<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.ราชินีห้ามชู3นิ้ว ผู้ปกครองไม่พอใจลาออกได้/‘บิ๊กตู่’ลงระยองไร้คิวพบเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตา &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.ระยอง-จันทบุรี 24-25 ก.ย.นี้ อ้างภารกิจแน่นไม่มีเวทีพบนักศึกษา&amp;nbsp; &amp;quot;สาธิต&amp;quot; รุดหารือกลุ่มเคลื่อนไหวในพื้นที่ มั่นใจราบรื่นดี เผย &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; จัดกิจกรรมที่บ้านเพดักหน้า 1 วัน ฝ่ายความมั่นคงโต้ข่าวรัฐประหารหวังสร้างความหวาดระแวงรัฐบาล-กองทัพลั่น &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ผนึกเอกภาพได้ กห.ฟันธงแค่ข่าวเท็จขอ ปชช.หนักแน่น &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ย้ำอีกหากเอาตามข้อเรียกร้อง 10 ข้อได้รัฐประหาร 100% เยาวชนเมินเข้าร่วม กมธ.รับฟังฯ &amp;quot;รร.ราชินี&amp;quot; เดือด นร.โดนบูลลี่ออกประกาศห้ามก้าวล่วงสถาบันฯ ใครฝ่าฝืนให้ลาออกไปเรียนที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 สิงหาคม นายอนุชา บูรพชัยศรีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ วันที่ 24-25 ส.ค.นี้ว่า ในวันที่ 24 ส.ค. เวลา 08.30-11.30 น. นายกฯร่วมประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 3 ร่วมกับผู้นำ 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนมา เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในมิติต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯ จะลงพื้นที่ จ.ระยอง โดยตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง ในช่วงบ่าย นายกฯ เป็นประธานเปิดทางหลวง ระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด และเยี่ยมชมตลาดสินค้าครบวงจร (ตลาด 100 เสา) เทศบาลบ้านเพ พร้อมพบปะตัวแทนผู้ประกอบการการท่องเที่ยว จ.ระยอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 25 ส.ค. นายกฯ เป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือที่อยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จากนั้นเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 3 (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) และเป็นประธานการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 เมื่อจบการประชุม ครม. จะตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick off) ที่ทางหลวงหมายเลข 3249 กม.3+164 ตอนควบคุม 0100 เขาไร่ยา-แพร่งขาหยั่ง ตำบลแสลง อ.เมืองจันทบุรี ก่อนเดินทางกลับ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของนายกฯ ที่ จ.ระยอง จะพบกับกลุ่มเยาวชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วยหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีอยู่ในกำหนดการ เนื่องจากภารกิจของนายกฯมีค่อนข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์? ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ดูแลเต็มที่อยู่แล้ว? โดยเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ทาง จ.ระยอง ได้ลงไปเตรียมการในเรื่องสถานที่ต่างๆ ส่วนเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย ตนได้พยายามไปหารือกับบุคคลที่คาดการณ์ว่าจะมาเคลื่อนไหว แต่อย่างไรก็ตาม ?ก็เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพที่จะมาแสดงออก แต่ขอให้อยู่ในความสงบและเรียบร้อย เราไปในพื้นที่ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด? ดังนั้น?จึงพยายามพูดคุยทำความเข้าใจกัน? ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร มีความมั่นใจว่าราบรื่นด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลที่จะเคลื่อนไหวหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ และให้ทางจังหวัดไปทำความเข้าใจ อาจจะมีความเคลื่อนไหวของทีมผู้สมัคร ในระดับท้องถิ่นที่ประกาศตัวว่าจะลงสมัคร แต่คงไม่มีอะไรมาก ส่วนจะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเคลื่อนไหวนั้น คาดว่าจากส่วนกลางคงไม่มี เพียงแต่วันที่ 23 ส.ค. จะมีกิจกรรมของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ซึ่งได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วที่จะจัดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านเพ อ.เมืองระยอง โดยนายธนาธรจะไปทำกิจกรรม ซึ่งมีการแจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว มั่นใจว่าไม่มีอะไร ส่วนเรื่องการเตรียมสถานที่และการรักษาความปลอดภัย ฝ่ายความมั่นคงดูแลเต็มที่
