<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จริยธรรมดิ่งเหว! ส.ส.เป้ ตอก &#039;ประยุทธ์&#039; อุ้ม &#039;ธรรมนัส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา &amp;nbsp;หรือ เป้ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอุ้มชู ร.อ.ธรรมนัส ให้เป็นรัฐมนตรีต่อไปทั้งที่มีประวัติค้ายาเสพติด สะท้อนถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์เอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ขาดคุณสมบัติต้องห้ามในการเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี แม้จะเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกจากคดีค้ายาเสพติดในประเทศออสเตรเลีย มาก่อน ว่าสะท้อนให้เห็นแง่มุมในหลายด้าน แต่ไม่ว่าจะมองจากด้านไหนก็เชื่อว่ายากอย่างยิ่งที่สังคมจะยอมรับได้ โดยเฉพาะการที่กระบวนการยุติธรรมไทยยอมรับให้คนเคยมีประวัติค้ายาเสพติดระดับโลกเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านกฎหมายเองก็ยังมีนักวิชาการทางด้านกฎหมายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าทำไมศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่หยิบยกเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาพูดถึง โดยเฉพาะการจะได้บุคคลที่มือสะอาด ปราศจากมลทินไม่เคยต้องข้อหาร้ายแรงมาทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร หรือกรณียาเสพติดเป็นความผิดของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ยากที่จะพิสูจน์ในเรื่ององค์ประกอบความผิดว่าตรงกันหรือไม่ ที่สำคัญไทยมีพันธกรณีกับนานาชาติในเรื่องการต่อต้านยาเสพติดในฐานะเป็นภัยความมั่นคงของมนุษยชาติด้วย ดังนั้นควรจะต้องแสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.ปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ระบุไว้ว่าผู้ใดกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรด้วย ถ้าปรากฎว่าผู้กระทำหรือร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา นอกจากการพิจารณาแค่ว่าเป็นการกระทำผิดในต่างประเทศ แม้จะเคยถูกพิพากษาลงโทษจริง แต่ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลไทย เพราะคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญไทยหมายถึงคำพิพากษาของศาลไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองไม่ต้องพูดถึง เพราะกรณี ร.อ.ธรรมนัสชัดเจนอยู่แล้วว่าเคยติดคุกจากคดียาเสพติดในต่างประเทศจริง ซึ่งประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญหยิบยกมาตัดสิน แต่เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมของการเป็นนักการเมืองหรือเป็นรัฐมนตรีที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ทางกฎหมายมาพิจารณา เพียงแค่ใช้สามัญสำนึกของปุถุชนธรรมดาก็รู้แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรให้ ร.อ.ธรรมนัสเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอุ้มชู ร.อ.ธรรมนัสให้เป็นรัฐมนตรีอยู่ต่อไป รวมทั้งจะสนับสนุนให้เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐทั้งที่สวนกับความรู้สึกประชาชน ก็ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็นเช่นไร ทำไมรัฐบาลชุดนี้จึงแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้ ทำไมยาบ้าในยุคนี้จึงหาซื้อได้ง่ายกว่าลูกอมฮอลล์ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามยาเสพติดหรือผู้มีอิทธิพลได้อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, นภาพร เพ็ชร์จินดา, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066b35edde03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เป้ ฉะยับ &#039;ระบอบประยุทธ์&#039; แค่ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ แต่ไม่มั่นคงและยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;เป้&amp;quot; &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบอบประยุทธ์&amp;rdquo; แค่ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ ไม่มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนตามคำโฆษณา เชื่อครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร จะมีคนทุกสีเสื้อออกมาขับไล่จนมืดฟ้ามัวดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศสลายสีเสื้อรวมตัวกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในวันที่ 4 เมษายนที่อนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่เหลืออดกับรัฐบาลชุดนี้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 7 ปี นอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้น &amp;nbsp;ยังมีแนวโน้มว่าสถานการณ์ต่าง ๆ กำลังย่ำแย่ลง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชนที่มีแต่การกู้มาแจกและการใช้วาทกรรมประโลมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบอบประยุทธ์ ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ไปวัน ๆ ด้วยการกู้เงินมาแจก ไม่มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนอย่างที่โฆษณากัน &amp;nbsp;จนTDRI ต้องออกมาเตือนถึงเงินกู้ที่มากกกว่าเงินลุงทุน การเก็บรายได้ที่ไม่เข้าเป้า ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์จะไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะยังออกมาคุยโวว่าสถานะการเงินของไทยแข็งแกร่ง ซึ่งสวนทางกับกระทรวงการคลังที่เพิ่งออกมาเปิดเผยว่ารายได้ 5 เดือนติดลบถึงแสนล้านบาทและมีแนวโน้มจะต้องกู้เพิ่มอีก &amp;nbsp;จึงน่าเป็นห่วงถึงอนาคตของลูกหลานที่จะต้องมาใช้หนี้สินที่ พล.อ.ประยุทธ์ทิ้งไว้ในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะเปิดประเทศเร็ว ๆ นี้เริ่มจากเมืองท่องเที่ยวสำคัญเช่นที่ภูเก็ต &amp;nbsp;แต่ปรากฎว่าการฉีดวัคซีนก็เป็นไปด้วยความล่าช้าเพราะบริหารจัดการไม่เป็น &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยังไม่เลิก แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไหนจะมั่นใจว่าไทยปลอดภัยจริง เพราะสถานที่ที่ปลอดภัยจะต้องฉีดวัคซีนจนครบตามเกณฑ์การป้องกันสุขภาพหมู่ และต้องไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องแค่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังคิดไม่ได้ แล้วจะปล่อยให้บริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่แปลกใจเลยที่ประชาชนสีเสื้อต่าง ๆ แม้จะเคยมีความบาดหมางในอดีตจะวางความขัดแย้งลงแล้วประกาศสลายสีีเสื้อเพื่อรวมตัวกันออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นต้นตอสำคัญของความขัดแย้งทั้งมวล โดยเชื่อว่ากระแสการต่อต้านจากประชาชนทุกสายจะไหลมารวมกันครั้งใหญ่ในวันที่ 22 พฤษภาคมซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร หลังทุกฝ่ายเห็นพ้องกันแล้วว่าหากจะหยุดวิกฤตชาติจะต้องเริ่มต้นที่การหยุดระบอบประยุทธ์ให้ได้เสียก่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นภาพร เพ็ชร์จินดา, พรรคเสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066b35edde03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งโหน88ปีปชต. ภาคปชช.