<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรคแนะเคล็ดไม่ลับ!ลดเสี่ยงป่วยอาหารเป็นพิษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 &amp;ndash; นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังการป่วยจากโรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคนี้มักจะเกิดขึ้นจากการกินอาหารร่วมกันของคนจำนวนมาก และมีอาการเจ็บป่วยในเวลาไล่เลี่ยกัน ในปีนี้ได้รับรายงานเกิด 2 เหตุการณ์ ได้แก่ อ.ภูซาน จ.พะเยา เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2564 พบผู้ป่วยทั้งหมด 200 ราย และครั้งล่าสุดที่ อ.ภูเพียง จ.น่าน เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2564 กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ ควบคุมป้องกันโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน และโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลในพื้นที่ พบผู้ป่วยทั้งหมด 130 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรงต้องรักษาในโรงพยาบาลน่าน &amp;nbsp;30 ราย ที่เหลืออาการป่วยไม่มาก &amp;nbsp;พบสาเหตุเกิดมาจากรับประทานอาหารชนิดเดียวกัน คือ ข้าวขาหมู บรรจุในกล่องพลาสติก ที่ได้รับแจกมาจากในงานฌาปณกิจศพ &amp;nbsp;หลังรับประทานมีอาการท้องเสีย อาเจียน ไข้ หนาวสั่น ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการตัวอย่างอาหาร พบเชื้อแบคทีเรียก่อโรค 2 ชนิด คือ เชื้อสแตปออเรียส (S. aureus) พบในน้ำจิ้มและผักดอง และพบเชื้อ อี.โคไล (E.coli) ในไข่และในอาเจียนของผู้ป่วย รักษาหายทุกคน ไม่มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคอาหารเป็นพิษ &amp;nbsp;เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิและสารพิษทั้งจากพืช สัตว์ สารเคมี หรือโลหะหนัก ภายในระยะเวลาอย่างน้อย 2-6 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน ผู้ที่ป่วยมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหรือมีมูกเลือด ปวดมวนท้องถ่าย ปวดศีรษะ คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ร่วมด้วย ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่รับเข้าไป หากเกิดในผู้สูงอายุ อาจทำให้ขาดน้ำถึงขั้นช็อกหมดสติได้ การช่วยเหลือเบื้องต้น ให้ผู้ป่วยดื่มสารละลายผงเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที ซึ่ง ORS ประชาชนสามารถเตรียมเองได้ง่ายๆ โดยเติมน้ำตาลทราย 6 ช้อนชา &amp;nbsp;และ เกลือครึ่งช้อนชา ผสมกับน้ำสะอาด 1 ลิตร (1,000 ซีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;วิธีการลดความเสี่ยงป่วยและป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ขอให้ประชาชน ยึดหลัก &amp;ldquo;สุก ร้อน สะอาด&amp;rdquo; โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่รับประทานอาหารดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ อาหารที่เก็บไว้นาน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง เลือกบริโภคอาหาร น้ำและน้ำดื่มที่สะอาดมีเครื่องหมาย อย. ล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำหรือสัมผัสสิ่งสกปรกทุกครั้ง รวมถึงผู้ปรุงอาหารต้องล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงประกอบอาหารทุกครั้ง หากมีบาดแผลที่มือควรเลี่ยงการสัมผัสอาหารหรือควรสวมถุงมือทุกครั้ง อาหารกล่องควรแยกกับและข้าวออกจากกัน ให้ระวังเรื่องการจัดเตรียมอาหารเป็นพิเศษในกรณีที่มีการประกอบอาหารจำนวนมาก ผู้ปรุงและผู้สัมผัสอาหารควรใส่หน้ากากอนามัย สวมถุงมือ &amp;nbsp;และเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดสะอาดและมีคุณภาพ รวมทั้งไม่ทำข้าวกล่องประเภทรายการอาหารที่เกิดการบูดเสียง่าย เช่น ข้าวมันไก่ &amp;nbsp;ข้าวขาหมู &amp;nbsp;ขนมจีน เป็นต้น
