<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ซัด &#039;บิ๊กป๊อก&#039; ปล่อยหน่วยงานในกำกับหากินหัวคิวแรงงานเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล กล่าวว่า โควิดสายพันธุ์อินเดียที่กำลังแพร่ระบาด สันนิษฐานว่าเกิดจากแรงงานต่างด้าว ที่ฝ่ายความมั่นคงปล่อยปะละเลยปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้ามา&amp;nbsp;อีกทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่คอยควบคุมไม่ให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย กลับถูกตั้งข้อสังเกตมีข้อครหาว่าเป็นคนนำเข้ามาเสียเอง เพื่อแลกกับผลประโยชน์ มีการเก็บหัวคิวใช่หรือไม่ ถือเป็นความบกพร่องหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ภายใต้กำกับดูแลของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอกภพ กล่าวอีกว่า การบริหารจัดการโควิด-19 ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้มาตรการแก้ปัญหานั้น ยังไม่มีมาตรการที่เน้นการแก้ปัญหาที่คำนึงถึงข้างหน้า เป็นเพียงแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ศบค.กำหนดนโยบายการควบคุมโรคของออกมาตรการต่างๆที่ไม่สะท้อนถึงการแก้ปัญหา ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp; ต้องพิจารณาตนเอง หากนายกรัฐมนตรียังไม่อยากเปลี่ยนตัว ก็ต้องหาคนที่เป็นงานในแต่ละด้านมาดูแล ดีกว่าจะให้นายกรัฐมนตรีมาดูแลเองทุกอย่าง ต้อง ยุบ ศบค. และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103812</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคก้าวไกล, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, แรงงานเถื่อน, โควิดอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a8c284cc78d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอประกิต&#039; จับมือแพทย์รามาฯ จี้ &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; อย่าใช้งานวิจัยบริษัทบุหรี่นอกมาชี้นำนโยบายคุมยาสูบไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.64 - ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงกรณีนพ.เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จ.เชียงราย และกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อบัญชี &amp;quot;หมอเอก Ekkapob Pianpises&amp;quot; (@DoctorEkkapob) เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดยการเรียกร้องให้รัฐบาลยอมพิจารณาข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อปรับแผนการควบคุมการบริโภคยาสูบของไทย โดยอ้างงานวิจัยจากวารสาร R Street Policy Study เปรียบเทียบนโยบายควบคุมยาสูบของไทยกับสหราชอาณาจักร และชี้นำสังคมให้ปลดล็อคบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย วารสาร R Street Policy Study ที่ นพ.เอกภพ นำมากล่าวอ้างนั้นเป็นวารสารของสถาบัน R Street ซึ่งสถาบันนี้มีความสัมพันธ์กับธุรกิจยาสูบมายาวนาน นอกจากนี้ วารสารดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนที่ทำงานให้กับสถาบัน R Street ไม่ได้เป็นวารสารทางวิชาการที่มีระบบการตรวจสอบ และทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-review) แต่อย่างใด โดยสถาบัน R Street เป็นสถาบันที่แยกตัวมาจากสถาบัน Heartland เมื่อปี 2555 ซึ่งสถาบัน Heartland นี้มีประวัติการได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทบุหรี่มาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า ตัวอย่างหนึ่งที่พบในเอกสารลับบริษัทบุหรี่ ปี 2542 เผยว่า ประธานสถาบัน Heartland ได้เขียนจดหมายถึงบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เพื่อขอเงินสนับสนุนจำนวน 30,000 เหรียญสหรัฐฯ โดยระบุในจดหมายว่า &amp;ldquo;Heartland ทำประโยชน์หลายอย่างให้กับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ซึ่งไม่มีองค์กรไหนทำได้&amp;hellip;&amp;rdquo; (&amp;lsquo;Heartland does many things that benefit Philip Morris&amp;#39; bottom line, things that no other organization does&amp;hellip;&amp;rsquo;) ส่วนของสถาบัน R Street นี้ก็ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัท อัลเทรีย ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับฟิลลิป มอร์ริส ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา มาตั้งแต่ปี 2557 และยังพบว่าผู้เกี่ยวข้องกับสถาบัน R Street และเป็นผู้ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าก็ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทบุหรี่ เช่น Dr. Brad Rodu เป็น Associate Fellow ของสถาบัน R Street ก็มีประวัติการรับทุนสนับสนุนจากบริษัทบุหรี่มายาวนาน ช่วงปี 2553-2558 รับทุนจากบริษัท บริติชอเมริกัน โทแบคโค, ปี 2553-2555 รับการสนับสนุนจากบริษัท อัลเทรีย และระหว่างปี 2543-2552 ยังทำงานให้กับบริษัทบุหรี่ อาร์ เจ เรย์โนว์ เพื่อสนับสนุนทิศทางของบริษัทเรื่องการลดอันตรายจากยาสูบ (Harm Reduction)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่าที่ ส.ส.เอกภพ เพียรพิเศษ ระบุว่า ประเทศไทยห้ามบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่ยอมรับข้อมูลวิชาการใหม่ๆ นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเราติดตามข้อมูลวิชาการใหม่ๆ ที่ทยอยมีออกมาอย่างใกล้ชิด และหลักฐานที่เป็นกลางล้วนยืนยันว่า การอนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าขายได้เสรี จะส่งผลเสียต่อสาธารณสุขในภาพรวมมากกว่าผลดี&amp;nbsp;โดยหลักฐานบ่งว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายและเสพติด ยังบอกไม่ได้ว่าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาหรือไม่ และที่สำคัญอันตรายระยะยาวของบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่มีใครรู้ เพราะใช้กันมาเพียงสิบปีเศษเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของบุหรี่ไฟฟ้า คือการที่เยาวชนที่ไม่สูบบุหรี่เข้าไปสูบและเกิดการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งหลักฐานล่าสุดจากสหรัฐฯ พบว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ลดจำนวนคนที่สูบบุหรี่ธรรมดา แต่เพิ่มจำนวนเยาวชนที่เสพติดบุหรี่ไฟฟ้าที่กลายเป็นลูกค้าใหม่ของบริษัทบุหรี่หลายล้านคน ส่วนกรณีที่ขอให้ดูตัวอย่างประเทศสหราชอาณาจักรที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการลดจำนวนคนที่สูบบุหรี่นั้น ข้อเท็จจริงคือ สหราชอาณาจักรกำหนดงบประมาณปีละกว่า 10,000 ล้านบาทในการควบคุมยาสูบในการที่จะมุ่งสู่เป้าหมายสังคมปลอดบุหรี่ เปรียบเทียบกับประเทศไทยที่ใช้งบประมาณควบคุมยาสูบเพียงปีละ 400 ล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้ ความพร้อมด้านอื่นๆ ในการควบคุมยาสูบที่ประเทศไทยทำไม่ได้หรือยังไม่ได้ทำ ยังมีอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะที่ ส.