<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาดใหญ่ฟื้น-ฝุ่นพิษคลุมภูเก็ต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายจังหวัดภาคใต้เจอฝุ่นจิ๋วคลุมเมือง ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา ค่าเกินมาตรฐานแล้ว ขณะที่สงขลาหายใจคล่องขึ้น &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สั่งสำนักปลัดนำกรมควบคุมโรค กรมอนามัย ลงไปดูแลใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ รายงานสภาพอากาศในจังหวัดภาคใต้ในห้วงเวลา 15.00 น. วันที่ 23 กันยายนนี้ จังหวัดที่มีฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนเกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ได้แก่ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 62 มค.ก./ลบ.ม., ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 54 มค.ก./ลบ.ม. และ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา 58 มค.ก./ลบ.ม. ขณะที่หลายพื้นที่ใกล้เกินมาตรฐานคือ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง 46 มค.ก./ลบ.ม., ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 43, ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล 48
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรมอนามัย ระดมความร่วมมือลงไปช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มที่ ซึ่งในตอนนี้หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รวมถึงยาและการรักษาโรค ได้มีการเตรียมความพร้อมในการดูแลโรคทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ ขอความร่วมมือประชาชนให้ปรับกิจกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงการออกข้างนอกบ้าน หรืองดออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นสูง ในส่วนของรัฐบาลได้ระดมการช่วยเหลืออย่างเต็มที่&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ ประชาชนใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังคุณภาพอากาศมีฝุ่นเกินค่ามาตรบานมา 5 วัน &amp;nbsp;ซึ่งหมอกควันที่ลดลงเป็นผลมาจากกระแสลมเริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันออก พัดผ่านมวลอากาศสะอาดเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของไทย และมีฝนตกลงมาช่วยชะล้างฝุ่นควันให้ลดลง แต่หมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้อีก จนกว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเปลี่ยนเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือนตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบี่ หมอกควันไฟจากประเทศอินโดนีเซียเริ่มพัดปกคลุมพื้นที่จังหวัดกระบี่ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ โดยท้องฟ้าเหนือตัวเมืองกระบี่มีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นตลอดทั้งวัน นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ไม่มีสถานีวัดคุณภาพอากาศ จึงต้องเทียบเคียงข้อมูลจากจังหวัดใกล้เคียง พบว่าเริ่มส่งผลกระทบต่อสุภาพของประชาชน ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่จึงได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทั้ง 8 อำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่ง เตรียมพร้อมรับมือ &amp;nbsp;ออกให้คำแนะนำประชาชน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง คนชรา ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ งดทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง พร้อมเตรียมหน้ากากอนามัยไว้แจกจ่ายประชาชนรวมกว่า 1 หมื่นชิ้น หากไม่เพียงพอให้เสนอต่อจังหวัดกระบี่ เพื่อใช้งบประมาณฉุกเฉินจัดซื้อเพิ่มเติมได้ และได้ขอสนับสนุนเครื่องวัดคุณภาพอากาศจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำมาติดตั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง ที่ รพ.นาโยง ช่วงเช้าได้มีผู้ป่วยมีอาการไอ คัดฉมูก และตาแดง คาดว่าสาเหตุมาจากพิษหมอกควันไฟป่าได้เข้าไปรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในวัยสูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวโรคเรื้อรังอยู่ก่อน รวมทั้งเด็กเล็ก ซึ่งทาง รพ.ได้จ่ายยาและแจกจ่ายหน้ากากอนามัย พร้อมให้คำแนะนำการดูแลรักษาตนเองในช่วงหมอกควันปกคลุมหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เลิศรัตน์ เอกสถาพรสกุล ผอ.รพ.นาโยง กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้รณรงค์ในทุกกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย โดยเจ้าหน้าที่ได้ไปตามบ้านเรือนแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย โดยค่าฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ที่ 52 ไมโครกรัม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลนครตรัง และโรงเรียนเทศบาล 8 นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผวจ.ตรัง นำคณะไปแจกจ่ายหน้ากากอนามัย เพื่อให้เด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสวมใส่ป้องกันฝุ่นจิ๋วจำนวน 3,000 ชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยะลา ที่อำเภอเบตง ฝนตกลงมากลางดึกกว่า 1 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ช่วยให้หมอกควันเจือจางลง โดยช่วงเช้าลมพัดหมอกควันกลับเข้ามาปกคลุมอำเภอเบตง ทำให้อบอวลไปด้วยหมอกควัน ท้องฟ้าหลัว แสงแดดส่องไม่ถึง เนื่องจากมีหมอกควันเข้ามาปกคลุมบดบังไม่ให้แสงแดดสาดส่องลงมาได้ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในหลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตปกคลุมด้วยหมอกควัน ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรสวมใส่หน้ากาก N95 เมื่อออกนอกอาคาร และควรเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และขอให้ประชาชนในพื้นที่อย่าได้ตื่นตระหนก พร้อมติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46433</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เลิศรัตน์ เอกสถาพรสกุล, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c3c656542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
