<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15ก.ค.ภูเก็ตเตรียมฉีดวัคซีนรอบเก็บตกอีก2แสนโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.64 &amp;ndash; นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2564 จำนวนกว่า 3 แสนโดส ให้กับคนภูเก็ต และประชากรแฝง รวมถึงแรงงานต่างด้าวและต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต เพิ่งเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีน เมื่อวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ฉีดวัคซีนทั้งหมด 392,522คน คิดเป็น 73% ของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนให้กับจังหวัดภูเก็ต ในเดือนกรกฎาคมนี้อีก 200,000โดส ในจำนวน 100,000 คน &amp;nbsp;โดยจะฉีดให้เพิ่มเติมในกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน &amp;nbsp;อาทิ &amp;nbsp;นักเรียนที่อายุเกิน 18 ปี ยังไม่ได้วัคซีน จำนวน 2,322 คน ซึ่งยังมีอีกประมาณ 2 มหาวิทยาลัย ที่ยังไม่ส่งรายชื่อมา คาดว่ามีจำนวนประมาณกว่า 3,000 คน ครูอาจารย์ที่ยังไม่ได้ฉีด 139 คน &amp;nbsp;จะนัดฉีดในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ และในวันที่ 16 กรกฎาคม จะฉีดให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนเข้ามา ทาง &amp;nbsp;www.ภูเก็ตต้องชนะ.com &amp;nbsp;โดยใช้ศูนย์ฉีดที่สะพานหินแห่งเดียว จะเปิดฉีดไปเรื่อยๆ สัปดาห์ที่ 2และ 4 ของเดือน และเสริมในกลุ่มนักเรียนรวมถึงคนภูเก็ตที่ยังไม่ได้ฉีด ขอให้เข้ามาฉีดเพื่อลดอัตราการป่วย เจ็บ เสียชีวิต ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักเรียนที่เดินทางเข้าออกประจำจากพังงาเข้ามาภูเก็ต ผ่านด่านท่าฉัตรไชย เพื่อมาศึกษาในภูเก็ตนั้น พบว่า &amp;nbsp;มีจำนวนนักเรียนที่ผ่านด่านฯ เป็นประจำ 815 คน ในจำนวนนี้ อายุ มากกว่า 18 ปี 227คน เด็กต่ำกว่า 18 ปี กว่า500คน &amp;nbsp;จะตรวจคัดกรองโรคและรอฉีดวัคซีนให้กลุ่มนี้รวมทั้งเฝ้าระวัง11กลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้หารือกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา แล้ว กรณีคนพังงาที่ต้องเข้าออกภูเก็ตเป็นประจำ ขอให้เร่งฉีดวัคซีนให้กลุ่มนี้ก่อนจะได้ไม่มีปัญหาตอนเข้าด่านตรวจท่าฉัตรไชย &amp;nbsp; เนื่องจากจังหวัดภูเก็ต ต้องการสกัดกั้นโรคโควิด-19 ที่อาจเข้ามาจากคนภายนอก ส่วนคนภายในจังหวัด คนที่ยังไม่ได้ฉีดขอให้ลงทะเบียนเข้ามา จะเร่งฉีดให้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน ยิมเนเซี่ยม 4พันที่นั่ง สะพานหิน ซึ่ง วัคซีนมีเพียงพอทุกกลุ่ม &amp;nbsp;การนำวัคซีนมาฉีดรอบนี้ เป็นรอบเก็บตก ให้กับคนภูเก็ต เพื่อให้ได้รับวัคซีนทั่วถึงให้มากที่สุดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่กันต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108918</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต, วัคซีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e53d87a9d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.วชิระภูเก็ตยันเร่งฉีดวัคซีนให้ทัน30มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 &amp;ndash; นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตกล่าวว่า &amp;nbsp;การฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุ ที่ลงทะเบียนไว้จำนวน &amp;nbsp;25,000คน &amp;nbsp;ดำเนินการฉีดวันสุดท้ายในวันนี้ &amp;nbsp;และหลังจากนี้จะได้รับจัดสรรวัคซีนซิโนแวคจำนวน &amp;nbsp;70,000 โดส เริ่มฉีดพรุ่งนี้ 10 มิ.ย.64 &amp;nbsp; โดยกระทรวงสาธารณสุขได้อนุญาตให้คนที่อายุ 60 ปีขึ้นไปแล้วฉีดได้ &amp;nbsp; หรือฉีดให้กลุ่มอื่นได้ด้วย ในระหว่างวันที่ 10-16 มิ.ย.นี้ เพื่อเข็ม 2 ได้ทันภายใน 30 มิถุนายน นี้
โดยวัคซีนที่ขอไป เราขอแอสตร้าเซนเนก้าไป &amp;nbsp;150,000 โดส ได้มา 24,100 โดส และมีการจัดสรรซิโนแวคให้ก่อน 70,000 โดส ช่วงนี้จะฉีดเข็ม 1 กับเข็ม 2 ฉีดซิโนแวคไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นในวันที่ 26-30 มิ.ย.จะฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เน้นประชากรคนไทยในทะเบียนราษฏร์ ประชากรแฝง และจะฉีดให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในภูเก็ตได้ไม่เกินต้นเดือนกรกฎาคมจะได้รับวัคซีนครบในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนที่ลงทะเบียนแล้ว ในเว็บไซต์ www.ภูเก็ตต้องชนะ.com ตอนนี้วัคซีนชิโนแวคเข้ามา 70,000 หมื่นโดส สามารถเลือกสลอตได้ระหว่างวันที่ 10-16 มิ.ย.นี้ ส่วนรอบผู้สูงอายุ ที่หลุดไปช่วง 7-9 มิ.ย.เข้าไปเลือกวัน เวลา สถานที่ฉีดเลือกวัคซีนได้ว่าจะฉีดซิโนแวคหรือวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แต่ต้องรอวันที่ 26 มิ.ย.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉลิมพงษ์กล่าวต่อไปว่า หลังวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ ภูเก็ต ได้รับความความไว้วางใจจากประเทศไทย และจากนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่ปลอดภัยเข้ามาท่องเที่ยว &amp;nbsp;อยากให้มองว่าหลังปลายเดือน มิ.ย.นี้เราเป็นเกาะที่สะอาด ปลอดเชื้อ ปลอดภัย คนในภูเก็ตมีภูมิต้านทาน ภาวะการติดเชื้อลดลงมาก กับการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม มากกว่าจังหวัดอื่นๆ &amp;nbsp;ขณะนี้ &amp;nbsp;ภูเก็ต ฉีดวัคซีนได้ เกิน53% ของประชากรภายในเกาะ &amp;nbsp;การเข้าออกชัดเจนบริหารจัดการง่าย เช่นกับสิงคโปร์ มีการตรวจชัดเจน และต้องตรวจคัดกรองคนเข้ามาทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ประชากรแฝงที่กลับเข้ามาในระบบ จะต้องมีมาตรการให้คนที่กลับมา ต้อง ได้รับวัคซีนมาแล้วจึงกลับเข้าไปทำงานได้ &amp;nbsp;ถ้าไม่ได้รับวัคซีนมาต้องกักตัว 14 วัน &amp;nbsp;มีวัคซีนให้จึงจะเข้าไปทำงานได้ เพื่อไม่ให้เอาเชื้อเข้ามาแพร่กระจายได้ &amp;quot; นพ.เฉลิมพงษ์กล่าวและว่า ขอให้มั่นใจมาตรการต่างๆ เราทำเต็มที่ ถ้ามีนักท่องเที่ยวมากขึ้น อาจรวมตัวกันได้บ้าง &amp;nbsp;คาดว่า ควบคุมสถานการณ์ได้ มีโรงพยาบาลเพียงพอ และคนที่ติดเชื้อถ้าอาการไม่รุนแรง สามารถเดินควบคู่กับเศรษฐกิจ ที่จะดีขึ้น ขอให้มั่นใจกับนโยบายจังหวัดภูเก็ตที่รัดกุม เพื่อเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105770</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต, ภูเก็ต, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c056fa99870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลาวาฬ&#039;อาการดีขึ้น! รู้สึกตัวแล้ว ไม่พบเลือดคั่งในสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่ จ.