ส.เอกภพ เป็นหนึ่งในกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร คุณหมอควรจะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาผลักดันงานควบคุมยาสูบด้านที่ประเทศไทยยังอ่อนแอ เช่น ระบบภาษียาสูบ มาตรการช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบให้เปลี่ยนอาชีพ ระบบการควบคุมบุหรี่เถื่อน การบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบ ห้ามขายให้แก่เด็ก ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และการทำให้สิทธิยารักษาเลิกบุหรี่อยู่ในกองทุนประกันสุขภาพ อย่างที่ประเทศอังกฤษเขาทำได้ดีทั้งหมดแล้ว มากกว่าที่จะเสนอให้รัฐบาลเปิดขายบุหรี่ไฟฟ้าเสรีตามที่บริษัทบุหรี่และเครือข่ายเรียกร้อง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มปัญหาการเสพติดบุหรี่และเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทย และประเทศไทยควรคงนโยบายการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป ตามที่องค์กรวิชาการระดับโลกที่เป็นกลางและน่าเชื่อถืออย่างสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติที่วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด พิจารณาผลกระทบทุกๆ ด้าน เสนอว่า ในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลาง การห้ามขาย คือ นโยบายที่ดีที่สุดในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่แบบที่ไม่มีการเผาไหม้&amp;quot;&amp;nbsp;ศ.นพ.ประกิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, บุหรี่ไฟฟ้า, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_600942f976fea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช. แจงรัฐบาลไทยทำงานเชิงรุกจัดการน้ำโขงทั้งฤดูฝน-แล้ง พร้อมปรับปรุงการเชื่อมต่อข้อมูลกับจีนให้เร็วขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - จากกรณี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก ส.ส.เชียงราย&amp;nbsp;พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงการไม่รักษาสมดุลย์อำนาจระหว่างประเทศในการบริหารจัดการน้ำโขง โดยระบุว่า น้ำโขงแห้งเหือดส่งผลต่อระดับน้ำอิงที่เชียงแสนและส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนบนฝั่งน้ำ สาเหตุเพราะเขื่อนที่ขวางอยู่ตลอดแนวลำน้ำโขง&amp;nbsp;โดยระดับน้ำโขงที่เชียงแสนในวันที่ 4 มกราคมอยู่ดีๆก็ลดฮวบลงถึง 1 เมตรเมื่อเทียบกับวันที่ 2 มกราคม สาเหตุที่ระดับน้ำโขงลดลงเนื่องมาจากจีนมีการกั้นน้ำไว้ที่เขื่อนจิ่งหงเพื่อทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าของเขื่อน ซึ่งจีนแจ้งมาถึงที่หน่วยงานด้านน้ำของไทยในวันที่ 5 มกราคม&amp;nbsp;คือหนึ่งวันหลังจากระดับน้ำลดฮวบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย เปิดเผยว่า จากกรณีนพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก ส.ส.เชียงราย&amp;nbsp;พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงการไม่รักษาสมดุลย์อำนาจระหว่างประเทศในการบริหารจัดการน้ำโขงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สทนช.ขอชี้แจงว่าการบริหารจัดการน้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ โดยมีประเทศต้นน้ำคือ ประเทศจีน ในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมามีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมาก เป็นผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลได้ร่วมผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับน้ำและด้านอุทกวิทยาตลอดทั้งปีทุกเวทีการเจรจา ส่งผลให้ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน กับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติในฐานะฝ่ายเลขาฯ คณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ (JWG) กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง สาขาทรัพยากรน้ำ ได้มีการลงนามความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลตลอดทั้งปีมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเดิมเริ่มต้นเพียงช่วงฤดูฝนเท่านั้น &amp;ldquo;ทางการจีนให้การสนับสนุนข้อมูลด้านอุทกวิทยาน้ำโขงกับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เป็นผลจากที่ไทยหยิบยกประเด็นนี้ต่อเนื่องพร้อมผลักดันในทุกระดับเวทีการเจรจาไม่ว่าจะเป็นระดับผู้นำ หรือหน่วยงานปฏิบัติ ส่งผลให้เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2562 จีนยินดีให้ข้อมูลระดับน้ำและปริมาณน้ำจากสถานีวัดน้ำ 2 แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่ สถานีจิ่งหง และสถานีหม่านอัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน -31 ตุลาคมของทุกปี และประเทศจีนจะส่งข้อมูลด้านอุทกวิทยา ระดับน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดคือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับน้ำในฤดูฝนตลอดทั้งปีของสถานียุนจิ่นหง และสถานีหมานอัน ที่ตั้งอยู่ท้ายน้ำของแม่น้ำล้านช้างในจีนก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงตอนล่างให้คณะทำงานร่วมสาขาทรัพยากรน้ำของประเทศสมาชิกอีก 5 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย จึงนับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญที่ฝ่ายไทยจะต้องดำเนินการและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในแม่น้ำโขง-ล้านช้าง รวมถึงการป้องกันบรรเทาผลกระทบข้ามพรมแดน จากสถานการณ์น้ำท่วม น้ำแล้ง การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและระดับน้ำอย่างฉับพลันอีกด้วย&amp;quot;&amp;rdquo;ดร.สมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีที่เขื่อนจิ่นหงลดการระบายนั้น สทนช.ได้รับข้อมูลอุทกวิทยาจากสถานียุนจิ่นหง พบว่า มีระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เร่งติดต่อประสานงานผ่านผู้ประสานงานของรัฐบาลจีนและเขื่อนจิ่นหงทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แต่ด้วยเป็นช่วงวันหยุดยาวสิ้นปี ทำให้เกิดช่องว่างในการแจ้งยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการมาในวันที่ 5 ม.ค. 2564 โดยระดับน้ำที่เชียงแสนลดลงวันที่ 2-5 มกราคม 2564 ประมาณ 1 เมตร ส่งผลต่อการแจ้งเตือนหน่วยงานระดับพื้นที่อย่างเป็นทางการมีความล่าช้าไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สทนช.