<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.จัดวัคซีนฉีดนร.ล็อตแรก 2 ล้านโดส  กระจายไปทุกจังหวัด ส่วนเด็กผู้ขายฉีดเข็มเดียวหรือไม่รอข้อมูลวิชาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.จัดวัคซีนฉีดนร.ล็อตแรก 2 ล้านโดส &amp;nbsp;ครบจำนวนตามที่ศธ.ส่งมาภายในต.ค.ส่วนเด็กผู้ขายฉีดเข็มเดียวหรือไม่รอข้อมูลวิชาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;1 ต.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 และการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียน ว่า วันนี้มีผู้ป่วยรักษาหาย 12,473 ราย ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 11,754 ราย เสียชีวิต 123 ราย ภาพรวมทั้งประเทศการติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง ส่วนจังหวัดชายแดนใต้ยังเพิ่มขึ้น รวมถึงเรือนจำที่วันนี้มีรายงาน 501 ราย สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของวันที่ 30 กันยายนที่มีการรายงานเข้ามา 2.28 ล้านโดสนั้น เป็นการนำข้อมูลจากการระดมฉีดวัคซีนตั้งแต่วันมหิดล 24 กันยายน ซึ่งมีการฉีดเชิงรุกและฉีดในชุมชนรวม 1,700,523 โดส รวมกับการฉีดของวันที่ 30 กันยายน จำนวน588,205 โดส รวมเป็น 2,288,728 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เฉวตสรรกล่าวต่อว่า สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในนักเรียน ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งตัวเลขนักเรียนทั่วประเทศในฐานข้อมูลจำนวน 5,048,000 ราย โดยผู้ปกครองแสดงความจำนงให้บุตรหลานฉีดวัคซีน 3,618,000 กว่าราย คิดเป็นร้อยละ 71 สำหรับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก 2 ล้านโดส จะกระจายให้ทุกจังหวัด โดยสัดส่วนวัคซีนจะพิจารณาความพร้อมของแต่ละจังหวัดด้วย และจะส่งให้ครบภายในเดือนตุลาคมซึ่งจะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีก 8 ล้านโดส จะเริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 4 ตุลาคมนี้ตามความพร้อม และไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดของการฉีดวัคซีน เนื่องจากอาจมีผู้แสดงความจำนงขอฉีดเพิ่มก็จะดำเนินการฉีดให้ ไม่เสียสิทธิแต่อย่างใด สถานที่ฉีดสามารถฉีดได้ทั้งที่สถานศึกษาและโรงพยาบาล โดยขอให้บริหารจัดการคิวไม่ให้มีความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการติดตามเฝ้าระวังอาการและความปลอดภัยใช้ระบบเดียวกับผู้ใหญ่ โดยมีการเฝ้าระวังอาการแพ้รุนแรงช่วง 30 นาทีแรกหลังฉีด และมีการติดตามอาการต่อเนื่องอีก 30 วัน โดยกรณีข้อกังวลเรื่องภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น อัตราการเกิดต่ำมาก แต่ขอให้สังเกตอาการ คือ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อยง่าย ใจสั่น หมดสติ เป็นลม หรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบมารับการรักษา เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะอื่นได้ และข้อปฏิบัติภายใน 7 วันหลังฉีดวัคซีน ไม่แนะนำเรื่องออกกำลังกายหนักๆ เพราะจะทำให้หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้น และความรู้สึกเหนื่อยจากออกกำลัง อาจทำให้กังวลและไม่แน่ใจว่าเป็นผลจากวัคซีนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ยังฉีด 2 เข็ม ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ ส่วนข้อเสนอการฉีดวัคซีนในเด็กผู้ชายเพียงเข็มเดียว จะมีการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ หากมีการปรับเปลี่ยนจะดำเนินการให้ทันก่อนฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ส่วนกลุ่มเด็กประถมอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ยังไม่อยู่ในเกณฑ์การรับวัคซีน ข้อแนะนำคือใช้มาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หากดำเนินการได้ดีก็ยังสามารถทำกิจกรรมการเรียนการสอนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนนักเรียน, นพ.เฉวตศรร นามวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f007c4aa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวโน้มป่วยโควิดดับลดลงในรอบสัปดาห์ เทียบอัตราเสียชีวิต ไทยน้อยกว่าสหรัฐ 10 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล นพ.เฉวตศรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;14,176&amp;nbsp;ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ&amp;nbsp;13,654&amp;nbsp;ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp;11,940&amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,714&amp;nbsp;ราย และมาจากเรือนจำ&amp;nbsp;506&amp;nbsp;ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp;1,322,519&amp;nbsp;ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;16,769&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp;1,166,364&amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;142,644&amp;nbsp;ราย อาการหนัก&amp;nbsp;4,387&amp;nbsp;ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp;960&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ราย เป็นชาย&amp;nbsp;113&amp;nbsp;ราย หญิง&amp;nbsp;115&amp;nbsp;ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป&amp;nbsp;165&amp;nbsp;ราย มีโรคเรื้อรัง&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ที่ จ.ลพบุรี เป็นเด็กเล็ก อายุ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&amp;ndash; 2&amp;nbsp;ปี จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ที่ จ.สระบุรี และเสียชีวิตที่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ที่ กทม.พบเชื้อหลังเสียชีวิต โดยพบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ที่ กทม.&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp;13,511&amp;nbsp;ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่&amp;nbsp;222,737,866&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;4,599,534&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-7&amp;nbsp;ก.ย.ของประเทศไทยมีทิศทางลดลง เช่นเดียวกับแนวโน้มผู้เสียชีวิตที่มีทิศทางลดลดด้วยเช่นกัน และหากนำภาพรวมของประเทศไทยต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านประชากรเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาพบว่า อัตราป่วยของไทยน้อยกว่าสหรัฐฯ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เท่า อัตราเสียชีวิตน้อยกว่าสหรัฐฯถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116044</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.เฉวตศรร นามวาท, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138631853037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