สยบข่าวลือรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้นว่า เป็นการปล่อยข่าวของฝ่ายตรงข้าม เพื่อปลุกกระแสทางโซเชียลมีเดียให้เกิดความเคลื่อนไหว หรือต้องการหวังเช็กกระแสอะไรหรือไม่ และเพื่อต้องการให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ซึ่งยืนยันว่าตอนนี้กองทัพยังถือเป็นกลไลหนึ่งในการทำงานของรัฐบาล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าที่เป็น รมว.กลาโหม สามารถดูแลกองทัพให้เป็นเอกภาพได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมองว่าเรื่องนี้เป็นการสร้างกระแสเพื่อให้สอดรับกับ 2 จุดยืนของคณะประชาชนปลดแอกที่ห้ามทำรัฐประหาร และห้ามตั้งรัฐบาลแห่งชาติ รวมทั้งสอดรับกับการขึ้นปราศรัยของบรรดาแกนนำคณะประชาชนปลดแอก ที่มีการพูดถึงประวัติศาสตร์การทำรัฐประหาร และใกล้ถึงวันครบรอบเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ด้วย โดยฝ่ายความมั่นคงจะต้องประเมินสถานการณ์และจับตาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงข่าวลือรัฐประหารว่า เป็นข่าวเท็จ โดยเฉพาะสถานการณ์ของประเทศปัจจุบัน ที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีความพยายามสร้างข่าวเท็จ ปลุกให้เกิดความหวาดระแวงกันในสังคมมากขึ้น ประชาชนทุกคนทุกฝ่าย ควรใช้ดุลยพินิจรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างรอบด้าน โดยขอให้หนักแน่น เชื่อมั่นกันและกัน พร้อมรวมใจไทยสร้างชาติ แก้ปัญหาดังกล่าวไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ระบุถึงข่าวลือ 2 เรื่องคือ สหรัฐจะตั้งฐานยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ในไทยนั้น เป็นข่าวลือ ไม่เป็นความจริง เพราะการตั้งฐานขีปนาวุธในไทยจะทำให้ไทยอยู่ในความเสี่ยงของสงคราม เป็นเรื่องใหญ่มาก เท่ากับชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน คนไทยต้องเดือดร้อน ไม่มีประโยชน์คุ้มค่าเลย ส่วนข่าวลือเรื่องการรัฐประหารโดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน 10 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าขยับไปถึงการเรียกร้อง 10 ข้ออีก ท้ายที่สุดจะหนีไม่พ้นการรัฐประหาร ข่าวลือการรัฐประหาร มาจากคนไทยลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศสและญี่ปุ่น หากการเคลื่อนไหวมี 10 ข้อมาผสมด้วย จะจบลงด้ายการยึดอำนาจ วันนี้เราต้องถามกันว่า ถ้าต้องการประชาธิปไตยที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องยืนตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 2 จุดยืน 1 ความฝัน แต่หากเอาตามข้อเรียกร้อง 10 ข้อ จะได้เผด็จการ 100% เท่ากับไปต่ออายุให้เกิดเผด็จการเบ็ดเสร็จขึ้นมาอีก แล้วทำกันทำไม เรากำลังจะเดินไปเพื่อเอาประชาธิปไตยหรือ เผด็จการ&amp;quot; นายจตุพรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงการชุมนุมโดยเฉพาะการจับกุมแกนนำนักศึกษา ว่าปัญหาอะไรต่างๆเหมือนกับประชาธิปไตย เราก็ต้องแก้ไขด้วยหลักการของประชาธิปไตย ก็คือการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น การพูดคุยทำความเข้าใจกัน การไม่ใช้ความรุนแรง และการคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คิดว่าถ้าทุกอย่างอยู่ในกรอบนี้เราก็คนไทยด้วยกันอยู่แล้ว พูดคุยทำความเข้าใจกันได้ อะไรที่เป็นวิกฤติ และเรามีมาตรการในการคลี่คลายเราก็ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้เหลือปัญหาของความเห็นต่างเหลือปัญหาของความขัดแย้งให้น้อยที่สุด บรรยากาศต่างๆ มันก็จะดีขึ้น ถึงจะใช้เวลาก็ต้องใช้เวลากัน แต่สำคัญที่สุดอย่าใช้ความรุนแรงกัน ใช้การเจรจาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