ภูเก็ต นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เปิดเผยถึงอาการของนายวรสิทธิ อิสสระ หรือ ปลาวาฬ กรรมการผู้จัดการโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งประสบอุบัติเหตุขับรถชนเสาไฟฟ้าข้างทางบริเวณโรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ช่วงค่ำวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการดีขึ้น พอรู้สึกตัวแล้ว แพทย์ได้ทำซีทีสแกนสมองแล้ว ไม่พบเลือดคั่งในสมอง ถ้าไม่มีอาการข้างเคียงสามารถออกจากห้องไอซียูได้&amp;nbsp; โดยทีมแพทย์ให้การดูแลรักษาดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96080</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ปลาวาฬ, ผอ.วชิระภูเก็ต, ภูเก็ต, เจ้าของศรีพันวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ec2abdf3d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแน่!ภูเก็ตเตรียมชงโครงการเมดิคอลพลาซ่าวงเงินเฉียด3พันล้านเข้าครม.สัญจร 3 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 &amp;ndash; นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า โครงการยกระดับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก(Project to turn Phuket Medical Tourism in to a World Class Medical and Wellness Tourist Destination ) &amp;nbsp;วงเงินงบประมาณ 2,967ล้านบาท &amp;nbsp;ภายในโครงการประกอบด้วย 1.ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขรดับนานาชาติครบวงจร 2.ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ &amp;nbsp;3.ศูนย์ใจรักษ์ 4.ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร .ศูนย์บำราศนราดูร เขตภาคใต้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมตรวจวินิจฉัยโรคและฟื้นฟูโรคติดต่อทีเป็นปัญหาสำคัญ 6.ศูนย์เวชศาสตร์เขตร้อน ศูนย์เฉพาะทางในด้านการรักษาโรคเขตร้อน และ 7.ศูนย์รังสีรักษาเขตอันดามัน ศูนย์เฉพาะทางในการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่จึงมีระยะเวลาดำเนินการ 2 เฟส เฟสที่ 1.งบประมาณ 1,295,941,100 บาท เฟส 2.งบประมาณ 1,671,100,000 บาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเห็นชอบเพื่อให้ภูเก็ตนำร่องและขยายไปสู่ที่อื่น &amp;nbsp;ซึ่งการใช้พื้นที่ในที่ดินราชพัสดุตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง เนื้อที่ 141-2-64ไร่ เป็นพื้นที่สวยงามติดชายทะเลชายหาดไม้ขาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเรื่องที่ดิน เมื่อวันที่ &amp;nbsp;8 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;ผมพร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอธิบดีกรมธนารักษ์เพื่อหารือเรื่องที่ดินของโครงการฯ &amp;nbsp;สรุปว่า กรมธนารักษ์ยินดีมอบที่ดินดังกล่าวให้จังหวัดภูเก็ต โดยจะมอบผ่านกระทรวงสาธารณสุขเพราะใช้งบประมาณกระทรวงสาธารณสุขก่อสร้างจะมีการมอบที่ดินอย่างเป็นทางการทำการมอบที่กรุงเทพฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วเกิดขึ้นแน่นอน โดยจะเสนอขอในการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 3 พ.ย.2563 ถ้า ครม.เห็นชอบอนุมัติคงเดินหน้าต่ออีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งโครงการนี้จะสร้างความยั่งยืนการท่องเที่ยวของภูเก็ตเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีมูลค่าสูง เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวและอยากมาดูแลสุขภาพจะเป็นการเปลี่ยนโลกทัศน์ของภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉลิมพงษ์ระบุว่า ต่อไปนี้ภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของไทยที่มาทั้งสุขภาพและสาธารณสุขเข้ามาผ่าตัด ทำศัลยกรรมตกแต่ง &amp;nbsp;รักษาโรคหัวใจ โรคมะเร็งต่างๆ มีครบวงจร รวมทั้ง สปาแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก จะมีการจ้างงานคนมากขึ้นหลายพันคนเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของภูเก็ตในการเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต, โครงการยกระดับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f866908b3a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตกับ &#039;ศูนย์สุขภาพโลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลกู้เงินมา ๑ ล้านล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมาย เพื่อ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ปราบโควิด, แจกจ่ายชาวบ้าน, สร้างงาน, กระตุ้น-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ แบบเฉพาะหน้าและแบบยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น ส.ส.และหน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการ ขอใช้งบในส่วนนั้นๆ ไปทำให้เกิดผล ผมก็ปลื้มใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูแล้ว จำนวนเงินที่ขอกันมา มากกว่างบ ๒-๓ เท่าตัว มองมุมลบ ก็นินทาว่า &amp;quot;รุมทึ้งงบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้ามองมุมบวก เป็นบุญแผ่นดินยิ่งนัก ที่มีล้านคิด-หลากไอเดีย ไหลบรรเจิดผ่านโครงการ ทั้งหมด-ทั้งมวลเป้าหมายพัฒนาชาติ-ค้ำชูประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศและประชาชน อนาคตอยู่ในแผนคิดของคนระดับปัญญาชาติหลากหลายเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องบอกว่า น่าปลื้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลยุคนี้ บริหารประเทศแบบมียุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเป็นช่วงๆ วงรอบ ๒๐ ปี เป็นเข็มชี้ทิศอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ผมว่าคุณทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาฯ &amp;quot;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;quot; ต้องชอบใจแน่ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผม ผมก็ชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มีคนมากมายช่วยคิดในทางพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประเทศ หลากหลายดี อันไหนใช่ อันไหนตรง และโปร่งใส มีประชาชนเป็นผลได้ที่ตอบโจทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะ &amp;quot;อนุมัติ&amp;quot; ผ่านโครงการให้เลย!