่านมา และ 4.นางสมศรี วัฒนไพศาล กรรมการสัดส่วนด้านกฎหมาย ซึ่งก็มีความรู้ด้านกฎหมาย และเป็นรองอัยการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีลาออกเพิ่มเติม คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.นั้น ได้มีการหารือกันแล้วโดยได้ส่งผู้แทนจาก กทม. คือ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม.มาแทน ส่วนสภาเภสัชกรรมก็ส่งผู้แทนมาใหม่แล้วเช่นกัน คือ ภญ.วรนัดดา ศรีสุพรรณ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวบอร์ดอื่นๆ ทยอยลาออกด้วย ทั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า ทราบเบื้องต้นว่ามีการลาออก แต่ยังไม่เห็นหนังสือรายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามคิดว่าทุกคนกำลังรอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนประกาศอย่างไร จะให้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะชัดเจนภายในเดือนนี้ หากใครยังลังเลอยู่ขอให้รอความชัดเจนตรงนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าล่าสุดเหมือนบอร์ดสถาบันรองรับคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) จะลาออกยกชุด ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวว่าตนยังไม่เห็นรายงานเข้ามา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าบอร์ดในแวดวงสาธารณสุขเริ่มมีกรรมการยื่นหนังสือขอลาออกบ้างแล้ว อย่างที่ทราบบอร์ด สปสช.มีรวม 6 คน ขณะที่บอร์ด สรพ.มีข่าวว่าจะลาออกยกชุด แต่ยังไม่มีความชัดเจน เบื้องต้นมี 3 คนที่ยื่นหนังสือลาออกแล้ว ได้แก่ 1.นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย 2.น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต และ นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ &amp;nbsp;อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนบอร์ด สพฉ.มีข่าวว่ายื่นลาออก 3 คน คือ นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ส่วนอีก 2 คนยังไม่ยืนยันว่ายื่นหนังสือลาออกแล้วหรือยัง คือ นายมนัส แจ่มเวหา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน และ นพ.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;สถิตนิรามัย ขณะที่บอร์ด สวรส.มีผู้แสดงความประสงค์แต่ยังไม่ยื่นหนังสือ 2 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล &amp;nbsp;(องค์การมหาชน) หรือ สรพ.กล่าวว่า บอร์ดของ สรพ.มีกรรมการทรงคุณวุฒิทั้งหมด 8 คน ล่าสุดยื่นขอลาออกถึง 3 คน ซึ่งทั้งหมดยื่นหนังสือลาออกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนั้นขณะนี้ต้องให้บอร์ดที่เหลืออีก 5 คนทำการสรรหากรรมการใหม่ 3 คน แต่จากการที่ นพ.สุรเชษฐ์ซึ่งเป็นประธานบอร์ดได้ลาออกด้วย ทำให้ต้องตั้งกรรมการ 1 ใน 5 คนมาเป็นรักษาการแทนไปก่อน แต่เบื้องต้นคาดว่าไม่กระทบกับการทำงานมากนัก แต่จะมีผลทำให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ มีความล่าช้าลง เพราะบอร์ดชุดนี้ก็เพิ่งทำการแต่งตั้ง เชื่อว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อการพิจารณาโบนัส เพราะกรรมการที่เหลือสามารถพิจารณาได้ และขณะนี้ได้ส่งหนังสือรายงานไปให้ รมว.สธ.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากบอร์ด สรพ.แล้ว ทั้งนี้ตนไม่ได้คัดค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สินเพราะถือเป็นการป้องกันการทุจริตได้ แต่คิดว่าไม่ควรมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะอาจเป็นการกระทบต่อบุคคลที่สามหรือไม่ ที่สำคัญมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินและมีการเปิดเผย กับการที่ตนมานั่งทำงานเป็นบอร์ดให้ สรพ.ซึ่งเป็นองค์การมหาชน งบประมาณไม่ได้มากมาย และการตัดสินใจพิจารณาเรื่องต่างๆ ก็เป็นองค์คณะ ไม่ใช่รายบุคคล ซึ่งตนก็ไม่ใช่มาทำงานการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้บอร์ดของ สวรส.มีการแจ้งความประสงค์ว่าจะยื่นเรื่องลาออกจำนวน 2 คน แต่ก็ยังไม่มีการยื่นหนังสือมาอย่างชัดเจน เพราะเชื่อว่ายังรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และอดีตกรรมการบอร์ด สปสช.สัดส่วนภาคประชาชน กล่าวว่า ในแง่ของการแสดงบัญชีทรัพย์สินภายใต้รัฐธรรมนูญนั้น ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่มีความเหมาะสมเพื่อใช้ในการควบคุม กำกับดูแลบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐที่มีส่วนในการจัดการการเงินของประเทศ แต่ทั้งนี้การที่บอร์ด สปสช.ได้ลาออกไปนั้น ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรเพราะไม่ได้มีการเปิดเผย แต่หากมีเหตุผลว่าไม่พร้อมที่จะเปิดเผย ก็เป็นสิ่งที่สังคมต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับการทำงานที่ผ่านมา ทำไมถึงไม่พร้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งก็สามารถมองได้เป็น 2 ประเด็น คือ 1.แบบฟอร์มที่ให้กรอกอาจมีความยุ่งยาก หากกรอกผิดอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง เช่นอาจจะมีโทษต่างๆ ตามมา ดังนั้นต้องมีความชัดเจนว่าส่วนไหนต้องยื่น ส่วนไหนไม่ต้อง เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้แสดงบัญชีทรัพย์สินสามารถมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาภายหลัง หรือ 2.การที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินทำให้กระทบชีวิตส่วนตัวมากเกินไปหรือไม่ ทั้งคู่สมรสและตัวกรรมการเอง อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่ได้กระทบกับระบบบริการ เพราะระบบไม่ได้ขับเคลื่อนไปด้วยบุคคล แต่สามารถเดินหน้าไปด้วยด้วยตัวระบบเอง&amp;quot; นายนิมิตร์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีการลาออกจากบอร์ด สปสช. สืบเนื่องจากประเด็นการยื่นทรัพย์สินตามประกาศของ ป.ป.ช. ว่า ขณะนี้ในส่วนของ ป.ป.ช.เองยังไม่มีมาตรการหรือคำสั่งเพิ่มเติมในการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ออกไปอีกครั้ง มีแต่เพียงคำสั่งเดิมเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ยืดระยะเวลาการบังคับใช้ออกไป 60 วันในกลุ่มที่กำหนดไว้ ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นั้นยืนยันขณะนี้ยังไม่มีแน่นอน เพราะที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศชัดเจนแล้ว ส่วนกรณีที่มีการลาออกของบอร์ด สปสช. ถือเป็นสิทธิของเจ้าตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศแล้วว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้พิจารณาทบกวนก่อนจะมีการบังคับใช้เสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23400</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, นพ.นพพร ชื่นกลิ่น, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นิมิตร์ เทียนอุดม, พลเอก นพ.เอกจิต ช่างหล่อ, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c053fe752755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ซีลไทยดำน้ำสุดเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; เผย 13 หมูป่าร่างกายดีขึ้น น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย 2-3 กิโล เริ่มทำกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ &amp;quot;หมอภาคย์&amp;quot; พบเด็กๆ สวมกอดกันอบอุ่น โพสต์ชม &amp;quot;โค้ชเอก&amp;quot; ผู้เสียสละแท้จริง &amp;nbsp;มั่นใจทุกคนเติบโตเป็นคนดี &amp;quot;ว.วชิรเมธี &amp;quot; ทำ จ.ม.เปิดผนึกถึงผู้ปกครองทีมหมูป่าเห็นด้วยไม่รับทุนการศึกษา &amp;quot;วธ.&amp;quot; เดินหน้าบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ &amp;quot;ดอน&amp;quot; เผยสื่อนอกให้เอกสิทธิ์ทูตนักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนเพราะรับภารกิจเสี่ยงหากเกิดความผิดพลาด &amp;quot;อันส์เวิร์ธ vs. อีลอน มัสก์&amp;quot; ซัดกันแหลกถึงขั้นขู่ฟ้องร้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัด สธ.) แถลงถึงความคืบหน้าอาการของโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จ.เชียงราย ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพของโรงพยาบาล ทุกคนสุขภาพร่างกายดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-3 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ โดยทำกิจกรรมกลุ่มตามกระบวนการทางจิตวิทยา อาทิ การสำรวจความรู้สึกภายใน การจัดการกับความรู้สึก การสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา เพื่อให้ทุกคนมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 19 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการล่าสุดเช้าวันนี้ กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.61 &amp;nbsp;อาการทั่วไปปกติ ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.61 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติทุกคน ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.61 อาการทั่วไปปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน&amp;quot; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับแผนการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ได้ให้โรงพยาบาลแม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ อ.