จะเร่งปรับปรุงระบบการได้ข้อมูลยืนยันที่เป็นทางการให้รวดเร็วมากขึ้น รวมถึงในเร็วๆนี้ สถานีเชียงกกที่อยู่พรมแดนของลาว-พม่า-จีน ก็เป็นอีกสถานีที่สำคัญทำให้ไทยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำได้รวดเร็วขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ระดับน้ำโขงที่ในระยะนี้ซึ่งไม่มีฝนเพิ่มเติมในพื้นที่รวมถึงลำน้ำสาขา คาดว่า ระดับน้ำจะมีค่าคงที่ไม่ต่ำกว่าในปัจจุบันซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่ง ประมาณ 10.61 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและเน้นย้ำถึงการปกป้องผลกระทบกับประชาชนริมน้ำโขง และพยายามในทุกกรอบเวทีการเจรจาไม่ว่าจะกรอบแม่โขง-ล้านช้าง หรือ กรอบเวทีลุ่มน้ำโขง 4 ประเทศ ฉันท์มิตรประเทศ และกลไกที่สามารถนำมาขับเคลื่อนได้ เช่น กรณีเขื่อนสานะคาม ที่ไทยได้หยิบยกในหลากหลายประเด็นที่จะส่งผลกระทบกับประเทศท้ายน้ำที่ไม่มีความชัดเจน ซึ่งประเทศเจ้าของโครงการต้องไปทบทวนปรับปรุงร่างรายงานทางเทคนิคให้ครอบคลุมตามข้อสังเกตุของประเทศสมาชิกก่อนเข้าสู่กระบวนการอื่นๆ ได้ต่อไป รวมถึง สทนช.ได้พยายามเพิ่มเวทีสร้างการมีส่วนร่วมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการบริหารแม่น้ำโขงในประเทศ เพื่อให้การจัดการน้ำโขงเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบันด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90456</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคก้าวไกล, ส.ส.เชียงราย, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, เขื่อนจีน, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007e169b9c60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กก้าวไกล’ขวางท้องถิ่นจัดหาวัคซีนเองชี้เป็นหน้าที่รัฐต้องจัดหาให้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค. 2564 - &amp;nbsp;นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับกรณีการจัดหาวัคซีนเพื่อยับยั้งการระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ว่าตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประเด็นวัคซีนโควิด เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่พูดคุยกันของทุกคน เพราะในหลายประเทศได้ให้การรับรองและเริ่มกระจายฉีดให้กับประชาชนของตนเองแล้ว เพื่อหวังที่จะยับยั้งการระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 ให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติแบบที่เคยเป็นกันมา เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด ดังนั้นการบริหารจัดการวัคซีนแบบมีประสิทธิภาพ จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ในวันที่ทั่วโลกมีความต้องการวัคซีนพร้อมๆ กันและมีการเร่งผลิตวัคซีนออกมาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลก โดยวัคซีนที่ผลิตออกมามีหลายเทคโนโลยีที่ใช้ผลิต มีผลการศึกษาทดลองที่ให้ผลในการป้องกันโควิดที่แตกต่างกันแม้จะมีการให้การรับรองในหลายประเทศแล้ว แต่ก็เป็นการรับรองในกรณีพิเศษ-ฉุกเฉิน เพื่อยับยั้งการระบาดเท่านั้น แต่เรายังไม่ทราบระยะเวลาการคงอยู่ของภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีน รวมทั้งผลข้างเคียงในระยะยาวที่อาจจะพบได้เพิ่มเติมจากที่พบในขั้นตอนการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัคซีนที่มีหลายชนิดจะมีการแบ่งการจัดซื้อและแบ่งการฉีดอย่างไร ในส่วนวัคซีนของ Sinovac ที่ยังไม่มีการรายงานผลการทดลองในชั้นคลินิกเฟส 3 เลย และล่าสุดมีข่าวว่าบางประเทศไม่พอใจผลของการทดลองวัคซีนนี้เพราะมีประสิทธิภาพเพียง 50.4% เท่านั้น (อ้างอิง https://www.bbc.com/news/world-latin-america-55642648 ) แต่จะมีการนำเข้ามาใช้ในเดือนกุมภาพันธ์แล้ว เราจะมีระบบการอนุมัติแบบพิเศษจาก อย. อย่างไร? ประเด็นนี้ทางรัฐบาลไทยจะต้องมีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนเพื่อให้สาธารณชนได้วางใจได้ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่ารัฐบาลสอบตกในประเด็นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอกภพ ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่มีข่าวองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง สนใจจัดหาวัคซีนเพื่อฉีดให้กับคนในพื้นที่ได้นั้น ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องดีและอยู่ในวิสัยของกรอบระเบียบกฎหมายที่จะทำได้ แต่มีประเด็นที่ต้องคำนึงถึงอยู่บ้าง คือการจัดซื้อวัคซีนแบบแยกซื้อย่อมจะส่งผลต่อราคาวัคซีนที่จะแพงกว่าการจัดซื้อรวม ในขณะที่วัคซีนชนิดอื่นรัฐได้รวบการจัดซื้อโดยข้ออ้างในเรื่องราคา แล้วทำไมวัคซีนโควิดถึงไม่ได้มีการพูดถึงเหตุผลข้อนี้ และการจัดซื้อโดย อปท. ที่มีความพร้อมด้านงบประมาณนั้นแน่นอนว่าจะไม่ได้มีทุก อปท. ที่มีความพร้อม จะส่งผลต่อการวางแผนการกระจายของวัคซีนในภาวะที่ต้องการวัคซีนเพื่อหยุดการระบาด ไม่ได้ต้องการวัคซีนเพื่อป้องกันโรคเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอกภพระบุว่า รัฐบาลควรต้องตั้งเป้าหมายการจัดหาและฉีดวัคซีนให้ประชาชนครบ 100% โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดหา โดยมีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งการระบาดในวงกว้าง และป้องกันปัจเจกบุคคลจากการติดเชื้อ โดยยุทธศาสตร์ที่ทางรัฐบาลและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศควรทำงานร่วมกัน คือ &amp;nbsp;1.ให้ผู้จัดหาวัคซีนยังคงเป็นรัฐบาลอยู่ แต่ต้องกระจายความเสี่ยงของวัคซีนให้มีหลายเจ้ามากขึ้น และมุ่งเน้นเจ้าที่มีประสิทธิภาพสูง และจะต้องมีจำนวนโดสครอบคลุมการฉีดให้ประชากรทั้งประเทศ 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ส่วนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะเข้ามามีบทบาทร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ผ่านทางโรงพยาบาลและ รพ.สต. ในการกระจายฉีดวัคซีนให้ประชาชน เนื่องจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีความใกล้ชิดประชาชนมากกว่า เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ที่อาจจะต้องได้รับวัคซีนก่อนในลำดับแรกๆ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อมูลของกลุ่มนี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือ ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ดังนั้นรัฐบาลต้องเปิดเผยรายละเอียด ตัวเลข หลักเกณฑ์ วิธีการ และเหตุผลในการดำเนินการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน ให้ไว้วางใจการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนคนไทยกลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้ตามปกติอีกครั้งโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89696</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาด, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคก้าวไกล, วัคซีน, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe89745b538.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามคาด&#039;เด็กก้าวไกล&#039;หงุดหงิดแผนวัคซีน&#039;ประยุทธ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงรายเขต 1 พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และการจัดหาวัคซีน ว่ารู้สึกหงุดหงิดมากกับการจัดการการระบาดของโควิดโดยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยสิ่งที่เขาได้ทำมาตลอดได้สรุปให้เห็นหลักคิดหลักการทำงานชัดเจนว่า ไม่เคยให้ค่าประชาชนและไม่เคยแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตัวเองและพวกพ้องในเรื่องของกระบวนการที่สับสนอลหม่านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอกภพระบุว่า จากที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่ารัฐบาลมีความล่าช้าเรื่องวัคซีนกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งอยู่ดีๆ ก็มีการเสนอข่าวว่าในเดือนกุมภาพันธ์ประเทศเราจะมีวัคซีนนำเข้าจากจีนของบริษัท Sinovac ซึ่งเหมือนเป็นข่าวดีนะครับ แต่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน คณะกรรมาธิการสาธารณสุขได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเรื่องความคืบหน้าของการได้วัคซีนมาฉีดให้ประชาชนไทย ในวันนั้นตลอดการชี้แจงไม่มีการพูดถึงการจะซื้อวัคซีนจากจีนเลย และยิ่งกว่านั้นเมื่อพยายามหาข้อมูลทางวิชาการของวัคซีนตัวนี้ พบว่าเจอแค่ผลการทดลองในเฟส 1 และ 2 แต่ยังไม่มีผลการทดลองในเฟส 3 ซึ่งเป็นการทดลองในประชากรกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า Randomized Controlled Trial ออกมาในฐานข้อมูลของวารสารทางการแพทย์เลย มีแต่การนำเสนอวิธีการศึกษาที่ไม่มีผลการศึกษาเท่านั้น การนำวัคซีนที่ยังไม่มีผลการวิจัยเข้ามาแบบนี้ ต้องไปดูขั้นตอนการอนุมัติขององค์การอาหารเเละยา (อย.) ครับว่ามีการอนุมัติอย่างไร จนมีเสียงลือมาถึงหูผมว่าบางทีวัคซีนตัวนี้อาจมาจากบริษัททุนใหญ่บางบริษัทก็ได้&amp;ldquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอกภพตั้งข้อสังเกตอีกว่า เรื่องวัคซีนยังมีต่อมาว่า ตามการเสนอข่าวของหลายสำนักข่าวจะพบว่าเราจะมีการได้รับวัคซีนมาฉีดทีละชุดๆ ในเวลาห่างกันพอสมควร และที่ร้ายไปกว่านั้นคือจำนวนประชากรที่จะได้รับวัคซีนมีรวมแล้วก็แค่ประมาณ 20% กว่าของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น โดยทั้งที่ตามหลักการแล้ว หากจะหยุดการระบาดของโคโรน่าไวรัสตัวนี้ได้ ต้องให้ประชากรมีภูมิต้านทานประมาณถึง 80% ของประชากร ดังนั้นการได้วัคซีนมาเพียง 20% อาจไม่เพียงพอต่อการหยุดการระบาดได้ โดยข้อมูลในปัจจุบันเรายังไม่รู้ว่าหลังฉีดวัคซีนไปแล้วร่างกายจะคงมีภูมิต้านทานต่อไปได้อีกนานเท่าไหร่และวัคซีนของแต่ละยี่ห้อให้ระยะเวลาคุ้มกันได้นานต่างกันมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางที่ดีที่สุดของการจัดหาวัคซีนมาก็ควรจะจัดหา วัคซีนเพื่อทุกคน และกระจายไปหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายเทคโนโลยี รวมทั้งควรมีการระดมฉีดในคราวเดียวกันทั่วประเทศ และเราต้องมาดูว่าหากไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาฉีดพร้อมๆ กันได้จะฉีดให้กลุ่มไหนก่อน แน่นอนว่ากลุ่มเสี่ยงที่สุดคือบุคลากรสาธารณสุขควรเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการป้องกันเพื่อให้เขายังคงทำงานต่อได้อย่างปลอดภัย แล้วต่อไปเราจะเลือกกลุ่มไหนในสัดส่วนอย่างไรระหว่างกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยหนัก หรือ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อคือคนวัยทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นนอกจากการที่ต้องจัดหาวัคซีนให้เพียงพอสำหรับทุกคนแล้ว รัฐบาลยังต้องวางแผนการฉีดวัคซีนที่ใช้หลักการทางวิชาการมาสนับสนุนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอกภพ ระบุทิ้งท้ายว่า หากเรารอให้ประเทศอื่นฉีดวัคซีนให้ประชากรจนเขาจัดการการระบาดได้แล้ว ประเทศเหล่านั้นจะเริ่มเดินทางไปมาหาสู่กันได้ เพราะประเทศเขาถือว่าสิ้นสุดการระบาดแล้ว ประเทศเราที่ฉีดวัคซีนให้ประชากรจนประกาศสิ้นสุดการระบาดได้ช้า ก็จะเสียโอกาสในการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่อัดอั้นมานานได้ช้าด้วย โอกาสฟื้นเศรษฐกิจจากเงินต่างประเทศของเราก็ช้าไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88954</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคก้าวไกล, วัคซีน, สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff52649c0650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;ซัด&#039;มท.&#039;ปล่อยต่างด้าวลอบเข้าเมืองจนโควิดระบาดในปท.อีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล และกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายจนทำให้สถานการณ์โควิด-19รุนแรงขึ้นว่า จากการล็อกดาวน์เมื่อครั้งเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต่างๆที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าว ส่งผลให้เกิดมีการลักลอบ เข้ามาทำงานโดยไม่ผ่านทางช่องทางมาตรการการกักตัว ทำให้มีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องทางกฎหมายเล็ดลอดเข้ามา ถือเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการคัดกรองต่างด้าวเข้าสู่ประเทศไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะมีการสอบสวนกรณีการลักลอบเข้าประเทศของแรงงานต่างด้าว ทั้งจากกรณีจังหวัดเชียงราย และจังหวัดสมุทรสาคร สำหรับมาตรการในขณะนี้ทุกฝ่ายควรเร่งดำเนินการไม่ให้แรงงานต่างด้าวมีการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายได้อีก &amp;nbsp;พร้อม เร่งดำเนินการการตรวจหาเชื้อเพื่อไม่ให้แพร่กระจายไปในวงกว้าง และขอให้ทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นกำลังใจให้กระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ผ่านอุปสรรคและกำจัด โควิด-19 ให้หมดไปในเร็ววัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87429</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคก้าวไกล, มหาดไทย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96bd89d4b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกแก้วิกฤติวนในอ่าง ฝ่ายค้านตั้งธงนายกฯลาออก-พปชร.