<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักการฑูตฮังการี และครอบครัว ติดเชื้อนานหลายเดือนแล้ว  แต่ไม่มีอาการ เผยไทยเตรียมเจรจาขอข้อมูล&quot;วัคซีน&quot;กับไฟเซอร์ สัปดาห์ที่3ของพ.ย. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10พ.ย.63-นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป และนพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้สัมผัสกรณีอินเดียและฮังการี รวมถึงวัคซีนโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โอภาสกล่าวว่า กรณีชายชาวอินเดีย อายุ 37 ปี บนเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ติดเชื้อโควิด 19 ไม่มีอาการ โดยพบเชื้อปริมาณน้อย และตรวจพบภูมิคุ้มกัน IgG ขึ้น แสดงว่ามีการติดเชื้อมานานหลายเดือน ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงโดยเฉพาะครอบครัวเดียวกัน ได้แก่ ภรรยา น้องชาย น้องสะใภ้ และหลานสาว ผลตรวจ RT-PCR ให้ผลเป็นลบทั้ง 4 ราย โดยภรรยา น้องชาย และน้องสะใภ้ ผลตรวจภูมิคุ้มกัน IgG ขึ้นเช่นกัน แปลว่าทั้ง 3 รายนี้น่าจะติดเชื้อมานานหลายเดือน ถือว่าไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อคนอื่นได้ และอยู่ในระบบกักกันโรคจนครบ 14 วัน สำหรับผู้สัมผัสที่เหลือในจังหวัดกระบี่ สุโขทัย ภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 79 ราย และ สัมผัสเสี่ยงต่ำ 283 ราย &amp;nbsp;ติดตามได้เกือบทุกราย ไม่พบรายใดมีการติดเชื้อเพิ่มเติม ทั้งนี้ จากการหารือกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ทราบว่า ประชาชนกระบี่มีการใส่หน้ากากเพิ่มขึ้นจาก 60-70 % เป็น 90 กว่า% &amp;nbsp;และไม่ได้ตื่นตระหนก ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม (Under Control) หากเป็นเช่นนี้ 4-5 วัน จะเข้าสู่ระยะปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่เป็นชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 2 ปี ได้ไปรับรัฐมนตรีของประเทศฮังการี ที่เดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ได้เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด (ASQ) ผลตรวจเจอเชื้อแต่ไม่มีอาการ และได้เดินทางกลับประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัวแล้ว เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ทั้งนี้ หลังพบการติดเชื้อ ผู้สัมผัสทั้งหมดรวมถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่นี้ได้เข้ารับการกักกันทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย &amp;nbsp;ทั้งในที่พักตนเองและที่กักตัวที่กำหนด มีการตรวจหาเชื้อตามมาตรการการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ โดยผลตรวจ RT-PCR ครั้งแรก 17 คนให้ผลเป็นลบไม่พบเชื้อ แต่พบเชื้อ 1 คน คือ ท่านทูตรายนี้ โดยผลออกเป็นบวกเมื่อคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน แต่ไม่มีอาการ จึงส่งเข้าไปรับการรักษาที่สถาบันบำราศนาดูร และไม่มีผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อรายนี้เพิ่มเติม เนื่องจากอยู่ในสถานที่กักกันตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ.นครกล่าวว่า ส่วนกรณีบริษัท ไฟเซอร์ ประกาศผลการวิเคราะห์เบื้องต้นของการทดสอบวัคซีนโควิด 19 ในคนมีประสิทธิผลป้องกันได้ถึง 90 % &amp;nbsp;ถือว่าเป็นความหวังที่จะมีวัคซีนใช้ในระยะเวลาอันใกล้ โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นรูปแบบ mRNA ซึ่งประเทศไทยมีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กำลังพัฒนาวัคซีนรูปแบบเดียวกันนี้ ก็เป็นความหวังที่จะพัฒนาต่อ และสามารถนำผลการทดสอบในมนุษย์มาเปรียบเทียบกันได้ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ยังต้องติดตามผลการทดสอบต่อไป เนื่องจากยังทดสอบในอาสาสมัครเพียง 3.8 หมื่นกว่าคน จาก 4.3 หมื่นกว่าคน &amp;nbsp;และต้องดูประสิทธิผลการป้องกันในระยะยาวว่า ภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานเท่าไร และต้องฉีดกระตุ้นเพิ่มเติมหรือไม่ รวมทั้งภูมิคุ้มกันตัวไหนที่เป็นตัวกำหนดการป้องกันโควิด 19 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประเทศไทยจะมีการหารือกับบริษัทนี้ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน โดยเป็นการเจรจาขอข้อมูลระหว่างกัน &amp;nbsp;เพื่อตัดสินใจในเชิงนโยบายต่อไป มีการนัดหมายตั้งแต่ ยังไม่ทราบผลการทดสอบในมนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเตรียมบริการวัคซีนโควิด 19 ประเทศไทยมีแผนเตรียมวัคซีนให้แก่คนไทย 50 % ของประชากร โดยกลุ่มแรกที่จะให้วัคซีนน่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการเกี่ยวกับโรคโควิด 19 ส่วนประชากรกลุ่มอื่น จะพิจารณาจากข้อมูล เช่น อัตราการป่วย อัตราการเสียชีวิต กลุ่มใดที่อ่อนแอเสี่ยงเสียชีวิต คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2563 ก่อนจะเสนอคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ การให้บริการขึ้นกับจำนวนวัคซีนที่จัดหา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83399</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด-19, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์, นักการฑูตฮังการี, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa6d973ec75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โล่งอก ไม่พบผู้ติดเชื้อจาก หญิงชาวฝรั่งเศส  เหตุเจ้าตัวใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา  แม้แต่สามี ลูก ก็ไม่พบเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63-นพ.