ส่วนประชาชนผู้บริโภค ให้เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นให้ทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง ไม่ควรทานอาหารที่มีกลิ่นผิดปกติ &amp;nbsp;ควรล้างผักและผลไม้ก่อนนำมารับประทานทุกครั้ง บริโภคน้ำดื่มและน้ำแข็งที่สะอาดได้มาตรฐานผ่าน อย. และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการชุมนุมกันมากๆ เช่น งานสังสรรค์รับประทานอาหาร หรืองานบุญต่างๆ และเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิดได้ สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117513</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, อธิบดีกรมควบคุมโรค, โรคอาหารเป็นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ac7a4233fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้วัคซีนไขว้ได้ผลดี เร่งฉีดกลุ่มอายุ50ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอโอภาส&amp;quot; ยืนยัน ไม่มีเงินทอนวัคซีนซิโนแวค เสนอกรอบงบ อิงราคาล็อตก่อนหน้า ซื้อเท่าไหร่ เบิกตามจริง ต่อราคาถูกลงเงินคืนแผ่นดินไม่เข้ากระเป๋าใคร ขณะที่การฉีดวัดซีนล่าสุดกว่า 32 ล้านโดสแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนซิโนแวคไม่มีตัวแทนผู้ผลิตในประเทศไทย ดังนั้นองค์การเภสัชกรรม จึงเป็นผู้ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทย และเป็นตัวแทนนำเข้าซิโนแวค ซึ่งกรมควบคุมโรคเป็นผู้ซื้อวัคซีนต่อจากองค์การเพื่อนำมาฉีดให้ประชาชน &amp;nbsp;แต่อาจยังมีความสงสัยเรื่องการเสนอกรอบงบประมาณที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าแต่ละครั้งมีการเสนออย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคเผยว่า การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคล็อตแรก 2 ล้านโดส เราซื้อในราคา 17 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส แต่เมื่อจะมีการจัดซื้อล็อตถัดไป ก็ต้องเสนอกรอบวงเงินต่อ ครม. ซึ่งเราจะอิงราคาจากล็อตที่ซื้อก่อนหน้า หรือราคากลาง ซึ่งจะมากกว่าหรือเท่ากับราคาจริง แต่ทางองค์การก็มีความพยายามในเจรจาต่อรองราคา ให้ได้ราคาที่ถูกลงที่สุด เนื่องจากซื้อในปริมาณที่มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่อเราได้กรอบวงเงินพร้อมราคาที่ได้ต่อรองมาแล้ว ก็จะเกิดกระบวนการจัดซื้อตามกฎหมาย พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการซื้อในแต่ละล็อตจะได้วัคซีนราคาถูกลง เกิดจากกระบวนการต่อรองราคา กระทั่งล็อตล่าสุดเราซื้อในราคา 8.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราอิงจากราคาของล็อตก่อนหน้า เช่น ล็อตก่อนหน้าซื้อ 10 บาท เราก็จะเสนอไปที่ 10 บาท แต่กระบวนต่อรองราคาก็จะต้องเกิดขึ้น หากต่อรองแล้วได้ 8 บาท เราก็เบิกตามจริง อีก 2 บาทก็ไม่ได้เบิก เงินก็จะกลับสู่งบประมาณกลาง ทำให้เรามั่นใจว่าไม่มีการเกิดเงินทอนแต่อย่างใด ไม่มีเงินเข้ากระเป๋าใคร&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 828,182 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 32,600,001 โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบันมีวัคซีนเข้ามาในประเทศไทย 40 ล้านโดส ฉีดไปแล้ว 32 ล้านโดส อีก 8 ล้านโดสยังอยู่ในระบบ หรือฉีดแล้วแต่ยังไม่มีการลงข้อมูล จึงขอให้หน่วยฉีดเร่งลงข้อมูลการฉีด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตวันนี้ในกลุ่มผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้เรากำลังพิจารณาเพิ่มกลุ่มคนอายุ 50 ปี ให้ได้รับวัคซีนโดยด่วนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ภาพรวมการฉีดวัคซีนของประเทศไทย ถึงวันที่ 31 ส.ค.2564 มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมแล้ว 32,600,001 โดส ถือว่าฉีดได้เกินเป้าหมาย เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 23,975,098 ราย, เข็มที่ 2 จำนวน 8,212,750 ราย, เข็มที่ 3 สำหรับบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ต้องสัมผัสผู้ป่วย 592,153 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลสงฆ์ได้ดำเนินการถวายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แด่คณะสงฆ์ ระหว่างวันที่ 22 มี.ค.-9 ส.