<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สธ.&#039;ยังไม่ฉีดไฟเซอร์เด็ก 5-11 ปี แม้การวิจัยในต่างประเทศระบุได้ผลดี แต่ต้องรอบริษัทยื่นเอกสารอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64-ที่​กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลงข่าวสถานการณ์​การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า ผลการฉีดวัคซีน​โค​วิด​-19 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 911,677 โดส สะสม 58,298,700 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 413,804 ราย สะสม 34,188,488 ราย คิดเป็นร้อยละ 47.5 เข็มสอง 454,491 ราย สะสม 22,460,213 ราย คิด​เป็น​ร้อยละ​ 31.2 ราย และเข็มสาม 43,382 ราย สะสม 1,649,999 ราย คิดเป็น​ร้อยละ​ 2.3 ราย คาดว่าในระยะที่เหลือในเดือนนี้เราน่าจะไปตามเป้าหมายได้ โดยฉีดวัคซีน​ให้กับคนไทยได้อย่าง​น้อยร้อยละ​ 60 ของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนที่ฉีดมากที่สุดคือแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​จำนวน 26 ล้านโดส รองลงมาคือซิโนแวค จำนวน 20 ล้านโดส ซิโน​ฟาร์ม​ 9 ล้านโดส และไฟเซอร์​ 1.7 ล้านโดส อย่างไรก็ตามวัคซีนไฟเซอร์​ที่สั่งมาทั้งหมด 30 ล้านโดสจะทยอยเข้ามา โดยล็อตที่ 2 ที่มาถึงเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา 1.5 ล้านโดส ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ​และความปลอดภัยจากกรมวิทยาศาสตร์​การแพทย์​เรียบร้อย โดยจะส่งไปสมทบที่โรงพยาบาล​ในภูมิภาคในวันนี้ และพรุ่งนี้ จะทำให้เรามีวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองได้แจ้งความประสงค์​ไว้ โดยขณะนี้มีจำนวน 4 ล้านคน จะเห็นได้ว่าวัคซีนไฟเซอร์​เรานำเข้ามจาก​ต่างประเทศ​ก็จะมาครั้งหนึ่งประมาณ 1.5 - 2 ล้านโดส ซึ่งช่วงนี้เรามีนักเรียนที่ได้รับการฉีดวัคซีน​อยู่ โดยวัคซีนที่จะมาเราเตรียมไว้เพียงพอสำหรับ​เด็กนักเรียนทุกคน สัปดาห์หน้าก็จะมาอีก 1.5 ล้านโดส โดยขณะนี้กลุ่มนักเรียน ฉีดเข็มแรกจำนวนห 150,190 ราย หรือ 3.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตามมีข่าวว่าวัคซีนมีไม่เพียงพอ และบางโรงเรียน​ต้องจับฉลาก​ ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนมีเพียงพอ​สำหรับ​ทุกคน แต่ช่วงแรกทยอยไป 40% ของนักเรียน และพอผ่านไปอีก 2 งวดก็เพียงพอสำหรับ​เด็กนักเรียนทุกคน แล้วพอฉีดเข็ม 1 ครบแล้ว เว้น 3-4 สัปดาห์​ถึงจะฉีดเข็มสองได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า เมื่อดูภาพรวมการฉีดวัคซีน​สะสม ประเทศไทยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจัดเป็นพื้นที่สีแดงเข้มหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจำนวน 29 จังหวัด มีความครอบคลุมของวัคซีนเข็มที่หนึ่งถึงร้อยละ 62 ในเวลานี้ ซึ่งกรุงเทพฯก็มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุด และก็รองลงมาเป็นจ.ปทุมธานี ประมาณ 65 % ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเริ่มฉีดขึ้นมาในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จะมีการฉีดเข็ม 2 ตาม ขณะนี้วัคซีน​สูตรหลักในประเทศไทยก็จะเป็นซิโนแวคแล้วก็ตามด้วยแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ห่างกัน 3 สัปดาห์​ ดังนั้นในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ สามารถที่จะฉีดวัคซีน​ได้ครบ 2 เข็มมีภูมิคุ้มกันที่สูงและเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคใต้ซึ่งมีสถานการณ์​ระบาดที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค​อื่นๆมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันประมาณร้อยละ 20 ของทั้งประเทศ&amp;nbsp; 4 จังหวัด​ชายแดน​ภาคใต้ทั้ง สงขลา ยะลา​ ปัตตานี​ นราธิวาส​ ขณะนี้ได้รับการสนับสนุน​วัคซีน​เพิ่มเติม โดยปลัดกระทรวง​สาธารณสุข​สั่งการให้เพิ่มวัคซีน​เป็น​พิเศษ​สำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่ในขณะนี้ และจะมีการระดมฉีดในสัปดาห์​หน้า​ ซึ่งเป็นการป้องกันโรคในระยะต่อไป ในขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าระวังสอบสวน และควบคุม​โรค​ในตุดที่มีการระบาด มีการแยกผู้ติดเชื้อออกมาจากชุมชน เมื่อนำเข้าสู่การรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า ความครอบคลุมการได้รับวัคซีน​ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ในพื้นที่สีแดงเข็ม 29 จังหวัด มีความครอบคลุมในเข็มแรก 66.2 % และเข็มสอง 44.2 โดยฉีดเข็มแรกทั่วประเทศ 59% และเข็มสอง 42.6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ​ กล่าวเพิ่มเติม​ว่า​ จำนวนวัคซีนที่คาดว่าจะมาในเดือนต.