ทวงคืนมรดกคณะราษฎร/ทหารชูวีรกรรมบวรเดช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครบ 88 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งจัดพิธีรำลึก 2 ทหารปกป้องสถาบัน เชิดชูวีรกรรม &amp;quot;บวรเดช-ศรีสิทธิสงคราม&amp;quot; มุ่งหวังให้ประเทศเป็น ปชต.อย่างแท้จริง ซัด &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; เป็นเผด็จการ ด้านกลุ่มฟื้นฟู ปชต.จัดกิจกรรมย้อนประวัติศาสตร์ อ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 &amp;quot;ครช.&amp;quot; บุกสภาทวงมรดกคณะราษฎร ยื่นหนังสือแกนนำฝ่ายค้าน-กมธ.แก้ไข รธน. ทวงสัญญา รธน.ประชาชน &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ตั้งวงชำแหละ รธน.เฮงซวยสืบทอดอำนาจ ถ้าไม่แก้ไขลุงตู่เข้ามาอีก รองโฆษก ตร.ปัดจัดฉากจับอาวุธสงคราม เผยหากจับไม่ได้อาจเข้าถึงกรุงเทพฯ ผบ.ทบ.สั่งเช็กเลขทะเบียนอาวุธที่หายไป &amp;nbsp;เชื่อมโยงเหตุชุมนุมทางการเมืองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนจัดกิจกรรมอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ผู้แทนกองทัพบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่พันเอก พระยาศรีสิทธิสงคราม เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีรำลึก โดยนิมนต์ พระเทพปัญญามุณี เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม มาทำพิธีสงฆ์ ใช้เวลาเพียง 15 นาที ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างหนักเมื่อเริ่มทำพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระงานดังกล่าว มีเนื้อหาว่า &amp;quot;นายทหารทั้งสองนายยังเป็นนายทหารประชาธิปไตย เมื่อปี พ.ศ.2475 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย โดยกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าคณะราษฎร ถือเป็นการรัฐประหารเพื่อล้มราชบัลลังก์ ครั้น พ.ศ.2476 ได้เกิดการกบฏครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช โดยมีพระยาศรีสิทธิสงครามเป็นแม่ทัพ มีชื่อเป็นที่รู้จักกันว่า &amp;#39;กบฏบวรเดช&amp;#39; เนื่องจากพระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปกครองของพระยาพหลพลพยุหเสนา ที่มีลักษณะเป็นเผด็จการ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลของพระยาพหลฯ ดำเนินตามแนวทางที่เสนอ คือให้รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ และให้รัฐบาลมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยให้อำนาจฝ่ายรัฐสภาในการตรวจสอบมากขึ้น และจำกัดอำนาจของรัฐบาลมิให้คณะราษฎรกลายเป็นคณะเผด็จการ แต่ในที่สุดการก่อกบฏไม่เป็นผล ฝ่ายรัฐบาลปราบปรามคณะกบฏลงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีรกรรมที่กล้าหาญและเสียสละของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และพระยาศรีสิทธิสงคราม ควรแก่การยกย่องในฐานะที่ทรงปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี และทรงมุ่งหวังให้ประเทศชาติดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานงานทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 เดินตรวจบริเวณรอบทำเนียบฯ เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะมาแสดงสัญลักษณ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ท.สุรพลให้สัมภาษณ์ว่า จากสถานการณ์ด้านการข่าวเราได้รับรายงานตั้งแต่วันก่อนว่า จะมีกลุ่มคนหรือบุคคลที่พยายามจะสร้างสถานการณ์ โดยจะใช้วิธีการเดิมคือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น การยิงเลเซอร์ตามสถานที่สำคัญต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้สั่งการลงมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายความมั่นคงก็ได้เฝ้าติดตาม โดยเมื่อวันที่ &amp;nbsp;23 มิ.ย.เราได้มีมาตรการดูแลพื้นที่รอบทำเนียบฯ เพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ผบ.ทบ.ก็สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังและติดตามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะกระทำการในเชิงสัญลักษณ์และเกี่ยวข้องกับความมั่นคง หากพบการกระทำผิดสามารถดำเนินการจับกุมได้
ทวงคืนมรดกคณะราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือ Democracy Restoration Group (DRG) ได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ลบยังไง ก็ไม่ลืม&amp;quot; ซึ่งเป็นกิจกรรมย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ในโอกาสครบรอบ 88 ปีวันอภิวัฒน์สยาม &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 05.23 น.เริ่มต้นฉายภาพเคลื่อนไหวจำลองเหตุการณ์การอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยนายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ต่อหน้าทหารบก ทหารเรือ และราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ผู้นำการจัดกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นการย้ำเตือนให้เห็นถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ เป็นคุณและเป็นโทษกับบางคนบางฝ่าย ยืนยันว่าไม่ได้มี เจตนาหรือความเกี่ยวข้องใดๆ กับการหมิ่นสถาบัน และเห็นว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน รวมถึงผู้มีอำนาจและชนชั้นนำที่จะต้องช่วยกันประคับประคองประชาธิปไตยที่อาจพบปัญหา อาจพบข้อบกพร่องอยู่บ้าง ให้เดินหน้าต่อไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 10.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าอาคารัฐสภา เกียกกาย คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง (กสรก.