<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 อ. ห่างไกลโรคความดันโลหิตสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคความดันโลหิตสูง ได้ชื่อว่าเป็นเพชฌฆาตแห่งความเงียบ เนื่องจากส่วนใหญ่มักไม่มีอาการหรืออาการแสดงให้เห็น แต่มักตรวจพบโดยบังเอิญ ในกรณีที่มีความดันโลหิตสูงมากผู้ป่วยอาจจะมีอาการมึนบริเวณท้ายทอย วิงเวียนศีรษะหรือมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ผู้มีความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะสำคัญ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว หลอดเลือดแดงแข็ง จอประสาทตาเสื่อม ไตเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เสี่ยงต่อการเกิดอัมพาต โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไตวายและโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากมีภาวะความดันโลหิตสูงนานๆไม่ได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องเหมาะสม หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น กล้ามเนื้อของหัวใจจะหนาขึ้น หัวใจจะโตขึ้น อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดห้องบนเต้นพริ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง การป้องกันและการรักษา เพื่อที่จะสามารถชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะโรคที่ตรวจพบว่าค่าความดันโลหิตอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ คือ มีค่าความดันตัวบน (systolic: ค่าความดันเลือดในขณะที่หลอดเลือดหัวใจบีบตัว) สูงกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท และความดันตัวล่าง (diastolic : ค่าความดันเลือดในขณะที่หลอดเลือดหัวใจคลายตัว) สูงกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท ความดันโลหิตสูงมักจะพบร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของกลุ่มอาการผิดปกติทางเมตาบอลิซึม เช่น ไขมันในเลือดสูงหรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน มีภาวะเครียดเรื้อรัง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทั้ง โรคความดันโลหิตสูงอาจมีสาเหตุมาจากภาวะไตวาย เนื้องอกของต่อมหมวกไต โรคของต่อมไทรอยด์หรือต่อมพาราไทรอยด์ โรคทางเดินหายใจถูกอุดกลั้นขณะนอนหลับหรือการใช้ฮอร์โมนบางชนิด ในการรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรมีการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆที่เป็นผลมาจากความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนา ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ไตเสื่อมหรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และจอประสาทตาเสื่อมจากความดันโลหิตสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงเราควรดูแลตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม โดยการใส่ใจ 3 อ. คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1) อ.อาหาร กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพหรือ DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet) คือ ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียม ไขมันอิ่มตัว ไขมันรวมและคอเรสเตอรอลลง และเพิ่มการรับประทานที่มีใยอาหาร โปรตีน แคลเซียม แร่ธาตุต่างๆอย่างโปแตสเซียมและแมกนีเซียม ได้แก่ ผัก ถั่ว ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี (Whole Grains) ปลา ไขมันไม่อิ่มตัว และลดการบริโภคเนื้อแดง งดการรับประทานน้ำหวานและน้ำอัดลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2) อ.ออกกำลังกาย ลดเวลานั่ง เพิ่มเวลายืน ยืดเวลาเดิน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ให้หัวใจ ปอด ระบบหมุนเวียนโลหิตแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักตัว และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-5 ครั้ง/สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3) อ.อารมณ์ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด นอกจากนี้ควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ฉะนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาใส่ใจสุขภาพ รู้จักออกกำลังกายให้เหมาะสม และรู้จักเสริม สร้างสุขภาพจิตที่ดีเป็นหนทางสู่การมีสุขภาพดี ย่อมช่วยให้ตัวเราห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114774</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 อ., 3 อ. ห่างไกลโรค, Atrial Fibrillation, DASH Diet, Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet, กรมการแพทย์, การใส่ใจ 3 อ., ความดันโลหิตสูง, นพ.เอนก กนกศิลป์, ภาวะแทรกซ้อน, สถาบันโรคทรวงอก, หัวใจต้องทำงานหนัก, อ.ออกกำลังกาย, อ.อารมณ์, อ.อาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128e831d2d15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 อ. ห่างไกลโรคความดันโลหิตสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคความดันโลหิตสูง ได้ชื่อว่าเป็นเพชฌฆาตแห่งความเงียบ เนื่องจากส่วนใหญ่มักไม่มีอาการหรืออาการแสดงให้เห็น แต่มักตรวจพบโดยบังเอิญ ในกรณีที่มีความดันโลหิตสูงมากผู้ป่วยอาจจะมีอาการมึนบริเวณท้ายทอย วิงเวียนศีรษะหรือมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ผู้มีความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะสำคัญ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว หลอดเลือดแดงแข็ง จอประสาทตาเสื่อม ไตเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เสี่ยงต่อการเกิดอัมพาต โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไตวายและโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากมีภาวะความดันโลหิตสูงนานๆไม่ได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องเหมาะสม หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น กล้ามเนื้อของหัวใจจะหนาขึ้น หัวใจจะโตขึ้น อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดห้องบนเต้นพริ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง การป้องกันและการรักษา เพื่อที่จะสามารถชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะโรคที่ตรวจพบว่าค่าความดันโลหิตอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ คือ มีค่าความดันตัวบน (systolic: ค่าความดันเลือดในขณะที่หลอดเลือดหัวใจบีบตัว) สูงกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท และความดันตัวล่าง (diastolic : ค่าความดันเลือดในขณะที่หลอดเลือดหัวใจคลายตัว) สูงกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท ความดันโลหิตสูงมักจะพบร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของกลุ่มอาการผิดปกติทางเมตาบอลิซึม เช่น ไขมันในเลือดสูงหรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน มีภาวะเครียดเรื้อรัง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทั้ง โรคความดันโลหิตสูงอาจมีสาเหตุมาจากภาวะไตวาย เนื้องอกของต่อมหมวกไต โรคของต่อมไทรอยด์หรือต่อมพาราไทรอยด์ โรคทางเดินหายใจถูกอุดกลั้นขณะนอนหลับหรือการใช้ฮอร์โมนบางชนิด ในการรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรมีการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆที่เป็นผลมาจากความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนา ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ไตเสื่อมหรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และจอประสาทตาเสื่อมจากความดันโลหิตสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงเราควรดูแลตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม โดยการใส่ใจ 3 อ. คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1) อ.อาหาร กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพหรือ DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet) คือ ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียม ไขมันอิ่มตัว ไขมันรวมและคอเรสเตอรอลลง และเพิ่มการรับประทานที่มีใยอาหาร โปรตีน แคลเซียม แร่ธาตุต่างๆอย่างโปแตสเซียมและแมกนีเซียม ได้แก่ ผัก ถั่ว ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี (Whole Grains) ปลา ไขมันไม่อิ่มตัว และลดการบริโภคเนื้อแดง งดการรับประทานน้ำหวานและน้ำอัดลม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2) อ.ออกกำลังกาย ลดเวลานั่ง เพิ่มเวลายืน ยืดเวลาเดิน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ให้หัวใจ ปอด ระบบหมุนเวียนโลหิตแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักตัว และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-5 ครั้ง/สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3) อ.อารมณ์ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด นอกจากนี้ควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ฉะนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาใส่ใจสุขภาพ รู้จักออกกำลังกายให้เหมาะสม และรู้จักเสริม สร้างสุขภาพจิตที่ดีเป็นหนทางสู่การมีสุขภาพดี ย่อมช่วยให้ตัวเราห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114773</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 อ., 3 อ. ห่างไกลโรค, Atrial Fibrillation, DASH Diet, Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet, กรมการแพทย์, กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ, ขาดการออกกำลังกาย, นพ.เอนก กนกศิลป์, น้ำตาลในเลือดสูง, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต, ภาวะหัวใจล้มเหลว, สถาบันโรคทรวงอก, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, อ.ออกกำลังกาย, อ.อารมณ์, อ.อาหาร, โรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, โรคไขมันในเลือดสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128e831d2d15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 01:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองอธิบดีดับสลด วิ่ง&#039;มินิ&#039;หัวใจวาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสาธารณสุขเศร้า รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเสียชีวิตกะทันหันจากหัวใจวายขณะเข้าร่วมวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนที่อุทยานวีรชนค่ายบางระจันเมื่อเช้าวันอาทิตย์ อีกทั้งเกิดเหตุซ้ำรอยที่ระยองในงานวิ่งมินิมาราธอนเช่นกัน ชายวัย 54 ปี และ 30 ปี เสียชีวิตอีก 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ว่า นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ถิ่นวีรชน มินิฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ &amp;nbsp;4 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ณ อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี หมดสติระหว่างวิ่ง แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ณ ที่เกิดเหตุ และนำส่งถึงโรงพยาบาลค่ายบางระจัน เวลา 06.00 น. โดยคนไข้ไม่รู้สึกตัว ได้พยายามทำการฟื้นคืนชีพเพื่อช่วยชีวิต ด้วยการ CPR OnEtTube เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที และใช้เครื่องกระตุกหัวใจ 5 ครั้ง แต่คนไข้ไม่ตอบสนอง เสียชีวิตด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อเวลา 07.