<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 พ.ค. เปิดลงทะเบียนรับวัคซีนกลุ่มบุคคลมีโรคประจำตัว-ผู้สูงอายุ 16 ล้านคน เริ่มฉีด มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;28 เม.ย.64 - เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข กล่าวในการแถลงข่าวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ว่า ในเดือนมิถุนายนนี้จะมีวัคซีนของแอสตราเซเนก้าเข้ามา 6 ล้านโดส และ ก.ค.อีก 10 ล้านโดส โดยจะเปิดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 16 ล้านคนลงทะเบียนฉีดวัคซีน โดยลงทะเบียนจองผ่านไลน์ OA &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot; ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ กระทรวงสาธารณสุขจะพัฒนาให้เป็น National Health platform ต่อไป โดยในอนาคตอาจจะเห็นการขอใบรับรองแพทย์ผ่านโรงพยาบาลของรัฐผ่านระบบเทคโนโลยีได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสาธิตกล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมด ตัวเลขทั้ง 16 ล้านคน กำลังทยอยเข้าสู่ระบบ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง คาดว่าประมาณ 5% เช่น บางส่วนข้อมูลตกหล่นในคลินิกเอกชน ข้อมูลจึงยังไม่มีตรงนี้ หรือบางส่วนอาจจะยังไม่มีข้อมูลในรพ. แต่ 5% นี้จะถูกแก้ไขให้นําเข้าข้อมูลอย่างครบถ้วน ส่วนประชาชนที่ไม่ได้อยู่ใน 16 ล้านโดส จะได้รับการจัดสรรในเดือนถัดๆไปจนครบการรับวัคซีนในเดือน ธ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าคนไทยทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน เป็นไปตามความสมัครใจ ซึ่งการจัดกลุ่มเป้าหมายจะมีการบริหารจัดการทั้งหมดแบ่งเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 1.2 ล้านคน กลุ่มที่ 2 บุคลากรด่าน หน้า 1.8 ล้านคน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะได้รับครบถ้วนภายในเดือน พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่ 3 คือบุคคลที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค จำนวน 4.3 ล้านคน คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดสมอง มะเร็งทุกชนิด เบาหวาน และ โรคอ้วน กลุ่มที่ 4 ผู้สูงอายุ จำนวน 11.7 ล้านคน โดย 2 กลุ่มนี้รวม 16 ล้านคน ที่จะได้รับวัคซีนในเดือน มิ.ย. -​ก.ค.นี้ การที่ให้ 2 กลุ่มนี้ก่อน เพราะข้อมูลการเสียชีวิตทุกรายพบว่ามีโรคประจำตัวหรือเป็นผู้สูงอายุ ขณะที่วัคซีนในการศึกษายืนยันว่าช่วยลดการเสียชีวิตช่วยลดการนอนโรงพยาบาล ดังนั้น 2 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เรา ต้องดูแลก่อนเพื่อไม่ให้มีการสูญเสียและเจ็บป่วยหนัก ระบบสาธารณสุขก็จะสามารถเดินต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;ขณะนี้ทุกโรงพยาบาลได้นํารายชื่อผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจําตัว ขึ้นในระบบไลน์หมอพร้อมแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้จองคิวตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้เป็นต้นไป โดยการจองคิวนั้นให้ประชาชนเพิ่มเพื่อนในไลน์หมอพร้อม โดยต้องกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักให้ถูกต้อง จากนั้นทำการจองวัคซีนโควิด-19 ตามเวลาที่สะดวก โดยกดเมนูจองฉีดวัคซีนโควิด-19 อาจจะเป็นรพ.ที่รักษาตัวอยู่ หรือเป็นรพ.ใน ภูมิลำเนา หรืออาจจะเป็นสถานที่เช่น ศูนย์การค้าตามที่จังหวัดต่างๆที่จัดตั้งขึ้น โดยสามารถจองคิวให้คนในครอบครัวได้ เช่น เป็นโทรศัพท์ของลูก สามารถกดเพิ่มบุคคลอื่น ใส่ข้อมูลส่วนตัว และจองให้พ่อแม่ได้ ส่วนในภูมิภาค หรือคนที่ไม่มีโทรศัพท์สามารถจองคิวได้ผ่านอสม. หรือรพ.ใกล้บ้าน หรือโทรศัพท์ไปจอง หรือรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลในหมู่บ้านก็ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มที่ 5 คนอายุ 18-59 ปี จำนวน 31 ล้านคน จะได้ฉีดในเดือน ส.ค. เป็นต้นไป โดยเปิดจองในวันที่ 1 ก.ค. แต่ถ้าช่วงนี้รัฐบาลสามารถจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมได้เช่น วัคซีนบางตัวเหมาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือเหมาะสำหรับกลุ่มอายุ 12-18 ปี ก็จะสามารถเสริมเข้าไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นพ.โสภณ เมฆธน, วัคซีนโควิด, สาธิต ปิตุเตชะ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049e95447baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เผยผู้ติดเชื้อโควิดรอบใหม่ชายเสียชีวิตมากกว่าหญิง3เท่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.64-นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อมูลที่น่าสังเกตในกลุ่มผู้เสียชีวิตในการระบาดระลอกใหม่ว่า เป็นผู้ชายมากถึง 22 ราย สูงกว่าผู้หญิงที่พบเพียง 7 ราย ในขณะที่ผู้ที่มารับการฉีดวัคซีนกลายเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ชายในพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว เข้ารับการฉีดวัคซีนทันทีเมื่อได้รับการติดต่อนัดหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการเสียชีวิต และลดการป่วยที่ต้องนอนในโรงพยาบาล สามารถดูแลคนในครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96784</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เมฆธน, สธ., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056f6d5a0200.