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ ประธาน ครช. พร้อมด้วยมวลชน ประมาณ 200 คนเดินทางมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ในหัวข้อ &amp;quot;24 มิถุนา ทวงคืนมรดกคณะราษฎร &amp;nbsp;ทวงสัญญารัฐธรรมนูญประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการเปิดคำแถลงการณ์ของคณะราษฎรเมื่อปี 2475 มาเผยแพร่ และนำอุปกรณ์จำลอง &amp;nbsp;อาทิ หมุดคณะราษฎรจำลอง พานรัฐธรรมนูญจำลองมาแสดง มีการแจกสติกเกอร์ แจกธงสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รณรงค์แก้รัฐธรรมนูญปี 2540 จนสำเร็จ และชูสามนิ้ว พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อรัฐสภาเพื่อทวงถามความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา และขอให้ประกาศให้วันที่ 24 มิ.ย.ทุกปีเป็นวันชาติและวันกำเนิดประชาธิปไตยของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล, นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า, นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นตัวแทนรับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ครช.ได้ยื่นข้อเสนอว่าด้วยหลักเกณฑ์และเเนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระ 24 มิถุนา หรือวาระ 88 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถือเป็นโอกาสสำคัญของประชาชนที่จะร่วมกันเรียกร้องให้มีการปักหมุดประชาธิปไตย &amp;nbsp;สร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับไปสู่รากฐานเดิม คือประชาชนทุกคนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ&amp;nbsp;
ฝ่ายค้านรับลูกดันแก้ไข รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า ตนเป็นประธานรัฐสภาเมื่อปี 2540 และได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็อยากให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 ไปเป็นต้นแบบ ทั้งนี้ 88 ปีที่ผ่านมาเรายังไม่มีประชาธิปไตยที่เป็นอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง ทุกวันนี้อำนาจยังเป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของทุกคนต้องต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชำนาญกล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ 1.ชุดศึกษาเนื้อหา 2.ชุดรับฟังความคิดเห็น โดยวันนี้จะมีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดที่มาจากข้อเสนอที่ผู้แทนจากหลากหลายองค์กรยื่นเข้ามา เราจะฟังทุกส่วน จะช้าหรือเร็วสุดท้ายก็ต้องมีการแก้ไขอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดยนายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ ยื่นหนังสือต่อ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา ผ่านไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อเรียกร้องให้ยุบสภาและใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต่างจังหวัดมีการจัดกิจกรรมเช่นกัน โดยเมื่อเวลา 06.30 น. ที่บริเวณภายในอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในชื่อกลุ่มขอนแก่นพอกันที จำนวนกว่า 10 คน นำไม้กวาดและน้ำยาทำความสะอาดมาทำความสะอาดโดยรอบบริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมทั้งการนำป้ายผ้าที่มีข้อความว่า &amp;quot;24 มิถุนายน อภิวัฒน์สยาม เก็บกวาดประชาธิปไตย&amp;quot; และ &amp;quot;ขออภัยในความไม่สะดวกมั้ย ซ้อมเป็นประชาธิปไตย&amp;quot; มาทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ รำลึก 88 ปีวันประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดเสวนา &amp;quot;ทิศทางรัฐธรรมนูญไทย&amp;quot; โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันครบ 88 ปี ที่เรามีการเริ่มต้นในการเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะมีปฏิวัติรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่รู้กี่สิบฉบับ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมักจะร่างในสิ่งที่เข้าข้างตัวเอง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย ภายในสอดไส้เผด็จการ &amp;nbsp;รวมถึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำลายพรรคการเมือง การที่จะทำให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน จะต้องมี &amp;nbsp;ส.ส.ร.ที่เลือกตั้งจากประชาชนเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชนโดยตรง ไม่เช่นนั้นเราจะอยู่ในมือเผด็จการไปโดยตลอด ไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่ครั้งก็จะได้นายกรัฐมนตรีคนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้พิสูจน์แล้วว่าสิทธิประชาชน การเข้าถึงทรัพยากรของประเทศชาติ ความเหลื่อมล้ำมีมากเหลือเกินจากผลพวงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ลิดรอนสิทธิของประชาชน พรรคมีหน้าที่ยืนแถวหน้าที่จะดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้เราจะเปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนมาร่วมดีไซน์รัฐธรรมนูญฉบับหน้า ให้สิทธิประชาชนร่วมเขียนด้วยกัน ไม่ใช่ใช้คนไม่กี่คนเขียน
ไม่แก้ รธน. &amp;#39;ลุงตู่&amp;#39; กลับมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิแต่ไม่ให้โอกาสประชาชน ดังนั้นจำเป็นต้องแก้ให้เป็นประชาธิปไตย เราเสนอให้มี ส.ส.ร. 200 &amp;nbsp;คน ให้ประชาชนเลือกเข้ามาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ หากปล่อยไว้ไม่แก้ก็จะได้ลุงตู่เข้ามาบริหารประเทศอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวย &amp;nbsp;เพราะขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ในประเทศขนาดไม่มีผู้ติดเชื้อโควิดถึง 30 วัน ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจ ถ้ายังเป็นเผด็จการคงไม่มีใครกล้ามาลงทุน รัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อสร้างให้มีการสืบทอดอำนาจ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เราต้องการผู้นำที่มีความสามารถ เก่งเป็นพิเศษ ไม่ใช่โง่เป็นพิเศษ บอกให้คนเคารพกฎหมาย แต่ตัวเองกลับฉีกกฎหมาย รัฐธรรมนูญ 2534 แม้จะแก้ไม่ได้เลย ก็ยังแก้ได้ ถ้าประชาชนไม่ยอม อะไรก็ขวางไม่อยู่ ต่อให้รถถัง เรือดำน้ำ ก็ขวางไม่อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวถึงวันครบรอบการปฏิวัติสยาม 24 มิถุนายน &amp;nbsp;พ.