<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มลาวขนยาบ้า-ไอซ์ล็อตใหญ่ริมน้ำโขงสารภาพย่ามใจทำมาแล้ว2ครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63 - ที่หน่วยเรือโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย,น.อ.โชคชัย เรืองแจ่ม รอง ผบ.นรข., น.อ.วรัท โกพลรัตน์ ผบ.นรข.เขตหนองคาย,น.ต.การันต์ มินวงษ์ หัวหน้าหน่วยเรือโพนพิสัย พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 4,ตชด.245,กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายสุลิเดด สีหาลาด อายุ 38 ปี ชาวบ้านนาร่อง เมืองหาดทรายฟอง แขวงกำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมของกลางยาบ้า 2 กระสอบ 596,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม มูลค่ายาเสพติดทั้งหมดประมาณ 64,600,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจับกุมในครั้งนี้เริ่มปฎิบัติการ เวลาประมาณ 07.00 น. เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.อ.วรัท โกพลรัตน์ ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดล็อตใหญ่ บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านสีกายใต้ ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จึงรายงานให้ พล.ร.ต.สมพงษ์ ศรอากาศ ผบ.นรข. ทราบ แล้วสั่งการให้ น.ต.การันต์ มินวงษ์ หัวหน้าหน่วยเรือโพนพิสัย สนธิกำลังหน่วยงานข้างเคียงเข้าตรวจสอบ จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกัน พบนายสุลิเดด ขับเรือหางยาวมุ่งหน้ามายังท่าน้ำโขงบ้านสีกายใต้ จากนั้นมีชายฉกรรจ์ 2 คน ยืนรอริมฝั่ง เมื่อเรือเทียบท่า ชาย 2 คน ได้ช่วยกันขนกระสอบลงจากเรือ 2 กระสอบ วางไว้ริมแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่เห็นดังนั้น จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ชาย 2 คน ตกใจวิ่งหลบหนี ส่วนนายสุลิเดดกระโดดลงน้ำโขง แต่เจ้าหน้าที่ใช้เรือออกติดตามจับกุมไว้ได้ จากนั้นได้ตรวจสอบภายในกระสอบพบว่าเป็นยาบ้าและไอซ์ จึงได้นำมาตรวจนับที่หน่วยเรือโพนพิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการสอบสวนนายสุลิเดด ให้การรับสารภาพว่า ได้นำยาเสพติดทั้งหมดมาส่งให้กับลูกค้า &amp;nbsp;โดยจะมีคนมารับต่อที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยตนทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกนั้นเมื่อวันที่ 3มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้นำยาบ้า 1 กระสอบ ประมาณ 250,000 เม็ด มาส่ง ได้เงินค่าจ้าง 8,000 บาท และไม่ถูกจับจึงย่ามใจ ทำอีกครั้ง พอเห็นเจ้าหน้าที่จะมาจับ จึงตกใจกระโดดลงน้ำโขงหวังจะว่ายน้ำกลับประเทศ แต่ก็ไม่รอดถูกจับกุมไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย, เป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย แล้วคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเดื่อ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68043</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม-หนองคาย, นรข., ป.ป.ส.ภาค4, ยาบ้า-ไอซ์, สปป.ลาว, หน่วยเรือโพนพิสัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edc968cef29d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นรข.ยึดไอซ์ล็อตใหญ่มูลค่ากว่า1,500ล้านริมฝั่งโขง &#039;มทภ.2&#039;ชี้ทะลักจากเหนือเข้าอีสานหลังกวาดล้างหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม(นรข.) &amp;nbsp;พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาค 2 พร้อมด้วย พลเรือตรี สมพงษ์ ศรอากาศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นครพนม (ผบ.นรข.) พลตรี สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210) &amp;nbsp;พลตรี สวราชย์ เเสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.ณรงค์ นาคทั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;นาวาเอก ณัฐพงศ์ พรรณรายณ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม &amp;nbsp;นาวาโท สิทธิศักดิ์ &amp;nbsp;สิทธิกุล หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พันโท อุทัย นิลเนตร ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3) พ.