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็มีอยู่ ๑ โครงการ ขอเสนอในนาม &amp;quot;ประชาชนเพื่อชาติ&amp;quot; ในวาระร่วมกันฟันฝ่าจนชนะโควิด ในจำนวน ๑๘๔ ประเทศ ไทยฟื้นคืนแข็งแกร่ง อันดับ ๒ ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่กล่าวขาน-ยกย่องจากนานาชาติ ว่าการแพทย์-การสาธารณสุขไทย เป็นเยี่ยม คนไทยสามัคคีรวมใจสู้ เป็นเลิศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอเสนอโครงการ ในงบราวๆ ๒-๓ พันล้าน ผ่านสภาพัฒน์ไปยังท่านนายกฯ ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับรอง &amp;quot;ตอบโจทย์ประเทศ&amp;quot; ด้านท่องเที่ยวแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสำเร็จ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ ด้วยค่าในตัวมันเอง จะประกาศ &amp;quot;มาตรฐานไทย-มาตรฐานโลก&amp;quot; ให้ทั้งโลกรับรู้ด้วยยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ โครงการ &amp;quot;พัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยและมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว&amp;quot; ที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ข้างสถานีตำรวจท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง ประมาณ ๑๔๐ ไร่ ห่างสนามบินภูเก็ตราวๆ ๑๖-๑๗ กิโล เป็นที่สร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นชื่อโครงการ อาจหลับตาไม่เห็นภาพ ก็จะบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ เป็นศูนย์ทางการแพทย์นานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อ &amp;quot;ชีวิต&amp;quot; ยั่งยืนแบบ &amp;quot;มีชีวา&amp;quot; ครบวงจรทางด้านสุขภาพและอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนี่แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบโจทย์ Medical Hub ด้านท่องเที่ยว-พักผ่อน เชิงสุขภาพ Longevity ระดับ World Class ของจริง!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นจินตนาการ พูดกันมายาวนาน แต่ไม่เคยเป็นรูป-เป็นร่างให้จับต้องได้ซักที ครั้งนี้แหละ ฝันเป็นจริงกันละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หวังรัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์ ผู้ใช้เวลาแค่ ๖ ปี ผลักดันโครงการเก่า-ใหม่ พลิกโฉมหน้าประเทศไทย จนจำภาพเดิมแทบไม่ได้ นี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยเจียดซัก ๒-๓ พันล้าน สร้าง Medical Hub ที่ภูเก็ต เอาทีเดียวให้ครบ-จบตามเป้าหมาย อีกซักผลงานเถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน Medical Hub แยกเป็นส่วนๆ ประมาณนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-สถาบันบําราศนราดูร เขตภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์เวชศาสตร์โรคเขตร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์ใจรักษ์ (ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์รังสีรักษา เขตอันดามัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...ถ้าทั้งหมดนี้เกิด ที่นายกฯ เคยแถลง ไทยเราจะเปิดท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ด้านการฟื้นฟูสุขภาพ สมดุลทางธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ ตรงภูเก็ตนี่แหละ ที่เดียวจบ-ครบวงจร ท่องเที่ยวคุณภาพ ด้วย Value ไม่ใช่ Price ทั้งด้าน ใจ-กาย-สภาพแวดล้อม คือจักรวาล เสริมการแพทย์ เข้าสู่ภาวะสมดุลแห่ง Vitality
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่เราทุกคนยืดอกตอนนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยการแพทย์-การสาธารณสุขไทย ทั่วโลกยกนิ้วให้ หมอ-พยาบาล มาตรฐานไทย-มาตรฐานโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีโควิด-๑๙ เป็นตรารับประกันคุณภาพ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทุกคนก็บอก ตรงนี้เป็น &amp;quot;จุดขาย-จุดแข็ง&amp;quot; ด้านท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพของไทย ที่จะดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ ระดับเศรษฐี ระดับมันสมอง เงินเขาหาได้ แต่สุขภาพเปี่ยม Vitality เขาหาที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่เดียว คือที่เมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง &amp;quot;หมอเหรียญทอง&amp;quot; เคยเสนอไอเดีย จัดโปรแกรมให้คนมีเงินในต่างประเทศ หลบโควิดเข้ามาพักผ่อน และตรวจรักษาในเมืองไทย ก็จากนิยามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเคยได้ยิน &amp;quot;คุณธนินท์ เจียรวนนท์&amp;quot; เสี่ย CP เสนอไอเดีย หมอเราเยี่ยม สามารถใช้ดึงคนมีเงินให้เข้ามาพักผ่อน มาฟื้นฟูสุขภาพได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ Medical Hub ที่ภูเก็ตนี่แหละ ตรงโจทย์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คุณธนินท์เสนอและผมเห็นด้วย ประเทศกำลังพัฒนาสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ทรัพยากรบุคคลที่ใช้ตอบโจทย์ตรงนี้ ของเราถึงมี แต่ไม่พอ ถึงสร้างก็ไม่ทันใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น BOI ต้องปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องโจทย์ประเทศ เปิดโอกาสให้ นักลงทุน คนมีเงินระดับหมื่นล้าน คนมีวิชาความรู้แขนงต่างๆ ให้เขาเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ ซิติเซน คือความเป็นพลเมืองไทยกับเขาได้อยู่ถาวร ไม่ต้องกลัวจะแย่งอาชีพ ตรงข้าม เขาจะมาเสริมในจุดที่เราขาดด้วยซ้ำ ทั้งโลกก็ทำแบบนี้ แม้ในสหรัฐฯ เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาชีพสงวนคนไทย ตัดผม แซะขนมครก ขายของหน้าร้าน ทุกวันนี้ คนไทยยักไหล่ เบ้ปาก ไปซิ่งมอ&amp;#39;ไซค์ ไปอัพยา แปลงเพศ รับจ้างโพสต์เฟกนิวส์ และปั่นแฮชแท็ก ไฮคลาสกว่าเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เชื่อก็ไปสำรวจ ทุกวันนี้ ๓๙ อาชีพสงวน กลายเป็นสงวนให้ เขมร-พม่า-ลาว แทบหมดแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจสงสัยกัน ว่าโครงการนี้ ของใครกันแน่ ลำพังผม ไม่น่ามีน้ำยาขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงครับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ คนที่สมัครสมานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผลักดันให้เกิด ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.รพ.วชิระ ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นพ.