ศ.2475 โดยคณะราษฎรว่า อยากร่วมกับคนไทยทุกคนรำลึกถึงวันสำคัญนี้ เพื่อไม่ให้ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา รวมถึงอีกหนึ่งบุคคลที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ เป็นอีกหนึ่งในคณะราษฎร ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ครั้งนี้ นั่นคือ นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ อยากเห็นการต่อสู้ทางการเมืองจากนี้ไปเป็นการต่อสู้กันในเชิงหลักการและในเชิงความคิด ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรม ใช้ผลงานพิสูจน์ &amp;nbsp;ไม่ใช้วิธีการหรือเครื่องมือที่สกปรกเข้าสู่อำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ในโอกาสรำลึก 88 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทำไมไม่มีการจัดงานรำลึกวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงให้ยิ่งใหญ่เหมือนกับนานาชาติ สำหรับวันที่มีความสำคัญต่อระบบการปกครองของประเทศ อีกทั้งวันนี้ไม่ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการด้วยประเด็นที่น่าประหลาดใจเพิ่มขึ้น คือเมื่อมีประชาชนจะจัดกิจกรรมรำลึกถึงวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลับมีข่าวจากโฆษกกระทรวงกลาโหมว่า กิจกรรมที่จัดขออย่าให้ก้าวล่วงกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย เห็นว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ต้องการผลักดันแนวคิดเรื่องรวมไทยสร้างชาติ ด้วยการกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติจริง ก็ควรต้องเริ่มด้วยการคิดใหม่ทำใหม่ โดยเฉพาะต้องยอมรับความจริงว่าที่การเมืองมีปัญหาประชาธิปไตยอ่อนแอ เป็นเพราะกติกาในรัฐธรรมนูญปี 60 ที่เครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ร่างขึ้นมาเอง เพียงเพราะหวังใช้การเลือกตั้งเป็นบันไดสืบทอดอำนาจ หากต้องการเป็นรัฐบาลนิวนอร์มอลหรือต้องการรวมไทยสร้างชาติจริง ก็ต้องยอมรับความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มาให้กำลังใจนายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) นักกิจกรรมและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.กาฬสินธุ์ จากกรณีที่นายปิยรัฐซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกครบรอบ 88 ปีการอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 เมื่อย่ำรุ่งวันนี้ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบติดตามตัวและพยายามเข้าควบคุมตัวโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมาทราบทีหลังว่าเจ้าหน้าที่ต้องการตัวไปดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนายปิยรัฐได้เดินทางมาเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเมื่อเที่ยงวันนี้
เช็กอาวุธสงครามโยงการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดกิจกรรมครบรอบ 88 ปีอภิวัฒน์สยามว่า ได้รับรายงานว่ามีการจัดกิจกรรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนจะมีการขออนุญาตหรือไม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในด้านการข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการพบอาวุธสงครามจำนวนมากที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มีความเชื่อมโยงกับการจัดกิจกรรมครบรอบ 88 ปี 2475 หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ มีความคิดอุดมการณ์ทางการเมือง แต่จะนำไปใช้กับใคร กลุ่มไหน ต้องสืบสวนขยายผลต่อ และถ้าจับไม่ได้ก็มีโอกาสที่จะเข้าถึงกรุงเทพฯ เพราะการตรวจยึดได้ที่แนวชายแดนจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 2 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของอาวุธสงคราม แต่เท่าที่ตรวจสอบทั้ง 2 คนไม่มีประวัติเกี่ยวกับการค้าอาวุธ แต่มีแนวคิดทางการเมือง แต่จะฝั่งไหนฝ่ายไหนขอเป็นแนวทางการสอบสวน เคารพในความคิด &amp;nbsp;แต่ถ้าแนวคิดนำไปปฏิบัติแล้วผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีไปตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อมีการจัดกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมักจะมีการจับอาวุธสงครามได้บ่อยครั้ง เป็นการจัดฉากหรือเพื่อต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะตอบว่า เขาจะทำไปเพื่ออะไร มันไม่ได้เกิดประโยชน์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาเพื่อบังคับให้ประชาชนอยู่ในกฎ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส คงไม่มีใครอยากไปทำอะไรเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือหรือเงื่อนไขการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีการจับกุมนี้เพราะมีการข่าวมาก่อนแล้ว ทำไมถึงมาจับช่วงนี้ตอบไม่ได้ เรามีหน้าที่จับก็ต้องจับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ร.4) ยึดอาวุธปืนสงคราม เช่น เอ็ม 16, เอ็ม 79, อาร์ก้า, &amp;nbsp;ปืนกล และวัตถุระเบิดอีกจำนวนหนึ่งได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมควบคุมตัวชายไทย 2 &amp;nbsp;คน ว่า ฉก.ร.4 เป็นหน่วยปฏิบัติในการเข้าไปจับกุม ข้อมูลที่มีเป็นเพียงข้อมูลในเบื้องต้น ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล ซึ่งได้ส่งตัวทั้ง 2 คนไปที่ส่วนกลางแล้วเพื่อให้ตำรวจสืบสวนหาข้อมูลเชิงลึกต่อไป โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธต่างๆ ที่ยึดได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการนำไปก่อความไม่สงบ หรือไม่ เพราะอาวุธบางประเภท เช่น เอ็ม 79 ในอดีตก็เคยมีประวัติในการนำไปใช้ในการก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ มีการหาซื้อไม่ยากนัก ยังมีประเด็นในเรื่องของการนำอาวุธเพื่อไปแลกยาเสพติดหรือไม่ แต่ทั้งหมดต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผู้ต้องหาเป็นคนไทย ไม่ใช่ต่างด้าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งการให้ทหารตรวจสอบกรณีนี้เป็นการเร่งด่วนอีกทาง และสั่งการให้ขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและสอบปากคำผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าอาวุธสงครามจำนวนมากนั้นมาจากไหน เป็นของทหารที่สูญหายไปหรือไม่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่มีการชุมนุมที่ผ่านมา โดยต้องตรวจสอบเลขทะเบียนที่ติดอยู่กับอาวุธและกระสุนปืนทั้งหมด ส่วนที่มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้นก็อาจเป็นไปได้ เพราะช่วงเวลาตรงกับช่วงวันสัญลักษณ์พอดี แต่หากวิเคราะห์ลึกๆ แล้วถ้าเกี่ยวข้องกับการเมืองจริงๆ อาวุธสงครามมักจะจับกุมได้ในจังหวัดปริมณฑลใกล้ๆ กทม.