ค.2564 รวม 15,594 รูป โดยฉีดครบทั้ง 2 เข็ม จำนวน 12,839 รูป และเข็มที่ 1 จำนวน 2,755 รูป ซึ่งขณะนี้ถวายวัคซีนแด่คณะสงฆ์เข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค และเข็มที่ 2 เป็นแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​สำหรับบุคลากรภายในวัด &amp;nbsp;เป็นกลุ่มบุคคลที่อาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโควิด-19 และอาจนำเชื้อมาแพร่ต่อให้แก่คณะสงฆ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันคณะสงฆ์ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 โรงพยาบาลสงฆ์นอกจากจะดำเนินการถวายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แด่คณะสงฆ์แล้ว ยังได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ บุคลากรภายในวัดด้วย อาทิ สัปเหร่อ ลูกศิษย์วัด เจ้าหน้าที่โรงครัว คนขับรถ ที่อุปัฏฐากคณะสงฆ์อย่างใกล้ชิด รวม 3,561 ราย ทั้งนี้ หากพระสงฆ์รูปใดมีความประสงค์เข้ารับบริการการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ขอปวารณากราบนิมนต์พระสงฆ์เข้ารับบริการการฉีดวัคซีนภายในเดือน ก.ย.2564 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. &amp;nbsp;0-2640-9538-42 ต่อ 5131 หรือ 09-6934-8090
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ ที่รัฐสภา&amp;nbsp;นายศุภชัย&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ&amp;nbsp;ศิริลักษณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,&amp;nbsp;นพ.โอภาส&amp;nbsp;การย์กวินพงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;แถลงหลังฝ่ายค้านอภิปรายกรณีที่มีความกังวลในการฉีดวัคซีนไขว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจกล่าวว่า&amp;nbsp;กรณีที่มีการอภิปรายว่าการไขว้วัคซีน&amp;nbsp;คือเข็มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นซิโนแวค&amp;nbsp;และเข็มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;งานวิจัยยังไม่ได้ตีพิมพ์&amp;nbsp;แต่กำลังส่งตีพิมพ์&amp;nbsp;หากจะรอให้มีการตีพิมพ์งานวิจัยก่อนแล้วถึงนำมาบริหารจัดการถือว่าโง่มาก&amp;nbsp;หากถามว่าทำไมเราถึงยังต้องซื้อวัคซีนซิโนแวค&amp;nbsp;ก็สามารถตอบกลับได้ง่ายๆ&amp;nbsp;ว่าผลวิจัยบอกว่าการสู้กับเดลตาในปัจจุบันนั้น&amp;nbsp;การใช้ซิโนแวค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข็มบวกแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข็ม ให้ผลพอๆ&amp;nbsp;กับการฉีดแอสตร้าฯ 2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ซึ่งหากจะรอแค่แอสตร้าฯ อย่างเดียว&amp;nbsp;ต่อให้ได้มาเดือนละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดสก็สามารถฉีดได้เพียงแค่เดือนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;แต่หากฉีดแบบสูตรไขว้ จะสามารถฉีดคนได้มากกว่าเดิมสองเท่า นี่เป็นตรรกะพื้นฐานง่ายๆ&amp;nbsp;หากคิดไม่ออกตนก็ไม่รู้ว่าจะบริหารบ้านเมืองไปได้อย่างไร จึงมีความจำเป็นที่ต้องซื้อวัคซีนซิโนแวคมาเพิ่ม ยืนยันว่าการฉีดไขว้มีความปลอดภัย และอย่าพูดให้ประชาชนเกิดความสับสน&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการตัดสินใจของ สธ.ในยุคที่มีวิกฤต ต้องเร็ว&amp;nbsp;หากจะลีลาและต้องรอเอกสารอาจจะทำให้ชีวิตประชาชนเสียหายมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า 1กันยา. ถือเป็นวันดีเดย์ใน 11 จุดครอบคลุมทั้งจังหวัดที่จะให้บริการฉีดวัคซีนคนทั้งจังหวัดแบบวอล์กอินได้เลย โดยมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งที่มีทะเบียนบ้านในจังหวัดสมุทรสาคร และคนต่างทะเบียนแต่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครสามารถเข้ามาวอล์กอินรับวัคซีนได้เลย เรามีวัคซีนได้รับจัดสรรมามากเพียงพอ จึงขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครอายุ 18 ปีขึ้นไป ให้รีบเข้ามารับบริการฉีดวัคซีนโดยเร็ว เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115349</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมควบคุมโรค, ไม่มีเงินทอนวัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124add387c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอโอภาส’รับราคาซิโนแวคขอเกินแต่จ่ายตามจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนซิโนแวคไม่มีตัวแทนผู้ผลิตในประเทศไทย ดังนั้นองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จึงเป็นผู้ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทยและเป็นตัวแทนนำเข้าซิโนแวค ซึ่งกรมควบคุมโรคเป็นผู้ซื้อวัคซีนต่อจาก อภ.