<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกงบ64กร่อย รวบ&#039;อภิปราย&#039; สับเรื่องค้างปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภารุมยำงบต่อสู้คดีบริษัท คิงส์เกตฯ 111 ล้านบาท อัดบิ๊กตู่สั่งปิดเหมืองแร่ทองคำอัคราก็ต้องรับผิดชอบเอง ฝ่ายค้านไล่ทุบงบกระทรวงมหาดไทย ทั้งกรมที่ดิน-กรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้องใจจัดซื้อชุดรังวัดที่ดิน มีเล่นตุกติก ตั้งราคายุโรปแต่ซื้อของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ.2564 ที่เป็นวันที่สาม ของการประชุมสภาเพื่อพิจารณาระเบียบวาระดังกล่าว และเป็นการประชุมวันสุดท้าย ทำให้วิปรัฐบาลพยายามเร่งการอภิปรายของ ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อให้การพิจารณาวาระ 2 พิจารณาแล้วเสร็จเร็วขึ้นเพื่อให้การลงมติในวาระ 3 ที่เป็นการเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสร็จภายในไม่เกินเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. และจะได้นำร่าง พ.ร.บ.ส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการประชุมได้พิจารณามาถึงงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 3.7 พันล้าน พบว่าการอภิปรายของ ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายถึงราคาสินค้าเกษตรที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ รัฐบาลไม่ดูแลเหมือนกับที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งภายหลังอภิปรายกันครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมก็ได้ให้ความเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในการพิจารณางบประมาณกระทรวงมหาดไทย วงเงิน 2.6 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ทางนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ปรึกษากรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญงบประมาณฯ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายงบของกรมที่ดินว่า เมื่อก่อนใช้การเดินรังวัดทำโฉนด ทุกวันนี้มีการใช้ข้อมูลดาวเทียมในการทำโฉนดที่ดิน ซึ่งต้องมีเสาสัญญาณเป็นตัวรับ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรังวัดที่ดินด้วยระบบดาวเทียม 258 ล้านบาท ประกอบด้วยสถานีรังวัดดาวเทียมฐาน เป็นเสาหลักที่กระจายสัญญาณทั่วประเทศด้วยระยะ 20-80 กิโลเมตร กรมที่ดินซื้อชุดรังวัดที่ดินตั้งแต่ปี 2559 มาเรื่อยๆ ทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์อภิปรายว่า บริษัทที่ได้รับสัมปทานคือบริษัท CC จำกัด ใช้เครื่องของจีนที่มีรัศมี 50 กิโลเมตร ขณะที่กรมแผนที่ทหารใช้เครื่องไลก้าของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีรัศมี 80 กิโลเมตร นั่นหมายความว่ากรมที่ดินต้องตั้งเสาสัญญาณถี่กว่าเดิม 30% อีกทั้งกำหนดราคาเป็นของยุโรป แต่เอาเข้าจริงกลับซื้อเสาสัญญาณจีน โดยอ้างว่าของจีนดีกว่าของยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการประกาดราคา บริษัทอื่นเสนอมาเท่าไรก็ถูกปัดตก ด้วยกรมอ้างเหตุผลเทคโนโลยีทั้งหมด บริษัท CC ตั้งราคา 227 ล้านบาท แต่บริษัทอื่นๆ ไม่เกิน 100 ล้านบาท กลับไม่ผ่านเกณฑ์ ผมจึงขอตั้งคำถามว่ากระบวนการนี้โปร่งใสหรือไม่ ตั้งราคายุโรป แต่ใช้กลไกซ่อนเร้นตัดสิทธิ์บริษัทอื่นทั้งหมด ผมเชื่อว่าไม่โปร่งใสแน่นอนตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานตั้งงบประมาณไม่เหมาะสมและไม่โปร่งใส&amp;rdquo; นายวรวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอปรับลด 5% เนื่องจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อวิทยุสื่อสาร 4,344 ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อการสื่อสารในการประชุมสื่อสารแบบเครือข่าย แสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในรูปแบบประชารัฐ สื่อสารแบบสองทาง และเพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนภัยแบบรวดเร็ว จัดซื้อ 76,236 เครื่อง เฉลี่ยราคาเครื่องละ 56,980 บาท แต่จากการสืบค้นในเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ พบว่าวิทยุสื่อสารแบบที่ราชการจะจัดซื้อ 136-174 MHz แพงสุดราคาปลีกตกเครื่องละ 9,500 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าเปรียบกับงบประมาณที่ขอมาต่างกันหลายเท่า ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามว่า จำเป็นเพียงใดที่จะต้องจัดซื้อวิทยุสื่อสาร ใช้เทคโนโลยีอื่นแทนได้ไหม เช่น ไลน์ และราคาเหมาะสมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายท้วงติงงบโครงการโคกหนองนาโมเดล ของกรมการพัฒนาชุมชน ว่ารู้สึกกังวลโคกหนองนาโมเดลจะเหมือนกับ OTOP นวัตวิถีเมื่อปีที่เเล้ว ที่กรมการพัฒนาชุมชนชุดเดียวกันนี้ใช้งบไป 9,300 ล้านบาท แต่มีกรณีวัดครึ่งกรรมการครึ่ง ถ้าไม่เชื่อลองตามไปดูไม้ไผ่ที่ปักไว้ตามหมู่บ้าน ผู้นำหมู่บ้านไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหนแล้ว ซึ่งเละเทะ เงิน 9,300 ล้านบาทเสียหายหมด ต้องมีการตรวจสอบโดย ป.