ต.ต.ชิษณุพงษ์ ทองเกื้อ ผบ.ร้อย ตชด.236ร่วมกับเจ้าหน้าที่ นรข.ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน &amp;nbsp;และ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง แถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ น้ำหนักรวม 542 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 20.00 น. &amp;nbsp;บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นรอยต่อกับ &amp;nbsp;ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังมีการสืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จะลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้ามาในพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ธาตุพนม กับ อ.หว้านใหญ่ จึงได้ระดมกำลังบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคงลงพื้นที่ สกัดกั้นปราบปราม จับกุม ตลอดแนวรอยต่อของ 2 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งตามวันและเวลาดังกล่าว พบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4 -5 คน ขับเรือหางยาวมาจอดเทียบท่าบริเวณริมแม่น้ำโขง &amp;nbsp;บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ช่วยกันแบกสิ่งของบางอย่างคล้ายกระสอบลงจากเรือ &amp;nbsp;จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้กลุ่มชายคนขับเรือรีบเร่งเครื่องยนต์ขับหนีไปทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกลุ่มที่แบกขนทิ้งสิ่งของที่แบกอยู่ลงพื้น อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่ วิ่งหลบหนีไปทางหมู่บ้านข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งของที่คนร้ายทิ้งไว้ พบเป็นกระสอบปุ๋ยตราม้าบินสีเขียวและสีเหลืองทิ้งอยู่จำนวน 22 กระสอบ ตรวจสอบภายในเป็นยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกกันชื้น แพ็คเกจสีเขียว มีอักษรภาษาจีน และภาษาอังกฤษ คำว่า GUANYINWANG ซึ่งยังไม่ทราบแหล่งผลิต &amp;nbsp;มีน้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 542 กิโลกรัม จึงได้บันทึกการตรวจยึด พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ โดยได้นำของกลางทั้งหมดมาแถลงข่าวที่ นรข.นครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลการจับกุม พบว่ามีราคาซื้อขายตามแนวตะเข็บชายแดน กิโลกรัมละ 8 แสนบาท หากเล็ดลอดเข้าไปพื้นที่ชั้นในจะเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 3 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,626 ล้านบาท ไอซ์ &amp;nbsp; ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลหาที่มา และติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สถิติการจับกุมยาไอซ์ พบว่าเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก จับกุมยาไอซ์ล็อตใหญ่มากถึง 1,500 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 2 คน สำหรับพื้นที่ภาคอีสานพบว่าปี 2562 ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 234 (ตชด.234) &amp;nbsp;ตรวจยึดยาไอซ์ได้ 252 กิโลกรัม มาครั้งนี้ นรข.สามารถตรวจยึดได้ถึง 542 กิโลกรัม &amp;nbsp;ถือว่ามีจำนวนมากสุดในภาคอีสาน คาดว่ามีการลำเลียงมาจากชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อลักลอบ เข้าทางตะเข็บชายแดนอีสาน และส่งต่อไปขายตอนในของประเทศ โดยพื้นที่ชายแดนอีสาน รวมถึง จ.นครพนม ถือว่า ช่วงนี้มีการตรวจยึด จับกุม ยาเสพติดบ่อยครั้ง และมีปริมาณมากเป็นล็อตใหญ่ คาดว่าคงถูกกดดันมาจากชายแดนภาคเหนือ ซึ่งจากสถิติจับกุมปี 2563 พบว่ารอบเดือนที่ผ่ามา มีการยึดยาบ้ามากกว่า 4 ล้านเม็ด กัญชามากกว่า 2 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน พล.ท.