<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถิติใหม่! ฉีดวัคซีนในวันเดียวสูงสุด 9.2 แสนโดส สะสม 35 ล้านโดส เข็มแรก 34% เข็มสอง 13.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - เวลา 11.30น. นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​แถลง​สถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่าการแพร่ของโควิด-19 ทั่วโลกตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น วันนี้มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 633,846 คน ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 220 ล้านคน ยอดเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 9,441 คน สะสมอยู่ที่ 4,566,961 คน โดยประเทศที่มีการระบาดมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา​ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 182,593 คน สะสม 40 ล้านคน เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,512 คน ทั้งๆที่ฉีดวัคซีน mRNA ค่อนข้างมาก ดังนั้นวัคซีนเป็นเครื่องมือ​สำคัญ​ในการป้องกันควบคุมโรคอย่างไรก็ตามการใช้วัคซีนอย่างเดียว โดยไม่มีมาตรการอื่น ไม่มีความร่วมมือจากประชาชนในเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง จะทำให้เราควบคุมการแพร่ระบาดได้ไม่ดีนัก ทั้งนี้การระบาดยังคงคล้ายๆเดิมยังอยู่ที่ประเทศอินเดีย บราซิล และในยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 15,942 คน สะสม 1,265,081 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 257 คน สะสม 12,631 คน จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่ต้องระวัง และป้องกันอย่างเคร่งครัด​ รวมทั้งขอความร่วมประชาชนอดทน ใช้มาตรการป้องกัน​ต่างๆที่มีคำแนะนำออกไป รวมถึงผู้ที่อยู่ในเกณฑ์​ที่ได้รับวัคซีนขออนุญาต​ไปรับวัคซีน​ตามที่กำหนด เพื่อที่เราจะได้ควบคุมสถานการณ์​การระบาดได้ดียิ่งขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ถ้าดูแผนที่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจากกราฟแผนที่แต่ละจังหวัด​ที่เป็นสีแดง ที่บ่งบอกถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ​ที่มาก เริ่มลดน้อยลง โดยเฉพาะแนวโน้มที่ดีในภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การระบาดส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ที่กรุงเทพ​และปริมณฑล​ ภาคกลาง และบางจังหวัด​ของภาคใต้ อย่างไรก็ตาม​ถึง​แม้​ภาพรวมจะดีขึ้น แต่การเฝ้าระวัง​ สอบสวนโรค ค้นหาผู้ป่วยยังสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการฉีดวัคซีน​นพ.โอภาส กล่าวว่า ไทยฉีดวัคซีน​ไปแล้ว 35,218,164 โดส และในรอบ 24 &amp;nbsp;ชม.ที่ผ่านมามีการรายงานฉีดเพิ่มขึ้น 925,627 โดส ถือว่าเป็นการรายงานรอบวันสูงที่สุด เชื้อว่าปริมาณวัคซีน​ที่เรามี และความเข้าใจของประชาชนมีความสำคัญมาก ขณะนี้คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 24,918,054 คน คิดเป็นร้อยละ 34 และเข็มที่สอง 9,698,842 คน หรือ ร้อยละ 13.5