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง&quot;เพิ่มมาตรการทดสอบ &quot;ผู้ขับขี่ที่สงสัยว่าดื่มแอลกอฮอล์  ในช่วงสงกรานต์ 10 – 16 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64- นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 1/2564 โดยคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้เสนอให้ประสานงานกับศบค. เพื่อกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ให้ปลอดภัยจากโควิด 19 และอุบัติเหตุทางถนน (Free Alcohol Free Covid-19) โดยกำหนดให้สถานที่จัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ต้องไม่มีการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานที่จัดงาน และมีจุดสกัดเพื่อคัดกรองผู้ดื่มแล้วขับ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;ldquo;ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ฯ เห็นชอบให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด/กทม. ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด สรรพสามิต และฝ่ายปกครอง จัดทำแผนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุทางถนน บูรณาการร่วมกับแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เน้นการห้ามขายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ห้ามขายในลักษณะการลด แลก แจก แถม ให้แลกเปลี่ยนกับสิ่งอื่น รวมถึงการเสนอสิทธิการรับชมการแสดง การชิงโชค ชิงรางวัลด้วย ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ดื่ม เริ่มรณรงค์ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาล ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ&amp;rdquo; เน้นผู้ขับขี่ยานพาหนะ ให้งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากกว่า 6 ชั่วโมงก่อนขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มมาตรการทดสอบ ผู้ขับขี่ที่สงสัยว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ณ ด่านชุมชน ในช่วง 10 &amp;ndash; 16 เมษายน 2564 กรมคุมประพฤติคัดกรองผู้ถูกคุมความประพฤติความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา และส่งต่อผู้ถูกคุมความประพฤติทุกรายที่ยินยอมเข้ารับการบำบัดที่สถานพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ในกรณีที่พบผู้บาดเจ็บอุบัติเหตุทางถนนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และสงสัยว่าดื่มสุรา ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ทางลมหายใจผู้บาดเจ็บทุกราย หากผู้บาดเจ็บไม่สามารถเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ทางลมหายใจได้ ให้ส่งเจาะเลือดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ทันทีที่พบอุบัติเหตุ หรือภายใน 4 ชั่วโมงหลังการเกิดอุบัติเหตุ และดำเนินการกับสถานที่ที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ ส่งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ 2558 - 2562 พบว่า มีอุบัติเหตุทางถนน เฉลี่ย 3,514 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 400 ราย ผู้บาดเจ็บเฉลี่ย 3,672 ราย สาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับเฉลี่ยร้อยละ 38.67 แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2563 มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และทุกจังหวัดมีประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับลดลง โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้น 1,307 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1,260 ราย เสียชีวิต 167 ราย เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2558 - 2562 พบว่า เกิดอุบัติเหตุลดลง 2,207 ครั้ง (ร้อยละ 62.81) บาดเจ็บลดลง 2,412 ราย (ร้อยละ 65.69) และเสียชีวิตลดลง 233 ราย (ร้อยละ 58.23)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95760</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, #เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ, นพ.โสภณ เมฆธน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049e95447baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจงฉีดวัคซีนโควิดระยะแรกยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนจองหรือขอรับวัคซีนที่ รพ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโควิด 19 กล่าวว่า การบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ตั้งเป้าให้คนไทยทุกคนได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ในระยะแรกที่วัคซีนมีจำกัด จะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เสี่ยงก่อน โดยวัคซีนโควิด 19 ของซิโนแวคที่ได้รับมา 2 แสนโดสแรก ได้กระจายไปยังพื้นที่เสี่ยงใน 13 จังหวัดแล้ว โดยจะฉีดใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ประชาชนที่เป็นโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการบำบัด เบาหวาน และโรคอ้วน 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามหลักระบาดวิทยา เช่น พื้นที่ที่พบการระบาดของโรคจำนวนมาก เพื่อลดความรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิต เช่น ตลาดพรพัฒน์ จ.