<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อย่าให้สูงวัยล้ม เดี๋ยวไม่ลุก&quot; รณรงค์ลูกหลานร่วมป้องกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงสถิติจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทย ล่าสุดเมื่อปี 2561 พบว่า ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมดในประเทศไทยมีจำนวน 10,666,803 คน จากจำนวนประชากรไทยทั้งหมด 66,413,979 คน คิดเป็นร้อยละ 16.06% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มสูงถึงปีละ 1,600 คน ถือเป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ (Unintentional) รองจากอุบัติเหตุทางถนน โดย 1 ใน 3 เป็นผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี โดยความเสี่ยงในการบาดเจ็บจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบาดเจ็บปัญหาที่พบบ่อยใน &amp;ldquo;ผู้สูงอายุ&amp;rdquo; ที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มส่วนมากคือ กระดูกสะโพกหัก ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้พิการและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง สาเหตุของอุบัติเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือ การหกล้ม เช่น ลื่นล้มในห้องน้ำ การตกเตียง ตกบันได ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65-75 ปี อันตรายที่สำคัญ คือ การบาดเจ็บร่วมกันในหลายอวัยวะ ได้แก่ ศีรษะ อก ท้อง หลัง สะโพก แขน ขา ประกอบกับผู้สูงวัยมักมีโรคประจำตัว &amp;nbsp;มวลกระดูกลดลง ทำให้กระดูกจะหักง่าย และรุนแรงกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประณต นิพัทธสัจก์ ศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท ศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งที่อาจพบได้จากการหกล้มของผู้สูงอายุคือ การบาดเจ็บที่ศีรษะ (Traumatic Brain Injury) ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเลือดคั่งในสมองที่สูงขึ้น โดยอาการแสดงที่มีอาจไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงที่ได้รับ อาจเกิดการบาดเจ็บต่อหนังศีรษะ กะโหลกศีรษะและเนื้อเยื่อที่เป็นส่วนประกอบภายในกะโหลกศีรษะ ซึ่งอาจทำให้มีหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว ในผู้สูงวัยมักหกล้มง่ายเนื่องจากมีระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานประสานกันไม่ดี ผู้สูงวัยมักเดินช้า ตามองไม่ชัด การได้ยินเสียงและความจำไม่ดี รวมทั้งมักมีอาการเวียนศีรษะจึงพลัดตกหกล้มได้ง่าย นอกจากนี้บางรายรับประทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin (coumadin), clopidogrel (plavix) ซึ่งทำให้เลือดออกไม่หยุดเมื่อเกิดบาดเจ็บ มีความเสี่ยงให้เกิดสมองกระเทือน หรือสมองช้ำ มีเลือดคั่งในกะโหลกศีรษะได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สูงอายุที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะจึงควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์โดยเร็ว การสังเกตอาการในโรงพยาบาลตามข้อบ่งชี้ อาทิ ระดับความรู้สึกตัว มีแขน-ขาอ่อนแรง ตาพร่า ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน มีความจำหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ฯลฯ หากมีอาการรุนแรงแพทย์จะพิจารณาส่งตรวจสมองด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT หรือ MRI ดังนั้นลูกหลานควรตรวจประเมินความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หมั่นคอยสังเกตอาการ และความผิดปกติของการมองเห็นของผู้สูงวัย สังเกตอาการและความผิดปกติของการเดิน การทรงตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากผู้สูงอายุมีกลไกการทำงานที่ควบคุมการทรงตัวของระบบอวัยวะต่างๆ ลดลง ทำให้สมดุลในการทรงตัวบกพร่อง สังเกตอาการและความผิดปกติทางด้านการรับรู้ เช่น สับสน หลงลืมเกี่ยวกับ วัน เวลา สถานที่ และบุคคล เป็นต้น รวมทั้งมีการรับรู้ ตัดสินใจ หรือตอบสนองได้ช้าลง หมั่นคอยประเมินสภาพบ้านที่อยู่อาศัย ทั้งในบ้านและบริเวณบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุในบ้านควรระมัดระวัง ทันทีที่ล้มควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กว่ากระดูกหักหรือไม่ และสมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อย่าคิดไปเองว่าอาการลุกยืนเดินไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของร่างกายตามปกติ หรือเกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า เป็นต้น หากมีศีรษะกระแทกและไม่รู้สึกตัว ให้นอนในท่าเดิมและเรียกรถพยาบาล แต่ถ้าผู้ป่วยรู้ตัวดีและมีอาการปวดต้นคอร่วมด้วยให้นอนราบ ไม่หนุนหมอน เรียกรถพยาบาล พยายามขยับผู้ป่วยให้น้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เอกจิต ศิขรินกุล ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความทรมานในการใช้ชีวิต คือ กระดูกหัก คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากระดูกหักเพราะ &amp;ldquo;อุบัติเหตุ&amp;rdquo; แต่กระดูกหักในผู้สูงอายุนั้นมีภัยเงียบที่เป็นสาเหตุหลักของกระดูกหัก คือ &amp;ldquo;โรคกระดูกพรุน&amp;rdquo; เพราะไม่พบอาการใดๆ มาพบอีกทีเมื่อล้มแล้วเกิดกระดูกหักขึ้น ข้อมูลเมื่อปี พ.