<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่ระบาดรอบ2! หมอทวีศิลป์โผล่นำทีมแถลงเผย7จว.พบผู้ป่วยยังปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยติดเชื้อเพิ่ม 14 ราย &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; นำทีมแพทย์สธ.แจงยิบคุมโควิดได้ ยันไม่ใช่ระบาดระลอกสอง ชี้ 7 จังหวัดที่พบผู้ป่วยยังปลอดภัย นายกฯ สั่งเพิ่มมาตรการคุมเข้มสร้างความเชื่อมั่นเที่ยวปีใหม่ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลงพื้นที่เชียงราย 8 ธ.ค. เลขาฯ สมช.ไม่ห้ามจัดเคาต์ดาวน์ ย้ำยึดมาตรฐาน สธ. แม่สอดวุ่น! หลังตาวัย 70 ปีลอบเข้าเมืองป่วยโคม่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เวลา 11.30 น. &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการโรคติดต่อทั่วไป ร่วมกันแถลงถึงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 14 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 1 ราย จากกรุงเทพฯ เป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ปฏิบัติงานที่ Alternative State Quarantine (ASQ) มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ส่วนอีก 3 ราย เดินทางมาจากเมียนมา และไม่ได้เข้าในสถานที่กักกัน โดยรายแรกเป็นชายไทย อายุ 70 ปี เดินทางเข้าไทยผ่านเส้นทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. มีอาการไข้ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่สอด, รายที่สองเป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานสถานบันเทิง เดินทางเข้าไทยผ่านเส้นทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มีอาการไข้ ไอ และเสมหะ ตรวจพบเชื้อในวันที่ 4 ธ.ค. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และรายที่ 3 เป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง อ.แม่สาย ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย.63 พบอาการมีน้ำมูก ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีก 10 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน ประกอบด้วย เบลเยียม 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 46 ปี อาชีพพนักงานร้านเสริมสวย, ยูเครน 1 ราย หญิงไทย อายุ 45 ปี อาชีพพนักงานนวด, ซาอุดีอาระเบีย 2 ราย เป็นนักเรียนชายไทย อายุ 9 ขวบและ 10 ขวบ, สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 71 ปี, กาตาร์ 1 ราย หญิงไทย อายุ 38 ปี สัญชาติไทย อาชีพล่ามแปลภาษา, สวีเดน 1 ราย หญิงไทย อายุ 16 ปี เป็นนักเรียน, ญี่ปุ่น 1 ราย หญิงไทย อายุ 43 ปี อาชีพแม่บ้าน, เมียนมา 1 ราย ชายชาวเมียนมา อายุ 24 ปี อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ และสหราชอาณาจักร 1 ราย หญิงไทย อายุ 31 ปี อาชีพรับจ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 4,086 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,458 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,628 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 3,853 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 173 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณเปิดเผยว่า สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ที่เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ในเมียนมา ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. ขณะนี้มี 23 ราย โดยอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 5 ราย, จ.เชียงราย 11 ราย โดยมีอยู่ 5 รายที่พบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ และใน 11 ราย มีเพียง 1 รายที่ไม่มีประวัติเดินทางไปที่ จ.ท่าขี้เหล็ก แต่เป็นผู้ใกล้ชิดกับเพื่อนที่เดินทางกลับมา ส่วนกรุงเทพฯ มี 3 ราย รวมถึงยังพบผู้ติดเชื้อใน จ.ราชบุรี จ.พิจิตร จ.พะเยา และ จ.สิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย&amp;nbsp;
ไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี มีประวัติร่วมกับผู้ป่วยในกรุงเทพฯ ที่เป็นสาวประเภทสองอายุ 30 ปี ที่รายงานเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. โดยสองรายเดินทางไป จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 6 พ.ย. และข้ามไปสถานบันเทิงในท่าขี้เหล็ก ช่วงวันที่ 6-27 พ.ย. และกลับมาประเทศไทยอีกครั้งเมื่อ 27 พ.ย. พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย และวันที่ 28 พ.ย. ได้ไปซื้อของช่วงกลางวัน และช่วงเย็นได้ไปเดินที่ถนนคนเดิน และเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ทั้งสองเดินทางไปวัดพระธาตุดอยเวา และในตอนค่ำ หญิง อายุ 26 ปี เดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบิน WE137 หลังจากนั้นใช้บริการรถแท็กซี่สนามบินไปยังโรงแรมในกรุงเทพฯ แวะร้านสะดวกซื้อใกล้โรงแรม ขณะที่ช่วงวันที่ 30 พ.ย.-3 ธ.ค. พักในโรงแรมตลอดและไปร้านสะดวกซื้อบ้าง ต่อมาวันที่ 4 ธ.ค. มาเป็นเพื่อนกับสาวประเภทสองที่มารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเมื่อเพื่อนสาวประเภทสองตรวจพบเชื้อ หลังจากนั้นวันที่ 5 หญิงรายดังกล่าวจึงได้มาทำการตรวจ และพบเชื้อในเวลาต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาวประเภทสอง อายุ 30 ปี เดินทางกลับจากเชียงรายมากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ด้วยสายการบินไทยไลออนแอร์ เที่ยวบิน SL545 ช่วงเวลา 19.15-20.00 น. ถึงสนามบินดอนเมือง และนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ระหว่างวันที่ 1-3 ธ.ค. อยู่บ้านตลอด และมารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ก่อนจะพบเชื้อ ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบสวนโรคพบทั้งสองราย มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่น้อยกว่า 5 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำกว่า 10 ราย โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นเพื่อนอยู่ใน จ.เชียงราย 2 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ 1 ราย และอีก 1 รายอยู่ระหว่างติดตามตัว และผู้สัมผัสในครัวเรือนอีก 1 ราย ใน จ.ปทุมธานี อยู่ระหว่างการติดตามตัว รวมถึงผู้โดยสารใน 2 เที่ยวบินดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าของผู้ติดเชื้อเพศหญิง อายุ 51 ปี ใน จ.สิงห์บุรี ซึ่งเดินทางจาก จ.เชียงราย มายังกรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือน พ.ย. ด้วยเที่ยวบิน DD8717 จากการสอบสวนโรคพบผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูง 32 ราย ซึ่งขณะนี้ได้รับการตรวจหาเชื้อและมีผลออกมาเป็นลบทุกราย ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 195 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้พบเจอในพื้นที่สาธารณะและโรงพยาบาล ทั้งนี้ ในเที่ยวบินนี้ พบผู้ป่วยโควิดที่ยืนยันแล้ว 2 ราย คือ 1 รายในกรุงเทพฯ และอีก 1 รายใน จ.พิจิตร ซึ่งทีมงานสอบสวนได้ทำการสำรวจพื้นที่ความเสี่ยงที่สนามบินและบนเครื่องบิน พบว่าผู้ป่วยใน จ.สิงห์บุรี นั่งอยู่ที่หมายเลข 52C ซึ่งห่างจากผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ และไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสนามบินแม่ฟ้าหลวง เห็นว่าผู้ป่วยใน จ.สิงห์บุรี อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับผู้ป่วยจาก จ.พิจิตร และอาจมีช่วงเวลาไปห้องน้ำใกล้เคียงกัน ซึ่งจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไปว่าจุดเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่ใด โดยเที่ยวบินดังกล่าวเป็นวันที่ 28 พ.ย. ซึ่งขอให้ผู้ที่โดยสารสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD8717 มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อชาวเมียนมา ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีของท่าขี้เหล็ก แต่เป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายมาจาก จ.เมียวดี ซึ่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก มี 2 ราย โดยรายแรกเป็นชายอายุ 43 ปี เป็นนักธุรกิจ อยู่ในฝั่งเมียนมาระหว่างวันที่ 16-29 พ.ย. และวันที่ 30 พ.ย. เดินทางมาท่าเรือขนส่งสินค้า เพื่อติดต่อขนส่งสินค้า และเดินทางรักษาโรคประจำตัวที่คลินิกแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด และวันที่ 3 ธ.ค. ต้องการขอใบรับรองแพทย์เพื่อเดินทาง โดยไม่มีอาการป่วย ผลการตรวจพบว่าติดเชื้อ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 13 ราย สามารถระบุตัวได้ และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังกักกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีกรายเป็นผู้ป่วยใน อ.แม่สอด อายุ 70 ปี ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และวันที่ 20 พ.ย.ลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ มีอาการป่วยเป็นไข้หวัด พักอยู่กับลูกเขย จากนั้นวันที่ 2 ธ.ค. ได้พบกับลูกสาวที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ วันที่ 4 ธ.ค. มีอาการป่วยมากขึ้น เรียกรถโรงพยาบาลเอกชนมารับ ระหว่างทางอาการไม่ดี จึงแวะที่โรงพยาบาลแม่สอด แพทย์ได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 15 คน
ไม่ใช่ระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้เป็นการระบาดระลอก 2 แล้วหรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้อยู่ในระดับนั้น เนื่องจากผู้ติดเชื้อเกือบทุกรายมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และที่ติดเชื้อในประเทศไทย 2 ราย ก็ติดมาจากผู้ที่มาจากต่างประเทศ และไม่มีการแพร่เชื้อต่อ ถือว่าอยู่ในวงจำกัด และเราคาดการณ์ไว้แล้วว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เราสามารถระบุต้นเหตุหรือแหล่งที่ได้รับเชื้อได้ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทั้งใน 7จังหวัดที่ผู้ป่วยเดินทางจากท่าขี้เหล็กกลับภูมิลำเนาส่วนใหญ่ไม่มีการแพร่เชื้อ จึงไม่ใช่การระบาดในระลอกที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามการแถลงจาก สธ.และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) ที่จะแถลงในทุกวัน ซึ่งจะมีการรายงานเที่ยวบินที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนเข้ามารายงานตัวหรือเข้ารับการตรวจ ขอเน้นย้ำในการสวมหน้ากากอนามัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ ขอให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านเช่า โรงแรม โรงงาน ผู้ประกอบการ หากพบผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายไม่ได้กักตัว 14 วัน ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความเสี่ยงของการติดเชื้อไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่เกิดจากที่เราอยู่ในเวลาเดียวกันกับผู้มีเชื้อและสามารถแพร่ได้ เพราะฉะนั้น จังหวัดต่างๆ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร หรืออื่นๆ เป็นสถานที่ปลอดภัย สามารถไปเที่ยวได้โดยไม่กังวล แต่ขอให้ทุกคนเน้นย้ำการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือและเว้นระยะห่างระหว่างกันให้มาก&amp;rdquo; รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้าย นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศขณะนี้สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนจังหวัดเชียงรายก็ดีขึ้น การลักลอบเดินทางเข้าประเทศเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหารดูแลกันอย่างเข้มแข็ง ระยะหลังผู้ที่เดินทางเข้าประเทศได้เข้ามาตามที่ราชการกำหนดผลเป็นที่น่าพอใจ ยืนยันว่านักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายสามารถเดินทางไปได้ นับตั้งแต่เราพบผู้ติดเชื้อรายแรก จนถึงวันนี้เป็นเวลา 11 วัน มีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 23 ราย สัปดาห์หน้าถ้าไม่มีตัวเลขเพิ่มน่าจะสบายใจขึ้นได้ แต่ถ้ามีผู้ที่ลักลอบเข้ามาแล้วเอาเชื้อไปติดผู้อื่น ก็ต้องนับหนึ่งใหม่ และต้องนับเพิ่มต่อไปอีก 10 อีก 14 วัน เพราะฉะนั้นฝากไปยังประชาชนอย่าการ์ดตก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยขอให้ทุกภาคส่วนคุมเข้มในมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ติดตามตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และย้ำถึงมาตรการเพื่อเฝ้าระวังคนกลุ่มเสี่ยงสัมผัส ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ทั้งช่วงหยุดยาวระหว่างวันที่ 10-13 ธ.ค. เทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ โดยคาดหวังให้ประชาชนท่องเที่ยวด้วยความสบายใจ ปลอดภัยจากโรคระบาด&amp;nbsp;
อนุทินไปเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เตรียมลงพื้นที่ จ.เชียงราย ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศ โดยจะเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค อ.แม่สาย และด่านพรมแดน อ.แม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 และมีกำหนดการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ Local Quaran Tine ณ โรงแรมแม่โขงเดลต้า ก่อนไปยังตลาดสดบ้านดู่ ซึ่งนอกจากเพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนแล้ว ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในเวลานี้ด้วย&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ จะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศถึงมาตรการการผ่อนคลายเกี่ยวกับรูปแบบของวีซ่าที่จะให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามา เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากขึ้น โดยต้องทำให้เกิดความสบายใจ และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในประเทศไปพร้อมกับด้วย ส่วนการจัดงานวันปีใหม่ เช่น งานเคาต์ดาวน์สิ้นปี ยังสามารถทำได้ หากยึดมาตรฐานการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ช่วงต้นเดือน ม.ค.64 นี้ จะหารือกับกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้งในเรื่องปรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ว่าจะให้ตรวจในวันแรก วันที่ 10 และวันที่ 14 เพื่อติดตามหาข้อมูลของการติดเชื้อ และทำให้ประชาชนสบายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย และ นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แถลงว่า ขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวน 9 ราย เป็นหญิงอายุ 20-44 ปี ผู้เดินทางเข้ามาตามช่องทางปกติที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ติดกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา รวมมีผู้ติดเชื้อถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้งหมด 20 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เชื้อทั้ง 19 ราย ล้วนมาจากโรงแรมวันจีวัน (1G1) ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ปัจจุบันจึงมีการวางกำลังป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างแน่นหนาตลอดแนวชายแดน และยังคงรอรับผู้ที่จะเดินทางกลับมาอยู่ และที่ผ่านมามีผู้เดินทางกลับมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก รวมทั้งหมด 171 ราย เชื่อมั่นว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ หากพ้นระยะเวลานี้ไปอีก 14-25 วัน เชียงรายจะปลอดภัยและเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะไปเยือนได้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่บ้านวังตะเตียน หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด เริ่มหวั่นวิตกกับการระบาดของโควิด-19 หลังจากทราบว่ามีชายวัย 70 ปี ซึ่งเป็นคนไทยพลัดถิ่น สัญชาติเมียนมา อายุ 70 ปี พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา หมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ต.ท่าสายลวด ติดเชื้อและถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอด ด้วยอาการโคม่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ทำให้ร้านค้าในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับบ้านชายดังกล่าวต้องปิดประตูร้าน และเปิดช่องให้มีเฉพาะยื่นของและเงินเท่านั้น แต่ห้ามไม่ให้ลูกค้าเข้าไปในร้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86134</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fccdfb6a6aaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมูป่าเล่าชีวิตติดถ้ำ แค่ไปเที่ยวเจอน้ำปิดทาง/พระราชทานเลี้ยงฮีโร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงมีพระราชานุญาตให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิตจัดเลี้ยงทีมช่วยเหลือหมูป่า ขณะที่ 13 หมูป่าออกจาก รพ.เปิดใจก่อนกลับบ้านผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เผยตั้งใจเข้าไปสำรวจถ้ำ ไม่ได้มีอาหารติดตัวไป ถึงจุด &amp;quot;เมืองลับแล&amp;quot; เลยเนินนมสาว แล้วกลับมาถึงสามแยกน้ำจึงทะลักเข้ามา เล่าวิธีเอาตัวรอดใช้หินขุดผนังเพื่อหาทางออก กินน้ำจากหินย้อย ถอดบทเรียนจะใช้ชีวิตไม่ประมาท ฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แถมอยากเป็นหน่วยซีลด้วย พร้อมใจบวชหมู่ให้ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; หมอจิตวิทยาขอพื้นที่ส่วนตัวให้หมูป่ากลับไปใช้ชีวิตปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย เตรียมออกจากโรงพยาบาล และจะพบกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในช่วงเย็น ว่า &amp;nbsp;เด็กๆ คงได้รับคำเตือนอยู่แล้ว ก็ขอฝากสื่อที่จะไปถามคำถาม ก็ขอให้ระมัดระวัง ทุกอย่างก็เรียบร้อยและไปด้วยดีแล้ว อะไรที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น ก็อย่าไปซักไซ้ให้มาก วันนี้ทุกอย่างนั้นดีอยู่แล้ว รวมถึงการรับรู้ทั้งในและในต่างประเทศก็ดีทั้งหมด ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว และเราก็ต้องไม่ทำอะไรให้มันเสียไปกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกอย่างจบไปด้วยดีแล้วกัน อย่าให้เสียหาย ยิ่งทำอะไรที่มันมากเกินไป ทั้งเจตนาหรือไม่ บางทีก็จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะเด็กๆ บางครั้งคำถามเขาก็ไม่รู้ ก็ตอบไปด้วยความเป็นเด็ก สื่อต้องระมัดระวังกันหน่อย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รูปแบบการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ร่วมในปฏิบัติการถ้ำหลวงจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เชิญทุกคนมาร่วมงานเลี้ยง มีการจัดอาหาร การแสดง ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา ส่วนชาวต่างชาตินั้น ก็ได้เชิญไปแล้ว หากมาได้เขาก็จะมา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการจัดงานที่ชัดเจนต้องประชุมหารือกันอีกที ส่วนสถานที่นั้น นอกจากจะจัดที่กรุงเทพฯ แล้ว อาจต้องมีอีกแผนสำรอง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมากรุงเทพฯ ได้ เพราะมีคนจำนวนมาก แต่ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานกำลังใจให้กับพวกเราทุกคน โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดูแลในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรัฐบาลจะขอพระราชานุญาตใช้สถานที่เพื่อจัดเลี้ยงผู้ที่มีส่วนช่วยทีม 13 หมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างปลอดภัยว่า ได้มีพระราชานุญาตมาแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุวันที่มา เพราะต้องดูอะไรหลายอย่าง ทั้งลม ฟ้า อากาศ &amp;nbsp;และต้องดูว่าในช่วงเวลาไหนที่จะมีการใช้พระลานพระราชวังดุสิตทำกิจกรรมอีก เพราะเนื่องจากใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา รวมถึงต้องดูแขกที่จะมาด้วย ทั้งนี้ เราไม่ได้หวังเลี้ยงว่าใครจะมาหรือไม่มาก็ได้ สุดท้ายกินกันเอง คงไม่ใช่อย่างนั้น เราคงคาดหมายให้เขามา โดยนายกฯมอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องในนามรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้นำรถยนต์ตู้ของ พม. จำนวน 2 คัน มารับเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ พร้อมโค้ชรวม 13 คนออกจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ท่ามกลางชาวบ้านที่มารอส่งโบกมือส่งเสียงให้กำลังใจ เดินทางไปยังหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เพื่อร่วมแถลงข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 18.05 น. มีการแถลงข่าว &amp;ldquo;ส่งหมูป่ากลับบ้าน&amp;rdquo; ถ่ายถอดสดผ่านรายงานเดินหน้าประเทศไทย ทางสถานนีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นำโดย 1.นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 2.นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 3.นางอัปษรศรี ธนไพศาล นักจิตวิทยาคลินิก 4.พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 5.พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 และทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีลอีก 3 นาย ที่อยู่กับเยาวชนและโค้ชในช่วงรอการช่วยเหลือ โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นคนสัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อทีมหมูป่าฯ และโค้ช 13 คน ประกอบด้วย 1.ด.ช.ชนินท์ วิบูลรุ่งเรือง (ไตตั้น) 2.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง (เติ้ล) 3.ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (ดอม) 4.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) 5.ด.ช.พรชัย คำหลวง (ตี๋) 6.ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี (มิก) 7.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มาร์ค) 8.ด.ช.สมพงษ์ ใจวงศ์ (พงษ์) 9.ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน (อดุลย์) 10.นายพิพัฒน์ โพธิ (นิค) 11.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (ไนท์) 12.นายเอกรัฐ วงศ์สุขจันทร์ (บิว) 13.นายเอกพล จันทะวงษ์ (โค้ชเอก)