ปทุมธานีที่มีการระบาด เป็นต้น 3.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน และ 4.บุคลากรอื่นๆ ที่เป็นด่านหน้า เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย รวมถึง อสม. &amp;nbsp;โดยจะฉีดให้ 1 แสนคน คนละ 2 โดส ฉีดห่างกัน 21 วัน คาดว่าจะฉีดครบถ้วนทั้ง 2 เข็มภายใน 1 เดือนครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โรงพยาบาลจะเป็นผู้กำหนดกลุ่มเป้าหมายและจัดลำดับการได้รับวัคซีนก่อน-หลัง ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และจะติดต่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้าเกณฑ์เพื่อนัดหมายฉีดวัคซีน ดังนั้น ประชาชนใน 13 จังหวัดที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 ขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; เพื่อตรวจสอบรายชื่อ รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน และติดตามอาการภายหลังรับการฉีดวัคซีน สำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอสม.ติดตามชี้แจง ขอย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขยังไม่เปิดรับการลงทะเบียนจองคิว หรือไปขอรับการฉีดด้วยตนเอง หากประชาชนสงสัยว่าจะได้รับวัคซีนเมื่อไร ให้ตรวจสอบว่าตนเองอยู่ในจังหวัดที่ได้รับวัคซีน และเป็นกลุ่มเป้าหมายในระยะแรกหรือไม่ โดยโทรสอบถามโรงพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94779</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนโควิด, นพ.โสภณ เมฆธน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e1cf027cb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ. เผยชุด PPE รุ่น “เราสู้” แบบซักใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง ผ่านฉลุยการทดสอบจากศูนย์วิเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มิ.ย.63- นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) เปิดเผยว่า ชุด PPE แบบเสื้อคลุมแขนยาวกันน้ำชนิดซักใช้ซ้ำได้ &amp;nbsp;(Reusable Isolation Gown) &amp;nbsp;รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; ที่ได้ตัดเย็บเป็นชุด และผ่านการตรวจมาตรฐาน จากศูนย์วิเคราะห์ทดสอบ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเรียบร้อย และดำเนินการตรวจรับแล้ว จำนวน 46,898 ชุด ( เดิมกำหนดไว้ 44,000 ) และได้เริ่มทยอยจัดสรรและจัดส่งให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว จำนวน 41,950 ชุด โดยได้กระจายไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 33,250 ชุด โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย (Uhosnet ) 5,200 ชุด โรงพยาบาลนพรัตน์ 2,000 ชุด กรมควบคุมโรค 500 ชุด และสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร 1,000 ชุด ส่วนที่เหลือศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ในภาวะโควิด-19 จะดำเนินการจัดสรร กระจายให้โรงพยาบาลต่างๆ ต่อไป โดยชุด PPE รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; นี้ สามารถซักและใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง &amp;nbsp;ทำให้คาดว่าจะสามารถนำมาใช้ทดแทน ชุด PPE ชนิดที่ใช้ครั้งเดียวได้มากกว่า &amp;nbsp;937,960 ชุด / ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประธาน บอร์ด อภ. กล่าวต่อไปว่า ชุด PPE รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; นี้ มีคุณสมบัติกันน้ำได้เป็นไปตามมาตรฐาน ANSI/AAMI PB70 ในระดับ 2 (Level 2) และสามารถระบายอากาศได้ดี &amp;nbsp;โดยตัดเย็บเป็นชุด Isolation gown เป็นผ้าชิ้นเดียวไม่มีตะเข็บข้าง การเย็บเป็นลักษณะกุ๊น (Piping Seam) และด้ายที่ใช้เย็บเป็นด้ายกันน้ำ ชุดสามารถกันน้ำได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทั้งตัวเสื้อและตะเข็บ ตัดเย็บด้วยผ้าชนิดโพลีเอสเตอร์ (Polyester) 100% เคลือบสารที่มีคุณสมบัติทำให้ผ้ากันน้ำได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ชุดได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติของเนื้อผ้าและตะเข็บหลังซัก 20 ครั้ง โดยสามารถป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดันได้ (Hydrostatic pressure) มากกว่าหรือเท่ากับ 20 cmH2O ตามมาตรฐาน AATCC 127 ป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่แรงดันกระแทก (Water impacting penetration) &amp;nbsp;น้อยกว่าหรือเท่ากับ &amp;nbsp;1 กรัม ตามมาตรฐาน AATCC42&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การซักชุด PPE แบบซักใช้ซ้ำได้นี้มีข้อแนะนำให้ซักด้วยอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส พร้อมใส่ผงซักฟอก และ Sodium hypochlorite 0.1% เพื่อฆ่าเชื้อโรค นาน 15 นาที แล้วอบแห้งด้วยอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 60 นาที และห้ามใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ส่วนโรงพยาบาลต่างๆ นั้นสามารถปรับกระบวนการซักได้ตามมาตรฐานหรือแนวทางการซักผ้าของแต่ละโรงพยาบาลได้ โดยมีข้อห้ามที่สำคัญและขอย้ำคือ ห้ามใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารเคลือบกันน้ำมีประสิทธิภาพกันน้ำลดลง และหลีกเลี่ยงการซักในสภาพที่รุนแรงและอุณหภูมิที่สูงกว่า 60 องศาเซลเซียส หากใช้วิธีการซักที่เหมาะสมจะทำให้ชุด PPE รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; ยังคงมีประสิทธิภาพต่อไป &amp;quot;นพ.โสภณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดPPE, นพ.โสภณ เมฆธน, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee74c652d726.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.จัดส่งหน้ากาก  N95ชุดPPE ให้รพ.ทั่วปท.แล้วเผยต้องเตรียมยาฟาวิพิราเวียร์ 1 ล้านเม็ด ให้ใช้ได้ถึงสิ้นปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10เม.ย.63-นพ. โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า จากงบรัฐบาลที่สนับสนุนจำนวน 1,500 ล้านบาท ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หน้ากาก N95 ชุด PPE ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ &amp;nbsp;รวมทั้ง ยาที่ใช้ในการรักษาโรคโควิด -19 &amp;nbsp; ส่วนชุด PPE และหน้ากาก N95 จะถูกจัดส่งไปยังโรงพยาบาลที่มีป่วยจำนวนมากก่อน ดังนั้นเมื่อได้รับหน้ากาก N 95 จากบริษัท 3M จำนวน 2 แสนชิ้น ก็จะมีการจัดสรรไปตามการประมาณการตามจำนวนของผู้เข้าข่ายติดเชื้อและลักษณะของระดับอาการของผู้ป่วยของโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งจะพิจารณาใช้ใน 2 กรณีหลัก คือ กรณี PUI Case : Patients under investigated &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ต้องสอบสวนโรคและเฝ้าระวัง จะใช้ประมาณ 5 ชิ้น/ Case/วันหรือครั้ง และกรณี Confirmed Case ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อ COVID-19 &amp;nbsp;ใช้ประมาณ 15 ชิ้น/Case/วันหรือครั้ง&amp;nbsp;
ทั้งนี้หน้ากาก N95 ที่จะได้รับภายในเดือนนี้อีก 2.6 แสนชิ้น จากบริษัท สยามโคเคน ก็ยังคงต้องหาเพิ่มขึ้น ตามที่ อย.ได้มีการประมาณการไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่า ความต้องการในการใช้หน้ากาก N95 นั้นอยู่ที่ 4-5 แสนชิ้น/เดือน ในส่วนของหน้ากากอนามัย ที่ได้รับโคว้ต้าจากกระทรวงพาณิชย์วันละ 1.5 ล้านชิ้น ก็ได้จัดสรรกระจายไปทั่วทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันในวันนี้ยังได้มีการจัดส่งหน้ากาก face mask N95 &amp;nbsp;เพิ่มอีกจำนวนกว่า 51,200 ชิ้น และชุดป้องกันตนเอง PPE แบบ Protective suits จำนวนกว่า 1 หมื่นชุด &amp;nbsp;ที่ได้รับบริจาคจากมูลนิธิแจ็ค หม่า และมูลนิธิอาลีบาบา ให้แก่ 79 โรงพยาบาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับชุด PPE ที่ไม่ได้มีการผลิตในประเทศ ยังคงนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีการเตรียมนำเข้าจากประเทศเวียดนามจำนวน 3.5 แสนชุด โดยในเดือนเมษายนจะมีเข้ามาจำนวน 1.5 แสนชุด และเดือนพฤษภาคมอีก 1 แสนชุด ดังนั้นต้องหาทางพึ่งตัวเองโดยได้ร่วมร่วมกับสถาบันสิ่งทอไทยในการผลิตชุด PPE ใช้เองเป็นชุดผ้า ที่ต้องเทียบเท่าคุณภาพ ชุดPPE &amp;nbsp;โดยจะมีการใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% เคลือบสารกันน้ำ ซึ่งได้รับรายงานว่ามีผ้าในสต๊อกที่สามารถตัดเย็บได้ 40,000 ชุด ขณะนี้อยู่ระหว่างตัดชุดต้นแบบเพื่อทดสอบคุณภาพความทนต่อแรงดันน้ำในระดับปกติที่ 200 มิลลิเมตรน้ำ &amp;nbsp;ทั้งนี้ชุดที่ตัดขึ้นหากผ่านการทดสอบคุณภาพและการซัก20-30 ครั้งแล้ว จะทำให้ไทยมีชุดป้องกันทดแทนได้ถึง 800,000 ชุด/ครั้ง ซึ่งจะนำมาใช้กับภารกิจดูแลผู้ป่วยที่ไม่ใช่ผู้ป่วยหนักที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจได้อีกดวย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในแผนระยะยาวการจัดหาหน้ากาก N95 จะต้องจัดหาให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา แม้ว่าขณะนี้จะสามารถจัดซื้อหน้ากาก N 95 และชุด PPE ได้ให้มีใช้อย่างเพียงพอต่อเนื่อง ซึ่งหากมีผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองจาก อย. &amp;nbsp;สามารถติดต่อที่ฝ่ายบริหารพัสดุและกระจายผลิตภัณฑ์ โทร 02-203-8960 และ 02-203-8380 เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับการจัดซื้อจัดหาตามกระบวนการต่อไป ​&amp;quot;ประธานอภ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวถึง &amp;nbsp;ในส่วนการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งเป็นที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับรักษาผู้ติดเชื้อโควิด -19 เป็นตัวยาชนิดเดียวที่ไทยต้องทำการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ซึ่งตอนนี้มีใช้ในประเทศ 2.8 แสนเม็ด เตรียมสำรองจัดซื้อจากจีนเพิ่มอีก 2-4 แสนเม็ด ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ในละวัน ซึ่งในเดือนพฤษภาคมคาดว่าต้องใช้ประมาณกว่า 3 แสนเม็ด &amp;nbsp;ดังนั้น ยังคงต้องหาสำรองให้ได้ 1 ล้านเม็ดเพื่อให้ใช้ได้ถึงสินปีนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ก็ได้มีการทำการวิจัยทดลองในการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อมาผลิตยาชนิดนี้ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62761</URL_LINK>
