<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าพฤษภา35 อาทิตย์เทียบโหวตนายกฯ เพื่อไทยเล็งขยี้คุณสมบัติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดักทางรัฐบาลปริ่มน้ำไปไม่รอดเสี่ยงวิกฤติ ญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 ชี้โหวตเลือกนายกฯ หากเสียง ส.ส.ไม่ถึง 250 อาจขัด รธน. ขาดความชอบธรรม เตือนประธานรัฐสภานำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายอาจระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ยุขั้วที่ 3 เดินหน้าต่อ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ย้ำคุณสมบัติต้องห้าม &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot;-ส.ว.ผลัดกันเกาหลัง ผิด รธน. ฟันธงงานนี้ไม่หมู รองโฆษก พปชร.หยัน พท.ไปเตรียมตัวเป็นค้านดีกว่า &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; รอคำตอบพรรคร่วม คาดประกาศตั้งรัฐบาลได้เร็วๆ นี้ ซูเปอร์โพลระบุประชาชน 71% ประเมิน 6 เดือนข้างหน้ายังไร้ทางสว่าง แต่ 62% ยังให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เหมาะนั่งนายกฯ ต่อ สวนดุสิตโพลเผย ปชช.หน่ายจัดตั้งรัฐบาลอืดเหตุเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 ออกแถลงการณ์กรณีที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทย และจะเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ ไม่อยากเห็นการเมืองเข้าสู่ทางตันสังคมไทยต้องเผชิญหน้าบาดเจ็บล้มตายกันอีก จึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกครั้ง จึงขอเรียกร้องให้ 250 ส.ว. ตัดสินใจด้วยความอิสระคำนึงถึงทางออกของชาติบ้านเมืองมากกว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่หากโหวตเลือกนายกฯ ที่เป็นบุคคลนำประเทศไปสู่ความขัดแย้งจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ความจัดตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไม่สามารถนำพาประเทศชาติออกจากวังวนความขัดแย้งได้ จะเป็นรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทุกด้าน ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคที่ทบทวนหาแนวทางใหม่ หากเป็นรัฐบาลได้ไม่กี่เดือนแล้วสะดุดล้มลงก็จะถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นพรรคการเมืองที่ร่วมสร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.แม้บทเฉพาะกาลมาตรา 272 ระบุให้การโหวตเลือกนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง แต่ต้องยึดมาตรา 159 ที่ต้องใช้มติของสภาผู้แทนราษฎร และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ ซึ่งถือว่าเป็นบทบัญญัติหลัก หากฝ่าฝืนเจตนารมณ์ รธน.จะนำไปสู่การยื่นศาล รธน.ตีความและเกิดความวุ่นวายตามมาอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หากที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ โดยเสียง ส.ส.ไม่ถึง 250 เสียง จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประธานรัฐสภา จะกล้านำรายชื่อบุคคลที่มีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่ บุคคลที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯเสียงข้างน้อย จะกล้านำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณหรือ เพราะอาจเป็นกระทำที่กระทบและระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท อาจขัด รธน.ขาดความชอบธรรม และสร้างความชอบธรรมให้เกิดการชุมนุมต่อต้านนำไปสู่ความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ให้พรรคการเมืองขั้วที่ 3 ทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดก่อน ซึ่งมี ส.ส.กว่า 320 เสียง โดยประกาศร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 อย่างเป็นทางการที่มีเสียงข้างมากในสภา เท่ากับประกาศความชอบธรรมทางการเมืองที่ไม่มีใครปฏิเสธได้แล้วหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับเป็นนายกฯ เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะสนับสนุน ซึ่งจะทำให้ 250 ส.ว.ไม่กล้าฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนและจะลงคะแนนเสียงเพิ่มเติมให้จนถึง 376 เสียงในที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลช่วยชาติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเร่งปฏิรูปประเทศในเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนให้แล้วเสร็จก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; แถลงการณ์ ระบุ
ประเทศเสี่ยงวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์พัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ระบุว่า การเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะเป็นเครื่องชี้สำคัญว่าอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หาก ส.ส.ตัดสินใจเลือกนายกฯ โดยไม่ยึดหลักการประชาธิปไตยและหลักการที่ถูกต้องชอบธรรม ไม่สนใจต่อสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และ ส.ว.เลือกเพื่อตอบแทนบุญคุณและไม่ได้เลือกอย่างเป็นอิสระ มีความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้ไม่นานนัก และการเลือกหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกฯ อีก อาจทำให้เกิดการฟ้องร้องว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยทำรัฐประหารล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและฉีกรัฐธรรมนูญมาก่อน นอกจากนี้ ส.ว.อาจถูกฟ้องร้องว่ากระทำการขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จึงขอร้องให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านคิดถึงประเทศของเราและประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปรียบเทียบการตั้งนายกรัฐมนตรีปี 2535 และปี 2562 ว่า เมื่อปี 2535 ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเสียงข้างมากในสภา เสียงข้างมากชัดเจนได้เสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ แต่เนื่องจากการเสนอหัวหน้าพรรคเสียงข้างมากนั้นชัดเจน 195:165 ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ รสช. ซึ่งประชาชนได้ออกมาคัดค้านประท้วงไม่เห็นด้วย และได้มีการปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาชุมนุมโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธได้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าหากแต่งตั้งนายกฯ จากพรรคเสียงข้างมากที่สภาเสนอ ประชาชนก็ย่อมต้องออกมาประท้วงอีก และรัฐบาลซึ่งมีทหารสนับสนุนก็จะต้องปราบปรามกวาดล้างตามแนวทางของทหารอีกเช่นเดิม จะเกิดการนองเลือดและประชาชนล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าประธานสภาฯ ซึ่งสังกัดพรรคเสียงข้างมากอยู่แล้ว และได้รับทั้งคำร้องขอ คำสั่ง คำขู่และอามิสสินจ้างทั้งตำแหน่งและเงินทอง ให้เสนอชื่อตามที่พรรคเสียงข้างมากเสนอ แต่ไม่อาจเสนอชื่อนายกฯตามที่พรรคเสียงข้างมากเสนอได้ จำเป็นต้องหาคนกลางเพื่อเข้ามายุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินต่อไปสถานการณ์ในปี 2562 มีทั้งเหมือนและแตกต่างจากปี 2535 ส่วนที่เหมือนนั้น ในลักษณะที่มีการสืบทอดอำนาจของ คสช.มีอยู่ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเขียนรัฐธรรมนูญและกติกาการเลือกตั้งใหม่ก็แสดงชัดเจนว่าตั้งใจจะสืบทอดอำนาจตั้งแต่ต้น และไม่เป็นธรรมประชาชนจึงไม่ยอมรับอยู่แล้วในส่วนที่แตกต่างจากปี 2535 ประการสำคัญ คือพรรคต่างๆ ที่สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันกระจัดกระจายและมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนน้อยมาก ไม่เป็นปึกแผ่นเอกภาพ แม้จะรวมตัวได้มากที่สุด ก็ยังเป็นรัฐบาลเป็ดง่อยที่ไม่สามารถสร้างความมั่นคงในการบริหารประเทศนำรัฐนาวาไปสู่ความเป็นปึกแผ่น มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้ จึงใคร่ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ปี 2562 นี้หนักหน่วงยิ่งกว่าปี 2535 มากนัก&amp;quot; นายอาทิตย์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การเลือกนายกฯ ครั้งนี้มีความแตกต่างไปจากอดีต ครั้งนี้ให้รัฐสภาต้องเลือกนายกฯ จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอตอนเลือกตั้งก่อน บุคคลที่รัฐสภาจะพิจารณามีมติให้เป็นนายกฯ นั้น ต้องพิจารณาเสียก่อนว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกฯ ที่ผ่านมาปัญหาการดำรงตำแหน่งหัวหน้าคสช.ของ พล.อประยุทธ์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐต้องห้ามมิให้เสนอให้เป็นนายกฯ เป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นปัญหาที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจน เรื่องนี้รัฐสภาเมื่อมีอำนาจพิจารณาก็ต้องมีอำนาจชี้วินิจฉัย และการที่ ส.ว.ชุดปัจจุบัน ที่จะไปใช้สิทธิเลือกนายกฯ ปัญหาการสรรหาที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่หัวหน้า คสช.ซึ่งเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ โดยพรรคพลังประชารัฐ และเป็นผู้คัดเลือกส.ว.จากกรรมการสรรหาเสนอมา เป็นผู้ลงนามรับสนองฯ และแล้วในที่สุด ส.ว.ทั้งหลายจะเป็นผู้มาเลือกตนเองให้เป็นนายกฯ ตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ ทำนองผลัดกันเกาหลัง ชงเองกินเอง จึงมีปัญหาว่า ส.ว.ผู้โหวตได้กระทำการอันขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีสิทธิถูกร้องว่ากระทำผิดทั้งรัฐธรรมนูญและมาตรฐานทางจริยธรรม มีผลร้ายอย่างไรก็ไปเปิดรัฐธรรมนูญดูกันเองยังมีอีกหลายประเด็น จึงฟันธงว่าไม่หมู งานยาก อย่าคิดว่าเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจไว้ดีแล้ว อะไรที่มันผิดธรรมชาติ ดึงดันจะเอาแบบนี้ ที่สุดคืออวสาน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่จบแค่ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; นายชูศักดิ์กล่าว
พท.ดัน&amp;#39;หญิงหน่อย&amp;#39;ชิงนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7 พรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยซึ่งมี 246 เสียงประกาศย้ำจุดยืนอยู่เสมอว่าจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนำประชาธิปไตยกลับคืนมา ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะให้สิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ เฉพาะ ส.ส.เท่านั้น ต้องเร่งฟื้นฟูแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องโดยเร็ว ส่วนการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะได้ข้อสรุปว่าจะเสนอใครหลังจากการหารือร่วมกันของทั้ง 7 พรรค ซึ่งจะรู้ชื่อก่อน 5 มิ.ย.มติของทุกพรรควันที่ 4 มิ.ย.นี้จะเป็นการตอบประชาชนว่าจะมีพรรคใดบ้างที่จะร่วมสืบทอดอำนาจ คสช.อีก เพื่อประชาชนจะได้ให้บทเรียนในการเลือกตั้งครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การประชุม ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 4 มิ.ย.นี้ ตนจะเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ หมายเลข 1 ของพรรค ชิงตำแหน่งนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเหตุผลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ หมายเลข 1 ของพรรค ในฐานะ ส.ส.ภาคอีสานที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมากที่สุดถึง 84 ที่นั่ง เพราะพรรคพท.ยืนยันบนเวทีหาเสียงมาตลอดว่าจะให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ คนอีสานถึงได้เทคะแนนให้ พท.อย่างถล่มทลาย สุดท้ายพรรค พท.ไม่เอาคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นชิงนายกฯ ผมคงกลับบ้านที่อีสานไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ภาคอีสาน &amp;nbsp;กล่าวว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรคจะยังคงเหนียวแน่น ไม่มีงูเห่า และพร้อมที่จะลงมติหรือโหวตเลือกนายกฯ ตามมติที่ประชุมร่วมอย่างแน่นอน หากผลการลงมติของพรรคเพื่อไทยว่าบุคคลใดจะถูกเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเตดนายกฯ มั่นใจว่าทุกคนยอมรับ อย่างไรก็ตามไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังคงดื้อดึงไม่ฟังเสียงประชาชน และต้องการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่อายประชาชน ไม่อายระบอบประชาธิปไตยหรืออย่างไร อย่างไรก็ตาม ส.ว.ที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้ว หากต้องการที่จะรักษาคำพูดที่ทุกคนล้วนบอกว่าต้องการทำงานเพื่อประเทศ การเลือกนายกฯ หากไม่กล้าที่จะลงคะแนนว่าไม่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ ก็สามารถที่จะลาการประชุมได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า แม้พรรค อนค.จะมีจุดยืนในการสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกฯ แต่ระหว่าง 7 พรรคการเมือง คงต้องมีการเจรจา ดูข้อดี-ข้อเสียและจุดยืนของแต่ละพรรค โดยพรรคยืนยันเรื่องเป้าหมายสูงสุด คือการยุติการสืบทอดของ คสช. ลบล้างผลพวงรัฐประหาร และแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หากการเจรจายึด 3 หลักเกณฑ์นี้ ทุกอย่างก็สามารถหารือกันได้ และคิดว่าหาก ส.ว.ไม่สะดวกใจที่จะโหวตสวนหรือโหวตไม่เห็นด้วย ก็ควรงดออกเสียง ตนไม่คิดว่า ส.ว. 250 คนจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน เพราะอย่างน้อยก็มี ส.ว. 50 คนที่ผ่านกระบวนการสรรหาจากระดับพื้นที่ขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะมีจุดยืนของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เสนอให้แคนดิเดตนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ก่อนให้ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาโหวตเลือก นายชำนาญกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะถูกก่อกวนและประท้วงเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. เสนอให้แคนดิเดตรองประธานสภาฯ คนที่ 1 แสดงวิสัยทัศน์ นอกจากนั้นยังเชื่อว่าจะมีผู้แสดงความเห็นสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กันเต็มสภา จึงอยากแนะนำให้ ส.ส.เตรียมเครื่องดื่มแก้เลี่ยนมาด้วย