ป.ช.และ สตง.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาแห่งนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน โครงการใหญ่แบบนี้ เป็นโครงการตามรอยพระราชดำริ เป็นโครงการที่เราจะต้องยกไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม แต่ถ้า กมธ.ยังไม่ดูแลอย่างใกล้ชิด เเละปล่อยให้มีการรั่วไหลเหมือนโครงการนวัตวิถีปีที่เเล้ว ไม่เห็นด้วยแน่นอน&amp;quot; นายวิสารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ. ชี้แจงถึงการจัดซื้อเสาสัญญาณรังวัดที่ดินและการจัดซื้อวิทยุสื่อสารว่า กมธ.ได้ตรวจคุณภาพของครุภัณฑ์และการตั้งราคาว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ หากตั้งเกินก็จะปรับลด ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานของการตั้งราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในมาตรา 19 ตามที่ กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 262 ต่อ 119 งดออกเสียง 7 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพบว่าการอภิปรายงบประมาณตั้งเเต่เวลา 15.00 น. ที่ประชุมอภิปรายและโหวตงบประมาณของ 3 กระทรวงอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย มาตรา 21 งบกระทรวงยุติธรรม วงเงิน 13,216,651,000 บาท, มาตรา 22 งบกระทรวงเเรงงาน วงเงิน 65,688,427,300 บาท, มาตรา 23 งบกระทรวงวัฒนธรรม วงเงิน 4,567,907,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น ระหว่างการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงศึกษาธิการ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายว่า ขอเสนอตัดงบในมาตรา 24 ของกระทรวงศึกษาธิการ 3% โดยในจำนวนนี้ขอตัดงบครุภัณฑ์ &amp;nbsp;งบการเดินทางต่างประเทศเพื่ออบรมสัมมนา และไอทีบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับยุคที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้อยากให้ลดในเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะความเหลื่อมล้ำมีตั้งแต่ช่วงที่เด็กเริ่มเข้าเรียน รวมถึงบุคลากรที่จะเข้ารับราชการครูที่ได้มีการแย่งเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในโรงเรียนที่อยู่ศูนย์กลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายในมาตรา 24 งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 129,854,825,700 บาท ว่างบลงทุนของ ศธ.ตั้งไว้ 21103.70 ล้านบาท ซึ่งแต่ละปีงบในส่วนนี้กระทรวงเบิกจ่ายไม่ทันประมาณ 5% ดังนั้นการเสนอให้มีการปรับลดงบ 1,853.31 ล้านบาทนั้น เป็นการตัดงบประมาณแบบอำพราง คือตัดงบที่เบิกจ่ายไม่ทันอยู่แล้วออกไป ต่อมาโครงการที่ดึงครูและนักเรียนออกจากห้องเรียนและสร้างงานธุรการให้กับครูยังไม่ได้รับการปรับลด จึงเสนอขอให้ปรับลดงบจำนวน 351.4598 ล้านบาท นอกจากนี้ ขอให้ยกเลิกวิชาลูกเสือเปลี่ยนเป็นชมรมแทน เนื่องจากชุดลูกเสือชุดหนึ่งราคา 1,000 บาท หนึ่งปีการศึกษาใส่ไม่เกิน 40 ครั้ง 2-3 ปีการศึกษาก็ต้องเปลี่ยนใหม่อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเข้าสู่การพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม พบว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ขึ้นมาอภิปรายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จำกัดเอง กรณีใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ขอตัดงบประมาณ 111 ล้านบาทเศษของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพราะงบที่ขอมาระบุไว้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้จ่ายในการระงับขอพิพาทกับบริษัท คิงส์เกตฯ เพราะเห็นว่ารัฐไม่ควรเข้าไปรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ให้หัวหน้า คสช. งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอให้ตัดงบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 111.1 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2564 ทิ้งทั้งหมด เพราะสภาไม่ควรอนุมัติงบให้ พล.