<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสเตือนอย่างหลงเชื่อข่าวปลอม 10 จังหวัดเป็นแหล่งติดต่อเชื้อโควิด19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง งดเดินทางไป 10 จังหวัด เพราะเป็นแหล่งติดต่อเชื้อโควิด19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จากกรณีการส่งต่อข้อความที่ระบุว่างดเดินทางไป 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง เพราะเป็นแหล่งติดต่อเชื้อโควิด19 นั้น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงข้อเท็จจริงถึงประเด็นนี้ว่า เป็นการนำข้อมูลเก่า ซึ่งเป็นข่าวปลอมเมื่อเดือนธันวาคม 2563 กลับมาแชร์ซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศเตือนห้ามเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงใด ๆ โดยขณะนี้กรมควบคุมโรค ได้มีการเข้มงวดเรื่องการตรวจ เฝ้าระวังอย่างละเอียดมากขึ้น หากพบความเสี่ยงจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดและรัดกุม ทั้งการจัดเตรียมสถานที่สังเกตอาการ รวมถึงทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ ซึ่งสามารถกระทำได้ภายในระยะเวลาอันสั้น จึงยังไม่มีการประกาศปิดพื้นที่ หรือจังหวัดใดในประเทศไทยตามที่กล่าวอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ ddc.moph.go.th หรือโทร. 02-590-3000 หากประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด เบาะแสการฉ้อโกงหรือหลอกลวงทางโซเชียล โดยแจ้งเข้ามาได้ผ่านช่องทาง ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และโทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 รวมทั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ โทร. 1212 เพื่อจะประสานต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, งดเดินทางไป 10 จังหวัด เพราะเป็นแหล่งติดต่อเชื้อโควิด19, นพวรรณ หัวใจมั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167cc788da6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เตือนอย่าเชื่อข่าวปลอมวัคซีนโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง วัคซีนโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพที่ใช้ฆ่าคนทางอ้อม คนที่ฉีดจะมีชีวิตไม่ยืนยาว ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทาง Xinhua Thai พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยระบุเพิ่มเติมไปด้วยว่าวัคซีนที่ฉีดเข้าร่างกาย จะทำปฏิกิริยาให้ร่างกายแย่ทีละส่วน คนที่ฉีดจะมีชีวิตไม่ยืนยาว เพราะวัคซีนเข้าไปทำลายระบบอวัยวะภายใน ให้เสื่อมทีละอย่าง นี่คือสงครามโลกที่ไม่ใช้อาวุธ แต่ใช้วัคซีนทำลายล้างคนทั่วโลกนั้น ทาง Xinhua Thai ได้ชี้แจงว่า ไวรัสโควิด-19 ตอนนี้จากข้อมูลข่าวสารทั่วโลก คาดว่าเป็นเกิดตามธรรมชาติ แพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ ยังไม่มีหลักฐานว่าได้ถูกสร้างจากการวิจัยอาวุธชีวภาพ และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการ หรือทฤษฎีใดๆ ที่สามารถนำมายืนยันได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม &amp;nbsp; และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก Xinhua Thai สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.xinhuathai.com นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117913</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นพวรรณ หัวใจมั่น, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61504dd109e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสคุยเผยสถานการณ์ &#039;เฟคนิวส์โควิด&#039;เข้าสู่กระแสขาลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่&amp;nbsp; 17-23 ก.ย. 64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามา 11,546,629 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 218 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 115 เรื่อง โดยมากสุดอยู่ในกลุ่มข่าวนโยบายรัฐ/ข่าวสารทางราชการถึง 64 เรื่อง ตามมาด้วยกลุ่มข่าวผลิตภัณฑ์สุขภาพ 42 เรื่อง เศรษฐกิจ 5 เรื่อง และภัยพิบัติ 4 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เมื่อพิจารณาถึงความเชื่อมโยงกับประเด็นโควิด-19 พบว่าภาพรวมของข่าวปลอมที่ต้องตรวจสอบในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้ สัดส่วนที่เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิดเริ่มลดลง โดยมีจำนวน 52 เรื่อง หรือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนเรื่องที่ต้องทำการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ Verify ข่าวที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบทั้งหมด ล่าสุดมีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 43 เรื่อง ในจำนวนนี้พบว่าเป็นข่าวจริง 16 เรื่อง&amp;rdquo; นางสาวนพวรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เรื่องรถไฟญี่ปุ่นมือสองที่บริจาคให้ไทย วิ่งบนรางรถไฟไทยไม่ได้ และไม่คุ้มค่าในการนำมาใช้ อันดับ 2 เรื่องพายุ 2 ลูกจ่อถล่มประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ก.