มากกว่าจังหวัดที่อยู่ตามชายแดน แต่ทั้งนี้ทางฝ่ายทหารจะมีการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณชายแดนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า​ ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ ส่วนจะโยงการเมืองหรือไม่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอยู่ ส่วนจะขยายผลเชื่อมโยงไปยังพื้นที่อื่นหรือไม่ ก็ต้องรอผลการสืบสวนว่าเป็นของใครมาจากที่ใด ต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็ว &amp;nbsp;รวมถึงสอบสวนว่าเป็นเรื่องของการค้าขายอาวุธตามแนวชายแดนหรือไม่ด้วย ซึ่งจะต้องขยายผล เพราะหากเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายก็ต้องจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​ความเคลื่อนไหวทางการเมืองตอนนี้ มีอะไรน่าเป็นห่วงจนต้องสร้างสถานการณ์บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนที่มีการทำกิจกรรมทางการเมืองในวันนี้ 24 มิ.ย. ก็อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ส่วนจะมีการขยายผลหลังจากนี้หรือไม่ เราก็ต้องดู ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องการเมือง เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้เพื่อดูสถานการณ์โควิดเท่านั้น อย่าเอามาเกี่ยวข้องกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพร เสรีรักษ์, นภาพร เพ็ชร์จินดา, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช, รยุศด์ บุญทัน, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef36234c4c53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอเคนะคะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เก็บตกวันโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ทุกคนถึงกับร้อง &amp;ldquo;โอ้โห&amp;rdquo; กับผลการลงมติของ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยพี่ใหญ่ฟาดคะแนนโหวตไว้วางใจจาก ส.ส.มากกว่าใครในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย โดยได้คะแนนถึง 277 คะแนน ไม่ไว้วางใจ 50 และงดออกเสียง 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับคะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 49 งดออกเสียง 2 เสียง แม้จะได้น้อยกว่า &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; แต่ช่วงลงมติของนายกรัฐมนตรี มีสีสันและช็อตเรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลันสิ้นเสียง &amp;ldquo;ชวน หลีกภัย&amp;rdquo; ประธานสภาฯ ประธานการประชุมขณะนั้นสั่งปิดการลงมติของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นภาพร เพ็ชร์จินดา&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การโหวตของดิฉันครั้งแรกน่าจะมีปัญหา ถ้าเกิดเห็นว่าไม่มีชื่อดิฉันในการโหวตของท่านประยุทธ์ ดิฉันขอลงมติว่าดิฉันไม่ไว้วางใจ แม้ว่าท่านจะยิ้มหวาน แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวลาเดียวกันนั้น นายกฯ ลุงตู่ได้ยกมือขึ้นมาจีบเพื่อจับแว่นตาที่ตนเองใส่อยู่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายท่าโอเค เมื่อ &amp;ldquo;ส.ส.เป้&amp;rdquo; เห็นเข้า จึงทำนิ้วโอเคพร้อมยิ้มหวานส่งกลับไปยังนายกฯ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม...ช็อตนี้ถ้าคนทางบ้านเห็นจะไม่สบายใจเอานะ อิอิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58895</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, นภาพร เพ็ชร์จินดา, มินนี่เมาธ์, โอเคนะคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440014a98e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาเหรดป้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; พปชร.ตีมึนกฐินซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; จองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลังเปิดสภา 1 พ.ย.นี้ ลั่นหากมีหลักฐานและข้อเท็จจริงต้องยื่นซักฟอกทันที &amp;quot;เด็กพรรคเสรีพิสุทธ์&amp;quot; โต้ &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เป็นองครักษ์ลุงตู่ เสียดายเป็น ส.ส.หลายสมัยแต่ไม่เข้าใจกฎหมาย ย้ำรัฐบาลถวายสัตย์ฯ ไม่ครบยังไม่เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องจะทำงบประมาณได้ไง &amp;nbsp;รองโฆษก พปชร.งง เพิ่งเป็นรัฐบาลนึกไม่ออกจะซักฟอกเรื่องอะไร &amp;nbsp;ประธานญาติวีรชนฯ ซัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แก้ความขัดแย้งล้มเหลว แต่ตีกัน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; เป็นนายกฯ โพลตอกย้ำกังวลความขัดแย้งเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า วันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนใหญ่พูดถึงสิ่งที่ดำเนินการมาแล้ว เช่น การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา รวมถึงมีการหารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงเปิดสมัยประชุมสภาหลังวันที่ 1 พ.ย.ด้วย ซึ่งเป็นการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ หลักการของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป้าหลักจะไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรีและกระทรวงใหญ่ที่มีงบประมาณรวมถึงบุคลากรจำนวนมาก ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบหาหลักฐานที่มีน้ำหนักมากที่สุด ทั้งนี้ มีสมาชิกพรรคบางคนบอกว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ หากรีบอภิปรายจะเร็วไปหรือไม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเงื่อนของเวลา ถ้ารัฐบาลทำงานดี บริหารงานมีประสิทธิภาพ ต่อให้เวลาผ่านไปเป็นปีก็อภิปรายไม่ได้ แต่ทางกลับกัน หากทำงานผิดพลาด รวมถึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต บริหารงานไป 1 หรือ 2 เดือนก็ต้องอภิปราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นการจะอภิปรายเมื่อไหร่จึงขึ้นอยู่กับหลักฐานและข้อเท็จจริง เพราะการอภิปรายจะมีผลทั้งบวกทั้งลบ ถ้าหลักฐานเราไม่แน่นพอ รัฐบาลชี้แจงได้ฝ่ายค้านก็จะขาดความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าข้อมูลเราดี ก็อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงอยู่ในขั้นการรวบรวมหลักฐาน หากมีน้ำหนักและข้อมูลเพียงพอ เราจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที ไม่ต้องรอให้ไปถึงปลายเดือน ธ.ค. และหลังจากเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 1 พ.ย. คงได้มีการหารือร่วมกันพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่เห็นด้วยที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เข้าชี้แจงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณและการจัดทำงบประมาณ แต่ควรใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่า ว่าการใช้เวทีกรรมาธิการไม่ผิด ถือว่าเป็นการใช้เวทีที่เหมาะสมแล้ว เพราะความเหมาะสมหรือไม่นั้น อยู่ที่แต่ละบุคคลแต่ละกรณี เรื่องนี้เคยมีการใช้เวทีสภาอภิปรายอย่างที่นายเทพไทพูดแล้ว แต่นายกฯ ไม่ตอบคำถาม และสภาก็ไม่ได้คำตอบอะไรจากวิธีดังกล่าวเลย ดังนั้นการให้มาชี้แจงใน กมธ.