<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ผ้าเปลี่ยนโลก”  ผลักดัน 20 ธุรกิจผ้าทอทำมือทั่วประเทศ สู่ใจกลางเมือง ส่งต่อรายได้ให้ชุมชน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นครินทร์ ยาโน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
13 พ.ย.63 - บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ 20 ธุรกิจ เพื่อสังคมกลุ่มหัตถกรรมผ้าทอมือจากท้องถิ่นทั่วไทย แถลงข่าวเปิดงาน &amp;ldquo;ผ้าเปลี่ยนโลก SET Social Impact Fair 2020&amp;rdquo; ปีที่ 3 &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนช่องทางจัดจำหน่ายส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพถึงผู้บริโภคใจกลางเมือง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีสู่สังคม สืบสานภูมิปัญญา สร้างงานสร้างรายได้จากชุมชมสู่ชุมชน ได้ตั้งแต่วันนี้ -15 พฤศจิกายน 2563 ณ ลาน Center Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
(วิศาล สิปิยารักษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศาล สิปิยารักษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายบริหารพื้นที่เช่าและผู้เช่าสัมพันธ์ และ รองกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด &amp;nbsp;บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ ที่ต่อเนื่องสู่ปีที่ 3 &amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจ Social Enterprise (SE) คือ กิจการเพื่อสังคม หรือธุรกิจที่มุ่งเน้นช่วยเหลือ และแก้ปัญหาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม โดยการใช้หลักการบริหารจัดการทางธุรกิจผนวกกับความรู้และนวัตกรรม มาสร้างสรรค์ความยั่งยืน ที่ในวันนี้จะเป็นการออกร้านของกลุ่มธุรกิจ SE ผ้าทอทำมือ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าม่อฮ่อมฯลฯ ซึ่งการจัดงานนี้เปรียบเสมือนการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงของคนเมืองที่มากขึ้น และการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริโภค และยังเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นพเก้า สุจริตกุล )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นางสาวนพเก้า สุจริตกุล &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานผ้าเปลี่ยนโลกที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เห็นและเรียนรู้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละปีด้วย อย่างในปีนี้ที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 แต่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ก็ยังคอยสนับสนุนให้ทุกธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งในปีนี้ก็มีการออกร้านที่เพิ่มขึ้นเป็น 20 ร้านธุรกิจ SE จากกลุ่มธุรกิจ SE ที่มีหลากหลายประเภทกว่า 90 ธุรกิจ ซึ่งแต่ละธุรกิจมีการเชื่อมโยงรายได้สู่ชุมชน ซึ่งเราอาจจะไม่เน้นจำนวนแต่จะเน้นการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า อย่างการจัดงานในแต่ละปีก็จะมีการประเมินถึงการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้าโดยวัดจากรายได้ โดยในปีแรกรายได้รวมอยู่ที่ 1 ล้านบาท ในปีที่ 2 ประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ปี ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในปีที่ 3 อาจจะพิเศษ เพราะห้างสรรพสินค้าเอ็มบีเคนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลงด้วย และคนหันไปช็อปออนไลน์มากขึ้น อาจจะต้องรอประเมินรายได้หลังจากจบงานว่าจะไปในทิศทางใด แต่ส่วนสำคัญคือการสร้างการจดจำงานให้กับลูกค้า ทั้งนี้คาดว่าในปีต่อไปอาจจะมีการขยายจำนวนวัน