ให้เด็กใช้ชีวิตปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ทีมหมูป่าฯ ได้ทดลองเตะฟุตบอลแบบวอร์มอัพก่อน จากนั้นได้เปิดคลิปทีมหมูป่าฯขณะอำลาทีมหมอ โดยบางคนซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ซึ่งทุกคนสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยคนละ 3 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.ไชยเวชกล่าวว่า ปกติคนที่ผ่านวิกฤติแล้วอาจจะมีอาการท้อถอยได้ แต่เราพบว่าทีมหมูป่าฯ ไม่มีแบบนั้นเลย กำลังใจดีเยี่ยม มีความแข็งแรงและความเข้มแข็งภายในที่จะเดินต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พัชนีวรรณกล่าวว่า สำหรับสภาพความรู้สึกของน้องๆ ซึ่งจากการตรวจประเมินจิตวิทยา พบว่ามีความเข้มแข็งทางใจดี ตอบรับกับความเครียดที่จะเกิดในสังคมปกติได้ โรงพยาบาลเห็นว่าน้องมีสภาพจิตใจแข็งแรงแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เราเองอยากให้น้องๆ กลับไปใช้ชีวิตเดิมให้เร็วที่สุด กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว มีชีวิตที่โรงเรียนเป็นปกติ มีการบ้านเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร อยากฝากทุกคนให้มีพื้นที่ส่วนตัวกับเขา ให้เขามีโอกาส มีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว โรงเรียน อยู่กับกิจกรรมที่เขารัก ส่วนคำถามต่างๆ ที่จะทำให้เขาลำบากใจ อยากให้มีโอกาสให้น้องๆ เตรียมตัว และมีโอกาสที่จะปฏิเสธไม่ตอบคำถามที่เขาลำบากใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัปษรศรีกล่าวว่า เราพบว่าน้องมีความเข้มแข็งทางใจปรากฏตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว มีปัจจัยบวกเยอะมาก สิ่งที่เราเป็นห่วงที่จะเจอข้างนอก ได้มีกระบวนการเตรียมไว้ และน้องเองมีวิธีที่จะรับมือพอสมควร คิดว่าค่อนข้างพร้อม เมื่อออกไปข้างนอกความแข็งแกร่งที่มีอาจมีบางอย่างเหมือนกันที่จะสกัดกั้นพัฒนาการบางอย่างที่เขาเป็น คือการให้เขาได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องระแวงว่าเมื่อเดินๆ อยู่จะมีใครมาดูเขาตอนไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนะที่นายประจญกล่าวว่า ด้วยเดชะพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้ทรงห่วงใยน้องๆ &amp;nbsp;ทั้ง 13 ชีวิต และทีมที่เราไปช่วยเหลือกันทุกตน นอกจากนี้ ด้วยแรงอธิษฐานของคนทั้งโลกใบนี้ ต้องกราบขอบคุณแทนน้องๆ &amp;nbsp;และขอเชิญน้องและทีมงานทุกคน กราบเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นผู้ดำเนินรายการถามว่า มีเยาวชนทีมหมูป่าฯ 4 คนยังไม่ได้สัญชาติไทย ตรงนี้จะทำอย่างไร นายประจญกล่าวว่า น้องๆ ได้ไปยื่นเรื่องที่อำเภอแล้ว อยู่ในกระบวนการของสำนักทะเบียน ซึ่งมีดำเนินการตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไปถ้ำหลวง โค้ชเอกบอกว่า เรามีการปรึกษากันตั้งแต่แรก โดยมีน้องๆ เอ่ยปากว่าอาทิตย์หน้าไปเที่ยวถ้ำหลวงกันหรือไม่ เพราะมีบางคนไม่เคยไป ซึ่งนัดกันว่าจะไป จึงวางโปรแกรมซ้อมฟุตบอล โดยมีการอุ่นเครื่องระหว่างทีมสายใต้กับสายเหนือในช่วงเช้า ตอน 10.00 น. พออุ่นเครื่องเสร็จก็ไปที่ถ้ำหลวงกัน เพื่อไปศึกษาว่ามีอะไรบ้าง ต่างคนต่างอยากเห็น โดยเข้าไปลึกจุดเนินนมสาว ไปถึงจุดที่เรียกว่าเมืองลับแลหรือบาดาล ซึ่งก่อนหน้านี้ตน น้องดอม เคยไปมาแล้ว และเคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คือพอมาถึงจุดสามแยกพบว่ามีน้ำนิดๆ ครั้งนี้ก็แบบเดียวกัน มีน้ำนิดๆ ตรงสามแยกเลยลองเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามน้องทุกคนว่าจะไปต่อหรือไม่ ถ้าไปพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมง แล้วต้องออกมาเลยนะ เพราะต้องออกมาก่อนเวลา 17.00 น. เพราะต้องไปส่งน้องตั้นเรียนพิเศษ ยืนยันว่าไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร แม้จะเป็นวันเกิดน้องไมค์ แต่น้องบอกว่าวันนี้วันเกิด เวลา 17.00 น. ต้องถึงบ้าน เพราะพ่อแม่จัดงานวัดเกิดรอแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;ไปถึงเมืองลับแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชเอกเล่าว่า มารู้ว่าติดถ้ำตอนเดินกลับออกมาเลย ตอนเข้าไปเราเดินเลยจุดเนินนมสาว ไปจุดที่เรียกว่า เมืองลับแล หรือบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ จึงถามทุกคนว่าจะเข้าไปสำรวจหรือไม่ ถ้าไปต้องว่ายน้ำเข้าไป ทุกคนบอกว่าไป โดยส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้ำขึ้นหรือไม่ขึ้น พอเช็กแล้วว่าน้ำไม่ค่อยลึก ก็บอกทุกคนว่ามากันได้ จากนั้นทุกคนทยอยไป จากนั้นมีการเช็กกันว่าระยะทางสามารถไปได้อีก แต่มองนาฬิกาแล้วมันเกินเวลากำหนด จึงบอกน้องว่าให้กลับก่อน ก็พากันกลับมาแบบปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอมาเจอตรงสามแยก น้องบิวตะโกนเราเจอน้ำ ตอนแรกมีน้องคนหนึ่งถามว่าเราหลงทางหรือไม่ ซึ่งไม่หลง เพราะมีเส้นทางเดียว ผมจึงสำรวจอีกครั้งว่าใช่ทางเข้าที่มาหรือไม่ โดยให้น้องถือเชือกไว้ แล้วผมจะจับเชือกและเดินไป โดยบอกสัญญาณน้องๆ ไปว่าถ้ากระตุก 2 ครั้ง แสดงว่าผมออกจากรูไม่ได้ให้ดึงกลับ ผมก็มุดดู ปรากฏว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนก้อนหิน เลยกระตุกเชือก น้องก็พากันดึง แล้วบอกน้องๆ ว่าเราออกไม่ได้ ต้องหาทางออกใหม่ จึงพากันขึ้นมาบนบก แล้วขุดร่องให้น้ำระบายมา โดยใช้ก้อนหินมาขุด ตอนนั้นเกือบ 17.00 น. ขุดไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีท่าทีน้ำจะลด 6 โมงเย็นกว่าแล้ว ทุกคนเลยตกลงว่าไปหาที่นอนก็ได้ ซึ่งผมบอกว่าไม่ต้องกลัว อาจเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง จึงไปหาที่นอนกัน แต่ไม่มีขนมอะไรเลย ไม่ได้เตรียมอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชเอกกล่าวว่า เราถอยจากสามแยกเข้าไป 200 เมตร แล้วเจอเนินที่เป็นทราย มีน้ำที่ตกและน้ำย้อยอยู่ จึงบอกน้องๆ ว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำดีกว่า เลยพากันค้างคืนตรงนั้น แล้วก่อนนอนได้บอกให้ทุกคนไหว้พระก่อนนอนกันดีกว่า ตอนนั้นไม่กลัว คิดว่าพรุ่งนี้น้ำน่าจะลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ใครเป็นคนตอบเป็นภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำต่างชาติที่เจอคนแรก น้องอดุลย์กล่าวว่า วันนั้นเป็นช่วงเย็น พวกเรานั่งอยู่บนโขดหินด้านบน ได้ยินเสียงเหมือนคนพูดกัน โค้ชเอกจึงให้เงียบๆ ก่อนเพื่อฟัง ปรากฏว่ามันเป็นเสียงคนพูดคุยกันจริง ตอนแรกพวกเราคิดว่าคนไทยหรือเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช่ จากนั้นเขาลุกขึ้นจากน้ำ พวกเราตกใจ เขาเป็นคนอังกฤษ ไม่รู้จะพูดไร ช่วงนั้นมันงงๆ เพราะไม่ได้รับประทานอาหารหลายวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะบวชให้ น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล ที่เสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือจริงหรือไม่ โค้ชเอกกล่าวว่า จะไปบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้ น.ต.สมาน ทุกคนพร้อมใจกันหมด โดยน้องๆ บอกว่าบวชกี่วันก็ได้ โค้ชเอกบวชเท่าไรก็จะบวชเท่านั้น โดยเป็นการบรรพชาหมู่พร้อมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพลเล่าอีกว่า &amp;quot;ตอนนั้นยังไม่มีความกลัว เพราะคิดว่าวันรุ่งขึ้นจะหาทางออกได้ ซึ่งผมพาน้องๆ เดินหาทางออก และคอยดูเวลาตลอด พร้อมหาแหล่งน้ำในถ้ำกินไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากหินย้อย ซึ่งเป็นน้ำที่สะอาด รสชาติเหมือนน้ำเปล่าทั่วไป แต่ไม่มีอาหารประทังชีวิต เมื่อเริ่มหิวก็ต้องอาศัยกินน้ำเพื่อประทังชีวิตอย่างเดียว ก่อนจะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอประมาณวันที่ 2 ก็บอกให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ และใช้ไฟฉายทีละกระบอก ซึ่งใช้ได้จนถึงวันที่ 2 ก.ค. และเป็นวันที่ 10 ขณะที่น้องๆ ทุกคนเริ่มอ่อนแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด.ช.ชนินทร์กล่าวว่า เริ่มอ่อนแรง หิวมาก โดยไม่นึกถึงกับข้าวเลย เพราะจะทำให้หิวกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพลกล่าวอีกว่า ก่อนจะมีการใช้หินเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก แต่ถ้าไม่เจอ หมายความว่าเราโดนปิดตายสองชั้น ก่อนได้ยินเสียงน้ำไหลมา จึงบอกให้เด็กๆ ขึ้นไปอยู่ที่สูงขึ้น ก่อนที่น้ำจะขึ้นสูงเกือบ 3 เมตร ก่อนตัดสินใจว่า ทางข้างล่างไม่สามารถใช้ได้แล้ว จึงต้องเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก โดยสลับกันขุดทีละคน ซึ่งแรงค่อยๆ หมดไป โดยอาศัยการกินน้ำเพื่อแก้หิวเท่านั้น ช่วงเย็นจะลงมาบริเวณเนินที่อยู่ใกล้น้ำเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยซีล (ใบเตย) กล่าวว่า เมื่อเข้าไปถึงได้ทดสอบกำลังใจทั้ง 13 คน และถามเด็กว่าสู้ไหม ตนได้พกยารักษาโรค และไฟฉาย ซึ่งเมื่อไปถึงก็แจกจ่ายแผ่นฟอยล์สำหรับให้ความอบอุ่นแก่เด็กๆ และต้องใช้ปูพื้นด้วย เนื่องจากพื้นบริเวณดังกล่าวเป็นโคลนและชื้น หากไม่ปูจะนอนไม่ได้ ทำให้ฟอยล์สำหรับผู้ใหญ่ไม่พอเพียง ตนจึงใช้เศษที่เหลือมาทำเป็นเกาะอกและกระโปรง ซึ่งเหมือนกับชุดของใบเตย อาร์สยาม
ฝันเป็นนักบอล-หน่วยซีล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกิจกรรมระหว่างเด็กกับทีมงานช่วงอยู่ในถ้ำ บิวบอกว่า เล่นหมากฮอส โดยมีพี่ใบเตยเป็นแชมป์ถ้ำ หรือ คิง ออฟ เคฟ ซึ่งตนได้พยายามจำแผนการเล่นของพี่เตยไว้ โดยเขาเล่นเป็นสามเหลี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความทรงจำที่มีต่อหน่วยซีล นายเอกพลบอกว่า เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะกินนอนด้วยกัน มาร์คบอกว่า พี่ใบเตยเหมือนพ่อ เพราะเขาเรียกตนว่าลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการจากไปของจ่าแซม นายเอกพลกล่าวว่า รู้สึกเสียใจ และประทับใจที่จ่าแซมยอมเสียสละชีวิตเพื่อป้องกัน 13 หมูป่า พิธีกรขอให้ทีมหมูป่าส่งตัวแทนออกมาอ่านข้อความไว้อาลัยของหมูป่า ซึ่งเขียนบนรูปวาดของจ่าแซม ซึ่ง &amp;ldquo;ไตตั้น&amp;rdquo; เป็นตัวแทนอ่านคำไว้อาลัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้บทเรียนอะไรจากการติดถ้ำ นายเอกพลกล่าวว่า ซาบซึ้งน้ำใจของทุกคน และจะใช้สติอย่างมีประโยชน์ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่ตัวเองได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท จะเช็กให้ดีว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ น้องตี๋กล่าวว่า จะเป็นคนดีของสังคม อดุลย์กล่าวว่า ทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตประมาท ไม่คิดก่อนทำจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกับเราในวันข้างหน้า ตนจะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ความฝันเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ น้องมาร์คกล่าวว่า ไม่เปลี่ยน ยังคงอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และจะเข้มแข็งอดทน น้องไตตั้นกล่าวว่า ทำให้อดทนเข้มแข็ง ไม่ท้อ และรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง น้องบิวบอกว่า อยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนเดิม และอยากเป็นหน่วยซีลด้วย ส่วนน้องมิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆ และเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ส่วนพงศ์กล่าวว่า อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นหน่วยซีล เพราะอยากช่วยคน เติ้ลบอกว่า อยากเรียนจบสูงๆ ก่อน โน้ตกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ นิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ไนท์กล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และอยากติดทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้ามีคนชวนกลับไปถ้ำจะไปอีกไหม นายเอกพลกล่าวว่า ถ้าชวนอาจไม่ไป แต่ถ้าหน่วยงานขอให้เป็นไกด์ อาจจะเป็นไกด์ให้ แต่เป็นไกด์แค่หน้าถ้ำ ส่วนที่เหลือให้พี่ๆ เขาไปกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอภาคย์กล่าวเสริมว่า ตามแผนที่คุยกับ ดร.