ธนิศ เสริมแก้ว สาธารณสุขภูเก็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ประชาชนชาวภูเก็ต ปณิธานผนึกใจร่วมอธิษฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร&amp;quot; และ &amp;quot;ศาลหลักเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอสิ่งนี้ จงบังเกิด เป็นแหล่งสร้างงาน สร้างเงิน สร้างอนาคต สร้างเกียรติยศเพิ่มพูนให้ภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวสวยงามติด ๑ ใน ๑๐ ของโลกแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตนี่ ประชากรไม่มาก แต่ปีนึงๆ สร้างรายได้เข้าประเทศเฉียด ๕ แสนล้าน ตอนโควิดนี่ คนภูเก็ตปรับทุกข์ผ่านเมลผม ว่าลำบากแสนสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขั้นจั่วหัวตัวโตๆ แบบกลัวผมไม่อ่านว่า &amp;quot;คุณอาช่วยเหลือจังหวัดภูเก็ตด้วยครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนใจ-จนปัญญา อันตัวเราก็เท่านี้ จะช่วยราชสีห์ได้อย่างไร เมื่อเห็นโครงการบนความร่วมใจ ผู้ว่าฯ และ ผอ.รพ.วชิระ เป็นหัวเรี่ยว-หัวแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงไม่รีรอ ช่วยดันต่อ ไปถึงท่านอนุพงษ์ รัฐมนตรีมหาดไทย, ท่านอุตตม รัฐมนตรีคลัง, ท่านอนุทิน รัฐมนตรีสาธารณสุข, ท่านพิพัฒน์ รัฐมนตรีท่องเที่ยว, ท่านเดชาภิวัฒน์ ผอ.สำนักงบประมาณ, ท่านทศพล เลขาฯ สภาพัฒน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และท่านนายกฯ ประยุทธ์ ผู้เป็นที่พึ่งประเสริฐ ช่วยให้ Medical Hub ระดับ World Class นี้ได้เกิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบโจทย์อนาคตประเทศ ด้านท่องเที่ยวคุณภาพทางสุขภาพนานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การันตี ด้วยเครดิต &amp;quot;มาตรฐานแพทย์ไทย&amp;quot; ที่โลกยอมรับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นอาคารหลัก ตะคุ่มกลมกลืนแมกไม้แนบทรายชายทะเลอันดามัน มองไกลๆ เป็น &amp;quot;เต่ามะเฟือง&amp;quot; ตัวใหญ่กำลังวางไข่อย่างไร-ก็อย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชม &amp;quot;ทีมภูเก็ต&amp;quot; เขา ว่าวิสัยทัศน์ไกลแล้ว รสนิยมทางสถาปัตย์ ยังถึงซะอีก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Medical Hub การแพทย์เพื่อสุขภาพนานาชาติ &amp;quot;ระดับ World Class&amp;quot; ที่ภูเก็ตตามที่คุยกันมานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อยากเจาะจงเป็นความสำเร็จของใคร เพราะถ้าเกิด มันเกิดบนฐาน ๓ ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชน, แพทย์-สาธารณสุขไทย, รัฐบาล-รัฐสภา&amp;quot; ร่วมแรง-ร่วมใจ เป็นหนึ่งเดียว ในสถานการณ์ ไทยชนะโควิด-๑๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น &amp;quot;เต่ามะเฟืองมรกต&amp;quot; ตัวนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องถือเป็น &amp;quot;หอเกียรติยศ&amp;quot; ยั่งยืนแห่งนามไทย ณ ครั้งสถานการณ์ &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; set zero โลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ &amp;quot;ชนะ&amp;quot; เป็นของไทย &amp;quot;อีกครั้ง&amp;quot;!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพร ศิริสัมพันธ์, นพ.ธนิศ เสริมแก้ว, นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์&#039;กะรน-ราไวย์&#039; กักตัวไทยมุสลิมจากอินโด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตล็อกดาวน์เพิ่ม &amp;quot;กะรน-ราไวย์&amp;quot; เผยนักท่องเที่ยวฮังการีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุติดโควิด ทำบุคลากรการแพทย์เสี่ยง 112 คน ปัตตานีไล่บี้คุมเข้มระดับชุมชน ฮึ่มพื้นที่ไหนเกียร์ว่างปลดผญบ.ทันที ขอนแก่นเปิดปฏิบัติการหมู่บ้านสีขาว เช็กยิบทุกหลังให้ปลอดเชื้อ 100% คัดกรองเข้มชาวไทยมุสลิม 76 คนกลับจากอินโดฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-5 เม.ย.2563 มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 123 ราย (รายใหม่ 4 ราย) โดยผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 29 ราย กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 94 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 1 ราย ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สำหรับผู้ป่วยที่พบเพิ่มวันนี้ 3 ใน 4 ราย เป็นกลุ่มผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า ซึ่งทีมสอบสวนโรคได้สอบสวนและนำมากักตัวพร้อมทั้งตรวจหาเชื้อ โดยที่บางคนยังไม่แสดงอาการ ส่วนผู้ป่วยยืนยันอีก 1 ราย มีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิงบริเวณซอยบางลา จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าโรคโควิด-19 นี้สามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ทำงานใกล้ชิดกัน มีการพูดคุย สัมผัส หรือใช้สิ่งของร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต วันที่ 5 เม.ย.2563 รวม 2 คำสั่ง ประกอบด้วย คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 1825/2563 และ 1826/2563 เรื่องปิดสถานที่และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พื้นที่ตำบลกะรน และพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของคำสั่งทั้งสองฉบับเช่นเดียวกับคำสั่งปิดพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ไปเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยห้ามประชาชนเข้าไปหรือออกจาก 2 พื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับกำหนดจุดตรวจคัดกรอง ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับอำเภอและเทศบาลตำบลจัดบุคลากรเข้าตรวจวัดไข้ประชาชนในพื้นที่ทุกคน หากพบผู้ใดมีอาการเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคโควิด-19 จะต้องถูกส่งไปกักกันสถานที่ที่จังหวัดกำหนด รวมทั้งขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่มิให้ออกนอกเคหสถานของตนเอง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2563 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ภูเก็ตยังลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ฉบับที่ 1827/กำหนดโรงแรมที่ใช้รองรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งปิดโรงแรมไปทั้งหมด ดังนี้ พื้นที่อำเภอเมืองฯ ได้แก่ โรงแรมดารา โรงแรมเดอะโทรน แอดเกาะสิเหร่ &amp;nbsp;โรงแรมเดอะไทด์ บีชฟร้อน สิเหร่ภูเก็ต, พื้นที่อำเภอกะทู้ ได้แก่ โรงแรมป่าตองเบย์ ฮิลล์, พื้นที่อำเภอถลาง &amp;nbsp;ได้แก่ โรงแรมในยาง บีช โฮเทล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ให้ข้อมูลผู้เสียชีวิตชาวฮังการีต่อที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อว่า นักท่องเที่ยวรายนี้ประสบอุบัติเหตุทางถนนแล้วถูกส่งตัวมารักษาที่ รพ.