จึงเป็นกลไกหนึ่งที่จำเป็นต้องทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าจะได้คำตอบดีกว่าการอภิปรายหรือซักฟอกทั่วไป เพราะการซักถามใน กมธ.เป็นการพูดคุยวงแคบ สามารถซักถามหรือพูดคุยกันได้ในหลายอารมณ์ คนตอบหากไม่ประสงค์จะตอบให้สาธารณะรับรู้ ก็สามารถตอบใน กมธ.ได้ การเชิญนายกฯ มาชี้แจงเข้าใจว่าเขาอยากได้ข้อเท็จจริงมากกว่าการเล่นเกมการเมือง เพราะถ้ามุ่งเน้นจะเล่นเกมการเมือง ต้องใช้การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 หรือ 151 ของรัฐธรรมนูญ&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะฝ่ายบริหาร ควรสละเวลาให้ความร่วมมือมาให้ข้อมูลกับ กมธ.เพื่อตอบคำถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น อะไรแจงได้ก็แจงไป จะได้จบ ถ้าทุกฝ่ายเคารพประชาชน ให้ความร่วมมือกันในการทำงาน จะเป็นบรรยากาศที่ดีของการสร้างประชาธิปไตยและความปรองดองของคนในประเทศ ความกลัวทำให้เสื่อม ไม่มีอะไรต้องกลัว ควรดูตัวอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ยังสละเวลามาชี้แจง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่มาเสียชื่อหมด เดี๋ยว กมธ.เขาหาว่ากลัว เพราะปรกติ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
&amp;quot;เด็กเสรีฯ&amp;quot;ตอบโต้&amp;quot;เทพไท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าเห็นข่าว ส.ส.หลายสมัยออกมาสอนมวย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แล้วคุ้นๆ แต่งานนี้คนที่จะ &amp;quot;จุก&amp;quot; คือคนที่คิดว่าตนเองเป็น ส.ส.หลายสมัย หรือคนสอนมวย เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ใช่แค่ ส.ส.สมัยแรก แต่ทำงานเกี่ยวข้องกับกฎหมายและงานสอบสวนมาทั้งชีวิต ส่วนตัวรู้สึก &amp;quot;เสียดาย&amp;quot; 4 ข้อจริงๆ 1.เสียดายแทน ส.ส.หลายสมัย เพราะการกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้ความรู้สึกส่วนตัว ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทชัดเจน ส.ส.หลายสมัยคงลืมไปว่าการพูดนอกสภาเช่นนี้จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง 2.การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญเห็นชัดเจนว่าประพฤติมิชอบตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ฟันธงเรื่องนี้ สงสัยว่าท่านคงคิดว่าตนเองเหนือกว่าศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เสียดายที่ ส.ส.หลายสมัยแสดงความคิดเห็นว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ควรนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ มันช้าและไม่ทันเกมฝ่ายค้านเลย ส.ส.สมัยแรกรู้กันทั้งสภาแล้วว่าเรื่องนี้มีการเตรียมข้อมูลไว้เกิน 100% แล้วนายกฯ โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ 1,000% และถ้านายกฯ ไม่ไปชี้แจง กมธ. ก็จะมีเรื่องให้ไม่ไว้วางใจเพิ่มเป็น 2 เด้ง ฐานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าจะเป็น &amp;quot;องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่&amp;quot; ควรไปเตรียมข้อมูลไว้เพื่ออธิบายแก้ตัวให้ลุงตู่ในสภาจะดีกว่า 4.เสียดายที่แนะนำว่าเรื่องการจัดทำงบประมาณไม่ถูกต้อง ควรใช้บทบาทของกรรมาธิการการเงินการคลัง &amp;nbsp;เพราะ 1) ไม่รู้เลยหรือว่าประธาน กมธ.การเงินการคลังเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลที่จะไม่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว 2) จับประเด็นเรื่องนี้ผิด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวเนื้อหาของงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นเรื่องความไม่ชอบธรรมของคนจัดทำงบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พูดง่ายๆ คือ รัฐบาลถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ถือว่ายังไม่เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อยังไม่เป็นรัฐบาล จะมาทำงบประมาณได้ไง เรื่องเท่านี้ ส.ส.หลายสมัยน่าจะเข้าใจ เพราะคนเขาเข้าใจกันทั้งประเทศ แล้วน่าเสียดายจริงๆ&amp;rdquo; น.ส.นภาพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า เป็นสิทธิของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจงฝ่ายค้านในทุกเรื่อง แต่รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่นาน ตนยังนึกไม่ออกว่าจะอภิปรายเรื่องอะไร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องคอยไปชี้แจงฝ่ายค้านในสภาเป็นระยะๆ ทั้งกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ฯ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ถึง 3 วัน ทั้งๆ ที่ควรจะเอาเวลาเหล่านี้ไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ จึงนึกไม่ออกจริงๆ ว่าฝ่ายค้านจะเอาเรื่องอะไรมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 รัฐบาลก็สามารถชี้แจงได้หมด ดังนั้นหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มั่นใจว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงได้ วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ก้าวเข้าสู่โลกข้อมูลข่าวสาร หากอภิปรายไม่สร้างสรรค์ ไม่มีสาระสำคัญ หรือมุ่งอภิปรายโจมตีรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน อยากจะให้ฝ่ายค้านให้เวลาในการทำงานให้กับบ้านเมืองก่อนจะดีกว่าหรือไม่ เมื่อมีข้อมูลว่ารัฐบาลทำงานบกพร่อง หรือไม่ชอบมาพากล ก็ค่อยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