แฮร์ริส มาร์คจะอยู่ใน 6 คนแรกที่ได้ออกจากถ้ำ ปรากฏว่าอุปกรณ์มีจำกัด โดยไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก จึงเหลือแค่ 4 คน มาร์คจึงตกขบวน ต่อมาวันที่สอง มาร์คจัดอยู่ในคิวแรก แต่ ดร.แฮร์ริสบอกว่ายังไม่มีหน้ากากสำหรับเด็กให้รอไปก่อน จึงต้องให้มาร์คออกวันสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า มีวิธีคัดเลือกเด็กๆ ออกมาจากถ้ำอย่างไร นายเอกพลกล่าวว่า จะมีตนและหน่วยซีลปรึกษากัน ซึ่งพี่หน่วยซีลบอกให้ตนพิจารณาดู ทุกคนบอกว่าใครออกก่อนก็ได้ ไม่ซีเรียส ตนจึงตัดสินใจว่าให้ชุดแรกเป็นคนที่อยู่บ้านไกลออกไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลับไปบ้านอยากบอกอะไรกับพ่อและแม่ ซึ่งน้องๆ ทุกคนกล่าวขอโทษพ่อแม่ที่เป็นเด็กดื้อ ต่อไปนี้จะบอกตลอดว่าไปไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 เปิดเผยว่า กระบวนการดูแลเยาวชนนักฟุตบอล และผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน จากนี้จะส่งทีมจิตแพทย์ไปติดตามอาการ หลังจากกลับบ้านไปพักฟื้น 1 สัปดาห์ โดยจะติดตามเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ ส.ค.-ต.ค. จากนั้นจะแบ่งการติดตามเป็น 6 เดือน/ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมสุขภาพจิตประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตเด็กประเทศออสเตรเลียและทีมเอ็มแคทจังหวัดเชียงราย วางแผนการติดตามเฝ้าระวังอาการทางจิตใจของทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนต่อเนื่อง โดยน.ต.นพ.บุญเรือง &amp;nbsp;ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเด็กควรได้รับการปกป้อง ไม่ให้ต้องเผชิญกับสื่อหรือหน่วยงานใดๆ นอกเหนือจากกลุ่มบุคคลคุ้นเคยที่คอยดูแล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13676</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่า, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, ประจญ ปรัชญ์สกุล, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน, พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อัปษรศรี ธนไพศาล, เดินหน้าประเทศไทย, เนินนมสาว, เมืองลับแล, โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4e7158a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ซีลไทยดำน้ำสุดเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; เผย 13 หมูป่าร่างกายดีขึ้น น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย 2-3 กิโล เริ่มทำกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ &amp;quot;หมอภาคย์&amp;quot; พบเด็กๆ สวมกอดกันอบอุ่น โพสต์ชม &amp;quot;โค้ชเอก&amp;quot; ผู้เสียสละแท้จริง &amp;nbsp;มั่นใจทุกคนเติบโตเป็นคนดี &amp;quot;ว.วชิรเมธี &amp;quot; ทำ จ.ม.เปิดผนึกถึงผู้ปกครองทีมหมูป่าเห็นด้วยไม่รับทุนการศึกษา &amp;quot;วธ.&amp;quot; เดินหน้าบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ &amp;quot;ดอน&amp;quot; เผยสื่อนอกให้เอกสิทธิ์ทูตนักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนเพราะรับภารกิจเสี่ยงหากเกิดความผิดพลาด &amp;quot;อันส์เวิร์ธ vs. อีลอน มัสก์&amp;quot; ซัดกันแหลกถึงขั้นขู่ฟ้องร้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัด สธ.) แถลงถึงความคืบหน้าอาการของโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จ.เชียงราย ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพของโรงพยาบาล ทุกคนสุขภาพร่างกายดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-3 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ โดยทำกิจกรรมกลุ่มตามกระบวนการทางจิตวิทยา อาทิ การสำรวจความรู้สึกภายใน การจัดการกับความรู้สึก การสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา เพื่อให้ทุกคนมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 19 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการล่าสุดเช้าวันนี้ กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.61 &amp;nbsp;อาการทั่วไปปกติ ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.61 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติทุกคน ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.61 อาการทั่วไปปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน&amp;quot; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับแผนการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ได้ให้โรงพยาบาลแม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ อ.แม่สายร่วมกันดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ ร่วมกับทีมหมอ ครอบครัว และครูในโรงเรียนที่น้องๆ นักฟุตบอลเรียนอยู่ โดยมีสมุดคู่มือสุขภาพให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และการติดตามน้ำหนักตัว ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการติดตามผลในระบบโรงเรียนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ภาคย์ โลหารชุน&amp;quot; ของ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน.สร.3 ได้เผยแพร่ภาพกำลังสวมกอดอย่างอบอุ่นกับน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ซึ่งหมอภาคย์เป็นหนึ่งในทีมที่เข้าไปช่วยเหลือและอยู่กับทุกคนในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย พร้อมระบุข้อความ &amp;quot;เจอกันที่โคราชนะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ท.นพ.ภาคย์ยังระบุว่า สิ่งที่ผมประทับใจเด็กๆ ทีมหมูป่าคือเรื่อง &amp;quot;ความสดใสซื่อเดียงสา มองโลกในแง่ดี มีขวัญ&amp;amp;กำลังใจดีเยี่ยม แม้จะอยู่ในสถาพแวดล้อม/สถานการณ์วิกฤติ ทุกวันเด็กๆ จะไปขุดโพรงหาทางออกโดยใช้เศษหิน (ได้ลึกถึง 5 เมตรเลย) ทั้งๆ ที่ไม่ได้กินข้าวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.นพ.ภาคย์ระบุด้วยว่า &amp;quot;มีวินัย...รวบรวมเศษขยะหลังกินแต่ละมื้อทิ้งลงถุงดำ โค้ชเอกสอนเด็กๆ เสมอว่าไม่ให้เก็บสิ่งของจากในถ้ำเอากลับไปเป็นของตนเอง...ซึ่งเด็กๆ ทุกคนก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี เรื่องโค้ชเอกจิตใจดีงาม เป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง ผมแอบสังเกตตั้งแต่วันแรก เอกจะให้เด็กๆ อิ่มก่อน โดยแบ่งอาหารในส่วนของตนให้เด็กๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
มั่นใจหมูป่าโตเป็นคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจในการดูแลเอาใจใส่เด็กๆ อย่างดีก่อนที่ทีมจะมาพบเด็กๆ เพราะสุขภาพกาย&amp;amp;ใจของเด็กๆ ทุกๆ คนดีกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้มากทีเดียว เด็กๆ ทีมหมูป่าทุกคนทราบถึงความเสียสละของทุกคนในการค้นหาพวกเค้า และผมมีความมั่นใจว่าเด็กๆ หมูป่าจะเติบโตเป็นบุคลากรที่ยอดเยี่ยมของประเทศ ทำคุณประโยชน์และชื่อเสียงให้ประเทศไทยในอนาคตต่อไป&amp;quot; พ.ท.นพ.ภาคย์ระบุในเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าน ว.วชิรเมธี หรือพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ.เมืองเชียงราย &amp;nbsp;ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ปกครองทีมหมูป่าอะคาเดมี เนื้อหาระบุว่า &amp;quot;อาตมภาพได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้ปกครองของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีคนหนึ่ง ที่ออกมาปฏิเสธการรับทุนการศึกษาจากองค์กรต่างๆ &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลว่าน้องๆ ทีมหมูป่าได้รับมามากเกินพอแล้ว...อาตมาเห็นด้วยกับท่าทีดังกล่าว เนื่องเพราะน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีได้รับทุนการศึกษาจากสถาบันถ้ำหลวง ดอยนางนอนเรียบร้อยแล้ว ทุนจากองค์กรต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป&amp;quot; (อ่านรายละเอียดหน้า 2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีบวงสรวงเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งได้เริ่มขึ้นในเวลา 09.09 นาที เป็นพิธีทางพราหมณ์นำเครื่องบวงสรวงแบบล้านนามาถวายหัวหน้าเทวดาทั้งสี่ ซึ่งปกปักรักษาคุ้มครองโลกทั้ง 4 &amp;nbsp;ทิศ ประกอบด้วย ท้าวกุเวร, ท้าวธตรฐ, ท้าววิรูปักษ์ และท้าววิรุฬหก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 09.39 น.เริ่มพิธีบวงสรวง ต่อมานายประจญ และนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นประธานในพิธี ร่วมกันปักธูปหาง เสร็จพิธีการขมาแล้ว เวลา 10.09 น. พระสงฆ์สมณศักดิ์ 28 รูปเจริญพระพุทธมนต์ และสวดมาติกาบังสุกุล เจ้าหน้าที่ลาดภูษาโยงเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม ฮีโร่ผู้เสียสละวีรบุรุษถ้ำหลวงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจดำน้ำนำถังอากาศเข้าไปในถ้ำ และเวลา 15.00 น.จัดพิธีสวดถอนและพิธีปิดถ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนตั้งแต่วันแรกๆ เดินทางมาให้ความรู้แก่นักเรียนโรงเรียนดังกล่าว โดยเตือนเด็กๆ ไม่ควรเข้าไปในถ้ำในช่วงหน้าฝน และการเข้าถ้ำต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง พร้อมทั้งมีการเรียนรู้เกี่ยวกับถ้ำที่เราจะต้องเข้าไป ก่อนที่จะร่วมกับนักเรียนยืนไว้อาลัยแด่ น.ต.สมาน ผู้เสียสละในการช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 ชีวิตจนตนเองต้องเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ว่า จะมีการพูดคุยระดับผู้ปฏิบัติการว่าจัดงานอย่างไรจึงจะดีที่สุด โดยสถานที่จัดงานนั้นมีหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น กทม. แต่หากอยู่ห่างไกลอาจต้องกระจายไปที่อื่นด้วย เช่นที่ จ.เชียงราย เพราะมีประชาชนไปร่วมช่วยเหลือในภารกิจจำนวนมาก จึงอาจไปจัดงานที่นั่นด้วย อย่างไรก็ตามต้องเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาตัดสินใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าหลายหน่วยงานได้มาบูรณาการร่วมกัน โดยจะต้องทำเป็นแผนเอาไว้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปศึกษาหากจำเป็นต้องใช้ กรณีเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เราจึงจะถอดบทเรียนและให้ท้องถิ่นนำไปพิจารณาเพื่อประยุกต์ใช้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คงจะนำไปเป็นมาตรการกำกับดูแลถ้ำต่างๆ อีกจำนวนมาก