แม่สายร่วมกันดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ ร่วมกับทีมหมอ ครอบครัว และครูในโรงเรียนที่น้องๆ นักฟุตบอลเรียนอยู่ โดยมีสมุดคู่มือสุขภาพให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และการติดตามน้ำหนักตัว ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการติดตามผลในระบบโรงเรียนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ภาคย์ โลหารชุน&amp;quot; ของ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน.สร.3 ได้เผยแพร่ภาพกำลังสวมกอดอย่างอบอุ่นกับน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ซึ่งหมอภาคย์เป็นหนึ่งในทีมที่เข้าไปช่วยเหลือและอยู่กับทุกคนในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย พร้อมระบุข้อความ &amp;quot;เจอกันที่โคราชนะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ท.นพ.ภาคย์ยังระบุว่า สิ่งที่ผมประทับใจเด็กๆ ทีมหมูป่าคือเรื่อง &amp;quot;ความสดใสซื่อเดียงสา มองโลกในแง่ดี มีขวัญ&amp;amp;กำลังใจดีเยี่ยม แม้จะอยู่ในสถาพแวดล้อม/สถานการณ์วิกฤติ ทุกวันเด็กๆ จะไปขุดโพรงหาทางออกโดยใช้เศษหิน (ได้ลึกถึง 5 เมตรเลย) ทั้งๆ ที่ไม่ได้กินข้าวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.นพ.ภาคย์ระบุด้วยว่า &amp;quot;มีวินัย...รวบรวมเศษขยะหลังกินแต่ละมื้อทิ้งลงถุงดำ โค้ชเอกสอนเด็กๆ เสมอว่าไม่ให้เก็บสิ่งของจากในถ้ำเอากลับไปเป็นของตนเอง...ซึ่งเด็กๆ ทุกคนก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี เรื่องโค้ชเอกจิตใจดีงาม เป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง ผมแอบสังเกตตั้งแต่วันแรก เอกจะให้เด็กๆ อิ่มก่อน โดยแบ่งอาหารในส่วนของตนให้เด็กๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
มั่นใจหมูป่าโตเป็นคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจในการดูแลเอาใจใส่เด็กๆ อย่างดีก่อนที่ทีมจะมาพบเด็กๆ เพราะสุขภาพกาย&amp;amp;ใจของเด็กๆ ทุกๆ คนดีกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้มากทีเดียว เด็กๆ ทีมหมูป่าทุกคนทราบถึงความเสียสละของทุกคนในการค้นหาพวกเค้า และผมมีความมั่นใจว่าเด็กๆ หมูป่าจะเติบโตเป็นบุคลากรที่ยอดเยี่ยมของประเทศ ทำคุณประโยชน์และชื่อเสียงให้ประเทศไทยในอนาคตต่อไป&amp;quot; พ.ท.นพ.ภาคย์ระบุในเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าน ว.วชิรเมธี หรือพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ.เมืองเชียงราย &amp;nbsp;ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ปกครองทีมหมูป่าอะคาเดมี เนื้อหาระบุว่า &amp;quot;อาตมภาพได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้ปกครองของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีคนหนึ่ง ที่ออกมาปฏิเสธการรับทุนการศึกษาจากองค์กรต่างๆ &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลว่าน้องๆ ทีมหมูป่าได้รับมามากเกินพอแล้ว...อาตมาเห็นด้วยกับท่าทีดังกล่าว เนื่องเพราะน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีได้รับทุนการศึกษาจากสถาบันถ้ำหลวง ดอยนางนอนเรียบร้อยแล้ว ทุนจากองค์กรต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป&amp;quot; (อ่านรายละเอียดหน้า 2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีบวงสรวงเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งได้เริ่มขึ้นในเวลา 09.09 นาที เป็นพิธีทางพราหมณ์นำเครื่องบวงสรวงแบบล้านนามาถวายหัวหน้าเทวดาทั้งสี่ ซึ่งปกปักรักษาคุ้มครองโลกทั้ง 4 &amp;nbsp;ทิศ ประกอบด้วย ท้าวกุเวร, ท้าวธตรฐ, ท้าววิรูปักษ์ และท้าววิรุฬหก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 09.39 น.เริ่มพิธีบวงสรวง ต่อมานายประจญ และนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นประธานในพิธี ร่วมกันปักธูปหาง เสร็จพิธีการขมาแล้ว เวลา 10.09 น. พระสงฆ์สมณศักดิ์ 28 รูปเจริญพระพุทธมนต์ และสวดมาติกาบังสุกุล เจ้าหน้าที่ลาดภูษาโยงเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม ฮีโร่ผู้เสียสละวีรบุรุษถ้ำหลวงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจดำน้ำนำถังอากาศเข้าไปในถ้ำ และเวลา 15.00 น.จัดพิธีสวดถอนและพิธีปิดถ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนตั้งแต่วันแรกๆ เดินทางมาให้ความรู้แก่นักเรียนโรงเรียนดังกล่าว โดยเตือนเด็กๆ ไม่ควรเข้าไปในถ้ำในช่วงหน้าฝน และการเข้าถ้ำต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง พร้อมทั้งมีการเรียนรู้เกี่ยวกับถ้ำที่เราจะต้องเข้าไป ก่อนที่จะร่วมกับนักเรียนยืนไว้อาลัยแด่ น.ต.สมาน ผู้เสียสละในการช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 ชีวิตจนตนเองต้องเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ว่า จะมีการพูดคุยระดับผู้ปฏิบัติการว่าจัดงานอย่างไรจึงจะดีที่สุด โดยสถานที่จัดงานนั้นมีหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น กทม. แต่หากอยู่ห่างไกลอาจต้องกระจายไปที่อื่นด้วย เช่นที่ จ.เชียงราย เพราะมีประชาชนไปร่วมช่วยเหลือในภารกิจจำนวนมาก จึงอาจไปจัดงานที่นั่นด้วย อย่างไรก็ตามต้องเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาตัดสินใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าหลายหน่วยงานได้มาบูรณาการร่วมกัน โดยจะต้องทำเป็นแผนเอาไว้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปศึกษาหากจำเป็นต้องใช้ กรณีเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เราจึงจะถอดบทเรียนและให้ท้องถิ่นนำไปพิจารณาเพื่อประยุกต์ใช้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คงจะนำไปเป็นมาตรการกำกับดูแลถ้ำต่างๆ อีกจำนวนมาก
พท.โหนกระแสซัด รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะต้องมีการเพิ่มหลักสูตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่าคงต้องพิจารณาดู ตอนนี้สถาบันที่ฝึกคนกำลังพิจารณาดำเนินการอยู่ โดยต้องกลับไปพิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเรียนรู้เรื่องนี้ แต่ตนมั่นใจว่ากองทัพเรือจะต้องมีการฝึกเพิ่มในส่วนนี้ซึ่งน่าจะคุ้มค่า เพราะเป็นการดำน้ำที่ยากมาก ต้องใช้เครื่องมือพิเศษและมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะมีการมอบประกาศนียบัตรแก่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาและ ผอ.ศอร.หรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่าผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์เป็นคนดีอยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยภูมิใจในตัวท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ.ได้วางแผนเตรียมจัดนิทรรศการเหตุการณ์กู้ชีพ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี โดยนำเสนอเรื่องราวและเนื้อหาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเหตุการณ์ที่ทั้ง 13 ชีวิตติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนถึงปฏิบัติการช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำได้สำเร็จ ซึ่งจะมีการจัดแสดงทั้งส่วนกลางและสัญจรไป 4 ภูมิภาคตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ แบ่งเป็น 7 หัวข้อ &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.ชีวิตหมูป่าติดถ้ำ 2.นาทีชีวิตวิกฤติเสี่ยงตาย 3.วิกฤตินี้รวมใจไทยเป็นหนึ่ง 4.ปฏิบัติการวาระแห่งโลก 5.อาลัยสดุดีวีรบุรุษถ้ำหลวง 6.บทเรียนที่โลกต้องจารึก 7.สรุปเหตุการณ์วันต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วธ.ยังเปิดให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีส่วนร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ด้วยการส่งภาพเหตุการณ์ ภาพวาด คลิปวิดีโอ หรือเอกสารข้อมูลการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้งภาพการช่วยเหลือ ภาพจิตอาสา บรรยากาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เพื่อที่ วธ.จะนำมารวบรวมจัดทำเป็นจดหมายเหตุบันทึกประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี โดยส่งมาที่ &amp;nbsp;www.m-culture.go.th หรือ Line@ofl6289y หรือเฟซบุ๊ก Thai MCulture หัวข้อบันทึกประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ถ่ายภาพ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 25 ก.