<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพล เผยประชาชนร้อยละ 88.9 หมดศรัทธาพรรคการเมืองในประเทศไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สี่ยอดกุมาร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,586 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 9 &amp;ndash; 10 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพรรคการเมืองในขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.9 ระบุ ลดลง ถึงไม่เชื่อมั่น หมดความศรัทธา เพราะเต็มไปด้วยคนมีประวัติด่างพร้อย แย่งตำแหน่ง แย่งอำนาจกัน มุ่งแต่จะถอนทุนคืน วิ่งเต้น วางบิลซื้อขายตำแหน่งรัฐมนตรี ทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ไม่ปกป้องรักษาคนดี ไม่ส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนของชาติ ไม่มีวินัย ไม่จริงใจ ไม่ได้รักประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 11.1 เพิ่มขึ้นเพราะ ทำงานแก้ปัญหา มีอุดมการณ์ เข้าถึงประชาชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความเห็นต่อการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของสี่ยอดกุมาร ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.3 เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 13.7 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.1 ระบุ ต้องการให้สี่ยอดกุมารทั้งหมดที่ลาออกนี้มุ่งทำงานแก้เดือดร้อน ลดความทุกข์ยากของประชาชนให้ถ้วนหน้า ร้อยละ 71.7 ลดความวุ่นวายทางการเมือง ร้อยละ 71.4 ต้องการให้สี่ยอดกุมารเป็นกลุ่มคนการเมืองใหม่ ทำงานกับ นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 70.0 ต้องการให้ช่วยลดแรงกดดันนายกรัฐมนตรีจากคนในพรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 66.3 ต้องการให้ละทิ้ง ตัดขาดจากการเมืองเก่าในพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ประชาชนกำลังหมดศรัทธาต่อพรรคการเมืองเพราะเห็นแต่ภาพการทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล แย่งชิงตำแหน่ง จ้องจะถอนทุนคืน ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนทุกข์ยากผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ตกงาน ขาดรายได้ แต่นักการเมืองมุ่งแต่จะหาประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงเสนอให้เอาความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้งและทำงานตอบโจทย์ตรงเป้าความต้องการของประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นความวุ่นวาย ความขัดแย้งแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีที่กำลังยึดครองพื้นที่สื่อข้อมูลข่าวสารในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า ถ้าปรับคณะรัฐมนตรี ควรแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลน่าจะตอบโจทย์แต่ละกลุ่มคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เน้นที่ &amp;ldquo;ความหวัง&amp;rdquo; หรือ Hope ให้พวกเขาเห็นอนาคตที่ดีมีงานทำ มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมืองเป็นพลเมืองดี สำนึกรู้คุณแผ่นดินและสถาบันหลักของชาติ กลุ่มที่สองเป็นคนวัยทำงานที่ต้องทำให้เกิดความมั่นคงในสัมมาชีพ มีงานทำรายได้ดี มีทักษะดี มีสุขอย่างพอเพียง และ กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มคนสูงวัยที่ต้องการความสุขและปลอดภัย โดยนายกรัฐมนตรีน่าจะมีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคมที่เชื่อมประสานภาคประชาสังคม (Civil Society) ได้ดีกว่านี้ และนายกรัฐมนตรีต้องชูธงผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเมืองด้วยตนเองไม่ลอยตัวเหนือปัญหา ให้เห็นภาพลงมานั่งกอดคอทำงานกันใกล้ชิดกับสี่ยอดกุมารทีมเศรษฐกิจบนโต๊ะรูปไข่เหมือนช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา อย่าไปทอดทิ้งพวกเขา เพราะครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีส่วนช่วยให้ทุกท่านเข้าสู่อำนาจเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71114</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, นพดล, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09350528258.