                <HASHTAG>#PPE, N95, นพ.โสภณ เมฆธน, ฟาวิพิราเวียร์, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e90698031d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ห้ามขายเหล้า 10-20เม.ย.สกัดรวมกลุ่มดื่มสงกรานต์เพิ่มติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; พระราชทานถุงพระราชทานแก่ประชาชนในชุมชนแออัดสู้ภัยโควิด-19 ตั้งแต่ 5 เม.ย. ยังความปลื้มปีติแก่พสกนิกรเป็นล้นพ้น &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประชุม ศบค. ยันไม่มีปรับเวลาเคอร์ฟิวเพิ่ม สั่งเร่งพีอาร์ทำความเข้าใจทุกมาตรการ คนไทยติดเชื้อเพิ่ม 54 ราย ทำยอดรวมอยู่ 2,423 ราย ผู้ป่วยสูงอายุเสียชีวิตอีก 2 ราย หมอทวีศิลป์แจงยังไม่น่าพอใจ ย้ำรักษาระยะห่างช่วงสงกรานต์ เล็งหางบอุดหนุนให้คนไทยอยู่ต่างประเทศต่อ หลังตัวเลขจ่อเข้าไทยพรึ่บ &amp;ldquo;กทม.&amp;rdquo; สกัดปาร์ตี้สาดน้ำ ออกประกาศห้ามขายเหล้าตั้งแต่ 10-20 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่ชุมชนแออัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานถุงพระราชทานแก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแออัดในเขตต่างๆ ของ กทม. ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2563 โดยมีจิตอาสาพระราชทานและประชาชนจิตอาสา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐและเอกชน ร่วมช่วยบรรจุสิ่งของพระราชทาน และเชิญไปมอบแก่ประชาชน โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน ได้เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนในพื้นที่เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 41 ชุมชน อาทิ ชุมชนมัสยิดบางอ้อ, ชุมชนวัดดาวดึงษาราม, ชุมชนวัดเทพนารี, ชุมชนวัดพระยาศิริไอสวรรค์, ชุมชนบ้านญวน, ชุมชนซอยจรัญสนิทวงศ์ 72, ชุมชนวัดภคินีนาถ เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ยังความปลื้มปีติแก่ประชาชนและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังกระทรวงต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ครบ 1 สัปดาห์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังลงนามคำสั่งแต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการคมนาคมและขนส่งทั่วราชอาณาจักรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุม นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ทุ่มเทเสียสละ อดทนเพื่อการทำงานสำคัญครั้งนี้ ขอให้กำลังใจ และเข้าใจดีว่าการทำงานเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ ประชาชนทั้งประเทศ ย่อมมีความยากลำบาก และเต็มไปด้วยอุปสรรค อาจมีทั้งผู้ที่มีเจตนาบริสุทธิ์ทั้งดีและไม่ดี จึงขอให้ทุกคนอดทน สร้างความเข้าใจชี้แจงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ก่อนมีมาตรการใดๆ ออกมา
โอ่ไทยอัตราตายต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยว่า ต้องทำให้เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ผ่านระบบการกักตัวทั้ง State Quarantine และ Home Quarantine เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมจัดการ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และให้ความร่วมมือการคัดกรอง โดยกักกันต้องเข้มงวด ส่วนการประกาศเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. ยังไม่ปรับอะไรเพิ่มเติม ขอดำเนินการตามมาตรการที่ประกาศไปก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานเพื่อแจ้งให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องทราบ ประเด็นที่เกี่ยวกับหน้ากากอนามัย หน้ากากอนามัยแบบปกติ ผลิตได้เพิ่มเป็น 2 ล้านชิ้นต่อวันแล้ว คิดว่าด้วยจำนวนการผลิตเท่านี้จะลดปัญหาขาดแคลนได้บ้าง ส่วนหน้ากาก N95 และชุด PPE ยังมีปัญหาต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งดำเนินการ&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุม สธ.ได้รายงานว่าถึงการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ รวมถึงการค้นหาผู้ป่วย และกำหนดจุดเสี่ยง พร้อมทั้งระบุว่าไทยมีอัตราการเสียชีวิต 1.26%, อิตาลี 12.63%, อังกฤษ 11.03% ถือว่าไทย ซึ่งนายกฯ สั่งให้ควบคุมการดำเนินการให้ดียิ่งขึ้นให้จำนวนลดลงได้ ด้านจัดการคัดกรองและระบบกักตัวเพื่อเฝ้าระวัง ขอให้ทุกหน่วยงานจัดการโดยผ่านการบริหารแบบบูรณการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง ให้ทยอยเดินทางกลับ เพื่อรัฐบาลจะได้จัดระบบที่เหมาะสมรองรับ พร้อมให้แบ่งการเดินทางของคนเข้าประเทศเป็น 2 ประเภท คือคนไทยที่เดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเสี่ยง และชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ต้องผ่านกระบวนการ State Quarantine ที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการดูแลคนไทยที่พักอาศัยในต่างประเทศ แม้ไม่ประสงค์เดินทางกลับประเทศก็ต้องดูแลให้ดี และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเตรียมการร่วมกันด้านการจัดการ State Quarantine และขอให้บันทึกแนวทางการรักษา การเตรียมรับมือสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ ไว้ เพื่อเป็นประวัติศาสตร์และเป็นแนวทาง หากเกิดโรคระบาดใหม่ สิ่งที่บันทึกจะเป็นเสมือนคู่มือในการดำเนินการ รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ข้อยกเว้นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้าย นายกฯ ได้ขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายในทุกระดับ ที่มีส่วนร่วมมือสานต่อการทำงานอย่างเรียบร้อยในแต่ละด้าน สิ่งสำคัญคืออย่าให้สิ่งที่มีการสื่อสารตีความผิดพลาดถูกนำออกไปเป็นประเด็นทางการเมือง ให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกหน่วยงานมีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และให้โฆษกกระทรวงต่างๆ ชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเอง ควบคู่ไปกับการแถลงสถานการณ์ของโฆษก ศบค.ในแต่ละวัน&amp;nbsp;
ยืนเคอร์ฟิวเท่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 12.30 น. ภายหลังประชุม ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามสื่อสั้นๆ ถึงการขยายเวลาประกาศเคอร์ฟิวจากเดิมหรือไม่ว่า &amp;quot;ยังๆ&amp;quot; ก่อนชูมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้สื่อมวลชน และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในที่ประชุมขอบคุณและชื่นชมทุกหน่วยงานที่ทำงานป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสั่งให้ดูแลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ได้ไปตรวจเยี่ยมโรงแรมภัทรา พระราม 9 ซึ่งใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐ เพื่อดูการทำงานและข้อติดขัดต่างๆ จึงอยากให้คนไทยเข้าใจว่าการที่โรงแรมต่างๆ มาช่วยเช่นนี้เป็นเรื่องดี เพื่อรองรับคนไทยที่จะเดินทางกลับมา หลังจากนี้จะปรับห้องพักจากห้องละ 2 คน ให้เหลือห้องละ 1 คน เพื่อให้มีมาตรฐานมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า นายกฯ ยังได้กำชับการดำเนินการใน 6 ประเด็น ได้แก่ 1.การชี้แจงข้อมูลกับประชาชนให้เข้าใจถึงมาตรการต่างๆ ที่ออกมาต่อเนื่อง 2.การบริหารจัดการข้อมูลที่มีจำนวนมากและหลากหลายให้จัดระเบียบเพื่อนำมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจอออกมาตรการต่างๆ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ 3.การเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยที่ต้องมีสถานกักตัวในส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งต้องจริงจังและเข้มงวด โดยในส่วนของ กห.มีที่พัก 2,037 ห้อง ซึ่งยังไม่เพียงพอ กำลังจะเพิ่มให้ได้ 3,500 ห้อง ส่วน มท.มีสถานที่กักตัวของรัฐในต่างจังหวัด 460 แห่ง พักได้ 13,000 คน นายกฯ สั่งให้บูรณาการทำงานกัน 4.รัฐบาลยังไม่ปรับหรือขยายเวลาเคอร์ฟิว แต่ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ แต่จะมีการผ่อนปรนให้ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กำลังรวบรวมอาชีพต่างๆ ให้เป็นกลุ่มก้อนเพื่อนำเสนอและอนุมัติเพิ่มเติมในทีเดียว ซึ่งมีกว่า 30 อาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.หน้ากากอนามัย ขณะนี้ได้คลี่คลายปัญหาไปแล้ว ต้องจัดหาให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อน ส่วนประชาชนสามารถใช้หน้ากากผ้าได้ โดย มท.ได้จัดหาแล้ว 50 ล้านชิ้น กระทรวงอุตสาหกรรม 20 ล้านชิ้น ขณะนี้ถึงมือประชาชนแล้ว ส่วนหน้ากากอนามัย N95 ที่สั่งซื้อไป วันนี้มาถึงไทยแล้ว 203,520 ชิ้น และยังมีข่าวดีว่าจากการวิจัยหน้ากากดังกล่าวสามารถนำมาใช้ซ้ำได้รวม 4 ครั้ง ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะนี้นำเข้ามาแล้ว 187,000 เม็ด ใช้ไปเพียง 4.6 หมื่นเม็ด คงเหลือ 1.3 แสนเม็ด ยืนยันถ้าไม่มีผู้ป่วยเพิ่มมีเพียงพอแน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ป่วย ที่ประชุม ศบค.ยังพูดถึงเรื่องโรงพยาบาลสนามสำหรับรองรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เรามีโรงพยาบาลสนามใน กทม.และปริมณฑล 98 แห่ง ปริมาณเตียงไอซียูที่ต้องการเพิ่ม 80 เตียง ซึ่งนายกฯ ได้สอบถามถึงงบประมาณและจะบูรณาการมาให้ ส่วนเครื่องช่วยหายใจเมื่อได้รับพระราชทานมาก็ถือว่าเพียงพอ และ 6.มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;
ป่วยเพิ่มอีก 54 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในไทย ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54 ราย ยอดสะสม 2,423 ราย ใน 67 จังหวัด หายป่วย 940 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เสียชีวิตสะสม 32 ราย โดยรายที่ 31 เป็นชายชาวฝรั่งเศส อายุ 74 ปี เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. มีอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลใน จ.ชลบุรี มีอาการปอดอักเสบ ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ต่อมาวันที่ 7 เม.ย. มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตในวันเดียวกัน รายที่ 32 เป็นชายไทย อายุ 82 ปี เริ่มป่วยวันที่ 25 มี.ค. มีไข้อุณหภูมิ 38.5 ไอ เหนื่อย และเข้ารักษาในโรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ จากนั้นวันที่ 30 มี.ค. มีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่รู้สึกตัว และเสียชีวิตในวันที่ 8 เม.