โอภาส &amp;nbsp;การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และนพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีหญิงสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 57 ปี ป่วยโรคโควิด 19 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. โอภาส กล่าวว่าขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด 19 ในพื้นที่อ.แม่สอด จ.ตาก ได้แล้ว โดยจากการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ อ.แม่สอด จำนวน 8,500 ราย ไม่เจอผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ประชาชนสวมหน้ากากในที่สาธารณะ 100% การเฝ้าระวังสุ่มตรวจคนไทยขับรถเข้าไปยังเมียนมาและพนักงานขับรถส่งของเมียนมาเข้ามายังไทยไม่มีการติดเชื้อเพิ่มเติมเช่นกัน เช่นเดียวกับการขยายพื้นที่การตรวจออกไปอีก 4 อำเภอของ จ.ตาก ได้แก่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พบพระ อุ้มผาง แม่ระมาด และท่าสองยาง จำนวน 1,400 กว่ารายก็ไม่พบติดเชื้อ นับว่าเข้าสู่ขั้นปลอดภัย จากนี้จะเฝ้าระวังเชิงรุกใน 2 ส่วน คือกลุ่มเปราะบางในชุมชน เช่น โรงงาน เป็นต้น และเฝ้าระวังในโรงพยาบาล ได้แก่ ผู้ป่วยโรคปอดบวมสัปดาห์ละ 10 ราย และผู้ป่วยคลินิกโรคทางเดินหายใจวันละ 10 ราย หากเป็นปกติคาดว่าไม่เกินสัปดาห์จะเข้าสู่สถานการณ์ปกติถือว่าสิ้นสุดการระบาดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีหญิงฝรั่งเศสที่เกาะสมุย สถานการณ์ถือว่าอยู่ในระดับควบคุมได้เช่นกัน คาดว่าจะเป็นลักษณะของ Spike คือเจอผู้ติดเชื้อ 1-2 คน และควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายได้ เนื่องจากผู้ป่วยมีสุขอนามัยที่ดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สวมหน้ากากตลอดเวลา ผู้ใกล้ชิดอย่างสามีและลูกชายไม่พบการติดเชื้อ ขณะที่โรงพยาบาลมีการดำเนินการเฝ้าระวังการติดเชื้ออย่างดี ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากเพิ่มขึ้นเป็น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งพิจารณาตามหลักการประเมิน Outbreak Impact Risk คือ ตัวผู้ป่วย เชื้อโรค สิ่งแวดล้อม มาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ และมาตรการที่ประชาชนร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยังคงเข้ารักษาอยู่ในห้องแยกโรค รพ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไม่มีไข้และไม่มีอาการเหนื่อย แต่ยังมีอาการไอ ทีมแพทย์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด สำหรับการสอบสวนโรคในผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายนี้มี &amp;nbsp;126 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 46 ราย เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 28 ราย ผลเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ 27 ราย รอผล 1 ราย และอยู่ระหว่างติดตาม และเก็บตัวอย่าง 18 ราย ดังนี้
&amp;nbsp;1) บุคคลครอบครัวเดียวกัน 2 ราย คือ สามีและลูกชาย ผลเป็นลบ ครบกำหนดติดตามวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;2) ผู้สัมผัสในชุมชน 30 ราย ได้แก่ เพื่อน 1 ราย ผลเป็นลบ ครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 พนักงานร้านนวด 6 ราย ผลเป็นลบทุกราย ครบกำหนดติดตามวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และในบาร์ 23 ราย เป็นเจ้าของ 2 ราย พนักงาน 3 ราย เพื่อน 2 ราย และผู้ที่สัมผัส 16 ราย ผลเป็นลบแล้ว 7 ราย อยู่ระหว่างติดตาม 16 ราย ครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;3) เที่ยวบินเดียวกัน 12 ราย เป็นผู้โดยสาร 10 ราย พบมีอาการป่วย 1 ราย ผลเป็นลบแล้ว 9 รายรวมถึงผู้ที่มีอาการป่วย และอยู่ระหว่างรอผล 1 ราย พนักงานบนเครื่อง 2 ราย ผลเป็นลบ จะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;4) คนขับรถแท็กซี่ 2 ราย จากสถานกักกันทางเลือกไปสถานทูตฝรั่งเศส 1 ราย และจากสถานทูตฝรั่งเศสไปสนามบิน 1 ราย อยู่ระหว่างการติดตาม โดยจะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 80 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่สนามบิน 29 ราย เที่ยวบินเดียวกัน 23 ราย จะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 28 ราย จะครบกำหนดติดตามวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 โดยทุกรายไม่มีอาการ ได้แนะนำให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ที่มีคนรวมกันจำนวนมาก และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสถานที่กักกันทางเลือก (ASQ) จ.