ไม่รับ3ข้อเสนอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมรัฐสภาตามมาตรา 165 แก้วิกฤติม็อบ วันแรกยังวนในอ่าง ฝ่ายค้านตั้งธง &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยอมรับทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลก แต่ต้องไม่ลืมว่าคนไทยหลายสิบล้านไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย อย่าลืมรากเหง้าประเทศ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; กางกฎหมายอธิบายเรื่องลาออก-ยุบสภา ชี้หากไขก๊อกนายกฯ ใหม่ต้องใช้ 366 เสียงไม่นับ ส.ว. &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสนอผุดคณะกรรมการหาแนวทางแก้ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; พาเหรดชงตั้ง กมธ.ยุ่บยั่บ &amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; ตอกฝาโลงไม่รับ &amp;nbsp;3 ข้อเสนอม็อบเด็กส่วนน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยว่า เลขาธิการสภารายงานว่ามีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมา 13 กองร้อย ซึ่งก็บอกว่าอย่าไปถึงขนาดนั้นเลย เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมถ้าจะมีใครละเมิดอะไรบ้างก็เป็นเรื่องของผู้นั้น ก็มีกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ได้พูดกันในวันประชุมร่วมว่าจะไม่ประมาท เตรียมตัวไว้ในระดับหนึ่ง &amp;nbsp;แต่ไม่ถึงขั้นจะให้เจ้าหน้าที่มาอยู่ในนี้ และเชื่อว่าไม่มีการเผชิญหน้า และตอนนี้มันก็ยังไม่เกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้อภิปรายประเด็นขัดขวางขบวนเสด็จฯ ซึ่งจะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังและตั้งใจล้มล้างสถาบัน รู้กันอยู่ว่ามีคนตาเหล่สองคน หน้าเหลี่ยมหนึ่งคนใช้ผู้ชุมนุมเป็นเครื่องมือ ดูจากการไลฟ์สดมายังผู้ชุมนุม และโพสต์ยั่วยุปลุกปั่น หลอกใช้เด็กและประชาชนเป็นเครื่องมือ มักใหญ่ใฝ่สูง อยากเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง เนรคุณบ้านเมือง
และในเวลา 08.46 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้าเรียบเฉย และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมชี้แจงในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;รอฟังๆ&amp;rdquo; ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังห้องรับรองทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.45 น. ในการประชุมรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ได้เสนอญัตติโดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์การชุมนุมที่มีต่อเนื่อง เราทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามดูแลสถานการณ์อย่างดีที่สุด ไม่ว่าเรื่องการห้ามเตือน พยายามชี้แจงข้อกฎหมายต่างๆ แต่การชุมนุมก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 3 ข้อเรียกร้องอยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่แล้ว หลายครั้งการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง แต่บางครั้งก็ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่สมควร ดังนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วง รัฐบาลจึงมีเห็นความชอบร่วมกันที่ได้เปิดประชุมในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราไม่อยากให้เกิดการปะทะกันหรือเกิดการจลาจลในบ้านเมือง รัฐบาลมีหน้าที่รักษาสิทธิ์แทนคนไทยทั้งประเทศ สิ่งที่ผมมั่นใจคือ วันนี้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะมีมุมมองด้านการเมืองอย่างไร แต่ทุกคนยังรักชาติและต้องการอนาคตที่ดี รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เราจึงจะได้สังคมที่มีความแข็งแรง มีรากเหง้า ผมในนามรัฐบาลรู้ว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลก แต่ต้องยอมรับคนไทยหลายสิบล้านคนไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย สับสนอลหม่าน เราต้องมีความสมดุลในความต้องการของแต่ละคน วันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้เวลา 2 วันของสภาท่ามกลางสภาวการณ์ หยิบยกเรื่องสำคัญหลายเรื่องมาพูดกันในสภาของเราในที่นี้ ควรรวบรวมสติปัญญาและความสามารถ รวมทั้งเลือดรักชาติทุกหยด ร่วมกันคิดทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างแข็งแรงยิ่งขึ้นและยั่งยืน โดยทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์กับประเทศในระยะยาว พื้นฐานของคนไทยมีความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แม้จะมีเรื่องไม่เห็นด้วยกันบ้าง แต่เราก็ยังรักกันได้ตลอดไป&amp;rdquo;
จี้ &amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท.ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ญัตติของรัฐบาลไม่สร้างสรรค์ เนื้อหาสาระมีแนวโน้มที่จะสร้างความแตกแยกร้าวฉานในสังคมไทย &amp;nbsp;ซ้ำเติมสถานการณ์ให้บานปลาย เป็นการราดน้ำมันลงไปในกองเพลิง เราต้องพิจารณาข้อเสนอของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนอย่างจริงจัง ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ไม่ดึงเวลาให้ล่าช้า เร่งปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขัง และยุติการใช้กฎหมายที่ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เห็นต่างจากรัฐบาล ที่สำคัญคือนายกฯ ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.22 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พท.อภิปรายว่า รู้สึกผิดหวังเพราะรัฐบาลมองว่าตัวเองไม่มีความผิด แต่โยนความผิดให้ผู้ชุมนุม ซึ่งเมื่อรัฐบาลตั้งโจทย์ผิด การแก้ปัญหาจึงผิดไปด้วย โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นต้นตอของปัญหาที่นายกฯ ไม่อาจปฏิเสธได้ และ พล.อ.ประยุทธ์คือผู้สร้างปัญหาโดยตรง หนทางที่จะทำให้ม็อบยุติลง &amp;nbsp;รัฐสภาต้องลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ และตั้ง กมธ.