เพื่อนำมาฉีดให้ประชาชน &amp;nbsp;แต่อาจยังมีความสงสัยเรื่องการเสนอกรอบงบประมาณที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าแต่ละครั้งมีการเสนออย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า ต้องชี้แจงว่าการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ล็อตแรก 2 ล้านโดส เราซื้อในราคา 17 ดอลลาร์ต่อโดส แต่เมื่อจะมีการจัดซื้อล็อตถัดไป ก็ต้องเสนอกรอบวงเงินต่อ ครม. ซึ่งเราจะอิงราคาจากล็อตที่ซื้อก่อนหน้า หรือราคากลาง ซึ่งจะมากกว่าหรือเท่ากับราคาจริง แต่ทาง อภ.ก็มีความพยายามในเจรจาต่อรองราคาให้ได้ราคาที่ถูกลงที่สุด เนื่องจากซื้อในปริมาณที่มากขึ้น จากนั้นเมื่อเราได้กรอบวงเงิน พร้อมราคาที่ได้ต่อรองมาแล้ว ก็จะเกิดกระบวนการจัดซื้อตามกฎหมายพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการซื้อในแต่ละล็อตจะได้วัคซีนราคาถูกลง เกิดจากกระบวนการต่อรองราคา กระทั่งล็อตล่าสุดเราซื้อในราคา 8.9 ดอลลาร์ต่อโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอิงจากราคาของล็อตก่อนหน้า เช่น ล็อตก่อนหน้าซื้อ 10 บาท เราก็จะเสนอไปที่ 10 บาท แต่กระบวนต่อรองราคาก็จะต้องเกิดขึ้น หากต่อรองแล้วได้ 8 บาท เราก็เบิกตามจริง อีก 2 บาทก็ไม่ได้เบิก เงินก็จะกลับสู่งบประมาณกลาง ทำให้เรามั่นใจว่า ไม่มีการเกิดเงินทอนแต่อย่างใด ไม่มีเงินเข้ากระเป๋าใคร&amp;rdquo;นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115268</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, วัคซีนซิโนแวค, องค์การเภสัชกรรม, อธิบดีกรมควบคุมโรค, อภ., เงินทอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124add387c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรค แนะธนาคารทั่วไทยยึดหลักปฏิบัติ 6 ข้อป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ธนาคารเป็นสถานที่ที่มีความจำเป็นในการทำธุรกรรมทางการเงินของประชาชน แม้ว่าขณะนี้ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์หรืออี-แบงค์กิง (E-banking) แล้วก็ตาม แต่ยังมีลูกค้าบางส่วนเดินทางเข้าไปรับบริการที่สำนักงานสาขา ซึ่งกลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย เช่น ผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน ชาวต่างชาติ รวมทั้งฝ่ายของผู้ปฏิบัติงาน เช่น พนักงานธนาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและยังมีแหล่งที่อาจสะสมเชื้อไวรัสโควิด 19 เช่น ธนบัตร เหรียญต่างๆ อาจเป็นตัวกลางทั้งการรับเชื้อและการแพร่เชื้อโควิด 19 ในขณะเดียวกันได้ จากการเก็บข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน พบว่าสาเหตุการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่วนหนึ่งมาจากการสัมผัส โดยเฉพาะการใช้สิ่งของร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคาร จัดเป็นสถานที่ประเภทพื้นที่ปิดและมีเครื่องปรับอากาศ การสร้างความปลอดภัยทั้งลูกค้าและพนักงานของธนาคารทุกแห่งทั้งที่อยู่ในพื้นที่ระบาด ควบคุมเข้มงวดสูงสุด 29 จังหวัด และจังหวัดอื่นๆ หากสามารถเพิ่มระบบการลงทะเบียนเพื่อให้ลูกค้า จองคิวบริการเบิก-ถอนล่วงหน้า จะเป็นการดีมาก เนื่องจากสามารถจัดบริการลูกค้าในแต่ละช่วงเวลาอย่างเหมาะสม มีเวลาเหลื่อมกัน จะลดช่วงเวลาการสัมผัสระหว่างที่นั่งรอคิวร่วมกันได้มาก&amp;rdquo; นพ.