หยันพท.เตรียมเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ทวิตเตอร์ว่า หรือว่า พปชร.มั่นใจว่ามีงูเห่ามากพอแน่แล้ว เห็นข่าวว่ามีการติดต่อซื้องูเห่ากันด้วยราคาตั้งแต่ 20-40 ล้าน แถมเงินเดือน เดือนละ 2 แสน แต่เลือกนายกฯ งูเห่าจะต้องเปิดตัว เท่ากับฆ่าตัวตายทางการเมืองทันทีคาไมโครโฟน จะบ้าบิ่นกันขนาดนั้นหรือ? ที่แปลกมากๆ ก็คือ พปชร.ถือสิทธิ์อะไรถึงได้เที่ยวไปทาบทามพรรคต่างๆ ให้เข้าร่วมรัฐบาล พปชร.มีเสียงเกินครึ่งแล้วหรือ ถ้าไม่มีทำไมไปเชิญเหมือนตัวเองเป็นรัฐบาลแน่แล้ว หรือ ส.ว.ตกลงยกมือให้หมดทุกคนแล้ว ไหนว่า ส.ว.เป็นตัวของตัวเอง การเมืองมาถึงจุดที่เลอะเทอะเละเทะขนาดนี้ได้อย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุ พล.อ.ประยุทธ์ อาจขัดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ว่าการกล่าวหาเช่นนี้ไม่เป็นธรรมกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะประเด็นคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ได้ผ่านการตรวจสอบจากพรรค กกต. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งสรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้มีปัญหา ประเด็นนี้จึงเป็นการดิสเครดิตหรือหาเรื่องกันมากกว่า แต่ไม่มีผลกระทบต่อ พปชร.และ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะการโจมตีกันเช่นนี้เป็นการเล่นการเมืองแบบเก่า จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยไปเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านที่ดี ซึ่งจะดีกว่ามัวมาเล่นการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้แน่นอน ส่วนกระบวนการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลนั้น ทางพรรค พปชร.ได้มอบหมายให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้เจรจากับพรรคร่วม โดยตลอดการเจรจาไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างใด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าการเจรจาจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 5 มิถุนายน ที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อว่าเราจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแน่นอน&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวว่า ขณะนี้ พปชร.กำลังพยายามเดินหน้าอย่างถึงที่สุดที่จะให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็วตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง ซึ่ง พปชร.ได้ประสานงานไปยังพรรคร่วมที่มีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกันหมดแล้ว อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจของพรรคการเมืองเหล่านั้น ซึ่งหวังว่าจะได้รับคำตอบในเร็วๆ นี้ ก็ต้องขอขอบคุณบรรดาพรรคการเมืองที่ได้ประกาศร่วมตั้งรัฐบาลกับพปชร.มาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พรรค พปชร.ดำเนินการเจรจาภายใต้ระบบพรรคการเมืองต่อพรรคการเมือง โดยให้ความสำคัญกับนโยบายของทุกพรรคการเมือง ซึ่งจะนำไปขับเคลื่อนสู่พี่น้องประชาชนและแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าจะมีข้อยุติในการพูดคุย จนสามารถดำเนินการประกาศจัดตั้งรัฐบาลได้ในเร็ววันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.ว่า ในส่วนพรรค ภท.ได้รับทราบกำหนดการประชุมรัฐสภาในวันดังกล่าวแล้ว ซึ่งตามปกติ ก่อนการประชุมสภาทุกครั้ง จะต้องมีการนัดประชุม ส.ส.ภายในพรรคก่อนเสมอ แต่จนถึงตอนนี้หัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคยังไม่ได้แจ้ง ส.ส.พรรค ภท.ว่าจะต้องมีการประชุมก่อนวันที่ 5 มิ.ย.หรือไม่ จึงยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.รู้ดีว่ากำลังทำอะไร และยึดหลักความถูกต้องมาโดยตลอด การจะตัดสินใจแบบไหนก็ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และรอมติพรรค เพราะ ปชป.ไม่มีเจ้าของพรรคเป็นของคนทุกคน การที่พรรคจะยกมือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือไม่ เป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น วันที่ 5 มิ.ย.นี้ทุกฝ่ายจะเห็นคำตอบ แต่ไม่ว่าพรรคจะตัดสินใจอย่างไรก็พร้อมที่จะมีคำอธิบายให้กับประชาชน&amp;nbsp;
โพลชี้อนาคตมืดมน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่องประชาชนคิดอย่างไรต่อการเมือง โดยศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ &amp;nbsp;1,164 ตัวอย่าง พบว่า เกินครึ่งหรือ 51.81% ระบุบรรยากาศการเมืองวันนี้แย่ลงเมื่อเทียบกับ 5-6 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ 33.16% ระบุว่าเหมือนเดิม และ 15.03% ระบุว่าดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นส่วนใหญ่หรือ 71.39% ระบุว่าบรรยากาศการเมืองในอีก 6 เดือนข้างหน้ามืดมน ในขณะที่ 28.61% ระบุเห็นแสงสว่างว่าทุกอย่างจะไปได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 79.47% ระบุเชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลยต่อความเข้มแข็งของรัฐบาลใหม่ ในขณะที่ 20.53% เชื่อมั่นมากถึงมากที่สุด แต่เมื่อสอบถามถึงความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 61.51% ระบุว่าเหมาะสม ในขณะที่ 38.49% ระบุว่าไม่เหมาะสม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่กับกระแสความไม่เชื่อมั่นและอารมณ์ของประชาชนในเวลานี้ โดยต้องได้รับการบริหารจัดการที่ดี เพราะพวกเขารู้สึกว่าอนาคตการเมืองไทยข้างหน้ามืดมน ถ้าการเจรจาต่อรองตำแหน่งแบ่งเค้กออกมาไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในแต่ละกลุ่มผลประโยชน์ ก็น่าจะเตรียมพบกับความเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางออกคือ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองน่าจะทำการเมืองครั้งนี้ให้ดึงความเชื่อมั่นของสาธารณชนกลับคืนมา โดยคัดสรรคนดีมีฝีมือไม่มีประวัติด่างพร้อย ขาลุยทำงานได้ทันที เพราะข้อมูลเชิงลึกพบว่าใครก็ได้ที่มาเป็นนายกฯ และรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นใครในเวลานี้ ประชาชนยอมรับได้ถ้าเป็นแล้วทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน บ้านเมืองไม่วุ่นวาย แต่ถ้าเล็งเห็นว่าใครเป็นแล้วบ้านเมืองจะวุ่นวาย ความขัดแย้งจะรุนแรงบานปลาย จึงควรดับไฟเสียแต่ต้นลม เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและประชาชน&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ ความอึดอัดของประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งสอบถามประชาชน 1,137 คน โดยเมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร กับความไม่แน่นอนในการจับขั้วพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พบว่า 44.14% เป็นเรื่องผลประโยชน์ตอบแทน การยื่นข้อเสนอต่อกัน, 33.30% ภายในพรรคเสียงแตก ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ตกลงกันไม่ได้, 17.86% ทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล มีการเลือกข้าง เลือกฝ่ายที่ได้เปรียบ, 12.74% พรรคขนาดกลางเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล และ 10.69% ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ยังไม่ชัดเจน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อเกิดจากสาเหตุอะไร พบว่า 67.45% ผลประโยชน์ไม่ลงตัวแย่งเก้าอี้ ไม่ได้ตามข้อเสนอที่ต้องการ, 28.27% ผู้นำพรรคยังตัดสินใจไม่ได้ มีความขัดแย้งภายในพรรค และ 19.08% เป็นเกมการเมือง ยังจับขั้วพรรคการเมืองไม่สำเร็จ คะแนนเสียงไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากบอกพรรคการเมืองต่างๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแบ่งเป็นพรรคขนาดใหญ่ (พลังประชารัฐ-เพื่อไทย) พบว่า 58.43% ให้นึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ หยุดเห็นแก่ตัว, 39.29% เคารพกฎหมาย เป็นประชาธิปไตย ฟังเสียงประชาชน และ 26.24% เร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ส่วนของพรรคขนาดกลาง (ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-อนาคตใหม่) พบว่า 47.75% รักษาสัญญา ทำตามที่หาเสียงไว้ ไม่โกหกประชาชน, 30.81% ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เคารพกฎหมาย และ 25.23% คำนึงถึงชื่อเสียง อุดมการณ์ของพรรค ส่วนพรรคขนาดเล็ก พบว่า 53.42% ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด สร้างผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม, 34.70% ไม่สร้างความวุ่นวาย อยู่ในขอบเขต หยุดตอบโต้กันไปมา และ 18.72% ไม่ยอมเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นตัวแทนของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ประชาชนมีข้อเสนอแนะอย่างไรที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลรวดเร็วและประสบผลสำเร็จ พบว่า &amp;nbsp;43.73% ปฏิบัติตามหลักสากล เคารพเสียงส่วนใหญ่ เป็นประชาธิปไตย, 40.31% ลดการต่อรอง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากเกินไป และ 31.77% ถอยคนละก้าว ลดทิฐิ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ท้ายที่สุดเมื่อถามว่า โดยภาพรวมแล้วการจัดตั้งรัฐบาลทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองมากน้อยเพียงใด พบว่า 76.29% เบื่อหน่ายมากขึ้น เพราะการเมืองไทยมีแต่ความขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วแต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เบื่อหน่ายเหมือนเดิม เพราะหากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ยังคงมีทิฐิด้วยกัน และ 4.26% เบื่อหน่ายน้อยลง เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คนสนใจการเมืองมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37475</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, ชำนาญ จันทร์เรือง, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ดร.นพดล กรรณิกา, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ศุภชัย ใจสมุทร, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อาทิตย์ อุไรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf3d16a28255.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดประตูส่งชื่อ’ธนาธร’ชิงนายกฯ หมอเชิดชัยบอกมีแค่3ตัวเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2562 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงาน แนวมร่วม นปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในหมู่บ้านเลควิวล์ ริมบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นพ.เชิดชัย &amp;nbsp;ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ แนวร่วม นปช.ภาคอีสาน &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิ.ย. ว่ามั่นใจว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรคจะยังคงเหนียวแน่นไม่มีงูเห่าและพร้อมะลงมติหรือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามมติที่ประชุมร่วมพรรคฝ่ายประชาธิปไตยแน่นอน ซึ่งทุกพรรคมีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อผู้ที่จะชิงตำแหน่งนายกฯ &amp;nbsp;โดยที่บุคคลที่จะถูกเสนอชื่อในส่วนของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยนั้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย จะสรุปว่าเป็นบุคคลใดนั้นคงต้องรอมติที่ประชุมพรรคเพื่อไทยในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากผลการลงมติของพรรคเพื่อไทย ว่าบุคคลใดจะถูกเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ มั่นใจว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทุกคนนั้นยอมรับ ซึ่งหากจะมองดูแล้วขณะนี้มีเพียง 3 คนที่จะถูกเสนอชื่อเพื่อให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายประชาธิปไตยนั้นได้เลือกประกอบด้วย นายชัชชาติ &amp;nbsp;สิทธิพันธุ์, คุณหญิงสุดารัตน์ &amp;nbsp;เกยุราพันธุ์ และนายชัยเกษม &amp;nbsp;นิติสิริ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วนั้นทุกคนล้วนมีบทบาทหน้าที่และมีความพร้อมในการที่จะเป็นนายกฯ แต่การที่จะลงมติและสรุปเป็นมติของพรรคในการที่จะชิตำแหน่งนายกฯ ในสถานการณ์อย่างนี้แล้วนั้น มติที่ประชุมพรรคจะออกมาในรูปแบบใดนั้นมั่นใจว่าทุกคนนั้นยอมรับและพร้อมลงคะแนนให้กับแคนดิเดตนายกฯ ในส่วนของพรรคฝ่ายประชาาธิปไตยทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37429</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช.ภาคอีสาน, นพ.