ค. โดยเรามีวัคซีนซิโนแวค แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ และไฟเซอร์&amp;nbsp; จะมาในเดือนต.ค. จำนวน 24 ล้านโดส เดือนพ.ย. 23 ล้านโดสและ ธ.ค. 24 ล้านโดส&amp;nbsp; และมีวัคซีนซิโนฟาร์ม เข้ามาในเดือนต.ค. 6 ล้านโดส พ.ย. และธ.ค. เดือนละ12.5 ล้านโดส ส่วนโมเดอร์นาจะเข้ามาในเดือนพ.ย.-ธ.ค.จำนวน 2 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในขณะนี้ตั้งแต่มีการฉีดวัคซีนในสัปดาห์นี้ในกลุ่มอายุ 12-17 มีอาการข้างเคียงบ้างหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า การติดตามอาการไม่พึงประสงค์เราเริ่มฉีดวันแรกเมื่อวันจันทร์ (4 ต.ค.)​ที่ผ่านมา อาการที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการบริเวณที่ฉีดเช่น เจ็บบริเวณ​ที่ฉีด บวมร้อน บางกรณีมีอาการเวียนศรีษะเหมือนจะเป็นลม แต่มีไม่มาก เมื่อปฐมพยาบาลอาการก็เป็นปกติ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อฉีดวัคซีนภายในโรงเรียนเด็กก็อาจจะมีความกลัว ดังนั้นการจัดพื้นที่การฉีดวัคซีนทั้งในโรงเรียนและสถานที่สาธารณะ​เช่น หอประชุม สนามกีฬา ควรจัดให้โปร่ง ไม่แออัด หรือเปิดเพลงเพื่อความผ่อนคลาย​ขณะเดียวกัน ครู หรือบุคคลากร​ทางการ​แ​พท​ย์ ให้ข้อมูลและอธิบาย ถึงอาการที่จะเกิดขึ้นได้จากการฉีดวัคซีนหรืออาการที่มีโอกาสเกิดความรุนแรง โดยเฉพาะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็ก 5-11 ปี นั้นนพ.โสภณ กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ขณะนี้ใช้กับเด็ก 12 ขึ้นไป ในต่างประเทศมีข้อมูลมีการวิจัยใหม่ๆว่ามีการใช้ได้ผลดีในเด็กอายุ 5-11 ปี อย่างไรก็ตามเราต้องรอบริษัทมาขึ้นทะเบียน​เพื่อให้สามารถใช้ในเด็กที่อายุน้อยลงได้ ซึ่งบริษัทยังไม่ได้มายื่นเอกสารเพื่อปรับข้อบ่งชี้ในการใช้วัคซีน ถือว่าเราต้องฉีดให้กับผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไปก่อนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนเด็ก5-11ปี, ฉีดวัคซีนไฟเซอร์, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ffcfcabc56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. แจงภาวะ &#039;ลองโควิด&#039; พบได้ 30-50% ของผู้ติดเชื้อ แนะหากมีอาการให้พบแพทย์วินิจฉัยสาเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;16 ก.ย. 64 - นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายรายวันมีจำนวนเพิ่มขึ้น สูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ สะท้อนถึงคุณภาพระบบการดูแลรักษา&amp;nbsp;โดยยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2564 จนถึงวันนี้รวม 1,405,374 ราย&amp;nbsp;หลายรายแม้จะหายป่วยและตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกายแล้ว อาจจะยังมีอาการหลงเหลืออยู่&amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) เรียกอาการที่เกิดขึ้นนี้ว่า &amp;ldquo;ภาวะลอง โควิด&amp;rdquo; (Long COVID) หรืออาการหลงเหลือของเชื้อโควิด 19 ระยะยาว ซึ่งสามารถพบภาวะนี้ได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่จะมีอาการหลังจากหายป่วยในช่วง 1-3 เดือนแรก พบได้ร้อยละ 30-50 ของผู้ป่วยโรคโควิด 19 จึงไม่ต้องตกใจหรือกังวลใจแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของ&amp;ldquo;ภาวะลองโควิด&amp;rdquo; แสดงออกได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกัน ไม่มีลักษณะตายตัว เช่น ไอ มีไข้ ปวดศีรษะ การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติลดลง เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยล้า ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ ท้องเสีย เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง และบางรายอาจมีอาการทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล สมาธิสั้นลง หรือซึมเศร้าร่วมด้วย โดยผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีแดงหรือผู้ป่วยที่มีอาการป่วยรุนแรง จะมีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดสูงกว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากอาจมีปัจจัยเรื่องความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงป่วยเป็นโรคโควิด-19 จึงส่งผลต่อเนื่องอาจยาวนาน 3-6 เดือนได้กว่าจะกลับมาเป็นปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะลองโควิดด้วย เช่น อายุโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&amp;nbsp;เรื่องเพศ โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหอบหืด และผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ที่หายป่วยแล้วไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.