เต็มสภา รวมทั้งขอเรียกร้องให้นายกฯ ยืนขึ้นและประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางสภา แต่ถ้าเลือกหนทางยุบสภา ผลที่ตามมาคือ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้และเพิ่มความขัดแย้ง ดังนั้นนายกฯ ต้องเสียสละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายว่า การกระทำของผู้ชุมนุมถือเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีเป้าหมายหลักต้องการปฏิรูปสถาบัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่เป็นเลิศในเรื่องจงรักภักดีต่อสถาบัน เป็นผู้ที่มีความเข้มแข็งในการปกป้องสถาบัน &amp;nbsp;แกนนำผู้ชุมนุมจึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เพื่อให้การปกป้องประเทศชาติอ่อนแอลงจนนำไปสู่การรุกคืบต่อการปฏิรูป จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา &amp;nbsp;และพระมหากษัตริย์ต่อไป อย่าไปลาออกตามฝ่ายที่เรียกร้องซึ่งมีคนเพียงไม่กี่หมื่นคน ท่านต้องคำนึงถึงเสียงประชาชน 8.4 ล้านคนที่เลือกท่านมาเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.45 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เนื้อหาของญัตติเป็นข้อบิดเบือน กลบเกลื่อนและให้ร้าย โยนความผิดให้ผู้ชุมนุมโดยไม่ได้คำนึงถึงความผิดพลาดของตัวเอง มีการกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมขวางขบวนเสด็จฯ ทั้งที่รัฐบาลเป็นผู้ถวายการอารักขาความเรียบร้อยในการเสด็จฯ และผู้ชุมนุมก็หลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นแล้ว แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้สำนึกถึงความผิดพลาดของตนเอง แต่ไปใส่ร้ายผู้ชุมนุมซึ่งนำไปสู่คดีความที่มีโทษถึงประหารชีวิต เติมเชื้อไฟในสังคม &amp;nbsp;ส่วนที่นายกฯ ชี้แจงว่ามีการดำเนินการบางเรื่องที่ผู้ชุมนุมขอมาแล้ว ทำเรื่องไหนแล้วบ้างและคืบหน้าถึงไหน ไม่ใช่ฟอกขาวตัวเองและปกปิดความผิดในการแก้ปัญหาประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องทบทวนการร่วมรัฐบาล รัฐบาลจะไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีพรรคร่วม &amp;nbsp;นายกฯ ต้องหยุดเอาความจงรักภักดีมากอดตัวเอง หยุดผูกมัดเอาสถาบันไว้กับปัญหาที่ตัวเองเป็นคนก่อ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจและปกปิดความล้มเหลว หยุดสะกดจิตตัวเองว่าไม่ผิดและยอมลาออก&amp;rdquo; นายพิจารณ์ระบุ
ชงผุดคณะกรรมการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.20 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ต้องช่วยกันชักฟืนออกจากกองไฟ โดยพรรคเห็นว่าควรนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ทันทีที่ทำได้ และไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ &amp;nbsp;เพิ่มเติมจนสังคมเข้าใจว่ายื้อเวลา โดยขอเสนอให้วิป 3 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา หาคำตอบร่วมกันว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะพิจารณา 6 ร่างในวาระไปก่อน หรือรอร่างไอลอว์ซึ่งเป็นโจทย์ที่วิป 3 ฝ่ายควรหาทางออกร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากเห็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยถือหลัก 3 ข้อ คือ 1.องค์ประกอบนั้นต้องมีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนรัฐบาล ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ฝ่ายที่เห็นต่างผู้ชุมนุม และฝ่ายอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ 2.ให้คณะกรรมการแสวงหาคำตอบที่เป็นทางออกที่เป็นรูปธรรม เน้นรูปแบบการจับเข่าคุยกันอย่างสร้างสรรค์ อาจต้องถอยคนละก้าวหรือคนละสองก้าว และ 3.ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นแสงสว่างแห่งความหวังถูกจุดขึ้นตรงปลายอุโมงค์โดยรัฐสภา&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.15 น. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ได้ไปสังเกตการณ์การชุมนุม และพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองที่นำความขัดแย้งส่งต่อให้ลูกหลาน การชุมนุมมีคำปราศรัยที่รุนแรง ก้าวล่วงไกลเกินกว่าจะรับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐสภาต้องหาทางออก โดยมีข้อเสนอ 9 ข้อแก้ปัญหา &amp;nbsp;ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ใช้ไม้นวมไม้แข็งดูแลความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 2.รัฐบาลต้องชี้แจงองค์การระหว่างประเทศเรื่องการแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ 3.ตั้งทีมจัดการข่าวปลอมเชิงรุกอย่างรวดเร็ว 4.ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ 5.ให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางให้ผู้ชุมนุมได้เสนอความเห็นตามเสรีภาพ แทนการชุมนุมบนถนน 6.เปิดเวทีเจรจา แม้จะยากแต่ต้องทำ 7.การปฏิรูปสถาบันเป็นข้อเสนอสุดโต่ง 8.นายกฯ ไม่ควรลาออกเพราะไม่ช่วยแก้ปัญหา และ &amp;nbsp;9.หากการดำเนินการข้อ 1-8 แล้วยังไม่สามารถเป็นทางออกได้ ให้ใช้วิธีออกเสียงประชามติแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายว่า ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย แต่อยากให้หยุดคิดแล้วถามกลับไปว่า ถ้าถอยคนละก้าวไม่พอ จะถอยมากกว่าก้าว คิดว่าต้องทำ ถ้ารักประเทศและประชาชนอย่างที่ประกาศเอาไว้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.05 น. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล กล่าวว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่สะพานชมัยมรุเชฐเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้ชุมนุมไม่ได้เจตนาขัดขวางขบวนเสด็จฯ แต่เกิดจากการผิดพลาดในการจัดเส้นทาง และความผิดพลาดนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ พรรคจึงขอยื่นญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และขอวิงวอนว่าอย่านำเหตุการณ์ขบวนเสด็จฯ มาให้ร้ายประชาชน และอยากให้รัฐบาลรับผิดชอบ เลิกบิดเบือนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;รัฐบาลต้องทำหน้าที่ธำรงให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่นำสถาบันมาสร้างความเกลียดชัง สร้างความชอบธรรมให้ประชาชนออกมาทำร้ายกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การชุมนุมเป็นการเมืองแท้ๆ แต่ตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อน เราไปดึงเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมเรียกร้องทางการเมือง ขาดความเคารพ ขาดความเกรงใจ ขาดความให้เกียรติ ยุคก่อนไม่มี ซึ่งต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่มีจะไม่เลยเถิดมาขนาดนี้ได้
