<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ทัน&quot;โรคกระดูกพรุน&quot; ตัวสร้างปัญหาชีวิตสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โรคกระดูกพรุน&amp;rdquo; เป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกระดูกหักในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกระดูกสะโพก หากปล่อยไว้อาจทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์ของโรคกระดูกพรุน นับว่าอยู่ในจุดที่น่าห่วง โดยจากสถิติพบว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับ 2 ของโลก รองจากโรคหัวใจและหลอดเหลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุนนั้นมาจากการที่ร่างกายขาดแคลเซียม รวมถึงในแต่ละช่วงวัยได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในวัยทารกต้องการปริมาณแคลเซียม 270 มิลลิกรัมต่อวัน วัยเด็กต้องการปริมาณแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน วัยรุ่นต้องการปริมาณแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน วัยผู้ใหญ่ต้องการปริมาณแคลเซียม 1,000-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยตลอดช่วงชีวิตร่างกายต้องการปริมาณแคลเซียมเฉลี่ยประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เทพรักษา เหมพรหมราช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถิติของโรคนี้ว่า &amp;ldquo;ผู้ป่วยที่กระดูกสะโพกหัก จะมีโอกาสเสียชีวิตในปีแรกประมาณร้อยละ 20 และครึ่งหนึ่งจะเสียชีวิตภายใน 6 ปี นอกจากนั้นโรคกระดูกพรุนยังก่อให้เกิดอาการปวดหลัง หลังโก่งงอ เคลื่อนไหวลำบาก หายใจลำบาก ปอดทำงานได้ไม่ดี มีอาการเหนื่อยง่าย ส่งผลให้เกิดทุพพลภาพหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากกองวิเคราะห์อาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ได้วิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมในอาหารของไทย พบว่า อาหารภาคกลางมีปริมาณแคลเซียมไม่เพียงพอต่อร่างกาย โดยมีปริมาณแคลเซียมเฉลี่ยต่อวันน้อยที่สุดเพียง 156 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น ส่วนอาหารของภาคเหนือมีปริมาณแคลเซียมเฉลี่ยมากที่สุดอยู่ที่ &amp;nbsp;251.8 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง ได้แก่ นม เนย ชีส กุ้งแห้ง ปลากรอบ งาดำ ถั่วแดง เต้าหู้ ผักใบเขียว เช่น คะน้า ใบชะพลู เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวิธีดูแลร่างกายเพื่อช่วยให้ห่างไกลจากโรคกระดูกพรุน ทีมแพทย์และเภสัชกรจากไบโอฟาร์มฯ ได้ให้คำแนะนำว่า ควรให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพิ่มมากขึ้น หากยังไม่เพียงพอก็สามารถทานอาหารเสริมประเภทแคลเซียมได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่ควรรับประทานแคลเซียมร่วมกับยาความดัน เพราะมีผลต่อการดูดซึมของยาและหากทานแคลเซยมพร้อมอาหารที่มีผักมากจะทำให้ท้องอืดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากแคลเซียมแล้วควรมีการเสริมวิตามินดีเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยในการดูดซึมปริมาณแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยเราสามารถได้รับวิตามินดีโดยตรงได้จากแสงแดดและอาหารที่มีวิตามินดี เช่น ไข่แดง นม ปลาคอด ปลาแซลมอน ซาร์ดีนหรือปลาแมคเคอเรลที่นิยมนำมาผลิตปลากระป๋อง เป็นต้น ซึ่งหากได้รับวิตามินดีและแคลเซียมอย่างเพียงพอแล้วจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากกระดูกหักได้ถึง 30% รวมไปถึงการงดบริโภคอาหารที่มีรสเค็ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ ไม่ควรเกินวันละ 4 แก้ว และหมั่นออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัว เช่น การเดิน วิ่งเหยาะๆ รำมวยจีน แกว่งแขน ก็มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุนและช่วยลดความรุนแรงจากการหกล้มได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวิศ เพชรรัตน์ ผู้จัดทำโครงการ ตู้ยาไบโอฟาร์มฯ เพื่อนคู่สุขภาพชุมชน บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ไบโอฟาร์มได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรม พร้อมเติมเวชภัณฑ์ให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขและชุมชนในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปณิธานของบริษัทที่ไบโอฟาร์ม เพื่อนคู่สุขภาพ คู่คนไทยมากว่า 45 ปี ที่นอกจากจะมีการเติมยาให้แก่ตู้ยาชุมชนแล้ว ทางบริษัทยังได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อมาให้ความรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพแก่ชุมชนอย่างถูกวิธี นับเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58677</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.เทพรักษา เหมพรหมราช, โรคกระดูกพรุน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d01b9222bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