สมุทรปราการ ที่ผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้ารับการกักกันโรคระยะเวลา 14 วันตามมาตรการของประเทศไทย ได้เก็บตัวอย่างจากพนักงานในสถานที่กักกันจำนวน 67 ราย ผลไม่พบเชื้อ และภูมิคุ้มกัน (Antibodies) เป็นลบ ซึ่งนโยบายในการดำเนินงานในสถานที่กักกันจะเน้นความปลอดภัยของผู้ถูกกักกันและผู้ปฏิบัติงาน มีระบบควบคุมกำกับและตรวจสอบมาตรฐานเข้มงวด ไม่ให้ออกจากสถานที่กักกันก่อนครบกำหนด 14 วัน รวมถึงมีการทำความสะอาด Big cleaning สุ่มตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังผู้ถูกกักกันตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สธ. &amp;nbsp;หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องจนครบกระบวนการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย ทั้งนี้ การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมีโอกาสเป็นไปได้ แต่การพบผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสให้ได้โดยเร็ว และควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดจะสามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ ซึ่งความร่วมมือประชาชน ชุมชน และ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีความสำคัญในการควบคุมสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง ดังกรณีที่อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ประชาชนให้ความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะกว่าร้อยละ 80 ทำให้ลดโอกาสการเกิดการระบาดของโรค รวมถึงมาตรการเฝ้าระวังชุมชนโดย อสม. อสร. (อาสาสมัครโรงแรม) เป็นผลให้ควบคุมการระบาดได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมสนับสนุนการเปิดประเทศ-เปิดเศรษฐกิจให้กว้างขวางขึ้นอย่างปลอดภัย สร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ-วิถีชีวิต-วิถีทางสังคม-เศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81987</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมควบคุมโรค (คร.), นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์, หญิงชาวฝรั่งเศศ, เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f981b144b133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัวร์100%  ตรวจรอบ 3 ชาวบ้านยะลา 40 ราย ไม่พบโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงผลการตรวจตัวอย่างเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ของประชาชนในจังหวัดยะลา จำนวน 40 ราย ครั้งที่ 3 พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดถูกส่งมาตรวจในห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เมื่อคืนวันที่ 5 พฤษภาคม ขณะนี้ทราบผลแล้ว&amp;nbsp; ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อ หลังผลการตรวจสอบ 2 ครั้งที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลศูนย์ยะลาและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลาให้ผลไม่ตรงกัน ขั้นตอนจากนี้กรมวิทย์ฯ จะรายงานไปยังสาธารณสุขจังหวัดยะลาให้ได้รับทราบผลอย่างเป็นทางการ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;และจากการส่งทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ จ.ยะลาเพื่อตรวจสอบสาเหตุ ในสถานที่ปฏิบัติงานจริง ไม่ได้พบความผิดพลาดที่เป็นประเด็นสำคัญ (major error) ระหว่างนี้ได้มอบนโยบายให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา รับหน้าที่ตรวจยืนยันผลอีกทางหนึ่ง เนื่องจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลศูนย์ยะลามีภาระงานที่ค่อนข้างมาก&amp;nbsp; จากนโยบายการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน ทำให้ต้องตรวจตัวอย่างเชื้อจำนวน 700 &amp;ndash; 800 ตัวอย่างต่อวัน ซึ่งเดือนเมษายนที่ผ่านมาตรวจไปกว่า 4,000 ตัวอย่าง ถือว่าเป็นห้องปฏิบัติการขนาดเล็กที่มีปริมาณงานมากที่สุดในประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65218</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, 40 ราย จ.ยะลา, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb27c4bc4666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ผลชัดพรุ่งนี้  ตรวจครั้งที่ 3 ผลบวกโควิดยะลา 40 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5พ.