<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.เชียงใหม่ระส่ำ9เขต&#039;พปชร-ภท.-ปชป&#039;จ้องเจาะฐานเสียงจับตาเขต3ฟัดกันเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ม.ค.62-มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า แม้วันเลือกตั้งจะยังไม่ถูกกำหนดออกมาอย่างชัดเจนว่าจะเป็นวันใด ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องนโยบาย ทิศทางการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลปัจจุบัน รวมไปถึงเรื่องผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งไว้พร้อมเกือบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะส่งผู้สมัครประมาณ 250 เขต บวก-ลบ แต่ในจังหวัดที่เป็นฐานคะแนนหลัก เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง อาทิ จ.เชียงใหม่ จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น สมัยการเลือกตั้ง2554 ที่เคยได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากประชาชน ทางพรรคจึงจะรักษาพื้นที่เดิมเอาไว้ให้ได้และส่งผู้สมัครครบทุกเขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่9เขตเลือกตั้ง ถือเป็นบ้านเกิดของ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความสำคัญเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ขณะที่คู่แข่งขันทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ มีความพยายามให้กลยุทธการเมือง ใช้อำนาจทุกรูปแบบเพื่อจะเจาะพื้นที่เอาไปให้ได้บ้าง แต่ทางพรรคเพื่อไทย ได้วางกลยุทธ์ตั้งรับ พร้อมประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ล่าสุดแกนนำพรรคได้ประเมินถึงสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่แยกเป็นรายเขตทั้ง9เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคเพื่อไทยส่ง น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรค ซึ่งมีฐานคะแนนของตระกูลสนับสนุนเป็นหลัก ขณะที่คู่แข่งขันนั้นคาดว่านายพรชัย จิตรนวเสถียร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายพจนารถ ศรียารัณย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต่างเคยทำงานกับตระกูลบูรณุปกรณ์ในระดับท้องถิ่น มีความใกล้ชิดกับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากฐานเสียงของนายบุญเลิศ ที่ครองสนามท้องถิ่นมายาวนาน&amp;nbsp; บวกกับกระแสของประชาชนในพื้นที่ที่ยังนิยมพรรคเพื่อไทยแล้วคาดว่าน.ส.ทัศนีย์ จะชนะการเลือกตั้งโดยได้รับคะแนนเสียงประมาณ 4 หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคเพื่อไทย จะส่งนายนพคุณ รัฐผไท ลงสมัคร เพราะที่ผ่านมายังคงทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่คู่แข่งนั้นเชื่อว่ายังไม่มีใครที่จะสามารถเอาชนะนายนพคุณได้ โดยคาดว่าจะได้รับคะแนนเสียงประมาณ 3.5 หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตเลือกตั้ง 3 ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของตระกูลวงศ์สวัสดิ์นั้น แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยวางตัวนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม บุตรชายนายสุรินทร์ ตั้งสุทธิธรรม นักธุรกิจชื่อดังและเจ้าของตลาดต้นพยอม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ลงสมัคร นายสุรินทร์ มีฐานเสียงจากคนในพื้นที่รวมถึงผู้นำท้องถิ่นบางส่วน ส่วนคู่แข่งขันคาดว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้การแข่งขันในเขตนี้สูสี โดยคาดว่าผู้ชนะจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.4 หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายวิทยา ทรงคำ ลงสมัคร โดยคู่แข่งสำคัญคือนางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ซึ่งจะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แม้คะแนนเสียงในพื้นที่อาจจะไม่มากนัก แต่พรรคยังเชื่อว่าคะแนนนิยมของพรรคจะทำให้การเลือกตั้งในเขตนี้สูสี โดยคนที่ชนะจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.5 หมื่นคะแนน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคเพื่อไทยส่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม ซึ่งกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยลงสมัคร ซึ่งมีฐานคะแนนในพื้นที่ค่อนข้างสูง โดยคู่แข่ง ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ จากพรรคพลังประชารัฐ นั้น เชื่อว่าไม่น่าจะเอาชนะนายสมพงษ์ได้ โดยคาดว่าผู้ชนะในเขตนี้จะได้คะแนนมากถึง 6 หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขตเลือกตั้ง 6 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ บุตรชายนายสมพงษ์ลงสมัคร ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญคือ นายสันติ ตันสุหัช ที่จะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่านายสันติ จะเป็นอดีตส.