<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยผู้ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม ได้บูสเตอร์​โดสในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดครบ 50% ทุกจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;11 ก.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 13.30น. ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลง​ข่าวสถานการณ์​การแพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่าผูัติดเชื้อทั่วโลกวันนี้เพิ่มขึ้น 595,081 ราย ทำให้ทั่วโลกมียอดติดเชื้อสะสม 224,647,087 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา​เป็นประเทศที่มีการระบาดมากที่สุดโดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 171,125 ราย สะสม 41,741,693 ราย รองลงมาเป็นอินเดียติดเชื้อ​เพิ่มขึ้น 37,873 ราย สะสม 33,200,877 ราย สังเกตเห็นสถานการณ์​ยังขึ้นๆลงๆ แต่ในภาพรวมยังคงรุนแรง สำหรับผู้เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9,080 ราย สะสม 4,630,843 ราย ส่วนสถานการณ์ประเทศ​ไท​ยเพิ่มขึ้น 15,191 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น​ 253 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามเราจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงเรื่อย ซึ่งเป็นสิ่งที้เราต้องร่วมมือกัน เห็นว่าในขณะนี้สถานการณ์การระบาดจะดูเหมือนลดลง จึงขอบคุณความร่วมมือของประชาชน ในการดำเนินมาตรการต่างๆ โดยในระยะต่อไปก็คงจะต้องมีการดำเนินการต่างๆมากขึ้น เช่นเรื่องของการป้องกันส่วนบุคคล การฉีดวัคซีน การตรวจคัดกรองต่างๆ ซึ่งต่อไปจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำมากขึ้นแล้วก็บ่อยขึ้นก็คือเรื่องของมาตรการองค์กรถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเปิดการทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะต้องมีมาตรการที่ทำให้การระบาดไม่กลับไปมากขึ้นเหมือนเดิม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า การดำเนิน​ก​ารฉีดวัคซีนตอนนี้เพิ่มขึ้น 753,503 โดส สะสม 39,631,862 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 26,954,546 ราย และเข็มสอง 12,063,642 ราย ในระยะต่อไปเราจะมีวัคซีน​เพิ่มขึ้น ทั้งนี้วัคซีน​แต่ละยี่ห้อ​ที่ประเทศนำมาฉีดทั้งหมดผ่านห้อง​ปฏิบัติการ​ และทุกชนิดมีประสิทธิภาพ​ในการป้องกันโรค โดยซิโนแวคเรามีการวัดประสิทธิภาพ​ลดป่วยหนักหรือเสียชีวิต​ ซึ่งการระบาดที่สมุทรสาคร​มีประสิทธิอยู่ 90.5% แต่พอเชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงไปประสิทธิภาพในช่วงหลังๆลดลง เนื่องจากเชื้อมีการกลายพันธุ์​ แต่ถ้าเราต้องการป้องกัน​โรค​ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจะต้องมีกระบวนการ​การในการบริหารจัดการวัคซีน ซึ่งประเทศไทยใช้คือการเปลี่ยนสูตรวัคซีน เดิมวัคซีนแต่ละยี่ห้อเราจะฉีดยี่ห้อนั้นๆครบสองเข็ม แต่พอพบเหตุการณ์​แบบนี้เราได้ปรับวัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยมาปรับสูตรหลักสูตร&amp;nbsp;ปัจจุบันใช้เป็นซิโนแวค แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ข้อดีก็คือภูมิคุ้มกันในวันขึ้นพอๆกับฉีดแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ 2 ต่อสู้กับสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย)​ ได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โอภาส​ กล่าวเพิ่มเติ่ม​ว่า ในระยะต่อไปกระทรวง​สาธารณสุข​จะรีบดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนครบสองเข็มได้เร็วขึ้น เพื่อลดอาการรุนแรง ทั้งนี้วัคซีนไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคเพียงอย่างเดียวมาตรส่วนบุคคล ก็ยังต้องเข้มงวด นอกจากนี้กลุ่มผู้เสียชีวิตกว่า 90% เป็นกลุ่ม 608 ซึ่งเราต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนต่อไปครอบคลุม อย่างไรก็ตามจากนี้ไปปลายเดือน ก.