ค.63-นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่&amp;nbsp; ห้องปฎิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด 19 จ. ยะลา เกิดความผิดพลาดในการตรวจหาเชื้อชาวบ้าน 40 ราย ที่ผลออกมาเป็นบวก ทำให้ต้องส่งไปตรวจครั้งที่สอง ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สงขลา&amp;nbsp; ซึ่งผลออกเป็นลบ และต้องมาตรวจซ้ำที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในกรุงเทพ&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในชั้นตอนการส่งตัวอย่าง ผลน่าจะออกมาพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า การตรวจที่ยะลา เป็นการตรวจหาเชื้อเขิงรุก เพราะเป็นจุดหนึ่งที่พบผู้ป่วยต่อเนื่อง&amp;nbsp; ซึ่งตามธรรมชาติการเกิดโรคน่าจะพบผู้ติดเชื้อได้ไม่เกิน 5% แต่การเจอถึง 40 รายถือว่าผิดปกติ และจากการตรวจสอบพบ ว่ามีการผิดพลาดที่เกิดขึ้น สำหรับการที่ผลแล็ป2แห่งไม่ตรงซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp; เกิดขึ้นได้ตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งกรณีของยะลา คณะผู้เชี่ยวชาญกรมวิทยาศาสตร์ และ มอ.ได้เข้าไปตรวจว่าเกิดผิดพลาดรงไหน และนำตัวอย่งมาตรวจซ้ำที่กรมวิทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การเก็บตัวอย่างการตรวจ มาจากตัวอย่างเดิม และตัวอย่างใหม่ เราก็เอามาจากจมูกและคอ เป็นตรวจแบบ PCR&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากกรณียะลา การตรวจก็เป็นตามขั้นตอนปกติ&amp;nbsp; แต่พอตรวจแล้วรู้ว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้เรามี แล็ป 151 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ตรวจไปแล้ว 2.7 แสนตัวอย่าง&amp;nbsp; ซึ่งตรงนี้เป็นกำลัง ทำให้ไทยคุมโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกรมวิทย์ ก็มีการลงพื้นที่ติดตามการทำงานของแต่ละศูนย์แล็ป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งปัญหาแบบนี้เคยเกิดขึ้น มาก่อนและเราใช้มาตรฐานตรวจซ้่ำ ก็จะรู้ว่าผู้ป่วยติดเชื้อหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65112</URL_LINK>
                <HASHTAG>40 คนที่ยะลา, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c46868cbe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯ พัฒนาชุดทดสอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หลังมีผู้ผลิตแอบใส่เมทานอล    ที่อันตรายร้ายแรงมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3เม.ย.63-นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากสวถานการณ์การแพร่ระบาด โรคโควิด&amp;ndash;19 &amp;nbsp;ทำให้ &amp;nbsp;มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือปริมาณมาก ทำให้เกิดการขาดแคลนแอลกอฮอล์ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)อนุญาตให้ใช้ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ได้แก่ เอทิลแอลกอฮอล์ (เอทานอล) ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (ไอโซโพร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พานอล) หรือ เอ็น-โพรพิลแอลกอฮอล์ (เอ็น&amp;ndash;โพรพานอล) เท่านั้น แต่มีผู้ผลิตบางรายใช้แอลกอฮอล์ชนิดเมทิลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หรือเมทานอลเป็นส่วนผสมแทน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเมทานอลมีอันตรายร้ายแรง โดยการสัมผัสทางผิวหนัง ไอระเหยจะทำให้เกิดการสูญเสียชั้นไขมันของผิวหนัง แห้ง แตก เกิดผื่นแดง การหายใจรับไอของเมทานอล ทำให้หลอดลม ลำคอ และเยื่อบุตาอักเสบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากหายใจหรือสัมผัสในปริมาณมาก อาจทำให้ปวดท้อง เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก หายใจลําบาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การมองเห็นผิดปกติและอาจตาบอดได้ เนื่องจากลักษณะภายนอกของเมทานอลกับแอลกอฮอล์ที่อนุญาตให้ใช้ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีความแตกต่างกัน จึงไม่สามารถตรวจสอบได้จากลักษณะภายนอก สีหรือกลิ่น หากต้องการทราบชนิดของแอลกอฮอล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องทดสอบทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp; ได้พัฒนาการตรวจหาเมทานอล &amp;nbsp;หรือ DMSc MtTek Test Kit &amp;nbsp;ซึ่งมีวิธีใช้ง่ายและทราบผลภายใน 2 นาที &amp;nbsp;ความไวของชุดทดสอบคือปริมาณต่ำสุดที่ตรวจพบได้ในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ คือ เมทานอลร้อยละ 2 &amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุดทดสอบเมทานอลให้ อย. และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่ง เพื่อใช้ในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ และหากพบว่าผลิตภัณฑ์ใดที่ตรวจด้วยชุดทดสอบแล้วให้ผลบวก (พบเมทานอล) จะต้องส่งตรวจยืนยัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อได้ผลวิเคราะห์สำหรับการดำเนินการต่อไป โดยชุดทดสอบนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือนั้น ผู้บริโภคต้องสังเกตเลขจดแจ้งที่ฉลาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่ง อย. ได้ออกให้แก่ผู้ประกอบการผลิตตามเงื่อนไขที่กำหนด และหากไม่แน่ใจสามารถตรวจสอบเลขจดแจ้งได้ที่เว็บไซต์ อย. ส่วนผู้ผลิตหรือจ้างผลิตสามารถตรวจสอบว่าวัตถุดิบที่ใช้เป็นแอลกอฮอล์ชนิดใดจากใบรับรอง (Certificate) ของวัตถุดิบที่ใช้จากผู้จำหน่าย เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ถูกต้องและมีคุณภาพ ทั้งนี้หากหน่วยงานรัฐหรือเอกชนสนใจชุดทดสอบเมทานอล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้านค้าสวัสดิการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 0-2951-0000 ต่อ 98463, 98450 &amp;rdquo; นายแพทย์โอภาส กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61950</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ขุดทดสอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e870fdbc16d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย  สธ.