ค.61&amp;quot; รมว.วัฒนธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประเด็นที่นายณรงค์ศักดิ์เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในการรักษางบประมาณแผ่นดินหลายโครงการตามที่เป็นข่าวไปทั่วประเทศ แม้กระทั่งสื่อต่างประเทศ ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ออสเตรเลีย ก็นำไปเผยแพร่ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกย้ายไป จ.พะเยา ซึ่งเป็นข้อสงสัยในสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาล และ ป.ป.ช.ควรทำให้สังคมคลายข้อสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลและ ป.ป.ช.มุ่งมั่นกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ก็ควรเร่งตรวจสอบโครงการกว่า 20 โครงการที่นายณรงค์ศักดิ์ไม่ยอมเซ็น ว่ามีความบกพร่องส่อไปในทางว่าจะมีการทุจริตหรือไม่ ถ้าตรวจสอบโครงการต่างๆ ดังกล่าวแล้วพบว่าส่อไปในทางทุจริต ผู้เสนอโครงการและผ่านโครงการมาตามลำดับชั้นก่อนที่จะถึงนายณรงค์ศักดิ์ ก็น่าจะมีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่ง ว่าการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลนี้มีมาตรฐานหรือไม่ ลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ และถ้าดำเนินการอย่างไรแล้วควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยเร็ว&amp;quot; อดีต ส.ส.เพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นักดำน้ำในถ้ำชาวออสเตรเลียได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตในการมาช่วยเหลือปฏิบัติการที่ถ้ำหลวง เพื่อปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหากเกิดความผิดพลาดขึ้น ประเด็นนี้ได้รับเปิดเผยผ่านสื่อของออสเตรเลียเมื่อวันจันทร์ โดยสถานีเอบีซีอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และเคร็ก ชาลเลน คู่หูนักดำน้ำในถ้ำของเขาซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในภารกิจช่วยชีวิตครั้งนี้ เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจภายหลังการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียและไทยเพื่อให้เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตแก่พวกเขา &amp;nbsp;ป้องกันการถูกดำเนินคดีหากภารกิจที่เสี่ยงอันตรายนี้เกิดความผิดพลาด&amp;nbsp;
อันสเวิร์ธซัดแหลกมัสก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียไม่ได้ให้ทัศนะยืนยันหรือปฏิเสธรายงานข่าวนี้ โดยให้สอบถามเจ้าหน้าที่ของไทย แต่รอยเตอร์รายงานอ้างคำชี้แจงจากนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันว่าไทยได้ให้เอกสิทธิ์ทางการทูตแก่ทีมงานชาวออสเตรเลีย 3 &amp;nbsp;คนนี้เท่านั้น ซึ่งก็คือนายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และผู้ช่วยทางการแพทย์อีก 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากภารกิจนี้มีความเสี่ยง รัฐบาลไทยและออสเตรเลียจึงต้องทำความเข้าใจกัน ดอกเตอร์แฮร์ริสทำหน้าที่ของเขาในภารกิจทางการแพทย์อย่างสุดความสามารถ เขาจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองหากเกิดสิ่งผิดพลาดขึ้น รัฐบาลไทยให้เอกสิทธิ์นี้แค่กับคณะทำงานทางการแพทย์ชาวออสเตรเลีย 3 คนนี้เท่านั้น&amp;quot; รอยเตอร์อ้างคำสัมภาษณ์ของนายดอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เคร็ก ชาลเลน นักดำน้ำในถ้ำได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซันเดย์ไทมส์ ในเมืองเพิร์ท ภายหลังกลับถึงออสเตรเลียว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายอย่างแท้จริง และผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำถ้ำต่างไม่แน่ใจว่าจะสามารถช่วยชีวิตเด็กทั้ง 12 คนและโค้ชออกมาได้สำเร็จหรือไม่ ภารกิจนี้ไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับนักดำน้ำ แต่เป็นอันตรายอย่างมากต่อเด็กๆ ซึ่งต้องถูกวางยากล่อมประสาทถึงจุดที่ &amp;quot;พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น&amp;quot; เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกขณะที่นักดำน้ำนำพาพวกเขาผ่านช่องแคบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาได้รับยา เราไม่อาจปล่อยให้เด็กๆ แตกตื่น พวกเขาอาจทำให้ตัวเองเสียชีวต และอาจทำให้ผู้กู้ภัยเสียชีวิตไปด้วย&amp;quot; ชาลเลนกล่าว พร้อมกับเล่าถึงการฝึกซ้อมปฏิบัติการกับเด็กไทยที่จำลองอุปกรณ์สำหรับภารกิจนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจสัน มัลลินสัน นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษซึ่งเป็นอีกคนที่ร่วมภารกิจ กล่าวกับเอบีซีว่า การดำน้ำในถ้ำผ่านช่องแคบๆ ในความมืดมิดนั้นท้าทายอย่างยิ่ง คุณจะรู้ว่าอยู่ตรงจุดไหนของถ้ำก็ต่อเมื่อศีรษะชนเข้ากับผนังถ้ำ ตัวเขาได้รับมอบหมายให้พาเด็กคนหนึ่งออกมา &amp;quot;ผมมั่นใจว่าจะพาเด็กออกมาได้ แต่ไม่มั่นใจ 100% ว่าจะนำเขาออกมาแบบที่ยังมีชีวิต เพราะหากผมทำให้เขาชนกับหินแรงจนหน้ากากหลุดแล้วน้ำเข้าหน้ากาก เขาจะตาย เราไม่มีอุปกรณ์สำรองสำหรับพวกเด็ก มีแค่หน้ากากดำน้ำอันเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังกล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่หน่วยซีลของไทยใช้มาตรการความปลอดภัยที่ต่างจากนักดำน้ำต่างชาติอย่างสิ้นเชิง เขากล่าวว่าการดำน้ำในถ้ำทำให้พวกเขาออกจาก Comfort Zone และนั่นทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ พวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการที่ถูกต้องและไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่นในขณะที่นักดำน้ำในถ้ำจะมีอุปกรณ์สำรองและพกถังอากาศอย่างน้อยสองถัง ตัวปรับแรงดันสองตัว และไฟฉายสามอันเสมอ แต่พวกนักดำน้ำในถ้ำสังเกตว่าหน่วยซีลมักจะใช้ถังอากาศและตัวปรับแรงดันแค่ตัวเดียว ซึ่งถ้าอุปกรณ์มีความผิดพลาดพวกเขาก็จะเจอปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่พบว่า หน่วยซีลทั้ง 4 นายนั้นไม่มีอากาศเพียงพอสำหรับขากลับ เพราะพวกเขาทำตามคำสั่งว่าให้ดำน้ำมาอยู่กับเด็กๆ จนจบเท่านั้น แต่ในระหว่างทางพวกเขาใช้อากาศจนหมด ทำให้นักดำน้ำในถ้ำทั้งสี่คน คือ Jason Mallinson, Chris Jewell, Rick Stanton และ &amp;nbsp;John Volanthen ต้องนำถังอากาศมาให้ซีลทั้งสี่นายในขณะที่ดำน้ำมารับเด็กๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ Josh Bratchley กล่าวว่า ภารกิจนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คิดไว้มาก สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในปฏิบัติการนี้จะช่วยเหลือผู้คนมากมายที่อาจติดในถ้ำในอนาคต และย้ำว่าภารกิจนี้คือการทำงานเป็นทีมไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดวันจันทร์ยังมีรายงานความขัดแย้งระหว่างเวอร์นอน อันส์เวิร์ธ หนึ่งในทีมกู้ภัยที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก กับอีลอน มัสก์ ถึงขั้นฝ่ายแรกประกาศว่าอาจจะฟ้องร้องมหาเศรษฐีไฮเทคชาวอเมริกันรายนี้ จากกรณีที่มัสก์เรียกเขาว่าเป็นพวกใคร่เด็ก (pedo/paedophile) ซึ่งเรื่องราวระหว่างทั้งคู่บานปลายจากกรณีที่อันส์เวิร์ธให้สัมภาษณ์วิจารณ์เรือดำน้ำจิ๋วที่มัสก์ส่งมาช่วยภารกิจที่ถ้ำหลวงว่า ไม่มีทางใช้งานได้จริงอย่างแน่นอนในภารกิจนี้ เนื่องจากมัสก์ไม่รู้สภาพที่แท้จริงของถ้ำ มัสก์เข้ามามีส่วนร่วมก็เพราะต้องการประชาสัมพันธ์ตัวเขาเอง ส่วนเรื่องที่มัสก์มายังถ้ำหลวงนั้น อันส์เวิร์ธบอกว่ามัสก์ถูกขอให้ออกจากถ้ำโดยทันที ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัสก์ทวีตตอบโต้ข้อความวิจารณ์ของอันส์เวิร์ธ และบทความนิวยอร์กไทมส์ที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ยกขึ้นมากล่าวถึงเมื่อวันอาทิตย์ โดยใช้คำเรียกอันสเวิร์ธว่า &amp;quot;pedo guy&amp;quot; เมื่อถูกทักท้วง มัสก์ยังทวีตต่อผู้ติดตามมากกว่า 22 ล้านคนของเขาด้วยความมั่นใจว่า เป็นเรื่องจริงที่เขาพร้อมเดิมพัน 1 ดอลลาร์ &amp;nbsp;อย่างไรก็ดีต่อมามัสก์ได้ลบทวีตเหล่านี้ทิ้งและยังไม่ได้กล่าวขอโทษใดๆ เอเอฟพีกล่าวว่าได้ติดต่อไปที่บริษัทเทสลาของเขาแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอันส์เวิร์ธกล่าวกับเอเอฟพีในวันจันทร์ว่า เขาไม่เห็นทวีตเต็มๆ ของมัสก์ เพียงแต่ได้ยิน เมื่อถูกถามว่าเขาจะฟ้องร้องมัสก์หรือไม่ อันส์เวิร์ธกล่าวว่า หากเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ก็อาจจะฟ้อง เขาจะตัดสินใจเมื่อกลับไปอังกฤษในสัปดาห์นี้ พร้อมกับเสริมว่าเรื่องระหว่างตัวเขากับมัสก์ยังไม่จบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13538</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ริชาร์ด แฮร์ริส, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคร็ก ชาลเลน, เจสัน มัลลินสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cadf6680d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชั่งน้ำหนัก&quot;หมูป่า&quot;เพิ่มเฉลี่ย2-3กก.