จักรรัฐ กล่าวต่ออีกว่า หากผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วยังมีอาการที่กล่าวมา แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากบางรายอาจเป็นผลจากตัวยาที่ใช้ในการรักษา หรือบางรายอาจจะมีโรคอื่นๆร่วมด้วย จึงต้องมีการตรวจเพิ่มเติมและทำการรักษาให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น และยังมีความเป็นไปได้ในผู้หายป่วยแล้ว บางรายอาจจะติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ต่างไปจากสายพันธุ์เดิม&amp;nbsp;แต่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน ดังนั้นผู้ป่วยโควิด-19 แม้หายป่วยแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ เช่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาแม้อยู่บ้าน หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% และไม่ไปในแหล่งชุมชนแออัด หรือสถานที่อากาศไม่ถ่ายเท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fa58a03b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มให้ได้ 70 % ภายในสิงหาคมนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนของประเทศไทยจนถึงวันที่ 19 ส.ค.64 มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 25,818,666 คน เป็นผู้ที่ได้รับเข็ม 1 จำนวน 19,586,009 คน คิดเป็น 27.2% เข็มที่ 2 จำนวน 5,705,200 คน คิดเป็น 7.9% ซึ่งการให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับคนไทยเพิ่มขึ้นตามลำดับ ในเดือนสิงหาคมฉีดไปแล้ว 7.8 ล้านโดส คาดว่าจะฉีดได้ถึง 10 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว ได้แก่ บุคลากรการแพทย์ฉีดครบ 100% เจ้าหน้าที่ด่านหน้าฉีดแล้ว 53.1% อสม. 59.5% ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิตได้แก่ ผู้สูงอายุ และ 7 โรคเรื้อรังที่มี 16 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 30% ส่วนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ยังฉีดได้น้อย จึงเชิญชวนให้ไปฉีดวัคซีนเพื่อลดการเสียชีวิต สำหรับชาวต่างชาติ ข้อมูลล่าสุด (14 ส.ค.64) ได้รับวัคซีนแล้ว 356,337 คน คิดเป็น 7.27% ของจำนวนประชากรต่างชาติในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในพื้นที่ที่มีการระบาด ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 27,028 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนในกทม.ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันครอบคลุมแล้ว 94% ซึ่งการเพิ่มความครอบคลุมการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงมีผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตในกทม. ลดลง ดังนั้นจึงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด 13 จังหวัดให้ได้อย่างน้อย 70% ซึ่งเหลืออีกเพียง 424,454 โดส ก็จะครอบคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจังหวัดอื่นๆ ฉีดให้ได้อย่างน้อย 50% ภายในเดือนส.ค.64 สำหรับการให้วัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ได้เริ่มในกลุ่มบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าก่อน เพราะมีโอกาสติดเชื้อสูง ส่วนกลุ่มอื่นที่ได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตายสองเข็ม ได้แก่ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม การกระตุ้นเข็ม 3 ยังอยู่ระหว่างพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าจะมีข้อเสนอในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113989</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f8fe03639f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัด‘แอสตร้าฯ’ให้กลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 &amp;ndash; นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้สัตวแพทย์หญิง เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย (WHO) องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานการให้บริการฉีดวัคซีนแก่อาสาสมัครแรงงานข้ามชาติที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ของโรงพยาบาลเจ้าพระยา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัตวแพทย์หญิงเสาวพักตร์ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ได้มอบวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) ให้กับกรมควบคุมโรคเพื่อฉีดสร้างภูมิคุ้มกันโรคในกลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย และช่วยกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด 19 ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยการให้บริการข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับโรคโควิด 19 เป็นภาษาเพื่อนบ้านร่วมกับสายด่วนของกรมควบคุมโรค 1422 และปฏิบัติงานร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 มาอย่างต่อเนื่อง โดยวัคซีนที่ได้รับมอบครั้งนี้ได้กระจายไปยังศูนย์บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่, โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโรงพยาบาลกรุงเทพ-หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คาดว่าจะดำเนินการฉีดเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาลและเอกชนรวมถึงเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด 19 เป็นต้นมา กลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ ได้สนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในหลายด้าน อาทิ การลดช่องว่างการสื่อสาร เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขอนามัยและสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีแรงงานข้ามชาติอาศัยอยู่ ทั้งด้านการป้องกันและควบคุมกันโรค จึงต้องฉีดวัคซีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งหากติดเชื้อจะสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, สัตวแพทย์หญิง เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8c8b98e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรการแพทย์ฉีดไฟเซอร์แล้ว5.7หมื่นเตรียมส่งไป13จว.ควบคุมสูงสุดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64- นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับมา 1.5 ล้านโดสต้องถูกเก็บรักษาอย่างดีในอุณหภุมิ -70 องศา และเป็นวัคซีนใหม่เพิ่งผลิตเมื่อเดือน มิ.ย. และจะหมดอายุในเดือน พ.ย. 2564 โดยการผลิตอยู่ที่โรงงานในสหรัฐอเมริกา จากแผนเดิมจะเริ่มส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปถึงรพ.ต่างจังหวัดในวันที่ 7-8 ส.ค. และเริ่มฉีดใน วันที่ 9 ส.ค. แต่เนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนวัคซีนจึงถูกนำส่งไปยังรพ.ในต่างจังหวัด ซึ่งได้มีการดำเนินการส่งไปใน 170 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จากการประเมินจากข้อมูลในระบบที่รพ. สำรวจบุคลากรทางการแพทย์ส่งมาให้ เน้นรพ.พื้นที่ห่างไกลในวันที่ 4-6 ส.ค.64 ในล็อตแรกประมาณกว่า 4.4 แสนโดสหรือ 50-75% และนำไปเก็บรักษาไว้ที่ตู้เย็นโรงพยาบาลจังหวัด ซึ่งสามารถเก็บรักษาความเย็นไว้ได้ในอุณหภูมิ 2-8 องศา ไฟไม่ตก และต้องฉีดวัคซีนให้หมดล็อตภายใน 31 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อมูลในวันที่ 4-7 ส.ค.64 มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับวัคซีนรวม 5.7 หมื่นคน&amp;nbsp; เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่7 ส.ค. 1.1 หมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการหลังฉีดที่พบ คือ ปวด บวม ร้อน มีไข้นิดหน่อย&amp;nbsp; ในส่วนวัคซีนที่เหลืออยู่อีก 2.5 แสนโดสในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ จะกระจายส่งไปเพิ่มเติมเป็นเข็มที่ 2 หรือเข็มที่ 1 สำหรับบุคลากรที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และสำหรับบุคลากรต้องการจะฉีดเข็มบูสเตอร์ หรือในกลุ่มบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการระบาดใหม่ ตามนโยบายที่ส่งผู้ติดเชื้อกลับภูมิลำเนาเกือบแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 6.45&amp;nbsp; แสนโดส สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ และในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เพราะเด็กก็มีโรคเรื้อรังและเป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดและเสีย ชีวิตเยอะ เช่น โรคเบาหวานตั้งแต่กำหนิด โรคไตเรื้อรัง โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคหัวใจ ที่จะส่งให้ในจังหวัดควบคุมเข้มข้น 13 จังหวัดแรกก่อน สำหรับ 16 จังหวัดที่เพิ่งประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม เข้มข้นเพิ่มเติมต้องรอการจัดสรรในล็อตถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคลากรที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 1 จะต้องฉีดเข็มที่ 2 ในอีก 3 สัปดาห์ ก็จะมีส่วนหนึ่งที่เก็บสำรองไว้ให้ และมีบุคลาการแพทย์ด้านหน้าอีกส่วนหนึ่งที่ยังได้รับวัคซีนเลย และส่วนที่ รอวัคซีนไฟเซอร์อีกประมาณ 70%&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ก็ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 โดส หรือแสตร้าเซนิก้าครบ 2 โดสแล้วซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังไม่แนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้นที่ 3 เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มันสูงสู้กับ สายพันธุ์เดลต้าได้ ซึ่งวัคซีนที่เหลือหลังจากฉีดครบแล้วก็จะเก็บไว้ให้ส่วนวัคซีน และวัคซีนไฟเซอร์ เป็นวัคซีนแพลตฟอร์มใหม่ของไทย ยังรู้จักและมีประสบการณ์เกี่ยวกับวัคซีนไม่มากเท่ากับ วัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าเซนิก้าที่มีการใช้มาตั้งแต่เดือน ก.พ.64 จึงต้องฉีดในกลุ่มบุคลากรแพทย์ก่อนเนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย และมีความแข็งแรง สามารถติดตามประเมินอาการ หลังฉีดได้ง่าย ซึ่งการติดตามอาการก็มีในลักษณะเดียวกันคือ ประเมินอาการหลังฉีด 30 นาที เมื่อฉีดครบ 24 ชั่วโมง ก็ต้องติดตามอาการอีก 7 วัน และ 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามในกรณีสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 โดสมานานพอสมควร สามารถนับรวมเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ได้หรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า&amp;nbsp; ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 โดส ยังสามารถป้องการ ตายได้เกือบ 90% อย่างประเทศชิลีที่มีตัวเลขของผู้ที่ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็มในการป้องกันการตายและป่วยหนักได้เกือบ 90% เช่นกัน เพียงแต่เปอร์เซ็นป้องกันการติดเชื้อจะลดลง หรือในอเมริกา แม้ว่าจะฉีดวัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาแล้ว ก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่า 5-7 แสนคน เพราะสายพันธุ์เดลต้ามีการติดเชื้อได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับแผนการกระจายวัคซีนในเดือน ส.ค. สำหรับไฟเซอร์ในล็อตถัดไปวันที่ 9 ส.ค. นี้ ใน 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จะกระจายไปกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์&amp;nbsp; และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป และจะเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนได้ในช่วงกลางสัปดาห์&amp;nbsp; ส่วนใน 29 จังหวัดควบคุม จะไม่ได้แค่ไฟเซอร์ แต่จะรวมทั้งวัคซิโนแวค และแอสตร้าเซนิก้าด้วย โดยแต่ละสัปดาห์ จะส่งวัคซีนไปต่างจังหวัดในจำนวน 2 ล้านโดส รวม 4 สัปดาห์ 10 ล้านโดส ดังนั้นรวมวัคซีนที่ส่งไปยังต่างจังหวัดกว่า 80% โดยครึ่งหนึ่งจะถูกส่งไปใน 29 จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการระบาด&amp;nbsp; และตั้งเป้าฉีดวัคซีนในกลุ่ม 608 ให้ได้ 70% และประมาณต้นปีหน้าจะฉีดให้กับคนที่ยังไม่ได้วัคซีนเลย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และฉีดเข็มบูสเตอร์ให้กับประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, วัคซีนไฟเซอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fa58a03b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ยังไม่สรุปสาเหตุครูวัย 39 เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนสลับชนิด รอผลชันสูตรก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;21 ก.