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล-เอี่ยม&#039; สะดุ้ง! &#039;สุภรณ์&#039; ฉะโหนโควิดตีกินการเมือง ประชาชนจะสาปแช่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 63 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิงการทำงานของฝ่ายบริหารในการแก้ไขปัญหาไวรัส โควิด-19 ล่าช้ากว่าการแพร่ระบาดของเชื้อและผิดหวังในนโยบายของรัฐบาลไร้มาตรการเข้มข้นว่า ที่ทั้งสองท่านจากพรรคเพื่อไทยแนะนำมาในเชิงตำหนิติเตียนรัฐบาล ตนขอให้เสนอแนะด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เวลาที่จะตีกินใส่รัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมืองในช่วงวิกฤติประเทศ ใครเอาการเมืองมาเล่นช่วงนี้มีแต่ประชาชนจะสาปแช่งแน่นอน แต่ก็ไม่มีปัญหา สิ่งใหนที่ดีมีประโยชน์ต่อการนำมาแก้ไขปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็พร้อมเปิดใจรับฟัง ไม่เคยคิดว่าใครเป็นศัตรูทางการเมือง เหตุวิกฤติภัยการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นทั่วโลก มิใช่เกิดขึ้นที่ประเทศไทยประเทศเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า มาตรการการแก้ไขป้องกันควบคุมไม่ให้แพร่ระบาด นายกรัฐมนตรีเรียกระดมประชุมคณะทำงานและทีมแพทย์สาธารณสุข ฝ่ายบริหาร ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทางการแพทย์ โดยประเมินสถานการณ์ทุกเวลาทุกนาทีทุกชั่วโมง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดให้ได้ มีการเตรียมแผนมาตรการเข้มข้นสูงสุดทุกๆด้าน ซึ่งรัฐบาลก็ได้มีมาตรการประกาศออกมาเรื่อยๆเป็นระยะ ทั้งนี้อาจจะกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้างก็ต้องอดทนช่วยกันสู้วิกฤติผ่านไปให้ได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกคนก็ทราบกันดีว่า ไวรัสโควิด-19 นี้ระบาดไปทั่วโลก บางประเทศที่เป็นมหาอำนาจมีบุคคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมทุกอย่างกว่าประเทศไทยเราอย่างมากมาย ก็ไม่สามารถสกัดไวรัสนี้อยู่ ผู้คนติดเชื้อเป็นหมื่นเป็นแสน เสียชีวิตหลายพันคนตามที่เป็นข่าว แต่ประเทศไทยยังสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง และยังสูญเสียน้อยกว่าประเทศเหล่านั้นมาก นั่นคือคือความตั้งใจ ความพยายามที่จะให้สูญเสียน้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีเน้นว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่เตรียมการไว้อย่างมีขั้นตอน ขอให้ทุกคนมีความอดทน ถึงจะเกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่ก็จำเป็นต้องปกป้องชีวิตที่มีค่าของทุกคนไว้ จะทุกข์จะยากลำบากยังไงก็ต้องอดทนสู้ด้วยกันยามมีภัย คนไทยไม่เคยแพ้ เพราะคนไทยจับมือกันไม่ทิ่มแทงกัน จึงทำให้ประเทศไทยรักษาเอกราชมาได้ถึงทุกวันนี้&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60419</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล, สุภรณ์, อนุสรณ์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e703fd56a383.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;ขย่มตัดโลโก้ชื่อพรรค&#039;สับสน-เพิ่มปัญหา&#039;ส่งผลเลือกตั้งที่เป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61-นายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้ามีการตัดโลโก้และชื่อพรรคออกจากบัตรเลือกตั้งจะถือเป็นความพ่ายแพ้ของสามัญสำนึก และจะส่งผลถึงการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เนื่องจาก 1.การเลือกตั้งในอดีต บัตรเลือกตั้งมีโลโก้และชื่อพรรค ประชาชนได้ดูข้อมูลผู้สมัครและพรรคก่อนกาบัตร จะตัดออกเพื่ออะไร ขนาดซื้อน้ำปลายังต้องดูโลโก้ที่ขวด 2.ในอดีตผู้สมัครพรรคเดียวกันจะได้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศและในบัตรมีทั้งชื่อและโลโก้พรรค ผู้ใช้สิทธิ์จึงจำเบอร์พรรคได้สะดวก แต่การเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในแต่ละเขตจะได้เบอร์แตกต่างกันไป จึงอาจมีความสับสน ยิ่งถ้าไปตัดโลโก้และชื่อพรรคออกด้วย ยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล กล่าวต่อว่า 3.การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนกาบัตรใบเดียว ทุกคะแนนนำมาคิดเพื่อเลือกทั้ง 1)ส.ส. เขต &amp;nbsp;2)ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นจึงต้องมีชื่อพรรคและโลโก้พรรคด้วยเพื่อให้ประชาชนเลือกพรรค 4. บัตรเลือกตั้งที่ดี ต้องทำให้ประชาชนมีความสะดวก และเลือกคนหรือพรรคตรงกับใจตนเอง การตัดชื่อพรรคและโลโก้จะทำให้เกิดความยุ่งยาก สับสนโดยไม่จำเป็น และจะทำให้เกิดบัตรเสียเลือกผิดเลือกถูกเป็นจำนวนมาก 5.การมีชื่อและโลโก้ของพรรค จะทำให้ทุกพรรคมีความเท่าเทียม &amp;nbsp;ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ผู้เลือกตั้งกาบัตรได้ชัดเจนตามพรรคที่ชอบและคนที่ใช่ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ 6.เหตุผลที่ว่าที่ต้องตัดโลโก้ออกเนื่องจากมีปัญหาในการขนส่งบัตรนั้น ขาดน้ำหนัก การทำให้การเลือกตั้งเป็นธรรม สะดวก มีความสำคัญกว่าความสะดวกในการพิมพ์และขนส่งบัตร อย่าเอาเรื่องธุระการมาก่อนหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้วิญญูชนคิดได้&amp;nbsp;หวังว่ากกต.