พท.โหนกระแสซัด รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะต้องมีการเพิ่มหลักสูตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่าคงต้องพิจารณาดู ตอนนี้สถาบันที่ฝึกคนกำลังพิจารณาดำเนินการอยู่ โดยต้องกลับไปพิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเรียนรู้เรื่องนี้ แต่ตนมั่นใจว่ากองทัพเรือจะต้องมีการฝึกเพิ่มในส่วนนี้ซึ่งน่าจะคุ้มค่า เพราะเป็นการดำน้ำที่ยากมาก ต้องใช้เครื่องมือพิเศษและมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะมีการมอบประกาศนียบัตรแก่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาและ ผอ.ศอร.หรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่าผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์เป็นคนดีอยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยภูมิใจในตัวท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ.ได้วางแผนเตรียมจัดนิทรรศการเหตุการณ์กู้ชีพ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี โดยนำเสนอเรื่องราวและเนื้อหาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเหตุการณ์ที่ทั้ง 13 ชีวิตติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนถึงปฏิบัติการช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำได้สำเร็จ ซึ่งจะมีการจัดแสดงทั้งส่วนกลางและสัญจรไป 4 ภูมิภาคตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ แบ่งเป็น 7 หัวข้อ &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.ชีวิตหมูป่าติดถ้ำ 2.นาทีชีวิตวิกฤติเสี่ยงตาย 3.วิกฤตินี้รวมใจไทยเป็นหนึ่ง 4.ปฏิบัติการวาระแห่งโลก 5.อาลัยสดุดีวีรบุรุษถ้ำหลวง 6.บทเรียนที่โลกต้องจารึก 7.สรุปเหตุการณ์วันต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วธ.ยังเปิดให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีส่วนร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ด้วยการส่งภาพเหตุการณ์ ภาพวาด คลิปวิดีโอ หรือเอกสารข้อมูลการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้งภาพการช่วยเหลือ ภาพจิตอาสา บรรยากาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เพื่อที่ วธ.จะนำมารวบรวมจัดทำเป็นจดหมายเหตุบันทึกประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี โดยส่งมาที่ &amp;nbsp;www.m-culture.go.th หรือ Line@ofl6289y หรือเฟซบุ๊ก Thai MCulture หัวข้อบันทึกประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ถ่ายภาพ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 25 ก.ค.61&amp;quot; รมว.วัฒนธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประเด็นที่นายณรงค์ศักดิ์เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในการรักษางบประมาณแผ่นดินหลายโครงการตามที่เป็นข่าวไปทั่วประเทศ แม้กระทั่งสื่อต่างประเทศ ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ออสเตรเลีย ก็นำไปเผยแพร่ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกย้ายไป จ.พะเยา ซึ่งเป็นข้อสงสัยในสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาล และ ป.ป.ช.ควรทำให้สังคมคลายข้อสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลและ ป.ป.ช.มุ่งมั่นกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ก็ควรเร่งตรวจสอบโครงการกว่า 20 โครงการที่นายณรงค์ศักดิ์ไม่ยอมเซ็น ว่ามีความบกพร่องส่อไปในทางว่าจะมีการทุจริตหรือไม่ ถ้าตรวจสอบโครงการต่างๆ ดังกล่าวแล้วพบว่าส่อไปในทางทุจริต ผู้เสนอโครงการและผ่านโครงการมาตามลำดับชั้นก่อนที่จะถึงนายณรงค์ศักดิ์ ก็น่าจะมีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่ง ว่าการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลนี้มีมาตรฐานหรือไม่ ลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ และถ้าดำเนินการอย่างไรแล้วควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยเร็ว&amp;quot; อดีต ส.ส.เพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นักดำน้ำในถ้ำชาวออสเตรเลียได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตในการมาช่วยเหลือปฏิบัติการที่ถ้ำหลวง เพื่อปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหากเกิดความผิดพลาดขึ้น ประเด็นนี้ได้รับเปิดเผยผ่านสื่อของออสเตรเลียเมื่อวันจันทร์ โดยสถานีเอบีซีอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และเคร็ก ชาลเลน คู่หูนักดำน้ำในถ้ำของเขาซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในภารกิจช่วยชีวิตครั้งนี้ เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจภายหลังการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียและไทยเพื่อให้เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตแก่พวกเขา &amp;nbsp;ป้องกันการถูกดำเนินคดีหากภารกิจที่เสี่ยงอันตรายนี้เกิดความผิดพลาด&amp;nbsp;
อันสเวิร์ธซัดแหลกมัสก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียไม่ได้ให้ทัศนะยืนยันหรือปฏิเสธรายงานข่าวนี้ โดยให้สอบถามเจ้าหน้าที่ของไทย แต่รอยเตอร์รายงานอ้างคำชี้แจงจากนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันว่าไทยได้ให้เอกสิทธิ์ทางการทูตแก่ทีมงานชาวออสเตรเลีย 3 &amp;nbsp;คนนี้เท่านั้น ซึ่งก็คือนายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และผู้ช่วยทางการแพทย์อีก 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากภารกิจนี้มีความเสี่ยง รัฐบาลไทยและออสเตรเลียจึงต้องทำความเข้าใจกัน ดอกเตอร์แฮร์ริสทำหน้าที่ของเขาในภารกิจทางการแพทย์อย่างสุดความสามารถ เขาจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองหากเกิดสิ่งผิดพลาดขึ้น รัฐบาลไทยให้เอกสิทธิ์นี้แค่กับคณะทำงานทางการแพทย์ชาวออสเตรเลีย 3 คนนี้เท่านั้น&amp;quot; รอยเตอร์อ้างคำสัมภาษณ์ของนายดอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เคร็ก ชาลเลน นักดำน้ำในถ้ำได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซันเดย์ไทมส์ ในเมืองเพิร์ท ภายหลังกลับถึงออสเตรเลียว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายอย่างแท้จริง และผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำถ้ำต่างไม่แน่ใจว่าจะสามารถช่วยชีวิตเด็กทั้ง 12 คนและโค้ชออกมาได้สำเร็จหรือไม่ ภารกิจนี้ไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับนักดำน้ำ แต่เป็นอันตรายอย่างมากต่อเด็กๆ ซึ่งต้องถูกวางยากล่อมประสาทถึงจุดที่ &amp;quot;พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น&amp;quot; เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกขณะที่นักดำน้ำนำพาพวกเขาผ่านช่องแคบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาได้รับยา เราไม่อาจปล่อยให้เด็กๆ แตกตื่น พวกเขาอาจทำให้ตัวเองเสียชีวต และอาจทำให้ผู้กู้ภัยเสียชีวิตไปด้วย&amp;quot; ชาลเลนกล่าว พร้อมกับเล่าถึงการฝึกซ้อมปฏิบัติการกับเด็กไทยที่จำลองอุปกรณ์สำหรับภารกิจนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจสัน มัลลินสัน นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษซึ่งเป็นอีกคนที่ร่วมภารกิจ กล่าวกับเอบีซีว่า การดำน้ำในถ้ำผ่านช่องแคบๆ ในความมืดมิดนั้นท้าทายอย่างยิ่ง คุณจะรู้ว่าอยู่ตรงจุดไหนของถ้ำก็ต่อเมื่อศีรษะชนเข้ากับผนังถ้ำ ตัวเขาได้รับมอบหมายให้พาเด็กคนหนึ่งออกมา &amp;quot;ผมมั่นใจว่าจะพาเด็กออกมาได้ แต่ไม่มั่นใจ 100% ว่าจะนำเขาออกมาแบบที่ยังมีชีวิต เพราะหากผมทำให้เขาชนกับหินแรงจนหน้ากากหลุดแล้วน้ำเข้าหน้ากาก เขาจะตาย เราไม่มีอุปกรณ์สำรองสำหรับพวกเด็ก มีแค่หน้ากากดำน้ำอันเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังกล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่หน่วยซีลของไทยใช้มาตรการความปลอดภัยที่ต่างจากนักดำน้ำต่างชาติอย่างสิ้นเชิง เขากล่าวว่าการดำน้ำในถ้ำทำให้พวกเขาออกจาก Comfort Zone และนั่นทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ พวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการที่ถูกต้องและไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่นในขณะที่นักดำน้ำในถ้ำจะมีอุปกรณ์สำรองและพกถังอากาศอย่างน้อยสองถัง ตัวปรับแรงดันสองตัว และไฟฉายสามอันเสมอ แต่พวกนักดำน้ำในถ้ำสังเกตว่าหน่วยซีลมักจะใช้ถังอากาศและตัวปรับแรงดันแค่ตัวเดียว ซึ่งถ้าอุปกรณ์มีความผิดพลาดพวกเขาก็จะเจอปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่พบว่า หน่วยซีลทั้ง 4 นายนั้นไม่มีอากาศเพียงพอสำหรับขากลับ เพราะพวกเขาทำตามคำสั่งว่าให้ดำน้ำมาอยู่กับเด็กๆ จนจบเท่านั้น แต่ในระหว่างทางพวกเขาใช้อากาศจนหมด ทำให้นักดำน้ำในถ้ำทั้งสี่คน คือ Jason Mallinson, Chris Jewell, Rick Stanton และ &amp;nbsp;John Volanthen ต้องนำถังอากาศมาให้ซีลทั้งสี่นายในขณะที่ดำน้ำมารับเด็กๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ Josh Bratchley กล่าวว่า ภารกิจนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คิดไว้มาก สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในปฏิบัติการนี้จะช่วยเหลือผู้คนมากมายที่อาจติดในถ้ำในอนาคต และย้ำว่าภารกิจนี้คือการทำงานเป็นทีมไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดวันจันทร์ยังมีรายงานความขัดแย้งระหว่างเวอร์นอน อันส์เวิร์ธ หนึ่งในทีมกู้ภัยที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก กับอีลอน มัสก์ ถึงขั้นฝ่ายแรกประกาศว่าอาจจะฟ้องร้องมหาเศรษฐีไฮเทคชาวอเมริกันรายนี้ จากกรณีที่มัสก์เรียกเขาว่าเป็นพวกใคร่เด็ก (pedo/paedophile) ซึ่งเรื่องราวระหว่างทั้งคู่บานปลายจากกรณีที่อันส์เวิร์ธให้สัมภาษณ์วิจารณ์เรือดำน้ำจิ๋วที่มัสก์ส่งมาช่วยภารกิจที่ถ้ำหลวงว่า ไม่มีทางใช้งานได้จริงอย่างแน่นอนในภารกิจนี้ เนื่องจากมัสก์ไม่รู้สภาพที่แท้จริงของถ้ำ มัสก์เข้ามามีส่วนร่วมก็เพราะต้องการประชาสัมพันธ์ตัวเขาเอง ส่วนเรื่องที่มัสก์มายังถ้ำหลวงนั้น อันส์เวิร์ธบอกว่ามัสก์ถูกขอให้ออกจากถ้ำโดยทันที ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัสก์ทวีตตอบโต้ข้อความวิจารณ์ของอันส์เวิร์ธ และบทความนิวยอร์กไทมส์ที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ยกขึ้นมากล่าวถึงเมื่อวันอาทิตย์ โดยใช้คำเรียกอันสเวิร์ธว่า &amp;quot;pedo guy&amp;quot; เมื่อถูกทักท้วง มัสก์ยังทวีตต่อผู้ติดตามมากกว่า 22 ล้านคนของเขาด้วยความมั่นใจว่า เป็นเรื่องจริงที่เขาพร้อมเดิมพัน 1 ดอลลาร์ &amp;nbsp;อย่างไรก็ดีต่อมามัสก์ได้ลบทวีตเหล่านี้ทิ้งและยังไม่ได้กล่าวขอโทษใดๆ เอเอฟพีกล่าวว่าได้ติดต่อไปที่บริษัทเทสลาของเขาแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอันส์เวิร์ธกล่าวกับเอเอฟพีในวันจันทร์ว่า เขาไม่เห็นทวีตเต็มๆ ของมัสก์ เพียงแต่ได้ยิน เมื่อถูกถามว่าเขาจะฟ้องร้องมัสก์หรือไม่ อันส์เวิร์ธกล่าวว่า หากเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ก็อาจจะฟ้อง เขาจะตัดสินใจเมื่อกลับไปอังกฤษในสัปดาห์นี้ พร้อมกับเสริมว่าเรื่องระหว่างตัวเขากับมัสก์ยังไม่จบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13538</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ริชาร์ด แฮร์ริส, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคร็ก ชาลเลน, เจสัน มัลลินสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cadf6680d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>19ก.