ย. โดยทั้งสองรายเป็นผู้สูงอายุ ทั้งนี้ จังหวัดที่มีอัตราผู้ป่วยเมื่อเทียบกับประชากรในจังหวัดนั้นๆ และมีตัวเลขที่สูง อันดับ 1 คือภูเก็ต รองลงมาคือ กทม. ยะลา นนทบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวเลขผู้ป่วย 54 คนวันนี้ เรายังไม่พึงพอใจ ยังต้องเข้มงวดทุกมาตรการ ทั้งส่วนตัวและสังคม อย่ากะพริบตาเลยทีเดียว ในส่วนจำนวนบุคลากรทางแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ย้อนกลับไปตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง 8 เม.ย. พบว่าติดเชื้อทั้งสิ้น 80 ราย แบ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาล และพยาบาล 36 ราย เป็นแพทย์ 16 คน ในจำนวนนี้ติดเชื้อจากโรงพยาบาล 50 คน ติดในชุมชน 18 คน อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 12 คน คนกลุ่มนี้จึงต้องระวัง ถ้าติดโรคขึ้นมาจะกระทบต่อการให้บริการประชาชน&amp;rdquo;
นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ว่ากระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ออกประกาศเรื่องแนวทางที่เกี่ยวกับการปฏิบัติแล้ว เช่น งดเว้นการจัดสงกรานต์ในทุกระดับ งดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำเนา งดเว้นการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในทุกกรณี งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก ถ้าจะสืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน แสดงความกตัญญูด้วยการกราบไหว้โดยเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร เพราะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยง หรือขอพรทางออนไลน์ก็ช่วยได้&amp;nbsp;
โฆษก ศบค.ยังกล่าวถึงผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงประกาศเคอร์ฟิวเมื่อคืนวันที่ 8 เม.ย. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 9 เม.ย. โดยมีด่านตรวจ 926 จุด มีการฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 1,221 ราย รวมกลุ่มมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ 114 ราย มีการดำเนินคดี 1,204 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้น แสดงมีว่าการละเมิดกันมากขึ้น จึงขอให้ช่วยกันให้ตัวเลขลดลง ซึ่งถ้าจะดูตัวอย่างตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง อยากให้ดูประเทศเยอรมนี เพราะคนของเขามีระเบียบวินัย ให้ความร่วมมือ แตกต่างจากคนไทย ที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่าทำอะไรตามใจคือไทยแท้ ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ไม่อยากให้เอาไปเป็นวัฒนธรรม จึงขอให้อยู่ในระเบียบวินัยกันอย่างเคร่งครัด
จัดงบให้อยู่ ตปท.ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ในที่ประชุม ศบค.มีการหารือเรื่องมาตรการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยกันนานมาก โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) รายงานว่ามีคนไทยรอกลับประเทศโดยทางเครื่องบิน 5,453 ราย ส่วนที่ด่านพรมแดนมีประมาณ 14,664 ราย เข้ามาแล้ว 12,771 ราย ซึ่งนายกฯ อยากให้การเข้ามาพอเหมาะกับศักยภาพที่จะดูแลเพียงพอคือ 200 คนต่อวัน เพื่อทำให้เราจัดหาที่พักได้ ยืนยันเรายินดีต้อนรับคนไทยทุกคน แต่ถ้าเห็นคิวยาว มีศักยภาพที่จะอยู่ต่างประเทศได้ ก็ขอให้อยู่ต่อไปก่อน เพราะการเดินทางจะมีความเสี่ยง หากใครจำเป็นต้องกลับก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กักตัวก่อนเดินทาง 14 วัน มีใบรับรองแพทย์ เมื่อถึงไทยต้องกักตัว 14 วัน ส่วนใครที่อยู่ต่างประเทศแล้วเดือดร้อน รัฐจะหาจัดงบประมาณเพื่อให้อยู่อาศัยตรงนั้นได้ เพราะรัฐสนับสนุนให้อยู่กับพื้นที่ก่อน ส่วนจะให้การช่วยเหลือเท่าไรนั้น กำลังคิดกันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งในช่วงนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์ แม้ว่ารัฐบาลจะยกเลิกกิจกรรมและวันหยุดแล้ว แต่ในบางครอบครัวอาจมีกิจกรรมเล็กๆ ในเครือญาติ เพื่อรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุในการได้รับเชื้อโควิด-19 ได้ จึงขอให้ประชาชนงดกิจกรรมดังกล่าว งดการเดินทางกลับภูมิลำเนา ลดการรวมกลุ่มใกล้ชิด หากผู้อยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้สูงอายุ จะกราบและขอพร ควรเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ส่วนเครือญาติที่อยู่ไกลกัน ควรใช้การโทรศัพท์มาขอพร ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยยังกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคจำนวนมาก สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เป็นช่องทางหนึ่งในการสอบถามข้อมูล ข้อสงสัย ความรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงแจ้งผู้ที่มีอาการป่วยเข้าเกณฑ์สงสัย จึงเพิ่มจำนวนคู่สายด่วนจาก 30 คู่สาย เป็น 60 คู่สาย และยังเพิ่มช่องทางโซเชียลมีเดียที่หลากหลาย ได้แก่ h ttps://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ ช่องทาง Twitter, Facebook, Line official, Tik Tok, Instagram &amp;ldquo;ไทยรู้ สู้โควิด&amp;rdquo; และ Line official ChatBot 1422 &amp;ldquo;Kor-Ror-OK&amp;rdquo; และ Line@รู้กันทันโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีมีข่าวระบุว่าพบคนไข้โควิด-19 ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่หายดีแล้วกลับมาป่วยซ้ำ ว่าจากการดูประวัติไม่น่าติดเชื้อซ้ำ แต่เพื่อความปลอดภัย จึงให้คนไข้ไปนอนในหอผู้ป่วยเพื่อดูอาการต่อไป