อยู่ในช่วงเตรียมพร้อมจิตใจก่อนกลับบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.พ.61-นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 &amp;nbsp;ได้รับรายงานจากนายแพทย์ไชยเวช &amp;nbsp;ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่านักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช ได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ขณะนี้ ทุกคนสุขภาพร่างกายดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 &amp;ndash; 3 กิโลกรัม อยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ โดยทำกิจกรรมกลุ่มตามกระบวนการทางจิตวิทยา อาทิ การสำรวจความรู้สึกภายใน การจัดการกับความรู้สึก การสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา เพื่อให้ทุกคน มีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 19 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการล่าสุดเช้าวันนี้ กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. 2561 อาการทั่วไปปกติ ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว กลุ่มที่ 2 &amp;nbsp;จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2561 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติทุกคน ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2561 อาการทั่วไปปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล &amp;nbsp;ได้ให้โรงพยาบาล &amp;nbsp;แม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่อำเภอแม่สาย ร่วมกันดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ ร่วมกับทีมหมอครอบครัวและครูในโรงเรียนที่น้อง ๆ นักฟุตบอลเรียนอยู่ โดยมีสมุดคู่มือสุขภาพ ให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และการติดตามน้ำหนักตัว ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการติดตามผลในระบบโรงเรียนแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, น้ำหนักหมูป่า, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, หมูป่าเตรียมกลับบ้าน, อาการหมูป่าวันที่ 16ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4c41b7a19a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>19ก.ค.หมูป่าคืนรัง จัดแถลงใหญ่กัน&#039;สื่อ&#039;ตื๊อ/13ชีวิตรํ่าไห้หลังรู้ข่าว&#039;น.ต.สมาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;13 หมูป่า&amp;quot; ร่างกายดีขึ้น มีกำหนดออกจาก รพ. 19 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;หมอ&amp;quot; จัดแถลงข่าวพร้อมกันทุกคน หวั่นสื่อตามไปสัมภาษณ์ส่วนตัวเกรงกระทบจิตใจ &amp;nbsp; &amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; เผยยอมแจ้งเรื่องจ่าแซมเสียชีวิตขณะช่วยเหลือ ทำเอาเด็กๆ ร้องไห้เสียใจ ต่างเขียนความรู้สึกลงบนภาพวาดและยืนไว้อาลัย สัญญาจะเป็นคนดี &amp;nbsp; ญาติเก็บกระดูก &amp;quot;น.ต.สมาน&amp;quot; ลอยอังคารในแม่น้ำชี &amp;quot;สพฉ.&amp;quot; ถอดบทเรียนถ้ำหลวง เตรียมหลักสูตรสอนเด็กเอาตัวรอด &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; เดินหน้าสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซม โพลชี้ ปชช.ยกทุกคนคือฮีโร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงความคืบหน้าอาการโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ภายหลังจากที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช พบว่าทุกคนมีสภาพร่างกายดีขึ้นตามลำดับ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบเชื้อโรคติดต่ออุบัติใหม่ ทีมแพทย์ได้มีการปรับห้องให้มีความเหมาะสม พร้อมให้ญาติเข้าเยี่ยมดูแลใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎากล่าวว่า อาการล่าสุดในวันที่ 15 ก.ค. &amp;nbsp;กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.2561 อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้อ อาการดีขึ้น ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว, กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.2561 อาการโดยรวมดี สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2561 อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้แล้ว รายที่มีอาการหูอื้อดีขึ้น รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการดูแลด้านจิตใจ เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.ค. แพทย์พิจารณาแล้วว่าสภาพร่างกายของน้องๆ นักฟุตบอลและโค้ชแข็งแรงขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจให้ญาติแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ น.ต.สมาน กุนัน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ซึ่งทุกคนร้องไห้ และแสดงความเสียใจ โดยเขียนความรู้สึกลงบนภาพวาดของ น.ต.สมาน ร่วมกันยืนไว้อาลัย กล่าวขอบคุณและสัญญาว่าจะเป็นคนดี ซึ่ง พล.ต.วุฒิไชย อิศระ แพทย์ใหญ่กองทัพภาค 3 ได้กล่าวกับผู้ประสบภัยในฐานะตัวแทนทหารว่า ถือเป็นภารกิจ เป็นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี&amp;quot; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา สหวิชาชีพ ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้วางแผนการดูแลต่อเนื่อง เช่น การสื่อสารในครอบครัว การทำกลุ่มเตรียมความพร้อมก่อนกลับบ้าน การประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อติดตามผลในระบบโรงเรียน เพื่อให้ทุกคนมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปดำเนินชีวิตที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้มีข้อเสนอแนะสิ่งที่ควรและไม่ควรทำสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสื่อมวลชน ตัวน้อง ๆ และโค้ชทีมหมูป่า ครอบครัว โรงเรียน ชุมชนและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจว่าทุกคนมีความเป็นห่วงและหวังดี ไม่อยากให้มีการตำหนิหรือกล่าวโทษใคร ขอให้ใช้ช่วงเวลานี้ในการช่วยเหลือหรือให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เป็นช่วงเวลาที่ดีงามของคนทั้งประเทศ&amp;rdquo; ปลัด สธ.กล่าว
19 ก.ค.หมูป่าออก รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า จากการติดตามสภาพจิตใจของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน หลังมีการแจ้งข่าว น.ต.สมาน ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกผิดหรือเสียใจย่อมเป็นธรรมดา แต่ยังคงติดตามต่อเนื่องอีก 2-3 วัน สภาพจิตใจของน้องๆ ทุกคนเข้มแข็ง และผ่านวิกฤติความเครียดภายในถ้ำมามาก ซึ่งการอยู่ร่วมกันในลักษณะเป็นกลุ่ม เพิ่มความแข็งแกร่งของจิตใจ ถือว่าน้องๆกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานดี แต่ที่ห่วงมากกว่าคือเมื่อกลับไปอยู่บ้านตามลำพังและการเข้าสังคม หรือแม้แต่การไปโรงเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 19 ก.ค. ที่น้องๆ มีกำหนดออกจากโรงพยาบาล ทราบจากทางจังหวัดเชียงรายว่าจะจัดให้มีการแถลงข่าวของทั้ง 13 คน เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนติดตามรบกวนชีวิตปกติของน้องๆ ทุกคน เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้สัมภาษณ์ผู้ประสบภัย ที่ควรมีการสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม ดีกว่าปล่อยให้สื่อติดตามสัมภาษณ์รายบุคคลที่บ้านแบบแยกเดี่ยว เพื่อป้องกันมิให้เกิดบาดแผลในจิตใจ&amp;quot; ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่วัดบ้านหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;07.00 น. พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเก็บเถ้ากระดูกของ น.ต.สมาน โดยมีนายวิชัยและนางสำราญ กุนัน บิดามารดา รวมทั้งนางวลีพร กุนัน ภรรยา พร้อมญาติพี่น้องกว่า 100 คน และจอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค นักแสดง ซึ่งรู้จักกับครอบครัวจ่าแซมร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งหมดได้ร่วมกันทำพิธีคานสามหาบเวียนซ้ายรอบเมรุชั่วคราว 3 รอบ แล้วถวายผ้าไตร ตะกร้าใส่อาหาร ปิ่นโต พระสงฆ์ 4 รูปได้ชักผ้าแล้วสวดมาติกาบังสุกุล ต่อมาพระสงฆ์และญาติๆ ได้เก็บกระดูกของ น.ต.