ธัญญา ระบุว่า ในช่วงนี้ชายแดนอีสานถือว่ามีการตรวจยึดยาเสพติดบ่อยครั้ง อาจมาจากมีการถูกกดดันหนีมาจากชายแดนภาคเหนือ ทำให้เข้าทางภาคอีสาน บวกกับมีการบูรณาการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่มากขึ้น ทำให้มีสถิติการจับกุมบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานความมั่นคง เข้มงวดตรวจสอบ หาข่าว สร้างความร่วมมือกับชาวบ้าน ในการสกัดกั้นปราบปรามดูแลตามแนวชายแดน ยิ่งช่วงน้ำโขงลด อาจเป็นอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ แต่เอื้อต่อการลักลอบของ ขบวนการค้ายาเสพติด จึงต้องสร้างความร่วมมือทุกฝ่ายในการทำงาน รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่แจ้งเบาะแส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ธัญญา ระบุว่า สำหรับยาไอซ์ล็อตนี้ ตรวจสอบเบื้องต้น ทะลักมาจากทางชายแดนภาคเหนือ &amp;nbsp;ยังไม่สามารถระบุต้นทางการผลิตได้ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัด &amp;nbsp;โดยมีการลำเลียงผ่านมาหลายจังหวัดตามชายแดนภาคอีสาน หากพื้นที่ไหนสะดวกในการลักลอบนำเข้า จะขนส่งข้ามทันที &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานเกี่ยวข้องจะต้องเพิ่มมาตรการเข้มมากขึ้น เพราะหากลักลอบเข้ามาได้ จะเกิดความเสียหายต่อประเทศไทยมหาศาล .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58570</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรข., ยึดยาไอซ์ริมฝั่งแม่น้ำโขง, แม่ทัพภาค2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b799fd6a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นรข.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ยึดยาไอซ์ 542 ถุง มูลค่า 433 ล้านบาทข้ามโขงฝั่งมุกดาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรข.บูรณาการร่วมกับ นรข.เขตนครพนม กองกำลัง สุรศักดิ์มนตรี กอ.รมน. หน่วยข่าวกองฝ่ายทหารตำรวจน้ำและ ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร สกัดจับยึดยาไอซ์ลอตใหญ่ 542 ถุง มูลค่ากว่า 433 ล้านบาทจากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขงทางเรือมาจากฝั่งเพื่อนบ้านนำเข้าตามแนวชายแดนจ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติด จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะนำยาไอซ์จำนวนมากข้ามแม่น้ำโขงมาทางน้ำโดยเรือหางยาว นำเข้ามาตามแนวชายแดนริมฝั่งโขง พื้นที่บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางแผนโดยวางกำลังดักซุ่มตามจุดที่คาดว่าคนร้ายจะลักลอบนำสิ่งเสพติดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการวางกำลังตามจุดต่างๆ เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเรือขับจากฝั่งไทยไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงซุ่มรอเพื่อดูความเคลื่อนไหวเป็นเวลานานนับชั่วโมง บริเวณดังกล่าวก็ยังนิ่งเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวทั้งริมฝั่งและบนฝั่งแต่อย่างไร เจ้าหน้าที่จึงลงตรวจสอบท่ามกลางความมืดในจุดดังกล่าว ได้พบกระสอบปุ๋ยจำนวน 22 กระสอบรรจุสิ่งของมัดแน่นอัดเต็มถูกกองเรียงรายอยู่ริมตลิ่งฝั่งแม่น้ำโขง ชุดปฎิบัติการได้เดินเท้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบก็ไม่พบกลุ่มบุคคลใด จากการตรวจสอบภายในกระสอบถุงปุ๋ยคาดว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางกลับมาที่หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขงมุกดาหาร เพื่อตรวจสอบโดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยสีเหลือง จำนวน 17 กระสอบบรรจุยาไอซ์จำนวน 425 ถุงและ กระสอบสีเขียว จำนวน 5 กระสอบบรรจุยาไอซ์อีกจำนวน 117 ถุง รวมยาไอซ์ทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดได้จำนวน 542 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 542 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 433,600,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ นรข. จะนำของกลางทั้งหมดไปที่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงนครพนม เพื่อทำการพิสูจน์ให้ละเอียด เพื่อดำเนินการปราบปรามให้สิ้นซากพร้อมกับได้ส่งสายสืบลงพื้นที่ สืบหาตัวการผู้ร่วมกระทำลักลอบขนยาเสพติดและขบวนการขนค้ายาเสพติดข้ามชาติเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติด, จังหวัดมุกดาหาร, จับยาเสพติด, นรข., ยึดยาไอซ์ริมฝั่งแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b5455bc818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นรข.