หาบรรทัดฐานเคส&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค อนค. ร่วมเป็นหนึ่งใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ในสัดส่วนของ อนค.ว่า ตนเข้าใจว่า กมธ.วิสามัญอนุญาตให้เป็นได้ทั้ง ส.ส.และคนนอก แต่ในกรณีนี้นายธนาธรถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. แต่ไปเป็น กมธ.ในสัดส่วนคนนอก แต่ลงมติไม่ได้ สามารถเป็นไปได้ทำจริงหรือไม่ เพราะถือว่าการลงมติเป็นหน้าที่ของ กมธ.ทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากยังให้นายธนาธรปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการในฐานะคนนอก อะไรคือเครื่องมือยืนยันว่านายธนาธรจะไม่ลงมติในที่ประชุม ใครจะมีอำนาจสั่งห้ามนายธนาธรไม่ให้ลงมติได้ และคำถามต่อว่าหากนายธนาธรลงมติดังกล่าว ผลการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เป็นโมฆะในอนาคตหรือไม่ กรรมาธิการควรหาข้อสรุปในเรื่องนี้ บรรทัดฐานในเรื่องนี้ควรข้อสรุปอย่างไร สภาชุดนี้ควรไตร่ตรองและสร้างมาตรฐานสำหรับกรณีเช่นนี้ เพื่อนำไปใช้ในอนาคตจะได้ไม่เป็นข้อถกเถียงกันในอนาคตต่อไป&amp;quot; นายสิระกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง ภาคีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย และตัวแทน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายโคทม อารียา ตัวแทนภาคีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย แถลงเสนอหลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนจากทุกภาคส่วน และเปิดกว้างให้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพทางวิชาการ และเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่ 2.ต้องทำให้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครอง และยุติการสืบทอดอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน 3.ต้องทำให้เกิดฉันทามติร่วมกันในสังคมเพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 4.ต้องทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งมั่นคงขึ้นพร้อมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทางด้านต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้ถกแถลงและปรึกษาหารือกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาคีฯ จะร่วมกันจัดเวทีถกแถลงเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจว่า ทำไมจึงกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ยึดรัฐราชการเป็นศูนย์กลาง จึงไม่อาจแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้ ขณะที่ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;rdquo; จะเป็นทางออกของการแก้ปัญหาประเทศชาติและประชาชนที่ดีกว่า นอกจากนี้ ภาคีฯ จะจัดให้มีคณะกรรมการอำนวยการทำหน้าที่ประสานงานเพื่อดำเนินการและจัดกิจกรรมโดยมีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเป็นจุดหมาย&amp;quot; นายโคทมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ในฐานะเลขาธิการคณะอำนวยการภาคีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า จากข้อสรุปในวันนี้ เราได้ประสานที่จะไปพบนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอจัดตั้งโครงสร้างของเวทีถกแถลงเพื่อเป็นพื้นที่ทำให้ประชาชนทุกภาคส่วน ประชาชน รัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ส.ส. ส.ว. หารือร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมี ที่คล้ายกับสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ ปี 2540 (ส.ส.ร.) จะมีการรณรงค์ควบคู่กันไปที่จะให้แก้มาตรา 256 ให้เปิดช่อง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้ ยังคิดว่าจะมีการจัดกิจกรรมเดินวิ่งเพื่อประชาธิปไตยในวันรัฐธรรมนูญที่ 10 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ปรองดองล้มเหลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังติดหล่มอยู่กับความแตกแยกทางความคิดขัดแย้งทางการเมือง สืบเนื่องจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไร้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง หลัง คสช.ยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.2557 ผ่านมา 5 ปีกว่าก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำตามสัญญา ข้อเสนอของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ก็ไม่ได้นำไปใช้ กลับซื้อเวลาเพื่อสืบทอดอำนาจของตนเองออกไปเรื่อยๆ ซ้ำเติมด้วยการเพิ่มความขัดแย้งมากยิ่งกว่าเดิม ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวที่ไม่อาจคาดการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า หลังมีชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เป็นนายกฯ คนต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกว่าเป็นนายกฯ ไม่ง่าย ซึ่งเหมือนเป็นการตีกันไม่ให้ใครคิดอยากจะเป็นนายกฯ ในภาวะที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งทางความคิดเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะตนเองไม่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้ง ในเมื่อเป็นผู้นำประเทศมา 5 ปีกว่าแล้ว แต่ประสบความล้มเหลว ประชาชนก็ย่อมต้องแสวงหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาแก้ปัญหาของบ้านเมือง สำหรับ พล.อ.อภิรัชต์ ในฐานะที่เป็นทหารของพระราชา จะต้องตระหนักถึงวิกฤติของบ้านเมือง และพร้อมออกมาคุ้มครองประชาชนที่กำลังประสบทุกข์ยาก หากสามารถสร้างความรัก ความสมานฉันท์สามัคคีเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันตามพระราชดํารัสในหลวง ทำให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขสันติดังเดิมได้ ก็มีสิทธิ์เป็นนายกฯ ได้เช่นเดียวกัน หากสามารถนำพาประเทศไปสู่ความสามัคคีสมานฉันท์ และสร้างความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ ก็เป็นผู้นำประเทศแทน พล.อ.ประยุทธ์ได้ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเป็นผู้นำต้องมีใจกว้าง รับฟังประชาชนทุกส่วน และทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ บ้านเมืองเรามีคนเก่งมากมาย ถ้าหากผู้นำประเทศมีความใจกว้าง ไม่คับแคบเอาแต่พรรคพวก รู้จักรับฟังคำแนะนำของผู้รู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน เก่งด้านบริหาร นายชวน หลีกภัย ผู้ซื่อสัตย์สุจริต อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักปราชญ์สยาม ผู้มีความจงรักภักดีไม่ยอมให้มีการอ้างอิงมาตรา 112 ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ที่สำคัญหากสามารถนำพาประเทศไปสู่ความสามัคคีสมานฉันท์และสร้างความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ ก็เป็นผู้นำประเทศแทนพล.อ.