สมาน ส่วนที่เป็นชิ้นห่อด้วยผ้าขาวนำไปล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำมะพร้าว ส่วนเถ้ากระดูกที่เหลืออยู่ได้จัดทำเป็นหุ่นสมมติว่าเป็นจ่าแซม แล้วนำกระดูกที่ล้างแล้วมาวางไว้ใกล้ๆ แล้วถวายผ้าไตรพระสงฆ์ 4 รูป ชักผ้าแล้วมาติกาบังสุกุลอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระราชพรหมจริยคุณเดินนำหน้า นายวิชัยถือกระถางธูป นางสำราญถือเชิงเทียน และนางวลีพรถือห่อกระดูก ไปตั้งไว้ในบริเวณศาลาเพื่อประกอบพิธีทำบุญตามประเพณี พระสงฆ์ 9 รูปได้เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นได้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม โดยสวดมาติกาบังสุกุล ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ กรวดน้ำให้พรเป็นอันเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า หลังจากได้รับพระทานเพลิงศพและเก็บกระดูกทำบุญให้กับลูกชายแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ขอบคุณทุกคน และวันนี้คิดว่าลูกคงรับทราบที่ทำบุญไปให้ขอให้ไปสู่สวรรค์ ขอให้ไปมีความสุข ไม่ต้องเป็นห่วงทางบ้าน สำหรับเถ้ากระดูกของลูกชาย พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด บอกให้เก็บเอาไว้เพื่อทำบุญ 100 วันก่อน จึงให้ญาตินำส่วนเถ้ากระดูกที่เหลือแบ่งเป็น 2 ส่วนให้กับบิดามารดาและภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิชัย นางสำราญ นางวลีพร และญาติพร้อมคณะเดินทางไปถึงวัดท่าสะแบง พระสงฆ์และพ่อแม่ ภรรยา ญาติพี่น้อง ได้ประพรมน้ำหอมลงบนเถ้ากระดูกจ่าแซม และมีการไหว้พระ รับศีล บังสุกุล กรวดน้ำให้พร จากนั้นพระสงฆ์ได้นำไปลอยเถ้าอังคารลงแม่น้ำชี โดยมีพระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด นำประกอบพิธีจนแล้วเสร็จ และเถ้าอังคารอีกส่วนหนึ่ง นางวลีพร ภรรยาจ่าแซมจะนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง บริเวณใกล้ลานพญานาค อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนางวลีพร และเป็นสถานที่ที่จ่าแซมชอบมาก เนื่องจากว่าทั้งคู่พบรักกันเมื่อ 15 ปีที่แล้วจากการไปแข่งไตรกีฬา จนรักผูกพันและแต่งงานกันมาได้ครบ 8 ปี
สอนวิธีเอาตัวรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นวันที่ 2 เหล่าจิตอาสาร่วมกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบวนอุทยานฯ ให้กลับคืนสภาพเดิม หลังภารกิจกู้ชีพกู้ภัย 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีสำเร็จลุล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่สำรวจถ้ำหลวง ระบุว่า ภายในถ้ำยังมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตของทีมแพทย์ อุปกรณ์ของหน่วยซีล รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารอยู่ในถ้ำ เนื่องจากน้ำยังท่วมสูง ไม่สามารถนำออกมาได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ใช้เป็นเส้นทางเบี่ยงน้ำออกจากถ้ำ ปล่องถ้ำ รวมถึงจุดที่ใช้ขุดเจาะบาดาล ได้รับความเสียหาย ต้องได้รับการฟื้นฟูให้สมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทางกรมมีแผนฟื้นฟูในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเห็นชอบ โดยหนึ่งในแผนระยะยาวคือการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในถ้ำ การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และจัดทำป้ายสื่อความหมาย เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะจัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยทั้ง 13 ชีวิต ในช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายจะทำพิธีปิดถ้ำ โดยนิมนต์พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 28 รูป เบื้องต้นได้นิมนต์ครูบาบุญชุ่ม พระเกจิชื่อดังจากรัฐฉานมาร่วมพิธี แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าครูบาบุญชุ่มจะเดินทางมาร่วมพิธีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ททท. ได้ทำการผลิตคลิปวิดีโอความยาว 30 วินาที เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย เพื่อขอบคุณประชาคมโลกที่แสดงน้ำใจในการช่วยเหลือเด็กๆ และโค้ชจนออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย โดยจะนำเสนอผ่านเครือข่ายทั่วโลกของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ในช่วงระหว่างเดือน ก.ค.นี้ไปจนถึงเดือน ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากกรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ติดถ้ำ ทำให้ สพฉ.ได้ผนึกภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐและเอกชนหลากหลายองค์กร เตรียมคลอดต้นแบบการเรียนการสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดจากเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 เรื่อง อาทิ การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ ไฟไหม้ การเรียนรู้การทำ CPR การใช้งานเครื่อง AED และการสังเกตอาการหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือด รวมถึงการฝึกการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 &amp;nbsp;เชื่อจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้เด็กจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ได้เดินทางมาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบกับนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อหารือและกำหนดพื้นที่ที่จะใช้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับ น.ต.สมาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อ.เฉลิมชัยพร้อมผู้ว่าฯ เชียงรายได้เดินไปดูพื้นที่บริเวณลานหน้าถ้ำหลวง จุดที่เคยเป็นพื้นที่กางเต็นท์สำหรับสื่อมวลชน ซึ่งมีการถมดินและปรับปรุงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาจารย์เฉลิมชัยระบุว่า จุดนี้แหละที่จะใช้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของจ่าแซม ขนาดใหญ่ 2 เท่าคนจริง วางไว้บนโขดหิน ลักษณะของอนุสาวรีย์จ่าแซมจะสวมชุดนักดำน้ำและกำลังทำท่าเดินไปข้างหน้า รอบๆ ขาจะมีรูปปั้นหมูป่า 13 ตัวและน้ำล้อมรอบ โดยอนุสาวรีย์ของจ่าแซมจะอยู่บนดินกลางเกาะ ส่วนเท้าของอนุสาวรีย์ก็จะอยู่ระดับเท่าศีรษะของคนดู สีรูปปั้นจะออกสีน้ำตาล ส่วนหลังของอนุสาวรีย์จะมีการก่อสร้างศาลาไม้เป็นห้องโถงโล่ง ผนังใช้ที่เก็บรูปของศิลปินต่างๆ ที่ได้วาดรูปของเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเด็กทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวง
ชี้ทุกคนฮีโร่ถ้ำหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นเราคงจะสร้างไว้อีกจุดที่หน้าอาคารอำนวยการของวนอุทยานฯ ซึ่งจะมีโครงการสร้างในภายหลัง เป็นที่เก็บรวบรวมอุปกรณ์การช่วยเหลือและรูปภาพต่างๆ ไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้ รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจะเอาไว้ตรงจุดนี้ ซึ่งเราจะสร้างในภายหลัง ตอนนี้เราจะสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซมก่อน คาดว่าใช้เวลาราว 5-6 เดือน ส่วนหุ่นจ่าแซม จะสวมชุดนักดำน้ำและหันหน้าเข้าไปทางหน้าถ้ำในลักษณะกำลังก้าวเดิน เราคาดว่าจะปั้นให้เสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะนำไปปรับแต่ง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ส่วนศาลาที่อยู่ตรงกันข้ามอนุสาวรีย์จ่าแซม คงจะสร้างเสร็จก่อน มีความกว้าง 40 เมตร คูณ 50 เมตร เป็นอาคารไม้เก่า เพื่อจะเอารูปที่ศิลปินๆ ต่างร่วมกันเขียนนำมาติดโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Aunyarat Wonghu โพสต์ว่า ได้รับโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อคืน ดีใจมากที่ทีมทหารสหรัฐขอนัดเจอพวกเราตอนเช้าของวันนี้ เพื่อจะขอบคุณพวกเราที่ซักผ้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบภารกิจ ไม่รู้จะอธิบายรูปภาพว่าอะไร มันคือความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตที่ฉันได้ของขวัญตอบแทนจากพวกคุณ ฉันจะจดจำตลอดไป พวกเราขอขอบคุณมากกว่าที่ทีมทหารสหรัฐได้เข้ามาช่วยน้องๆ ทีมหมูป่า ทำให้คนไทยทั้งประเทศที่เฝ้าติดตามข่าวรู้สึกดีใจ และขอบคุณทีมงานของพวกท่านที่มาช่วยเรา ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอให้ท่านทุกคนเดินทางปลอดภัยกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (ผอ.สปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนกรณีถ้ำหลวงว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงพละกำลังและศักยภาพในการบริหารจัดการกับวิกฤติปัญหาระดับชาติได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมไม้ร่วมมือและความเสียสละจากทุกภาคฝ่ายทั้งรัฐ เอกชน ประชาชนและสื่อมวลชน บรรยากาศแบบนี้อาจมีให้เห็นไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติความขัดแย้งในสังคมการเมืองไทยกว่าทศวรรษที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสกล่าวว่า พละกำลังหรือกำลังของแผ่นดินครั้งนี้ ได้รับการสรรเสริญและชื่นชมไปทั่วโลก ประเด็นสำคัญอยู่ที่เราจะทำให้กำลังของแผ่นดินครั้งนี้เป็นแรงส่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเอาการเมืองไทยออกจากถ้ำของการทุจิตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งแตกแยกและการเมืองที่ล้มเหลวได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอนก็ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ควรเป็นธุระของทุกฝ่ายที่จะทำให้คุณูปการของภารกิจถ้ำหลวงเป็นโมเดลของการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะบทเรียนที่ต้องยอมรับกันว่า ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้นั้นไม่มีอยู่จริง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ เสียสละคนละเล็กละน้อย ก็จะทำให้ภารกิจนั้นสำเร็จได้เช่นกรณีปรากฏการณ์ถ้ำหลวง เทียบเคียงกรณีของการปฏิรูปประเทศไทยที่บางคนบางกลุ่มอาจถอดใจหรืออาจคิดว่าเป็น mission impossible หรือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แต่สามารถทำให้เป็นจริงได้ถ้าเราเรียนรู้จากปรากฏการณ์ถ้ำหลวง ที่สำคัญมีคนและกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในครั้งนี้ แต่ไม่ประสงค์ออกนาม ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งต้องขอชื่นชม&amp;quot; นายสุริยะใสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความสุขประชาชน ความสุขประเทศไทย กรณีทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.9 ติดตามข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงตั้งแต่วันแรกถึงวันช่วยเหลือออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยทุกคน ในขณะที่ร้อยละ 25.5 ติดตามปกติเหมือนข่าวทั่วไป และร้อยละ 2.6 ไม่ได้ติดตาม นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.1 สนใจข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่ามากกว่าข่าวฟุตบอลโลก, ร้อยละ 11.0 สนใจข่าวฟุตบอลโลกมากกว่า และร้อยละ 25.9 สนใจทั้งสองข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความประทับใจ ใครคือฮีโร่ช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 94.7 ประทับใจคนไทยและทุกชาติที่ช่วยเหลือคือฮีโร่ของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 5.3 ประทับใจบางคน และคะแนนเฉลี่ยความสุขประชาชนวันที่ทราบข่าวช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำปลอดภัยทุกคนอยู่ที่ 9.78 คะแนน เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.5 เชื่อมั่นว่าความรักความสามัคคีของคนในชาติจะรักษาความสุขของประชาชนไว้ได้ ในขณะที่ร้อยละ 3.5 ไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13460</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธัญญา เนติธรรมกุล, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, นพดล กรรณิกา, พล.ต.วุฒิไชย อิศระ, ยุทธศักดิ์ สุภสร, วลีพร กุนัน, สำราญ กุนัน, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b601d0461a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเข้าเยี่ยม13หมูป่า แพทย์เผยทำกิจวัตรได้เองแล้ว/ฮูย่า!ซีลกลับฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ชีวิตแข็งแรงดี ทำกิจวัตรได้เองแล้ว ผู้ปกครองเยี่ยมถึงข้างเตียงได้ หมอแนะทีมช่วยเหลืออย่าเพิ่งทำกิจกรรมหนักช่วง 2 สัปดาห์ &amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; ดังสนั่นรับซีลและทหาร 159 นายกลับมาตุภูมิ ผบ.กองเรือยุทธการชื่นชมสมเป็นลูกประดู่ที่ปฏิญาณเคียงข้างประชาชน &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผบ.ซีล&amp;rdquo; เผยศรีภรรยาเป็นกำลังใจ น.อ.อนันต์รับภารกิจสุดเสี่ยง มีโอกาสลุ้น 50-50 &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; มอบอีลิทการ์ดให้ทีมต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยใน 5 ปี ส่วนงานฉลอง &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; รับหน้าเสื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือและดูแลรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่านพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการ รพ.เชียงรายฯ ได้รายงานว่าทีมแพทย์และพยาบาลยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง และญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลาง ได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของ รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลตั้งแต่เริ่มค้นหา ณ จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่อยู่ใน รพ.ไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี&amp;rdquo; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวถึงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ
4 นาย ว่า รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ รพ.ในสังกัดจึงรับตัวไปดูแลต่อ ทั้งนี้ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ และหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้บ้านทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของ รพ.เชียงรายฯ ดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว&amp;rdquo;นพ.เจษฎายืนยัน
ขณะเดียวกัน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากการรับน้ำโดยรอบพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีพื้นที่เสียหายทั้งหมด 1,266.75 ไร่ จำนวนเกษตรกร 126 ราย เป็นวงเงินการขอรับความช่วยเหลือ 1,409,892.75 บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ ที่สามารถอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรได้ทันที และสำนักงานเกษตร อ.แม่สาย จะจัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือ รวมทั้งให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที
&amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; สนั่นรับซีลกลับฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานต้อนรับกำลังพลของกองทัพเรือที่เดินทางกลับที่ตั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยคณะทั้งหมดมีจำนวน 159 นาย ประกอบด้วยหน่วยซีล 127 นาย นำโดย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล นอกจากนั้นเป็นกำลังพลจากชุดเวชศาสตร์ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และส่วนอื่นๆ อีก 32 นาย ซึ่งเดินทางมาถึงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ และเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพเรือ โดยมีญาติรวมถึงกำลังพลของกองทัพเรือ หน่วยซีล และประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ทร.ได้จัดอุโมงค์น้ำเป็นเกียรติให้เครื่องบินเที่ยวนี้ และเมื่อเดินทางมาถึง ได้มีพิธีต้อนรับ และร่วมร้องคำว่า ฮูย่า พร้อมกันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวแสดงการขอบคุณ พร้อมเชิดชูเกียรติแด่เหล่าทหารทุกนาย ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ และเสี่ยงชีวิตในการเข้าช่วยเหลือทีมนักกีฬาฟุตบอล 13 ชีวิตจนสามารถรอดชีวิตกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม สมเกียรติการเป็นชายชาติทหาร ดังคำปฏิญาณของทหารเรือที่ว่า ทหารเรือจะเคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ก็รีบจัดกำลังพลเดินทางไปช่วยเหลือทันที เมื่อมีอุปสรรคตรงหน้าเราก็ไม่ท้อถอย เราบอกว่าเราสู้ เมื่อสู้แล้วมีกำลังใจเยอะ และมีคนสนับสนุนเรามากมาย เพราะคนที่จะเข้าไปถึงน้องๆ ได้ก็คงต้องเป็นหน่วยซีลหน่วยเดียวเท่านั้น เราจึงต้องเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อนพ้องน้องพี่ซีลที่ปลดประจำการไปแล้วก็มาร่วมงานกับพวกเรา แม้ไม่ได้อยู่ในราชการ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มากมายมาช่วย เป็นที่ประจักษ์ว่า ถ้าเราสู้และไม่ย่อท้อ ก็จะมีคนสนับสนุนเยอะมาก ซึ่งในสิ่งที่เราทำลงไปถือว่ามีความเสี่ยงต่อกำลังพล แต่เราถูกฝึกมาให้อดทนเพื่อการณ์นี้ เราฝึกคนมาเพื่อทำงานเสี่ยงๆ ถ้างานง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือเราหรอก แต่งานนี้ถือว่าเป็นงานยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นในกำลังพลทุกคน และประจักษ์ว่ากำลังพลของหน่วยทุกคนยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณกำลังพลของผมทุกคนที่ได้ทำงานนี้จนประสบผลสำเร็จค่อนข้างสมบูรณ์ เราก็เหมือนเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องจักรให้สมบูรณ์ การสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องยาก และต้องใช้ใจทำงาน ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้สูญเสีย 1 นายคือ จ.