ฉลอง มื่อวันที่ 25 มี.ค.63 ก่อนส่งต่อไป รพ.วชิระภูเก็ต ต่อมาแพทย์เอกซเรย์พบกระดูกบริเวณต้นคอท่อนที่ 6 หัก เส้นประสาทไขสันหลังที่ต้นคอฉีกขาด ได้รับการผ่าตัดในทันที หลังผ่าตัดผู้ป่วยรู้สึกตัวพูดคุยดี ต่อมาวันที่ 29 เม.ย.63 เพื่อนผู้ป่วยจากพื้นที่บางลา ป่าตอง มาเยี่ยม เมื่อซักประวัติทราบว่าผู้ป่วยไปเที่ยวในพื้นที่ซอยบางลา ป่าตอง อยู่ 2 สัปดาห์ และได้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย จึงได้เจาะตรวจหาเชื้อโควิด-19 ปรากฏว่าผลออกมาเป็นบวก และเสียชีวิตวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวฮังการีเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจ เพราะไม่ได้แจ้งประวัติความเสี่ยงของโควิด-19 ตั้งแต่แรก ทำให้บุคลากรทางการแพทยที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าไปสัมผัสตัว จำนวน 112 คน ทำให้ต้องกักตัว 14 วัน ซึ่งผลการตรวจทางการแพทย์พบว่า 94 คนผลเป็นลบ รอผลการตรวจอีก 18 คน จึงขอใหัประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่าได้ปิดบังข้อมูล ดังเช่นกรณีรายนี้ ทำให้เสียกำลังบุคลากรทางการแพทย์เป็น 100 คน&amp;quot; นพ.เฉลิมพงษ์ระบุ
ขู่ปลด ผญบ.เซ่นโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ปัตตานี โดยเห็นชอบในการจัดตั้ง local quarantine ระดับจังหวัด เพื่อรองรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคทั้งผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ โดยจัดสถานที่ไว้ 3 แห่ง คือ 1.อาคารอเนกประสงค์ และโรงยิมสถานกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี 2.นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ และ 3.หอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ณ ศูนย์ประสานบริหารเขตอุตสาหกรรม ต.บานา รองรับผู้ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศรเปิดเผยว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อมี 18 คนที่มาจากการชุมนุมทางศาสนา จากการสอบสวนผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ พบว่าเป็นผู้ติดเชื้อที่ไปร่วมละหมาดที่มัสยิด และผู้ติดเชื้อที่เข้าไปนั่งร้านน้ำชาร่วมกับประชาชน ซึ่งเมื่อผู้ที่ติดเชื้อกลับบ้านจะมาติดต่อคนในครอบครัวและได้กระจายติดต่อไปเรื่อยมา ดังนั้นจะเพิ่มมาตรการคัดกรองให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ต้องการให้ทุกตำบลทั้ง 12 อำเภอมีสถานที่กักกัน 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วันนี้ถ้าตำบลในอำเภอใดไม่ดำเนินการป้องกัน ปล่อยให้ยังคงใช้ชีวิตปกติไม่ระวังป้องกัน ผมจะปิดพื้นที่จุดนั้นทันที และมีมาตรการลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบ และหลายมัสยิดยังคงทำการละหมาดปกติ ถ้ายังไม่งดตามคำสั่งจุฬาราชมนตรี จะปลดผู้ใหญ่บ้านทันที เราเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ควรละเลยปัญหา ถึงแม้ว่าบางพื้นที่จะมีการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเรื่องใดก็ตาม โดยเอาปัญหาโรคติดต่อเป็นประเด็น ผมรู้เรื่องทั้งหมด และอย่าให้มีหลักฐาน เพราะจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดทันที&amp;quot; ผู้ว่าฯ ปัตตานีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายอยู่อำเภอทุ่งยางแดง ติดเชื้อจากกลุ่มเผยแพร่ศาสนา ทำให้ยอดสะสมรวม 47 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา เริ่มใช้มาตรการปิดจังหวัด ห้ามบุคคลใดเดินทางข้ามเขตพื้นที่ จ.สงขลาทางบกและทางน้ำเป็นวันแรก โดยมีการเพิ่มจุดตรวจทุกเส้นทางที่เป็นเส้นทางสายหลักเข้า-ออก จ.สงขลาทุกเส้นทางห้ามไม่ให้รถที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด ทั้งถนนสายเอเชียที่เชื่อมต่อกับ จ.พัทลุง ถนนเพชรเกษมที่เชื่อมต่อกับ จ.สตูล ถนนสงขลา-ระโดนที่เชื่อมต่อกับ จ.นครศรีธรรมราช รวมถึงถนนสายเอเชียที่เชื่อมต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ด่านถาวรควนมีด อ.จะนะ ซึ่งเป็นด่านศูนย์กลางที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับทุกจังหวัด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเข้มการเข้า-ออกและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ขับขี่อย่างเข้มข้น สำหรับยอดผู้ป่วยโควิด-19 ของ จ.สงขลา ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 18 ราย จากยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 37 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของเส้นทางรถไฟสายใต้หาดใหญ่-กรุงเทพฯ ได้หยุดให้บริการทุกขบวนแล้วตั้งแต่วันนี้ และหยุดยาวไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ทั้งสองแห่ง รถโดยสารทุกประเภททั้งรถตู้รถบัสที่วิ่งในเส้นทาง 14 จังหวัดภาคใต้ก็หยุดให้บริการแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เมื่อเวลา 16.45 น. ชาวไทยมุสลิมที่ไปร่วมกิจกรรมศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซียจำนวน 76 คน พร้อมลูกเรือ 35 คน เดินทางโดยสายการบินไทยไลออนส์แอร์มาถึงไทยแล้ว โดยมีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามารอรับ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่ามกลางมาตรการการคัดกรองอย่างเข้มงวดตั้งแต่เครื่องลงจอด เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปบนเครื่องบินโดยการสวมชุดป้องกันเชื้ออย่างแน่นหนา และมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ก่อนเดินลงจากเครื่องตามกลุ่มจังหวัดที่มีการแยกมาแล้ว หลังจากนั้นขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ไปยังอาคารอเนกประสงค์เพื่อตรวจคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมานั้น เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่ามีบุคคลใดมีอุณหภูมิสูงเกินมาตรฐาน หรือมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจากที่คัดกรองเรียบร้อยแล้วจะให้แต่ละหน่วยงานของจังหวัดตามภูมิลำเนาที่มารอรับอยู่นำตัวไปสถานที่กักกันของแต่ละจังหวัดดังนี้ จ.สงขลา จำนวน 20 คน คัดกรองและกักตัว ณ สนามกีฬาพรุค้างคาว ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่, จ.ยะลา 7 คน คัดกรองที่อาคารนิบง ศูนย์เยาวชนยะลา แล้วให้อำเภอรับตัวไปกักตัว ณ สถานที่ที่จัดไว้ของแต่ละอำเภอ, จ.