ย. เราจะฉีดวัคซีนได้ทั้งหมด 45 ล้านโดส ทั้งนี้เรามีวัคซีนหลักอยู่ 4 บริษัทคือ ซิโ​นแ​วค​ แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ไฟเซอร์ ​และซิโน​ฟาร์ม​ ผลข้างเคียงทุกยี่ห้อส่วนใหญ่จะคล้ายกันมีไข้ ปวดศรีษะ​ ถ้าทานยา ลดไข้ ทานยาแก้วิงเวียน อาการก็จะดีขึ้น แต่ผลข้างเคียงที่เราติดตาม คืออาการแพ้รุนแรง ของซิโนแวคอาการที่รุนแรงคืออาการแพ้วัคซีนพบทั้งหมด 24 ราย คิดเป็น 0.1 % ต่อแสนรายส่วนแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ มีทั้งหมด 6 ราย 0.04 ต่อแสนราย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยทั้งหมดที่กล่าวรักษาหายกลับเป็นปกติ ส่วนภาวะลิ่ม​เลือด​อุดตัน​หลังจากได้แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ที่ประเทศสหรัฐ​อเมริกา​ และยุโรปพบค่อนข้างมาก ส่วนในเอเชียพบค่อนข้างน้อย พบเพียง 5 รายคิดเป็น 0.03 %ต่อประชากรแสนคน เพราะฉะนั้นวัคซีนหลัก 2 ตัวนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย ถือว่ามีมาตรฐาน​ความปลอดภัยอยู่ในระดับสูง ส่วนไฟเซอร์​ ที่สหรัฐอเมริกา​พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตอนนี้ในไทยพบ 1 ราย หลังจากฉีดไปประมาณ 1 ล้านโดส คิดเป็น 0.1% ต่อแสนประชากร โดยรายนี้ไม่รุนแรงและหายเป็นปกติ อย่างไร​ก็ตาม​อาการไม่พึงประสงค์​และอาการข้างเคียงเป็นสิ่งสพคัญทางกระทรวง​สาธารณสุข​ ก็มีการติดตามข้อมูล เพื่อให้ทราบว่าวัคซีนมีความปลอดภัยมากแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;รายที่เสียชีวิต​ภายหลังการฉีดวัคซีน เวลาที่ฉีดวัคซีนเรามีการติดตามคนๆนั้นไปประมาณ 4 สัปดาห์​ หากเกิดอาการผิดปกติ ต้องเข้าโรงพยาบาล​หรือเสียชีวิต เราจะต้องมีการพิสูจน์​ว่าเกิดจากวัคซีน​หรือเปล่า ถ้าเป็นไปได้ในรายที่เสียชีวิต​เราจะต้องขอชันสูตร​ศพว่าเกิดจากอะไร และเอาผลชันสูตร​ให้คณะผู้เชี่ยวชาญ​พิจารณา​ว่าเกี่ยวข้อง​กับ​วัคซีน​หรือไม่&amp;quot; นพ.โอภาส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โอภาส ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลฉีดวัคซีนทั้งหมดพบว่า ผู้เสียชีวิตภายหลังการฉีดวัคซีนที่รับรายงานจำนวน 628 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณา เสร็จแล้ว 416 ราย เพราะว่าส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทั้งหมด 249 ราย พบ มีสาเหตุต่างๆกัน ทั้งนี้ติดเชื้อในระบบประสาท เลือดออกในสมอง เส้นเลือดสมองอุดตัน ปอดอักเสบรุนแรง ลิ่มเลือดอุดตันในปอด รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และมะเร็ง เป็นต้น ส่วนอีก 32 รายไม่สามารถสรุปได้ เพราะฉะนั้นที่เราฉีดวัคซีน​ไปเกือบ 40 ล้าน​โดส​มีอยู่รายเดียวที่เสียชีวิตที่เกี่ยวข้อง​กับ​วัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มเติม​ว่า​ ภาวะลิ่มเลือด​อุดตันที่ร่วมกับเกล็ดเลือด​ต่อ Vaccin-induce immune thrombotic thrombocytopenia (VITT) หลังได้รับการฉีดวัคซีนเกิดได้จากการฉีดวัคซีน​แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ถ้าในต่างประเทศพบค่อนข้าง​มากที่ 0.7% ต่อแสนราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดในคนผิวขาว​ ส่วนคนเอเชีย​เกิดค่อนข้างน้อย โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ก็ได้รับคำแนะนำภาวะนี้เกิดได้แต่น้อยมาก และสามารถรักษาให้หายถ้ามีการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นหลังฉีดวัคซีน ถ้าเกิดอาการผิด อย่างเช่นปวดศีรษะมากแขนขาอ่อนแรง ก็ให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อ เพราะฉะนั้นประโยชน์ในการฉีดวัคซีนยังมีอยู่ค่อนข้างสูง จึงขอให้ประชาชนรับวัคซีนต่อไป แต่สิ่งที่เราจะต้อง เร่งรัดให้บุคลากรทางการแพทย์ให้ทราบเรื่องภาวะ VITT เพื่อให้วินิจฉัยอย่างรวดเร็ว และเพิ่มการพัฒนาการตรวจในห้องปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังได้รับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีน mRNA โดยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นการติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อโควิค 19 โดยส่วนใหญ่เกิดใน 10 รายต่อแสน ราย สำหรับในไทยพบไม่ค่อยมาก ประมาณ 2 คนต่อประชากรแสนคน ส่วนใหญ่จะพบในวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา ส่วนวัคซีนอื่นๆพบได้แต่ไม่บ่อย ในไทยฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 8 แสนคน พบรายงานเพียง 1 คน เป็นเพศชายอายุ 13 ปี มีอาการเจ็บหน้าอก 2 วันภายหลังได้รับการฉีดวัคซีนตรวจไม่พบการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ขณะนี้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและอาการดีขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับแผนการฉีดวัคซีน​เมื่อที่ประชุมศบค.โดยนายกรัฐมนตรี​เป็น​ประธาน​ ได้เห็นชอบ แผนการจัดหาวัคซีน รวมถึงแผนการฉีดวัคซีนในเดือน ต.ค. โดยจะมีวัคซีนจากซิโ​นแ​วค​ เข้ามา 6 ล้านโดสแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ 10 ล้านโดส และไฟเซอร์ 8 ล้านโดส รวม 24 ล้านโดส นอกจากนี้ยังมีวัคซีนจากสิโนฟาร์ม เข้ามาอีก 6 ล้านโดส โดยตั้งแต่เดือนต.ค.เป็นต้นไปจะมีวัคซีนเข้ามาค่อนข้างมาก ซึ่งจะมีการเร่งฉีดให้กับประชาชนเพื่อลดอาการป่วยหนัก หรือเสียชีวิต และลดการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับแผนการฉีด ที่ศบค.เห็นชอบในเดือนต.ค. เป้าหมายฉีดให้กับประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 50&amp;nbsp; ของทุกจังหวัด โดยที่จะพยายามอย่างน้อย 1 จังหวัดมีความครอบคลุม 70% และมีต้นแบบCOVID Free Area อย่างน้อย 1 พื้นที่ซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังคงเพิ่มความควบคุมในกลุ่ม 608 ให้มากที่สุด นอกจากนั้นในจังหวัดนั้นๆหาก มีกลุ่มประชากรเป้าหมายอื่นที่สำคัญให้คณะกรรมการ​จังหวัด​จัดสรรได้ อย่างน้อยให้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 50&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ในเดือนต.ค. จะมีประชากรที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 ค่อนข้างมาก โดยจะฉีดให้ครอบคลุมมากที่สุด อีกประการหนึ่งในเด็กอายุ 12 ปี ที่เรามีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามา เราจะเร่งฉีดเพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปิดภาคเรียนโดยกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการดำเนินการ ส่วนคนที่ฉีดซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม มีการเห็นชอบฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในเดือนต.ค. หากมีความพร้อมอาจจะเริ่มได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;ภาพรวมเราจะฉีดให้กับประชาชนทั่วไป 16.8 ล้านโดส เด็กนักเรียน 4.8 ล้านโดส แรงงานในระบบประกันสังคม 0.8 ล้านโดส หน่วยงานอื่นๆเช่นองค์กรภาครัฐราชทัณฑ์ 1.1 ล้านโดส และผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ2 เข็มและต้องการเข็มกระตุ้นเข็มที่ 0.5 ล้านโดส รวม 24 ล้าน โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์&amp;quot; นพ.โอภาส​ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116376</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c7403946e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ยันไม่มีเงินทอน แจงตอนนี้ &#039;ซิโนแวค&#039; ราคา 9 เหรียญถูกกว่าวัคซีนเชื้อตายยี่ห้ออื่น 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - เวลา 11.30 น. นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลง​สถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ตอนหนึ่งว่า การจัดซื้อจัดหาวัคซีน​ยืนยันว่า กระทรวง​สาธารณสุข​ไม่มีเรื่องเงินทอนในเรื่องของวัคซีน อย่างวัคซีนซิโนแวคที่ทางกระทรวง​สาธารณสุข​จัดหามาตั้งแต่เดือน ก.