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, ฉีดวัคซีน, นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​, วัคซีนโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61331b900c5bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ระบุสถานการณ์​โควิดในไทยชะลอตัว สิงหาฯฉีดวัคซีนได้เกินเป้าหมาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​ อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​แถลงสถานการ​ณ์การ​และแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า จากการติดตามแนวโน้มสถานการณ์​พบว่าภาพรวมของประเทศการติดเชื้อได้ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่เราก็คงต้องติดตามสถานการณ์​อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท สำหรับแต่ละจังหวัด​กรุงเทพมหานคร​แนวโน้มผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับ 4 พันกว่าคน มาเป็นสัปดาห์​แล้ว ทำให้ภาพรวมถึงแม้จะไม่พุ่งสูงขึ้นมากอย่างที่กังวล แต่ก็ยังคงระมัดระวัง ส่วนต่างจังหวัดมีตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้นมา ในส่วนของการตรวจเชื้อด้วย &amp;nbsp;Antigen Test Kit (ATK)​ ในกรุงเทพฯ​พบผู้ติดเชื้อค่อนข้าง​สูง​เกิน 10% ขึ้นไป แต่ระยะหลังมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวนตัวเลขการฉีดเพิ่มขึ้น 915,738 โดส สะสม 30,420,507 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 22,617,701 โดส เข็มสอง 7,221,368 โดสและเข็มสาม 581,438 โดส เห็นว่าการฉีดวัคซีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. เนื่องมาจาเราได้วัคซีนมากขึ้น และเป็นไปตามแผนที่เราต้องการฉีดให้ได้เดือนละ 10 ล้านโดส ตอนนี้เดือนส.ค.ทำได้เกินเป้าหมาย อย่างไรก็ตามยังมีผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็คงจะต้องมีการนำวัคซีนเข้ามา และเร่งรัดให้ฉีดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่ม​โรค​เรื้อรัง​ 7 กลุ่มโรค ขณะนี้มีการฉีดอย่างน้อยในเข็ม​แรก​ไปแล้วร้อยละ 40 ของเป้าหมาย โดยกลุ่มที่เราให้ความสำคัญต่อไปคือหญิงตั้งครรภ์​ที่เราพบการเสียชีวิตเกือบทุกวัน เพราะฉะนั้นจึงต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนในกลุ่มนี้ จึงเชิญชวนหญิง​ตั้งครรภ์​ที่ฝากท้อง​ไว้ในโรงพยาบาล​ขอรับการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลที่ท่านฝากท้อง ยืนยันว่าฉีดวัคซีนขณะนี้กว่า 30 ล้านโดส ยังไม่มีรายใดที่เสียชีวิตจากวัคซีนโดยตรง จากการประเมินผลชันสูตรศพ​ในรายเสียชีวิตจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นวัคซีนมีความปลอดภัย​&amp;quot;นพ.โอภาส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า ในเดือนส.ค.เราจัดหาวัคซีนมีได้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะวัคซีนซิโนแวค แอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ ไฟเซอร์​ ที่เราสามารถนำเข้ามาได้ 13.8 ล้านโดส นอกจากนี้ยังมีวัคซีนซิโน​ฟาร์ม​เข้ามาก็ทำให้ยอดการฉีดวัคซีนในเดือน ส.ค.ค่อนข้างสูง สำหรับประมาณการในการจัดหาวัคซีนในเดือน ก.ย -​ ธ.ค. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่ให้ประชาชนได้รับวัคซีนจำนวน 100 ล้านโดส ในปี 2564 เพื่อให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน โดยในเดือนก.ย.และต.ค.มีวัคซีนซิโนแวคเข้ามาอีก ประมาณ 6 ล้านโดสต่อเดือน และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ในเดือนก.ย.ประมาณ 7.3 ล้านโดส ส่วนเดือนต.ค.-ธ.ค. มีแนวโน้มที่ดีที่เขาอาจจะส่งให้เรามากขึ้นไม่น้อยกว่าเดือนต.ค. ส่วนบริษัท​ไฟเซอร์​ได้รับการแจ้งแบบไม่เป็นทางการว่าในปลายเดือนก.ย.