สยบกระแสข่าวลือ ยันยังไม่ระบาดระยะที่ 3 การติดเชื้อยังอยู่ในวงจำกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11มี.ค.63 -&amp;nbsp;นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยนพ. ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และนพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า สถานการณ์ของโรคในประเทศไทยขณะนี้ ยังไม่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ผู้ป่วยยืนยันของไทยทราบประวัติการสัมผัสชัดเจน มีหลายกรณีจากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการกักตัวเองอยู่ที่บ้าน ไม่งดกิจกรรมทางสังคม ส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อไปสู่คนในครอบครัว คนใกล้ชิด และเพื่อนร่วมงาน จึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่มีรายงานการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง ขอให้แยกตัวเองอยู่ที่บ้าน เฝ้าสังเกตอาการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดจนครบ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ ผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ชายไทย อายุ &amp;nbsp;25 ปี รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร รักษาหายกลับบ้านได้อีก 1 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันจำนวน 6 ราย รายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 21 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิ เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในกทม.เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 54) รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 40 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มป่วยวันที่ 7 ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ ปวดศีรษะ และรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;(นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 55) รายที่ 3 เป็นชายไทยอายุ 25 ปี พนักงานบริษัทเอกชน เริ่มป่วยวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. 2 ครั้ง (วันที่ 27 กุมภาพันธ์ และ 2 มีนาคม 2563) ด้วยอาการไข้ แพทย์รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล ผลเอกซเรย์พบปอดอักเสบ รักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น และหาสาเหตุไม่ได้ เข้านิยามการเฝ้าระวัง จึงตรวจทางปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ ขณะนี้ส่งมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 56) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 4 เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ถึงไทยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เริ่มป่วยวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกทม.เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ ขณะนี้ ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี &amp;nbsp;(นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 57) รายที่ 5 เป็นชายไทยอายุ 40 ปี เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนเดินทางกลับ (25 กุมภาพันธ์ 2563) ประสบอุบัติเหตุเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เดินทางกลับถึงไทย 26 กุมภาพันธ์ 2563 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งจากกระดูกข้อมือซ้ายหัก ได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อไวรัสสาเหตุโควิด-19 รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 58) และรายที่ 6 ผู้ป่วยชายชาวสิงคโปร์ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในกทม. เริ่มป่วยวันที่ 6 มีนาคม ด้วยอาการไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามตัว เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ขณะนี้รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 59)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยสรุปวันนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 34 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 24 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสม 59 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีพนักงานบริษัทชาวสิงคโปร์ที่มีข่าวว่าติดเชื้อภายหลังเดินกลับจากประเทศไทย เข้ามาพักในประเทศไทยเพียง 1 