เชิดชัย  ตันติศิรินทร์, นายกรัฐมนตรี, พรรคเพื่อไทย, อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf34bc4e34ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.ส่อตายยกเข่ง แก้วสรรชี้คำ&#039;ธิดา&#039;มัดตราสัง/หึ่ง!กก.บห.ไขก๊อกดักหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทษช.ส่อชะตาขาด! กกต.นัดพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.-แดนดิเดตนายกฯ เล็งตั้งคณะทำงานปมเสนอชื่อนายกฯ ผิด ม.92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ก่อนชงศาล รธน.ยุบพรรค &amp;quot;พี่ศรี&amp;quot; บุกยื่น กกต.ฟัน ทษช.แน่ &amp;quot;แก้วสรร&amp;quot; เขียนบทความ &amp;quot;คำสารภาพสีแดง&amp;quot; ยกข้อความ &amp;quot;ธิดา&amp;quot; มัด ชี้อาจเอื้อมใช้บารมีพระมหากษัตริย์แสวงหาอำนาจ ทษช.โพสต์ยังเดินหน้าต่อไป แต่ กก.บห.เตรียมชิ่ง แจ้ง กกต.ขอลาออกจากสมาชิกพรรคปัดไม่มีเอี่ยว เปิดแนวทางหนีตายทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษยุติบทบาทพรรค &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ตอกพวกกันเองควรมีสำนึกชั่วดี บี้ กก.บห.ลาออกแสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ &amp;quot;ปรีชาพล&amp;quot; โผล่ทำบุญที่อยุธยา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ยังเป็นที่จับตาถึงการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ห้ามผู้สมัครพรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง ที่อาจมีผลถึงขั้นยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดเผยว่า กกต.จะมีการประชุมกันทุกวันจันทร์และวันอังคาร ซึ่งในวันที่ 11 ก.พ. คาดจะมีวาระการพิจารณาในเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีคำร้องเข้ามาให้พิจารณา ส่วนเรื่องบัญชีชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ทษช.ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องพิจารณากันในที่ประชุม กกต. และมีการให้ความเห็นร่วมกันหรือออกเป็นมติบนพื้นฐานของกฎหมายก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา จะยื่นคำร้องให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช.นั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า กกต.จะพิจารณาก่อนว่าคำร้องดังกล่าวสมควรจะรับไว้หรือไม่ อย่างไร ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กกต. เมื่อรับคำร้องแล้วก็จะเสนอมาให้ กกต.พิจารณาต่อไป ยืนยันว่าทุกเรื่องที่ กกต.รับไว้จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอย้ำว่าจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมีความเป็นธรรมมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันที่ 11 ก.พ.นี้ จะมีการรายงานผลการเปิดรับสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอ พร้อมรายละเอียดการตรวจสอบคุณสมบัติ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้แจ้งมาให้ กกต.ได้พิจารณา ร่วมกับประเด็นข้อกฎหมาย ว่า กกต.จะมีอำนาจในการที่จะตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ หรือมีอำนาจเพียงต้องประกาศรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา ซึ่งมีแนวโน้มว่า กกต.จะประกาศรับรองรายชื่อทั้งสองส่วนโดยเร็ว ก่อนครบกำหนด 7 วันในวันที่ 15 ก.พ. เนื่องจากต้องการให้พรรคการเมืองสามารถนำภาพแคนดิเดตนายกฯ ไปใช้ในการหาเสียงได้เร็วขึ้น ตามที่ก่อนหน้านี้เลขาธิการ กกต.ขอให้ทุกพรรครอการประกาศรับรองรายชื่อจาก กกต.ก่อนค่อยเริ่มใช้ภาพแคนดิเดตนายกฯ หาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะใช้อำนาจตามมาตรา 93 ความปรากฏต่อนายทะเบียน ตั้งคณะทำงานรวบรวมพยานหลักฐาน ว่ากรณีการเสนอชื่อว่าที่นายกฯ ของ ทษช.เป็นการกระทำการที่เข้าข่ายผิดมาตรา 92 กฎหมายเดียวกันที่นายทะเบียน ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อเสนอพร้อมความเห็นต่อ กกต.พิจารณาส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ และเพิกถอนสิทธิสมัครกรรมการบริหารพรรคหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดไว้ว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ (1) ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น
บี้ กกต.ฟัน ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ.2562 ว่า มิให้ &amp;quot;ทูลกระหม่อมหญิงฯ&amp;quot; ลงเล่นการเมือง เนื่องจากเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ รวมทั้งขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ โดยพรรคไทยรักษาชาติ จึงเป็นการเสนอผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 วรรคสอง ประกอบมาตรา 14 (2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ที่สำคัญเป็นการดำเนินการที่ละเมิดต่อข้อ 17 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.2561 โดยชัดแจ้ง อันเข้าข่ายองค์ประกอบมาตา 92 (2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 จึงเห็นว่า กกต.ควรจะต้องนำกรณีดังกล่าวเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติต่อไป โดยสมาคมฯ จะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 11 ก.พ.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B หลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า กกต.มีอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 14 กำหนดให้การเสนอรายชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กกต.จึงย่อมต้องมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในกรณีของการเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค ทษช. ซึ่งขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่พระบรมราชวงศ์ดำรงอยู่เหนือการเมืองและมีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ จึงย่อมต้องถือว่าเป็นการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา 14 วรรคสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงถือว่าไม่มีการเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ โดย ทษช. เปรียบทำนองเดียวกับถือว่าการเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ โดย ทษช.เป็นโมฆะ ไม่มีผลตามกฎหมาย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการถอนพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ จากรายชื่อนายกฯ โดย ทษช.หรือโดยทูลกระหม่อมหญิงฯ แต่อย่างใด และจึงคงไม่มีประเด็นปัญหาให้ต้องมาพิจารณาว่าหลังปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไปแล้วจะถอนรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ได้หรือไม่&amp;quot; นายธนกฤติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแก้วสรร อติโพธิ เขียนบทความเรื่อง คำสารภาพสีแดง? ถึงกรณีที่มีผู้เรียกร้องให้ยุบพรรคทษช. ว่า ข้อแรกคือปัญหาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการแสวงหาอำนาจโดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าทูลกระหม่อมฯ มีคุณสมบัติและประสบการณ์เหมาะสม ตรงสเปกจริงๆ และท่านก็ห่วงบ้านเมืองเห็นด้วยกับนโยบายพรรคจริงๆ แล้วทำไมจะทูลเชิญท่านไม่ได้ มันผิดที่ตรงไหน ข้อเท็จจริงมันเป็นยังงั้นจริงหรือไม่ คุณลองอ่านเฟซบุ๊กของที่ปรึกษา นปช. คุณธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp;ต่อไปนี้ดูสิครับว่า เป็น &amp;ldquo;คำสารภาพสีแดง&amp;rdquo; หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรยกข้อความที่นางธิดาโพสต์ ซึ่งระบุว่า &amp;ldquo;ประชาชนต้องให้โอกาสพระองค์ท่านที่เสียสละ..ฝ่ายที่มอง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นปฏิปักษ์อย่างแรงกล้าจะไม่สามารถเอาเรื่องของราชวงศ์หรือสถาบันมาอ้างได้อีกแล้ว..นี่คือการเล่นไพ่หรือยุทธวิธีในการทำอย่างไรให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ..ขณะนี้แคนดิเดตนายกฯ กลายเป็นพลเอกประยุทธ์กับทูลกระหม่อมฯ...การเอาชนะทางเลือกตั้งไม่พอ ต่อให้มี ส.ส. 250 ก็ถูกจัดการได้โดย 250 ส.ว.โดยกลไกรัฐ.. ตรงนี้ทำให้ปฏิบัติการ ทษช.ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่ายิ่งกว่าเหยียบเมฆ โอกาสที่ทูลกระหม่อมฯ จะเป็นนายกฯ ประเทศไทยนั้นมีสูงมาก นี่คือ &amp;ldquo;สภาวะใหม่ทางการเมืองไทย&amp;rdquo; ที่ฝ่ายถูกกระทำทางการเมืองมีกลยุทธ์สามารถที่จะจัดการอาวุธสำคัญของฝ่ายอนุรักษนิยมทำให้อาวุธนั้นใช้ไม่ได้&amp;nbsp;
อาจเอื้อมใช้บารมีกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้คุณอ่านดูแล้วคุณว่า ถ้าคิดอย่างนี้จริงๆ เราจะยอมรับว่าเป็นการใช้เสรีภาพทางการเมืองตามวิถีทางรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าเป็นนามสกุลชินวัตรของน้องสาวที่ชื่อยิ่งลักษณ์เช่นที่เคยทำมาแล้ว หรือจะใช้นามสกุลใหญ่โตที่ไหนก็แล้วแต่ เชิญคุณทำได้ตามสบาย แต่นี่เป็นการใช้บารมีสถาบันพระมหากษัตริย์ชัดๆ ตรงนี้แหละครับที่มันผิด ที่อาจเอื้อมเอาบารมีสถาบันมาใช้เพื่อแสวงอำนาจโดยผิดครรลอง กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92 ระบุไว้ชัดเจน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรระบุด้วยว่า กกต.ต้องสอบให้เขาอธิบายว่า ได้คิดกันมีมติกันได้อย่างไร ให้ผู้ใหญ่คนไหนไปเจรจาไปทูลเชิญ ใครคือผู้ใหญ่คนนั้น ถ้าตอบว่าคือ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไปคุย แล้วสั่งลงมาให้ไปทูลเชิญ ก็ปรากฏเป็นเหตุยุบพรรคอีกข้อหนึ่ง คือเป็นพรรคที่ตกอยู่ใต้บงการของคนนอก เป็นเหตุยุบพรรคได้ตาม ม.92 (3) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 24 และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ทษช.กล่าวว่า การที่มีบุคคลไปร้อง กกต.ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยหยิบยกเหตุว่า การกระทำของพรรคอาจขัดต่อกฎหมายและระเบียบการหาเสียงของ กกต.ข้อ 17 อันเข้าข่ายตามองค์ประกอบมาตา 92 (2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 แต่ในตามมาตรา 92 (2) ระบุถึงกระทำการอาจเป็นปฏิปักษ์ ซึ่งคำนี้เป็นคนละคำกับคำว่า ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 2 แม้คนร้องจะไปร้องได้ แต่ถ้าวินิจฉัยออกมาแล้วไม่ใช่ ผู้ร้องก็อาจจะมีโทษตามมาก็ได้ การพิจารณาจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ กกต. ที่จะมีการประชุมในวันที่ 11 ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า ตนเคยไปร้องให้ กกต.ตรวจสอบประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าข่ายทำความผิดมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ ถือว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อหรือไม่ ถ้า กกต.ไม่ประกาศรับรองชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้เหมาะสม สมควรอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จริง เท่ากับว่าพรรคนั้นๆ ไม่ได้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์ไปถึงว่าพรรคทษช.อาจถูกยุบพรรคได้ นายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องการยุบพรรคคงอีกไกล เพียงแต่ตอนนี้เป็นเรื่องความรู้สึกของคนที่เห็นแตกต่างทางสังคม ทษช.มีแถลงการณ์น้อมรับพระราชโองการ ถือเป็นเรื่องคนไทยทุกคนควรรับมาปฏิบัติ ส่วนความรับผิดชอบกรรมการบริหารพรรคส่วนตัว ผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ควรมี ควรรับ มาปฏิบัติทางไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะพิจารณาตัวเองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าเป็นผม คงแถลงว่า ขอลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ จะลาออกสถานะใด จากสมาชิกพรรค จากกรรมการบริหารพรรค ก็ว่ากันไป แต่ก็ยังมีข้อพิจารณา หากลาออกจากกรรมการบริหารพรรค ถือว่าพ้นจากตำแหน่งทางการบริหารเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าลาออกจากสมาชิกพรรค ถือว่าขาดหมดเลย จะพ้นสภาพไปโดยปริยาย ทั้งสมาชิก กรรมการบริหารพรรค และอาจรวมถึงความเป็นผู้สมัคร ส.ส.ด้วย ควรมีสำนึกรับผิดชอบชั่วดี&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรค ทษช. กล่าวถึงการกดดันให้กรรมการบริหาร ทษช.ลาออก ว่า ยังไม่ถึงเวลาแสดงสปิริต จะเป็นความผิดหรือไม่ยังไม่รู้ เพราะพรรคก็ทำตามกฎหมาย และมีแถลงการณ์น้อมรับพระราชโองการ ส่วนตัวขอไม่ออกความเห็นมาก รอให้ กกต.พิจารณาออกมาก่อน แล้วเราค่อยมาว่ากัน เวลานี้อยากให้ทุกคนสงบ ไม่อยากให้มีการดึงสถาบันเพื่อมาทำร้ายคนอื่น เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ให้รอ กกต.พิจารณาออกมาก่อน ถ้า กกต.วินิจฉัยว่าเราทำไม่ถูกต้องก็จบกระบวนการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องข่าวลือแกนนำพรรคถูกควบคุมตัว นพ.เชิดชัยกล่าวว่า คงเป็นโรคประสาท มีการไปสร้างข่าวลือต่างๆ นานา แต่ความจริงคืออะไรยังไม่มีใครรู้ แม้ส่วนตัวจะยังไม่ได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรค แต่เชื่อว่า ยังสบายดี ไม่มีอะไร ตนได้คุยกับรองหัวหน้าพรรคบางท่านบ้าง ก็ไม่เห็นมีอะไร เท่าที่สอบถาม ทุกคนก็ปลอดภัยดี อีกทั้ง คสช.ก็บอกเลิกเรียกไปปรับทัศนคติแล้ว เรื่องนี้ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาพูดกันดีกว่า&amp;nbsp;
ขอพระราชทานอภัยโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่ทำการพรรค ทษช. ถนนแจ้งวัฒนะ ตลอดช่วงเช้าวันอาทิตย์ เป็นไปอย่างเงียบเหงาติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ไร้เงาคณะกรรมการบริหาร แกนนำพรรค และสมาชิกพรรค ทษช. เดินทางเข้ามา &amp;nbsp;มีเพียงเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งที่เดินทางมาทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค ทษช.เปิดเผยว่า หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพรรคที่อาจเข้าข่ายผิดเจตนารมณ์รัฐ ล่าสุดในวันที่ 11 ก.พ. นายรุ่งเรือง พิทยศิริ หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคทษช. จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรคในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในนามพรรค ที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคไปเมื่อวันที่ 4 ก.พ.โดยจะนำเอกสารการยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไปยื่นต่อ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า คณะทำงานทีมยุทธศาสตร์พรรคทษช. ได้มีการหารือต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีผู้เสนอให้ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นพิจารณายุติบทบาทพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือยุบพรรคไป อย่างไรก็ดี มีบางส่วนเห็นแย้งเกี่ยวกับการยุติบทบาทหรือยุบพรรค โดยเห็นว่ากระบวนการยุบพรรคนั้นคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร ส่วนการยุติบทบาทของพรรคนั้น อาจกระทบต่อยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่ ทษช.ส่งผู้สมัคร 175 เขต แม้จะแพ้แต่ก็จะได้คะแนนเพื่อนำไปคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งผู้สมัคร 250 เขตเลือกตั้ง เน้นในส่วนของ ส.ส.เขต หาก ทษช.ยุติบทบาท เท่ากับจะมีถึงราว 100 เขตทั่วประเทศ ที่ไม่มีผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคลงสมัคร เป้าหมายที่ต้องการได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.รวมกันให้เกิน 250 เสียง หรือกึ่งหนึ่งก็จะทำได้ยาก ดังนั้นจึงได้ข้อยุติเบื้องต้นว่า จะมีการประกาศลาออกและยุติบทบาทเฉพาะกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้อง แต่คงสมาชิกภาพไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ผู้สื่อข่าวยังตามหาตัว ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ทษช. และนายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไม่เจอ โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ ร.ท.ปรีชาพล บริเวณหมู่บ้านโอษธิศ 1 ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ บรรยากาศของบ้านปิดเงียบไว้ ไม่มีคนอยู่ภายในบ้านแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช แม่ ร.ท.ปรีชาพล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ร.ท.ปรีชาพลได้โทรศัพท์มาหา เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของแม่ โดยลูกชายบอกแค่ว่าไม่เป็นไร ยังสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บ้านติยะไพรัช ที่บ้านดง ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านพักของนายมิตติ ไม่มีวี่แววความเคลื่อนไหวใดๆ โดยประตูบ้านได้เปิดเอาไว้ ภายในมีเพียงคนที่ทำงานบ้านเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่านายมิตติหลบหนีไปแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคทษช.คนอื่นๆ ก็เก็บตัวเงียบ และมีข่าวลือว่ากรรมการบางคนเตรียมหนีเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรรมการบริหารพรรค ทษช. มีจำนวน 14 คน ได้แก่ 1.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช 2.นายฤภพ ชินวัตร (ลูกนายพายัพ ชินวัตร) รองหัวหน้าพรรค คนที่ 1 3.นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค คนที่ 2, 4.นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 3 5.น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรค คนที่ 4 &amp;nbsp;6.นายมิตติ ติยะไพรัช ( ลูกชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช) เลขาธิการพรรค 7.นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค คนที่ 1 8.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค คนที่ 2, 9.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค คนที่ 3 10.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค 11.นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (ลูกสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร) นายทะเบียนสมาชิกพรรค 12.นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ (ภรรยานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ) เหรัญญิกพรรค 13.รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ และ 14.นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทางเพจเฟซบุ๊กพรรค ทษช.ได้ขึ้นกราฟฟิกข้อความว่า พรรคไทยรักษาชาติขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับเรา เพื่อก้าวเดินต่อไป และโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติยังคงมีจุดยืนดังเดิม และจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;quot;เต้น&amp;quot;ยังไม่หนีแค่ลืมโทรศัพท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค ทษช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับตัวกรรมการบริหารพรรค เช่น การถูกคุมตัว ว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทางพรรคยังคงทำงานของพรรคตามปกติ แต่เนื่องจากช่วง 2 วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กรรมการบริหารพรรคบางท่านอาจจะติดภารกิจ จึงไม่ได้เข้าไปที่พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย น.ส.ชยิกาได้โพสต์รูปขณะไปทำบุญร่วมกับ ร.ท.ปรีชาพล ที่วัดหน้าพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสยบข่าวลือ ร.ท.ปรีชาพล ถูกควบคุมตัว โดยบุคคลที่ไปร่วมทริปดังกล่าวมี ร.ท.ปรีชาพล, น.ส.ชยิกา และนายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ซึ่งเป็นว่าผู้ที่ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียงพรรค ทษช. ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กว่าเขายังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน ที่ติดต่อไม่ได้เพราะลืมโทรศัพท์ไว้ ต่อมานายณัฐวุฒิได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้าพเจ้าชมชอบนิยายกำลังภายใน เยาว์วัยใฝ่ฝัน อยากหยิบฉวยพู่กันสรรค์สร้างเรื่องราวของเหล่าชาวยุทธ์ ฉากหนึ่งในยุทธภพ ดึกสงัดในคืนเดือนมืด ม่านวิกาลบดบังทุกสายตา แต่ &amp;quot;เล่งฮู้ชง&amp;quot; ยังมองเห็น แสงสว่างมาจากที่ใด &amp;quot;เล่งฮู้ชง&amp;quot; ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบพลุสัญญาณจุดส่งถึงเพื่อนร่วมสำนัก เชิญตักเติมกำลังใจจากหัวใจข้าพเจ้า เช่น ที่ข้าพเจ้าตักเติมกำลังใจจากทุกท่านตลอดมา เรามิได้ประสงค์เผชิญหน้ากับค่ายพรรคสำนักใด แต่มิอาจละวางความหวังของเหล่าชาวยุทธ์ในห้วงทุกข์เข็ญได้ นี่คือปณิธานของสำนักเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด ผู้สมัครพรรค ทษช.ยังคงหาเสียงปกติ อาทิ ที่ จ.ตรัง เขต 1, &amp;nbsp;จ.สงขลา เขต 3, จ.พิจิตร เขต 1 เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง ความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ : ไทยทั้งผองต้องปกป้อง ว่า 70 ปีของรัชกาลที่ 9 ที่จบลงเมื่อ 13 ตุลาคม 2559 นั้น คืออีกหนึ่ง &amp;ldquo;ยุคทอง&amp;rdquo; ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนล้วนเทิดทูนบูชาพระองค์ท่านดั่ง &amp;quot;พ่อ&amp;quot; ของแผ่นดิน อย่างไรก็ดี สถานะของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะนับตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นั้น มีที่ถูกโยกคลอน จนไหวเอน จะล้มมิล้มแหล่ก็หลายครั้ง ในทุกวันนี้เองสถานะของพระมหากษัตริย์ก็ใช่ว่าจะมิถูกสั่นคลอน ยังมีคนจำนวนหนึ่งท้าทายสงสัย กังขาหรือกระทั่งนินทาใส่ร้าย วิพากษ์โจมตี บางพวกกระทำการอยู่ใต้ดินบางพวกกระทำการในต่างประเทศ ยังมีที่เคลื่อนไหวเชื่อมโยงเข้ากับพรรคหรือกลุ่มฝ่ายบนดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเป็นหน้าที่ของทุกกลุ่มทุกพรรครวมทั้ง &amp;ldquo;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;rdquo; ที่จะช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชน ร่วมกันต่อต้านพวก &amp;ldquo;ชังเจ้า&amp;rdquo; หรือ พวก &amp;ldquo;ล้มเจ้า&amp;rdquo; แต่ในขณะเดียวกัน ก็มิยอมให้ผู้ใดนำสถาบันเข้าไปเป็นฝักฝ่าย สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ย่อมมิเป็นของพรรคใดฝ่ายใด หากเป็น &amp;ldquo;ของ&amp;rdquo; พวกเราทั้งมวล ซึ่งหมายถึงทุกพรรคทุกฝ่ายที่จงรักภักดีและศรัทธาบูชาต่อแผ่นดิน&amp;rdquo; นายเอนกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการร่วมงานกับพรรค ทษช. ว่า หลักการของเรา เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏแล้วก็ต้องนำไปสู่การหารือกันอย่างแน่นอน ระหว่างพรรคการเมือง พปชร.มีอุดมการณ์ชัดเจนว่า เราทำเพื่อแผ่นดิน ประชาธิปไตย เรายืนอยู่ข้างประชาธิปไตย ที่เป็นของแท้ของคนไทย เพราะฉะนั้น ถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน เราก็คงไม่ร่วมงาน พรรคการเมืองที่เราจะร่วมงานด้วย ต้องเหมือนตัวเรา ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย กฎกติกาของการเลือกตั้ง เคารพธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของคนไทย ในสิ่งที่คนไทยถือปฏิบัติมา ยึดถือในสิ่งที่คนไทยไม่ทำ ส่วน พปชร.จะยื่นร้องเรียน ทษช.ต่อ กกต.หรือไม่นั้น เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับเรา เรามุ่งมั่นทำงานในส่วนของเรา ไม่ไปวอกแวกว่าพรรคอื่นจะมีอะไรเกิดขึ้น
คสช.โต้ข่าวลือปฏิวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในส่วนของพรรค ปชป.ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ทษช.ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำลงไป อีกทั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. จะพิจารณาว่าต้องดำเนินการอย่างไรหรือไม่ และหลังจากที่มีพระราชโองการออกมาแล้วนั้น ต้องเป็นเรื่องที่ให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าแต่ละฝ่ายสมควรจะทำอย่างไร ยืนยันว่า ปชป.ไม่มีการไปยื่นให้ยุบ ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ของพรรคจะจับมือกับทษช. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดิมทางพรรคไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และบอกแล้วว่าขอเดินหน้าที่จะเป็นแกนนำรัฐบาล และยึดภารกิจหลักของเรา คือ การแก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยเสนอตัวเป็นทางหลักที่จะออกจากการเมืองที่สับสนวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ใครที่คิดว่าจะทำงานตามแนวของเราได้ถึงจะมาคุยกัน ฉะนั้นวันนี้หน้าที่ของเราคือ เดินหน้าขอคะแนนเสียงจากประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยโดยท่านหัวหน้าพรรคยืนยันมาตลอดว่า เราเทิดทูนสถาบันเหนือสิ่งอื่นใดมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองอื่นนั้น ตนคงให้ความเห็นอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกิจการภายในของแต่ละพรรคการเมือง เราเคารพการตัดสินใจของแต่ละพรรค เราเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ (พช.) ได้ส่งข้อความถึงสมาชิกพรรค พช.ทุกท่าน ระบุว่า ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้มีความอ่อนไหว ขอให้สมาชิกทุกท่านระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นในทุกรูปแบบ และขอให้เดินหน้าทำหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับอาสาพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง โดยนายอานนท์ แสนน่าน ประธานหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย, นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) แห่งประเทศไทย, นายสมชัย แสงทอง ประธานหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือ, นางนิตยา นาโล ประธานหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสาน และนางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายฯ ร่วมประชุมวางแผนรับสถานการณ์เกี่ยวกับการเมืองปัจจุบันว่า &amp;ldquo;หมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สื่ออาสาหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; เพราะมีกระแส &amp;ldquo;เลื่อนการเลือกตั้ง&amp;rdquo; และอาจจะมีการ &amp;ldquo;ปฏิวัติ-รัฐประหาร&amp;rdquo; เพื่อจะได้ส่งสัญญาณให้สมาชิกและมวลชนได้รับทราบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล ร.2 รอ.) ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีคลิปวิดีโอที่มีประชาชนนำมาเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นภาพยานเกราะล้อยางวิ่งอยู่บนถนนหลวง มุ่งหน้ากรุงเทพฯ ว่า ยานพาหนะดังกล่าวเป็นของ พล ร.2 รอ. ที่จะเดินทางไปทำการฝึกหน่วยทหารรักษาพระองค์ที่ จ.ลพบุรี ซึ่งในห้วงเวลานี้จะมีการฝึก 3 ส่วน โดยส่วนที่ 1 จะมีการขนย้ายยุทโธปกรณ์จาก จ.ปราจีนบุรี เดินทางไปยัง จ.ลพบุรี เป็นรถยานเกาะล้อยาง (BTR) ซึ่งสามารถวิ่งไปเองได้ และส่วนที่ 2 จาก จ.