ปัตตานี จำนวน 14 คน คัดกรองที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี แล้วให้อำเภอรับตัวไปกักตัว ณ สถานที่ที่จัดไว้ของแต่ละอำเภอ, จ.นราธิวาส จำนวน 7 คน คัดกรองและกักตัวที่โรงเรียนแสงธรรม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ, จ.สตูล จำนวน 26 คน คัดกรองและกักตัวที่ วิทยาลัยราชภัฏสงขลาวิทยาเขตสตูล อ.ละงู ส่วนชาวจังหวัดเชียงรายและกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาด้วยจังหวัดละ 1 คนนั้น เจ้าหน้าที่จะนำไปกักตัวรวมกับจังหวัดสงขลา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จ.ยะลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 54 คน ผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ส่วนกรณีผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซียนั้น นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า คาดว่าจะเดินทางมาถึงยังจังหวัดประมาณ 18.00 น. ปลัดจังหวัดยะลาจะเดินทางไปรับจากสนามบิน เพื่อมายังที่ศูนย์คัดกรอง ส่วนที่พักกักตัว 14 วัน จะอยู่ในศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน จะมีกำลังตำรวจ อส. ทหาร คอยดูแลอยู่ ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขดูแลในเรื่องสุขภาพ
เปิดปฏิบัติการหมู่บ้านสีขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งด่วนแจ้งไปยังนายอำเภอทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการมอบหมายให้ผู้นำชุมชน ในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาฯ ประสานการทำงานร่วมกันกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นพี่เลี้ยงตั้งด่านตรวจชุมชนระดับหมู่บ้าน เพื่อทำการตรวจคัดกรองการเข้าและออกหมู่บ้านอย่างเข้มงวดเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำหมู่บ้านจะต้องแสดงพลังการทำงานร่วมกันเป็นทีมทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่นฝ่ายสาธารณสุข เปิดปฎิบัติการหมู่บ้านสีขาว ด้วยการตั้งจุดตรวจทางเข้าและออกหมู่บ้านทุกจุด ตลอด 24 ชม. คัดกรองบุคคลที่จะผ่านเข้าและออกหมู่บ้าน และทำบัญชีลูกบ้านแยกรายละเอียดชัดเจนว่าบ้านหลังนี้อยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน บ้านหลังนี้เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง บ้านหลังนี้เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด &amp;nbsp;เมื่อมาตรการการตรวจคัดกรอง และการควบคุมโรคที่หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด และมีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานว่าเป็นหมู่บ้านที่ปลอดภัย 100 % จังหวัดก็จะประกาศธงขาวให้เป็นหมู่บ้านสีขาวปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทันที&amp;quot; นายสมศักดิ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทร์โณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้มีคำสั่งปิดโรงแรมททุกประเภท กรณีมีผู้เข้าพักอยู่ก่อนมีคำสั่ง ให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าพักต่อไปได้จนกว่าผู้เข้าพักจะแจ้งออกจากห้องพักจนหมด และให้ปิดทันทีโดยไม่ให้มีการรับผู้เข้าพักเพิ่มอีก &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อเชื้อไวรัสโควิด-19 มียอดรวมสะสม 16 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครพนม ได้จับกุมชาวไทย 1 ราย พร้อมแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 5 ราย &amp;nbsp;ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่เพื่อหาทางข้ามไปยังฝั่งประเทศลาว โดยนั่งโดยสารมากับรถตู้ผ่านมาบริเวณจุดตรวจคัดกรอง ถนนสกลนคร &amp;ndash; นครพนม เขต ต.นาทราย อ.เมือง ช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 5 เม.ย. ซึ่งถือเป็นช่วงเคอร์ฟิว จึงได้จับกุมดำเนินคดี ในข้อหาออกนอกเคหะสถานเวลา 22.00 น. &amp;ndash; 04.00 น. ส่งฟ้องศาลตามกฎหมาย ทั้งนี้ศาลจังหวัดนครพนม ได้พิจารณาตัดสินเป็นคดีแรก พิพากษาจำคุก 1 เดือน แต่ผู้ต้องหารับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน อีกทั้งผู้ต้องหาไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อน &amp;nbsp;เปลี่ยนโทษเป็นกักขัง 15 วัน ก่อนควบคุมตัวไปกักขังที่เรือนจำกลางนครพนม หลังพ้นโทษจะมีผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าด่านชายแดนถาวรช่องเม็ก ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกคำสั่งให้ปิดด่านชายแดนทุกช่องทางเป็นวันแรกนั้น พบว่ามีแรงงานสัญชาติลาว ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ตกค้างตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 5 เม.ย. ประมาณ 60 ราย ทั้งนี้นายสนอง มาลัยขวัญ นายอำเภอสิรินธร ให้สัมภาษณ์ว่า ทางลาวปิดประเทศด้วยเช่นกัน ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่หากทางการลาว ยินดีรับตัวประชาชนของเขา เราจะต้องผลักดันออกไป แต่หากทางการลาวไม่รับให้ข้ามชายแดนได้ จะส่งตัวกลับไปให้กับนายจ้าง โดยจะประสานกระสำนักงานแรงงานจังหวัดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการปราบโควิด ทั้ง 23 อำเภอ ได้จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือเคอร์ฟิวแล้ว จำนวน 11 ราย และจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ อีก 3 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b28f8ed22e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์บินด่วนลงภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บินภูเก็ตตามเหตุเรือล่ม-เยี่ยมผู้ประสบภัย ทัพเรือภาค 3 ปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ยังไม่พบเพิ่ม ทูตจีนบี้ไทยหาให้ครบทุกคน รัฐ-เอกชนร่วมดูแลญาติเหยื่อเต็มที่ พร้อมเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทน กรมเจ้าท่ายกเลิกใบอนุญาตเรือฟีนิกซ์-เซเรนาต้าแล้ว ตร.เดินหน้าดำเนินคดี สาวคนผิดเพิ่ม ยันประมาททั้ง 2 ลำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประภัยและผู้ค้นหาผู้สูญหายจากกรณีอุบัติเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต รวมทั้งติดตามการช่วยเหลือเยียวยา การอำนวยความสะดวกกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงจะติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต เวลา 16.00 น. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยเรือล่ม ซึ่งผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 41 ราย ค้นหา 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์กล่าวว่า การมอบศพคืนญาติต้องให้ข้อมูลสัมพันธ์กันกับญาติจริง หากต้องมีค่าใช้จ่ายทางรัฐบาลยินดีทำพิธีกรรมทางศาสนาให้หากญาติต้องการ โดยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ญาติที่เข้ามาติดต่อในการให้บริการรถรับ-ส่งโรงแรมที่พัก โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศฟรี ขณะนี้ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตจัดที่พักพร้อมอาหารให้ฟรี จำนวน 500 ห้อง เชื่อว่าจะมีญาติเข้ามาติดต่อจำนวนหลายร้อยคนขึ้นไป มีรถบริการเพียงพอ มีศพบางศพพร้อมส่งคืนได้ อยู่ระหว่างรอญาติมาติดต่อ ส่วนการค้นหาดำเนินการต่อไป การค้นหาสาเหตุอย่างเข้มงวด และการช่วยญาติตามความต้องการของญาติที่ติดต่อเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้สึกเสียใจ สะเทือนใจไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจ (จากนั้นได้ยืนพร้อมกันโค้งคำนับต่อการเกิดเหตุครั้งนี้) ตอนนี้จำนวนศพยังอยู่ที่ 41 ราย ส่วนศพที่เรือทับอยู่นั้นยังไม่นับ ถ้าเอาขึ้นมายังไม่นับ ขอให้เอาขึ้นมาก่อนจึงนับเพิ่มจำนวนศพได้ และเมื่อพลิกเรือ เอาศพออกมานั้น อาจมีอีกหลายรายเพิ่มขึ้นมาก็เป็นได้ หรืออาจไม่มี แต่ตอนนี้มี 1 รายที่ติดใต้ท้องเรือ&amp;quot; นายวีระศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุ มีการตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่ รพ.วชิระภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ติดต่อโทร.ถามข้อมูลทั่วไปได้ 0-7668-5394-5&amp;nbsp;
ยันดูแลเหตุเรือล่มเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และอีกหลายคนในคณะรัฐบาล ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ได้ขอให้ดูแลอย่างเต็มที่กับหน่วยงานต่างๆ ในการติดตามช่วยเหลือค้นหาและทางคดี ต้องไปให้สุดทาง ไม่ละเว้นใคร ให้ตรวจสอบเข้มงวดระวังเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากสิ่งใดขาดไปในการช่วยเหลือค้นหานั้น ทางการจีนยินดีสนับสนุนความร่วมมืออย่างเต็มที่ เป็นความร่วมมือเป็นพิเศษอย่างยิ่ง เป็นการเกิดอุบัติภัยทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดรองจากภัยสึนามิ ซึ่งเหตุการณ์นี้ถ้าร่วมกันคลี่คลายช่วยเหลือไปได้ด้วยดี จะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ในการสร้างความเชื่อมั่น เกิดความมั่นใจของทุกฝ่ายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรภัทรกล่าวว่า ความคืบหน้าศพยังไม่พบเพิ่มเติม แต่จะค้นหาต่อเนื่องทางพื้นผิวน้ำ ทางอากาศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดพังงา กระบี่ อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จึงไม่สามารถคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในการค้นหาตามที่สื่อมวลชนจีนถามถึงค่าใช้จ่ายในการค้นหาได้ ทุกอย่างฟรีหมด ไม่คิดมูลค่า ทุกคนมาด้วยใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า ทำการลาดตระเวนค้นหาในทะเลต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ร่วมกับเรือตำรวจน้ำและเรือประมง ดำเนินการค้นหาขยายพื้นที่ทางอากาศ ค้นหาศพที่คาดว่าเริ่มลอยขึ้นผิวน้ำ และได้จัดหน่วยค้นหาทางบก เดินลาดตระเวนทางเท้าบริเวณชายหาดที่คาดว่าอาจลอยขึ้นมาติด แต่ยังไม่พบ เราทำต่อเนื่องเพื่อต้องการค้นพบให้ได้ทั้งหมด ส่วนศพที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือ ตั้งใจนำออกมา แต่เครื่องมือไม่พร้อมในการเป่าให้ทรายเป็นร่องเพื่อดึงศพออกมา ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีคลื่นแรงกระแสน้ำลึก 45 เมตร จึงเริ่มดำเนินการใหม่ในวันที่ 9 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สรศักดิ์กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นมี 2 คดี คือ เรือเซเรนาต้า คดีอาญาที่ 1104/2561 ได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับนายเมธา หลิมสกุล อายุ 56 ปี กัปตันเรือเซเรนาต้า และนายเผิง ค้าชิง อานุ 26 ปี ผู้จัดการบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด (สัญชาติไทย) จะไปร่วมสอบสวนและเร่งรัดคดีนี้อย่างใกล้ชิด แจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และคดีที่ 1105/2561 ดำเนินคดีกับนายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี กัปตันเรือฟีนิกซ์ เมื่อเหตุเกิดได้รวบรวมพยานหลักฐานเริ่มจากกัปตันเรือสอบสวนขยายผลไปเรื่อยๆ สาวถึงใครก็ดำเนินคดี ถ้าพบว่ามีความผิดร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้เรียกผู้ต้องหา 2 คดีมาสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มอีก ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยสืบสวนสอบสวนจากพยานจากผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ ได้สอบปากคำทุกปากที่เกี่ยวข้องกว่า 40 ปาก ยืนยันได้ว่าที่เขากระทำแจ้งข้อหาได้ว่าประมาทใน 2 คดีนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ศพนักท่องเที่ยวจำนวน 41 ราย แยกเป็นเด็กชาย 8 ราย เด็กหญิง 5 ราย ผู้ชาย 10 ราย ผู้หญิง 18 ราย ในจำนวน 41 รายได้ตรวจชันสูตรพลิกศพโดยแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ในการพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ ดีเอ็นเอ ตรวจฟัน ลายนิ้วมือ เสร็จแล้วทั้ง 41 รายแล้ว ส่วนพิสูจน์หลักฐานจากรูปถ่ายก่อนเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากญาติ ทำให้ระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใคร และมีภาพที่ส่งมาจากท่าเรือก่อนกลุ่มนักท่องเที่ยวลงเรือ จำนวน 33 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งข้อมูลจากตรวจคนเข้าเมือง ส่งภาพนักท่องเที่ยวจำนวน 97 รายมาพร้อมกัน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบมากขึ้น ในการเปรียบเทียบข้อมูลกับญาติกับข้อมูลศพ สามารถตรวจพิสูจน์ได้ตรงจำนวน 7 ราย และเร่งตรวจพิสูจน์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าวันที่ 9 ก.ค. คงได้ตัวเลขคืบหน้ามากกว่านี้ ส่วนศพตั้งไว้ที่วัดโฆษิตวิหาร มีตู้คอนเทนเนอร์และโลงเย็นบรรจุอย่างดีและสมเกียรติ จะมีการจัดพิธีให้อย่างดีที่สุด