ได้ประมาณ 2 ล้านโดส ซึ่งเขาให้คำสัญญาว่าจะส่งให้ได้ 30 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ เพราะฉะนั้นก็จะมียอดจัดหาใน 3 วัคซีนหลักอยู่ที่ 124 ล้านโดส โดยเป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีข่าวดีที่ราชวิทยาลัย​จุฬา​ภรณ์​ยังนำเข้า​วัคซีน​ซิ​โน​ฟาร์ม​อยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจะทำให้ยอดการฉีดของเราเพิ่มเติมขึ้นไป รวมถึงการที่องค์การเภสัชกรรม​ ร่วมกับโรงพยาบาล​เอกชน​จะมีการนำเข้าวัคซีน​โมเด​อร์น​าเข้ามาอีก คาดว่าจะมาได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทำให้เราจะได้วัคซีนตามแผนอยู่ 100 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส​ กล่าว​อีกว่า​ เมื่อวาน (28 ส.ค.)​มีการประชุมศบค. และได้มีการเสนอเป้าหมายกลยุทธ์​ และมาตรการ​ควบคุม​โรคแนวใหม่เพื่อฟื้นฟู​เศรษฐกิจ​ของประเทศ และให้ประชาชนสามารถ​ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย​ โดยเป้าหมายของเราคือพยายามทำให้ผู้ติดเชื้อ เสียชีวิต​จากโรคโควิดให้น้อยที่สุด พยายามลดการติดเชื้อให้ได้มากที่สุดโดยไม่กระทำกับการใช้ชีวิตของประชาชน &amp;nbsp; จากการคาดการณ์​และการวางกลยุทธ์​ในการควบคุม​โรค​จะกำหนดว่าจะพยายามให้สถานการณ์​ต่างๆดีขึ้นภายในเดือน ก.ย.และต.ค.สถานการณ์​จะอยู่ในระดับปานกลางและ พ.ย.น่าจะดีขึ้น และธ.ค.มีการใช้ชีวิตแนวใหม่ได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114830</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120baf31a62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เตรียมอบรมบุคลากรฉีดไฟเซอร์ ต้องผสมน้ำเกลือเพราะเป็นวัคซีนเข้มข้น 1 ขวดให้ได้ 6 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - ที่​กระทรวง​สาธารณสุข ​นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​ อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา​บริจาควัคซีน​ไฟเซอร์ ให้กับประเทศไทย​ ว่า สำหรับการบริจากวัคซีน​ไฟเซอร์​จากสหรัฐ​อเมริกา​ 1.5 ล้านโดส ขณะนี้ของกำลังเดินทาง คาดว่าของจะมาถึงในคืนพรุ่งนี้ (30 ก.ค.)​ เช้า&amp;nbsp;ในเวลา 04.00&amp;nbsp; หลังจากมาแล้ว เราจะเก็บในคลังวัคซีน​ที่กำหนดไว้ เนื่องจากการเก็บวัคซีนไฟเซอร์ จะต้องเก็บในอุณหภูมิ​ -​70 องศาเซลเซียส​ จากนั้นมีการสอนวิธีผสมการฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนนี้ไม่เหมือนกับวัคซีน​ที่เราเคยใช้ ทั้งแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ และซิโนแวค ที่ดูดจากขวด 2-8 องศา​เซลเซียส​แล้วสามารถฉีดได้เลย แต่วัคซีนไฟเซอร์จะต้องเก็บอุณหภูมิ​ -​70 องศาเซลเซียส​ จากนั้นก็จะส่งไปยังหน่วยฉีดเพื่อเก็บที่อุณหภูมิ​ 2-8 องศาเซลเซียส​ ซึ่งวัคซีน​จะอยู่ได้ไม่นาน อยู่ได้แค่ 4 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นเวลานำมาจะต้องรีบใช้ และการใช้ก็จะแตกต่างกันมีการผสม เนื่องจากเป็นวัคซีนเข้มข้น​ จะต้องมีผสมน้ำเกลือ​ลงไปให้ได้ตามสัดส่วน​ และดูดจากขวดใหญ่เพื่อฉีดกับประชาชน โดย 1 ขวดจะฉีดได้ 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคงจะต้องมีการเตรียมการทั้งการเก็บรักษา ผสมวัคซีน และนัดหมายการฉีด ซึ่งจะต้องอบรมบุคลากรอีกครั้งในวันพรุ่งนี้​ผ่านระบบออนไลน์​ ทั้งนี้จะมีคณะกรรมการ​กำหนดว่าจะฉีดให้กับกลุ่มไหน ซึ่งหลักการเบื้องต้น​นโยบาย ได้รับความเห็นชอบจากศบค.เรียบร้อยแล้ว และจะมีการประกาศให้ประชาชนได้ทราบในระยะต่อไป ส่วนความคืบหน้าที่สหรัฐ​อเมริกา​มีความประสงค์​บริจาควัคซีนเพิ่มเติม จะต้องรอสหรัฐอเมริกา​ประกาศอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111582</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​, วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐบริจาควัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdfa4cbb110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