หรือจัดในสถานอื่นๆ ที่จะสร้างช่องทางการขายที่เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อนำรายได้กลับไปช่วยเหลือสังคม ดูแลสิ่งแวดล้อม และสืบสานวัฒนธรรมผ้าพื้นถิ่นไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภายในงานยังมีการเสวนาผู้ประกอบการ SE สู่การสร้างรายได้แก่ชุมชน นครินทร์ ยาโน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ยาโน ที่ทำธุรกิจผ้าฝ้ายทอมือมากว่า 16 ปี กล่าวว่า เริ่มต้นจากตนเองที่ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งในปี 2548 ที่ได้หอบความสิ้นหวังกลับบ้านที่เชียงใหม่ และในขณะเดียวกันแม่ก็ได้ชี้ทางสว่างว่าเราสามารถสร้างความสุขและรายได้จากความรู้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มาจากชุมชนที่ทำฝ้ายทอมือ และขยายไปยังเรือนจำในจังหวัดตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย และแม่ฮ่องสอนรวมกว่า 200 คน โดยเรามีจุดเด่นที่ลวดลายผ้าปักมือที่มีจากความสร้างสรรค์ของนักออกแบบที่เราจะไม่จำกัดความคิด ทำได้อย่างเต็มที่ และเนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายตีตลาดในสนามบินสุวรรณภูมิ คิง พาวเวอร์ เน้นการทำตลาดออฟไลน์ ทำให้ต้องปรับตัวหนักจึงต้องเริ่มเรียนรู้การทำตลาดออนไลน์ให้ลูกค้าได้เข้าถึงมากขึ้น เพราะยังมีคนในชุมชนที่รอรายได้จากการขาย ตอนนี้เราก็สร้างตลาดออนไลน์ผ่านทางพาร์ทเนอร์ ที่เก่งและสามารถหาลูกค้าได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วริศรุตา ไม้สังข์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ HEARTIST ผ้าทอจากการบำบัดของเด็กพิเศษ กล่าวว่า การเกิดขึ้นของแบรนด์มาจากแรงบันดาลใจที่ได้ไปทำงานร่วมกับกลุ่มแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ โดยมีแม่ที่ใช้การทอผ้าบำบัดลูกเพื่อให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ที่ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน หลังจากทอเสร็จก็จะเก็บไว้เพื่อรอนำไปประมูลทุกสิ้นปี แต่นั้นทำให้เราเห็นว่าควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สังคมได้เห็นความสวยของผ้า และสร้างรายได้ให้กับเขา แต่จุดยืนของเราคือ ไม่ขายความน่าสงสารแน่นอน &amp;nbsp;จะไม่มีการบังคับเด็กให้ทอ เพราะเราเน้นการบำบัดเพื่อให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีสังคมและฝึกการโต้ตอบ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีเด็กพิเศษที่อยู่ในการบำบักด้วยการทอ 30 คน ตั้งแต่อายุ 11-23 ปี ทำให้ลวดลายที่อยู่บนผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระเป๋า จะมีมีเพียงลายเดียวชิ้นเดียว ซึ่งจะช่วยสน้างให้เด็กพิเศษได้รู้สึกมีคุณค่า มีงานทำ และสามารถอยู่ในสังคมได้ ซึ่งในปัจจุบันเราก็มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด เพราะโควิด-19 ทำให้เราต้องหาทางรอด จึงเริ่มเข้าโครงการต่างกับแบรนด์ต่างๆ เปรียบเสมือนการขายของไปในตัว ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น อย่างการออกร้านในงานครั้งนี้ก็จะเพิ่มลูกค้าในเมืองมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วริศรุตา ไม้สังข์ และเสื้อที่มีลวดลายการทอจากเด็กพิเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุณกร จิระเดชประไพ ผู้ก่อตั้ง Local Alot Director ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนในช่วงวิกฤติโควิด-19 กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเราเพื่อช่วยชุมชนในช่วงโควิด-19 เพราะการท่องเที่ยวในชุมชนอาจจะไม่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบ ดังนั้นเมื่อโควิด-19 นักท่องเที่ยวก็หายไป 100% จึงมีแนวคิดในการนำสินค้าชุมชนกว่า 40 ชุมชน มาขายทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ในช่วงเริ่มต้นเพียง 45 วัน ก็มีรายได้เข้ามาประมาณ 4 ล้านบาท ปัจจุบันก็เป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งเป้าไว้ว่าสิ้นปีจะต้องมีรายได้ประมาณ 7 ล้านบาท เพราะสิ่งที่ทำสะท้อนให้เห็นความเข้มแข็ง และต้องเดินทางพัฒนาสินค้าชุมชนทั้งอาหาร เสื้อผ้า หรืออื่นๆ ให้มีไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่เข้าถึงลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น และยังเห็นว่ามีคนพร้อมสนับสนุนสินค้าชุมชนเยอะมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
(อรุณกร จิระเดชประไพ ออกร้านจำหน่ายสินค้าจากชุมชน ทั้งกระเป๋า หมวกและอาหาร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับร้านค้าภายในงานทั้ง 20 ร้าน ประกอบด้วย อินดี้ อีโค่ (IndyEko) ,ฮาร์ททิส (HEARTIST) ,อาร์ต สตอรี่ (Art Story) ,ยาโน (Yano) ,โฟล์คชาร์ม (FolkCharm) ,ฟอร์โอลด์ดี้ (ForOldy) ,ลลิน บาย ดับเบิ้ล พี (Larinn by double P) ,โลเคิล อลอท (LocalAlot) ,คราฟท์เดอคัวร์ (craft de quarr) ,เอสซี แกรนด์ (SC Grand) ,ฮักอีรี่ (HUG Eri) ,วีที ไทย (VT &amp;nbsp;Thai) และ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีสมุทปราการ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เป็นต้น พร้อมกิจกรรม workshop ที่น่าสนใจ อาทิ สาธิตการย้อมผ้าสีจากธรรมชาติ การทอล์คโชว์เรื่อง นิทานกับลายผ้าพร้อมช้อปอย่างเพลิดเพลินไปกับวงดนตรีที่จะมาขับกล่อมตลอดทั้งวัน พิเศษยิ่งช้อปยิ่งคุ้ม สมาชิกเอ็ม บี เค แอปพลิเคชันซื้อสินค้าภายในงานสามารถนำยอดใช้จ่ายไปสะสมคะแนน MBK Points&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้สนใจสามารถ ร่วมงาน ผ้าเปลี่ยนโลก SET Social Impact Fair 2020 ได้ตั้งแต่วันนี้ -15 พฤศจิกายน 2563 ณ ลาน Center Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหลักทรัพย์, นพเก้า สุจริตกุล, นายวิศาล สิปิยารักษ์, ผ้าเปลี่ยนโลก, เอ็ม บี เค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae541a671e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผ้าเปลี่ยนโลก” สืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผ้าทอไทย&amp;quot; เป็นศิลปวิทยาการ ภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษที่ถูกส่งต่อและตกทอดมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน ผ้าทอแต่ละผืนแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมา ความคิด ความเชื่อ และจินตนาการของผู้ทอเอาไว้ การสวมใส่ผ้าทอที่เป็นการทอมือจึงเป็นความน่าภาคภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ 19 ธุรกิจเพื่อสังคมกลุ่มหัตถกรรมทอมือ จัดงาน SET Social Impact Fair 2019 ผ้าเปลี่ยนโลก @MBK Center ปี 2 ที่นำผ้าทอในประเทศไทย 19 ร้านที่มีเรื่องราว มีดีไซน์น่าสนใจ และโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เลือกซื้อ เพื่อเป็นการสนับสนุนช่องทางจำหน่าย ณ ลาน center hall ชั้น G โซน B ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดจากผ้าทอ เอกลักษณ์โดดเด่น สวมใส่สบาย