ชลบุรีไป จ.ลพบุรี &amp;nbsp;จะเป็นยานเกาะล้อยาง (BTR) ที่สามารถวิ่งไปเองได้เช่นเดียวกัน และส่วนที่ 3 จาก จ.สระแก้ว ไป จ.ลพบุรี ยานเกาะสายพาน (APC) ซึ่งหากระยะทางเกิน 100 กิโลเมตร จะต้องใส่รถบรรทุกชานต่ำ เพื่อขนย้าย ไปร่วมการฝึก ทั้งนี้ เมื่อจบภารกิจช่วงปลายเดือน ก.พ. จะมีการเคลื่อนย้ายกลับที่ตั้ง ด้วยวิธีเดิมที่เคลื่อนย้ายมา ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อานนท์ แสนน่าน, อุตตม สาวนายน, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c60336ea8d9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.ร้าว!แดงไม่หาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยรักษาชิน&amp;quot; ส่อวงแตก! เด็กรุ่นใหม่ &amp;quot;เพื่อนอุ๊งอิ๊ง หลานแม้ว-ปู&amp;quot; ทะยานขึ้นบัญชีรายชื่อเบอร์ต้นๆ ข้ามหัวคนทำงาน แม้แต่ &amp;quot;เดอะเต้น&amp;quot; แม่ทัพลุยหาเสียงยังอยู่ต่ำกว่า &amp;quot;เดียร์&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;พายัพ&amp;quot; น้อยใจหนักออกจากกลุ่มไลน์ ปิดโทรศัพท์หนี สะพัด! แกนนำลงแรงเตรียมเกียร์ว่างไม่ช่วยหาเสียง &amp;quot;หลานแม้ว&amp;quot; โวยเพจ &amp;quot;เชียร์ลุง&amp;quot; ป้ายสีโจมตีฝ่าย ปชต.เผาบ้านเผาเมือง &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ขู่ฟ้อง 200 คนก๊วนแชร์เพจเครือข่ายนายกฯ ในกลุ่มไลน์ให้ร้ายตนเอง ปชป.ป่วนอีก &amp;quot;วิทย์ บางแค&amp;quot; ฉุนไม่ได้ลงปาร์ตี้ลิสต์ ด้าน กกต.เผยผู้สมัคร 3 วัน รวม 7,409 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ มีรายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เปิดเผยว่า ภายหลังมีการเปิดเผยบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ทษช. เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ที่ถูกจัดอยู่ในลำดับท้ายๆ มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันถึงวิธีการในการจัดวางตัวผู้สมัคร แกนนำในพรรคหลายคนไม่มีใครรู้มาก่อน เนื่องจากปิดเป็นความลับมาก ได้มาเห็นบัญชีก็หลังจากสื่อสารมวลชนเผยแพร่ไปแล้ว การจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ออกมาในครั้งนี้ถือว่าเซอร์ไพรส์ สร้างความประหลาดใจให้กับอดีต ส.ส.ที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะที่ผ่านมาหลายคนช่วยงานพรรคมาอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเรียกคะแนนเสียงให้กับพรรคได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับถูกจัดวางไว้อยู่ในลำดับท้ายๆ ขณะที่เด็กรุ่นใหม่กลับถูกวางไว้ในลำดับต้นๆ ซึ่งไม่ต้องมานั่งลุ้น เพราะมีโอกาสสูงที่ได้เป็น ส.ส.อย่างแน่นอน แม้แต่ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังถูกเบียดลงมาอยู่อันดับที่ 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัครลำดับที่ 6 และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้สมัครลำดับที่ 8 ซึ่งทั้งสองคนเป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่มีความใกล้ชิดกับบุตรของนายทักษิณและอดีตนายกฯ ปูอย่างมาก อดีต ส.ส.บางคนถึงกับบอกว่า ทั้งสองคนสามารถเรียกคะแนนให้กับพรรคได้ขนาดไหน แม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 7 ซึ่งต่ำกว่า น.ส.ขัตติยา ทั้งที่เป็นแม่ทัพออกหาเสียงไปทั่วประเทศ แบบนี้ไม่ถูกต้อง เหมือนไม่ให้เกียรติกัน เอาคนหาเสียงเป็นไปอยู่ท้ายๆ เอาคนหาเสียงไม่เป็นมาอยู่ต้นๆ เลขาฯ (คณะกรรมการรณรงค์หาเสียง) ได้อันดับดีกว่าประธาน และก็มีอีกหลายคนข้ามหัวกันไปหมด บางคนแทบไม่รู้จักหน้า เจอหน้ายังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่กลับมีรายชื่อ&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์อีกว่า หลายคนที่ถูกมองว่าจัดวางลำดับไม่เหมาะสม อาทิ นายนิคม ไวยรัชพานิช ลำดับที่ 18, นายประภัสร์ จงสงวน ลำดับที่ 26, นายสุธรรม แสงประทุม ลำดับที่ 28, นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 29, นายพายัพ ปั้นเกตุ ลำดับที่ 41, นพ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 55 และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับที่ 56 ซึ่งทุกคนช่วยพรรคหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องมานั่งลุ้นว่าคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะถึงลำดับของตัวเองหรือไม่ ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องใช้บุคคลที่มีประสบการณ์มาช่วยพูดในสภาเป็นเรื่องสำคัญ ดูจากรายชื่อแล้วคงไม่มีความหมายอะไรแล้ว ถ้าคิดว่าจะเอาคนใกล้ชิดหรือเพื่อนลูกๆ มาเป็น ส.ส. อย่างนั้นก็ให้ลงพื้นที่หาเสียงกันเอง อยากจะรู้ว่าจะมีคะแนนหรือเปล่า เดินลงพื้นที่มีชาวบ้านรู้จักหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทษช.บางคนแสดงความไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ก็ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ร่วมประชุมกับพรรค บางคนได้แต่บ่น แม้รู้ว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะกระบวนการมันจบไปแล้ว มีการยื่นบัญชีรายชื่อให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ไปเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนี้ผู้สมัครที่ไม่พอใจคงจะมีการเกียร์ว่าง ไม่ร่วมประชุม เพราะคงไม่มีใครอยากช่วยงานแล้ว และคงจะมีการลาป่วยกันหลายคน อย่างนายพายัพ ปั้นเกตุ น้อยใจถึงกับออกจากไลน์กลุ่มพรรคไปเลย
โวยวาทกรรมเผาเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 17 พรรค ทษช. และแกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยถึงความเป็นห่วงจากกรณีดังกล่าวอาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคว่า คงไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ หลายคนเคารพกติกา คณะกรรมการสรรหาว่าอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น แม้จะมีไม่ชอบบ้างเล็กน้อย อยากให้เพื่อนสมาชิกอดทน เดินหน้าต่อไป งานสู้เผด็จการสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทษช. ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจัดอันดับบัญชีรายชื่อในพรรคว่า คงเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากบางคนอาจคิดว่าน่าจะทำอะไรได้ ถ้าได้ไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แต่บางทีก็อาจจะไม่สอดคล้องมุมมองของพรรค ถ้ามองในภาพรวมจะเห็นภาพว่าในพรรคมีบุคลากรเยอะ ทุกคนล้วนมีความรู้ความสามารถเยอะ ส่วนตัวไม่ได้มีส่วนไปร่วมจัดทำบัญชีรายชื่อของพรรค แม้จะได้อยู่ในลำดับที่ 46 ไม่ได้น้อยใจอะไร ถือว่าเป็นเกียรติประวัติด้วยซ้ำ เพราะเราก็เพิ่งเข้าสู่การเมืองครั้งแรก ถือว่าอันดับกำลังดีด้วย ไม่ต้นไป ไม่ท้ายเกินไป ส่วนบัญชีรายชื่อที่คาดว่าน่าจะได้ทำงานในสภา ฟังจาก ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคพูด น่าจะได้สัก 40-50 ที่นั่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. และเป็นหลานสาวนายทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า มีการใช้ปฏิบัติการทางข่าวสาร (IO) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อทำลายพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย ทำให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน สร้างวาทกรรมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้เกิดความแตกแยก เช่น เพจเฟซบุ๊กหนึ่งชื่อ &amp;ldquo;เชียร์ลุง&amp;rdquo; ที่ให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเครือข่าย ได้นำเข้าข้อมูลที่เป็นการกล่าวหาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการจับกลุ่มรวมกันระหว่างพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อไทย และเพื่อชาติ ถือเป็นการจงใจเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจผิดต่อพี่น้องประชาชน ได้นำเอาวาทกรรม &amp;ldquo;เผาบ้านเผาเมือง&amp;rdquo; กลับมาโจมตีอีกครั้ง ทั้งที่ได้มีข้อเท็จจริงบางคดีก็เป็นที่ยุติโดยการยกฟ้องของศาลแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ ทษช.จะรวมรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินการแจ้งความ และร้องต่อ กกต.ต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำให้การเมืองไทยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์&amp;quot; น.ส.ชยิกากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติหลายคนเปลี่ยนชื่อตัวเป็น &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; ว่า ณ ตอนนี้ มีผู้สมัครอย่างน้อย 15 คน ใน 8 จังหวัด ได้มีการเปลี่ยนชื่อ โดยผู้ชายเป็นทักษิณ ผู้หญิงเป็นยิ่งลักษณ์แล้ว เป็นผู้สมัครใน จ.อุทัยธานี 2 คน, เชียงใหม่ 1 คน, แพร่ 1 คน, พะเยา 2 คน, ลำปาง 2 คน, ลำพูน 1 คน, นครราชสีมา 4 คน และสุรินทร์ 2 คน เบื้องต้นได้ตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายของพรรค ได้ความว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้สมัครที่ทำได้ เนื่องจากมีการออกกฎกติกาที่สร้างความวุ่นวายสับสนให้กับผู้ใช้สิทธิเป็นอุปสรรคต่อการหาเสียงทำให้ประชาชนจดจำได้ เช่น หมายเลขของผู้สมัครพรรคเดียวกัน ในแต่ละเขตก็มีความแตกต่างกัน เป็นต้น&amp;nbsp;
ซัดพวกเพี้ยนเปลี่ยนชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นการสร้างการจดจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคน้องใหม่ ทำให้มีผู้สมัครบางคนคิดวิธีนี้ขึ้นมา โดยได้เปลี่ยนชื่อตัวเป็นชื่ออดีตนายกฯ ทั้งสองท่าน ถึงแม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ใช่นโยบายของพรรค แต่ทางพรรคก็ไม่ได้มองว่าเป็นความผิดอะไร ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้สมัคร ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงการเปลี่ยนชื่อจะมีผลหรือไม่มีผลอะไร ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ชี้แจงแล้วว่าการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวของผู้สมัครสามารถทำได้ไม่ได้มีความผิด&amp;rdquo; นายรยุศด์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ตนและลูกชายได้ลาออกจากพรรคเพื่อชาติมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากแนวทางบริหารงาน แนวทางปราศรัยหาเสียง ประกอบกับการที่บางคนในพรรคไม่รักษาคำพูด เดิมทีจะให้ตนและลูกชายลงสมัคร ส.ส.เขต แต่ต่อมามีการขยับให้ลูกชายไปลงบัญชีรายชื่อ โดยตนขอเสียสละ ต่อมารู้ว่าไม่ปรากฏชื่อลูกชาย ตนจึงลาออก ในเมื่อไม่รักษาคำพูด จะอยู่ร่วมกันไปทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณกล่าวถึงกรณีผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติ เปลี่ยนชื่อเป็นนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ผู้สมัครคงคิดว่าชาวบ้านรักทักษิณ ยิ่งลักษณ์ แล้วจะลงคะแนนให้ คงไม่ใช่ การที่ชาวบ้านจะลงคะแนนให้ มาจากนโยบายพรรค ไม่ใช่ชื่อคน ถ้าเกี่ยวกับชื่อคนที่เขารัก คงเปลี่ยนชื่อกันหมด ผู้สมัครคงอยากได้ความฮือฮา คงคิดว่าถ้าคนรักทักษิณ ยิ่งลักษณ์ จะกาให้ เป็นความคิดที่เพี้ยน ถ้าอย่างนั้นผู้สมัครภาคใต้คงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ชวน ภาคกลางเปลี่ยนเป็นชื่อ บรรหาร แม้เรื่องนี้จะเป็นสิทธิส่วนตัว แต่ก็เป็นเรื่องความคิดแผลงๆ ห้ามไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับผมไม่ได้ลง ส.ส. Party list เยอะ เลยขอชี้แจงดังนี้ เลือกตั้งครั้งนี้ บัตรใบเดียว ประชาชนเลือก 3 อย่าง 1.ส.ส. เขต 2.ส.ส. Party list 3.Candidate นายกรัฐมนตรี (ส่งได้สามชื่อ) นายกฯ ไม่ต้องมาจาก ส.ส.ครับ แต่ต้องอยู่ใน Candidate นายกฯ ผมไม่ได้ลง ส.ส. Party list ด้วยความสมัครใจ เพราะพรรคมีคนที่เก่งงานด้านนิติบัญญัติหลายท่าน และตามกติกาใหม่ จำนวน party list ของพรรคน่าจะลดลง เราต้องรู้ว่าเราเหมาะกับงานไหน เพราะเราทำงานเป็นทีม ผมอยู่ใน Candidate นายกฯ ส่วนจะได้ทำงานหรือไม่ ขึ้นกับเสียงประชาชน สรุปว่าตอนนี้ยืนยันและพร้อมลุยกับงานในส่วนของ Candidate นายกฯ 100% ไม่มีเป้าหมายอื่น ไม่มีถอย ไม่มีท้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. กล่าวว่า ตามที่มีการลงในเพจรูปภาพและข้อความที่เป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเพจดังกล่าวเกี่ยวพันกับนายกรัฐมนตรี โดยใส่ชื่อและทำลายชื่อเสียงทางการเมืองมีเนื้อหาซึ่งมีนัยสำคัญ ไม่บังควร เป็นการใส่ร้าย และเป็นการทำการเมืองแบบเก่า มีการนำข้อความที่เป็นเท็จ และบอกว่ามีรูปตนขึ้นเวทีปราศรัยแห่งหนึ่ง มีการแชร์กันไปตามไลน์ต่างๆ ทั้งกรุ๊ปมหาวิทยาลัย กรุ๊ปแพทย์ และกรุ๊ปศิษย์เก่า ซึ่งไม่ใช่ตนแน่นอน เราได้เก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว จึงมอบอำนาจให้ทนายไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วที่ สน.มักกะสัน ตั้งแต่เพจต้นตอ ที่ลงข้อความเป็นเท็จ รวมถึงคนแชร์ต่อจากเพจนี้ รวมถึงแชร์ต่อไปในไลน์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และขอดำเนินคดีทั้งสิ้นกว่า 200 คน จะเลือกเฉพาะคนที่เป็นคนนำเข้าข้อมูลและบิดเบือนข้อมูล ส่วนผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็จะชี้แจงให้ทราบ และขอให้อย่าส่งต่อ เพราะเราแจ้งความแล้ว และจะร้อง กกต.วันที่ 7 ก.พ.ด้วย