พ.2564 ราคาวัคซีน 17 เหรียญ​และในปัจจุบันที่มีการซื้อจำนวนมาก และความต้องการในการฉีดยังมี แต่ตลาดเปิดกว้างขึ้นทำให้มีวัคซีน​ในตลาดค่อนข้างมาก ปัจจุบันราคาในขณะนี้อยู่ที่ 9 เหรียญ​ ถ้าเทียบกับวัคซีน​เชื้อตายยี่ห้ออื่นจะถูกกว่า 50% ยืนยันว่าไม่เงินทอนแน่นอน ส่วนรายละเอียด​องค์การ​เภสัช​กรรมจะชี้แจงอีกครั้ง ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ ถ้าเทียบกับบริษัทอื่นก็ถูกมากกว่าถึง 50% เช่นกัน ส่วนวัคซีน​แอ​สต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ที่ได้ทำสัญญา​จองล่วงหน้าเป็นเวลานาน ราคาที่เราใช้ไปที่ก็ถูกกว่าวัคซีนที่เราจัดหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มเติม​ว่า ส่วนการทำสัญญาวัคซีน​เน้นย้ำว่าในปัจจุบันวัคซีนจะมีมากแต่ตลาดก็ยังเป็นของผู้ขาย และผู้ผลิต​อยู่ เพราะความต้องการการฉีดวัคซีนทั่วโลกมีมากกว่ากำลังการผลิตอย่างมาก การทำสัญญากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เราทำมาตั้งแต่กลางปี 2563 ตั้งแต่การวิจัยยังไม่เสร็จ​ วัคซีนทุกชนิดยังวิจัยไม่เสร็จ​แม้ชนิดเดียว ดังนั้นเมื่อวิจัยไม่เสร็จก็ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน แค่พอเราเห็นแนวโน้มว่าจะสำเร็จ เราก็มีการเร่งทำสัญญา​จองซื้อล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนั้น เพราะฉะนั้นการลงนามในสัญญา จึงไม่ใช่สัญญา​ปกติ เพราะการระบาดทั่วโลกถือว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสต​ร์ ถ้าระบบปกติการลงนามในสัญญา​แบบนี้เราคงไม่ลงนามแน่ โดยเฉพาะระเบียบ และกฎหมาย​ของ​ไทย​ เพราะของที่ผลิตจะเสร็จ​หรือไม่ก็ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า อย่างที่ทราบการลงนามในสัญญามีข้อกำหนดเกือบทุกครั้งว่า จะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลในสัญญาจนกว่าบริษัท​จะได้รับความยินยอม​ แต่เราก็จำเป็นต้องลงนามในสัญญา มิเช่นนั้นการฉีด​วัคซีน​คงทำไม่ได้ แต่เราก็ทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเฉพาะพ.ร.บ.ความมั่งคงด้านวัคซีนที่มีการเปิดช่องให้สามารถทำได้ รวมถึงตัวสัญญามีการปรึกษาทางอัยการ​สูงสุด​มาตลอด ส่วนการของบประมาณเป็นการใช้งบกลาง คณะรัฐมนตรี​งบเงินกู้เพราะฉะนั้นการซื้อทุกครั้งต้องผ่านความเห็นชอบจากครม. ในปัจจุบันซีอีโอแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ได้ทำหนังสือแสดง​ความ​มุ่งมั่งถึงนายกรัฐมนตรี​ที่จะส่งมอบวัคซีนตามที่เราทำสัญญา​จองเอาไว้ 61 ล้านโดสภายในปีนี้ และโรงงานที่ผลิตในไทยมีศักย​ภาพ​การผลิต และผ่านไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115598</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61331a62c5f61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอสตราฯ ตอบรับไทยต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้น เตรียมส่งให้อีก 7.2 ล้านโดสในเดือน ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;21 ส.ค.64 - นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯ​สามารถฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุร้อยละ 94 รองลงมาเป็นปทุมธานี​ 63% คาดว่าในสิ้นเดือนส.ค.จะใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือเกินเป้าหมาย สำหรับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยในขณะนี้มีวัคซีนที่เข้ามาสู่ประเทศไทย 30 ล้านโดส ซึ่งเมื่อวัคซีนเข้ามา จะมีการตรวจในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย หลังจากนั้นจะกระจายไปจุดฉีดต่างๆ อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. มีจำนวนวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือนก.ย. เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุข​ จะมีการเจรจากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นระยะ และมีเจตจำนงที่ต้องการวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้มีการตอบสนองอย่างเช่นเดือนก.ย. มีการส่งสัญญาณ​ว่าจะมีการส่งวัคซีน​ให้กับประเทศไทย 7.2 ล้านโดส เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีวัคซีนเข้ามาเรื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มว่า แนวโน้มจากการฉีดวัคซีน​พบว่า อาจจะจำเป็นต้องใช้เข็มที่ 3 เนื่องจากหลังฉีดวัคซีน​ไป 2 เข็ม ไม่ว่าวัคซีนยี่ห้อ​อะไรก็ตามภูมิคุ้มกันจะตกลง เพราะฉะนั้นการฉีดเข็ม 3 จะทำให้ภูมิคุ้มกัน​สูง​ขึ้น​ ดังนั้นในปี 2565 จึงมีความจำเป็นจะต้องหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อมาฉีดใน 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็ก และกลุ่มบูสเตอร์​โดส เพราะฉะนั้น​คณะกรรมการ​วัคซีน​แห่งชาติ​ ได้เสนอความเห็นและผ่านความเห็นชอบจากศบค.ว่า ในปี 2565 จะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับคนไทยอย่างน้อย 120 ล้านโดส รวมถึงให้มีวัคซีนที่มีหลายหลายในการฉีด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ขณะนี้​สถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ได้แสดง​เจตจำนง และประชุมหารือกับบริษัท​ผู้ผลิต​วัคซีน​ในหลาย​บริษัท​ทุกรูปแบบ ก็ได้โดยมีความจำนงที่จะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 50 ล้านโดส และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​อีก 50 ล้านโดส อย่างไรก็ตามมีหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์​เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่าวัคซีนรุ่นที่ 2 ถ้าบริษัทสามารถผลิตวัคซีนโดยมีผลวิจัยยืนยันว่ามีประสิทธิภาพ​และความปลอดภัย​ ขอให้บริษัทส่งมอบวัคซีนรุ่นที่ 2 ให้กับไทย ส่วนรุ่นจำนวน และระยะเวลาจัดส่งจะมีการเจรจากันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114072</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์, วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120baf31a62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยพื้นที่กรุงเทพฯฉีดวัคซีนแล้ว 5.6 ล้านโดส พร้อมเปิดผลสำรวจปชช.ในกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - เ​วลา 13.30น. ที่​กระทรวง​สาธารณสุข ​นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​ อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลง​ถึงการบริหาร​จัดการวัคซีน​ ว่า สถานการณ์​การระบาดในพื้นที่ประเทศไทย จุดศูนย์กลาง​การระบาดอยู่ที่ กรุงเทพฯ​และ​ปริมณฑล​ มีการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อต่างจังหวัด ทำให้มีการระบาดในต่างจังหวัด​เพิ่มเติม อย่างไรก็ต่างในกรุงเทพฯ​ มีแนวโน้มการติดเชื้อที่สูงขึ้​น เช่นเดียวกับแนวโน้มของประเทศไทย เพราะฉะนั้นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข​กับหน่วยงาน​ต่างๆ จึงมีความสำคัญมากในการควบคุมสถานการณ์​การระบาดของ​โรค​โค​วิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือที่เรามีกับกรุงเทพ​มหานคร​ โดยเฉพาะสำนักงาน​อนามัย ก็จะมีในเรื่องการสนับสนุน​วัคซีน​ผ่านคณะอนุกรรมการ​บริหาร​จัดการ​การให้วัคซีน​ป้องกัน​โรค​ติด​เชื้อไวรัส​โค​โร​นา​2019​ กทม. โดยจัดสรรให้กับหน่วยงาน​ต่างๆผ่านสำนักงานอนามัย กับพื้นที่ต่างๆในกรุงเทพฯ​ สิ่งสำคัญคือ การดำเนินร่วมกันในการทำงานเชิงรุกในชุมชน Comprehensive COVID 19 response Team (CCRT) มีกำลังพลจากหลายหน่วยงาน​ทั้ง กระทรวง​สาธารณสุข​ สำนักอนามัย จิตอาสา​ ฝ่ายความมั่นคง​ ลงไปในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. ค้นหาผู้ป่วยในชุมชน ด้วยวิธีการตรวจแบบเร็ว หรือ Antigen Test Kit (ATK)​ 2.