วันและมีประวัติเดินทางไปหลายประเทศก่อนมาไทย กรมควบคุมโรคได้สอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างผู้สัมผัสในบริษัทเดียวกัน 84 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคจะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ จัดเสวนาถอดบทเรียนผู้ป่วยยืนยันและผู้สัมผัส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแรงงานไทยนอกระบบจากเกาหลีใต้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบทั้งหมด 241 คน เป็นชาย 104 คน หญิง 137 คน (มาจากเมืองแทกูและคย็องซังเหนือ 8 คน) มีกลุ่มดูแลพิเศษ 29 คน เป็นหญิงตั้งครรภ์ 6 คน เด็กเล็ก 5 คน มีโรคประจำตัว 18 คน ผลการคัดกรองไม่พบผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ทุกคนไม่มีไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทดสอบประสิทธิภาพของหน้ากากผ้าเพื่อทดแทนการใช้หน้ากากอนามัย โดยทดสอบ 3 วิธี คือ ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อศึกษาเส้นใยผ้าในการกันอนุภาค ทดสอบการเป็นขุยด้วยวิธีการซัก และทดสอบประสิทธิภาพการซึมผ่านของละอองน้ำ พบว่า ผ้าฝ้ายมัสลินมีความเหมาะสมในการนำมาใช้ทำหน้ากากผ้ามากกว่าผ้าชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ซัก ตากแห้งทุกวัน ไม่ใช้มือสัมผัสหน้ากากขณะสวมใส่ และป้องกันตนเองโดยกินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ ยังยืนยันว่า ไทยยังไม่เข้าสู่การระบาดระยะที่ 3 แม้ในกรณีของผู้ติดเชื้อรายที่ 3 จะเป็นการติดจากภายในประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้เข้าสอบสวนตรวจหาผู้ใกล้ชิดแล้ว &amp;nbsp;แต่การติดเชื้อดังกล่าว ยังเอยู่ในวงจำกัด หรือ Limited&amp;nbsp; local transmission&amp;nbsp; ไม่มีการระบาดต่อเนื่อง จึงไม่เข้าข่ายว่าเป็นการระบาดระยะที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การระบาดของเรายังอยู่ในวงจำกัด ไม่ระบาดต่อเนื่อง ไม่เหมือนเกาหลีใต้ ที่ระบาดจาก วงที่ 1 ไป 2หรือ &amp;nbsp;3 และกลับมาที่วงที่ 1 ใหม่ อย่างนี้เป็นการระบาดในวงกว้าง ดังนั้น ประเทศไทย ยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประกาศของกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ที่สร้างความสับสนสังคมว่าประเทศไทย ว่าเป็นการระบาดระยะที่ 3 นพ.โสภณ กล่าวว่า อาจจะเป็นเพราะมีการนำ 2เรื่องมาอยู่ในข้อความเดียวกัน ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดได้ ซึ่งยังยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เขเช้าส่การระบาดระยะที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59449</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e6879f7bbf85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจเอาอยู่น้ำท่วมเพชรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เตรียมลงขันนอตพื้นที่แก่งกระจาน ดูแลบริหารจัดการน้ำ ชม &amp;quot;ผู้ว่าฯ เมืองเพชร&amp;quot; รับมือเยี่ยม &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; รับ 9 จังหวัดริมโขงน่าวิตก &amp;quot;กฤษฎา&amp;quot; แจงใช้ 3 วิธีระบายน้ำ เชื่อเอาอยู่หากไม่มีฝนซ้ำ ลั่นไม่ซ้ำรอยปี 2554 แน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้ทราบว่ามีการเตรียมการเป็นอย่างดี จึงขอชมเชยผู้ว่าราชการจังหวัดที่เตรียมการรับมือ โดยวันที่ 8 ส.ค. จะลงพื้นที่เพื่อไปดูระดับน้ำ เนื่องจากมีระดับน้ำที่สูง จึงต้องไปดูแผนที่เตรียมการไว้ว่าครบถ้วนหรือไม่ พร้อมตรวจดูการทำงานของหน่วยป้องกันภัยของพลเรือนที่ร่วมบูรณาการทำงานกับฝ่ายทหาร เตรียมการรองรับกรณีน้ำเข้ามามากกว่าปริมาณที่สามารถรองรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คาดว่าปริมาณน้ำยังคงทรงตัวและลดลงหลังจากที่ได้ระบายน้ำออกแล้ว ทั้งนี้ หลายคนเป็นห่วงการระบายน้ำบริเวณเขื่อนกรณีน้ำล้นสปิลเวย์ โดยการระบายน้ำออก จะต้องดูว่าเขื่อนมีความแข็งแรงที่จะพอรองรับได้หรือไม่ พร้อมดูน้ำที่ระบายออกมาว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เพื่อที่ภาคประชาชนจะได้เตรียมการรองรับ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า จะไปตรวจงานในเรื่องเหล่านี้ หลายพื้นที่อาจต้องมีแผนอพยพประชาชน จึงขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ฝนและสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือกูเกิล ว่าเดือน ส.ค.น้ำแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร ซึ่งบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำ เขตการระบายน้ำออกต้องเตรียมการรับมือ โดยเก็บข้าวของไว้ในที่สูง พร้อมเตรียมอพยพไปในพื้นที่ปลอดภัย หากมีปริมาณน้ำมากขึ้น โดยรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา ได้ตัดตอนน้ำทั้งก่อนเข้าเขื่อนและท้ายเขื่อน พร้อมทำทางระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยสอดคล้องกับที่ผมได้สั่งการไปแล้ว ว่าให้ขุดขยายเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ เพื่อเก็บกักและระบายน้ำไว้ในพื้นที่แก้มลิง พร้อมชดเชยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมสนับสนุนสร้างอาชีพให้กับประชาชน เช่น ทำประมงพื้นบ้านเหมือนที่ได้ทำไปแล้วที่ จ.