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า งานนี้นับว่าจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจในการนำเสนอสินค้าและบริการ ซึ่งผู้บริโภคก็จะได้มีโอกาสซื้อสินค้าที่มีคุณค่าในการได้เลือกสินค้าประเภทผ้า เพราะถือว่าเป็นสารตั้งต้นของการพัฒนาชุมชน สามารถตอบโจทย์และยังเป็นการแก้ไขปัญหาสังคมและชุมชนได้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หรือสืบสานความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ตลอดจนสร้างทักษะอาชีพให้กับผู้ป่วยออทิสติก กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ต้องขัง ซึ่งงานตรงนี้ก็คาดว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการเดินแบบชุดผ้าทอที่จำหน่ายภายในงาน ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ทุกโอกาส หลากหลายสไตล์ มีการสาธิตการสาวไหม กิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ วันแรกมีการสอนทำพวงมาลัยกรจากผ้าขาวม้า, ที่รองแก้วจากผ้าพิมพ์, ที่บีบมือบริหารกล้ามเนื้อ, ผ้าเขียนลาย ชุมชนบ้านปึก จ.ชลบุรี, กุญแจมือ, ที่รัดผมดอกทิวลิป และการแสดงดนตรีไทยสากลประยุกต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านที่จำหน่ายผ้าทอมีทั้งหมด19 ร้าน อาทิ ร้าน Heartist (ฮาร์ททิส) แบรนด์กระเป๋าผ้าที่ได้จากการทอเพื่อบำบัดของเด็กพิเศษ วิศรุตา ไม้สังข์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล่าว่า กลุ่มทอผ้านี้เกิดจากการร่วมตัวกันของเด็กและแม่ของเด็กที่เป็นออทิสติก โดยร้านตั้งอยู่ที่โครงการอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ และโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จ.อุบลราชธานี มีผู้เข้ารับการบำบัดทั้ง 2 แห่ง รวม 30 คน และการการบำบัด 1 ครั้งใช้เงินค่อนข้างเยอะ ดังนั้นจึงหาสิ่งที่ทำให้เข้ามีสมาธิ อยู่กับปัจจุบัน โฟกัสในสิ่งที่ทำ และเข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็คือการทอผ้า เพราะทุกขั้นตอนของการทอสามารถทำให้เขามีสมาธิ และการดูแลจากผู้สอนก็ช่วยให้เด็กเกิดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิลันธน์ ไทยสรวง เจ้าของร้านภูคราม เล่าว่า พื้นเพเป็นคนภูพาน จ.สกลนคร ทำงานด้านประวัติศาสตร์ในชุมชน รู้สึกว่าอยากกลับมาอยู่บ้าน และตั้งใจอยากทำให้หมู่บ้านภูพานพัฒนา ด้วยการใช้ผ้าเป็นเครื่องมือ เพราะคนอีสานส่วนใหญ่มีทักษะเรื่องการทำผ้า ปลูกฝ้าย ในสมัยก่อนบ้านทุกหลังต้องมีกี่ทอผ้าด้วยมือเพื่อใช้ในครัวเรือน แต่ก็มีช่วงที่ห่างหายไป ดังนั้นในการกลับมาฟื้นฟูและอนุรักษ์การทอผ้าก็เป็นเพราะศักยภาพและชุมชนด้วย สิ่งที่อยากบอกในงานผ้าของร้านภูครามคือ ธรรมชาติ ป่า วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีที่นำมาทอเป็นลายบนเสื้อผ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาภาณัฏฐ์ อภิชิต เจ้าของร้านลินิน เล่าว่า ผ้าลินินเกิดจากการย้อมสีธรรมชาติ ไม่มีการใช้สารเคมีในกระบวนการย้อมจึงทำให้ผลิตได้จำนวนไม่มาก ส่วนเสื้อผ้าที่ทำจะออกแบบเองและมีช่างการตัดเย็บ ช่างหนึ่งคนอาจจะตัดเย็บผ้าได้ 1 ชุดต่อวัน ไม่ได้ผลิตจำนวนมาก เพื่อป้องกันการขายไม่หมดจนกลายเป็นขยะในท้องตลาด ซึ่งลูกค้ามีความสุขในการเลือกซื้อและเข้าใจจุดประสงค์ของทางร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวงมาลัยกรผ้าขาวม้า&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีร้าน Folkcharm (โฟล์คชาร์ม) ผ้าฝ้ายและผ้าไหมธรรมชาติทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีความเรียบง่าย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับ ร้าน Yano (ยาโน) ผ้าทอมือโดยอาศัยหลักการ Eco Friendly Design รูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมผสมผสาน นำวัตถุดิบและความเป็นพื้นเมืองทางภาคเหนือมาประยุกต์เป็นรูปแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้สวมใส่ได้หลายโอกาส ร้าน Larinn (ลริน) ผ้าทอลายไทยๆ ผสมผสานกับการออกแบบทันสมัย ตัดเย็บเป็นรองเท้า หรือผ้าทอร้าน Craft