ค.หมูป่าคืนรัง จัดแถลงใหญ่กัน&#039;สื่อ&#039;ตื๊อ/13ชีวิตรํ่าไห้หลังรู้ข่าว&#039;น.ต.สมาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;13 หมูป่า&amp;quot; ร่างกายดีขึ้น มีกำหนดออกจาก รพ. 19 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;หมอ&amp;quot; จัดแถลงข่าวพร้อมกันทุกคน หวั่นสื่อตามไปสัมภาษณ์ส่วนตัวเกรงกระทบจิตใจ &amp;nbsp; &amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; เผยยอมแจ้งเรื่องจ่าแซมเสียชีวิตขณะช่วยเหลือ ทำเอาเด็กๆ ร้องไห้เสียใจ ต่างเขียนความรู้สึกลงบนภาพวาดและยืนไว้อาลัย สัญญาจะเป็นคนดี &amp;nbsp; ญาติเก็บกระดูก &amp;quot;น.ต.สมาน&amp;quot; ลอยอังคารในแม่น้ำชี &amp;quot;สพฉ.&amp;quot; ถอดบทเรียนถ้ำหลวง เตรียมหลักสูตรสอนเด็กเอาตัวรอด &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; เดินหน้าสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซม โพลชี้ ปชช.ยกทุกคนคือฮีโร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงความคืบหน้าอาการโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ภายหลังจากที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช พบว่าทุกคนมีสภาพร่างกายดีขึ้นตามลำดับ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบเชื้อโรคติดต่ออุบัติใหม่ ทีมแพทย์ได้มีการปรับห้องให้มีความเหมาะสม พร้อมให้ญาติเข้าเยี่ยมดูแลใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎากล่าวว่า อาการล่าสุดในวันที่ 15 ก.ค. &amp;nbsp;กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.2561 อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้อ อาการดีขึ้น ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว, กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.2561 อาการโดยรวมดี สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2561 อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้แล้ว รายที่มีอาการหูอื้อดีขึ้น รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการดูแลด้านจิตใจ เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.ค. แพทย์พิจารณาแล้วว่าสภาพร่างกายของน้องๆ นักฟุตบอลและโค้ชแข็งแรงขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจให้ญาติแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ น.ต.สมาน กุนัน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ซึ่งทุกคนร้องไห้ และแสดงความเสียใจ โดยเขียนความรู้สึกลงบนภาพวาดของ น.ต.สมาน ร่วมกันยืนไว้อาลัย กล่าวขอบคุณและสัญญาว่าจะเป็นคนดี ซึ่ง พล.ต.วุฒิไชย อิศระ แพทย์ใหญ่กองทัพภาค 3 ได้กล่าวกับผู้ประสบภัยในฐานะตัวแทนทหารว่า ถือเป็นภารกิจ เป็นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี&amp;quot; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา สหวิชาชีพ ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้วางแผนการดูแลต่อเนื่อง เช่น การสื่อสารในครอบครัว การทำกลุ่มเตรียมความพร้อมก่อนกลับบ้าน การประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อติดตามผลในระบบโรงเรียน เพื่อให้ทุกคนมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปดำเนินชีวิตที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้มีข้อเสนอแนะสิ่งที่ควรและไม่ควรทำสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสื่อมวลชน ตัวน้อง ๆ และโค้ชทีมหมูป่า ครอบครัว โรงเรียน ชุมชนและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจว่าทุกคนมีความเป็นห่วงและหวังดี ไม่อยากให้มีการตำหนิหรือกล่าวโทษใคร ขอให้ใช้ช่วงเวลานี้ในการช่วยเหลือหรือให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เป็นช่วงเวลาที่ดีงามของคนทั้งประเทศ&amp;rdquo; ปลัด สธ.กล่าว
19 ก.ค.หมูป่าออก รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า จากการติดตามสภาพจิตใจของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน หลังมีการแจ้งข่าว น.ต.สมาน ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกผิดหรือเสียใจย่อมเป็นธรรมดา แต่ยังคงติดตามต่อเนื่องอีก 2-3 วัน สภาพจิตใจของน้องๆ ทุกคนเข้มแข็ง และผ่านวิกฤติความเครียดภายในถ้ำมามาก ซึ่งการอยู่ร่วมกันในลักษณะเป็นกลุ่ม เพิ่มความแข็งแกร่งของจิตใจ ถือว่าน้องๆกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานดี แต่ที่ห่วงมากกว่าคือเมื่อกลับไปอยู่บ้านตามลำพังและการเข้าสังคม หรือแม้แต่การไปโรงเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 19 ก.ค. ที่น้องๆ มีกำหนดออกจากโรงพยาบาล ทราบจากทางจังหวัดเชียงรายว่าจะจัดให้มีการแถลงข่าวของทั้ง 13 คน เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนติดตามรบกวนชีวิตปกติของน้องๆ ทุกคน เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้สัมภาษณ์ผู้ประสบภัย ที่ควรมีการสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม ดีกว่าปล่อยให้สื่อติดตามสัมภาษณ์รายบุคคลที่บ้านแบบแยกเดี่ยว เพื่อป้องกันมิให้เกิดบาดแผลในจิตใจ&amp;quot; ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่วัดบ้านหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;07.00 น. พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเก็บเถ้ากระดูกของ น.ต.สมาน โดยมีนายวิชัยและนางสำราญ กุนัน บิดามารดา รวมทั้งนางวลีพร กุนัน ภรรยา พร้อมญาติพี่น้องกว่า 100 คน และจอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค นักแสดง ซึ่งรู้จักกับครอบครัวจ่าแซมร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งหมดได้ร่วมกันทำพิธีคานสามหาบเวียนซ้ายรอบเมรุชั่วคราว 3 รอบ แล้วถวายผ้าไตร ตะกร้าใส่อาหาร ปิ่นโต พระสงฆ์ 4 รูปได้ชักผ้าแล้วสวดมาติกาบังสุกุล ต่อมาพระสงฆ์และญาติๆ ได้เก็บกระดูกของ น.ต.สมาน ส่วนที่เป็นชิ้นห่อด้วยผ้าขาวนำไปล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำมะพร้าว ส่วนเถ้ากระดูกที่เหลืออยู่ได้จัดทำเป็นหุ่นสมมติว่าเป็นจ่าแซม แล้วนำกระดูกที่ล้างแล้วมาวางไว้ใกล้ๆ แล้วถวายผ้าไตรพระสงฆ์ 4 รูป ชักผ้าแล้วมาติกาบังสุกุลอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระราชพรหมจริยคุณเดินนำหน้า นายวิชัยถือกระถางธูป นางสำราญถือเชิงเทียน และนางวลีพรถือห่อกระดูก ไปตั้งไว้ในบริเวณศาลาเพื่อประกอบพิธีทำบุญตามประเพณี พระสงฆ์ 9 รูปได้เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นได้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม โดยสวดมาติกาบังสุกุล ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ กรวดน้ำให้พรเป็นอันเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า หลังจากได้รับพระทานเพลิงศพและเก็บกระดูกทำบุญให้กับลูกชายแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ขอบคุณทุกคน และวันนี้คิดว่าลูกคงรับทราบที่ทำบุญไปให้ขอให้ไปสู่สวรรค์ ขอให้ไปมีความสุข ไม่ต้องเป็นห่วงทางบ้าน สำหรับเถ้ากระดูกของลูกชาย พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด บอกให้เก็บเอาไว้เพื่อทำบุญ 100 วันก่อน จึงให้ญาตินำส่วนเถ้ากระดูกที่เหลือแบ่งเป็น 2 ส่วนให้กับบิดามารดาและภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิชัย นางสำราญ นางวลีพร และญาติพร้อมคณะเดินทางไปถึงวัดท่าสะแบง พระสงฆ์และพ่อแม่ ภรรยา ญาติพี่น้อง ได้ประพรมน้ำหอมลงบนเถ้ากระดูกจ่าแซม และมีการไหว้พระ รับศีล บังสุกุล กรวดน้ำให้พร จากนั้นพระสงฆ์ได้นำไปลอยเถ้าอังคารลงแม่น้ำชี โดยมีพระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด นำประกอบพิธีจนแล้วเสร็จ และเถ้าอังคารอีกส่วนหนึ่ง นางวลีพร ภรรยาจ่าแซมจะนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง บริเวณใกล้ลานพญานาค อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนางวลีพร และเป็นสถานที่ที่จ่าแซมชอบมาก เนื่องจากว่าทั้งคู่พบรักกันเมื่อ 15 ปีที่แล้วจากการไปแข่งไตรกีฬา จนรักผูกพันและแต่งงานกันมาได้ครบ 8 ปี
สอนวิธีเอาตัวรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นวันที่ 2 เหล่าจิตอาสาร่วมกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบวนอุทยานฯ ให้กลับคืนสภาพเดิม หลังภารกิจกู้ชีพกู้ภัย 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีสำเร็จลุล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่สำรวจถ้ำหลวง ระบุว่า ภายในถ้ำยังมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตของทีมแพทย์ อุปกรณ์ของหน่วยซีล รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารอยู่ในถ้ำ เนื่องจากน้ำยังท่วมสูง ไม่สามารถนำออกมาได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ใช้เป็นเส้นทางเบี่ยงน้ำออกจากถ้ำ ปล่องถ้ำ รวมถึงจุดที่ใช้ขุดเจาะบาดาล ได้รับความเสียหาย ต้องได้รับการฟื้นฟูให้สมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทางกรมมีแผนฟื้นฟูในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเห็นชอบ โดยหนึ่งในแผนระยะยาวคือการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในถ้ำ การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และจัดทำป้ายสื่อความหมาย เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะจัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยทั้ง 13 ชีวิต ในช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายจะทำพิธีปิดถ้ำ โดยนิมนต์พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 28 รูป เบื้องต้นได้นิมนต์ครูบาบุญชุ่ม พระเกจิชื่อดังจากรัฐฉานมาร่วมพิธี แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าครูบาบุญชุ่มจะเดินทางมาร่วมพิธีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ททท. ได้ทำการผลิตคลิปวิดีโอความยาว 30 วินาที เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย เพื่อขอบคุณประชาคมโลกที่แสดงน้ำใจในการช่วยเหลือเด็กๆ และโค้ชจนออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย โดยจะนำเสนอผ่านเครือข่ายทั่วโลกของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ในช่วงระหว่างเดือน ก.ค.นี้ไปจนถึงเดือน ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากกรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ติดถ้ำ ทำให้ สพฉ.ได้ผนึกภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐและเอกชนหลากหลายองค์กร เตรียมคลอดต้นแบบการเรียนการสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดจากเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 เรื่อง อาทิ การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ ไฟไหม้ การเรียนรู้การทำ CPR การใช้งานเครื่อง AED และการสังเกตอาการหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือด รวมถึงการฝึกการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 &amp;nbsp;เชื่อจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้เด็กจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ได้เดินทางมาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบกับนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อหารือและกำหนดพื้นที่ที่จะใช้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับ น.ต.สมาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อ.เฉลิมชัยพร้อมผู้ว่าฯ เชียงรายได้เดินไปดูพื้นที่บริเวณลานหน้าถ้ำหลวง จุดที่เคยเป็นพื้นที่กางเต็นท์สำหรับสื่อมวลชน ซึ่งมีการถมดินและปรับปรุงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาจารย์เฉลิมชัยระบุว่า จุดนี้แหละที่จะใช้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของจ่าแซม ขนาดใหญ่ 2 เท่าคนจริง วางไว้บนโขดหิน ลักษณะของอนุสาวรีย์จ่าแซมจะสวมชุดนักดำน้ำและกำลังทำท่าเดินไปข้างหน้า รอบๆ ขาจะมีรูปปั้นหมูป่า 13 ตัวและน้ำล้อมรอบ โดยอนุสาวรีย์ของจ่าแซมจะอยู่บนดินกลางเกาะ ส่วนเท้าของอนุสาวรีย์ก็จะอยู่ระดับเท่าศีรษะของคนดู สีรูปปั้นจะออกสีน้ำตาล ส่วนหลังของอนุสาวรีย์จะมีการก่อสร้างศาลาไม้เป็นห้องโถงโล่ง ผนังใช้ที่เก็บรูปของศิลปินต่างๆ ที่ได้วาดรูปของเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเด็กทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวง
ชี้ทุกคนฮีโร่ถ้ำหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นเราคงจะสร้างไว้อีกจุดที่หน้าอาคารอำนวยการของวนอุทยานฯ ซึ่งจะมีโครงการสร้างในภายหลัง เป็นที่เก็บรวบรวมอุปกรณ์การช่วยเหลือและรูปภาพต่างๆ ไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้ รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจะเอาไว้ตรงจุดนี้ ซึ่งเราจะสร้างในภายหลัง ตอนนี้เราจะสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซมก่อน คาดว่าใช้เวลาราว 5-6 เดือน ส่วนหุ่นจ่าแซม จะสวมชุดนักดำน้ำและหันหน้าเข้าไปทางหน้าถ้ำในลักษณะกำลังก้าวเดิน เราคาดว่าจะปั้นให้เสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะนำไปปรับแต่ง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ส่วนศาลาที่อยู่ตรงกันข้ามอนุสาวรีย์จ่าแซม คงจะสร้างเสร็จก่อน มีความกว้าง 40 เมตร คูณ 50 เมตร เป็นอาคารไม้เก่า เพื่อจะเอารูปที่ศิลปินๆ ต่างร่วมกันเขียนนำมาติดโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Aunyarat Wonghu โพสต์ว่า ได้รับโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อคืน ดีใจมากที่ทีมทหารสหรัฐขอนัดเจอพวกเราตอนเช้าของวันนี้ เพื่อจะขอบคุณพวกเราที่ซักผ้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบภารกิจ ไม่รู้จะอธิบายรูปภาพว่าอะไร มันคือความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตที่ฉันได้ของขวัญตอบแทนจากพวกคุณ ฉันจะจดจำตลอดไป พวกเราขอขอบคุณมากกว่าที่ทีมทหารสหรัฐได้เข้ามาช่วยน้องๆ ทีมหมูป่า ทำให้คนไทยทั้งประเทศที่เฝ้าติดตามข่าวรู้สึกดีใจ และขอบคุณทีมงานของพวกท่านที่มาช่วยเรา ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอให้ท่านทุกคนเดินทางปลอดภัยกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (ผอ.สปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนกรณีถ้ำหลวงว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงพละกำลังและศักยภาพในการบริหารจัดการกับวิกฤติปัญหาระดับชาติได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมไม้ร่วมมือและความเสียสละจากทุกภาคฝ่ายทั้งรัฐ เอกชน ประชาชนและสื่อมวลชน บรรยากาศแบบนี้อาจมีให้เห็นไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติความขัดแย้งในสังคมการเมืองไทยกว่าทศวรรษที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสกล่าวว่า พละกำลังหรือกำลังของแผ่นดินครั้งนี้ ได้รับการสรรเสริญและชื่นชมไปทั่วโลก ประเด็นสำคัญอยู่ที่เราจะทำให้กำลังของแผ่นดินครั้งนี้เป็นแรงส่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเอาการเมืองไทยออกจากถ้ำของการทุจิตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งแตกแยกและการเมืองที่ล้มเหลวได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอนก็ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ควรเป็นธุระของทุกฝ่ายที่จะทำให้คุณูปการของภารกิจถ้ำหลวงเป็นโมเดลของการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะบทเรียนที่ต้องยอมรับกันว่า ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้นั้นไม่มีอยู่จริง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ เสียสละคนละเล็กละน้อย ก็จะทำให้ภารกิจนั้นสำเร็จได้เช่นกรณีปรากฏการณ์ถ้ำหลวง เทียบเคียงกรณีของการปฏิรูปประเทศไทยที่บางคนบางกลุ่มอาจถอดใจหรืออาจคิดว่าเป็น mission impossible หรือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แต่สามารถทำให้เป็นจริงได้ถ้าเราเรียนรู้จากปรากฏการณ์ถ้ำหลวง ที่สำคัญมีคนและกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในครั้งนี้ แต่ไม่ประสงค์ออกนาม ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งต้องขอชื่นชม&amp;quot; นายสุริยะใสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความสุขประชาชน ความสุขประเทศไทย กรณีทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.9 ติดตามข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงตั้งแต่วันแรกถึงวันช่วยเหลือออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยทุกคน ในขณะที่ร้อยละ 25.5 ติดตามปกติเหมือนข่าวทั่วไป และร้อยละ 2.6 ไม่ได้ติดตาม นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.1 สนใจข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่ามากกว่าข่าวฟุตบอลโลก, ร้อยละ 11.0 สนใจข่าวฟุตบอลโลกมากกว่า และร้อยละ 25.9 สนใจทั้งสองข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความประทับใจ ใครคือฮีโร่ช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 94.7 ประทับใจคนไทยและทุกชาติที่ช่วยเหลือคือฮีโร่ของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 5.3 ประทับใจบางคน และคะแนนเฉลี่ยความสุขประชาชนวันที่ทราบข่าวช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำปลอดภัยทุกคนอยู่ที่ 9.78 คะแนน เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.5 เชื่อมั่นว่าความรักความสามัคคีของคนในชาติจะรักษาความสุขของประชาชนไว้ได้ ในขณะที่ร้อยละ 3.5 ไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13460</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธัญญา เนติธรรมกุล, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, นพดล กรรณิกา, พล.ต.วุฒิไชย อิศระ, ยุทธศักดิ์ สุภสร, วลีพร กุนัน, สำราญ กุนัน, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b601d0461a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเข้าเยี่ยม13หมูป่า แพทย์เผยทำกิจวัตรได้เองแล้ว/ฮูย่า!ซีลกลับฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ชีวิตแข็งแรงดี ทำกิจวัตรได้เองแล้ว ผู้ปกครองเยี่ยมถึงข้างเตียงได้ หมอแนะทีมช่วยเหลืออย่าเพิ่งทำกิจกรรมหนักช่วง 2 สัปดาห์ &amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; ดังสนั่นรับซีลและทหาร 159 นายกลับมาตุภูมิ ผบ.กองเรือยุทธการชื่นชมสมเป็นลูกประดู่ที่ปฏิญาณเคียงข้างประชาชน &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผบ.ซีล&amp;rdquo; เผยศรีภรรยาเป็นกำลังใจ น.อ.อนันต์รับภารกิจสุดเสี่ยง มีโอกาสลุ้น 50-50 &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; มอบอีลิทการ์ดให้ทีมต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยใน 5 ปี ส่วนงานฉลอง &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; รับหน้าเสื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือและดูแลรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่านพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการ รพ.เชียงรายฯ ได้รายงานว่าทีมแพทย์และพยาบาลยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง และญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลาง ได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของ รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลตั้งแต่เริ่มค้นหา ณ จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่อยู่ใน รพ.ไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี&amp;rdquo; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวถึงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ
4 นาย ว่า รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ รพ.ในสังกัดจึงรับตัวไปดูแลต่อ ทั้งนี้ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ และหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้บ้านทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของ รพ.เชียงรายฯ ดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว&amp;rdquo;นพ.เจษฎายืนยัน
ขณะเดียวกัน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากการรับน้ำโดยรอบพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีพื้นที่เสียหายทั้งหมด 1,266.75 ไร่ จำนวนเกษตรกร 126 ราย เป็นวงเงินการขอรับความช่วยเหลือ 1,409,892.75 บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ ที่สามารถอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรได้ทันที และสำนักงานเกษตร อ.แม่สาย จะจัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือ รวมทั้งให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที
&amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; สนั่นรับซีลกลับฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานต้อนรับกำลังพลของกองทัพเรือที่เดินทางกลับที่ตั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยคณะทั้งหมดมีจำนวน 159 นาย ประกอบด้วยหน่วยซีล 127 นาย นำโดย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล นอกจากนั้นเป็นกำลังพลจากชุดเวชศาสตร์ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และส่วนอื่นๆ อีก 32 นาย ซึ่งเดินทางมาถึงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ และเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพเรือ โดยมีญาติรวมถึงกำลังพลของกองทัพเรือ หน่วยซีล และประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ทร.ได้จัดอุโมงค์น้ำเป็นเกียรติให้เครื่องบินเที่ยวนี้ และเมื่อเดินทางมาถึง ได้มีพิธีต้อนรับ และร่วมร้องคำว่า ฮูย่า พร้อมกันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวแสดงการขอบคุณ พร้อมเชิดชูเกียรติแด่เหล่าทหารทุกนาย ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ และเสี่ยงชีวิตในการเข้าช่วยเหลือทีมนักกีฬาฟุตบอล 13 ชีวิตจนสามารถรอดชีวิตกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม สมเกียรติการเป็นชายชาติทหาร ดังคำปฏิญาณของทหารเรือที่ว่า ทหารเรือจะเคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ก็รีบจัดกำลังพลเดินทางไปช่วยเหลือทันที เมื่อมีอุปสรรคตรงหน้าเราก็ไม่ท้อถอย เราบอกว่าเราสู้ เมื่อสู้แล้วมีกำลังใจเยอะ และมีคนสนับสนุนเรามากมาย เพราะคนที่จะเข้าไปถึงน้องๆ ได้ก็คงต้องเป็นหน่วยซีลหน่วยเดียวเท่านั้น เราจึงต้องเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อนพ้องน้องพี่ซีลที่ปลดประจำการไปแล้วก็มาร่วมงานกับพวกเรา แม้ไม่ได้อยู่ในราชการ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มากมายมาช่วย เป็นที่ประจักษ์ว่า ถ้าเราสู้และไม่ย่อท้อ ก็จะมีคนสนับสนุนเยอะมาก ซึ่งในสิ่งที่เราทำลงไปถือว่ามีความเสี่ยงต่อกำลังพล แต่เราถูกฝึกมาให้อดทนเพื่อการณ์นี้ เราฝึกคนมาเพื่อทำงานเสี่ยงๆ ถ้างานง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือเราหรอก แต่งานนี้ถือว่าเป็นงานยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นในกำลังพลทุกคน และประจักษ์ว่ากำลังพลของหน่วยทุกคนยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณกำลังพลของผมทุกคนที่ได้ทำงานนี้จนประสบผลสำเร็จค่อนข้างสมบูรณ์ เราก็เหมือนเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องจักรให้สมบูรณ์ การสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องยาก และต้องใช้ใจทำงาน ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้สูญเสีย 1 นายคือ จ.อ.สมาน กุนัน ที่เป็นผู้เสียสละ แต่เราก็ไม่เสียขวัญ เพราะเขาจากไปแบบวีรบุรุษของชาวโลก ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรยังสัมภาษณ์เปิดใจเพิ่มเติมยอมรับว่า เป็น ผบ.นสร.ใครๆ ก็ฟังและกลัวหมด แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัว เขาก็จะให้คำแนะนำว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอย่างไรบ้าง คือภรรยา เพราะมีประสบการณ์มาก เคยขึ้นเขาเอเวอเรสต์ และเคยไปแอนตาร์กติกา 4 เดือน จึงช่วยในการประสานเครือข่ายต่างๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ซึ่งภารกิจครั้งนี้มีเครือข่ายอยู่หลายส่วน มีทั้งเปิดตัวแล้วไม่เปิดตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภรรยาผมถือเป็นกำลังใจที่ดี ให้การสนับสนุนตลอด ถ้าผมไม่ได้เขาก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยออกหน้าเลย เพราะขออยู่ข้างหลังตลอด ก็ขอขอบคุณเอื้อย (ศศิวิมล อยู่คงแก้ว) ด้วย&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว และว่า ส่วนจะนำบทเรียนในภารกิจถ้ำหลวงฯ มาใส่ในการฝึกซีลหรือไม่นั้น ขอให้คอยดู เพราะอยู่ในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
รับภารกิจเสี่ยงครึ่งๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมากำลังเรียนรู้ประสบการณ์และแก้ปัญหาวันต่อวัน ถือเป็นความเสี่ยง การส่งนักดำน้ำไปทำงาน คิดอยู่เสมอว่ามีความสำเร็จ 50% และไม่สำเร็จหรือสูญเสีย 50% แม้จะมองโอกาสความสำเร็จ 40% แต่เราจะมองประเด็นที่ความสำเร็จมากกว่าความสูญเสีย ภูมิใจกับทีมงานซีลทุกคน เมื่อต้องออกไปปฏิบัติงาน ก็จะทำเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงอน &amp;nbsp;ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้นำไปแก้ไขให้เกิดความพร้อมทุกๆ ภารกิจที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานในถ้ำ ไม่รู้ว่าวันไหน นอนก็นอนในถ้ำตรงโถงสาม ตื่นบ้างพักบ้าง ลูกน้องก็สลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปทำงาน ส่วนลูกน้อง 3 คนที่ขาดการติดต่อไป 23 ชม. หลังตรวจร่างกายก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก วันนี้ก็เดินทางกลับมาพร้อมคณะด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนันต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ต.ค่าย โตชัยภูมิ อดีตหน่วยซีลรุ่น 9 และอดีตครูฝึกหน่วยซีลที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ กล่าวถึงการเสริมบทเรียนการดำน้ำในถ้ำว่า ที่ผ่านมามีการฝึกขั้นพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เขาหลัก ตะกั่วป่า ภูเก็ต มีชาวต่างชาติเปิดสอนอยู่ แต่ต้องเสริมหลักสูตร Cave Diving Technic ซึ่งได้ยินจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งตรงกับที่คิดในการเสริมขั้นสูง เพราะทีมที่ไปทำภารกิจเจอครั้งแรก ไม่เคยไปฝึกที่ภาคใต้ งงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้จะใช้อะไร แต่มีการจัดการที่ดีในการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรขึ้นอีกมาก ซึ่งการผลิตบุคลากรด้านนี้ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ&amp;rdquo; น.ต.ค่ายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการถอดบทเรียนจากปฏิบัติการดังกล่าวนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า หน่วยซีลเตรียมเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยดำน้ำในถ้ำ ที่ผ่านมาเขาเคยแต่ดำน้ำในทะเล ก็คิดว่าเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าความมืดในถ้ำกับในทะเลนั้นแตกต่างกัน ประกอบกับมีดินโคลนและพื้นที่แคบด้วย ซึ่งคงถอดบทเรียนต่างๆ เพื่อนำไปสอนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แม้ศูนย์ส่วนหน้าจะปิดตัวลงแล้ว แต่ศูนย์ของจังหวัดยังคงต้องทำงาน ขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ เพราะบางส่วนติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงสรุปว่าหน่วยงานต่างๆ จะใช้งบประมาณจากส่วนใด ซึ่งบางส่วนเขาก็มีงบประมาณของตัวเอง เช่น รัฐวิสาหกิจ แต่ส่วนอื่นต้องหาทางพิจารณาช่วยเหลือ อย่างเอกชนบางส่วนของติดอยู่ข้างในก็มี ที่ทราบอย่างเชฟรอนเขาให้เลย &amp;nbsp;แม้ติดอยู่ข้างใน ทางซีลก็บอกว่าถ้าน้ำลดแล้วค่อยมาเก็บกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ยังต้องมาทำการทบทวนหลังการปฏิบัติงาน โดยทบทวนทั้งหมด ตั้งแต่ทำอะไรบ้าง แต่ละส่วนประกอบด้วยใครบ้าง ทั้งหมด แล้วสรุปออกมาเป็นบทเรียน ว่าต่อไปต้องทำอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีเหตุการณ์นี้ที่ใดในโลก ดังนั้นจึงต้องทำหลายๆ อย่าง ซึ่งจะไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะประเทศเรา ส่วนเครื่องมือช่วยเหลือของทีมต่างชาติ เขาดำน้ำได้นานมาก ของเราดำได้ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ต้องรีบสรุปบทเรียนแล้วนำเรียนให้รัฐบาลทราบ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ ได้ให้ปลัด มท.ติดต่อกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อไล่เรียงการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนะวิธีการดำเนินการในการถอดบทเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องทำให้รอบด้าน ทั้งการเอาตัวรอด การใช้ชีวิตอยู่เมื่อตกอยู่ในภาวะคับขัน และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นตัวภายหลังเจออาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ รวมถึงการถอดบทเรียนในแง่ดี ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนทีมงานเก็บข้อมูลทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเอาข้อมูลจากสื่อและการบอกเล่าเท่านั้น &amp;nbsp;และหลังจากการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ก็จะหารือกันอีกครั้งว่าจะถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบใด เพราะหากทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา สิ่งที่ได้ก็จะมีหนังสือเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม รวมถึงต้องดูด้วยว่าปีๆ หนึ่งมีคนไปถ้ำเท่าใด ดังนั้นรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์มันคล้ายกับอะไร และค่อยสอนนักเรียนทีเดียว&amp;ldquo; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
มท.เจ้าภาพจัดเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวสั้นๆ ก่อนเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ถึงการเตรียมการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจการช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมการอยู่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการจัดทำบัตรเชิญหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพา 13 ชีวิตกลับบ้านมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่ จ.เชียงราย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันและสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการปูนบำเหน็จตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า หน่วยงานจะพิจารณาเอง เขาจะเสนอขึ้นมา ไม่ขัดข้องถ้าเขาจะเสนอบำเหน็จพิเศษต่างๆ มา เจ้าหน้าที่เขาทุ่มเท ไม่ได้หลับได้นอน ส่วนกองทัพจะเลี้ยงขอบคุณหรือไม่นั้น คงต้องให้เขาเป็นผู้พิจารณา แต่ได้ให้กำลังใจไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวในเรื่องนี้สั้นๆ ว่า การจัดงานเลี้ยงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการ กำลังรวบรวมรายชื่อและหารายละเอียด รวมทั้งสถานที่จัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษที่ช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่มีกำหนดเดินทางกลับในคืนวันที่ 12 ก.ค. โดยพาไปท่องเที่ยววัดร่องขุ่น ซึ่งได้พบกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรไทยผู้สร้างวัด ซึ่งได้จัดทำภาพพิเศษเป็นที่ระลึกมอบให้กับทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษด้วย จากนั้นได้พาไปทานอาหารพื้นเมือง ที่ร้านท่าน้ำภูแล และไปสปาที่โรงแรมเลเจ้นท์ และเปิดห้องให้พักผ่อน พร้อมอาหารเย็นในห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรม ก่อนไปยังสนามบินเชียงราย และต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ว่าอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ประสงค์จะอยู่ต่อหลังเสร็จสิ้นภารกิจ จะจัดโปรแกรมท่องเที่ยวใน กทม.และ จ.เชียงราย ก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิ ส่วนอาสาสมัครชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องรีบเดินทางกลับก่อน จะเชิญให้เดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 1 ครั้งในระยะเวลา 5 ปี โดย ททท.จะมอบบัตรสมาชิก Thailand Elite Card ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์วีซ่า 5 ปี และบริการอำนวยความสะดวกที่สนามบิน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในไทย 1 สัปดาห์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์เผยแพร่หนังสือราชการ ซึ่งลงนามโดย ศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ ศธ.0527/11178 เรื่อง การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย โดยส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรยินดีช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน หากต้องการและสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47699cf2461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