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศพของ นพ.อัษฎางค์ จะนำกลับกรุงเทพฯ ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเสมียนนารี และจะประกอบพิธีรดน้ำศพในวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ส่วนกำหนดการอื่นๆ อยู่ระหว่างการหารือของทางครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งนับเป็นการสูญเสียผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถสูง จึงขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว และยังกำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป นอกจากนี้ นายอนุทินยังให้กำลังใจผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค ซึ่งในฐานะ รมว.สาธารณสุข ชื่นชมและเคารพบทบาทของ นพ.อัษฎางค์เสมอ จึงหวังว่าทุกคนในครอบครัวสาธารณสุขจะก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ได้เกิดเหตุการณ์สลดในงาน &amp;quot;อาสาพาวิ่ง 2020&amp;quot; จัดโดยสมาคมอาสาสมัครประชาสงเคราะห์ จังหวัดระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหญิงและชายทุกวัยรวม 1,400 คน ใช้พื้นที่ภายในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) ท้องที่หมู่ 6 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เป็นจุดปล่อยตัว ระยะทางวิ่งแบ่งเป็นระยะ 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏมีนักวิ่งชาย 2 คน คือ นายนราสิฐ สันสมภาค อายุ 54 ปี ชาวบ้านอำเภอเมืองระยอง และนายสกานต์ จันธิยะ อายุ 30 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่วิ่งจากจุดปล่อยตัวออกมาได้ประมาณ 4 กม. เกิดมีอาการวูบล้มลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาแพทย์รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลปลวกแดง เมื่อถึงโรงพยาบาลส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน โดยมีแพทย์และพยาบาลช่วยกันยื้อชีวิตทั้ง 2 คนไว้ แต่ในที่สุดทั้ง 2 ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางโรงพยาบาลปลวกแดงจะได้ส่งร่างทั้ง 2 คนไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลระยอง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน (Heart attack) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในผู้ใหญ่ ซึ่งพบได้บ่อยตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุอาจเกิดได้จากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันชนิดเฉียบพลัน ส่งผลให้คนไข้มีอาการเจ็บหน้าอกบริเวณซีกซ้าย อาจจะมีร้าวไปที่แขนซ้ายหรือร้าวไปที่กราม ร่วมกับมีอาการเหงื่อออก มือเท้าเย็น วิงเวียน จะเป็นลม หมดแรง คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่อิ่ม ซึ่งผู้ป่วยที่เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล สาเหตุส่วนใหญ่เป็นผลมาจากหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน คือ การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วนลงพุง การบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเหล่านี้ด้วยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่และทุกเวลา เช่น ขณะออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งนอนหลับพักผ่อน ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการ แต่ยังรู้สึกตัวดีต้องรีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งหน้าจะต้องมีความรู้เรื่องการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และรู้จักการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (AED) ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เรียกว่าระบบช่องทางด่วน (fast track) ติดต่อได้ที่หมายเลข 1669 เพื่อนำส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเบื้องต้นและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จะต้องได้รับการรักษาทันที ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการสวนหัวใจเพื่อการทำบอลลูน ซึ่งมีระยะเวลาที่เป็นนาทีทอง 120 นาที ในการเปิดหลอดเลือดหัวใจ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ภายหลังการรักษาผู้ป่วยต้องรับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ด้วยการมาพบแพทย์ตามนัด ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก เวลาออกแรง เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อยนอนราบไม่ได้ ขาบวมกดบุ๋ม ให้รีบมาพบแพทย์ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85428</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอนก กนกศิลป์, นราสิฐ สันสมภาค, นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ, สกานต์ จันธิยะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc397857ce26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