ปชป.เขี่ย&amp;quot;วิทย์ บางแค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ผู้สมัคร ส.ส. เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง กทม. พรรค พท. กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องการติดป้ายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เบอร์ 6 เขต ลาดพร้าวและวังทองหลาง ซึ่งเป็นเขตที่ถูกโจมตีในโลกโซเชียลว่า ว่าที่ผู้สมัครเบอร์ 6 จากพรรคเพื่อไทย ติดป้ายในลักษณะกีดขวางทางเดิน จึงขอนำหลักฐานมายืนยันว่า จากการส่งทีมงานไปตรวจสอบแล้วไม่พบ จึงสงสัยว่าเป็นภาพที่มีเป้าหมายโจมตีทางการเมืองหรือไม่ เพราะคนโพสต์ภาพนี้ ไม่ได้ระบุสถานที่ติดตั้งป้ายว่าอยู่ที่ถนนเส้นไหน และซอยอะไร เหมือนแค่ต้องการโพสต์โจมตีให้เสียหายเฉยๆ ทัศนคติของคนที่โพสต์โจมตีเรื่องป้าย ชื่อย่อว่า คุณ &amp;ldquo;อ.&amp;rdquo; ก็แสดงตัวชัดเจนว่าแอนตี้พรรคเพื่อไทย แต่เป็นแฟนคลับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงไม่แน่ใจว่าภาพโจมตีป้ายหาเสียงพรรคเพื่อไทยดังกล่าว ไม่ทราบมีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า สำหรับการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้น ขณะนี้เกิดปัญหาสร้างความแตกแยกให้กับอดีต ส.ส.ของพรรค เนื่องจากอดีต ส.ส.บางคนทำงานกับพรรคมายาวนาน แต่กลับไม่มีชื่อในระบบบัญชีรายชื่อของพรรค โดยผู้บริหารพรรคได้ตัดชื่อนายโกวิทย์ ธารณา หรือนายโกวิทย์ เหลืองบุญนิธิ (วิทย์ บางแค) โดยให้เหตุผลว่า วางตัวให้เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแทน ควบคู่กับนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งระบบราง โดยมีข่าวว่านายโกวิทย์ไม่พอใจ เตรียมยื่นใบลาออกจากพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง ปชป.มีมติส่งนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา เขต 3 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ลงสมัครตามเดิมนั้น นายวิรัตน์เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอหนังสือรับรองการลงสมัคร ส.ส.ในนามตัวแทนของพรรคจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ซึ่งคาดว่าจะสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลาได้ภายในวันที่ 8 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครได้ทันเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านพักราชวิถี 22 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อมด้วย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค, นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรค และนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้อำนวยการพรรค เข้าเชิญนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ นายสุวัจน์กล่าวตอบรับการเสนอชื่อในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ชพน.ตามมติของพรรคว่า พรรคตั้งใจทำงานการเมืองให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และแสดงความพร้อมด้านบุคลากรของพรรคต่อการทำงานการเมืองภายใต้กติกาการเลือกตั้งกำหนดไว้ ให้การเลือกตั้งยอมรับและทำงานให้ประชาชนเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไทย และไร้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงาน กกต. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทีมแกนนำพรรคเข้ายื่นสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ เมื่อมาถึงสถานที่รับสมัครนายอนุทินได้เดินเข้ามาจับมือและกล่าวทักทายกับนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท โดยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม อวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร เดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขนาด 26 นิ้ว ซึ่งภายในบรรจุเอกสารการสมัครมายื่นกับ กกต. &amp;nbsp;
สามวันสมัคร 7,409 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่พรรคพลังท้องถิ่นไท นำโดยนายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน นายชื่นชอบ คงอุดม และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม มายื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งเสนอบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายชัชวาลย์กล่าวว่า พรรคมีมติส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 78 คน ส่วนบัญชีนายกฯ เสนอแค่ 2 ชื่อ คือตน และนายโกวิทย์ พวงงาม ซึ่งคาดหวังว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่น้อยกว่า 20 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค นำสมาชิกพรรคยื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 124 รายชื่อ พร้อมรายชื่อบัญชีนายกฯ คือ นายธนาธรคนเดียว โดยนายธนาธรกล่าวว่า เรามีโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า กรรมการบริหารพรรคมีมติเสนอชื่อนายธนาธรเพียงคนเดียว แม้ตามรัฐธรรมนูญออกแบบมาให้เสนอชื่อ 3 คน แต่ในความจริงนายกฯมีเพียงคนเดียว เราจึงเสนอเพียง 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมการรับสมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ เป็นวันที่สาม ว่ามีผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต 599 คน รวม 3 วัน 7,409 คน โดยเป็นผู้สมัครจาก 66 พรรคการเมือง สำหรับการสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ยื่นสมัคร 8 พรรคได้แก่ พรรคเพื่อนไทย พลังท้องถิ่นไท อนาคตใหม่ ภูมิใจไทย ชาติพัฒนา เสรีรวมไทย เพื่อธรรม และไทยรุ่งเรือง แต่พรรคเพื่อนไทย เอกสารไม่ครบ ทาง กกต.ได้ให้กลับไปดำเนินการเรื่องเอกสารใหม่ สำหรับการยื่นสมัครแบบบัญชีรายชื่อรวม 3 วัน กกต.เซ็นรับรองแล้ว 10 พรรค จำนวน 579 คน ขณะนี้เหลือเวลาเปิดรับสมัครอีกเพียง 2 วัน จึงขอฝากไปยังพรรคการเมืองที่จะมายื่นสมัคร อย่างช้าขอให้มาในวันพรุ่งนี้ เพราะถ้าเอกสารไม่พร้อม หรือไม่ถูกต้อง จะได้มีเวลากลับไปทำมาใหม่ และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามให้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงพฤติการณ์การทำลายป้ายหาเสียงที่เริ่มตรวจสอบพบมากขึ้นว่า การหาเสียงเป็นการนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อประชาชน การทำลายป้ายนอกจากเป็นสิ่งไม่ดีแล้ว ยังเหมือนเป็นการทำลายทรัพย์สินของตัวเอง การอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.หรือรัฐบาล ก็ล้วนแต่มาทำหน้าที่เพื่อประชาชนผ่านการเลือกตั้ง มองว่าการทำลายป้ายหาเสียงเป็นการต่อต้านอย่างหนึ่ง และยังมีโทษทางอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง (ศลต.ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. &amp;nbsp;ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ในการเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีผู้แทนจาก กกต.เข้าร่วมประชุม จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวถึงกรณีที่ป้ายผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งถูกทำลายว่า ผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้เลย แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งเรื่องไปยัง กกต.เป็นผู้สั่งการตามมาตรา 42 ส่วนกรณีที่ประชาชนที่พบเห็นป้ายหาเสียงวางกีดขวางถนน ทางเข้า-ออก หรือบดบังสายตา รวมถึงทัศนวิสัยในการขับขี่ ประชาชนต้องแจ้ง กกต.พื้นที่แต่ไม่มีอำนาจในการเคลื่อนย้ายเองโดยพลการ เพราะถือมีความผิดตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, คณาพจน์ โจมฤทธิ์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคไทยรักษาชาติ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5af7f3b09ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วรุมถล่มป้อม ปัดพัลวัน&#039;นายใหญ่&#039;ครอบงำ/&#039;กกต.&#039;ขยับสอบถึงขั้นยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ กกต.&amp;quot; รับลูก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สอบ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ครอบงำ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ลั่นพบผิดถึงขั้นยุบพรรค &amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; เสียงแข็ง &amp;quot;แม้ว&amp;quot; ไม่เคยยุ่งเกี่ยว &amp;quot;พท.&amp;quot; อ้างการแสดงความคิดเห็นแค่คนไทยรักชาติ ยันสมาชิกบินไปพบ ตปท.เรื่องส่วนตัว &amp;quot;ลิ่วล้อนายใหญ่&amp;quot; แห่อัด &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; จ้องเตะตัดขาหวังทำลายคู่แข่งกลัวแพ้เลือกตั้ง ดักทาง &amp;quot;กกต.&amp;quot; เชื่อเป็นอิสระ ไม่อยู่ใต้อาณัติใคร &amp;nbsp;&amp;quot;สุทิน&amp;quot; ยอมรับมีแนวคิดดัน &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; เข้าเซฟตี้โซนป้องกันพรรคโดนยุบ &amp;quot;ม.ร.ว.ดำรงดิศ&amp;quot; นั่งหัวหน้าพรรคภราดรภาพ แทงกั๊กหนุนได้ทั้งฝ่ายเอา-ไม่เอาทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ต.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะขอให้ กกต.ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย คลิป และข่าว รวมถึงความเห็นของบุคคลต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่าพรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิด จะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนการเปิดรับสมัครองค์กรที่จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ยังคงเปิดรับสมัครอยู่ ซึ่งในวันที่ 24 ต.ค. จะเป็นวันสุดท้าย ล่าสุดมีองค์กรที่เข้ามาสมัครแล้ว 152 องค์กร โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร จะมีองค์กรมาสมัครมากที่สุด คาดว่าในวันที่ 24 ต.ค. จะมีองค์กรต่างๆ เข้ามาสมัครเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า นายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งหรือเกี่ยวข้องกับทางพรรค การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและห่วงใยบ้านเมือง เป็นสิทธิของคนไทยทุกคน นายทักษิณไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ที่มีอดีต ส.ส.เดินทางไปพบที่ต่างประเทศ อาจจะเป็นเพราะสมาชิกของพรรคบางคนที่ยังเคารพนับถือเป็นการส่วนตัว ซึ่งในการพบปะเยี่ยมเยือนนั้น เป็นการส่วนตัว ทางพรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย และคณะกรรมการบริหารพรรคก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อ กกต. โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะถึงยุบพรรคหรือเปล่า ผมมองว่าจะยุบพรรคได้อย่างไร ในเมื่อนายทักษิณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือก้าวก่ายกับทางพรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พรรคเพื่อไทยอยากเรียกร้องอะไรในเรื่องของความเท่าเทียมหรือไม่ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้พรรคจะทำอะไรก็ต้องทำไปด้วยความระมัดระวัง เพราะขนาดนี้โดนจับจ้องจากหลายฝ่าย การพบปะพี่น้องประชาชนก็ต้องระมัดระวังตัว &amp;nbsp;ไม่เหมือนกับบางพรรคที่สามารถจะทำอะไรก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในความหมายของ พล.อ.ประวิตร คำว่าพรรคเรา คงหมายถึงพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ผมคิดว่าการเมืองใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งคงเป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องธรรมดา&amp;quot; รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ได้ประเมินสถานการณ์อย่างไรกับการแตกพรรคย่อยของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ไม่มีพรรคย่อยและพรรคสำรอง มีเพียงแต่พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวที่ดำเนินการทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคไหนที่มีเจตนารมณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทยแล้วจะร่วมกันเป็นรัฐบาล ก็ต้องไว้คิดกันในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต. รับลูก พล.อ.ประวิตรตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณเข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า เลขาฯ กกต.คงตอบคำถามไปตามหลักการทั่วไป คงไม่ได้มีธงหรือรับใบสั่งใครในการมายุบพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ความปรารถนาของคนในประเทศต้องการให้ กกต.ควบคุมและบริหารจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศ&amp;nbsp;