de Quarr (คราฟท์เดอคัวร์) ที่มุ่งแก้ไขปัญหางานหัตถศิลป์จากชนเผ่าต่างๆ ที่เริ่มหายไป โดยทำงานร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์ท้องถิ่นกับผู้ผลิตในชุมชนในการรังสรรค์ผลงานที่มีรูปแบบทันสมัยขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน Local Alike (โลเคิลอไลค์) ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงคุณค่าและประสบการณ์ชุมชนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ร้าน P&amp;rsquo;liv การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Lifestyle product ทำให้ชาวบ้านมีความใส่ใจ เชื่อมั่น ภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง และมีรายได้มากขึ้น ร้าน Mann Craft (แมนคราฟท์) สืบสานและสร้างสรรค์การทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติ ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้าน จ.สกลนคร ร้าน Art Story by ออทิสติกไทย ธุรกิจเพื่อสังคมของกลุ่มผู้เปราะบางที่ร่วมกันรังสรรค์จากพรสวรรค์และจินตนาการ ผ่านภาพลายเส้นเป็นผลงานศิลปะสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ หมวก เสื้อ กระเป๋า ผ้าพันคอ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิออทิสติกไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน forOldy โครงการเพื่อผู้สูงอายุที่ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสากลุ่มเล็กๆ ร้านประชารัฐโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย การพัฒนาคุณภาพเพิ่มเทคนิคต่างๆ และแปรรูปผ้าขาวม้าทอมือให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ร้านรวยบุญเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจของพี่น้องและแม่ๆ ผู้สูงวัยในชุมชนของ จ.น่าน ร้าน Happy Farmer ผ้าฝ้ายทอมือสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องเขียน กระเป๋า สมุดใส่พาสปอร์ต กระเป๋าถือ จากกลุ่มสตรีเชียงใหม่ สู่ผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่มสตรีชาวปกาเกอะญอ ร่วมกับ Happy Farmers ช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวปกาเกอะญอแห่งบ้านทุ่งต้นงิ้ว อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ร้าน Indy Eko ที่ใช้สีย้อมจากธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้สัมผัสถึงความนุ่มสบายและปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าไทยสวมใส่เท่ห์ ทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน Fabric Art (แฟบริคอาร์ต) ศิลปะฝาผนังผ้าไทยประดิษฐ์ (โอชิเอะ) นำเศษผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายที่เหลือจากการเย็บผ้ามาตัดเป็นรูปทรงตามต้องการ แล้ววางลงบนฟองน้ำที่ตัดเป็นรูปเดียวกัน เกิดเป็นแมกเนตจากงานผ้าและฟองน้ำที่มีมิติ เพิ่มคุณค่างานหัตถกรรมท้องถิ่น ร้าน CooPure (คูเพียว) ผ้ามัดย้อมด้วยเทคนิคชิโบริ (Shibori) ป้องกันสีย้อมไม่ให้ซึมบนผืนผ้าด้วยการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นตอน ร้านบาติกเดอนารา (Batik de Nara) ผ้าบาติกย้อมเทียนฝีมือชาวบ้านกลุ่มหนึ่งใน จ.นราธิวาส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39986</URL_LINK>
                <HASHTAG>Eco Friendly Design, Folkcharm, Heartist, Yano (, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธุรกิจเพื่อสังคมกลุ่มหัตถกรรมทอมือ, นพเก้า สุจริตกุล, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), ผ้าทอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1affd286aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