พิษณุโลก และ ต.บางระกำ จ.พระบครศรีอยุธยา โดยประชาชนมีความพอใจ วันนี้มีปลาเยอะแยะ และวันนี้ก็ได้ขอห้องเย็นมาอีกเพื่อเก็บปลาจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นอาชีพเสริมขึ้นมาในช่วงตอนทำนาไม่ได้ รัฐบาลคิดทุกมิติ เพราะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรจึงจะเสียหายน้อยที่สุด และรัฐบาลต้องดูแล ที่สำคัญคือสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าต้องเตรียมการอย่างไร โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องช่วยกัน ซึ่งพรุ่งนี้ผมจะบังคับบัญชาในเรื่องนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ได้ให้แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ในอนาคต เพราะหลายพื้นที่ทำโครงการใหม่ๆ แล้วสามารถระบายน้ำได้ เช่นเดียวกับที่เขื่อนแก่งกระจาน ในประตูระบายน้ำคลอง D9 โดยตอนนี้ทำได้แล้ว 50% ซึ่งได้สั่งให้เปิดการระบายน้ำออกด้านข้างด้วย เพราะจะลดปริมาณน้ำได้กว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร จากนั้นจะเหลือกว่า 100 ล้าน ลบ.ม. เพราะถ้าปล่อยออกช่องทางเดิมทั้งหมด น้ำก็จะท่วมทั้งหมด รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมาก โดยให้ความสำคัญตั้งแต่แรก ก่อนมีสถานการณ์น้ำเกิดขึ้น
เตรียมตรวจคลอง D9
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดการการลงพื้นที่ของคณะ พล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 8 ก.ค.นั้น จะออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากสนาม ฮ.พล ม.2 ในเวลา 08.30 น.ไปยัง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปยังเขื่อนเพชร เพื่อดูการบริหารจัดการน้ำที่มาจากเขื่อนแก่งกระจาน รวมทั้งตรวจระดับน้ำและรับฟังการบรรยายสรุปก่อนมอบนโยบายให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ หลังจากนั้นจะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำคลอง D9 เพื่อดูการขยายคลองชลประทานเชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำ D9 และในช่วงบ่ายจะเดินทางไปยังวัดคุ้งตำหนัก ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม เพื่อตรวจการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและระดับน้ำเปรียบเทียบก่อนเดินทางกลับ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ฉัตรชัยได้รายงานถึงการลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่ จ.เพชรบุรี ว่ามีการพร่องน้ำอย่างไร และเหตุใดถึงมีการพร่องน้ำตอนนี้ โดย พล.อ.ฉัตรชัยชี้แจงว่า มีมาตรการในการรักษาระดับน้ำให้อยู่ 60% ส่วนที่ห่วงใยว่าเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เขื่อนแก่งกระจานมีระดับเต็มความจุของเขื่อน ขณะที่เขื่อนศรีนครินทร์ &amp;nbsp;เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนปราณบุรี มีระดับน้ำเกือบเต็มความจุเขื่อนนั้น ขอให้มั่นใจเขื่อนมีศักยภาพรับน้ำได้ เนื่องจากมีสปิลเวย์หรือทางรับน้ำที่จะยืดหยุ่น ยืนยันว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่มีโอกาสที่น้ำจะล้นสันเขื่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ได้สั่งผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อไปดูรายละเอียดเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนในแต่ละเขื่อน ซึ่งเป็นเทคนิคที่สูงว่าสปิลเวย์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าแม้เกิดแผ่นดินไหวเขื่อนก็จะรับได้ โดยยืนยันที่ประชุมไม่ได้มีการเปรียบเทียบตัวเลขน้ำเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แต่อย่างใด&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งเตรียมการในด้านอุปกรณ์ในการช่วยเหลือในพื้นที่ที่คาดว่าน้ำจะไปถึง ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังดำเนินการขุดทางระบายน้ำ 418 จุด ส่วนการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งการแจ้งเตือนไม่ถือว่าช้าเกินไป เพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้น หรือเรารู้ว่าฝนจะมา ปริมาณน้ำมากขึ้น ก็แจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปริมาณน้ำปีนี้ที่ใกล้เคียงกับปี 2554 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาบริหารจัดการน้ำอยู่ แต่ยังมี 9 จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงที่ปริมาณน้ำยังสูงอยู่ ไม่รู้ว่าปล่อยมาจากที่อื่น หรือมาจากฝนที่ตกลงมาสะสม นอกนั้นก็มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีและเราเตรียมการป้องกันไว้ทั้งหมด