โอภาส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;มาตรการความปลอดภัยจากโรคโควิด 19 ของธนาคารทุกแห่ง ยังคงต้องเข้มงวดสูงสุดเช่นกัน โดยกรมควบคุมโรค มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติ 6 ประการดังต่อไปนี้&amp;nbsp;1. ธนาคารควรจัดให้มีการคัดกรองอุณหภูมิเบื้องต้นของทั้งพนักงานและลูกค้า&amp;nbsp;2. ทำความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ พื้นที่ที่มีการสัมผัสร่วมอย่างสม่ำเสมอ เช่น เคาน์เตอร์ ที่นั่ง ที่กดบัตรคิว&amp;nbsp;3. กำหนดบริเวณสำหรับให้ลูกค้ากดบัตรคิวและรอคิว จำกัดจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในสำนักงานแต่ละครั้ง เพื่อไม่ให้แออัดจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จัดแถวที่รอคอยเพื่อไม่ให้ลูกค้ายืนหรือนั่งชิดกันเกินไป โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร และควรมีฉากใสกั้นระหว่างลูกค้าและพนักงานธนาคารที่เคาน์เตอร์บริการทุกจุด เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการสัมผัสละอองฝอยน้ำลายที่มาจากการพูด หรือจากการหายใจทั้ง 2 ฝ่าย ในระดับประชิดคือไม่เกิน 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เจ้าหน้าที่ธนาคารทุกคน ทั้งพนักงานธนาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องสวมหน้ากากอนามัย 100% ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังให้บริการลูกค้า ธนาคารมีระบบการรายงานติดตามสุขภาพของพนักงานทุกวัน หากพบว่ามีพนักงานธนาคารยืนยันติดเชื้อหรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานที่ธนาคารเป็นจุดแพร่เชื้อ ขอให้ผู้จัดการธนาคาร ดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคภายใน 24 ชั่วโมง ภายใต้การกำกับดูแลของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ในส่วนประชาชนที่เข้าไปใช้บริการ ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างสูงสุด คือ สวมหน้ากากอนามัย 100% และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังใช้บริการ การเว้นระยะห่างกับผู้อื่นระหว่างนั่งรอคิวอย่างน้อย 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิดขณะนี้ แนะนำให้ประชาชนเตรียมปากกาของตนเองไปให้พร้อมในการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อลดการสัมผัสกับปากกาส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับคนอื่น พร้อมทั้งขอความร่วมมืองดสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆ ภายในธนาคาร เพื่อลดการปนเปื้อนและการแพ่รกระจายเชื้อโรค เนื่องจากขณะนี้พบว่าผู้ติดเชื้อโควิด 19 บางรายไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่แพร่เชื้อสู่คนรอบข้างที่ใกล้ชิดได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, ธนาคาร, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124add387c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรค เผยภาพรวมฉีดวัคซีนแล้ว 22,508,659 โดส แนะ  3 กลุ่มเสี่ยงรีบฉีดโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์การของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลพบว่าในกลุ่มของผู้ที่เสียชีวิต &amp;nbsp;ประมาณร้อยละ 84 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มโรคเรื้อรัง เนื่องจากมีระดับภูมิต้านทานต่ำ และส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน เมื่อติดเชื้อโควิด-19 จะทำให้มีอาการป่วยรุนแรง จึงขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมี 3 กลุ่ม คือ &amp;nbsp;1.กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป &amp;nbsp;2.กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคอ้วนน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไตวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไป ให้รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเดือนส.ค.นี้ ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทั่วประเทศฟรี เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค และโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด จะต้องเร่งเข้ารับบริการฉีดเข็มที่ 1 โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ในเดือนส.ค.