แห่ปัดอยู่ใต้เงาแม้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันด้วยความมั่นใจอีกครั้งว่า ดร.ทักษิณ ไม่ได้ครอบงำพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่ กกต.จะถูกพล.อ.ประวิตรครอบงำหรือไม่ ต้องให้การทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์ และไม่แน่ใจว่าถ้าจะร้องเรื่องนี้ต้องไปร้องที่ไหน หน่วยงานใด แต่คำว่าครอบงำในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังมีองค์ประกอบและแง่มุมที่ต้องพิจารณาอีกมาก นอกเหนือจากการตีความว่าเข้าข่ายเป็นการครอบงำหรือไม่แล้ว ยังต้องพิจารณาว่ากรรมการบริหารพรรคยอมให้มีการครอบงำหรือไม่ ซึ่งก็ชัดเจนว่ากรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยสามารถบริหารจัดการและนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างสง่างาม ไม่ยอมให้มีการครอบงำแน่นอน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว. และนายสุริยะใส กตะศิลา ออกมาตั้งข้อสังเกตพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่นายทักษิณระบุจะได้ที่นั่งในสภาเกิน 300 ที่นั่งคือฝ่ายไหน รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่คิดว่าประเทศไทยและคนไทยต้องมาฟังนิยามของคำว่าประชาธิปไตยจากคนกลุ่มที่ยึดสนามบิน ชัตดาวน์ประเทศ ชัตดาวน์ระบบราชการ เสมือนการไปฟังเรื่องการรักษาศีล 5 จากกลุ่มคนที่ติดสุราเรื้อรัง หรือขึ้นธรรมาสน์ไม่ล้างเท้าหรือไม่ ประชาชนเขาดูออกทั้งหมดว่าพรรคไหนคือพรรคฝ่ายประชาธิปไตย พรรคไหนไม่ใช่ หรือพรรคไหนสนับสนุนเผด็จการ พรรคไหนสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นอย่ามาตั้งข้อสังเกตให้เกิดความสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะเชียร์บางพรรคอยู่ จึงไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองพรรคนี้ยังอยู่ในหัวใจประชาชน คนยังยึดมั่น ศรัทธานโยบาย ชนะการเลือกตั้ง จึงมีความพยายามทำลาย เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบจริง เขาก็จะได้ประโยชน์ เลยมีการหาเหตุต่างๆ เช่น นายทักษิณเข้ามาบงการ สั่งการ ชี้นำพรรคเพื่อไทย การที่สมาชิกพรรคเดินทางไปพบนายทักษิณ เป็นความผูกพันกันส่วนตัว ท่านเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักห่วงใยประเทศชาติ ยังมีความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตรควรอยู่เฉยๆ เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แล้วปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามกลไก กติกา กกต.ก็ต้องรู้ควรทำหน้าที่อะไร ทำงานอย่างเป็นอิสระ อย่าไปอยู่ใต้อาณัติสัญญาณใคร ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเสื่อมศรัทธา พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวกับนายทักษิณ การตัดสินใจดำเนินการเรื่องใด มาจากคณะกรรมการบริหารพรรค&amp;rdquo; นพ.เชิดชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กังวลต่อกระแสข่าวการยุบพรรคหรือไม่ นพ.เชิดชัยกล่าวว่า เราเคยชินแล้ว มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน ส่วนพรรคเพื่อไทย หากมีการยุบในเวลาที่สมาชิกพรรคย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันใน 90 วัน ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง กฎกติกาการยุบพรรคควรเลิกไปได้แล้ว พรรคเพื่อไทยเล่นตามกติกามาโดยตลอด ไม่ได้ทำผิดอะไร หากดูแนวโน้มแล้วอาจจะถูกยุบพรรค อาจจะทำตามข้อเสนอ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ที่จะชักชวนสมาชิกพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก็เป็นไปได้ ในวันนี้เราไม่ได้กลัวการยุบพรรค แต่กลัวความไม่เป็นธรรมที่จะได้รับมากกว่า และควรปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตรขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยมีการครอบงำพรรค เป็นการใส่ร้ายให้มีความเข้าใจผิดและมุ่งทำลายพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคถือกำเนิดเป็นสถาบันการเมืองแล้ว มีนายกรัฐมนตรี มีรองนายกและรัฐมนตรีจำนวนมาก ทั้งยังมี ส.ส.มากกว่าทุกพรรคการเมือง ในหลายทศวรรษนี้ ไม่มีใครที่จะครอบงำพรรคได้ ที่สำคัญบุคลากรในพรรคล้วนแต่มีวุฒิภาวะ ที่รู้ดีว่าสิ่งใดควรหรือไม่&amp;nbsp;
ฟุ้งตัดขากลัว พท.ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จึงให้สัมภาษณ์เพื่อทำลายความนิยม วันนี้รัฐบาลไม่ควรคำนึงถึงการกลับมาเป็นรัฐบาลของคสช.อีก ควรบริหารประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้น และสร้างความเป็นธรรมในสังคม เพื่อให้สอดรับกับการปฏิรูปรอบด้าน ควรกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเพื่อความความมั่นใจของประชาชน ว่าสามารถกำหนดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่รัฐบาลที่ยึดอำนาจ และทำให้ประชาชนลำบาก&amp;quot; นายศักดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดมาตลอดต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย เป็นสิ่งที่ไม่ตรงความจริง หากแต่เป็นความพยายามเข้ามามีอำนาจและปกครองประเทศนี้ให้ยาวนานที่สุด เห็นได้จากการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้ตนเองมีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว.ให้ ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี การคิดคำนวณระบบแบ่งสันปันส่วน ส.ส. ส่งผลทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากต้องเป็นรัฐบาลผสม รวมถึงการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อการบริหารงานของรัฐบาลอีกชั้นหนึ่ง โดยมีอำนาจเสนอให้รัฐบาลหยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงและเป็นสิ่งที่ คสช.ดำเนินการเพื่อต้องการสืบทอดอำนาจทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยใช้เงินของประเทศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและใช้ทรัพยากรของหลวงจัดทำโครงการประชารัฐ แล้วก็ส่งรัฐมนตรีของตนเองมาตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่าพรรคดำเนินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งความเป็นจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ พรรคพลังประชารัฐทำกิจกรรมการเมืองหลายสิ่งหลายอย่างได้ ทำกิจกรรมการเมืองได้ ลงพื้นที่พบปะหาเสียงกับประชาชนได้ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยดำเนินการไม่ได้ และถูกดำเนินคดี เช่น กรณีการแถลงผลงาน 4 ปี ของ 9 แกนนำพรรค เป็นต้น หรือที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่ายึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง สิ่งเหล่านี้หรือที่พูดสัมภาษณ์สื่อเสมอว่ารักษาความสงบและสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดขึ้น&amp;quot; สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดากล่าวว่า วันนี้มีข้อสงสัยจากประชาชนรัฐบาลพยายามเสนอข่าวเฉพาะของรัฐบาลและพรรคของทหาร และพยายามปิดข่าวสารของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่ หากมีการกระทำดังกล่าวขอให้ยกเลิกเสีย และส่งเสริมการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องกับทุกภาคส่วน เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมเป็นธรรมกัน และขอร้องให้รัฐบาลบริหารงานอย่างโปร่งใส ไม่มีทุจริตในแต่ละกระทรวง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ว่า มีรายได้และความเป็นอยู่ดีขึ้น สิ่งสำคัญขอไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศแล้วมีแต่ความล้าหลัง เศรษฐกิจตกต่ำ การหากินมีแต่ความยากลำบาก ความเป็นในสังคมก็ไม่มี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ในวันที่ 28 ต.ค.ว่า ทุกวันนี้คนยังเข้าใจว่าในการเลือกหัวหน้าพรรคจะมีใบสั่งมาให้เลือกคนนั้นคนนี้ นักการเมืองบางคนก็พูดทำนอง ทำไมไม่ทำแบบพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะเป็นไปอย่างอิสระ เสรี เท่าที่พูดคุยกับอดีต ส.ส.หลายคนต่างมีแนวคิดหลากหลายต่อตำแหน่งผู้ที่เหมาะสมจะมาเป็นหัวหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ในวันดังกล่าวจะมีการเสนอชื่อแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.สมาชิกที่เตรียมเสนอชื่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค ซึ่งแนวคิดสมาชิกกลุ่มนี้ ไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อม เห็นว่าที่ผ่านมา พล.ต.ท.วิโรจน์ทำหน้าที่ดีแล้ว ไม่มีอะไรบกพร่อง ควรให้ท่านทำหน้าที่ต่อไป 2.สมาชิกเตรียมเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เนื่องจากอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นว่าที่ผ่านมาคุณหญิงได้ช่วยงานพรรคมามาก มีความแอคทีฟต่อพรรคเป็นอย่างมาก 3.สมาชิกที่เตรียมเสนอชื่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง เนื่องจากเห็นว่า ในยุคนี้ควรจะมีหัวหน้าที่มีแนวคิด อุดมการณ์ชัดเจนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 3 รายชื่อเป็นชื่อที่ได้ยินมาจากเพื่อนสมาชิกที่เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ให้มีการโหวต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูอีกครั้งว่า ใน 3 รายชื่อนี้ เมื่อได้รับการเสนอจากสมาชิกแล้ว จะมีใครขอถอนตัวหรือไม่ ถ้ามีก็จะโหวตเลือกกันเท่าที่เหลืออยู่ เมื่อเลือกเสร็จก็จะได้หัวหน้าพรรคตามเสียงที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีหวยล็อกแน่นอน โดยส่วนตัวไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ รายชื่อที่พูดมาล้วนมีความเหมาะสมกันคนละแบบ ดังนั้นจะเป็นใครมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จำเป็นหรือไม่หัวหน้าพรรคจะต้องเป็น 1 ใน 3 บัญชีรายชื่อเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย นายสุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็น จารีตพรรค ย้อนไปก่อนการเลือกตั้ง 2554 ตอนนั้นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรค แต่คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งสมาชิกก็ยอมรับกัน อีกทั้งพรรคการเมืองในต่างประเทศ ประธานาธิบดีก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แนวคิดในวันนี้เป็นไปได้ทั้ง 2 แบบคือ หัวหน้าพรรคจะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกฯด้วย หรือคนเป็นหัวหน้าพรรคแต่ไม่ได้อยู่ใน 3 รายชื่อที่เสนอเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งนั้น
&amp;#39;หน่อย&amp;#39; เข้าเซฟตี้โซน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงสูตรที่มีการพูดถึงคือให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรค แต่จะเปิดตำแหน่งใหม่ ที่มีอำนาจและความสำคัญไม่น้อยกว่าหัวหน้าพรรคให้คุณหญิงสุดารัตน์ นายสุทินกล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ อาจจะเป็นตำแหน่งที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค เพื่อป้องกันเหตุจากการยุบพรรค เพื่อให้คุณหญิงสุดารัตน์เข้าไปอยู่ในเซฟตี้โซน ที่ไม่ต้องมาเป็นกรรมการบริหารพรรค และดูแล้วท่านก็มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะไปอยู่ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ของพรรค หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม หรือจะมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า ในส่วนของประธานภาคอีสาน ตอนนี้ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.อาวุโส มหาสารคาม ทำหน้าที่ไปก่อน ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่ตำแหน่งดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งสรรหา คงรอให้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้แล้วเสร็จค่อยมาจัดสรร วางโครงสร้างกันใหม่อีกครั้ง ส่วนกระแสข่าวการดูด ส.ส.เพื่อไทย ในภาคอีสาน ขณะนี้เงียบลงไปมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ยังมีบางพรรคการเมืองไปเก็บบัตรประชาชนพร้อมจ่ายเงิน แลกกับการนำไปสมัครเป็นสมาชิกในพรรคนั้นๆ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการยุบพรรคไม่มีความกังวล เพราะเชื่อว่ากกต.ชุดนี้มีหลักการ ท่านทั้งหลายคงมีภูมิคุ้มกันพอสมควร ใครไปสั่งเขายาก และโดยเนื้อหาสาระที่มีการพูดถึง โทษก็ไม่รุนแรงที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรค ขณะที่พรรคอื่นทำผิดมากกว่าเพื่อไทย เดินสายรณรงค์หาเสียงยังทำได้ ถ้าจะโดน พรรคอื่นคงโดนไปหลายข้อหา มั่นใจว่า กกต.ชุดนี้จะไม่อ่อนไหวไปตามกระแสต่างๆ&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสิระ พิมพ์กลาง ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม กกต.รับรองการขอจัดตั้งพรรคเพื่อนไทยเป็นที่เรียบร้อย รอการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จะถือเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์ หลังจากนี้คงจะมีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค มีการจัดตั้งสาขาพรรคในภาคกลาง เหนือ ใต้ อีสาน ตั้งสำนักงานทุกจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งแนวทางของพรรคนั้นยังชัดเจน ยึดมั่นในการสร้างความสามัคคีคนในชาติ สร้างความปรองดอง ไม่ไปทะเลาะกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอวิงวอนให้นักการเมืองทั้งหลายสงบปากสงบคำ อย่าไปสร้างเงื่อนไข อย่าเอาอคติส่วนตัวไปกำหนดแทนคนอื่น หันมามอง วันนี้ประชาชนแย่แล้ว เศรษฐกิจไม่ดี หยุดที่จะมาทะเลาะหรือสร้างเงื่อนไข วันไหนเศรษฐกิจดี ประชาชนร่ำรวยมีเงิน ค่อยไปทะเลาะกันก็ยังไม่สาย หากทหารออกมาจริงแล้วจะยุ่ง ตนไม่อยากให้นักการเมืองทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก รอวันเลือกตั้ง แล้วค่อยมาต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจจะดีกว่า&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อชาติเดินสายหาสมาชิกในหลายจังหวัดภาคอีสานว่า คงออกไปหาได้ แต่สมาชิกกลุ่มของเขาที่มีแนวคิดตรงกัน หลังจากตนมาทำพรรคการเมือง พี่น้องที่สนใจเห็นด้วยกับแนวทางสนใจจะมาร่วมงานด้วย ล่าสุด นายจักรภพ แก้วมณี แกนนำเสื้อแดงหนองคาย ในอดีตคือผู้ที่จัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงสำเร็จเป็นคนแรก นายชนะพล ดลโชคไพศาล แกนนำเสื้อแดงกาฬสินธุ์ ก็ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พี่น้องเหนือ อีสาน ที่เคยไปร่วมต่อสู้ ลองคิดดีๆ ได้อะไรจากการต่อสู้บ้าง คงได้เห็นแล้วว่าแกนนำคนเสื้อแดงชุดเก่าที่เป็นคนใต้ เข้ามาชี้นำ รวบอำนาจ ยึดอำนาจเสื้อแดงทั่วไป ทำให้หลายคนไม่มีปากมีเสียง ความจริงแกนนำเสื้อแดงภาคใต้ที่ทำพรรคควรไปสร้างความคิดแบบนี้ทางภาคใต้ เผื่อจะได้มี ส.