วอนทุกฝ่ายเจรจากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมของนักศึกษานั้น เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจกันได้หากทุกฝ่ายเปิดใจยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งวันนี้ 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษานั้น ได้รับการสนองตอบจากทุกฝ่ายแล้ว โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าเมื่อรัฐบาลแสดงความจริงใจก็น่าที่จะทำความเข้าใจกันได้ เพราะหากปล่อยให้การชุมนุมบานปลาย ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในการเปิดเวทีรับฟังปัญหาทำความเข้าใจกับกลุ่มนักศึกษาโดยเร่งด่วน ส่วนน้องๆ นักเรียนมัธยมนั้น กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเปิดพื้นที่รับฟังและทำความเข้าใจโดยเร็วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านและคณะก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ โดยการทำความเข้าใจกับกลุ่มนักศึกษาด้วย ไม่ใช่ไปยุยงปลุกปั่น ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประเทศ ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก หากมีการชุมนุมประท้วงเหมือนอดีตอีกประเทศจะเดินหน้าไม่ได้ เศรษฐกิจซึ่งแย่อยู่แล้วจะยิ่งแย่หนักกว่าเดิม ประชาชนจะเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก จึงอยากให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว เปิดโต๊ะเจรจาทำความเข้าใจกันก่อนที่จะสายเกินไปเชื่อว่ามีทางออก&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเหตุที่ต้องมีการจับกุมผู้ชุมนุม เนื่องจากตำรวจมีมาตรา 157 ค้ำคอ ซึ่งหากไม่อยากถูกจับกุมก็ให้ไปชุมนุมที่ทุ่งกุลาร้องไห้ว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยึดมั่นในกฎหมายและปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด แต่คำถามคือ การใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเลือกใช้เฉพาะกับประชาชนเท่านั้นหรือ การใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดของท่าน ไม่เคยถูกใช้กับทายาทกระทิงแดง หรือเจ้าของบ่อนพระราม 3 เลย ทั้งที่สองคดีนี้สร้างความสั่นสะเทือนและอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน แต่กลับเงียบหายไร้ความคืบหน้า กลับกันการดำเนินคดีต่อพี่น้องประชาชน รวดเร็ว เร่งด่วนเหมือนพวกเขาคือภัยคุกคาม ทั้งที่การชุมนุมของประชาชนคือสิทธิเสรีภาพที่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายมาตรา 157 ที่ท่านยกมา มีผลบังคับใช้แค่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยงั้นหรือ ไปไม่ถึงทุ่งกุลาร้องไห้หรืออย่างไร หากการใช้กฎหมายเคร่งครัดจริงจังแค่บางพื้นที่ และใช้กับแค่คนบางกลุ่ม ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร ประเทศไทยจะไปต่อกันแบบไหน ผบ.ตร.น่าจะมีคำตอบที่มีวุฒิภาวะ มีเหตุและผลมากกว่านี้ ผมหวังว่าการบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนจะเท่าเทียมกับคดีที่มีอำนาจเงินเกี่ยวข้อง&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ทั้งเหตุการณ์และ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีคำคมที่น่าสนใจของขงจื๊อที่เป็นอนุสติ ดังนี้ เพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม ทะเลาะกับลูกค้าต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี ทะเลาะกับเถ้าแก่ต่อให้ชนะก็แพ้อยู่ดี ทะเลาะกับภรรยาต่อให้ชนะก็แพ้อยู่ดี&amp;nbsp; ทะเลาะกับเพื่อนต่อให้ชนะก็แพ้อยู่ดี ทะเลาะกับประชาชนต่อให้ชนะก็แพ้อยู่ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอวิงวอนให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองและผู้ที่อยู่ในอำนาจทั้งหลาย หันหน้าเข้าหากันกับฝ่ายที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ แล้วหาทางประนีประนอมยอมผ่อนปรนกันเพื่อให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้ นำมาซึ่งความรักความสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชนชาวไทย การหักด้ามพร้าด้วยเข่า มุ่งแต่จะเอาชนะคะคานกันนั้นไม่เป็นผลดี ประวัติศาสตร์ทางการเมืองก็มีให้เห็นมากมาย&amp;quot; นายวันชัยกล่าว