ยึดกัญชามูลค่ากว่า 4 ล้านเตรียมส่งช่วงปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.61-ที่กองบัญชาการ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.นครพนม น.อ.วิฉณุ ถูปาอ่าง รอง ผบ.นรข. น.อ.อภิชาติ แก้วดวงเทียน ผบ.นรข.เขตนครพนม พ.ต.ท.ฌานนท์ เนื่องกัลยา รอง ผกก.ป.สภ.ท่าอุเทน พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผบ.ตชด.237 ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดกัญชาอัดแท่ง จำนวน 195 กก./แท่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันที่ 23 ธ.ค. น.อ.อภิชาติ แก้วดวงเทียน ผบ.นรข.เขตนครพนม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ อ.บ้านแพง ถึง อ.ธาตุพนม รวมกว่า 174 กม. รับแจ้งจากสายข่าวว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เตรียมจะขนลำเลียงกัญชาอัดแท่งเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ขณะนี้กัญชาถูกนำมาพักไว้ที่ริมแม่น้ำโขงฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รอคำสั่งจากนายทุนขนลงเรือเท่านั้น คาดว่าน่าจะขนขึ้นฝั่งไทยที่บ้านนาเหนือ ต.ท่าอุเทน จึงนำสนธิกำลังจากหน่วยงานความมั่นคง จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าซุ่มตรวจตรงบริเวณที่สายรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลาประมาณตีสาม ได้ยินเสียงเรือกีบเพลายาวติดเครื่องยนต์ แล่นมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะดับเครื่องยนต์บริเวณกลางแม่น้ำโขง แล้วใช้ไม้พายนำเรือเข้าหาฝั่ง เจ้าหน้าที่ใช้กล้องส่องกลางคืนตรวจ พบชาย 2 คนช่วยกันพายเรือเข้าฝั่ง โดยมีวัตถุต้องสงสัยอยู่กลางลำเรือ และเรือลำดังกล่าวได้ลอยเข้าฝั่งบริเวณท่าทรายร้างบ้านนาเหนือ จากนั้นชายทั้งสองก็ช่วยกันแบกวัตถุต้องสงสัยโยนไว้ที่ชายฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น คนร้ายรีบกระโจนขึ้นเรือติดเครื่องเบนหัวออกจากฝั่งทันที หลบหนีกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบห่อพลาสติกสีดำทึบ จำนวน 5 ห่อใหญ่ ภายในมีกระสอบหัวอาหารสัตว์ จากประเทศเวียดนามสวมทับอีกชั้น ภายในกระสอบมีวัตถุลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม ห่อด้วยพลาสติกใส เบื้องต้นพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชาแห้งอัดแท่ง) จำนวน 195 แท่ง/กก จึงบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อภิชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;กัญชาล็อตนี้ทราบมาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานการเคลื่อนไหว จึงเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนสม่ำเสมอ จนล่าสุดสายข่าวแจ้งชัดเจนจึงวางกำลังเตรียมจับกุม คนร้ายทั้งสองเป็นชาวบ้านฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความคุ้นเคยพื้นที่ และทำงานรวดเร็วมาก มีหน้าที่นำกัญชามาโยนไว้ริมแม่น้ำโขงแล้วกลับ ก่อนจะมีอีกทีมเข้ามารับช่วงต่อ เพื่อลำเลียงเข้าไปยังพื้นที่ชั้นใน มูลค่าการซื้อขายตามชายแดนราคา 6,000 บาท หากทะลุถึงชายแดนทางภาคใต้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หรือสามารถขนข้ามชายแดนดังกล่าวไปได้ ราคากัญชาล็อตนี้ มีมูลค่าอย่างน้อยแท่งละ 20,000 บาททันที หรือประมาณ 3,900,000 บาท ยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงมีออเดอร์สั่งนำเข้าส่งนักพี้จำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ค้ายาเสพติด, นรข., ริมฝั่งโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c207beb5ae96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;สั่งทหารสกัดกั้นยาเสพติดตลอดลำน้ำโขง ​​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.61-พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่มีพล.อ.อภิรัชต์ &amp;nbsp;คงสมพงษ์ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดและอาวุธสงคราม ซึ่งการสกัดกั้นและหยุดยั้งยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดนโดยใช้กลไกของหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองกำลังชายแดน ดำเนินมาตรการสกัดกั้นอย่างเต็มที่ในช่วง 3 เดือนจากนี้ (พ.