นี้ กรมควบคุมโรคได้จัดหาวัคซีนไว้ทั้งหมด 10 ล้านโดส ประกอบด้วยวัคซีนชิโนแวค 4 ล้านโดส และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 6 ล้านโดส จัดส่งให้ทั้ง 77 จังหวัดทุกสัปดาห์ เพื่อกระจายให้พื้นที่สามารถฉีดให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ซึ่งวัคซีนดังกล่าว มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานคณะกรรมอาหารและยา (อย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัคซีนป้องโรคโควิด 19 ทุกชนิด จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย หากติดเชื้อจะป้องกันไม่ให้มีอาการหนักและเสียชีวิต หลังฉีดแล้วอาจมีอาการข้างเคียงเกิดได้บ้าง เช่นมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1-3 วัน ประชาชนจึงไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด ทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคอย่างเพียงพอในสถานการณ์ที่โรคกำลังแพร่ระบาด&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-12 ส.ค. 64 ฉีดไปแล้ว 22,508,659 โดส โดยในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 3,613,029 คน ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 270,595 คน กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 1,899,772 คน ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 331,504 คน และในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 8,382 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนทุกคน ทุกพื้นที่ ทั้งที่ได้รับฉีดวัคซีนแล้ว และกำลังจะไปฉีดวัคซีน ขอให้งดออกนอกบ้านให้มากที่สุด หากมีความจำเป็นต้องออกไปธุระให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยแอลกอฮอล์เจล ผู้ที่มีโรคประจำตัวให้รับประทานยาเพื่อควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง งดการร่วมวงทานอาหาร &amp;nbsp; งดเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113248</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_611749c30c9d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้าฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ทยอยส่งถึงแล้ว 10 จังหวัด หลังอบรมบุคลากรทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 -&amp;nbsp;นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ได้รับบริจาคจากประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1.5 ล้านโดส ว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคได้เร่งดำเนินการเป็นไปตามแผนที่ได้จัดวางไว้ ทั้งการเตรียมพร้อมบุคลากรที่จะทำหน้าที่ให้บริการฉีดทั้งด้านเทคนิคและวิธีการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามมาตรฐานของวัคซีนไฟเซอร์ รวมทั้งระบบการติดตามเฝ้าระวังอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดอาร์เอ็นเอ (RNA base vaccine) มีความเข้มข้นสูง ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่กำหนด เพื่อคงประสิทธิภาพวัคซีน ซึ่งได้ให้สถาบันบำราศนราดูรจัดอบรมออนไลน์ให้แก่ทีมบุคลากรของสถานพยาบาลกว่า 600 คนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการ&amp;nbsp;โดยวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรกนี้ จะเร่งรัดฉีดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อโควิด 19 ให้เป็นไปตามที่สถานพยาบาล หรือสถานบริการพิจารณา เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญ คือ การบริหารการจัดส่งวัคซีน เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์จะเก็บรักษาอยู่ในความเย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส มีอายุได้เพียง 1 เดือน ดังนั้นจึงแบ่งการจัดส่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงที่ 1 คือวันที่ 4-7 สิงหาคม ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยในวันที่ 4 - 5 สิงหาคมนี้ ดำเนินการส่งไปถึงปลายทางแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ กทม., จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, สมุทรปราการ, นครนายก, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี รวมสถานพยาบาล 69 แห่ง ซึ่งพื้นที่สามารถแจ้งขอเพิ่มเติมได้ตามจำนวนและความต้องการ&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการส่งให้ช่วงที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงพยาบาลที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์แล้วทั้ง กทม. และต่างจังหวัด อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลศิริราช, &amp;nbsp;โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา, โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี, โรงพยาบาลชลบุรี, โรงพยาบาลสมุทรปราการ, โรงพยาบาลนครนายก,โรงพยาบาลสระบุรี, โรงพยาบาลระยอง เป็นต้น บางแห่งได้เริ่มฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ฯ แล้วในบ่ายวันนี้ และให้ครบตามเป้าหมายภายในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นก็จะเร่งดำเนินการในกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112319</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, วัคซีนไฟเซอร์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bb2fe9e88d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ย้ำเร่งสอบสวนโรคค้นหาผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า ในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 จากเชื้อสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย)​ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก รวมทั้งในต่างจังหวัดจากผู้ป่วยที่เดินทางกลับไปรักษาที่บ้าน ซึ่งวันนี้ (4 ส.ค.) ​พบผู้ป่วยรายใหม่กว่า 20,000 ราย จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหาคัดกรองผู้ติดเชื้อ โดยมีทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Operation) ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด และ กทม. เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่ม และแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ให้เข้าระบบการเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้เร่งกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ตามการจัดสรรของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยในเดือน ส.ค. นี้ จะทยอยส่งวัคซีนให้จังหวัด จำนวน 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และเพิ่มกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว เพื่อลดอาการป่วยที่รุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิต รวมทั้งฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรการแพทย์และบุคลากรด่านหน้า ซึ่งจะจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปให้จังหวัดในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเองด้วยชุดทดสอบแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit : ATK) เป็นการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นที่ช่วยให้รู้ผลได้เร็วขึ้น เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เป็นไปตามแนวทางของกรมการแพทย์ โดยหากผล ATK เป็นบวก เรียกว่าผู้ติดเชื้อเข้าข่าย สามารถรับยาและรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้านได้ทันที หากต้องเข้าแยกกักตัวในชุมชน หรือในสถานพยาบาล ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายควรได้รับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR คู่ขนาน และระหว่างรอผลตรวจยืนยันจะต้องพยายามแยกออกจากผู้ป่วยโควิด 19 เนื่องจากผลตรวจด้วย &amp;nbsp;ATK ให้ผลบวกลวงได้ 3-5% ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112178</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, สายพันธุ์เดลตา, อธิบดีกรมควบคุมโรค, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a2ad8857b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