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีหญิงสาวเสียชีวิต หลังการฉีดวัคซีนสลับชนิด ว่า กรณีมีการรายงานผ่านสื่อมวลชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่ามีผู้หญิงอายุ 39 ปี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งเป็นการฉีดเข็มที่ 2 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โสภณกล่าวว่า หลังจากประเทศไทยดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดตั้งแต่เดือน มี.ค. จนถึงปัจจุบันฉีดไปแล้ว 14.8 ล้านโดส มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับผู้รับวัคซีนและต่อมามีรายงานการเสียชีวิตประมาณ 229 ราย คิดเป็น 16 ต่อ 1 ล้านคนที่ฉีดวัคซีน ส่วนใหญ่เป็นคนที่ได้รับวัคซีนอยู่ในระยะ 1 เดือนหลังรับวัคซีน ทั้งนี้มีการติดตามข้อมูลและผลการพิจารณาสาเหตุ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีการแถลงอยู่เป็นระยะ ส่วนใหญ่เมื่อคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลโดยละเอียด ทั้งข้อมูลการฉีดวัคซีน อาการที่เกิดขึ้น ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงผลการชันสูตรศพ ไม่พบว่ามีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีนโดยตรง แต่มีโรคร่วม ซึ่งที่พบบ่อยคือโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายนี้พบว่าเป็นครู มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง มี BMI 31 ฉีดวัคซีนเข็มแรกเป็นซิโนแวค เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เข็มที่ 2 ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่กระทรวง​สาธารณสุข​โดยคำแนะนำของคณะผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ พิจารณาจากข้อมูลผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันที่ให้มีการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายของซิโนแวค และตามด้วยไวรัลเวคเตอร์ ของแอสตราเซ​เน​กา​ ห่างกัน 3 สัปดาห์ จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่เร็วภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีดเข็ม 2 ซึ่งจนถึงวันนี้มีการฉีดวัคซีนสลับชนิดมากกว่า 84,000 คน โดยกรณีครูอายุ 39 ปี เป็นรายแรกที่มีการเสียชีวิต คิดเป็นอัตรา 1 ในแสนของผู้ฉีดวัคซีน ซึ่งยังต้องหาสาเหตุต่อไป อย่างไรก็ตามแพทย์ได้มีการตรวจเบื้องต้นและมีการชันสูตรที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจะทราบผลในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โสภณ ขณะนี้จึงยังไม่สรุปว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนจะได้นำข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว และมีข้อมูลเพียงพอมานำเสนอ แต่ที่จะสรุปเบื้องต้นคือ วัคซีนทั้ง 2 ตัวที่ฉีดในประเทศไทยนั้น เป็นวัคซีนที่ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัยสูงจากการที่เราฉีดมากกว่า 10 ล้านโดส เพียงแต่รายนี้เป็นการฉีดวัคซีนสลับชนิดและเกิดเหตุการณ์เสียชีวิต ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอีกครั้ง ส่วนผลการสรุปจะมีการเรียนให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110589</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, ฉีดวัคซีน, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7e37b7a15c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยแอสตราฯส่งวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดสต่อเดือน หากกำลังผลิตมากจะส่งเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข มีการแถลงข่าวมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันควบคุมโรค โดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เผยถึงแผนการฉีดวัคซีนในประเทศไทยว่า สำหรับการลงนามระหว่างกรมควบคุมโรคกับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จํากัด และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ที่มีการลงนามเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เป็นการทำสัญญาระหว่างภาครัฐกับเอกชน ในสัญญามีการระบุว่า ผู้ที่ลงนามในสัญญาจะต้องไม่เปิดเผยความลับในสัญญา แต่หากต้องเปิดเผยสัญญาจะต้องได้รับความยินยอมจากทั้ง 3 ฝ่าย มิเช่นนั้นจะเป็นการทำผิดสัญญา นำไปสู่การยกเลิกสัญญา โดยเบื้องต้นในสัญญาการส่งมอบ ซึ่งยังไม่มีวัคซีนจึงไม่มีการระบุจำนวนการส่งมอบที่ชัดเจนต่อเดือน แต่จะเป็นการเจรจากันเดือนต่อเดือน ในส่วนจำนวนวัคซีนที่จองตามในสัญญาคือ &amp;nbsp;61 ล้านโดส การส่งมอบก็มีเอกสารชัดเจนว่ากระทรวงสาธารณสุขต้องการวัคซีนที่จะฉีดในระยะต่อไปจำนวน 10 ล้านโดส ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทแอสตร้าฯ ได้แจ้งว่าอย่างน้อยจะส่งให้เดือนละ 5 ล้านโดสเป็นอย่างต่ำ หากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นก็อาจจะส่งให้เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา 1.5 ล้านโดส จะมาถึงประเทศไทยในปลายเดือนนี้ ที่คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564 ส่วนการจัดสรรกลุ่มเป้าหมายในการได้รับวัคซีน ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ความเห็นชอบของ ศบค.