อ.ประยุทธ์ที่เคยระบุว่าตนเองไม่ใช่เจ้าหน้าที่นำงบประมาณไปสู้คดีปิดเหมืองทองอัครา อันเกิดจากการลุแก่อำนาจของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าเหมืองทองอัครามีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ก็สามารถสั่งปิดเหมืองได้ แต่ต้องใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ใช้การลุแก่อำนาจ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบคือ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 บริษัท คิงส์เกตฯ ขึ้นเว็บไซต์แจ้งว่า รัฐบาลไทยอนุญาตให้บริษัทนำกากตะกอนทองคำ 4,750 ออนซ์ และเงิน 34,800 ออนซ์ รวม 42,550 ออนซ์ออกไปขายได้ ถือเป็นการเอาทรัพยากรประเทศไประงับข้อพิพาทใช่หรือไม่ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์รักษาเกียรติภูมิด้วยที่ไม่มีอยู่แล้ว การที่เคยลั่นวาจาจะรับผิดชอบเอง ขอให้สภาตัดงบการต่อสู้คดี 99.1 ล้านบาท เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์สั่งเอง ก็ต้องจ่ายเอง&amp;quot; นายวิโรจน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77886</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, นพ.เรวัต วิศรุตเวช, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64c9d015513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อกล่าวหาแรง!&#039;หมอเสรีรวมไทย&#039;อ้าง&#039;คณะแพทย์&#039;ขายหมดตัวเพื่อรัฐบาลยืดอายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งที่รู้เป็นการสกัดม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ อดีตที่ปรึกษา &amp;quot;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;quot; สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย&amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Rewat Wisutwet M.D. ระบุว่า &amp;nbsp;รัฐบาลใช้หมอเป็นเครื่องมือ ใช้โควิดเป็นข้ออ้าง ให้ยาไม่ตรงกับโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ และเพนกวิน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับอีกหลายคนที่ทำกิจกรรมครบรอบ 6 ปี รัฐประหาร ของ คสช. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เป็นการยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อสกัด ม็อบเพราะกระบอกเสียง อย่าง ศบค. ที่แถลงทุกวัน ไม่เคย ชี้แจงหรืออธิบาย ถึงความสัมพันธ์ ระหว่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่ามีผลอย่างไรกับการสกัดการระบาดของโรค อย่างเป็นวิชาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังเห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ใส่ใจที่จะวิเคราะห์ข้อมูลว่าผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว หลายหมื่นคนนั้นมีผู้ป่วยด้วยโรคโควิดแล้วนำส่งโรงพยาบาลเพื่อการรักษาและไม่แพร่เชื้อต่อ จำนวนทั้งหมดกี่ราย ซึ่งควรแถลงให้ประชาชนทราบและเชื่อว่าเคอร์ฟิวจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น ช่วยสกัดโควิดได้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกเรื่องที่ควรทำแต่ก็ไม่ทำคือทุกวันตะบันตรวจวัดอุณหภูมิทุกห้าง ร้านอาหาร สถานที่ทุกแห่ง วันละหลายแสนคนแล้วพบว่ามีไข้กี่คน ควรรายงาน และถ้ามีไข้ไม่อนุญาตให้เข้าแล้วต้องนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจโควิด โดยอำนาจ ตาม มาตรา 14 19 22 24 และ 28 พรบ โรคติดต่อ ถ้าพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อก็รับไว้รักษาและกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ชัดเจนแล้วว่าหมอถูกใช้เป็นเครื่องมือให้อ้างโควิดเพื่อยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน ทั้งที่หมอเองก็รู้แก่ใจว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ช่วยสกัดโควิด แต่ช่วยสกัดม็อบ หมอยอมขายกันจนหมดตัว ทั้ง วิชาความรู้ และจรรยาบรรณโดยให้ยาไม่ตรงกับโรค ใช้ยาชื่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรักษาอำนาจ แต่ไม่รักษาโรคโควิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66963</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เรวัต วิศรุตเวช, พรก.ฉุกเฉิน, อดีตที่ปรึกษา &quot;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&quot;</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccad9e954f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