ศ.2542 พบว่า อุบัติการณ์การเกิดกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุไทยสูงขึ้นจากปีละ 180 รายต่อแสนประชากรผู้สูงวัย เป็น 450-750 รายต่อแสนประชากรผู้สูงวัย ภายในปี พ.ศ.2568 และจากการศึกษาของ Cooper et al ในปี พ.ศ.2540 พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้กว่า 20% จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี โดย 40% ไม่สามารถเดินด้วยตัวเองได้ และมากถึง 80% ขาดความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแต่ละปี 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุมักประสบการลื่นล้มและครึ่งหนึ่งลื่นล้มมากกว่า 1 ครั้ง เมื่อผู้สูงอายุหกล้ม ร้ายแรงที่สุดก็คือ 20% ของผู้สูงอายุหกล้มแล้วกระดูกสะโพกหัก อาจมีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ภายใน 1 ปี ดังนั้น ผู้ป่วยสูงอายุที่กระดูกสะโพกหักจึงจำเป็นต้องได้รับการป้องกันการเกิดกระดูกหักซ้ำภายหลังการผ่าตัดร่วมด้วย อาการที่สงสัยว่ามีกระดูกสะโพกหัก คือ หลังจากหกล้มจะมีอาการปวดบริเวณสะโพกข้างที่หัก ลุกเดินไม่ได้ หรือลงน้ำหนักขาข้างที่สะโพกหักไม่ได้ หากญาติพบผู้ป่วยหกล้มและสงสัยกระดูกสะโพกหักให้ผู้ป่วยพักในท่าที่สบาย พยายามอย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และโทร.เรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปตรวจโดยเร็ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33702</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.ประณต นิพัทธสัจก์, นพ.เอกกิตติ์ สุรการ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb47f2a603dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดบาดเจ็บช่วง 7 วันอตร. ต้องรู้รักษาอย่างทันท่วงที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ภาพจำลองการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการขับขี่รถจักรยานยนต์แบบทันท่วงทีจากทีมสหสาขาวิชาชีพ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.กรุงเทพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อุบัติเหตุ&amp;rdquo; นำมาซึ่งการบาดเจ็บ การสูญเสียชีวิต หรือความพิการ ผู้บาดเจ็บควรได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายนำผู้ป่วยส่งถึงโรงพยาบาลอย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ลดอัตราการเสียชีวิต และลดความพิการของผู้บาดเจ็บ โรงพยาบาลกรุงเทพให้ความสำคัญ และร่วมรณรงค์เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยการเตรียมความพร้อมของทีมแพทย์ พยาบาล ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีในการตรวจรักษาผู้ป่วยที่ทันสมัย เพื่อรับมือกับอุบัติเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ พร้อมแนะวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความสูญเสียในช่วง 7 วันอันตราย โดยเฉพาะอุบัติเหตุฉุกเฉิน กระดูกหักหลายจุด เช่น กระดูกมือ กระดูกขากรรไกรและใบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.เอกกิตติ์ สุรการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกฉุกเฉิน และศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับรายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-3 ม.ค.2561 หรือช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 423 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,005 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถปิกอัพ การเข้าช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บ และการเข้าถึงจุดเกิดเหตุด้วยความรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละนาทีที่ผ่านไป สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือช่วงเวลาระหว่างความเป็นความตาย สิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่จะลดโอกาสความสูญเสียในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ได้คือ การดูแลรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.วัชระ พิภพมงคล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ นพ.