ย.61- ม.ค.62)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประชุมในวันนี้เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ย้ำในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยระบุว่าพื้นที่ที่เป็นรอยต่อในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ให้มีการบูรณาการร่วมกันในทุกมิติ ทั้งข้อมูลข่าวสารและอุปกรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ตลอดลำน้ำโขง ซึ่ง กองทัพภาคที่ 2,3และกองทัพเรือ จะร่วมกันสกัดกั้นทั้งทางบกและทางน้ำ โดยล่าสุด กองทัพบกเตรียมสนับสนุนเรือเพิ่มเติมให้กับกองกำลังชายแดน เพื่อใช้ในการลาดตระเวนและสกัดกั้นร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ให้ครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า &amp;nbsp;เลขาฯคสช.ยังได้แสดงความห่วงใยในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นจับกุมยาเสพติดและอาวุธสงคราม ได้กำชับให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุปะทะกับขบวนการยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ให้ใช้กฎการปะทะอย่างเหมาะสมตามหลักการ รวมถึงเมื่อสามารถจับกุมยาเสพติดและส่งดำเนินคดี ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจพิสูจน์สารเสพติด และการติดตามผลความคืบหน้าทางคดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ถามถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการสกัดกั้นมิให้ผลผลิตทางการเกษตรจากนอกประเทศลักลอบเข้ามาจำหน่ายในไทย รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า &amp;nbsp;เลขาฯคสช.กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองกำลังชายแดน เข้มงวดในการตรวจสอบและป้องกันมิให้มีการนำผลผลิตดังกล่าวเข้ามาในประเทศทุกช่องทาง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่อยู่ในบัญชีต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักรตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าเกษตรในประเทศเป็นไปตามกลไกการตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20927</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ชายแดน, นรข., บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ยาเสพติด, ลำน้ำโขง, สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb19fcf4765f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดจับขนข้ามโขง ยาบ้า9.4ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองสกัดจับยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 788 กก. ทะลักข้ามโขงขึ้นฝั่งที่ชายแดนเชียงราย ด้าน ผบ.ตร.แถลงผลงานในรอบสัปดาห์ ยึดยาเสพติดล็อตมหึมามูลค่า 890 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง, น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย, น.ต.ธนชัย รอดทัศนา ผบ.หมู่เรือที่ 7 และรักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือเชียงของ, ทหารพราน ร้อย ทพ.3106 ฉก.ทพ.31, ตำรวจ สภ.เวียงแก่น, ฝ่ายปกครอง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย, ร้อย ตชด.ที่ 326 ชายแดนไทย-สปป.ลาว ได้กระจายกำลังกันออกตรวจสอบพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ หลังได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากลงเรือ 2 ลำ ผ่านเข้ามาทางแม่น้ำโขง ขึ้นฝั่งบริเวณบ้านห้วยลึก หมู่ 4 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 ฒอ 363 กรุงเทพมหานคร ขับมาตามถนนเลียบแม่น้ำโขงสายห้วยลึก-เวียงแก่น จนถึงหมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ต.