ได้กำหนดดังนี้ 1.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว เพื่อฉีดบูสเตอร์โดส 2.กลุ่มผู้อายุและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาด 3.ชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่ระบาด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดการมีการสอบถามข้อมูลแต่ละจังหวัดได้แจ้งยอดกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านหน้าที่ใกล้ชิดดูแลผู้ป่วยโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส&amp;nbsp;ย้ำว่า ตั้งเป้าในเดือนต่อไปต้องฉีดวัคซีน 10 ล้านโดสต่อเดือน ดังนั้นหลังจากที่มีการสั่งจองวัคซีนและมีการนำเข้า สิ่งสำคัญคือผลการใช้วัคซีน ตัวอย่างผลการศึกษาที่มีการใช้จริงสำหรับวัคซีนซิโนแวคในหลายพื้นที่ อาทิ ภูเก็ต สมุทรสาคร เชียงราย รวมทั้งกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง บุคลากรทางสาธารณสุข อย่างภูเก็ต ที่มีการฉีดวัคซีนในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2564 ประสิทธิภาพของวัคซีนสามารถลดการติดเชื้อหลังจากที่ฉีดครบ 2 เข็มไปแล้ว 2 สัปดาห์ถึงร้อยละ 90 เป็นตัวยืนยันได้ว่าวัคซีนซิโนแวคตอนที่ได้นำเข้ามาใช้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด19 ได้ค่อนข้างดีจากการใช้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดในขณะนั้นคือ สายพันธุ์อัลฟา ต่อมามีการระบาดของโควิด19 ในสมุทรสาครจากการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง พบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอยู่ที่ประมาณร้อยละ 90 เช่นเดียวกัน จะเห็นวัคซีนซิโนแวคในช่วงต้นที่ได้นำเข้ามาใช้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อค่อนข้างดี แต่ในขณะนี้ไม่มีวัคซีนใดที่มีประสิทธิภาพป้องกันได้ 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ในเดือนมิถุนายน 2564 เริ่มมีการระบาดในบุคลากรสาธารณสุขในจังหวัดเชียงราย ผลการติดตามบุคลากรที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว พบว่าไม่ติดเชื้อร้อยละ 82 จะเห็นว่าประสิทธิภาพเริ่มลดน้อยลงหลังจากช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน แต่ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ การวิจัยของกรมควบคุมโรคที่รวบรวมผลการติดเชื้อในบุคลากรสาธารณสุขทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม พบว่า ป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ 70 ก็ยังถือว่ามีประสิทธิภาพได้ดีพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีข้อสังเกตหนึ่งที่พบคือ ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อเริ่มลดน้อยลงเนื่องจากเชื้อมีการกลายพันธุ์ เพราะฉะนั้นต้องมีสาเหตุที่เราต้องวัคซีนหรือหาวิธีในการป้องกันการติดเชื้อโควิด19 ให้ดีขึ้น เป็นที่มาของการปรับสูตรฉีดวัคซีน ขณะนี้มีการศึกษาในหลายหน่วยงานทั้งจุฬาฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บ.ไบโอเทค ก็พบถ้าหากมีการนำวัคซีนซิโนแวค เป็นเข็มที่ 1 จากนั้น 3-4 สัปดาห์ ก็จะฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มที่ 2 จะทำให้ประสิทธิภาพของการป้องกันโรค เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนแบบเดิมคือ ฉีดซิโนแวค 2 เข็มสูงขึ้นประมาณหลายเท่า หรือจากเดิมต้องฉีดแอสตราฯโดยต้องฉีดเข็ม 2 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 12 สัปดาห์ ซึ่งการปรับสูตรนี้จะทำให้การป้องกันควบคุมโรคดีขึ้น และทำให้การฉีดวัคซีนครอบคลุม รวดเร็วมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110441</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, วัคซีนแอสตราเซเนกา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bde18a7330f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