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีเด็กทารกติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากมารดา ว่าการรักษาจะไม่แตกต่างจากผู้ป่วยรายอื่นๆ เพียงแต่ต้องเว้นระยะห่างระหว่างเด็ก และแม่ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเด็กรายนี้อาการดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ยังระบุถึงกรณีที่ในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคใต้มีผู้ติดเชื้อในจำนวนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า การดูแลตามมาตรการต่างๆ ต้องประสานกันระหว่างมาตรการของ สธ.และจังหวัดนั้นๆ ซึ่งในส่วนของ จ.ภูเก็ต ตอนนี้มีทีมจากพังงาและนครศรีธรรมราช ได้เข้ามาช่วยสอบสวนและควบคุมโรค โดยเมื่อพบผู้ป่วย 1 คน และทราบตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด ก็จะมีการติดตามทุกคนและนำไปสอบสวนโรคทันที ส่วนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม มั่นใจว่าทุกจังหวัดมีการปฏิบัติตามอย่างเข้มข้น รวมถึงในเรื่องของการลดเคลื่อนย้ายบุคคลจำนวนมาก&amp;nbsp;
10-20 เม.ย.ห้ามขายเหล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาหน้ากากอนามัย N95 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ.ได้เจรจาขอแบ่งหน้ากาก N95 จากบริษัท สยาม โคเค็น จำกัด เป็น 50% หรือ 3 แสนชิ้นต่อเดือน หลังจากที่เจรจาขอแบ่งสำเร็จแล้ว 40% ซึ่งหากได้มาก็จะทำให้เรามีสต๊อกหน้ากาก N95 เพิ่มขึ้น โดยไทยต้องการจะสต๊อกหน้ากากอนามัยทั้งหมด 2 ล้านชิ้น เพื่อนำมาใช้ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า โดยได้สั่งซื้อจากบริษัท 3M จำนวน 400,000 ชิ้น ได้รับแล้ว 60,000 ชิ้น ล่าสุดในวันที่ 10 เม.ย.จะส่งให้อีก 200,000 ชิ้น ส่วนภายในวันที่ 15 เม.ย. บริษัท สยามโคเค็นฯ จะส่งให้ อภ.อีก 100,000 ชิ้น และวันที่ 30 เม.ย.อีก 160,000 ชิ้น ส่วนวันที่ 27 เม.ย. ที่สั่งจากจีนก็จะมาถึง 400,000 ชิ้น รวมในเดือนเม.ย. ไทยจะมีปริมาณสำรองหน้ากาก N95 ประมาณ 860,000 ชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายคนสงสัยและมีคำถามว่าติดหรือไม่ และเมื่อติดแล้วควรจะทำตัวอย่างไร และใครจะมาช่วยเหลือ ดังนั้น กทม.จึงได้จัดทำระบบบีเคเคโควิด-19 เพียงแค่เข้าเว็บไซต์ w ww.bkk.covid19.bangkok.co.th โดยระบบดังกล่าวจะทำการประเมินว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ และควรทำตัวอย่างไร รวมถึงใครจะช่วยเหลือท่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 6 มีคำสั่งดังนี้ 1.ให้ยกเลิกข้อ 2.1 และ 2.2 ของประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวฉบับที่ 5 ลงวันที่ 1 เมษายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ให้ปิดสถานที่ดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มที่อยู่ในคูหารถเข็นและแผงลอยจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม (ให้เปิดได้ตั้งแต่เวลา 04.01 น.ถึงเวลา 22.00 น. และเฉพาะการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่นร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรม หรือจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ยกเว้น ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในบริเวณสนามบิน และให้โรงอาหารในโรงพยาบาล สามารถจัดที่นั่งในการรับประทานอาหารได้)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2 ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านลักษณะเดียวกับร้านสะดวกซื้อ ให้ปิดตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ให้ปิดร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุราประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ที่ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 20 เมษายน 2563 โดยสามารถจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานที่ที่ได้รับการยกเว้นตามประกาศนี้ หรือสถานที่อื่นนอกเหนือจากประกาศนี้ ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกประกาศฉบับนี้ เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีความเห็นว่าถึงแม้ทางรัฐบาลจะประกาศยกเลิกการจัดงานสงกรานต์ไปแล้ว แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวอาจจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มอ้างว่าเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมีการรวมกลุ่มนั่งดื่มสุรา ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มดื่มสุราทุกชนิด&amp;quot; ผู้ว่าฯ กทม.ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62674</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, นพ.โสภณ เมฆธน, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f209fd0dc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