วัชระ พิภพมงคล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;ในกรณีเกิดการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด เช่น กระดูกหัก ข้อเคลื่อน การช่วยเหลือคือพยายามไม่ให้มีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นอกจากจะพบกระดูกหักแล้วยังพบความเสียหายของเยื่อหุ้มกระดูก เส้นเลือดและเนื้อเยื่อโดยรอบถูกทำลาย กระดูกเกยกัน หรือโค้งงอ ทำให้เจ็บปวดอย่างมากและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่หลายครั้งคนที่อยู่ใกล้เคียงเห็นคนไข้กระดูกหักงออย่างชัดเจน แล้วหวังดีจับดัดให้เข้าที่โดยขาดความรู้ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติมกับเส้นเลือด เส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงกับส่วนของกระดูกที่หัก ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ประคองให้อยู่นิ่งที่สุด หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ขอให้ประคองส่วนที่หัก หรือให้มีการเคลื่อนตัวน้อยที่สุด เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม หากคนเจ็บสามารถตอบคำถามได้ ก่อนขยับขอให้สอบถามก่อนว่ามีอาการปวดคอหรือปวดที่ส่วนหลัง ส่วนเอวหรือไม่ หรือหากไม่แน่ใจ การเคลื่อนย้ายขอให้รอทีมช่วยเหลือ เช่น หน่วยกู้ชีพหรือทีมแพทย์และพยาบาลจะปลอดภัยกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม ผู้อำนวยการศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;มือเป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนมาก การทำงานของมือที่สมบูรณ์ ต้องประกอบไปด้วย กระดูกและข้อเล็กๆ เส้นเอ็น เส้นประสาทมือ เส้นเลือด รวมถึงผิวหนัง ปัญหาทางมือที่พบได้บ่อยมีสาเหตุมาจาก 1.อุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก เส้นเอ็นขาด เส้นเลือดขาด เส้นประสาทขาด หรือผิวหนังบอบช้ำ โดยกระดูกส่วนที่หักบ่อยคือ กระดูกนิ้วมือและข้อมือ เพราะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พบได้จากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือ Big Bike รวมไปถึงผู้สูงอายุที่เวลาล้มจะใช้มือยันพื้นป้องกันตัว
2.ปัญหาที่เกิดจากการทำงาน เช่น เส้นเอ็นอักเสบ พังผืดเส้นประสาทที่ข้อมือ นิ้วล็อก (เกิดจากการใช้งานมากไป) การรักษามือจึงมีความซับซ้อนและความละเอียด หลักการรักษาแบ่งออกตามส่วนประกอบสำคัญของมือ คือ &amp;ldquo;กระดูกและข้อ&amp;rdquo; ควรทำให้กระดูกแข็งแรง เพื่อให้เคลื่อนไหวได้เร็วที่สุด หากปล่อยไว้นานยิ่งเคลื่อนไหวช้า ข้อนิ้วก็จะยิ่งยึด (ข้อติด) ได้ง่าย แพทย์จะใส่เหล็กเล็กๆ เข้าไปเพื่อทำการยึดกระดูกมือให้ติดกันได้ไวที่สุด ส่วน &amp;ldquo;เส้นเอ็น&amp;rdquo; ถ้าเอ็นขาดที่มือ หลักการต่อเส้นเอ็นมือคล้ายกันกับกระดูกคือ ต้องต่อให้แข็งแรง เพื่อให้เคลื่อนไหวได้เร็วที่สุด ถ้ายิ่งรักษาช้าก็จะทำให้เกิดแผลหรือผังพืดเป็นในเส้นเอ็น เนื่องมาจากช่องว่างในนิ้วมือค่อนข้างเล็ก หากเกิดแผลเป็นเส้นเอ็นจะเคลื่อนที่ลำบาก ข้อก็จะยิ่งยึดติดง่ายขึ้น เส้นเอ็นส่วนที่เกิดแผลเป็น ถ้ามีความหนาจากแผลเป็นจะทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่ดี เพราะฉะนั้นการต่อเส้นเอ็นต้องต่อให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดแผลหรือพังผืด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทพ.ชัยณรงค์ โกศลศุภศิริชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดท้ายกันที่ ทพ.ชัยณรงค์ โกศลศุภศิริชัย ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกขากรรไกรและใบหน้า กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโดยมากมักเป็นผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า เช่น รถชน รถล้ม หรือถูกทำร้ายร่างกาย การตกจากที่สูง เป็นต้น ปกติแล้วการรักษากระดูกหักถ้ารีบมาเข้ารับการรักษาโดยเร็ว โอกาสทำแล้วประสบผลสำเร็จและได้ผลดีจะมีมากกว่ากรณีที่มาเข้ารับการรักษาช้า สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุ ที่บริเวณใบหน้ามักมีอาการบาดเจ็บของสมองร่วมด้วย ซึ่งทีมแพทย์ได้มีการประสานกับศัลยแพทย์ระบบประสาท เพื่อประเมินสภาวะของสมองว่าเหมาะสมสำหรับการผ่าตัดหรือไม่
สำหรับการรับมือกับอุบัติเหตุที่ดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางคับคั่ง ต้องเพิ่มความไม่ประมาทและลดความเร็วในการขับขี่รถยนต์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญต้องคาดเข็มขัดหรือสวมอุปกรณ์ป้องกันภัยอย่างหมวกกันน็อก ทั้งนี้การเฝ้าระวังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันอันตราย ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ มีทีมแพทย์เฉพาะทางสหสาขาที่มีประสบการณ์ประจำโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์โทร.1724 ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน BDMS Alarm Center และเบอร์สายด่วน โทร.1669.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6775</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, BDMS Alarm Center, คุณภาพชีวิต, ทพ.ชัยณรงค์ โกศลศุภศิริชัย, นพ.ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม, นพ.วัชระ พิภพมงคล, นพ.เอกกิตติ์ สุรการ, ลดอัตราการเสียชีวิต, ลดอุบัติเหตุ, วันหยุดเทศกาลสงกรานต์, ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ, ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน, สตรี, โรงพยาบาลกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb6390cee53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