ประยุทธ์ได้ทั้งนั้น&amp;rdquo; นายอดุลย์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค 1,253 หน่วยตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงความคาดหวังของประชาชนต่อความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยหลังการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.44 ระบุว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะเพิ่มขึ้น รองลงมา ร้อยละ 31.36 ระบุว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะเท่าเดิม, ร้อยละ 23.94 ระบุว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะลดลง, ร้อยละ 7.18 ระบุว่าจะไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองอีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นต่อความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.85 ระบุว่าความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้น รองลงมา ร้อยละ 36.71 ระบุว่าเท่าเดิม, ร้อยละ 14.53 ระบุว่าลดลง, ร้อยละ 3.35 ระบุว่า ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองอีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสาเหตุของความขัดแย้งพบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.34 ระบุว่าการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง รองลงมา ร้อยละ 42.19 ระบุว่าผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว, ร้อยละ 32.64 ระบุว่า อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน, ร้อยละ 14.04 ระบุว่า ความเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล, ร้อยละ 12.87 ระบุว่าความขัดแย้งส่วนบุคคล, ร้อยละ 7.23 ระบุว่าความต้องการปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของฝ่ายตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง พบว่า ร้อยละ 21.43 ระบุว่ามีความกังวลมาก เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลงกว่าเดิม นักลงทุนต่างชาติก็ไม่กล้าเข้ามาลงทุน ขณะที่บางส่วนระบุว่ากลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบในอดีตที่ผ่านมา, ร้อยละ 33.14 ระบุว่า ค่อนข้างมีความกังวล กลัวว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะแย่กว่านี้, ร้อยละ 20.51 ระบุว่าไม่ค่อยมีความกังวล เพราะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง รัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้, ร้อยละ 24.09 ระบุว่าไม่มีความกังวลเลย เพราะไม่ถึงขั้นรุนแรงหรือน่ากังวล และเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นภาพร เพ็ชร์จินดา, สิระ เจนจาคะ, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db59a967cba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กเสรีพิศุทธ์&#039;ถอนหงอกเทพไทโต้แทนนายทุกเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.2562- น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.เข้าชี้แจงเรื่องการถวายสัตย์ปฎิญาณ และการจัดทำงบประมาณ ว่าไม่เหมาะสม 4 ประการ โดยระบุว่า เห็นข่าว ส.ส.หลายสมัยออกมาสอนมวย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แล้วคุ้นๆ แต่งานนี้คนที่จะจุกคือคนที่คิดว่าตนเองเป็น ส.ส.หลายสมัยหรือคนสอนมวย เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ใช่แค่ ส.ส.สมัยแรก แต่ทำงานเกี่ยวข้องกับกฎหมายและงานสอบสวนมาทั้งชีวิต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเคารพใน ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งหลายสมัย เพราะถือเป็นผู้อาวุโส แต่ได้ฟัง facebook live ของ ส.ส.หลายสมัยท่านหนึ่งแล้ว รู้สึกเสียดาย 4ข้อจริงๆ 1.เสียดายแทน ส.ส.หลายสมัย เพราะการพูดเช่นนี้สามารถพูดและถกเถียงกันในสภาได้ แต่กลับเอามาพูดนอกสภา พูดกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้ความรู้สึกส่วนตัว ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทชัดเจน ส.ส.หลายสมัยคงลืมไปว่าการพูดนอกสภาเช่นนี้จะไม่ได้รับเอกสิทธ์คุ้มครอง ตามมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าเสียดายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เสียดายที่ ส.ส.หลายสมัยฟันธงว่า การถวายสัตย์และการจัดทำงบประมาณ ไม่เข้าข่ายการทุจริตและประพฤติมิชอบ จริงอยู่ที่อาจจะไม่ทุจริต แต่การถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญเห็นชัดเจนว่าประพฤติมิชอบตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศนี้ หรือ ส.ส.หลายสมัยคิดว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ฟันธงเรื่องนี้ สงสัยว่า ส.ส.หลายสมัยท่านนี้คงคิดว่าตนเองเหนือกว่าศาลรัฐธรรมนูญ ท่านคิดผิดแล้ว น่าเสียดายจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เสียดายที่ ส.ส.หลายสมัยแสดงความคิดเห็นว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ควรนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้มันช้าและไม่ทันเกมฝ่ายค้านเลย ส.ส.สมัยแรกรู้กันทั้งสภาแล้วว่าเรื่องนี้มีการเตรียมข้อมูลไว้เกิน 100% แล้วขอ บอกด้วยว่านายกรัฐมนตรีโดยอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ 1000% &amp;nbsp;และถ้านายกฯไม่ไปชี้แจ้ง กมธ.ก็จะมีเรื่องให้ไม่ไว้วางใจเพิ่มเป็น2เด้งฐานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ผู้นำประเทศนี้ควรจะมี ในฐานะ ส.ส.สมัยแรกไม่อยากจะแนะนำกลับเลยว่า ถ้าจะเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ควรไปเตรียมข้อมูลไว้เพื่ออธิบายแก้ตัวให้ลุงตู่ในสภาจะดีกว่า และควรจะทันเกมของฝ่ายค้านซักนิดคงจะดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เสียดายที่ ส.ส.หลายสมัยแนะนำว่าเรื่องการจัดทำงบประมาณไม่ถูกต้องควรใช้บทบาทของกรรมาธิการการเงินการคลัง &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;1) ส.ส.หลายสมัยท่านนั้นไม่รู้เลยหรือว่าประธานกรรมาธิการการเงินการคลังเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลที่จะไม่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว &amp;nbsp;2) ส.ส.หลายสมัยจับประเด็นเรื่องนี้ผิด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวเนื้อหาของงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;แต่เป็นเรื่องความไม่ชอบธรรมของคนจัดทำงบประมาณ พูดง่าย ๆ คือ รัฐบาล ถวายสัตย์ ไม่ครบ ถือว่า ยังไม่เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อยังไม่เป็นรัฐบาล จะมาทำงบประมาณได้ไง &amp;nbsp;เรื่องเท่านี้ ส.ส.หลายสมัยน่าจะเข้าใจ เพราะ คนเขาเข้าใจกันทั้งประเทศแล้ว น่าเสียดายจริงๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48940</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, นภาพร เพ็ชร์จินดา, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, เทพไท เสนพงศ์, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db52f25579c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