ส.เสื้อแดงทางภาคใต้บ้าง ส่วนเรื่องของทางอีสาน ปล่อยให้ แดงอีสานเขาจัดการกันเอง&amp;rdquo; ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภราดรภาพจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่การประชุมต้องล่าช้าจากกำหนดการเดินไปชั่วโมงเศษ เนื่องจากต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม 1 คน ที่เดินทางมาล่าช้า จึงครบองค์ประชุมและเริ่มประชุมได้ โดยการประชุมครั้งนี้มีการแปลงเครื่องหมายของพรรค แก้ไขข้อบังคับพรรค ส่วนการประชุมเลือกผู้ที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ที่ประชุมมีมติเลือก ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทย เป็นหัวหน้าพรรคภราดรภาพคนใหม่, นายอนุมัติ ศาสนูปถัมภ์ พลท.สราวุธ กาพย์เดโช นายรัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช นายกนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์ และนายสมศักดิ์ มีชัย รองหัวหน้าพรรค, นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค, น.ส.ศรีกาญจน์ สรรพช่าง เหรัญญิกพรรค, นายวีรพัฒน์ พร้อมพลากร นายทะเบียนพรรค และนายสุรภาส วิเชียร โฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้บริหารพรรคภราดรภาพที่น่าสนใจ พล.ท.สราวุธ กาพย์เดโช อดีตผู้อำนวยการฝ่ายโทรทัศน์ดาวเทียม ททบ.5 และยังได้รับการแต่งตั้ง จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ หรือบอร์ดกองสลากด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.ดำรงดิศกล่าวว่า ที่ผ่านมามีความเห็นที่แตกต่างกันในส่วนของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า ส่วนหนึ่งแยกออกไปร่วมงานการเมืองกับพรรคประชาชาติไทย แต่อีกส่วนหนึ่งยังอยู่และไม่คิดที่จะยุบพรรค มีหลักคิดยึดเรื่องความสามัคคี พร้อมร่วมงานการเมืองได้กับทุกฝ่ายทั้งฝ่ายที่เอาทหารและไม่เอาทหาร แต่ไม่ใช่พรรคสาขาของพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างตนสั่งยาก ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสนอใครในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องการให้พรรคเป็นทางเลือกที่จะหลอมรวมคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ โดยจับมือร่วมกับคนรุ่นเดิมที่มีประสบการณ์และความศรัทธาในระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย เพื่อสร้างการให้สังคมไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยนิยมสมัยใหม่ที่มีลักษณะผสมผสาน และมีความสมัครสมานสามัคคีร่วมมือกันแก้ปัญหาภายในชาติบ้านเมือง โดยมุ่งหมายที่จะนำพาประเทศและประชาชนให้พ้นจากความยากจน มีสวัสดิการที่ดี ด้วยการขยายโอกาสในการพัฒนา คุณภาพชีวิตสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ มีการวางแผนเศรษฐกิจที่ดี จะต้องทำให้ประชาชนทุกชนชั้นได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ไม่ใช่ได้ประโยชน์เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะบริหารพรรคโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง&amp;quot; หัวหน้าพรรคภราดรภาพกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า พรรคตั้งเป้าได้ ส.ส. 10 คน จาก การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยนโยบายพรรคเน้นเรื่องการคิดค้นนโยบายที่สามารถทำได้จริง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย โดยจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่คือนโยบาย 5G สร้างประชาธิปไตยนิยมสมัยใหม่ เน้นความสมัครสมานสามัคคีและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจที่ดีพัฒนาการศึกษาให้เข้าถึงและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมได้มีการฉายวิดีโอไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยทั้งเนื้อหาและภาพประกอบให้น้ำหนักไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้ามาแก้วิกฤติการเมืองด้วย ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้บริหารพรรคภราดรภาพจำนวนหนึ่งไปร่วมแถลงรวมพรรคภราดรภาพกับพรรคประชาชาติไทยของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โดยให้เหตุผลว่ามีแนวทางตรงกันในเรื่องที่จะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, ประสาร มฤคพิทักษ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศักดา นพสิทธิ์, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf30b5ecec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; หลัง เสี่ยป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ออกมาเฉ่ง เสี่ยแม้ว-ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หนีคุก ว่า 4 ปีเคลื่อนไหวไม่หยุดและกระทบความมั่นคง พร้อมกระทุ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยถูกทักษิณครอบงำหรือไม่ จับอาการได้ว่าสัญญาที่ เสี่ยป้อม ให้ไว้กับ เสี่ยแม้ว ในคืนที่ คสช.รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ออกอาการเบี้ยวกันแน่แล้ว เพราะหลังจากทักษิณสั่งมวลชนถอยทัพกลับอยู่ที่ตั้ง ผ่านไปกว่า 4 ปี ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับบ้าน ก็เป็นธรรมดาสำหรับอดีตนายกฯ ที่ยังมีมวลชนมากมายสนับสนุนและมีเงินทุนหนาแน่น จะต้องแสดงศักยภาพสร้างอำนาจต่อรองด้วยการทวงอำนาจคืน!...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเปิดเกมรุกของ ทักษิณ เท่ากับประจานความล้มเหลวของ คสช. กว่า 4 ปีที่รัฐประหารกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ไม่สามารถจัดการกับระบอบทักษิณได้ และยังมีแนวโน้มพรรคการเมืองของทักษิณ และเครือข่ายจะชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าอีกด้วย ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพ ทักษิณ กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หนีคุกคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว ที่ห้างแฮร์รอดส์ กับซูชิบาร์ และคาเวียร์บาร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ฉลองที่ทักษิณสามารถหลบหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาฯ จนหมดอายุความไปเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ตบหน้ากระบวนการยุติธรรมไทย และ คสช.ข้ามทวีปไปเลย...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. บอกว่า &amp;quot;อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย คลิป และข่าว รวมถึงความเห็นของบุคคลต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่าพรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิดจะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบพรรค&amp;quot; ก็ขนาดศาลสถิตยุติธรรมมีคำพิพากษา ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ไปแล้ว ยังไม่สามารถทำอะไรได้เลย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธว่าทักษิณไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรค แต่ใครๆ ก็รู้ว่าทักษิณบงการทุกอย่าง จะให้ใครเป็นหัวหน้าพรรค-เป็นนายกฯ หรือรัฐมนตรีก็อยู่ที่คนคนเดียว ยกตัวอย่าง อดีตแกนนำเสื้อแดงคนหนึ่งบินไปกราบตักทักษิณถึงต่างประเทศจนได้เป็น รมต. หักหลังแกนนำรุ่นพี่อีกคนโกรธกันจนถึงบัดนี้...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนหากจะยุบพรรคก็มีพรรคสำรองไว้อีก นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง บอกว่า &amp;quot;เราเคยชินแล้ว มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน หากมีการยุบในเวลาที่สมาชิกพรรคย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันใน 90 วัน ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง&amp;quot; จึงต้องถาม คสช.และ กกต.กล้ายุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะพิสูจน์แล้วว่าการยุบพรรคไม่ใช่แนวทางล้มระบอบทักษิณได้เลย 28 ต.ค.นี้ การประชุมเลือก กก.บห.พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ก็คงนั่งหัวหน้าเหมือนเดิม โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาธิการฯ ดูแลกิจการภายในพรรค ส่วน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เข้าไปอยู่ใน safety zone ป้องกันพรรคถูกยุบ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของนอมินีทักษิณต่อไป แล้ว กกต.จะทำอะไรได้?...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำลังฝุ่นตลบกับการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และถูกซักถามหนักถึงจุดยืนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล จะเลือกข้างไหน? ข้างขวาที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแกนนำ หรือข้างซ้ายที่มี นอนินีทักษิณ เป็นแกนนำ มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงท่าทีแบบเท่ๆ ว่าจะเป็นพรรคหลักให้ประชาชน หากใครสานต่อนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ก็จะไม่ร่วมด้วย น่าจับตาหากทักษิณเคลื่อนไหวหนักขึ้น จะทำให้มวลชนที่เคยต่อต้านระบอบทักษิณเทคะแนนให้พรรคเครือข่าย คสช. เช่น รวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำกับพลังประชารัฐหรือไม่? เป็นโจทก์ที่ ปชป.ต้องไปแก้...0&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้าย วันพุธที่ 24 ต.ค.นี้ เวลา 11.00-12.00 น. พบกับ เดอะแจ็ค-วัชระ เพชรทอง ผู้แทนนอกสภา-พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของผลงานหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด &amp;quot;เสรีภาพยุค คสช.ฯลฯ?&amp;quot; ที่บูธเคล็ดไทย P02 โซน C1 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เดอะแจ็ค จะไปนั่งแจกลายเซ็นแก่หนอนหนังสือ-คอการเมืองในวันเวลาดังกล่าว ส่วน คสช.จะส่งตัวแทนไปอุดหนุนด้วยเจ้าตัวก็ยินดี!...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, บันทึกหน้า4, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วัชระ เพชรทอง, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยชินแล้วถูกยุบพรรค!เด็กแม้วให้&#039;บิ๊กป้อม&#039;หุบปาก ยันนายใหญ่ไม่ได้บงการแค่ความผูกพันส่วนตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23 ต.ค.61- นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหวทำให้กระทบความมั่นคงว่า เข้าใจว่าพล.อ.ประวิตร อาจจะเชียร์บางพรรคอยู่ จึงไม่อยากให้พรรคเพื่อไทย ที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง พรรคนี้ยังอยู่ในหัวใจประชาชน คนยังยึดมั่นศรัทธานโยบายชนะการเลือกตั้ง จึงมีความพยายามทำลาย เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบจริง เขาก็จะได้ประโยชน์ เลยมีการหาเหตุต่างๆ เช่น นายทักษิณ เข้ามาบงการ สั่งการ ชี้นำพรรคเพื่อไทย การที่สมาชิกพรรคเดินทางไปพบนายทักษิณ เป็นความผูกพันกันส่วนตัว ท่านเป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่รักห่วงใยประเทศชาติ ยังมีความรู้ความสามารถ เรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ตนว่ารัฐบาลก็ควรรับฟัง ขณะเดียวกัน 5ปีที่ผ่านมา รัฐบาลคสช.ทำอะไรให้ประชาชนเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง การจะมาหาเหตุเพื่อทำลายพรรคเพื่อไทยนั้นไม่ถูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร ควรอยู่เฉยๆ เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแล้ว ปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามกลไก กติกา กกต.ก็ต้องรู้ควรทำหน้าที่อะไร ทำงานอย่างเป็นอิสระ อย่าไปอยู่ใต้อาณัติสัญญาณใคร ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเสื่อมศรัทธา พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวกับนายทักษิณ การตัดสินใจดำเนินการเรื่องใด มาจากคณะกรรมการบริหารพรรค&amp;rdquo;นพ.เชิดชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ากังวลต่อกระแสข่าวการยุบพรรคหรือไม่ นพ.เชิดชัยกล่าวว่า เราเคยชินแล้ว มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน ส่วนพรรคเพื่อไทย หากมีการยุบในเวลาที่สมาชิกพรรคย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันใน90วัน ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง กฎกติกาการยุบพรรควรเลิกไปได้แล้ว พรรคเพื่อไทยเล่นตามกติกามาโดยตลอด ไม่ได้ทำผิดอะไร หากดูแนวโน้มแล้วอาจจะถูกยุบพรรค อาจจะทำตามข้อเสนอ นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ อดีตส.ส.มหาสารคาม ที่จะชักชวนสมาชิกพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก็เป็นไปได้ ในวันนี้เราไม่ได้กลัวการยุบพรรค แต่กลัวความไม่เป็นธรรมที่จะได้รับมากกว่า และควรปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทบความมั่นคง, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e33b665d9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