จะฟังความเห็นจากทุกฝ่ายแล้วไปตรึกตรองให้ดี ประเด็นที่ถกเถียงสะท้อนระดับการพัฒนาการเมืองของไทยได้ดี &amp;nbsp;อุปมาเหมือนโลกเขาถกเถียงกันเรื่องส่งจรวดไปสำรวจดาวอังคารกันแล้ว แต่ใครทำให้เรายังคงเถียงกันเรื่องสีของบั้งไฟ ทำอะไรคิดถึงประชาชนบ้าง&amp;quot; นายนพดล ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23894</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, &#039;กกต.&#039;, นพดล, บัตรเลือกตั้่ง, ่ตัดโลโก้พรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181009/image_mid_5bbcc158a9eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยบี้คสช.ปลดล็อก ไม่จำเป็นเรียกทุกพรรคหารือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;31 ต.ค. 61 - นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเชิญพรรคการเมืองไปหารือก่อนปลดล็อกว่า มองไม่เห็นเหตุผลและนึกไม่ออกว่าจะหารือพรรคการเมืองเรื่องอะไร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลควรทราบความต้องการของพรรคการเมืองที่เรียกร้องตลอดมาเพื่อให้ คสช. ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมและไปพบปะประชาชนเพื่อรับฟังความเห็นและจัดทำนโยบาย รวมทั้งให้สามารถสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียได้ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการปลดล็อก ยังห้ามหาเสียงทางสื่อสังคมออนไลน์ แม้จะใกล้เวลาเลือกตั้งแล้วก็ตาม ดังนั้น เมื่อ คสช. ทราบความต้องการของพรรคการเมืองส่วนใหญ่แล้ว จึงไม่เห็นความจำเป็นของการเชิญพรรคการเมืองไปให้ความเห็นอะไรอีก เพราะพรรคการเมืองมีงานที่ต้องทำอีกมากมายเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากมีการเชิญมา พรรคเพื่อไทยจะไปหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า คงพูดแทนพรรคไม่ได้ แต่คิดว่าจุดยืนเดิมที่พรรคเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้เชิญพรรค จึงจะส่งตัวแทนเข้าร่วม น่าจะยังคงเป็นท่าทีของพรรคอยู่ในขณะนี้ การแก้ปัญหาที่ตรงจุดและที่ควรทำในขณะนี้คือการปลดล็อกทางการเมือง เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คสช., นพดล, ปลดล็อก, รัฐบาล, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a623f5b2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด &#039;พรรคจตุพร-ยงยุทธ&#039; ดึง &#039;นพดล&#039; นั่งหัวหน้า &#039;ชัชชาติ&#039; บัญชีนายกฯลำดับ 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.61 - แหล่งข่าวจากผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว คณะแกนนำผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายจตุพร พรหมพันธ์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายอารี ไกรนรา ร่วมหารือถึงผู้เหมาะสมจะมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยได้วางตัวนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทยและเพื่อนสนิทนายยงยุทธ จะมาเป็นหัวหน้าพรรค และจะมาเป็นผู้เสนอตัวในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีในลำดับที่3 &amp;nbsp;ส่วนลำดับที่ 2 เป็นนายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง รัฐบาลไทยรักไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ อดีตรมว.คมนาคม ในยิ่งลักษณ์ จะอยู่ในลำดับที่1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า คณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค เห็นตรงกันว่า ต้องเน้นที่การแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนเป็นหลัก นำหน้าเรื่องการเมือง จึงมีการวางตัวผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การเงินการคลัง การศึกษา เอาไว้ทั้ง 3 อันดับ ส่วนที่ไม่ดันนายชัชชาติ เป็นหัวหน้าพรรคด้วยนั้น เนื่องจากไม่ถนัดเดินสายปราศรัยหาเสียง ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าอย่างนายนพดล มีความเชี่ยวชาญการปราศรัยมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ในที่ประชุมยังหารือแคมเปญที่เหมาะกับพรรคเอาไว้เบื้องต้น อาทิ ด้านการศึกษา มีผู้เสนอว่าควรเปิดให้มีการเรียนฟรีตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี ด้านสาธารณสุข มีผู้เสนอว่าควรใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกโรค และรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ เป็นต้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19501</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นพดล, นายยงยุทธ ติยะไพรัช, พช., พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc10967a08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะแนะแม้วโต้แทนนาย