บิ๊กตู่เตือนเรื่องรากเหง้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.14 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; โดยได้ย้ำถึงประเด็นที่ได้อภิปรายไปว่า &amp;quot;สิ่งที่มั่นใจคือ คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีมุมมองทางการเมืองแบบไหน &amp;nbsp;แต่ทุกคนรักชาติ รักวัฒนธรรม รักรากเหง้า และคุณค่าของความเป็นไทย แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็รู้ว่าทุกคนต้องการอนาคตที่ดีสำหรับประชาชนและประเทศ ซึ่ง 2 เรื่องนี้ คือเรื่องรักในรากเหง้าความเป็นไทย และเรื่องต้องการอนาคตที่ดีสำหรับลูกหลานเยาวชนไทย รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่เป็น 2 &amp;nbsp;เรื่องที่เดินไปด้วยกันได้ เราต้องหาหนทางแก้ไขที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น อย่างมีหลักการ มีเหตุผล และมีความถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ทำลายอดีตที่มีคุณค่าของเรา เราจะได้สังคมที่แข็งแรง &amp;nbsp;สังคมที่มีรากเหง้าที่ดีงามหยั่งรากลึก และก็มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกเรื่องที่จะหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วว่าถ้านายกฯ ลาออกจากตำแหน่งจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยคณะรัฐมนตรีต้องพ้นทั้งคณะ นายกฯ และ ครม.ชุดเดิมต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีชุดใหม่เข้ามา แต่ต้องเลือกนายกฯ คนใหม่จากที่ประชุมรัฐสภา ต้องมีมติเสียงกึ่งหนึ่งรวมทั้ง ส.ส.และ ส.ว. แต่ถ้าเป็นการยุบสภาก็ต้องพ้นทั้งคณะ รวมทั้งสมาชิกภาพของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องสิ้นสุดไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้อภิปรายว่า ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมีอยู่ประมาณ 6-7 ข้อ เช่น เรียกร้องอิสรภาพให้ฮ่องกง, เรียกร้องให้เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งก็ได้เปิดแล้ว &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ซึ่งล่าสุด พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติมีการตรวจเสร็จสิ้นทุกมาตราแล้ว น่าจะส่งเข้าสภาได้ในสัปดาห์หน้า โดยจะขอพิจารณาร่วมสองสภาซึ่งจะเร่งรัดตัดขั้นตอนไปได้ คงใช้เวลาช่วงเดือน พ.ย.คู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวอีกว่า ข้อเสนอ 3 ข้อที่ยังไม่มีการดำเนินการ คือ การลาออกของนายกฯ, การยุบสภา และการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งการปฏิรูปสถาบันรัฐบาลไม่ทราบและไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหมายถึงอะไร จึงอยากฟังการอภิปรายของสมาชิกให้ชัดเจน ส่วนการยุบสภานั้นมีการพิจารณาเหมือนกัน แต่สภามีความผิดอะไรถึงจะยุบ เพราะต้องเกิดจากความขัดแย้งอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาถึงจะยุบสภาได้ แต่ถ้าเป็นความประสงค์และเจตนาร่วมจากหลายฝ่าย นายกฯ คงต้องหารือผู้เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนประเด็นนายกฯ &amp;nbsp;ลาออก ทางฝ่ายกฎหมายได้ทำข้อเสนอมาว่า หากลาออกแล้วจะหานายกฯ คนใหม่จากขั้นตอนใด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 มีเงื่อนไขว่านายกฯ คนใหม่ต้องมาจากรายชื่อที่เสนอเอาไว้ตั้งแต่ครั้งเลือกตั้ง ขณะนี้มีอยู่ 5 คน จากเดิม 7 คนโดยตัดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพล.อ.ประยุทธ์ออกไป แต่คนที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเมื่อเช้าประธานได้รายงานว่าที่ประชุมมีสิทธิ์ออกเสียงได้ 732 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง ก็คือ 366 เสียง ต่อให้ ส.ว.งดออกเสียงทั้งหมดตามที่หลายคนเรียกร้อง ก็ต้องหากันมาให้ได้ 366 เสียง &amp;nbsp;หากไม่ได้ก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นข้อกฎหมายว่าหากถึงทางตันแล้วจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนเสนอว่าขอให้พรรคพลังประชารัฐเทเสียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านยกใครขึ้นมาเป็นนายกฯ ก็ทำได้ แต่ก็ต้องคำนึงเรื่องสิทธิของแต่ละฝ่ายด้วย เพราะนายกฯ ก็ได้รับเสียงเรียกร้องเหมือนกันว่าอย่าออก &amp;nbsp;ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนอีกข้อเสนอที่ทั้งสามฝ่ายเสนอมาในที่ประชุม คือการทำประชามติถามประชาชน ก็ต้องถามว่าจะถามอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 บัญญัติห้ามทำประชามติออกเสียงเรื่องตัวบุคคล แต่หากจะหาช่องทางอื่นที่แยบคายและแนบเนียนก็น่าจะพิจารณาได้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในระหว่างที่นายวิษณุชี้แจง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ประท้วงให้นายวิษณุถอนคำพูดประโยคที่ว่าผู้ชุมนุมเรียกร้องอิสรภาพให้ฮ่องกง ซึ่งไม่เป็นความจริง ถือเป็นการใส่ร้ายผู้ชุมนุม ส่งผลให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงนางอมรัตน์ว่าออกมาเรียกร้องเหมือนกับเป็นหัวหน้าม็อบ จึงทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายชัยวุฒิถอนคำพูด ซึ่งนายชัยวุฒิก็ยอมถอน แต่ขอเปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมม็อบ ซึ่งนางอมรัตน์ไม่ยินยอมและให้ถอนคำพูดอีกครั้ง ซึ่งนายพรเพชรได้ไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ &amp;nbsp;
ย้ำหลายสิบล้านไม่อยากวุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า นายกฯ มีปัญหาเรื่องความคิด โดยนายกฯ ได้พูดก่อนสลายการชุมนุมว่าอย่าประมาทกับชีวิต คนเราสามารถตายได้ทุกเวลา และอย่าท้าทายกับพญามัจจุราช ซึ่งวันที่ 16 ต.ค.ก็สั่งสลายการชุมนุม ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้หากมีการจาบจ้วงก็ควรดำเนินคดีเป็นรายบุคคลตามหลักฐาน อีกทั้งสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือหาผู้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งอันดับแรกนายกฯ ควรต้องลาออกเพราะเป็นผู้ดูแล พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องไปลงโทษทุกคนเพราะเป็นการถวายพระเกียรติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องที่พูดถึงพญามัจจุราชนั้น เพราะช่วงนั้นไปงานศพคุณพ่อทุกวัน &amp;nbsp;จึงยกมาเตือนตัวเองไม่ได้ไปขู่ใครเลย ส่วนเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นทุกท่านทราบดีอยู่แล้วกับเหตุการณ์ในช่วงค่ำของวันที่ 14 ต.ค. และได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค. เนื่องจากสถานการณ์นั้นมีแนวโน้มว่าอาจลุกลาม ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ออกมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว ออกในสมัยรัฐบาลใครก็ไม่รู้และก็ใช้มาทุกรัฐบาล แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ยกเลิกไปก็เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นในเวลา 16.56 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า &amp;quot;รู้ว่าทุกอย่างอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลกปัจจุบัน แต่เราต้องยอมรับว่าในประเทศไทยของเราคนจำนวนหลายสิบล้านคน ไม่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะวุ่นวาย สับสนอลหม่าน ทุกคนมีความเชื่อของตัวเอง เขาเห็น เขาเชื่อ มาตลอดชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสมดุลระหว่างความต้องการของแต่ละคน และความต้องการของคนอื่นๆ ในสังคมด้วย อย่างสร้างสรรค์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.50 น. นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การกล่าวว่าการใช้กำลังสลายการชุมนุมเป็นไปตามหลักสากล ถามกลับว่าใช้แหล่งไหนอ้างอิง ขอเสนอให้ตั้งคณะ กมธ. หรือใช้ กมธ.สามัญของสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะตอนนี้ยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ หรือการแถลงจากกองอำนวยการร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ว่าสารเคมีคืออะไร แก๊สน้ำตาหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกเรื่องจะจบที่การพูดคุย คนรุ่นใหม่ก็คิดแบบคนรุ่นใหม่ นายกฯ ต้องฟัง อย่าคิดว่าคนคิดต่างมีเบื้องหลัง-ไม่มี นายกฯ บอกว่าผิดเรื่องอะไร ทำไมต้องลาออก ท่านต้องไปดูว่าท่านเป็นภาระ เป็นปัญหาของประเทศ ขอเสนอว่าเรื่องรัฐธรรมนูญกำหนดวัน ว. เวลา น.ให้ได้ แล้วไปคุยกันกับลูกหลาน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ความจริงใจของผู้ใหญ่มากกว่า ความสวยงามในระบบประชาธิปไตยคือความคิดต่าง เราคนไทยทั้งนั้น นายกฯ ลองไปสงบอารมณ์ พอท่านบอกว่าพอแล้วก็ไปลาออก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. ขณะที่นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายโจมตีนายกฯ และเรียกร้องให้ลาออกอยู่นั้น นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ลุกขึ้นประท้วงว่าอภิปรายซ้ำซากวนเวียน ไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้นายกฯ ลาออก ทำให้นายชวนที่ทำหน้าที่ประธานวินิจฉัยว่าผู้อภิปรายได้อภิปรายตามกรอบ แม้นายนิโรธจะพยายามท้วงติงอีกครั้ง แต่นายชวนกดตัดเสียงไมโครโฟนและให้นายจิรวัฒน์อภิปรายต่อจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.อภิปรายว่า จากข้อเสนอ 3 ข้อของม็อบเยาวชน เป็นเพียงความต้องการของคนส่วนน้อย ทางออกเป็นไปไม่ได้ จะไม่เกิดขึ้นทั้ง 3 ข้อ นายกฯ ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ไม่มีการปฏิรูปสถาบัน เพราะจุดเริ่มต้นของความแตกแยกไม่ได้เกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ เยาวชนหรือสถาบันใดๆ แต่เกิดจากโซเชียลมีเดีย และผู้อยู่เบื้องหลังความแตกแยกก็ใช้โซเชียลมีเดีย เช่นการสร้างข่าวปลอมว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติ และให้ข่าวใส่ร้ายสถาบัน ประชาชนควรติดตามข่าวสารที่แท้จริง แม้การจัดการโซเชียลทำได้ยากมากเพราะเป็นบริษัทต่างชาติ ดังนั้นต้องใช้วิจารณญาณ แม้แต่เยาวชนบางคนยังบอกว่ามีต่างชาติสนับสนุน อนาคตของประเทศไทยต้องไม่เป็นฐานทัพของประเทศใดไปสู้กับจีน เพราะประเทศเรามีทรัพยากรมาก หากผู้ใดให้ความร่วมมือถือว่าขายชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมยังมีความก้าวร้าวและจาบจ้วงอย่างชัดเจน แม้จะเรียกร้องว่าหยุดใช้กฎหมายควบคุมผู้ที่เห็นต่าง แต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.จะเห็นว่าขบวนเสด็จฯ ถูกคุกคามเสรีภาพ ไม่ใช่ขบวนเสด็จฯ เข้าไปหาม็อบ และยังถูกการพูดจาก้าวร้าวหยาบคายใส่ ต่อให้ไม่ใช่ขบวนเสด็จฯ ก็ไม่มีสิทธิ์ปิดถนนหรือตะโกนด่าใคร และไม่มีสิทธิ์เอาคีมเหล็กไปตีตำรวจ เป็นเหตุให้ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อไม่ให้มีการชุมนุมที่มากเกินไป รัฐบาลควรจัดสถานที่ชุมนุมให้เยาวชนชุมนุมอย่างสงบและพูดคุยกับรัฐบาล แม้มีการบอกว่าปฏิรูปไม่ได้แปลว่าล้มล้าง เป็นความเข้าใจของคนส่วนน้อย ทั้งที่ความจริงไม่ต้องมีการปฏิรูปสถาบันและปฏิรูปไม่ได้อยู่แล้ว ขอให้ฝ่ายการเมืองที่ให้การสนับสนุนหยุดใช้เยาวชนที่เป็นผ้าขาวมาเป็นเครื่องมือ เพราะเวลาใกล้จะหมดแล้วและอาจจะจบด้วยการไม่มีแผ่นดินอยู่&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 19.00 น. พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายถึงแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งว่า ทำประชามติแต่ไม่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตั้งคำถาม โดยให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วย ตัวแทนรัฐบาล, ส.ส.รัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ว., ตัวแทนนักเรียน นักศึกษา, อดีตประธานศาลฎีกา, อดีตประธานศาลปกครอง, ตัวแทนองค์กรอิสระ ไปร่วมกันตั้งคำถามประชามติอย่างน้อย 3 ข้อในประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้ง เพื่อหาข้อยุติแล้วส่งให้รัฐบาลไปทำประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสิน โดยจะทำประชามติในวันที่ 20 ธ.ค.63 วันเดียวกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ เชื่อว่าไม่ช้าหรือเร็วเกินไป จะเป็นการลบคำสบประมาทว่าเวทีรัฐสภาเป็นเวทีปาหี่ หาทางออกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.27 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุด ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านเข้าไปในที่ชุมนุมได้อย่างไร รวมทั้งต้องสอบข้อเท็จจริงเรื่องการสลายการชุมนุมว่ามีการใช้มาตรการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ศูนย์รวมของปัญหาคือนายกฯ ขอให้เห็นแก่ชาติบ้านเมือง ท่านทำมาเยอะแล้ว แต่วันนี้บ้านเมืองไปไม่ได้ มีคำเดียวที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดคือลาออกจากการเป็นนายกฯ แม้จะมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมเลือกนายกฯ เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 แม้วรรคสองจะระบุว่าหากเลือกในบัญชีไม่ได้ เรายินดีสนับสนุนให้เลือกคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ แต่ไม่ได้หมายถึงคนนอกสภา ต้องเป็น ส.ส.ในสภา ถือว่าเป็นทางออกในการแก้ปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่อยากให้มองอีกฝ่ายเป็นปัญหา อย่ามองข้อเรียกร้องของเยาวชนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ความจริงใจของนายกฯ ที่จะไม่เติมเชื้อไฟเข้าสู่กองฟืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารักชาติ เทิดทูนสถาบัน เราต้องยกสถาบันขึ้นเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม การปฏิรูปสถาบัน อาจเอาเหลือบ ริ้น ยุงที่แอบอิงเกาะกินสถาบันออกมาให้หมด สถาบันจะมีความสง่างาม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.25 น. นายชวนกล่าวว่า วันนี้ได้ใช้เวลาการอภิปรายพอสมควรแล้ว มีสมาชิกอภิปราย 41 &amp;nbsp;คน ขอนัดประชุมใหม่ในวันที่ 27 ต.ค. ขอให้สมาชิกมาให้ตรงเวลา จากนั้นได้ปิดการประชุม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81884</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, ปารีณา ไกรคุปต์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96df458f51d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