ส.หลายสมัย แต่เมื่อเทียบคะแนนความนิยมของพรรคเข้าไปแล้ว เชื่อว่านายจุลพันธ์น่าจะชนะการเลือกตั้งได้ แต่อาจจะคะแนนไม่ห่างกันมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ลงสมัคร มีฐานเสียงจากกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่เป็นหลัก คู่แข่งคนสำคัญคือนพ.ไกร ดาบธรรม จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีฐานเสียงในพื้นที่ค่อนข้างแน่นพอสมควร เพราะเป็นแพทย์ดีเด่นที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านในวงกว้าง และยังทำพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขตนี้ทั้ง 2 คนมีโอกาสได้รับเลือกตั้งพอๆ กัน โดยคนที่ชนะจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.8 หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 8 พรรคเพื่อไทย จะให้นายสุรพล เกียรติไชยากรลงสมัคร ยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะต้องเจอกับนายสุทัศน์ สุทัศนรักษ์ จากพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายนเรศ ธำรงค์ทิพยกุล จากพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยยังคงได้รับความนิยม และน่าจะมีโอกาสชนะเลือกตั้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตเลือกตั้งที่ 9 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายศรีเรศ โกฏิคำลือ ลงสมัคร ซึ่งถือเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ คู่แข่งสำคัญคือนายนรพล ตันติมนตรี ที่จะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ได้รับการสนับสนุนจากอบต.ในหลายพื้นที่ แต่สุดท้ายยังเชื่อว่าคะแนนนิยมของพรรคจะทำให้ผู้สมัครของพรรคชนะไป โดยจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.5หมื่นคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26256</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์, นพ.ไกร ดาบธรรม, นายพรชัย จิตรนวเสถียร, ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่, เขตเลือกตั้งจ.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c374c8b1f18f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอไกร&#039;ชูนโยบายพรรคภูมิใจไทยดันรายได้&#039;อสม.&#039;2.5พัน-1หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61- นพ.ไกร ดาบธรรม ผู้สมัครส.ส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดเชียงใหม่ เขต 7 ลงพื้นที่แนะนำตัวที่อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ชูนโยบายของพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;ที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง ก่อนการแก้ปัญหาการเมือง &amp;nbsp;โดยเน้นเรื่อง Profit Sharing การนำเสนอระบบแบ่งปันกำไรอย่างเป็นธรรม ให้แก่เกษตรกรชาวนาได้รับฟัง และนโยบาย อสม.หมอประจำครอบครัว ที่จะผลักดันให้มีรายได้ เดือนละ2500-10,000 บาทตามขั้นบันได ให้สำเร็จ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และสวัสดิการผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่จะมีผู้สูงอายุอยู่ในทุกหมู่บ้าน แต่ยังไม่เห็นมีพรรคการเมืองใดชูนโยบายของผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยชูนโยบายเรื่อง อสม.แล้ว น่าจะดูและกลุ่มผู้สูงอายุอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไกร กล่าวว่า ปัญหาเรื่องปากท้องของชาวบ้านตามชนบทเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวกับประชาชนในเขตพื้นที่มากที่สุด ซึ่งในพื้นที่อำเภอฝาง และแม่อายนั้นส่วนมากจะเป็นเกษตรกรชาวนา และผู้สูงอายุเป็นหลัก หากพรรคภูมิใจไทยชูนโยบายเกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุก็จะช่วยยกระดับสุขภาพร่างกายของประเทศให้ดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ikpwfh vl, การเลือกตั้ง, นพ.ไกร ดาบธรรม, พรรคภูมิใจไทย, รายได้ อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c2986fd5031d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