ปัดจ้างสื่ออินโดฯโจมตีผู้นำไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. - นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้กรณีที่นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาในทำนองว่าระบอบทักษิณใช้แผนทำร้ายประเทศโดยการใช้สื่ออินโดนีเซียต่อต้านผู้นำไทยจะได้เป็นประธานอาเซียนว่า เป็นการใช้วาทกรรมกล่าวหาเท็จที่ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย คนระดับเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรทำ บ้านเมืองเวลานี้ ถ้าเราใช้วาทกรรมให้น้อย ใช้ข้อเท็จจริงให้มาก จะช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองได้ คงไม่มีวิญญูชนใดไปใช้ให้ใครเขียนบทความในจาการ์ตาโพสต์ตามอ้าง และไม่มีใครใช้แผนทำร้ายประเทศตามที่กล่าวหา เพราะคนเขียนเป็นใครก็ไม่รู้จัก และเป็นเพียงบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในประเด็นที่มีบางท่านในรัฐบาลตั้งคำถามว่า อาจมีการจ้างวานให้เขียนและจะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนั้น ถ้ายังไม่มีข้อมูล กรุณาอย่าพูดให้คนตีความและเข้าใจผิด การเมืองไทยควรลดการใช้วาทกรรมดิสเครดิตอีกฝ่ายโดยไม่อยู่บนข้อเท็จจริง ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูกพาดพิง และประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร&amp;quot; นายนพดล ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14950</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะแนะแม้ว, ทักษิณ, นพดล, บิ๊กตู่, สื่ออินโดฯ, โจมตีผู้นำไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a623f5b2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2018 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2018 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โธ่!ชงสร้างฉันทานุมัติ 2561 แต่ซ่อนเงื่อนให้ปล่อยผี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.2561 - นายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยแสดงความเห็นถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า ต่างฝ่ายต่างยึดแนวคิด ยังจูนกันไม่ค่อยติด ยิ่งนานชาติยิ่งเสียโอกาส ถ้าหากคนจำนวนมากไม่ร่วมมือ การบริหารงานต่างๆ ยากจะสำเร็จ &amp;nbsp;คนที่รับภาระคือคนไทยทั้งประเทศ &amp;nbsp;แต่เชื่อว่ายังมีทางออกของประเทศที่เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แบบวินวิน คือ 1. เปิดให้ประชาชนและพรรคการเมือง เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น โดยการยกเลิกคำสั่งที่ห้ามคนชุมนุมตั้งแต่ 5 คน และยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม เนื่องจากความมั่นคงของรัฐบาลและ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่ถูกกระทบจากการปลดล็อก คงไม่มีคนสร้างความวุ่นวายเช่นในอดีต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คสช.และรัฐบาลควรสร้างความชัดเจนทางการเมืองให้เกิดขึ้น เนื่องจากมีการเลื่อนโรดแมปซ้ำๆ จนคำว่าทำตามโรดแมปไม่รู้ว่าคืออะไร คนไม่เชื่อ ไม่ไว้วางใจ จะพูดจะทำอะไรในเรื่องอื่นๆ คนก็เคลือบแคลงสงสัย จึงเสนอให้ รัฐบาลและ คสช.สร้างฉันทานุมัติ 2561 ร่วมกันของฝ่ายต่างๆ ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใดแน่ เอากันให้ชัดๆ เพื่อทุกฝ่ายจะเดินไปจุดนั้นร่วมกัน การปล่อยให้กำหนดการเลือกตั้งคลุมเครือต่อไป ไม่เป็นผลดีต่อใครเลย แม้แต่ รัฐบาลและ คสช.เอง. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เหตุผลของการรัฐประหารเรื่องหนึ่งคือเพื่อสร้างความรักความสามัคคีในชาติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สำเร็จ และทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำอะไรอีกมากมาย แต่ที่ทำได้เลยคือการทำให้บรรยากาศบ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ดังนั้นควรยุติการดำเนินคดีและตั้งข้อหารุนแรงกับคนที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมหรือเรียกร้องการเลือกตั้ง เพราะเป็นสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ คำสั่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนควรถูกยกเลิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศยังมีทางออกที่ดี ง่ายและตรง อยู่ที่ผู้มีอำนาจจะทำหรือไม่ การคุ้มครองสิทธิเป็นการแสดงออกที่เข้มแข็ง ไม่ใช่อ่อนแอ การทำให้บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติสุขและสร้างความชัดเจนทางการเมือง ทุกคนมีแต่ได้&amp;rdquo;นายนพดลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3847</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ฉันทานุมัติ 2561, นพดล, นพดล ปัทมะ, ปล่อยผี, รัฐบาล, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61cf086314a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