ม่วงยาย จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ พบเป็นรถกระบะที่ออกแบบให้มีโครงเหล็กด้านหลังเพื่อบรรทุกพืชผลทางการเกษตร แต่ปรากฏว่าคนขับได้จอดรถแล้ววิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบที่กระบะท้ายมีกระสอบวางซ้อนกันจำนวนมากโดยมีผ้าใบสีน้ำตาลคลุมไว้ เมื่อเปิดออกดูก็พบยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วย กระสอบบรรจุยาบ้าประทับตราที่ห่อหลากหลาย ทั้งตราตัวเลข 999 Y1 ฯลฯ รวมประมาณ 9,400,000 เม็ด นอกจากนี้พบถุงบรรจุชาภายในใช้บรรจุไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวเอาไว้จำนวน 788 ก้อน ก้อนละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 788 กิโลกรัม ประเมินมูลค่าของกลางทั้งหมดเบื้องต้นราว 1,728 ล้านบาท จึงได้ตรวจยึดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ วันที่ 3 เมษายนนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนางชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-1 เม.ย.61 จำนวน 11 คดี มีของกลางยาบ้า 1,783,263 เม็ด, ไอซ์ 703 กก., กัญชา 1,380 กก., โคเคน 671 กรัม, โคคาอีน 800 กรัม, ยาอี 90 เม็ด และคีตามีน 0.6 กรัม รวมมูลค่ายาเสพติด 890,180,900 บาท&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังตรวจยึดทรัพย์สินจากผู้ค้ายาเสพติดเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน รถยนต์ 9 คัน อาวุธปืน 4 กระบอกพร้อมกระสุน โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง เงินสด 87,220 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 4,943,220 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.&amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันเมื่อจับยาเสพติดมาก ความขาดแคลนก็จะมีมาก แต่กำลังการผลิตไม่ได้หยุด มีการเชื่อมโยงระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ตลอดเวลา เพราะเป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องผนึกกำลังทุกองค์กร โดยเฉพาะตำรวจทุกภาคและทหารทุกกองทัพภาค ยาเสพติดทุกวันนี้เริ่มออกมาจากลำน้ำโขง เนื่องจากทางกองทัพภาคที่ 3 ได้สกัดกั้นอย่างเด็ดขาด ทำให้การขนส่งยาเสพติดเป็นไปได้ยาก จึงไหลบ่าลงมาทางฝั่งประเทศลาว ลงมาถึงตอนล่างเขตรอยต่อชายแดนกัมพูชา เพื่อจะเข้ามาในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ทำการสกัดกั้นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า สาเหตุที่ยาเสพติดยังมีอยู่มาก เพราะประเทศไทยมีความเจริญขึ้น มีถนนที่สะดวก มีสนามบิน และการขนส่งทางน้ำ ทำให้ผู้ค้าเหล่านี้พยายามใช้ทุกเส้นทางที่ลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติดเข้ามาได้ แม้กระทั่งใช้สัตว์เลี้ยง บุคคล และยานพาหนะในการลำเลียงยาเข้ามา เช่น การผ่าตัวไก่แล้วนำยาเสพติดยัดใส่ไก่ก่อนเย็บปิด ใส่ยาเสพติดในก้นของวัว-ควายที่ข้ามฟากมา เป็นต้น ทั้งนี้ กองกำลังใหญ่ที่ขนยาเสพติดเข้ามาจำนวนมาก ไม่น่ากลัวเท่าแรงงานชนกลุ่มน้อยที่เข้ามา เช่น หากมีชนกลุ่มน้อยขนยาเสพติดเข้ามา 10,000 คน แต่ตำรวจจับได้แค่ 3,000 คน ยังเหลืออีก 7,000 คน ยาเสพติดจึงไม่เคยหยุด ประกอบกับราคาที่ถีบตัวขึ้น เช่น ยาบ้า ราคาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเม็ดละ 1 บาท ถ้าเข้ามาในประเทศไทยจะมีราคาสูงถึง 200 บาท หากข้ามไปอีกประเทศหนึ่ง ราคาจะสูงถึงเม็ดละ 500 บาท ส่วนไอซ์ กก.ละ 1 ล้านบาท หากถูกส่งไปประเทศที่ 3 ราคาจะสูงขึ้น คิดเป็น 1,000 คูณกิโลกรัมที่ส่งไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคาร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รายงานในที่ประชุมถึงผลการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดที่ดำเนินมาอย่างเนื่องว่ามีจำนวนเท่าไร มีใครร่วมมือกับใครบ้าง โดยรองนายกฯ เน้นย้ำว่าให้ดูแลเรื่องนี้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่กระทบกับเยาวชน และสังคม จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6395</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.ธนชัย รอดทัศนา, น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ, นรข., พ.อ.กิดากร จันทรา, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, ยาบ้า, ยาไอซ์, ยึดยาเสพติดล็อตมหึมามูลค่า 890 ล้าน, สกัดจับยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 788 กก., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุธปืน, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac381cbbd9f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