ทูตจีนบี้หาให้พบทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทางการจีนให้ความสำคัญในการร่วมกันจัดการอุบัติเหตุ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญได้ให้ความร่วมมือไทย-จีน ดำเนินไปรอบด้านทุกอย่าง ตอนนี้ยังมีชาวจีนหายไป ยังหาไม่เจอ จะทำการค้นหาต่อไปจนกว่าจะเจอ ขอให้หน่วยงานของไทยและจีน ต้องพยายาม 100% ให้เต็มที่ในการค้นหาชาวจีนให้ครบทุกคน รวมทั้งเรื่องคดี ตำรวจรับแจ้งทำคดีแล้ว ทางผู้เชี่ยวชาญจีนส่งคนร่วมสอบสวนหาสาเหตุครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางการไทยแจ้งว่า มีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกที่สนามบินภูเก็ต ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มีล่ามแปลทุกจุด และมีตั้งศูนย์ข้อมูลที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยผู้นำของไทยและจีนติดตามเรื่องนี้ มีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เร่งด่วนรอบด้านทุกด้าน และขอให้ไทยรักษาศพชาวจีนอย่างเรียบร้อย รักษาในสิทธิมนุษยชนของชาวจีนทุกคน รวมทั้งญาติผู้ประสบเหตุได้เข้ามาติดต่อแล้วจำนวนกว่า 50 ครอบครัว ขอให้ดูแลอำนวยความสะดวกญาติผู้ประสบเหตุให้ดีที่สุดด้วย ขอย้ำอีกครั้งว่า การค้นหาต้องเร็วที่สุด และหวังว่าเรื่องไม่ดีจะเป็นเรื่องดีได้ ทางการไทยต้องมีความปลอดภัยให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือการท่องเที่ยวร่วมกัน เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต &amp;nbsp;นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;เปิดเผยว่า มีญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มาลงทะเบียนที่จุดบริการสนามบินนานาชาติภูเก็ตแล้ว 73 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พล.ร.ท.สมนึก &amp;nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ที่สรุปผลการประชุมให้ดำเนินการควบคู่กันไประหว่างการเก็บร่างผู้เสียชีวิตและการพลิกเรือ เก็บกู้เรือ ทั้งนี้ การพลิกเรือและกู้เรือ ให้กรมเจ้าท่าเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติกำหนดมาตรการในการค้นหาเพิ่มเติม โดยให้หมวดรักษาความสงบเรียบร้อยทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะภูเก็ต และเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะลันตาน้อย สำรวจพื้นที่ชายหาดและเกาะแก่งในพื้นที่รับผิดชอบทางเท้าเพื่อค้นหากรณีมีร่างผู้เสียชีวิตขึ้นตามชายหาดและเกาะต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ปรับพื้นที่การค้นหาไปทางตะวันออก บริเวณระหว่างเกาะยาว-เกาะพีพี ตามที่กรมอุทกศาสตร์ ( อศ.) กองทัพเรือได้ทำนาย และให้ทำการสำรวจภายในตัวเรืออีกครั้ง ให้แน่ใจว่าไม่มีร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในตัวเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มีการประสานงานแบบบูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, บริษัทสายการบิน, ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทภก., ศุลกากร, สถานกงสุลจีน, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรสาคู, สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (เอทีทีเอ), สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (พีทีเอ) และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุและการประสานญาติผู้เสียชีวิต ในการดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศูนย์ดังกล่าวฯ จัดตั้ง 3 บริเวณ ดังนี้ 1.ห้องโถงเช็กอินผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-2363 2.ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-2363 และ 3.ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 0-7635-1005 และสามารถส่งข้อมูลผ่าน E-mail: pornpawee.n@airportthai.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ยกเลิกใบอนุญาตทั้ง 2 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยกเลิกทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือฟีนิกซ์และเรือเซเรนาต้า รวมถึงยกเลิกใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถของผู้ควบคุมเรือทั้ง 2 ลำแล้ว หลังเกิดอับปางลงที่ จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้แทนภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดภูเก็ต สภาทนายความจังหวัดภูเก็ต และบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตได้แสดงเจตจำนงในการช่วยเหลือในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ การจัดที่พักให้ฟรีแก่ญาติผู้ประสบภัยจากต่างประเทศจนถึงวันเดินทางกลับ จัดรถรับ-ส่งแก่ญาติผู้ประสบภัยในระหว่างการเดินทาง &amp;nbsp;จัดทีมมัคคุเทศก์และอาสาสมัครล่ามภาษาจีนอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานจนเสร็จสิ้นกระบวนการและจัดทีมทนายความให้ความรู้ในสิทธิที่ผู้ประสบภัยและครอบครัวพึงจะได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ตลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยที่อยู่ในเรือทั้งสองลำได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยเรือฟีนิกซ์มีบริษัท T.C.BLUE DREAM จำกัด ได้มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ไว้กับ บมจ.กรุงเทพประกันภัย จำนวน 2 ฉบับ ในส่วนของเรือเซเรนาต้า ซึ่งมีบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จำนวน 1 ฉบับ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า บริษัทนำเที่ยว T.C. Blue Dream จำกัด ได้มีการทำประกันภัยมัคคุเทศก์ไว้กับบริษัทจำนวน 2 กรมธรรม์ มีจำนวนผู้เอาประกันภัยรวม 94 คน และบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จำนวน 1 กรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยรวม 33 คน โดยให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยกรณีเสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลรายละ 5 แสนบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการดูแลค่ารักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด ยืนยันพร้อมที่จะดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้อย่างเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13018</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, นายนรภัทร ปลอดทอง, นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, พนัส ธีรวณิชย์กุล, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สุทธิพล ทวีชัยการ, สุรชัย ชัยวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลู่ย์ เจี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422bd0b891c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