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์การระบายน้ำที่เขื่อนแก่งกระจานว่า มั่นใจว่าจะบริหารจัดการและรับมือสถานการณ์ได้ แม้มีน้ำล้นสปิลเวย์หรือมีน้ำทะเลหนุนในช่วง 2 วันนี้ แต่สถานการณ์ไม่รุนแรง มีการระบายน้ำได้ โดยจะมี 4 อำเภอที่อาจได้รับผลกระทบบ้างคือ อ.เมืองฯ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด และ อ.บ้านแหลม โดยได้กำชับให้ฝ่ายปกครองเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมสำหรับการแจ้งเตือน คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมาก มีเพียงบริเวณที่อยู่ใกล้น้ำเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ
ลั่นไม่ซ้ำรอยปี 2554
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแก่งกระจานได้ใช้ 3 ช่องทาง คือ ประตูปิด-เปิดธรรมดา ช่องทางน้ำล้น (สปิลเวย์) และเครื่องสูบน้ำออก ซึ่งน้ำทั้งหมดจะลงมาสู่แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งมวลน้ำใหญ่กำลังเคลื่อนตัวลงมา โดยกระทรวงและสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แยกมวลน้ำดังกล่าวให้ออกไปทางซ้ายและขวาของแม่น้ำเพชรบุรี โดยส่วนหนึ่งใช้เครื่องสูบน้ำเป็นทางลัดสู่อ่าวไทย อีกส่วนกำลังดูพื้นที่ว่างที่ยังไม่มีการทำเกษตรให้น้ำลงพื้นที่นั้น เป็นโมเดลเดียวกับที่ทำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องสูบน้ำ และการผันน้ำออกทางซ้ายขวา ทำให้น้ำที่จะลงไปสู่ตัวเมืองเพชรบุรีลงไปช้าและมีปริมาณน้อยลง จึงมีเวลาให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมความพร้อม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวว่า ส่วนราชการทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลางจะพยายามเร่งระบายน้ำตามวิธีดังกล่าวให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในเมืองเพชรบุรีให้น้อยที่สุด โดยรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. ระดับน้ำยังอยู่ในระดับล่าง ไม่ขึ้นมาริมตลิ่ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำยังเป็นไปตามแผน แต่ปัจจัยที่เรายังไม่กล่าวถึงคือ ฝนที่จะตกลงมาใหม่หรือไม่ โดยตลอด 24 ชม. ที่ผ่านมายังไม่มีฝนมากตกลงมา แต่หากตกลงมาต้องดูปริมาณน้ำก่อน ถ้ามีปริมาณน้ำไหลอยู่ที่ประมาณ 70-80 ลบ.ม.ต่อวินาทีไม่มีปัญหา แต่ถ้าขึ้นมา 200-300 ลบ.ม.ต่อวินาที จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำในเมือง จ.เพชรบุรี น้ำท่วม แต่จะไม่ท่วมกระจายเหมือนเมื่อก่อน เพราะเรามีพนังกั้น และเครื่องสูบน้ำคอยรองรับไว้จากกรมชลประทาน 35 เครื่อง ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มสูบน้ำออกไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ใช้หลักการระบายน้ำแบบเดียวกัน ส่วนพื้นที่อื่นตามลุ่มแม่น้ำโขง ที่ตอนนี้ประสบปัญหาเช่นกันนั้น ขณะนี้ยังบริหารจัดการได้ แต่ด้วยน้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณที่มาก ทำให้ระบายได้ช้า ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังคงรับน้ำได้อยู่ น้ำจะไม่ท่วมแบบปี 2554 แน่นอน&amp;rdquo; นายกฤษฎายืนยัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการสนับสนุนความช่วยเหลือจากกองทัพเรือในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.เพชรบุรี ว่าได้ส่งเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ เพื่อเร่งระบายน้ำ และยังได้ส่งหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ไปช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของ ช่วยเหลือเรื่องการเดินทาง และลาดตระเวนตรวจการณ์ระดับน้ำที่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีน้ำเอ่อล้น เชื่อว่าการสนับสนุนของกองทัพเรือจะช่วยผ่อนคลายความเสียหายของสถานการณ์อุทกภัยได้บางส่วน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าวถึงข้อวิตกกังวลของสถานประกอบการกรณีที่ปริมาณน้ำเริ่มท่วมทะลักเข้ามายังตัวเมืองเพชรบุรี ว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจเรียบร้อยแล้ว แต่เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก ผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ตต่างๆ มีความตื่นตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวหลังประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีอุทกภัยว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. ได้สั่งให้ทุกฝ่ายมีการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์ตอบโต้สถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ที่เฝ้าระวังอย่างเข้มข้นคือที่ รพ.พระจอมเกล้า และ รพ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพราะมีการเบี่ยงทางน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการท่วม ก็สั่งการให้วางกระสอบทรายเป็นแนวกั้นน้ำเตรียมไว้ และมีการวางแผนว่าหากจำเป็นต้องอพยพจะขนผู้ป่วยวิกฤติออกจาก รพ.อย่างไร โดยประเมินสถานการณ์กันวันต่อวัน พร้อมทั้งเปิดศูนย์ติดต่อสำหรับประชาชนตลอด 24 ชม. หรือสามารถโทร.มาที่สายด่วน 1669 ได้&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14937</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69b0b81fe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