อ.สมาน กุนัน ที่เป็นผู้เสียสละ แต่เราก็ไม่เสียขวัญ เพราะเขาจากไปแบบวีรบุรุษของชาวโลก ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรยังสัมภาษณ์เปิดใจเพิ่มเติมยอมรับว่า เป็น ผบ.นสร.ใครๆ ก็ฟังและกลัวหมด แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัว เขาก็จะให้คำแนะนำว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอย่างไรบ้าง คือภรรยา เพราะมีประสบการณ์มาก เคยขึ้นเขาเอเวอเรสต์ และเคยไปแอนตาร์กติกา 4 เดือน จึงช่วยในการประสานเครือข่ายต่างๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ซึ่งภารกิจครั้งนี้มีเครือข่ายอยู่หลายส่วน มีทั้งเปิดตัวแล้วไม่เปิดตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภรรยาผมถือเป็นกำลังใจที่ดี ให้การสนับสนุนตลอด ถ้าผมไม่ได้เขาก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยออกหน้าเลย เพราะขออยู่ข้างหลังตลอด ก็ขอขอบคุณเอื้อย (ศศิวิมล อยู่คงแก้ว) ด้วย&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว และว่า ส่วนจะนำบทเรียนในภารกิจถ้ำหลวงฯ มาใส่ในการฝึกซีลหรือไม่นั้น ขอให้คอยดู เพราะอยู่ในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
รับภารกิจเสี่ยงครึ่งๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมากำลังเรียนรู้ประสบการณ์และแก้ปัญหาวันต่อวัน ถือเป็นความเสี่ยง การส่งนักดำน้ำไปทำงาน คิดอยู่เสมอว่ามีความสำเร็จ 50% และไม่สำเร็จหรือสูญเสีย 50% แม้จะมองโอกาสความสำเร็จ 40% แต่เราจะมองประเด็นที่ความสำเร็จมากกว่าความสูญเสีย ภูมิใจกับทีมงานซีลทุกคน เมื่อต้องออกไปปฏิบัติงาน ก็จะทำเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงอน &amp;nbsp;ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้นำไปแก้ไขให้เกิดความพร้อมทุกๆ ภารกิจที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานในถ้ำ ไม่รู้ว่าวันไหน นอนก็นอนในถ้ำตรงโถงสาม ตื่นบ้างพักบ้าง ลูกน้องก็สลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปทำงาน ส่วนลูกน้อง 3 คนที่ขาดการติดต่อไป 23 ชม. หลังตรวจร่างกายก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก วันนี้ก็เดินทางกลับมาพร้อมคณะด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนันต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ต.ค่าย โตชัยภูมิ อดีตหน่วยซีลรุ่น 9 และอดีตครูฝึกหน่วยซีลที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ กล่าวถึงการเสริมบทเรียนการดำน้ำในถ้ำว่า ที่ผ่านมามีการฝึกขั้นพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เขาหลัก ตะกั่วป่า ภูเก็ต มีชาวต่างชาติเปิดสอนอยู่ แต่ต้องเสริมหลักสูตร Cave Diving Technic ซึ่งได้ยินจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งตรงกับที่คิดในการเสริมขั้นสูง เพราะทีมที่ไปทำภารกิจเจอครั้งแรก ไม่เคยไปฝึกที่ภาคใต้ งงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้จะใช้อะไร แต่มีการจัดการที่ดีในการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรขึ้นอีกมาก ซึ่งการผลิตบุคลากรด้านนี้ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ&amp;rdquo; น.ต.ค่ายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการถอดบทเรียนจากปฏิบัติการดังกล่าวนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า หน่วยซีลเตรียมเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยดำน้ำในถ้ำ ที่ผ่านมาเขาเคยแต่ดำน้ำในทะเล ก็คิดว่าเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าความมืดในถ้ำกับในทะเลนั้นแตกต่างกัน ประกอบกับมีดินโคลนและพื้นที่แคบด้วย ซึ่งคงถอดบทเรียนต่างๆ เพื่อนำไปสอนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แม้ศูนย์ส่วนหน้าจะปิดตัวลงแล้ว แต่ศูนย์ของจังหวัดยังคงต้องทำงาน ขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ เพราะบางส่วนติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงสรุปว่าหน่วยงานต่างๆ จะใช้งบประมาณจากส่วนใด ซึ่งบางส่วนเขาก็มีงบประมาณของตัวเอง เช่น รัฐวิสาหกิจ แต่ส่วนอื่นต้องหาทางพิจารณาช่วยเหลือ อย่างเอกชนบางส่วนของติดอยู่ข้างในก็มี ที่ทราบอย่างเชฟรอนเขาให้เลย &amp;nbsp;แม้ติดอยู่ข้างใน ทางซีลก็บอกว่าถ้าน้ำลดแล้วค่อยมาเก็บกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ยังต้องมาทำการทบทวนหลังการปฏิบัติงาน โดยทบทวนทั้งหมด ตั้งแต่ทำอะไรบ้าง แต่ละส่วนประกอบด้วยใครบ้าง ทั้งหมด แล้วสรุปออกมาเป็นบทเรียน ว่าต่อไปต้องทำอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีเหตุการณ์นี้ที่ใดในโลก ดังนั้นจึงต้องทำหลายๆ อย่าง ซึ่งจะไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะประเทศเรา ส่วนเครื่องมือช่วยเหลือของทีมต่างชาติ เขาดำน้ำได้นานมาก ของเราดำได้ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ต้องรีบสรุปบทเรียนแล้วนำเรียนให้รัฐบาลทราบ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ ได้ให้ปลัด มท.ติดต่อกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อไล่เรียงการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนะวิธีการดำเนินการในการถอดบทเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องทำให้รอบด้าน ทั้งการเอาตัวรอด การใช้ชีวิตอยู่เมื่อตกอยู่ในภาวะคับขัน และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นตัวภายหลังเจออาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ รวมถึงการถอดบทเรียนในแง่ดี ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนทีมงานเก็บข้อมูลทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเอาข้อมูลจากสื่อและการบอกเล่าเท่านั้น &amp;nbsp;และหลังจากการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ก็จะหารือกันอีกครั้งว่าจะถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบใด เพราะหากทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา สิ่งที่ได้ก็จะมีหนังสือเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม รวมถึงต้องดูด้วยว่าปีๆ หนึ่งมีคนไปถ้ำเท่าใด ดังนั้นรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์มันคล้ายกับอะไร และค่อยสอนนักเรียนทีเดียว&amp;ldquo; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
มท.เจ้าภาพจัดเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวสั้นๆ ก่อนเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ถึงการเตรียมการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจการช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมการอยู่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการจัดทำบัตรเชิญหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพา 13 ชีวิตกลับบ้านมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่ จ.เชียงราย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันและสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการปูนบำเหน็จตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า หน่วยงานจะพิจารณาเอง เขาจะเสนอขึ้นมา ไม่ขัดข้องถ้าเขาจะเสนอบำเหน็จพิเศษต่างๆ มา เจ้าหน้าที่เขาทุ่มเท ไม่ได้หลับได้นอน ส่วนกองทัพจะเลี้ยงขอบคุณหรือไม่นั้น คงต้องให้เขาเป็นผู้พิจารณา แต่ได้ให้กำลังใจไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวในเรื่องนี้สั้นๆ ว่า การจัดงานเลี้ยงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการ กำลังรวบรวมรายชื่อและหารายละเอียด รวมทั้งสถานที่จัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษที่ช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่มีกำหนดเดินทางกลับในคืนวันที่ 12 ก.ค. โดยพาไปท่องเที่ยววัดร่องขุ่น ซึ่งได้พบกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรไทยผู้สร้างวัด ซึ่งได้จัดทำภาพพิเศษเป็นที่ระลึกมอบให้กับทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษด้วย จากนั้นได้พาไปทานอาหารพื้นเมือง ที่ร้านท่าน้ำภูแล และไปสปาที่โรงแรมเลเจ้นท์ และเปิดห้องให้พักผ่อน พร้อมอาหารเย็นในห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรม ก่อนไปยังสนามบินเชียงราย และต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ว่าอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ประสงค์จะอยู่ต่อหลังเสร็จสิ้นภารกิจ จะจัดโปรแกรมท่องเที่ยวใน กทม.และ จ.