ย. นี้ อันดับที่ 3 เรื่อง ด.ต. ปริวัติ นามลา เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนเข็ม 2 ได้เพียง 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนพวรรณ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือแก้ปัญหาข่าวปลอม ด้วยการแจ้งเบาะแสเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อยากเน้นย้ำว่าเมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter&amp;nbsp; เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นพวรรณ หัวใจมั่น, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b2631db83d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอม!! โทรผ่านไลน์ทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง ดีอีเอส เตือนอย่าหลงเชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง โทรผ่านไลน์ ได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากกว่าปกติ ทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการแชร์ข้อความว่า อันตรายจากการโทรผ่านทางไลน์ มาจากเวลา WiFi และ Data ทำงานรับส่งข้อมูล ค่า RF จะขึ้นไปสูงมาก จะได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากกว่าโทรศัพท์ปกติถึง 9 เท่า จากปกติ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะถูกส่งออกมา 10,000 ไมโครวัตต์ แต่ถ้าโทรผ่านไลน์คลื่นจะถูกส่งออกมาสูงถึง 90,000 ไมโครวัตต์ ทำให้เกิดเนื้องอกในสมองได้ ทางสถาบันประสาทวิทยา ได้ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากคลื่นโทรศัพท์ มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมของโลกทุกที่อยู่แล้ว แม้ในบริเวณใกล้เสารับส่งสัญญาณก็ไม่แตกต่างจากบริเวณที่อยู่ห่างออกไป หรือแม้แต่ผู้ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่พกติดตัวไปในทุกที่ทุกเวลา ซึ่งยังไม่มีการศึกษายืนยันถึงผลของสัญญาณดังกล่าว ว่าทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการใช้โทรศัพท์ให้เหมาะสม ไม่มากหรือนานจนเกินไปก็จะช่วยลดอาการร้อนจากการสัมผัสโดยตรงได้ หรืออาจจะเลือกใช้ small talk หรือหูฟังก็สามารถช่วยได้ หรือบางท่านที่ถือโทรศัพท์ในท่าเดิมนาน ๆ ก็สามารถทำให้เกิดอาการชาเนื่องจากการขยับส่วนของร่างกายลดลง หรือจากท่าทางในการถือโทรศัพท์ที่อยู่ในท่าเดิมนานจนเกินไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.pni.go.th หรือโทร. 02 3069899 &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter &amp;nbsp;เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด24ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ดีอีเอส, ข่าวปลอม, นพวรรณ หัวใจมั่น, เนื้องอกในสมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138b2047b58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เผยพฤติกรรมประชาชนเสพข่าวปลอม มักสนใจเรื่องใกล้ตัว-ประเด็นร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 27 ส.ค. &amp;ndash; 2 ก.ย. 64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จำนวนข้อความที่เข้ามา 11,513,581 ข้อความ หลังจากคัดกรองพบมีข้อความที่เข้าเกณฑ์ต้องดำเนินการตรวจสอบ 189 ข้อความ รวมจำนวนเรื่องที่ต้องตรวจสอบ 110 เรื่อง โดยจำนวน 67 เรื่องเป็นประเด็นเกี่ยวกับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านภาพรวมของจำนวนข่าว 110 เรื่องที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบของรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบการเผยแพร่ข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนในหมวดหมู่ข่าวกลุ่มนโยบายรัฐ/ข่าวสารทางราชการเพิ่มขี้นมาอยู่ที่อันดับ 1 จำนวน 59 เรื่อง ขณะที่ กลุ่มสุขภาพขยับลงไปอยู่อันดับ 2 จำนวน 47 เรื่อง ตามมาด้วยกลุ่มภัยพิบัติ และกลุ่มเศรษฐกิจ อย่างละ&amp;nbsp; 2 เรื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากการมีส่วนร่วม (Engagement) ของประชาชน ผ่านเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ที่เป็นหนึ่งในช่องทางเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง พบว่า ประชาชนจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับข่าวที่เป็นเรื่องใกล้ตัว และเศรษฐกิจปากท้อง รวมทั้งข่าวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ 3 อันดับแรกในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; อันดับ 1 เรื่องเบอร์อันตรายห้ามรับสาย หากรับสายเงินหายหมดทั้งบัญชี อันดับที่ 2 เรื่องหมวดยิ้ม ทศพร แก้วเกิด ผู้กู้ข้อมูลกล้องวงจรปิดคดีอดีตผกก. โจ้ จมน้ำเสียชีวิตแล้ว และอันดับ 3 เรื่องหากผู้อื่นรู้เบอร์มือถือที่ผูกพร้อมเพย์ ทำให้รู้ยอดเงินในธนาคารได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, จับตาเฟกนิวส์, นพวรรณ หัวใจมั่น, โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131d160844b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกดีอีเอสเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมเบอร์อันตรายห้ามรับสาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า. ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เรื่อง เบอร์อันตรายห้ามรับสาย หากรับสายเงินหายหมดทั้งบัญชี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีการแชร์ข้อความแจ้งเตือนระบุเบอร์ที่ห้ามรับสายเด็ดขาด เพราะเงินจะถูกขโมยจนหมดบัญชีนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากการตรวจสอบกับฝ่ายเทคนิคของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่พบว่า ยังไม่มีการยืนยันว่าถ้ารับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาแล้วจะสามารถดึงเอาเงินในบัญชีของผู้รับสายไปจากบัญชีได้&amp;nbsp;ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าให้ข้อมูลสำคัญของตัวเอง ข้อมูลทางธนาคารกับใครง่ายๆ เพราะอาจถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลเหล่านั้น ไปใช้ในการเข้าถึงบัญชีธนาคารหลอกให้ทำธุรกรรม จนต้องสูญเสียเงินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกสทช. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.nbtc.go.th หรือโทร. 02 6708888 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอมต่างๆ ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter &amp;nbsp;เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด24ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115252</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพวรรณ หัวใจมั่น, สื่อสังคมออนไลน์, เบอร์อันตรายห้ามรับสาย, โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f0314a19cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอีเอส&#039;โวคนไทยช่วยกันชี้เบาะแสข่าวปลอมเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรอบสัปดาห์นี้ (20-26 ส.ค. 64) พบจำนวนข้อความทั้งสิ้น 11,658,390 ข้อความ หลังการคัดกรอง พบข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 195 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 111 เรื่อง โดยเป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 79 เรื่อง สัดส่วนหลักๆ ยังเป็นข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเฉพาะข่าวปลอมเกี่ยวกับวัคซีนโควิดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีข้อสังเกตน่าสนใจว่า แม้เบาะแสข้อความส่วนใหญ่ยังได้มาจากช่องทาง Social Listening Tool ที่ใช้ระบบ AI รวบรวม แต่ตลอดเดือน ส.ค. นี้ มีจำนวนข้อความที่ได้รับแจ้งผ่านช่องทางไลน์ทางการของศูนย์ฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยอยู่ในหลักสิบ สัปดาห์ล่าสุดนี้เพิ่มเป็น 11,643,638 ข้อความ สะท้อนว่าช่องทางไลน์ของเราเข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น ปัจจุบันมีจำนวนผู้ติดตามกว่า 2.4 ล้านราย&amp;rdquo; นางสาวนพวรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดอันดับข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 3 อันดับแรกในรอบสัปดาห์ ได้แก่ เรื่องเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน ระบบตรวจสอบการฉีดวัคซีนของหมอพร้อม กรอกข้อมูลเช็คแล้วจะหายหมดทุกบัญชี เรื่องเว็บไซต์ลงทะเบียนขอรับวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อไฟเซอร์ สำหรับคนไทย และ เรื่องแบงก์พันปลอมหมายเลขเดียวกันจากต่างประเทศระบาดเข้าไทย ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ดีอีเอส, นพวรรณ หัวใจมั่น, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61289f831a220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