การฉีดวัคซีนในกลุ่มที่เข้าถึงยากโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคประจำ​ตัว​ หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน ซึ่งการเข้ารับวัคซีนเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะฉะนั้นทีมนี้ก็จะลงไปสนับสนุนการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความรู้ต่างๆ โดยCCRT เรามีทีมทั้งหมด 260 ทีม มีการฉีดวัคซีน​ให้กับประชาชนแล้ว 59,708 คน มีการตรวจ​คัดกรองผู้ที่อยู่ในข่ายสงสัย 81,290 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าว​อีกว่า​ในส่วนของการฉีดวัคซีน กรุงเทพ​ฯฉีดวัคซีน​เข็มแรกไปแล้ว 4,643,227 โดส และเข็มที่สอง 1,025,493 โดส ยอดสะสมฉีดวัคซีน​ทั้งหมดในกทม. 5,668,720 โดส ถ้าเทียบกับประชากรในกทม.ที่เราตั้งเป้าฉีดวัคซีนไว้ที่ 7,699,174 คน ถือว่ากทม.ฉีดวัคซีน​ค่อนข้างเป็นไปตามแผน โดยแผนที่วางไว้คือสิ้นเดือน ก.ค.จะต้องมีการฉีดวัคซีนในกทม.อย่างน้อย 5 ล้านโดส รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่ได้กำหนดไว้ จะต้องได้รับวัคซีนร้อยละ 80 ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวง​สาธารณสุข​ และสำนักอนามัย สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนในกรุงเทพฯ​ นอกจากการรายงานในระบบตัวเลขแล้วทางกรมควบคุม​โรค​ ได้สุ่มสำรวจ​ประชา​ชนในกทม.ทั้ง 50 เขต จำนวน 1,500 คน โดยมีคำถามว่าท่านฉีดวัคซีนไปแล้วหรือยัง ปรากฎว่า ประชาชนร้อย 76.5 ได้รับวัคซีน​ไปแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม โดยส่วนใหญ่เป็นแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​74% ซิโนแวค 23% นอกจากนี้ยังมีคำถามว่าท่านมีผู้สูงอายุในบ้านหรือไม่ ส่วนใหญ่มี 65.7% โดยฉีดวัคซีน​แล้ว 79.92% เห็นว่าการดำเนินงานของเราสามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ย​ังสนับสนุนการตรวจคัดกรองโควิด-19 โดยหน่วยตรวจรถชีวนิรภัยพระราชทาน​ 2 จุด ที่สนามกีฬาธูปเตมีย์​และสนามราชมัง​คลากีฬา​สถาน​คัดกรองประชาชนได้ 1,500 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังส่งผู้ส่งคุณวุฒิ​จากกรมควบคุม​โรค​เป็นที่ปรึกษาเฝ้าระวังในทุกกลุ่มเขต แบ่งเป็น 6 กลุ่มเขตทั่วกทม. ทั้งนี้แนวโน้มการระบาดของ​โรค​ยังสูงอยู่มาตรการที่ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนโดยเฉพาะชาวกทม.ทั้งการใส่หน้ากาก​อนามัย​ในที่ชุมชน เว้นระยะ​ห่างทางสังคม​ และอยู่บ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการ​สำนัก​อนามัย​กทม. กล่าวว่า การดูแลวัคซีน​ในกทม.ทางกทม. โดยคณะกรรมการโรคติดต่อกทม. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการวัคซีน โดยอนุกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากโรงพยาบาลทุกภาคส่วน ร่วมกันพิจารณาว่าวัคซีนที่ทางกระทรวงสาธารณสุข​ สนับสนุนให้กทม.จะบริหาร​จัดการ​อย่างไร​บ้าง ซึ่งในช่วงนี้ทางนโยบายให้บริการ​วัคซีน​ในกลุ่มผู้สูงอายุ​ 7 กลุ่มโรคและหญิงตั้งครรภ์​ เพื่อให้เป็น​ไป​ตามเป้าหมาย โดยทางอนุกรรมการให้แผนที่จะให้วัคซีน​กับโรงพยาบาล​ทุกสังกัด​ที่ร่วมมือกับกทม. 132 โรงพยาบาล​ และให้บริการการควบคุมโรคในจุดต่างๆที่มีการระบาด รวมถึงดำเนินงานที่หน่วยความร่วมมือ 25 แห่งที่ทำความร่วมมือไว้กับหอการค้าไทย อีกทั้งกลุ่ม CCRT ที่ดำเนินการเชิงรุกในชุมชนโดยมีเป้าหมายที่ 2,016 ชุมชน ที่เป็นชุมชนจัดตั้งให้เสร็จ​สิ้นภายใน​วันที่ 31 ก.ค. โดยมีบริการทั้งการฉีดวัคซีน ตรวจหาเชื้อด้วย AIK&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610271d11ed6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