เชียงราย ก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิ ส่วนอาสาสมัครชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องรีบเดินทางกลับก่อน จะเชิญให้เดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 1 ครั้งในระยะเวลา 5 ปี โดย ททท.จะมอบบัตรสมาชิก Thailand Elite Card ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์วีซ่า 5 ปี และบริการอำนวยความสะดวกที่สนามบิน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในไทย 1 สัปดาห์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์เผยแพร่หนังสือราชการ ซึ่งลงนามโดย ศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ ศธ.0527/11178 เรื่อง การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย โดยส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรยินดีช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน หากต้องการและสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47699cf2461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบรพ.ประจันตคาม&quot;ติดฉลากยา&quot;ประจาน&quot;แม่คนไข้&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัด สธ.สั่งสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ รพ.ประจันตคาม ติด &amp;quot;ฉลากยา&amp;quot; คล้ายประจาน &amp;quot;แม่คนไข้&amp;quot; โพสต์ด่าเจ้าหน้าที่ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว มีการติดฉลากยาข้างขวดยาว่า &amp;quot;มารดาเด็กโพสต์ด่าเจ้าหน้าที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ค.61- &amp;nbsp;นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ รพ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีการติดฉลากยาข้างขวดยาว่า &amp;quot;มารดาเด็กโพสต์ด่าเจ้าหน้าที่&amp;quot; หลังจากแม่คนไข้ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลแล้วโพสต์ด่าลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนรับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว จึงมีคำสั่งให้ลงไปตรวจสอบ ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุ คงต้องขอเวลาในการดูข้อเท็จจริงก่อนว่า จะเข้าข่ายผิดวินัยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นพ.พงศธร สร้อยคีรี ผอ.รพ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้ทำหนังสือขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าหน้าที่ ที่ระบุข้อความเพื่อจะเฝ้าระวังในการให้บริการครั้งต่อไปให้ดีที่สุด ไม่มีเจตนาอื่นใด โรงพยาบาลจึงขอรับผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะปรับปรุงบริการในครั้งต่อไปในด้านพฤติกรรมบริการและกระบวนการจ่ายยาแก่ผู้ป่วย ด้าน&amp;nbsp;
ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการจ่ายยาแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้น ฉลากยาจะต้องระบุชื่อของผู้ป่วย ชื่อยา เลขทะเบียน วิธีในการกินหรือใช้ ส่วนที่มีรายละเอียดว่าจะต้องรับประทานมากน้อยเท่าไรเวลาไหน หรือใช้อย่างไร ก็จะมีการเรียกคนไข้มารับยา จากนั้นจะต้องมีการถามชื่อว่าตรงกันหรือไม่ แล้วจึงอธิบายว่ายาดังกล่าวมีวิธีในการใช้หรือรับประทานอย่างไร จากนั้นจึงถามว่าเข้าใจหรือไม่ ส่วนกระบวนการในการพิมพ์ฉลากยานั้น ที่จะต้องระบุชื่อคนไข้ ชื่อยาต่างๆ นั้น จะพิมพ์ออกมาจากเครื่องอัตโนมัติ โดยดึงจากประวัติของคนไข้ ซึ่งจากการที่โรงพยาบาลออกมายอมรับว่า เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าหน้าที่ ก็ต้องมาดูว่าใครเป็นคนเขียน ซึ่งในห้องยามีทั้งเภสัชกรในการควบุคมดูแล อย่างน้อย 2 คน คนนึงตรวจสอบชื่อยา และข้อมูลคนไข้ให้ถูกต้อง โดยอีกคนต้องตรวจข้อมูลอีกครั้งก่อนจ่ายยา และเจ้าหน้าที่ หากเป็นเภสัชกรเป็นผู้เขียนแล้วปล่อยให้หลุดออกมา ตรงนี้ถือว่าผิดวินัยชัดเจน แต่หากเป็นผู้อื่นเขียน เภสัชกรในวันนั้นก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเพราะมีฐานะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ ทั้งหมด ซึ่งหากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก็ถือว่าเป็นความผิดของเภสัชกรเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.พงศธร สร้อยคีรี ผู้อำนวยการ รพ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่ความผิดพลาดได้เกิดขึ้นไปแล้ว ซึ่งทางรพ.ได้ส่งทีมเข้าไปขอโทษและพูดคุยกับมารดาของเด็กแล้ว ซึ่งมีท่าทีเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนการติดตามการรักษาของผู้ป่วยเด็กคนดังกล่าว ก็พบว่า อาการดีขึ้น มีอาการหอบน้อยลง น้ำมูกลดน้อยลง และแนะนำมารดาอยู่ว่า หากยาหมดแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ให้มาดำเนินการตรวจซ้ำใหม่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว ซึ่งเผอิญว่าผู้รับบริการไม่ได้เขียนใบร้องเรียนขึ้นมาหา รพ.ว่าการบริการของ รพ.มีปัญหาอะไร ขณะที่เจ้าหน้าที่มีความหวังดีในการวงเล็บไว้ท้ายชื่อผู้ป่วยในระบบเวชระเบียน เพื่อระวังเฝ้าระวังในการบริการครั้งต่อไป ดังนั้น เมื่อมารับบริการอีกครั้งในครั้งที่ 2 ก็เลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งยอมรับว่ามีความไม่เหมาะสม โดยปัญหาเกิดจากการตรวจสอบที่อาจจะไม่เข้มงวดจริงๆ แล้ว ชื่อตามเวชระเบียนจะผ่านหลายจุด แต่จุดสุดท้ายคือห้องยา &amp;nbsp;จึงถือเป็นความผิดพลาดของโรงพยาบาลที่ปล่อยหลุดออกมาซึ่งจากกรณีนี้ รพ.จะต้องมาปรับปรุงระบบเวชระเบียนทั้งหมดเลยว่า การที่มีวงเล็บข้างหลังชื่อ มีความจำเป็นหรือไม่ จำเป็นขนาดไหน ซึ่งต่อไปนี้อะไรที่ไม่เกี่ยวกับโรคประจำตัวหรืออาการผู้ป่วยที่จำเป็น จะต้องเอาออกทั้งหมด โดยอาจคงไว้เฉพาะกรณีที่จำเป็น เช่น การแพ้ยาของคนไข้ การมีโรคประจำตัวที่รุนแรง เป็นต้น ซึ่งต่อไปจะไม่มีปัญหาเช่นนี้อีก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการไล่ปรับปรุงเวชระเบียนของโรงพยาบาลที่มีอยู่ประมาณ 4 แสนกว่าคน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงไม่ได้เอาผิดหรือเอาโทษกับผู้ใดผู้หนึ่ง หรือเภสัชกรที่เป็นผู้ตรวจสอบคนสุดท้าย แต่เป็นเรื่องของการต้องมาปรับปรุงทั้งระบบอย่างที่กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดฉลากยาประจานแม่คนไข้, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, รพ.ประจันตคาม, สั่งสอบรพ.ประจันตตาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93c6d144889.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลตรวจเลือดไม่พบโรคอุบัติใหม่ในทีม&quot;หมูป่า&quot; ปลัดสธ.เผยอยากให้อยู่ รพ. ครบ 7 วัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ค.-&amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงอาการทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ว่า จากการประเมินทุกเช้าเย็น เช้านี้พบว่าทานอาหารได้ตามปกติ เดินเข้าห้องน้ำ และทำกิจวัตรประจำวันได้ ส่วนการให้ยาฆ่าเชื้อซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะยังต้องให้จนกว่าจะครบ 7 วัน โดยเฉพาะ 3 รายที่มีภาวะปอดอักเสบ ส่วน ล็อตหลังจำนวน 5 รายนั้นพบว่ามี 3 ราย ที่มีอาการหูอื้อนั้นพบว่าเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบ ซึ่งคาดว่ามาจากการเป็นหวัดเล็กน้อย คิดว่าให้การรักษาแล้วจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ในส่วนสภาพจิตใจของทุกคนโดยรวมดี ร่าเริงดี โดยจะมีจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยด้วยทุกราย สำหรับตัวโค้ชซึ่งหลายคนกังวลถึงความรู้สึกผิดก็จะมีจิตแพทย์คอยติดตามและดูแลเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงสื่อมวลชนกรณีที่น้องๆ กลับบ้านแล้วอาจต้องระมัดระวังเรื่องการสัมภาษณ์ เพราะอาจจะกระทบต่อสภาพจิตใจของเขาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.เจษฎา กล่าวว่าส่วนผลการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อโรคอุบัติใหม่ในห้องแล็ปที่กรุงเทพมหานครนั้นไม่พบว่ามีความผิดปกติ ส่วนผลเลือดล็อต 2-3 จะทยอยออกมาเร็วๆ นี้ และเมื่อทราบผลแล้วจะมาประเมินอีกครั้ง แต่ยังไม่อยากให้กลับบ้านอยากให้ทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาลให้ครบ 7 วัน เพราะมีการ เผชิญกับการอดอาหารมานาน อยู่ในสภาพอากาศที่อับชื้น ร่างกายเลยอ่อนแอ หากให้กลับบ้านอาจจะมีเสี่ยงติดเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะเชื้อไข้หวัดซึ่งติดง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13275</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, หมูป่าไม่ติดเชื้อ, อาการหมูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47154ed3e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