เยาวชนเมินร่วม กมธ.รับฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณารับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ. ได้นัดหมาย กมธ.ประชุมเพื่อพิจารณารับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ซึ่งเป็นนัดต่อเนื่องของการประชุมเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่เริ่มเวลา 10.30 น. แต่ไม่มีตัวแทนของกลุ่มเยาวชนเข้าร่วม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประจำ กมธ.ระบุว่า ได้ประสานเชิญตัวแทนเยาวชนผ่านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนด้วยวาจา แต่ทางศูนย์ฯ แจ้งว่าไม่มีความประสงค์จะร่วมให้ความเห็น ทำให้ กมธ.ไม่ออกหนังสือเชิญตามขั้นตอนการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภราดรกล่าวในที่ประชุมว่า การทำงานของ กมธ. 21 ส.ค.จะสรุปภาพรวมการทำงานที่ กมธ.ลงพื้นที่การชุมนุมต่างๆ และจะเร่งการทำงานให้เสร็จ จากนั้นวันที่ 26 สิงหาคม จะเสนอรายงาน กมธ.ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อบรรจุรายงาน กมธ. ในระเบียบวาระ และให้สภาพิจารณาภายในสมัยการประชุมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน 6 คน ประกอบด้วย นายวสันต์ พานิช, นางสุนี ไชยรส, น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง, นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ, นางเตือนใจ ดีเทศน์ และนางอังคณา นีละไพจิตร ร่วมกันออกแถลงการณ์ว่า มีความห่วงใยอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจลุกลามบานปลายจนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงดังที่เคยปรากฏในอดีต จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 1.รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและการแสดงออกอย่างสันติของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน และยุติการคุกคามทุกรูปแบบ 2.ควรแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดของคนในชาติ โดยนำหลักรัฐศาสตร์มาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหามากกว่ามองว่าใครผิดใครถูก และใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้เห็นต่างจากรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในส่วนข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นที่อยู่ในกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือล้มล้างสถาบัน รัฐบาลและภาคประชาสังคมทุกฝ่ายจึงควรรับฟังซึ่งกันและกันด้วยขันติและอหิงสธรรม ไม่ควรนำประเด็นนี้ไปใช้ในการปลุกระดมให้คนไทยเกลียดชัง 4.รัฐบาลและรัฐสภาควรเร่งดำเนินการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก่อนยุบสภาจัดตั้งสภาสภาร่างรัฐธรรมนูญ 5.รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการควรดำเนินมาตรการที่จำเป็นใ นการคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพของเด็ก โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกทางการเมือง และรับประกันว่าจะต้องไม่มีการลงโทษเด็กด้วยความรุนแรงทุกรูปแบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่โรงเรียนราชินี ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ออกประกาศเรื่อง การเรียกร้องทางการเมืองโดยอ้างประชาธิปไตย ว่า สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนนี้ เมื่อพุทธศักราช 2447 เพื่อให้กุลสตรีไทยได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน และเจ้านายหลายพระองค์ในราชวงศ์จักรีได้ทรงอุปถัมภ์โรงเรียนตลอดมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในปัจจุบันโรงเรียนราชินีจัดการเรียนการสอนโดยยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พื้นที่โรงเรียนไม่เคยใช้ในทางการเมือง และไม่อนุญาตให้กลุ่มบุคคลหรือคณะบุคคลใดมาใช้พื้นที่ โดยผ่านนักเรียนหรือนักเรียนเก่า เพราะโรงเรียนต้องวางตัวเป็นกลาง
ตะเพิดนร.ก้าวล่วงสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่าในช่วงเวลานี้มีนักเรียนหลายคนพยายามที่จะใช้พื้นที่โรงเรียน โดยมีความฝักใฝ่ขบวนการทางการเมืองนอกโรงเรียนเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในลักษณะที่เสี่ยงต่อความผิดทางกฎหมายและสร้างความไม่สงบ นักเรียนกลุ่มดังกล่าวกลับกระทำการที่ไม่เป็นหลักของประชาธิปไตย ใช้วิธีข่มขู่นักเรียนอื่นที่เห็นต่าง (Bully) จึงเกิดความหวาดกลัวในหมู่นักเรียนและความเป็นห่วงของผู้ปกครองนักเรียนเหล่านั้น และที่สำคัญก้าวล่วงสถาบันหลักของประเทศ นำชื่อของโรงเรียนไปใช้ให้เกิดความเสียหาย ทำให้สังคมทั่วไปเข้าใจว่า โรงเรียนราชินีสนับสนุนการไม่มีสถาบันกษัตริย์ อันขัดต่อจุดยืนของโรงเรียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของโรงเรียนราชินี ทางโรงเรียนจึงขอใช้ &amp;quot;สิทธิ์ของโรงเรียน&amp;quot; ไม่อนุญาตให้นักเรียนก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ และกระทำการใดๆ ที่ขัดต่อระเบียบของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นระเบียบการเคารพธงชาติ และการข่มขู่นักเรียนอื่น ตั้งแต่ บัดนี้เป็นต้นไป หากนักเรียนฝ่าฝืน โรงเรียนจะต้องลงโทษตามกฎระเบียบ และหากเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โรงเรียนไม่อาจปกป้องนักเรียนจากการถูกดำเนินคดีหรือถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการตามกฎหมายได้ ขอให้ผู้ปกครองดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด และโรงเรียนพร้อมจะให้ความร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแลอบรมนักเรียนดังที่เคยปฏิบัติเสมอมา หากผู้ปกครองคนใดไม่พอใจเรื่องที่โรงเรียนแจ้งนี้ โรงเรียนยอมรับ &amp;quot;สิทธิ์ของผู้ปกครอง&amp;quot; ที่จะนำนัก เรียนลาออกไปเรียนที่โรงเรียนอื่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 12 จ.ขอนแก่น ว่าที่ ร.อ.ทินกร&amp;nbsp; ศรีนาง รองศึกษาธิการภาค 12&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ขณะนี้ศึกษาธิการภาค 12 ได้ส่งหนังสือให้โรงเรียนระดับมัธยมที่อยู่ภายใต้การดูแลของศึกษาธิการภาค 12 ประกอบด้วย จ.ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น,มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ ได้ทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพื่อรวบรวมส่งไปที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ได้รับการแก้ไขตามข้อเรียกร้องตามขั้นตอน การเรียกร้องของนักเรียนเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่สิทธิของตัวเองในการแสดงออกคืออย่าทำให้ผิดกฎหมาย และอย่าไปกระทบสิทธิคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่รับการร้องเรียนการกระทำรุนแรงต่อนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวและชุมนุมทางการเมือง ซึ่ง ศธ.ภาค 12 ได้เน้นย้ำไปที่ ผอ.เขตการศึกษาฯ และ ผอ.โรงเรียนฯ ไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงกับนักเรียนและให้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายที่กำหนด&amp;quot; ว่าที่ ร.อ.ทินกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และตัวแทนนักกฎหมาย ทนายความ ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกพร้อมรายนามของทนายความ นักกฎหมาย 266 นาม ขอให้สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกคำร้องของนายอภิวัฒน์ ขันทอง กรณียื่นหนังสือให้สภาทนายฯ ถอนชื่อนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนออกจากทะเบียนทนายความ โดยนายกสภาทนายความฯ ได้มอบหมายให้ ดร.กิตติมา สิริศุภชัย&amp;nbsp; กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย/ปฏิคมเป็นตัวแทนออกมารับเรื่องแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอรีเยาะ มานุแช นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ให้เหตุผลต่อสภาทนายความฯ ว่า การลบชื่อทนายความออกจากทะเบียนได้ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 52 (3) นั้น ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ทนายความฯ มาตรา 51 วรรคสอง ซึ่งก็ไม่ปรากฏว่าเหตุผลตามที่นายอภิวัฒน์กล่าวอ้างนั้นอยู่ในข้อบังคับ นอกจากนี้คดีที่นายอภิวัฒน์ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายอานนท์ ที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งยังไม่มีการพิพากษาว่าการกระทำตามที่อานนท์ถูกดำเนินคดีเป็นความผิด ที่ผ่านมาของนายอานนท์ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ทนายความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในหลากหลายประเด็น และเห็นด้วยว่าการกระทำของทนายอานนท์เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75176</URL_LINK>
                <HASHTAG>นร.โดนบูลลี่, ประชุม ครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รร.ราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fd3a53977c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
